๘. อธิกรณกถา

๒๑๕. วิปจฺจตายาติ เอตฺถ วิการภาเวน ปตติ ปวตฺตตีติ วิปจฺจํ, จิตฺตทุกฺขํ, ตเทว วิปจฺจตา, ตทตฺถายาติ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘จิตฺตทุกฺขตฺถ’’นฺติ. ‘‘ผรุสวจน’’นฺติ อิมินา โวหาร สทฺโท วจนปริยาโยติ ทสฺเสติ. โย ตตฺถาติ เอตฺถ ตสทฺทสฺส วิสยํ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘เตสุ อนุวทนฺเตสู’’ติ. โย อุปวาโทติ โยชนา. ‘‘อนุวทนา’’ติ เอตํ ปทนฺติ โยชนา. อาการทสฺสนนฺติ อนุวทนสฺส อาการทสฺสนํ, ทสฺสนเหตุ วา. ‘‘ปุนปฺปุน’’นฺติ อิมินา อนุสมฺปวงฺกตาติ เอตฺถ อนุสทฺทสฺส น อุปจฺฉินฺนตฺถํ ทสฺเสติ. ตตฺเถวาติ อนุวทเน เอว. สมฺปวงฺกตาติ สมฺมา ปกาเรน นินฺนโปนปพฺภารตา. อพฺภุสฺสหนตาติ เอตฺถ อติเรกํ อุสฺสาหนตาติ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘กสฺมา’’ติอาทิ. อนุพลปฺปทานนฺติ เอตฺถ ปุนปฺปุนํ พลสฺส ปทานนฺติ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘ปุริมวจนสฺสา’’ติอาทิ.

กิจฺจยตาติ เอตฺถ ‘‘มา ปณฺฑิจฺจย’’นฺติอาทีสุ (ชา. ๒.๒๒.๑) วิย พฺยญฺชนวฑฺฒนวเสน ยการาคโมติ อาห ‘‘กิจฺจเมว กิจฺจย’’นฺติ. ‘‘อุภยํเปตํ สงฺฆสฺเสว อธิวจน’’นฺติ อิมินา กิจฺจกรณียสทฺโท กตฺตุวาจโกติ ทสฺเสติ, สงฺโฆ หิ กโรตีติ วจนตฺเถน กิจฺโจติ จ กรณีโยติ จ วุจฺจติ. ตสฺส ภาโว, กิจฺจยตา กรณียตาติ วุตฺเต สงฺฆกมฺมํเยว ลพฺภติ. เตน วุตฺตํ ‘‘อุภยํเปตํ สงฺฆกมฺมสฺเสว อธิวจน’’นฺติ. ยทิ กมฺมวาจโก ภเวยฺย, ‘‘กตฺตพฺพนฺติ กิจฺจํ, กรณีย’’นฺติ วุตฺเตเยว สงฺฆกมฺมสฺส ลภนโต ตาปจฺจโย สฺวตฺโถ ภเวยฺย. เอวญฺหิ สติ กิจฺจยสฺส ภาโว กิจฺจยตา กรณียสฺส ภาโว กรณียตาติ วจนตฺโถ น กตฺตพฺโพ ภเวยฺย, กโต จ, ตสฺมา น กมฺมวาจโกติ ทฏฺฐพฺพํ. ตสฺเสวาติ สงฺฆกมฺมสฺเสว. ตตฺถาติ อปโลกนาทีสุ จตูสุ กมฺเมสุ. สีมฏฺฐกสงฺฆนฺติ ‘‘อุปจารสีมาทีสุ ฐิตํ สงฺฆํ. โสเธตฺวาติ เอตฺถ โสธนํ นาม สีมฏฺฐกสงฺฆสฺส หตฺถปาสนยนํ, ฉนฺทารหานํ ฉนฺทสฺส อาหรณํ, สีมโต พหิกรณํ. ตเมวตฺถํ เอกเทสโต ทสฺเสตุํ วุตฺตํ ‘‘ฉนฺทารหานํ ฉนฺทํ อาหริตฺวา’’ติ. อปโลเกติ อาปุจฺฉติ อเนนาติ อปโลกนํ, ตํเยว กมฺมํ อปโลกนกมฺมํ. วุตฺตนเยเนวาติ ‘‘สีมฏฺฐกสงฺฆํ โสเธตฺวา’’ติอาทินา วุตฺตนเยเนว. ‘‘สุณาตุ เม’’ติอาทินา สงฺฆคณปุคฺคเล ญาเปติ เอตายาติ ญตฺติ, สาเยว กมฺมํ ญตฺติกมฺมํ, ญตฺติเยว ทุติยํ ญตฺติทุติยํ, ตเมว กมฺมํ ญตฺติทุติยกมฺมํ. เอตฺถ กิญฺจาปิ ญตฺติ ปฐมํ ฐปิตา, กมฺมวาจาเยว ทุติยา โหติ, ‘‘ผสฺสปญฺจมา’’ติอาทีสุ (ธาตุ. ๓๑๖) วิย ปน ปฏิโลมวเสน โวหารํ กตฺวา ‘‘ญตฺติทุติยา’’ติ วุตฺตํ. ผสฺสปญฺจมาติ เอตฺถ กิญฺจาปิ ธมฺมสงฺคณิยํ (ธ. ส. ๑ อาทโย) ‘‘ผสฺโส โหติ, เวทนา โหติ, สญฺญา โหติ, เจตนา โหติ, จิตฺตํ โหตี’’ติ ผสฺสํ ปฐมํ วุตฺตํ, ปฏิโลมวเสน ปน โวหารํ กตฺวา ‘‘ผสฺสปญฺจมา’’ติ ธาตุกถายํ วุตฺตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. เอเสว นโย ญตฺติ จตุตฺถกมฺเมปิ. เอกาย จ อนุสาวนายาติ ญตฺติโต อนุปจฺฉา สาเวตพฺพาติ อนุสาวนา, ตาย, ตีหิ จ อนุสาวนาหีติ ญตฺติโตอนุ ปจฺฉา, ปุนปฺปุนํ วา ติกฺขตฺตุํ สาเวตพฺพาติ อนุสาวนา, ตาหิ. ตตฺถาติ จตูสุ กมฺเมสุ.

อปโลเกตฺวาวาติ เอตฺถ เอวผลํ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘ญตฺติกมฺมาทิวเสน น กาตพฺพ’’นฺติ. ญตฺติกมฺมมฺปีติ ปิสทฺเทน น เกวลํ อปโลกนกมฺมเมว, อถ โข ญตฺติกมฺมมฺปีติ ทสฺเสติ. ญตฺติทุติยกมฺมํ ปนาติ เอตฺถ ปนสทฺโท วิเสสตฺถโชตโก, ปกฺขนฺตรโชตโก วา. ตตฺถาติ ทฺวีสุ กมฺเมสุ. ครุกานีติ อลหุกานิ. อวเสสานีติ ฉหิ กมฺเมหิ อวเสสานิ, เอวรูปานิ ลหุกกมฺมานีติ สมฺพนฺโธ. ‘‘อวเสสา’’ติปิ ปาโฐ, สมฺมุติโยติ สมฺพนฺโธ. อปโลเกตฺวาปีติ ปิสทฺโท ญตฺติทุติยกมฺมวาจํ สาเวตฺวาปีติ สมฺปิณฺเฑติ. อญฺญตฺถาโปหนํ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘ญตฺติกมฺมญตฺติจตุตฺถกมฺมวเสน ปน น กาตพฺพเมวา’’ติ. ญตฺติจตุตฺถกมฺมํ กาตพฺพนฺติ สมฺพนฺโธ. เอตฺถาติ สมถกฺขนฺธเก.

วิตฺถารโต ปน อาคโตเยวาติ สมฺพนฺโธ. เอเตสนฺติ จตุนฺนํ กมฺมานํ. ยํ ปน อตฺถชาตํ อนุตฺตานนฺติ สมฺพนฺโธ. ตตฺถาติ จตูสุ กมฺเมสุ. ตนฺติ อตฺถชาตํ. เอวนฺติ เอวํ กมฺมวคฺเคเยว วณฺณยมาเน. หีติ ลทฺธคุณโชตโก. สุวิญฺเญยฺยาติ สุเขน วิญฺญาตพฺพา.

๒๑๖. ปาฬิวเสเนวาติ น อฏฺฐกถาวเสนาติ อธิปฺปาโย.

๒๒๐. เยนาติ จิตฺตุปฺปาเทน. อิมินา วิวทนฺติ อเนนาติ วิวาโทติ วจนตฺถํ ทสฺเสติ. สมเถหิ จาติ จสทฺโท สมฺปิณฺฑนตฺโถ. เตน น เกวลํ วิวาโทเยว, อถ โข อธิกรณญฺจาติ สมฺปิณฺเฑติ, อถ วา สมเถหิ จาติ สมเถหิ เอว. อิมินา สมเถหิ อธิกรียติ วูปสมียตีติ อธิกรณนฺติ วจนตฺถํ ทสฺเสติ. วิวาโทเยว อธิกรณํ วิวาทาธิกรณํ. เอวมาทินา นเยนาติ อาทิสทฺเทน อนุทฺธํสเนน วทนฺติ อเนน จิตฺตุปฺปาเทนาติ อนุวาโทติอาทโย วจนตฺเถ สงฺคณฺหาติ.

๒๒๒. สนฺธายภาสิตวเสนาติ โลกวชฺชํ สนฺธาย ภาสิตสฺส วจนสฺส วเสน. สนฺธายภาสิตตฺถํ วิตฺถาเรนฺโต อาห ‘‘ยสฺมึ หี’’ติอาทิ. ตตฺถ ปถวิขณนาทิเก ยสฺมึ อาปตฺตาธิกรเณติ โยชนา. ตสฺมินฺติ กุสลจิตฺตงฺเค อาปตฺตาธิกรเณ. ตสฺมาติ ยสฺมา น สกฺกา วตฺตุํ, ตสฺมา. อิทนฺติ ‘‘นตฺถิ อาปตฺตาธิกรณํ กุสล’’นฺติ วจนํ, วุตฺตนฺติ สมฺพนฺโธ. สนฺธาย อวุตฺตํ ทสฺเสตฺวา สนฺธาย วุตฺตํ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘อิทํ ปน สนฺธาย วุตฺต’’นฺติ. ตตฺถ อิทํ ปนาติ การณํ ปน สนฺธายาติ สมฺพนฺโธ. ยํ อาปตฺตาธิกรณนฺติ โยชนา. ‘‘โลกวชฺช’’นฺติ ปเท ตุลฺยาธิกรณํ. โลกสฺมึ, โลเกหิ วา วชฺเชตพฺพนฺติ โลกวชฺชํ. ตนฺติ อาปตฺตาธิกรณํ. ตตฺถาติ อาปตฺตาธิกรเณ. วิกปฺโปติ วิวิธา กปฺปนํ, วิวิธตกฺโก วา. ยํ ปนาติ อาปตฺตาธิกรณํ ปน. ‘‘ปณฺณตฺติวชฺช’’นฺติ ปเท ตุลฺยาธิกรณํ. ภควโต ปญฺญตฺติยา เหตุภูตาย วชฺเชตพฺพนฺติ ปณฺณตฺติวชฺชํ. ตนฺติ อาปตฺตาธิกรณํ, อกุสลํ โหตีติ สมฺพนฺโธ. กิญฺจีติ อปฺปมตฺตกํ, อาปตฺตานาปตฺตึ อชานนฺตสฺส อาปชฺชนโตติ สมฺพนฺโธ. ตสฺมาติ ยสฺมา อพฺยากตํ โหติ, ตสฺมา. ตตฺถาติ ปณฺณตฺติวชฺชภูเต อาปตฺตาธิกรเณ. ‘‘อาปตฺตาธิกรณํ…เป… กุสล’’นฺติ อิทํ วจนํ วุตฺตนฺติ โยชนา.

ยทิ กุสลจิตฺโต อาปชฺชติ, อถ นนุ อาปตฺตาธิกรณํ กุลลนฺติ วตฺตพฺโพ ภเวยฺยาติ อาห ‘‘สเจ ปนา’’ติอาทิ. ยนฺติ อาปตฺตาธิกรณํ. ‘‘อิทํ วุจฺจติ…เป… กุสล’’นฺติ วเทยฺย สเจติ โยชนา. เอฬกโลมญฺจ ปทโสธมฺมญฺจ เอฬกโลมปทโสธมฺมานิ, ตานิ อาทีนิ เยสํ ตานีติ เอฬกโลมปทโสธมฺมาทีนิ, ตานิ สมุฏฺฐานานิ ยาสนฺติ เอฬกโลมปทโสธมฺมาทิสมุฏฺฐานา, ตาสํ อาปตฺตีนมฺปีติ สมฺพนฺโธ. ตตฺถาติ เอฬกโลมปทโสธมฺมาทิสมุฏฺฐานาสุ อาปตฺตีสุ. อาปตฺติยา องฺคนฺติ อาปตฺติยา การณํ. เอวํ อาปตฺติยา อนงฺคํ ทสฺเสตฺวา ตสฺสาเยว องฺคํ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘กายวจีวิญฺญตฺติวเสน ปนา’’ติอาทิ. ตตฺถ จลิตปฺปวตฺตานนฺติ จลิเตน เหตุภูเตน ปวตฺตานํ. อถ วา จลิโต จ กาโย, ปวตฺตา จ วาจาติ จลิตปฺปวตฺตา, ตาสํ จลิตปฺปวตฺตานํ กายวาจานํ. ตญฺจาติ กายวาจานํ อญฺญตรญฺจ. อพฺยากตนฺติ เอตฺถ อิติสทฺโท ปริสมาปนตฺโถ.

อยมตฺโถ เอวํ เวทิตพฺโพติ โยชนา. เตนาติ จิตฺเตน. ‘‘อิทํ…เป… สทฺธิ’’นฺติ อิมินา สญฺชานนฺโตติ เอตฺถ สํสทฺทสฺส สุนฺทรตฺถํ สห อากาเรน ทสฺเสติ. ‘‘วีติกฺกม…เป… กปฺเปตฺวา’’ติ อิมินา เจจฺจาติ ปทสฺส อตฺถํ สห วิเสสเนน ทสฺเสติ. ‘‘อุปกฺกมวเสน…เป… เปเสตฺวา’’ติ อิมินา อภิวิตริตฺวาติ ปทสฺส อตฺถํ ทสฺเสติ. ปาฬิยํ ยํสทฺโทวีติกฺกมวิสโยติ อาห ‘‘ยํ อาปตฺตาธิกรณํ วีติกฺกม’’นฺติ. ‘‘อาปชฺชตี’’ติ อิมินา ปาฐเสสํ ทสฺเสติ. เอวํ วีติกฺกมโต ตสฺส ภิกฺขุโนติ โยชนา.

อพฺยากตวาเรปีติ ปิสทฺโท อกุสลวารํ อเปกฺขติ. ตสฺสาติ จิตฺตสฺส. อชานนฺโตติอาทีนํ ปทานมตฺโถ อกุสลวาเร วุตฺตปฏิปกฺขวเสน เวทิตพฺโพ. ยํ อาปตฺตาธิกรณนฺติอาทีนํ ปทานมตฺโถ อกุสลวาเรน สทิโสเยว.

๒๒๔. อยํ วิวาโท โน อธิกรณนฺติอาทีสุ เอวมตฺโถ เวทิตพฺโพติ สมฺพนฺโธ.