๔. สมถกฺขนฺธกํ
๑. สมฺมุขาวินยกถา
๑๘๖-๗. สมถกฺขนฺธเก เอวมตฺโถ เวทิตพฺโพติ โยชนา. ฉ มาติกาปทานีติ วากฺยมฺปิ สมาโสปิ ยุตฺโตเยว. ตตฺถ สมาโส ปน อสมาหารทิคุเยว. ‘‘นิกฺขิปิตฺวา’’ติ ปทํ ‘‘วุตฺโต’’ติ ปเท ปุพฺพกาลกิริยาวิเสสนํ, ตุลฺยตฺโถ วา. วิตฺถาโรติ วิภงฺโค. ตตฺถาติ วิภงฺเค. สญฺญาเปตีติ เอตฺถ สญฺญํ กตฺวา ชานาเปตีติ อตฺถํ ปฏิกฺขิปนฺโต อาห ‘‘ปริโตเสตฺวา ชานาเปตี’’ติ. อิมินา สํปุพฺโพ ญาธาตุ ปริโตสนตฺถํ อนฺโตกตฺวา อวโพธนตฺโถ โหตีติ ทสฺเสติ. การณปติรูปกานีติ การณสฺส ปฏิภาคานิ. นิชฺฌาเปตีติ เอตฺถ เฌธาตุ โอโลกนตฺโถติ อาห ‘‘โอโลเกตี’’ติ. ยถาติ เยนากาเรน, กริยมาเนติ สมฺพนฺโธ. โสติ ธมฺมวาที. ปรโตปิ เอเสว นโย. ‘‘ปุนปฺปุน’’นฺติ อิมินา อนุเปกฺขตีติ เอตฺถ อนุสทฺโท น อุปจฺฉินฺนตฺโถติ ทสฺเสติ. เปกฺขติ อนุเปกฺขตีติ เอตฺถ อิกฺขธาตุ ‘‘ทสฺเสติ อนุทสฺเสตี’’ติ เอตฺถ ทิสธาตุยา สทิสตฺโถติ อาห ‘‘ทสฺเสติ…เป… ปริยายวจนานี’’ติ. เตสญฺเญวาติ ‘‘เปกฺขติ อนุเปกฺขตี’’ติ ปทานญฺเญว. ปริยายวจนานีติ เววจนสทฺทา อตฺเถ ปริพฺยตฺตึ อยนฺติ คจฺฉนฺติ อิเมหีติ ปริยายานิ, ตานิเยว วจนานิ ปริยายวจนานิ. โสติ อธมฺมวาที. โมเหตฺวาติ ธมฺมวาทีปุคฺคลาทึ โมหาเปตฺวา.
๑๘๘. ธมฺมวาที ปุคฺคโล ทสฺเสตีติ สมฺพนฺโธ. อโมเหตฺวาติ อธมฺมวาทีปุคฺคลาทึ อโมหาเปตฺวา, อวิปรีตํ ชานาเปตฺวาติ อตฺโถ.
๒. สติวินยกถา
๑๙๕. ปรมฺมุขํ วิเนติ วินาเสตีติ วินโย, ปรมฺมุขํ วิเนติ วินาเสติ อเนนาติ วา วินโย, วินยกมฺมํ. สงฺฆธมฺมวินยปุคฺคลสมฺมุขานํ ทาตพฺโพ วินโย สมฺมุขาวินโย. ปญฺจิมานีติ เอตฺถ ปญฺจนฺนํ สรูปํ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘สุทฺธสฺสา’’ติอาทิ. อนุวทิตสฺส ทานนฺติ สมฺพนฺโธ. เอตานีติ ปญฺจ องฺคานิ. ‘‘เอเกกองฺควเสน น ลพฺภนฺตี’’ติ อิมินา สมุทายวากฺยนิพฺพตฺติภาวโต ปญฺจงฺควเสเนว ลพฺภนฺตีติ ทสฺเสติ. เทสนามตฺตเมเวตนฺติ ‘‘ปญฺจิมานี’’ติ เอตํ วจนํ เทสนามตฺตเมว, น อวยววากฺยนิพฺพตฺติวจนนฺติ อธิปฺปาโย. ธมฺมนฺติ ภูตํ. เอตฺถาติ ‘‘ปญฺจิมานิ ภิกฺขเว’’ติอาทิวจเน. ตตฺถ จาติ ‘‘ปญฺจิมานิ ภิกฺขเว’’ติอาทิวจเน จ. อนุวทนฺตีติ เอตฺถ อนุทฺธํสเนน วทนฺตีติ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘โจเทนฺตี’’ติ. อยํ ปน สติวินโย ทาตพฺโพติ สมฺพนฺโธ. อนาคามิโนปีติ ปิสทฺโท สมฺภาวเน, สกทาคามิอาทิเก ปน กา นาม กถาติ ทสฺเสติ. โส จ โขติ สติวินโย จ. โจทิยมาเนเยวาติ โจทิยมานสฺเสว, อยเมว วา ปาโฐ. ตสฺมินฺติ สติวินยสฺมึ ทินฺเนติ สมฺพนฺโธ. อโจทิตตฺตา กถา น รูหตีติ อาห ‘‘โจเทนฺโตปี’’ติอาทิ. อาปชฺชตีติ โจทโก อาปชฺชติ. โจทนาทิอสารุปฺเป วิเนติ วินาเสตีติ วินโย, วิเนติ วินาเสติ อเนนาติ วา วินโย, วินยกมฺมํ. สติเวปุลฺลปตฺตสฺส ทาตพฺโพ วินโย สติวินโย.
๓. อมูฬฺหวินยกถา
๑๙๖. ภาสิตปริกนฺตนฺติ เอตฺถ ภาสิตปริกนฺตสทฺทานํ กรณาเปกฺขตฺตา วิสุํ กรณํ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘วาจาย ภาสิตํ, กาเยน ปริกนฺต’’นฺติ. ‘‘ปริกฺกเมตฺวา กต’’นฺติ อิมินา ปริกมตีติ ปริกนฺตํ, ปริกนฺตํ หุตฺวา กตํ ปริกนฺตนฺติ วจนตฺถํ ทสฺเสติ. ปริกฺกเมตฺวาติ อติกฺกมิตฺวา. สรตายสฺมาติ เอตฺถ อุการโลปสนฺธึ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘สรตุ อายสฺมา’’ติ. ‘‘เอวรูปิยา อาปตฺติยา’’ติ อิมินา อาปชฺชิตาติ เอตฺถ ตุปจฺจยโยคภาวโต กมฺมตฺถฉฏฺฐิยาปิ สมฺภวภาวํ ทสฺเสติ. ตุปจฺจยโยเค กมฺมตฺถฉฏฺฐี อนิจฺจํ โหติ, ตสฺมา ปาฬิยํ ‘‘เอวรูปิยา อาปตฺติยา’’ติ กมฺมตฺถฉฏฺฐีภาเวน อวตฺวา ‘‘เอวรูปึ อาปตฺติ’’นฺติ กมฺมตฺถทุติยาภาเวน วุตฺตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. ตสฺสาติ ‘‘อาปชฺชิตฺวา’’ติ ปาฐสฺส. ‘‘ปฐมํ ปจฺฉา’’ติ ปเทหิ อธิปฺปายตฺถํ ทสฺเสติ. โจทกสฺส กถํ วิเนติ วินาเสตีติ วินโย, โจทกสฺส กถํ วิเนติ วินาเสติ อเนนาติ วา วินโย. ปฐมํ มูฬฺหภาวํ อุปคนฺตฺวา ปจฺฉา อมูฬฺหสฺส ทาตพฺโพ วินโย อมูฬฺหวินโย.
๔. ปฏิญฺญาตกรณกถา
๒๐๐. ปฏิชานิยเต, ปฏิชานนํ วา ปฏิญฺญา, ตาย กาเรตพฺพํ.
๕. เยภุยฺยสิกากถา
๒๐๒. เยภุยฺยสิกาติ เอตฺถ เยภุยฺเยน ปวตฺตา เยภุยฺยสิกา, ธมฺมวาทีนํ เยภุยฺยตาสมฺปาทิกา กิริยาติ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘ยสฺสา กิริยายา’’ติอาทิ. ตตฺถ ยสฺสา กิริยายาติ ยสฺสา เยภุยฺยตาสมฺปาทิกาย กิริยาย. เอสาติ เยภุยฺยตาสมฺปาทิกา กิริยา.
๒๐๔. โอรมตฺตกนฺติ เอตฺถ โอรสทฺโท จ มตฺตสทฺโท จ สมูหํ กตฺวา ปริตฺตวาจโก อปฺปมตฺตวาจโกติ อาห ‘‘ปริตฺตํ อปฺปมตฺตก’’นฺติ. ‘‘ภณฺฑนมตฺตเมวา’’ติ อิมินา น มหนฺตํ วิวาทาธิกรณํ โหตีติ ทสฺเสติ. น จ คติคตนฺติ เอตฺถ จิรกาลภาวํ น จ คตนฺติ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘เทฺว ตโย…เป… อวินิจฺฉิต’’นฺติ. ตตฺถ ตตฺเถวาติ ตสฺมึ ตสฺมึ วิวาทาธิกรณชาตอาวาเส เอว, น จ สริตสาริตปทานํ สุทฺธการิตกิริยภาวํ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘สยํ สริตํ วา อญฺเญหิ สาริตํ วา น โหตี’’ติ. เตหิ ภิกฺขูหีติ วิวาทการเกหิ ภิกฺขูหิ. ‘‘สลากํ คาเหนฺโต’’ติ อิมินา ‘‘ชานาตี’’ติ ปทสฺส กตฺตารํ ทสฺเสติ. อิมินา นีหาเรนาติ อิมินา การเณน. อปิ นามาติ อิมินา อปฺเปวนามสทฺโท อปินามปริยาโยติ ทสฺเสติ. อสฺสูติ ภเวยฺยุํ. อิมินา ‘‘ปาฬิยํ อธมฺมวาที พหุตรา ภเวยฺยุํ, อปฺเปว นาม สาธู’’ติ โยชนานยํ ทสฺเสติ. ‘‘อยมสฺส อชฺฌาสโย โหตี’’ติ อิมินา ปาฐเสสํ ทสฺเสติ. อสฺสาติ สลากคาหสฺส. ทฺวีสุปีติ ‘‘ชานาติ สงฺโฆ ภิชฺชิสฺสตี’’ติ จ ‘‘อปฺเปว นาม สงฺโฆ ภิชฺเชยฺยา’’ติ จ ทฺวีสุปิ ปเทสุ.
‘‘อธมฺเมน คณฺหนฺตี’’ติ เอตฺถ ‘‘คณฺหนฺตี’’ติ กิริยาปทสฺส อธมฺมวาทิโน เอว กตฺตา นามาติ อาห ‘‘อธมฺมวาทิโน’’ติ. ‘‘เทฺว ธมฺมวาทิโน’’ติ อิมินา ‘‘วคฺคา คณฺหนฺตี’’ติ เอตฺถ ‘‘คณฺหนฺตี’’ติ กิริยาปทสฺส ธมฺมวาทิโน เอว กตฺตา นามาติ ทสฺเสติ. น จ ยถาทิฏฺฐิยา คณฺหนฺตีติ เอตฺถ ธมฺมวาทิโน หุตฺวา ธมฺมวาทิสลากํ อคฺคเหตฺวา อธมฺมวาทิสลากสฺส คหณํ น จ ยถาทิฏฺฐิยา คณฺหนฺติ นามาติ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘ธมฺมวาทิโน หุตฺวา’’ติอาทิ. ปฏิวตฺเตตฺวาติ อิมเมวตฺถํ ปฏิเสเธตฺวา. ‘‘ปริวตฺเตตฺวา’’ติปิ ปาโฐ, เหฏฺฐุปริยายํ กตฺวาติ อตฺโถ. เตติ ธมฺมวาทิโน. เอตฺถาติ สมถกฺขนฺธเก.
๖. ตสฺสปาปิยสิกากถา
๒๐๗. อสุจีติ เอตฺถ นตฺถิ สุจีนิ กายวจีกมฺมานิ เอตสฺสาติ อสุจีติ วจนตฺถํ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘อสุจีหิ กายวจีกมฺเมหิ สมนฺนาคโต’’ติ. เอเสว นโย อลชฺชีติ เอตฺถาปิ. สานุวาโทติ เอตฺถ อนุวาทอุปวาทสทฺทานํ ปริยายตฺตา วุตฺตํ ‘‘สอุปวาโท’’ติ. อิติ ปญฺจาติ อิมานิ ปญฺจ องฺคานิ. เอตฺถาติ ตสฺสปาปิยสิกกมฺเม. อิทนฺติ กมฺมํ วุจฺจตีติ สมฺพนฺโธ. หีติ วิตฺถาโร. โย ปุคฺคโล ปาปิโยติ โยชนา. ปาปุสฺสนฺนตายาติ ลามกุสฺสนฺนตาย. อิมินา อยญฺจ ปาโป อยญฺจ ปาโป, อยมิเมสํ วิเสเสน ปาโปติ ปาปิโยติ จ ปาปานํ อติสเยน ปาโปติ ปาปิโยติ จ วจนตฺโถ ทสฺสิโต. ตสฺสาติ ปุคฺคลสฺส. อิมินา ตสฺส ปาปิยสฺส กตฺตพฺพํ ตสฺสปาปิยสิกํ, ตเมว กมฺมํ ตสฺสปาปิยสิกกมฺมนฺติ วจนตฺถํ ทสฺเสติ. เกสุจิ โปตฺถเกสุ ยกาเร เทฺวภาโว อตฺถิ, โส อยุตฺโตเยว. ‘‘เยภุยฺยสิกา’’ติ เอตฺถ ยกาเร เทฺวภาวสฺส ทสฺสนโต เอตฺถาปิ เทฺวภาโว ยุตฺโต ภเวยฺยาติ ลิขนฺตีติ ทฏฺฐพฺพํ.
๗. ติณวตฺถารกาทิกถา
๒๑๒. กกฺขฬตาย วาฬตายาติ เอตฺถ กกฺขฬสฺส ภาโว กกฺขฬตา, วาฬสฺส ภาโว วาฬตาติ วจนตฺถํ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘กกฺขฬภาวาย เจว วาฬภาวาย จา’’ติ. อิมินา ตาปจฺจยสฺส สมูหตฺถญฺจ สฺวตฺถญฺจ ปฏิกฺขิปติ. ‘‘กกฺขฬตาย วาฬตายา’’ติ พฺยญฺชนโตเยว นานํ, น อตฺถโต. เภทายาติ เอตฺถ อญฺญสฺส เภทํ ปฏิกฺขิปนฺโต อาห ‘‘สงฺฆเภทายา’’ติ. คิลาเนปีติ ปิสทฺโท อญฺเญ ปน กา กถาติ ทสฺเสติ. ตตฺเถวาติ อธิกรณวูปสมฏฺฐาเนเยว. ‘‘เอกโต’’ติ อิมินา เอกชฺฌนฺติ ปทสฺส ‘‘เอกโต’’ติ ปเทน สมานตํ ทสฺเสติ, เอกสทฺทโต ชฺฌปจฺจโย จ โตปจฺจโย จ วิเสโส, ‘‘ติณวตฺถารกสทิสตฺตา’’ติ อิมินา สทิสูปจารํ ทสฺเสติ. ติเณหิ อวตฺถริตพฺพนฺติ ติณวตฺถารํ, คูถมุตฺตํ, ติณวตฺถารมิว ติณวตฺถารกํ. เอตฺถ อธิกรณเมว มุขฺยโต ลพฺภติ, สมโถ ปน ผลูปจารโต, สทิสตฺเถ กปจฺจโย. ตเมวตฺถํ ปากฏํ กโรนฺโต อาห ‘‘ยถา หี’’ติอาทิ. ฆฏฺฏิยมานํ คูถํ วา มุตฺตํ วาติ โยชนา. ‘‘ฆฏฺฏิยมาน’’นฺติ ปทํ เหตุอนฺโตคธวิเสสนํ, ‘‘พาธตี’’ติ อิมินา สมฺพนฺธิตพฺพํ. สุปฺปฏิจฺฉาทิตสฺส ปน อสฺส คูถมุตฺตสฺสาติ โยชนา. ‘‘สุปฺปฏิจฺฉาทิตสฺสา’’ติ ปทมฺปิ เหตุอนฺโตคธวิเสสนเมว, ‘‘น พาธตี’’ติ อิมินา สมฺพนฺธิตพฺพํ. ยํ อธิกรณํ สํวตฺตตีติ สมฺพนฺโธ. มูลานุมูลนฺติ มูลญฺจ อนุมูลญฺจ มูลานุมูลํ. ตนฺติ อธิกรณํ. อิมินา กมฺเมนาติ ติณวตฺถารกกมฺเมน. คูถํ ติเณหิ ปฏิจฺฉนฺนํ สุวูปสนฺตํ โหติ วิย ติณวตฺถารเกน ปฏิจฺฉนฺนํ สุวูปสนฺตํ โหตีติ โยชนา. อิตีติ ตสฺมา.
๒๑๓. ถุลฺลวชฺชนฺติ เอตฺถ ถุลฺลจฺจยสฺสาปิ ถุลฺลวชฺชตฺตา อิธ ปาราชิกสงฺฆาทิเสสเมวาธิปฺเปตนฺติ อาห ‘‘ปาราชิกญฺเจว สงฺฆาทิเสสญฺจา’’ติ. คิหิปฏิสํยุตฺตนฺติ เอตฺถ คิหีนํ ปฏิสํยุตฺตํ คิหิปฏิสํยุตฺตนฺติ วจนตฺถํ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘คิหีน’’นฺติอาทิ. ‘‘หีเนนา’’ติ ปทํ ‘‘ขุํสนวมฺภน’’ อิติ ปเทเนว สมฺพนฺธิตพฺพํ. ธมฺมิกปฏิสฺสเวสูติ นิมิตฺตตฺเถ ภุมฺมวจนํ.
๒๑๔. กมฺมวาจาปริโยสาเน วุฏฺฐิตา โหนฺตีติ สมฺพนฺโธ. ตตฺถาติ อธิกรณวูปสมฏฺฐาเน. อญฺญาวิหิตาปีติ อธิกรณวินิจฺฉยโต อญฺญสฺมึ ฐาเน จิตฺตํ อาวิหิตาปิ ฐปิตาปิ. อุปสมฺปทมณฺฑลโตติ อุปสมฺปทสีมพิมฺพโต, เย ปนาติ ภิกฺขู ปน, ทิฏฺฐาวิกมฺมํ กโรนฺตีติ วา อนาคตาติ วา นิสินฺนาติ วา สมฺพนฺโธ. เตหิ วาติ อธิกรณํ วินิจฺฉินนฺเตหิ ภิกฺขูหิ วา. ตตฺถาติ อธิกรณวินิจฺฉิตฏฺฐานํ. ฉนฺทํ ทตฺวาติ ฉนฺทํ สงฺฆสฺส ทตฺวา. ปริเวณาทีสูติอาทิสทฺเทน อาวาสาทโย สงฺคณฺหาติ. เตติ ภิกฺขู.
๘. อธิกรณกถา
๒๑๕. วิปจฺจตายาติ เอตฺถ วิการภาเวน ปตติ ปวตฺตตีติ วิปจฺจํ, จิตฺตทุกฺขํ, ตเทว วิปจฺจตา, ตทตฺถายาติ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘จิตฺตทุกฺขตฺถ’’นฺติ. ‘‘ผรุสวจน’’นฺติ อิมินา โวหาร สทฺโท วจนปริยาโยติ ทสฺเสติ. โย ตตฺถาติ เอตฺถ ตสทฺทสฺส วิสยํ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘เตสุ อนุวทนฺเตสู’’ติ. โย อุปวาโทติ โยชนา. ‘‘อนุวทนา’’ติ เอตํ ปทนฺติ โยชนา. อาการทสฺสนนฺติ อนุวทนสฺส อาการทสฺสนํ, ทสฺสนเหตุ วา. ‘‘ปุนปฺปุน’’นฺติ อิมินา อนุสมฺปวงฺกตาติ เอตฺถ อนุสทฺทสฺส น อุปจฺฉินฺนตฺถํ ทสฺเสติ. ตตฺเถวาติ อนุวทเน เอว. สมฺปวงฺกตาติ สมฺมา ปกาเรน นินฺนโปนปพฺภารตา. อพฺภุสฺสหนตาติ เอตฺถ อติเรกํ อุสฺสาหนตาติ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘กสฺมา’’ติอาทิ. อนุพลปฺปทานนฺติ เอตฺถ ปุนปฺปุนํ พลสฺส ปทานนฺติ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘ปุริมวจนสฺสา’’ติอาทิ.
กิจฺจยตาติ เอตฺถ ‘‘มา ปณฺฑิจฺจย’’นฺติอาทีสุ (ชา. ๒.๒๒.๑) วิย พฺยญฺชนวฑฺฒนวเสน ยการาคโมติ อาห ‘‘กิจฺจเมว กิจฺจย’’นฺติ. ‘‘อุภยํเปตํ สงฺฆสฺเสว อธิวจน’’นฺติ อิมินา กิจฺจกรณียสทฺโท กตฺตุวาจโกติ ทสฺเสติ, สงฺโฆ หิ กโรตีติ วจนตฺเถน กิจฺโจติ จ กรณีโยติ จ วุจฺจติ. ตสฺส ภาโว, กิจฺจยตา กรณียตาติ วุตฺเต สงฺฆกมฺมํเยว ลพฺภติ. เตน วุตฺตํ ‘‘อุภยํเปตํ สงฺฆกมฺมสฺเสว อธิวจน’’นฺติ. ยทิ กมฺมวาจโก ภเวยฺย, ‘‘กตฺตพฺพนฺติ กิจฺจํ, กรณีย’’นฺติ วุตฺเตเยว สงฺฆกมฺมสฺส ลภนโต ตาปจฺจโย สฺวตฺโถ ภเวยฺย. เอวญฺหิ สติ กิจฺจยสฺส ภาโว กิจฺจยตา กรณียสฺส ภาโว กรณียตาติ วจนตฺโถ น กตฺตพฺโพ ภเวยฺย, กโต จ, ตสฺมา น กมฺมวาจโกติ ทฏฺฐพฺพํ. ตสฺเสวาติ สงฺฆกมฺมสฺเสว. ตตฺถาติ อปโลกนาทีสุ จตูสุ กมฺเมสุ. สีมฏฺฐกสงฺฆนฺติ ‘‘อุปจารสีมาทีสุ ฐิตํ สงฺฆํ. โสเธตฺวาติ เอตฺถ โสธนํ นาม สีมฏฺฐกสงฺฆสฺส หตฺถปาสนยนํ, ฉนฺทารหานํ ฉนฺทสฺส อาหรณํ, สีมโต พหิกรณํ. ตเมวตฺถํ เอกเทสโต ทสฺเสตุํ วุตฺตํ ‘‘ฉนฺทารหานํ ฉนฺทํ อาหริตฺวา’’ติ. อปโลเกติ อาปุจฺฉติ อเนนาติ อปโลกนํ, ตํเยว กมฺมํ อปโลกนกมฺมํ. วุตฺตนเยเนวาติ ‘‘สีมฏฺฐกสงฺฆํ โสเธตฺวา’’ติอาทินา วุตฺตนเยเนว. ‘‘สุณาตุ เม’’ติอาทินา สงฺฆคณปุคฺคเล ญาเปติ เอตายาติ ญตฺติ, สาเยว กมฺมํ ญตฺติกมฺมํ, ญตฺติเยว ทุติยํ ญตฺติทุติยํ, ตเมว กมฺมํ ญตฺติทุติยกมฺมํ. เอตฺถ กิญฺจาปิ ญตฺติ ปฐมํ ฐปิตา, กมฺมวาจาเยว ทุติยา โหติ, ‘‘ผสฺสปญฺจมา’’ติอาทีสุ (ธาตุ. ๓๑๖) วิย ปน ปฏิโลมวเสน โวหารํ กตฺวา ‘‘ญตฺติทุติยา’’ติ วุตฺตํ. ผสฺสปญฺจมาติ เอตฺถ กิญฺจาปิ ธมฺมสงฺคณิยํ (ธ. ส. ๑ อาทโย) ‘‘ผสฺโส โหติ, เวทนา โหติ, สญฺญา โหติ, เจตนา โหติ, จิตฺตํ โหตี’’ติ ผสฺสํ ปฐมํ วุตฺตํ, ปฏิโลมวเสน ปน โวหารํ กตฺวา ‘‘ผสฺสปญฺจมา’’ติ ธาตุกถายํ วุตฺตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. เอเสว นโย ญตฺติ จตุตฺถกมฺเมปิ. เอกาย จ อนุสาวนายาติ ญตฺติโต อนุปจฺฉา สาเวตพฺพาติ อนุสาวนา, ตาย, ตีหิ จ อนุสาวนาหีติ ญตฺติโตอนุ ปจฺฉา, ปุนปฺปุนํ วา ติกฺขตฺตุํ สาเวตพฺพาติ อนุสาวนา, ตาหิ. ตตฺถาติ จตูสุ กมฺเมสุ.
อปโลเกตฺวาวาติ เอตฺถ เอวผลํ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘ญตฺติกมฺมาทิวเสน น กาตพฺพ’’นฺติ. ญตฺติกมฺมมฺปีติ ปิสทฺเทน น เกวลํ อปโลกนกมฺมเมว, อถ โข ญตฺติกมฺมมฺปีติ ทสฺเสติ. ญตฺติทุติยกมฺมํ ปนาติ เอตฺถ ปนสทฺโท วิเสสตฺถโชตโก, ปกฺขนฺตรโชตโก วา. ตตฺถาติ ทฺวีสุ กมฺเมสุ. ครุกานีติ อลหุกานิ. อวเสสานีติ ฉหิ กมฺเมหิ อวเสสานิ, เอวรูปานิ ลหุกกมฺมานีติ สมฺพนฺโธ. ‘‘อวเสสา’’ติปิ ปาโฐ, สมฺมุติโยติ สมฺพนฺโธ. อปโลเกตฺวาปีติ ปิสทฺโท ญตฺติทุติยกมฺมวาจํ สาเวตฺวาปีติ สมฺปิณฺเฑติ. อญฺญตฺถาโปหนํ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘ญตฺติกมฺมญตฺติจตุตฺถกมฺมวเสน ปน น กาตพฺพเมวา’’ติ. ญตฺติจตุตฺถกมฺมํ กาตพฺพนฺติ สมฺพนฺโธ. เอตฺถาติ สมถกฺขนฺธเก.
วิตฺถารโต ปน อาคโตเยวาติ สมฺพนฺโธ. เอเตสนฺติ จตุนฺนํ กมฺมานํ. ยํ ปน อตฺถชาตํ อนุตฺตานนฺติ สมฺพนฺโธ. ตตฺถาติ จตูสุ กมฺเมสุ. ตนฺติ อตฺถชาตํ. เอวนฺติ เอวํ กมฺมวคฺเคเยว วณฺณยมาเน. หีติ ลทฺธคุณโชตโก. สุวิญฺเญยฺยาติ สุเขน วิญฺญาตพฺพา.
๒๑๖. ปาฬิวเสเนวาติ น อฏฺฐกถาวเสนาติ อธิปฺปาโย.
๒๒๐. เยนาติ จิตฺตุปฺปาเทน. อิมินา วิวทนฺติ อเนนาติ วิวาโทติ วจนตฺถํ ทสฺเสติ. สมเถหิ จาติ จสทฺโท สมฺปิณฺฑนตฺโถ. เตน น เกวลํ วิวาโทเยว, อถ โข อธิกรณญฺจาติ สมฺปิณฺเฑติ, อถ วา สมเถหิ จาติ สมเถหิ เอว. อิมินา สมเถหิ อธิกรียติ วูปสมียตีติ อธิกรณนฺติ วจนตฺถํ ทสฺเสติ. วิวาโทเยว อธิกรณํ วิวาทาธิกรณํ. เอวมาทินา นเยนาติ อาทิสทฺเทน อนุทฺธํสเนน วทนฺติ อเนน จิตฺตุปฺปาเทนาติ อนุวาโทติอาทโย วจนตฺเถ สงฺคณฺหาติ.
๒๒๒. สนฺธายภาสิตวเสนาติ โลกวชฺชํ สนฺธาย ภาสิตสฺส วจนสฺส วเสน. สนฺธายภาสิตตฺถํ วิตฺถาเรนฺโต อาห ‘‘ยสฺมึ หี’’ติอาทิ. ตตฺถ ปถวิขณนาทิเก ยสฺมึ อาปตฺตาธิกรเณติ โยชนา. ตสฺมินฺติ กุสลจิตฺตงฺเค อาปตฺตาธิกรเณ. ตสฺมาติ ยสฺมา น สกฺกา วตฺตุํ, ตสฺมา. อิทนฺติ ‘‘นตฺถิ อาปตฺตาธิกรณํ กุสล’’นฺติ วจนํ, วุตฺตนฺติ สมฺพนฺโธ. สนฺธาย อวุตฺตํ ทสฺเสตฺวา สนฺธาย วุตฺตํ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘อิทํ ปน สนฺธาย วุตฺต’’นฺติ. ตตฺถ อิทํ ปนาติ การณํ ปน สนฺธายาติ สมฺพนฺโธ. ยํ อาปตฺตาธิกรณนฺติ โยชนา. ‘‘โลกวชฺช’’นฺติ ปเท ตุลฺยาธิกรณํ. โลกสฺมึ, โลเกหิ วา วชฺเชตพฺพนฺติ โลกวชฺชํ. ตนฺติ อาปตฺตาธิกรณํ. ตตฺถาติ อาปตฺตาธิกรเณ. วิกปฺโปติ วิวิธา กปฺปนํ, วิวิธตกฺโก วา. ยํ ปนาติ อาปตฺตาธิกรณํ ปน. ‘‘ปณฺณตฺติวชฺช’’นฺติ ปเท ตุลฺยาธิกรณํ. ภควโต ปญฺญตฺติยา เหตุภูตาย วชฺเชตพฺพนฺติ ปณฺณตฺติวชฺชํ. ตนฺติ อาปตฺตาธิกรณํ, อกุสลํ โหตีติ สมฺพนฺโธ. กิญฺจีติ อปฺปมตฺตกํ, อาปตฺตานาปตฺตึ อชานนฺตสฺส อาปชฺชนโตติ สมฺพนฺโธ. ตสฺมาติ ยสฺมา อพฺยากตํ โหติ, ตสฺมา. ตตฺถาติ ปณฺณตฺติวชฺชภูเต อาปตฺตาธิกรเณ. ‘‘อาปตฺตาธิกรณํ…เป… กุสล’’นฺติ อิทํ วจนํ วุตฺตนฺติ โยชนา.
ยทิ กุสลจิตฺโต อาปชฺชติ, อถ นนุ อาปตฺตาธิกรณํ กุลลนฺติ วตฺตพฺโพ ภเวยฺยาติ อาห ‘‘สเจ ปนา’’ติอาทิ. ยนฺติ อาปตฺตาธิกรณํ. ‘‘อิทํ วุจฺจติ…เป… กุสล’’นฺติ วเทยฺย สเจติ โยชนา. เอฬกโลมญฺจ ปทโสธมฺมญฺจ เอฬกโลมปทโสธมฺมานิ, ตานิ อาทีนิ เยสํ ตานีติ เอฬกโลมปทโสธมฺมาทีนิ, ตานิ สมุฏฺฐานานิ ยาสนฺติ เอฬกโลมปทโสธมฺมาทิสมุฏฺฐานา, ตาสํ อาปตฺตีนมฺปีติ สมฺพนฺโธ. ตตฺถาติ เอฬกโลมปทโสธมฺมาทิสมุฏฺฐานาสุ อาปตฺตีสุ. อาปตฺติยา องฺคนฺติ อาปตฺติยา การณํ. เอวํ อาปตฺติยา อนงฺคํ ทสฺเสตฺวา ตสฺสาเยว องฺคํ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘กายวจีวิญฺญตฺติวเสน ปนา’’ติอาทิ. ตตฺถ จลิตปฺปวตฺตานนฺติ จลิเตน เหตุภูเตน ปวตฺตานํ. อถ วา จลิโต จ กาโย, ปวตฺตา จ วาจาติ จลิตปฺปวตฺตา, ตาสํ จลิตปฺปวตฺตานํ กายวาจานํ. ตญฺจาติ กายวาจานํ อญฺญตรญฺจ. อพฺยากตนฺติ เอตฺถ อิติสทฺโท ปริสมาปนตฺโถ.
อยมตฺโถ เอวํ เวทิตพฺโพติ โยชนา. เตนาติ จิตฺเตน. ‘‘อิทํ…เป… สทฺธิ’’นฺติ อิมินา สญฺชานนฺโตติ เอตฺถ สํสทฺทสฺส สุนฺทรตฺถํ สห อากาเรน ทสฺเสติ. ‘‘วีติกฺกม…เป… กปฺเปตฺวา’’ติ อิมินา เจจฺจาติ ปทสฺส อตฺถํ สห วิเสสเนน ทสฺเสติ. ‘‘อุปกฺกมวเสน…เป… เปเสตฺวา’’ติ อิมินา อภิวิตริตฺวาติ ปทสฺส อตฺถํ ทสฺเสติ. ปาฬิยํ ยํสทฺโทวีติกฺกมวิสโยติ อาห ‘‘ยํ อาปตฺตาธิกรณํ วีติกฺกม’’นฺติ. ‘‘อาปชฺชตี’’ติ อิมินา ปาฐเสสํ ทสฺเสติ. เอวํ วีติกฺกมโต ตสฺส ภิกฺขุโนติ โยชนา.
อพฺยากตวาเรปีติ ปิสทฺโท อกุสลวารํ อเปกฺขติ. ตสฺสาติ จิตฺตสฺส. อชานนฺโตติอาทีนํ ปทานมตฺโถ อกุสลวาเร วุตฺตปฏิปกฺขวเสน เวทิตพฺโพ. ยํ อาปตฺตาธิกรณนฺติอาทีนํ ปทานมตฺโถ อกุสลวาเรน สทิโสเยว.
๒๒๔. อยํ วิวาโท โน อธิกรณนฺติอาทีสุ เอวมตฺโถ เวทิตพฺโพติ สมฺพนฺโธ.
๙. อธิกรณวูปสมนสมถกถา
๒๒๘. จตุวคฺคกรเณ กมฺเมติ สีมสมฺมุติอาทิกมฺเม. ปญฺจวคฺคกรเณติ ปจฺจนฺติเมสุ ชนปเทสุ อุปสมฺปทาทิกมฺเม. ทสวคฺคกรเณติ มชฺฌิเมสุ ชนปเทสุ อุปสมฺปทกมฺเม. วีสติวคฺคกรเณติ อพฺภานกมฺเม. กมฺมปฺปตฺตาติ กมฺมสฺส ปตฺตา ยุตฺตา อนุรูปา.
๒๓๐. สมฺปฏิจฺฉิตพฺพนฺติ ปฏิคฺคณฺหิตพฺพํ. สมฺปฏิจฺฉิตฺวา จ ปน อติกฺกาเมตพฺพนฺติ สมฺพนฺโธ. ภณฺฑกนฺติ จีวราทิภณฺฑกํ. มานนิคฺคหตฺถายาติ ภณฺฑนชาตานํ มานสฺส นิคฺคหตฺถาย. กติปาหนฺติ กติปยาหํ, ทฺวีหตีหนฺติ อตฺโถ.
๒๓๑. อนนฺตานิ เจว ภสฺสานีติ เอตฺถ อนนฺตสทฺโท อปริมาณสทฺเทน อตฺถโต เอโกติ อาห ‘‘อปริมาณานี’’ติ. ‘‘วจนานี’’ติ อิมินา ภสฺสสทฺโท วจนปริยาโยติ ทสฺเสติ. อุพฺพาหิกาย สมฺมนิตพฺโพติ เกน สมฺมนิตพฺโพติ อาห ‘‘อปโลเกตฺวา วา’’ติอาทิ. อิมินา อปโลกนกมฺเมน วา ญตฺติทุติยกมฺเมน วา สมฺมนิตพฺโพติ ทสฺเสติ. อนนฺตานิ ภสฺสานิ ธมฺมกถิกํ อุทฺธริตฺวา พาหติ ปฏิเสเธติ อิมาย สมฺมุติยาติ อุพฺพาหิกา, ตาย. เอวํ สมฺมเตหิ ปน ภิกฺขูหิ วินิจฺฉิตพฺพนฺติ สมฺพนฺโธ. วิสุํ นิสีทิตฺวา ตสฺสาเยว ปริสาย นิสีทิตฺวา วาติ โยชนา. อญฺเญหีติ สมฺมตภิกฺขูหิ อญฺเญหิ.
๒๓๓. ตตฺรสฺสาติ เอตฺถ ตตฺร อสฺสาติ ปทวิภาคํ กตฺวา ตสทฺโท ปริสวิสโย ปสิทฺธวิสโย, อสฺสสทฺโท อาขฺยาติโกติ อาห ‘‘ตสฺสํ ปริสติ ภเวยฺยา’’ติ. ‘‘เนว สุตฺตํ อาคต’’นฺติ สามญฺญโต วุตฺเตปิ ‘‘โน สุตฺตวิภงฺโค’’ติ วกฺขมานตฺตา มาติกํ สนฺธาย วุตฺตนฺติ อาห ‘‘น มาติกา อาคตา’’ติ. วินโยปีติ ขนฺธกวินโยปิ. ปิสทฺเทน สุตฺตวิภงฺคํ อเปกฺขติ. พฺยญฺชนจฺฉายายาติ เอตฺถ ฉายาสทฺโท ปฏิพิมฺเพ จ ปภาย จ โหตีติ อาห ‘‘พฺยญฺชนมตฺตเมวา’’ติ, พฺยญฺชนปฏิพิมฺพิกพฺยญฺชนปภาวนฺตภูตํ อตฺถํ อคฺคเหตฺวา พฺยญฺชนปฏิพิมฺพพฺยญฺชนปภามตฺตเมว คเหตฺวาติ อธิปฺปาโย. ‘‘ปฏิเสเธตี’’ติ อิมินา ปฏิพาหสทฺโท ปฏิเสธตฺโถเยว, น มทฺทนตฺโถติ ทสฺเสติ. ปฏิพาหนาการํ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘ชาตรูปรชตเขตฺตวตฺถุปฏิคฺคหณาทีสู’’ติอาทิ. กินฺติ เกน การเณน, กสฺมา การณา วา. อิเมติ ชาตรูปาทิปฏิคฺคาหเก ภิกฺขู. กาเรถาติ ตุเมฺห กาเรยฺยาถ. เอยฺยาถสฺส หิ เอถาเทโส. ปุจฺฉายํ สตฺตมีวิภตฺติ โหติ. สุตฺเตติ สุตฺตนฺตปิฏเก. อปโร ธมฺมกถิโก วทตีติ สมฺพนฺโธ. อิเมสนฺติ โอลมฺเพตฺวา นิวาเสนฺตานํ. เอตฺถาติ โอลมฺเพตฺวา นิวาสเน.
๒๓๔. พหุตรา ภิกฺขูติ เอตฺถ ทฺวิคุณติคุณาทินา อธิกา เอว พหุตรา นามาติ อาห ‘‘เอเกนปิ อธิกา พหุตราวา’’ติ. ‘‘โก ปน วาโท’’ติอาทินา ‘‘เอเกนปี’’ติ เอตฺถ ปิสทฺทสฺส ครหตฺถํ ทสฺเสติ.
ติวิธสลากคฺคาหกถา
๒๓๕. สญฺญตฺติยาติ เอตฺถ สญฺญาปนํ สญฺญตฺติ, ตทตฺถายาติ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘สญฺญาปนตฺถายา’’ติ. คูหิตพฺโพติ คูโฬฺห, โสเยว คูฬฺหโก, สลากคฺคาโห กาตพฺโพติ สมฺพนฺโธ. วิวริตพฺโพติ วิวโฏ, โสเยว วิวฏโก. สสฺส อตฺตโน กณฺณสมีเป ชปฺปียติ กถียตีติ สกณฺณชปฺโป, โสเยว สกณฺณชปฺปโก. ‘‘นิมิตฺตสญฺญํ อาโรเปตฺวา’’ติ อิมินา วณฺณาวณฺณาโย กตฺวาติ เอตฺถ วณฺณสทฺโท สณฺฐานวาจโกติ ทสฺเสติ. สุสณฺฐานทุสณฺฐานา สลากาโย กตฺวาติ อตฺโถ. ตโตติ วิสภาคกรณโต ปรํ คเหตพฺโพติ สมฺพนฺโธ. สพฺพาปิ ตา สลากาโยติ โยชนา. กตฺวาติ ปกฺขิปนํ กตฺวา. วุตฺตนเยนาติ ‘‘อลชฺชุสฺสนฺนายา’’ติอาทินา วุตฺตนเยน. ‘‘ยาวตติย’’นฺติ อิมินา ปจฺจุกฺกฑฺฒิตพฺพนฺติ เอตฺถ ปุนปฺปุนํ อุทฺธํ กฑฺฒิตพฺพนฺติ อตฺถํ ทสฺเสติ. อติเรกชาเตติ อธมฺมวาทีหิ อติเรกโต ชาเต สตีติ สมฺพนฺโธ. ยาวตติยมฺปีติ ปิสทฺโท ตโต อูเน เอกเทฺววาเร ปน กา นาม กถาติ ทสฺเสติ.
สกณฺณชปฺปเก ปน เอวํ วินิจฺฉโย เวทิตพฺโพติ โยชนา. สเจ สงฺฆตฺเถโร คณฺหาตีติ สมฺพนฺโธ. โสติ สงฺฆตฺเถโร. วโยอนุปฺปตฺตาติ ปจฺฉิมวยํ อนุปฺปตฺตา. เอตนฺติ อธมฺมวาทิสลากํ. อสฺสาติ สงฺฆตฺเถรสฺส. อิตรา สลากาติ อธมฺมวาทิสลากาหิ อญฺญา ธมฺมวาทิสลากา. โสติ สงฺฆตฺเถโร. ตนฺติ ธมฺมวาทิสลากํ. ตโตติ เนว อวพุชฺฌนการณา. วุตฺตนยเมวาติ คูฬฺหเก วุตฺตนยเมว. วิวโฏ อตฺโถ อิมสฺสาติ วิวฏตฺโถ.
ตสฺสปาปิยสิกาวินยกถา
๒๓๘. ปาราชิกสามนฺตํ นามาติ ปาราชิกสฺส อาสนฺนํ นาม. อทินฺนาทานาทีสูติ อาทิสทฺเทน มนุสฺสวิคฺคห อุตฺตริมนุสฺสธมฺมปาราชิเก สงฺคณฺหาติ. นิพฺเพฐยมานนฺติ เวฐนรหิตํ, ตเมนํ ภิกฺขุนฺติ สมฺพนฺโธ. อิมินา นิพฺเพเฐนฺตนฺติ เอตฺถ อนฺตสทฺโท มานสทฺทปริยาโยติ ทสฺเสติ. อติเวเฐตีติ เอตฺถ เกหิ อติเวเฐตีติ อาห ‘‘อิงฺฆายสฺมาติอาทิวจเนหี’’ติ. เตนาติ โจทเกน. มนฺติ มมํ. อาหาติ จุทิตโก อาห. เอตสฺสาติ อวชานนปฏิชานนาทิการกสฺส ปาปิยสฺส ปุคฺคลสฺส. สีลวา ภวิสฺสตีติ ปาปิโย ปุคฺคโล สเจ สีลวา ภวิสฺสติ. ปฏิปฺปสฺสทฺธินฺติ ปาปิยภาวโต ปฏิปฺปสฺสมฺภนํ. โน เจติ สีลวา โน ภวิสฺสติ เจ. ตถา นาสิโตติ เตน ตสฺส ปาปิยสิกกมฺมกรเณน นาสํ คโต ภวิสฺสติ. สพฺพตฺถาติ สพฺพสฺมึ สมถกฺขนฺธเก.
อิติ สมถกฺขนฺธกวณฺณนาย โยชนา สมตฺตา.