๗. ติณวตฺถารกาทิกถา

๒๑๒. กกฺขฬตาย วาฬตายาติ เอตฺถ กกฺขฬสฺส ภาโว กกฺขฬตา, วาฬสฺส ภาโว วาฬตาติ วจนตฺถํ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘กกฺขฬภาวาย เจว วาฬภาวาย จา’’ติ. อิมินา ตาปจฺจยสฺส สมูหตฺถญฺจ สฺวตฺถญฺจ ปฏิกฺขิปติ. ‘‘กกฺขฬตาย วาฬตายา’’ติ พฺยญฺชนโตเยว นานํ, น อตฺถโต. เภทายาติ เอตฺถ อญฺญสฺส เภทํ ปฏิกฺขิปนฺโต อาห ‘‘สงฺฆเภทายา’’ติ. คิลาเนปีติ ปิสทฺโท อญฺเญ ปน กา กถาติ ทสฺเสติ. ตตฺเถวาติ อธิกรณวูปสมฏฺฐาเนเยว. ‘‘เอกโต’’ติ อิมินา เอกชฺฌนฺติ ปทสฺส ‘‘เอกโต’’ติ ปเทน สมานตํ ทสฺเสติ, เอกสทฺทโต ชฺฌปจฺจโย จ โตปจฺจโย จ วิเสโส, ‘‘ติณวตฺถารกสทิสตฺตา’’ติ อิมินา สทิสูปจารํ ทสฺเสติ. ติเณหิ อวตฺถริตพฺพนฺติ ติณวตฺถารํ, คูถมุตฺตํ, ติณวตฺถารมิว ติณวตฺถารกํ. เอตฺถ อธิกรณเมว มุขฺยโต ลพฺภติ, สมโถ ปน ผลูปจารโต, สทิสตฺเถ กปจฺจโย. ตเมวตฺถํ ปากฏํ กโรนฺโต อาห ‘‘ยถา หี’’ติอาทิ. ฆฏฺฏิยมานํ คูถํ วา มุตฺตํ วาติ โยชนา. ‘‘ฆฏฺฏิยมาน’’นฺติ ปทํ เหตุอนฺโตคธวิเสสนํ, ‘‘พาธตี’’ติ อิมินา สมฺพนฺธิตพฺพํ. สุปฺปฏิจฺฉาทิตสฺส ปน อสฺส คูถมุตฺตสฺสาติ โยชนา. ‘‘สุปฺปฏิจฺฉาทิตสฺสา’’ติ ปทมฺปิ เหตุอนฺโตคธวิเสสนเมว, ‘‘น พาธตี’’ติ อิมินา สมฺพนฺธิตพฺพํ. ยํ อธิกรณํ สํวตฺตตีติ สมฺพนฺโธ. มูลานุมูลนฺติ มูลญฺจ อนุมูลญฺจ มูลานุมูลํ. ตนฺติ อธิกรณํ. อิมินา กมฺเมนาติ ติณวตฺถารกกมฺเมน. คูถํ ติเณหิ ปฏิจฺฉนฺนํ สุวูปสนฺตํ โหติ วิย ติณวตฺถารเกน ปฏิจฺฉนฺนํ สุวูปสนฺตํ โหตีติ โยชนา. อิตีติ ตสฺมา.

๒๑๓. ถุลฺลวชฺชนฺติ เอตฺถ ถุลฺลจฺจยสฺสาปิ ถุลฺลวชฺชตฺตา อิธ ปาราชิกสงฺฆาทิเสสเมวาธิปฺเปตนฺติ อาห ‘‘ปาราชิกญฺเจว สงฺฆาทิเสสญฺจา’’ติ. คิหิปฏิสํยุตฺตนฺติ เอตฺถ คิหีนํ ปฏิสํยุตฺตํ คิหิปฏิสํยุตฺตนฺติ วจนตฺถํ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘คิหีน’’นฺติอาทิ. ‘‘หีเนนา’’ติ ปทํ ‘‘ขุํสนวมฺภน’’ อิติ ปเทเนว สมฺพนฺธิตพฺพํ. ธมฺมิกปฏิสฺสเวสูติ นิมิตฺตตฺเถ ภุมฺมวจนํ.

๒๑๔. กมฺมวาจาปริโยสาเน วุฏฺฐิตา โหนฺตีติ สมฺพนฺโธ. ตตฺถาติ อธิกรณวูปสมฏฺฐาเน. อญฺญาวิหิตาปีติ อธิกรณวินิจฺฉยโต อญฺญสฺมึ ฐาเน จิตฺตํ อาวิหิตาปิ ฐปิตาปิ. อุปสมฺปทมณฺฑลโตติ อุปสมฺปทสีมพิมฺพโต, เย ปนาติ ภิกฺขู ปน, ทิฏฺฐาวิกมฺมํ กโรนฺตีติ วา อนาคตาติ วา นิสินฺนาติ วา สมฺพนฺโธ. เตหิ วาติ อธิกรณํ วินิจฺฉินนฺเตหิ ภิกฺขูหิ วา. ตตฺถาติ อธิกรณวินิจฺฉิตฏฺฐานํ. ฉนฺทํ ทตฺวาติ ฉนฺทํ สงฺฆสฺส ทตฺวา. ปริเวณาทีสูติอาทิสทฺเทน อาวาสาทโย สงฺคณฺหาติ. เตติ ภิกฺขู.