๒๑๔. ภณฺฑาคารสมฺมุติอาทิกถา

๓๔๓. โย วิหาโร วา โย อฑฺฒโยโค วา โหติ, โส วิหาราทิโก สมฺมนิตพฺโพติ โยชนา. ‘‘อารามิกสามเณราทีหี’’ติ ปทํ วิวิตฺตตฺเถ อปาทานํ, กรณมฺปิ ยุชฺชติ. ปจฺจนฺตเสนาสนํ ปน น สมฺมนิตพฺพํ โจราทิอุปทฺทวตฺตา. วิหารมชฺเฌเยวาติ ภณฺฑาคารวิหารมชฺเฌเยว.

ยสฺสาติ ภณฺฑาคารสฺส. อิทํ ปทํ ‘‘ฉทนาทีสู’’ติ ปเท สามี, ‘‘นตฺถี’’ติ ปเท สมฺปทานํ. ยสฺส ปนาติ ภณฺฑาคารสฺส ปน. ยตฺถ กตฺถจีติ ยสฺมึ กสฺมึจิ ฐาเน. เยนาติ ปติตเหตุนา. มูสิตฺวา ขาทตีติ มูสิโก. อาทิสทฺเทน โคธามงฺคุสาทโย สงฺคณฺหาติ. อุป ภุสํ, อุปคุหิตฺวา วา จินนฺตีติ อุปจิกา. ตนฺติ โอวสฺสนาทึ. หีติ สจฺจํ, ยสฺมา วา. เอวนฺติอาทิ นิคมนํ.

จีวรปฏิคฺคาหกาทีหีติ อาทิสทฺเทน จีวรนิทหกภณฺฑาคาริเก สงฺคณฺหาติ. ตตฺถาติ เตสุ. จีวรปฏิคฺคาหเกน น คณฺหิตพฺพนฺติ สมฺพนฺโธ. ตาวาติ จีวรนิทหกภณฺฑาคาริกานํ, เตหิ วา ปฐมํ. ยํ ยนฺติ จีวรํ. ตเถวาติ ยถา วิสุํ วิสุํ กตฺวา คณฺหติ, ตเถว. จีวรนิทหเกนาปีติ ปิสทฺโท น เกวลํ ปฏิคฺคาหเกเนว, อถ โข นิทหเกนปีติ สมฺปิณฺเฑติ. ตเถวาติ ยถา นิทหโก อาจิกฺขติ, ตเถว. ตโตติ เตหิ จีวเรหิ, วิภตฺตอปาทานํ, เตสุ จีวเรสุ วา นิทฺธารณํ. ตเทวาติ สงฺเฆน วุตฺตจีวรเมว.

อิตีติอาทิ นิคมนํ. ภควตา อนุญฺญาโตติ สมฺพนฺโธ. ภณฺฑาคารนฺติ ภณฺฑสฺส ฐปโนกาสํ อคารํ. ภณฺฑาคาริโกติ ภณฺฑาคาเร นิยุตฺโต. พาหุลฺลิกตายาติ ปจฺจยพาหุลฺเลน นิยุตฺตภาวตฺถํ. เอวํ สนฺเต กิมตฺถาย อนุญฺญาโตติ อาห ‘‘อปิ จา’’ติอาทิ. อนุคฺคหาย อนุญฺญาโตติ สมฺพนฺโธ. หีติ วิตฺถาโร. เนว ชาเนยฺยุนฺติ โยชนา. เทฺว เทฺว วา จีวเรติ สมฺพนฺโธ. สงฺคหํ กาตุนฺติ สงฺเฆน สงฺคหํ กาตุํ.

น วุฏฺฐาเปตพฺโพติ เอตฺถ อตฺถุทฺธารวเสน อญฺเญปิ อวุฏฺฐาปนีเย ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘อญฺเญปี’’ติอาทิ. หีติ วิตฺถาโร. ตตฺถาติ จตูสุ. สงฺโฆ ปน เทตีติ สมฺพนฺโธ. อุปการตาย จาติ สงฺฆสฺส อุปการตาย จ. เอตฺถ จ ปุริเมสุ ตีสุ เอโกเยว เหตุ, ปจฺฉิเม ปน เทฺว เหตโวติ ทฏฺฐพฺพํ.

สมฺมุขีภูเตนาติ อญฺญมญฺญสฺส มุเข สํวิชฺชมาโน, สนฺนิปติโต วา สมฺมุโข, สมฺมุโข หุตฺวา ภูโต สมฺมุขีภูโต. ภูสทฺทโยคตฺตา อการสฺสีกาโร โหติ, อนฺโตอุปจารสีมายํ ฐิโต สงฺโฆ. ตมตฺถํ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘อนฺโตอุปจารสีมายํ ฐิเตนา’’ติ. โกลาหลนฺติ พหุชเนหิ สนฺนิปติตฺวา เอกโต กตํ อพฺยตฺตสทฺทํ. ตทาการํ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘อมฺหาก’’นฺติอาทิ. ‘‘จีวรภาชเกสู’’ติอาทินา อคติคมนาการํ ทสฺเสติ, ตํ สุวิญฺเญยฺยเมว. ตุลาภูโตติ ตุลาย สทิโส หุตฺวา ภูโต, ตุลาย สทิสภาวํ ปตฺโต วา. มชฺฌตฺโตติ มชฺเฌ ฐิโต อตฺตา สภาโว เอตสฺสาติ มชฺฌตฺโต.

อิทนฺติ จีวรํ. ฆนนฺติ นิรนฺตรํ. ตนุกนฺติ วิรฬํ. เอตฺถ ‘‘อุจฺจินิตฺวา’’ติ อิมินา วตฺถสฺส ปมาเณน อุจฺจินนํ ทสฺเสติ. ‘‘ตุลยิตฺวา’’ติ อิมินา อคฺเฆน ตุลนํ ทสฺเสติ. วณฺณาวณฺณํ กตฺวาติ วณฺณญฺจ อวณฺณญฺจ ขุทฺทกญฺจ ปมาณํ, มหนฺตญฺจ ปมาณํ กตฺวาติ อตฺโถ. เอกจฺจานิ จีวรานิ อปฺปคฺฆานิ โหนฺติ, เอกจฺจานิ มหคฺฆานีติ วุตฺตํ โหติ. ทสทสอคฺฆนกนฺติ ทสหิ ทสหิ กหาปเณหิ อคฺฆนกํ. ยนฺติ จีวรํ, พนฺธิตฺวาติ นวคฺฆนกํ เอกคฺฆนเกน, อฏฺฐคฺฆนกญฺจ ทฺวิอคฺฆนเกน พนฺธิตฺวาติ อตฺโถ. สเม ปฏิวีเสติ สมปมาเณ ปฏิวีเส ฐเปตฺวา, อิมินา ‘‘วณฺณาวณฺณ’’นฺติ เอตฺถ วณฺณสทฺโท ปมาณตฺโถติ ทีเปติ. ทส ทส ภิกฺขูติ อิทํ อุปลกฺขณวเสน วุตฺตํ อญฺเญนากาเรนาปิ คเณตุํ สกฺกุเณยฺยตฺตา. ภณฺฑิกนฺติ จีวรภณฺเฑน นิยุตฺตํ ปุฏํ. กุโสติ สลากทณฺโฑ.

อตฺติสฺสราติ อตฺตนาว อตฺตานํ อิสฺสรา. อญฺเญสํ วตฺตปฏิปตฺตินฺติ สมฺพนฺโธ. อุปฑฺฒภาโคติ ภิกฺขูนํ ลทฺธภาคโต อุปฑฺโฒ ภาโค. เย ปนาติ สามเณรา ปน. สมภาโคติ ภิกฺขูนํ ภาเคน สโม ภาโค. อิทญฺจาติ ‘‘อุปฑฺฒปฏิวีส’’นฺติ วจนญฺจ, กถิตนฺติ สมฺพนฺโธ. สมกเมวาติ ภิกฺขุสามเณรานํ สมปมาณเมว. ตตฺรุปฺปาทวสฺสาวาสิกนฺติ ตสฺมึ วิหาเร อุปฺปาเทน มูเลน อุปฺปาทิตํ วสฺสาวาสิกํ. ผาติกมฺมนฺติ วฑฺฒนกมฺมํ ‘‘ยตฺตเกน วินยาคเตน สมฺมุญฺชนิพนฺธนาทินา หตฺถกมฺเมน วิหารสฺส อูนตา น โหติ, ตตฺตกํ กตฺวาติ อตฺโถ. เอตนฺติ ผาติกมฺมํ กตฺวา คหณํ. หีติ สจฺจํ. เอตฺถาติ ตตฺรุปฺปาทวสฺสาวาสิกคหเณ. สพฺเพสนฺติ อขิลานํ ภิกฺขุสามเณรานํ. ภณฺฑาคาริกจีวเรปีติ ภณฺฑาคาเร ฐปิเต อกาลจีวเรปิ. ปิสทฺเทน ตตฺรุปฺปาทวสฺสาวาสิกมเปกฺขติ. สามเณรา อุกฺกุฏฺฐึ กโรนฺตีติ สมฺพนฺโธ. อปหริตกนฺติ หริตวิรหิตํ. รงฺคฉลฺลินฺติ รชนจฺฉวึ. เอตนฺติ อุกฺกุฏฺฐิกรณโต สมภาคทานํ, วุตฺตนฺติ สมฺพนฺโธ. เย จาติ สามเณรา จ. วิรชฺฌิตฺวา กโรนฺตีติ กตฺตพฺพกาเลสุ อกตฺวา ยถิจฺฉิตกฺขเณ กโรนฺติ. เตติ สามเณเร. สมปฏิวีโส ทาตพฺโพติ ‘‘กริสฺสามา’’ติ ปฏิญฺญาตมตฺเตน สโม ปฏิวีโส ทาตพฺโพ.

‘‘สกํ ภาคํ ทาตุ’’นฺติ อิทํ วุตฺตนฺติ สมฺพนฺโธ. กึ สนฺธาย วุตฺตนฺติ อาห ‘‘ภณฺฑาคารโต…เป… สนฺธายา’’ติ. ปหตายาติ ปหริตพฺพาย, ปหนิตพฺพาย วา. ตสฺมาติ ยสฺมา สนฺธาย วุตฺตํ, ตสฺมา. อนีหเฏสูติ ภณฺฑาคารโต อนีหริเตสุ. อิมสฺส ภิกฺขุโนติ อุตฺตริตุกามสฺส อิมสฺส ภิกฺขุโน. ตุลายาติ มาเนน.

เตสูติ สาฏเกสุ, เอโก สาฏโกติ โยชนา. สพฺเพสุ ปาติเตสูติ สมฺพนฺโธ. เอตฺตเกนาติ ทฺวาทสคฺฆนเกน. ตํ สุตฺวาติ ภิกฺขูนํ ตํ วจนํ สุตฺวา. สพฺพตฺถาติ สพฺพสฺมึ สงฺฆคณสนฺตเก. อนุปฺปทาเนน ขิปิยติ ปกฺขิปิยตีติ อนุกฺเขปนฺติ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘อนุกฺเขปํ นามา’’ติอาทิ. ยตฺตกํ อคฺฆนฺติ สมฺพนฺโธ. ตตฺตเกน อคฺเฆน อคฺฆนเกติ โยชนา. วิกลฺลกาติ วิกลสฺส ภาโว วิกลฺลํ, จีวรปุคฺคลานํ อปโหนกภาโว, ตเทว วิกลฺลกา. ‘‘ตตฺถา’’ติ ปาฐเสโส, เตสุ ทฺวีสุ วิกลฺลเกสูติ อตฺโถ. อตฺถีติ สํวิชฺชนฺติ, นิปาโตยํ. ฉินฺทนฺเตหิ จ ทาตพฺพานีติ สมฺพนฺโธ. ทาตพฺพานีติ จ ฉินฺทิตพฺพานิ. ทาสทฺโท หิ อวขณฺฑนตฺโถ. ทาตุนฺติ อวขณฺฑิตุํ. เอวนฺติอาทิ นิคมนํ. เอตฺถาติ เอเตสุ วิกลฺลเกสุ. ตนฺติ จีวรํ. อถาติ โตสิตโต ปรํ. ตตฺถาติ เอกสฺส ภิกฺขุโน โกฏฺฐาเส. สามณกนฺติ สมณสฺส อนุรูปํ. โยติ ภิกฺขุ. เตนาติ ปริกฺขาเรน. อิทมฺปีติ อญฺญํ สามณกสฺส ปริกฺขารสฺส ฐปนมฺปิ. ปิสทฺเทน ปุริมํ วตฺถฉินฺทนมเปกฺขติ.

วคฺคนฺติ สมูหํ. อฏฺฐ วา นว วา ภิกฺขู โหนฺตีติ โยชนา. เตสนฺติ อฏฺฐนฺนํ วา นวนฺนํ วา. เอวนฺติอาทิ นิคมนํ. อยํ อปโหนกภาโวติ โยชนา. ปุน จีวรสฺเสว วิกลฺลกภาวํ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘อถวา’’ติอาทิ. เอตฺถ ปุริมนเย จีวรสฺส จ ปุคฺคลสฺส จ วิกลฺลกํ โหติ, ปจฺฉิเม จีวรสฺเสวาติ อยเมเตสํ วิเสโส.