๑๕๗. โสณกุฏิกณฺณวตฺถุกถา

๒๕๗. เอเตนาติ ‘‘กุรรฆเร’’ติ ปาเฐน. อสฺสาติ มหากจฺจานสฺส. ปปาตนามเกติ ยสฺมา มหาตโฏ เอตฺถ อตฺถิ, ตสฺมา ปปาตนามโก โหติ. เอเตนาติ ‘‘ปปาตเก ปพฺพเต’’ติ ปาเฐน. อสฺสาติ มหากจฺจานสฺส. โกฏิอคฺฆนกํ ปิฬนฺธนํ กณฺเณ เอตสฺสตฺถีติ กุฏิกณฺโณติ วจนตฺถํ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘โกฏิอคฺฆนกํ ปนา’’ติอาทิ. ปิฬนฺธติ อเนนาติ ปิฬนฺธนํ, อลงฺกาโร. ทนฺตโช จตุตฺถกฺขโร. ‘‘ปสาทชนก’’นฺติ อิมินา ปสาทํ ชเนตีติ ปาสาทิโกติ วจนตฺถํ ทสฺเสติ. ปสาทนียนฺติ ปสาทิตพฺพํ, ปสาทิตุํ อรหนฺติ อตฺโถ. อตฺถวจนนฺติ อตฺโถ วุจฺจติ อเนนาติ อตฺถวจนํ. ปาฬิยํ อิทานิ โปตฺถเกสุ ‘‘ปสาทนีย’’นฺติ ปาโฐ นตฺถิ. ‘‘ปาสาทิก’’นฺติปทสฺส ปุพฺเพ ‘‘ทสฺสนีย’’นฺติ ปาโฐเยว อตฺถิ. อุตฺตมทมถสมถนฺติเอตฺถ ทมถสทฺทสฺส ญาณตฺถญฺจ อินฺทฺริยสํวรตฺถญฺจ สมถสทฺทสฺส สมาธตฺถญฺจ จิตฺตูปสมตฺถญฺจ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘อุตฺตมํ ทมถญฺจา’’ติอาทิ. จสทฺเทน ทฺวนฺทวากฺยํ ทสฺเสติ. วิสูกายิกวิปฺผนฺทิตานนฺติ วิสูกาย ปฏิปกฺขาย ปวตฺตานํ ทิฏฺฐิจิตฺตสงฺขาตานํ วิวิธจลนานํ. ‘‘วีริยินฺทฺริย’’นฺติ อิมินา ยตินฺทฺริยนฺติ เอตฺถ ยตสทฺโท วีริยวาจโกติ ทสฺเสติ. นาคนฺติ เอตฺถ นตฺถิ อาคุ ปาปเมตสฺสาติ นาโคติ วจนตฺถํ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘อาคุวิรหิต’’นฺติ กึ ทิวสโต ปฏฺฐายาติ อาห ‘‘มม ปพฺพชฺชาทิวสโต ปฏฺฐายา’’ติ. กณฺหา มตฺติกา อุตฺตริ เอตฺถาติ กณฺหุตฺตราติ อตฺถํ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘กณฺหมตฺติกุตฺตรา’’ติ. ‘‘อุปรี’’ติ อิมินา อุตฺตรสทฺทสฺส อตฺถํ ทสฺเสติ. ‘‘คุนฺนํ ขุเรหี’’ติ อิมินา คุนฺนํ ขุรกณฺฏกสทิสตฺตา โคกณฺฏกา นามาติ ทสฺเสติ. เต โคกณฺฏเก รกฺขิตุนฺติ สมฺพนฺโธ. เอวํ ขรา ภูมิ โหตีติ โยชนา. เอเตหีติ เอรคูอาทีหิ จตูหิ ติเณหิ. ตนฺติ เอรคูติณํ. เตนาติ โมรคูติเณน. ชนฺตุสฺส วณฺโณติ สมฺพนฺโธ. เสนาสนํ ปญฺญเปสีติ เอตฺถ กึ นาม เสนาสนํ ปญฺญเปสีติ อาห ‘‘ภิสึ วา กฏสารกํ วา ปญฺญเปสี’’ติ. ปญฺญเปตฺวา จ ปน โสณสฺส อาโรเจสิ. กึ อาโรเจสีติ อาห ‘‘อาวุโส’’ติอาทิ. สตฺถา วสิตุกาโมติ สมฺพนฺโธ.

๒๕๘. ‘‘ตสฺส โสณสฺสา’’ติ อิมินา ปฏิภาตุ ตนฺติ เอตฺถ ‘‘ต’’นฺติปทํ สามฺยตฺเถ อุปโยควจนนฺติ ทสฺเสติ. ตนฺติ ตว. อฏฺฐกวคฺคิกานีติ อฏฺฐปมาโณ, อฏฺฐสมูโห วา วคฺโค เอเตสนฺติ อฏฺฐกวคฺคิกานิ. กามสุตฺตาทีนิ (สุ. นิ. ๗๗๒ อาทโย) โสฬส สุตฺตานิ. โยติ ปุคฺคโล, สมนฺนาคโตติ สมฺพนฺโธ. อริโยปีติ ปิสทฺโท น เกวลํ สุจิสมนฺนาคโตเยว ปาเป น รมติ, อถ โข อริโยปีติ ทสฺเสติ. ‘‘ปฏิภาตุ ต’’นฺติ ปาฐโต ยาว ‘‘สุจีติ วุตฺต’’นฺติ ปาฐา เกสุจิเยว อฏฺฐกถาโปตฺถเกสุ อตฺถิ. อยํ ขฺวสฺสาติ เอตฺถ อสฺสสทฺโท อาขฺยาโตติ อาห ‘‘ภเวยฺยา’’ติ. ปริทสฺเสสีติ ปญฺจ วรานิ ปริจฺฉินฺทิตฺวา ทสฺเสสิ. ยํ วจนํ เม อุปชฺฌาโย ชานาเปติ, ตสฺส วจนสฺส อยํ กาโล ภเวยฺยาติ โยชนา.

๒๕๙. วินยธรปญฺจเมนาติ เอตฺถ อุปชฺฌายปญฺจเมนาติ อตฺถํ ปฏิกฺขิปนฺโต อาห ‘‘อนุสฺสาวนาจริยปญฺจเมนา’’ติ. อุปาหนโกสโกติ อุปาหนาย ปกฺขิปโนกาโส โกสโก. เอฬกจมฺมอชจมฺเมสุ อกปฺปิยํ นาม นตฺถิ. มิคจมฺเม ปน กิญฺจิ วฏฺฏติ, น กิญฺจิ วฏฺฏติ. ตํ วิภชิตฺวา ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘มิคจมฺเม’’ติอาทิ. เอเตสํเยวาติ เอณิมิคาทีนํ ฉนฺนเมว. อญฺเญสํ ปนาติ ฉหิ มิเคหิ อวเสสานํ ปน. เตสํ จมฺมํ น วฏฺฏตีติ สมฺพนฺโธ.

คาถายํ มกฺกโฏ จ กาฬสีโห จ สรโภ จ กทลิมิโค จ เกจิ เย วาฬมิคา อตฺถิ, เต จาติ โยชนา. เตสนฺติ มกฺกฏาทีนํ.

ตตฺถาติ คาถาย, มกฺกฏาทีสุ วา. ‘‘สีหพฺยคฺฆอจฺฉตรจฺฉา’’ติ อิมินา วาฬมิคานํ สรูปํ ทสฺเสติ. เอตฺตกาเยว วาฬมิคาติ อาห ‘‘น เกวล’’นฺติอาทิ. เอเตสํเยวาติ สีหพฺยคฺฆอจฺฉตรจฺฉานเมว. น จมฺมํ น วฏฺฏตีติ สมฺพนฺโธ. เยสนฺติ ฉนฺนํ เอณิมิคาทีนํ. เตติ ฉ เอณิมิคาทิเก. หิ สจฺจํ สพฺเพสํ เอเตสํ วาฬมิคานํ จมฺมํ น วฏฺฏตีติ โยชนา. อาหริตฺวา วา น ทินฺนนฺติ อาหริตฺวา วา หตฺเถ วา ปาทมูเล วา ฐเปตฺวา น ทินฺนํ. ‘‘คณนํ น อุเปตี’’ติ อิมินา คณนํ อุปคจฺฉตีติ คณนูปคนฺติ อตฺถํ ทสฺเสติ. อธิฏฺฐิตญฺจาติ อธิฏฺฐิตํ ปน. ยทาติ ยสฺมึ กาเล. ตโตติ กาลโต.

อิติ จมฺมกฺขนฺธกวณฺณนาย โยชนา สมตฺตา.