๑๔๗. โสณโกฬิวิสวตฺถุกถา
๒๔๒. จมฺมกฺขนฺธเก อิสฺสริยาธิปจฺจนฺติ เอตฺถ อิสฺสรสฺส ภาโว อิสฺสริยํ, อธิปติโน ภาโว อาธิปจฺจํ, อิสฺสริยญฺจ อาธิปจฺจญฺจ, เตหิ สมนฺนาคตํ อิสฺสริยาธิปจฺจนฺติ อตฺถํ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘อิสฺสรภาเวน จ อธิปติภาเวน จ สมนฺนาคต’’นฺติ. ‘‘ราชภาว’’นฺติ อิมินา รชฺชนฺติ เอตฺถ รญฺโญ ภาโว รชฺชนฺติ วจนตฺถํ ทสฺเสติ. ‘‘รญฺญา กตฺตพฺพกิจฺจ’’นฺติ อิมินา รญฺโญ อิทํ รชฺชนฺติ วจนตฺถํ ทสฺเสติ. ‘‘โกฬิวีโสติ โคตฺต’’นฺติ อิทํ อฏฺฐกถาวาทวเสน วุตฺตํ, อปทาเน ปน ตสฺส ชาตกฺขเณ ปิตรา โกฏิวีสธนสฺส ทินฺนตฺตา ‘‘โกฬิวีโส นามา’’ติ วุตฺตํ. วุตฺตญฺหิ ตตฺถ
‘‘ชาตปุตฺตสฺส เม สุตฺวา, ปิตุ ฉนฺโท อยํ อหุ;
ททามหํ กุมารสฺส, วีสโกฏี อนูนกา’’ติ.
อิมินา ปาฬินเยน ‘‘โกฏิวีโส’’ติ วตฺตพฺเพ ‘‘จกฺกวาฬ’’นฺติอาทีสุ วิย ฏการสฺส ฬการํ กตฺวา โกฬิวีโสติ วุตฺตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. อญฺชนวณฺณานีติ อญฺชนสฺส วณฺโณ วิย วณฺโณ เอเตสนฺติ อญฺชนวณฺณานิ. โลมานิ ชาตานิ โหนฺตีติ สมฺพนฺโธ. โสติ โสโณ. ฐเปสิ กิราติ สมฺพนฺโธ. เตหีติ อสีติสหสฺสปุริเสหิ. ปณฺณสาลนฺติ ปณฺเณน ฉาทิตํ, เตน จ ปริกฺขิตฺตํ สาลํ. อุณฺณปาวารณนฺติ อุณฺณมยํ อุตฺตราสงฺคํ. ปาทปุญฺฉนิกนฺติ ปาทํ ปุญฺฉติ โสเธติ อเนนาติ ปาทปุญฺฉนิยํ, ตเทว ปาทปุญฺฉนิกํ. สพฺเพวาติ โสเณน สห อสีติสหสฺสปุริสา เอว. ตสฺส จาติ โสณสฺส จ. ปุพฺพโยโคติ ปุพฺพูปาโย.
อสีติคามิกสหสฺสานีติ เอตฺถ คาเมสุ วสนฺตีติ คามิกา, เตสํ อสีติสหสฺสานิ อสีติคามิกสหสฺสานีติ อตฺถํ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘เตสู’’ติอาทิ. ตตฺถ ‘‘กุลปุตฺตาน’’นฺติ อิมินา วสนฺตฺยตฺเถ ปวตฺตสฺส ณิกปจฺจยสฺส สรูปํ ทสฺเสติ. ‘‘อสีติสหสฺสานี’’ติ อิมินา สทฺทนฺตโรปิ อสีติสหสฺสสทฺทานํ สมาสภาวํ ทสฺเสติ. เกนจิเทวาติ เอตฺถ ‘‘เกนจิ อิวา’’ติ ปทวิภาคํ กตฺวา ทกาโร ปทสนฺธิมตฺโต, อิวสทฺโท อุปมตฺโถติ อาห ‘‘เกนจิ กรณีเยน วิยา’’ติ. อถ วา ‘‘น ปนา’’ติอาทินา เอวผลสฺส ทสฺสิตตฺตา ‘‘เกนจิ เอวา’’ติ ปทจฺเฉทํ กตฺวา เอวตฺโถปิ ยุชฺชเตวาติ ทฏฺฐพฺพํ. อสฺสาติ พิมฺพิสารรญฺโญ. ตสฺสาติ โสณสฺส. ทสฺสนาย อญฺญตฺร กิญฺจิ กรณียํ น อตฺถีติ โยชนา. ราชาติ พิมฺพิสาโร ราชา, สนฺนิปาตาเปสีติ สมฺพนฺโธ. ทิฏฺฐธมฺมิเก อตฺเถติ เอตฺถ ทิฏฺฐธมฺมสทฺโท อิธโลกตฺโถ, อิกสทฺโท หิตตฺเถ ปวตฺโตติ อาห ‘‘อิธโลกหิเต’’ติ. ‘‘อมฺหาก’’นฺติ อิมินา ‘‘โส โน ภควา’’ติ เอตฺถ โนสทฺโท อมฺหสทฺทการิโยติ ทสฺเสติ. อมฺหากํ โส ภควาติ โยชนา. สมฺปรายิเกติ ปรโลกหิเต.
‘‘ชานาเปมี’’ติ อิมินา ‘‘ปฏิเวเทมี’’ติ เอตฺถ วิทธาตุยา ญาณตฺถํ ทสฺเสติ. ปฏิกาย นิมุชฺชิตฺวาติ เอตฺถ ปฏิกาสทฺโท อฑฺเฒนฺทุปาสาณวาจโกติ อาห ‘‘อฑฺฒจนฺทปาสาเณ’’ติ. โส หิ ปฏติ อฑฺฒภาวํ คจฺฉตีติ ปฏิกาติ วุจฺจติ. ปฏิกาสทฺโทยํ อตฺถรณวิเสเสปิ วตฺตติ. ยสฺส ทานีติ เอตฺถ ยสทฺทสฺส วิสยํ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘เตสํ หิตกรณียตฺถสฺสา’’ติ. อิมินา อยํ ยํสทฺโท น ตํสทฺทาเปกฺโขติ ทสฺเสติ. อถ วา ยสฺสาติ โย อสฺส. อสฺส เตสํ หิตกรณียตฺถสฺส โย กาโล อตฺถิ, ตํ กาลํ ภควา ชานาตีติ โยชนา. เตสนฺติ อสีติคามิกสหสฺสานํ. ปจฺฉายายนฺติ เอตฺถ ปกาโร ปจฺจนฺตตฺถวาจโกติ อาห ‘‘วิหารปจฺจนฺเต ฉายาย’’นฺติ. สมฺมนาหรนฺตีติ สํ ปุนปฺปุนํ มนสาคตํ อภิมุขํ หรนฺตีติ อตฺถํ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘ปุนปฺปุนํ มนสิกโรนฺตี’’ติ. ‘‘ปสาทวเสนา’’ติ อิมินา ‘‘โกธวเสนา’’ติอาทีนิ ปฏิกฺขิปติ. ‘‘ปุน วิสิฏฺฐตร’’นฺติ อิมินา ภิยฺโยโส มตฺตายาติ นิปาตสฺส อตฺถํ ทสฺเสติ.
โสณสฺส ปพฺพชฺชากถา
๒๔๓. ‘‘มกฺขิโต’’ติ อิมินา ผุรติ วิปฺผารติ พฺยาเปตีติ ผุโฏติ วุตฺเต ผุรธาตุยา วิปฺผารณํ นาม มกฺขิตตฺโถติ ทสฺเสติ. ยตฺถาติ ยสฺมึ ฐาเน. อิมินา คาโว อาหนนฺติ เอตฺถาติ ควาฆาตนนฺติ อตฺถํ ทสฺเสภิ. ตนฺติสฺสเรติ ตนฺติยา คุณสฺส สเร. วาทนกุสโลติ วาทเน กุสโล. ขรมุจฺฉิตาติ ขเรน มุจฺฉิตา. ‘‘สรสมฺปนฺนา’’ติ อิมินา สโร เอติสฺสมตฺถีติ สรวตี, วีณาติ ทสฺเสติ. กมฺมญฺญาติ เอตฺถ กมฺมสทฺทโต ขมตฺเถ ญฺญปจฺจโยติ อาห ‘‘กมฺมกฺขมา’’ติ. มนฺทมุจฺฉนาติ มนฺเทน มุจฺฉนา. สเม คุเณติ เอตฺถ สโม นาม มชฺฌิโม, คุโณ นาม มุขฺยโต วีณาย ชิยา, อุปจารโต สโรติ อาห ‘‘มชฺฌิเม สเร’’ติ. วีริยสมถนฺติ เอตฺถ วีริยญฺจ สมโถ จาติ อตฺถํ ปฏิกฺขิปนฺโต อาห ‘‘วีริยสมฺปยุตฺตํ สมถ’’นฺติ. อิมินา วีริเยน สมฺปยุตฺตํ สมถํ วีริยสมถนฺติ ทสฺเสติ. ‘‘วีริยํ สมเถน โยเชหี’’ติ อิมินา วีริเยน สมถํ โยเชหีติ อตฺโถปิ ทสฺสิโตติ ทฏฺฐพฺพํ. อินฺทฺริยานญฺจ สมตนฺติ เอตฺถ สทฺธาทีนิ ปญฺจินฺทฺริยาเนว คเหตพฺพานิ, น อญฺญานีติ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘สทฺธาทีนํ อินฺทฺริยาน’’นฺติ. ‘‘สมภาว’’นฺติ อิมินา ตาปจฺจโย ภาวตฺเถ โหตีติ ทสฺเสติ. ตตฺถาติ ‘‘อินฺทฺริยานํ สมต’’นฺติปาเฐ, สทฺธาทีสุ อินฺทฺริเยสุ วา. ตตฺถ จ นิมิตฺตํ คณฺหาหีติ เอตฺถ ภาเวนภาวลกฺขเณ ถปจฺจโย โหตีติ อาห ‘‘ตสฺมึ สมเถ สตี’’ติ. อาทาเส สติ มุขพิมฺเพน กตฺตุภูเตน อุปฺปชฺชิตพฺพํ อิว, ตสฺมึ สมเถ สติ เยน นิมิตฺเตน กตฺตุภูเตน อุปฺปชฺชิตพฺพนฺติ โยชนา. สมถสฺส นิมิตฺตํ สมถนิมิตฺตํ, อินฺทฺริยานํ สมภาโว. เอเสว นโย เสเสสุปิ. สมถนิมิตฺตาทีนิ จตฺตาริ เอกเสเสน วา สามญฺญนิทฺเทเสน วา ‘‘นิมิตฺต’’นฺติ วุจฺจติ.
๒๔๔. อญฺญํ พฺยากเรยฺยนฺติ เอตฺถ อญฺญํ พฺยากโรนฺโต อตฺตานํ ‘‘อรหา อห’’นฺติ ชานาเปตีติ อาห ‘‘อรหา อห’’นฺติ ชานาเปยฺย’’นฺติ. ฉ ฐานานีติ เอตฺถ ฐานสทฺโท การณตฺโถติ อาห ‘‘ฉ การณานี’’ติ. ‘‘ปฏิวิชฺฌิตฺวา’’ติอาทินา อธิมุตฺโตติ ปทสฺส อธิปฺปายตฺถํ ทสฺเสติ. สทฺทตฺโถ ปน อธิมุจฺจตีติ อธิมุตฺโตติ ทฏฺฐพฺโพ. อรหตฺตํ วุจฺจตีติ สมฺพนฺโธ. หีติ วิตฺถาโร. อสมฺโมโหตีติ เอตฺถ อาการตฺถวาจโก อิติสทฺโท ปุพฺพปเทสุปิ โยเชตฺวา ‘‘เนกฺขมํ อิติ วุจฺจตี’’ติอาทินา โยชนา กาตพฺพา.
‘‘ปฏิเวธรหิต’’นฺติ อิมินา เกวลํ สทฺธามตฺตกนฺติ เอตฺถ มตฺตสทฺทสฺส นิวตฺเตตพฺพตฺถํ ทสฺเสติ. ปฏิเวธปญฺญายาติ มคฺคปญฺญาย. ‘‘อสมฺมิสฺส’’นฺติ อิมินา เกวลสทฺทสฺส อสมฺมิสฺสตฺถํ ทสฺเสติ. ปฏิจยนฺติ เอตฺถ ปฏิสทฺโท อนุปจฺฉินฺนตฺโถ, จิธาตุ วฑฺฒนตฺโถติ อาห ‘‘ปุนปฺปุนํ กรเณน วฑฺฒิ’’นฺติ, มคฺคปฏิเวเธน วีตราคตฺตาเยวาติ สมฺพนฺโธ. ตนฺนินฺนมานโสเยวาติ ตสฺมึ ผลสมาปตฺติวิหาเร นินฺนมานโส เอว.
ลาภสกฺการสิโลกนฺติ เอตฺถ ลภนํ ลาโภ, สุฏฺฐุ กรณํ สกฺกาโร, สิโลกนํ วณฺณภณนํ สิโลโก, ลาโภ จ สกฺกาโร จ สิโลโก จ ลาภสกฺการสิโลกนฺติ อตฺถํ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘จตุปจฺจยลาภญฺจา’’ติอาทิ. เตสํเยวาติ จตุนฺนํ ปจฺจยานเมว. ‘‘สีลญฺจ วตญฺจา’’ติ อิมินา สีลพฺพตนฺติปทสฺส ทฺวนฺทวากฺยํ ทสฺเสติ.
ภุสสทฺทสฺส กลิงฺครตฺถํ ปฏิกฺขิปนฺโต อาห ‘‘พลวนฺโต’’ติ ‘‘ขีณาสวสฺสา’’ติ อิมินา เนวสฺสาติ เอตฺถ ตสทฺทสฺส วิสยํ ทสฺเสติ. ‘‘คเหตฺวา’’ติ อิมินา ปริยาทิยนฺตีติ เอตฺถ ปริปุพฺพอาปุพฺพทาธาตุยา คหณตฺถํ ทสฺเสติ. หีติ สจฺจํ. กิเลสา กโรนฺตีติ สมฺพนฺโธ. เตสนฺติ กิเลสานํ. อาเนญฺชปฺปตฺตนฺติ เอตฺถ อิญฺชนํ กมฺปนํ อิญฺชํ, น อิญฺชํ อเนญฺชํ, ตเมว อาเนญฺชํ, ตํ ปตฺตนฺติ อาเนญฺชปฺปตฺตนฺติ อตฺถํ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘อจลนปฺปตฺต’’นฺติ. วยญฺจาติ จสทฺโท อวุตฺตสมฺปิณฺฑนตฺโถติ อาห ‘‘วยมฺปิ อุปฺปาทมฺปี’’ติ.
อุปาทานกฺขยสฺสาติ เอตฺถ อุปาทานกฺขยํ อธิมุตฺตสฺสาติ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘อุปโยคตฺเถ สามิวจน’’นฺติ. ‘‘อุปฺปาทญฺจ วยญฺจา’’ติ อิมินา อายตนุปฺปาทนฺติ เอตฺถ อุปฺปาทสทฺเทน วโยปิ อวินาภาวโต คเหตพฺโพติ ทสฺเสติ. สมฺมาติ นิปาโต ญายตฺโถติ อาห ‘‘เหตุนา นเยนา’’ติ. สนฺตจิตฺตสฺสาติ เอตฺถ สนฺตสทฺทสฺส เขทาทีสุปิ ปวตฺตตฺตา อิธ นิพฺพุตตฺเถ วตฺตตีติ อาห ‘‘นิพฺพุตจิตฺตสฺสา’’ติ. อนุนยปฏิเฆหีติ อนุ ปุนปฺปุนํ อารมฺมเณ จิตฺตํ เนตีติ อนุนโย, ราโค, อารมฺมเณ ปฏิหญฺญตีติ ปฏิโฆ, โทโส, อนุนโย จ ปฏิโฆ จ อนุนยปฏิฆา, เตหิ. อิฏฺเฐ อนุนโย, อนิฏฺเฐ ปฏิโฆ โหตีติ สมฺพนฺโธ ทฏฺฐพฺโพ.