๑๑๒. ปหิเตเยวอนุชานนกถา

๑๙๙. ภิกฺขุคติโกติ ภิกฺขุ เอว คติ ปติฏฺฐา เอตสฺสาติ ภิกฺขุคติโกติ วุตฺเต ภิกฺขุนิสฺสิตโก ปุริโสติ อาห ‘‘ภิกฺขูหิ สทฺธึ วสนกปุริโส’’ติ. ปลุชฺชตีติ วินสฺสติ. ภณฺฑํ เฉทาปิตนฺติ เอตฺถ ภณฺฑสทฺโท ปริกฺขารตฺโถ เอว, น มูลธนตฺโถติ อาห ‘‘ทพฺพสมฺภารภณฺฑ’’นฺติ. เฉทาปิตนฺติ จุราทิคณิกธาตุํ ‘‘ฉินฺทาปิต’’นฺติ รุธาทิคณิกธาตุยา วณฺเณติ. ทชฺชาหนฺติ เอการโลปสนฺธีติ อาห ‘‘ทชฺเช อห’’นฺติ. ‘‘ทชฺเชห’’นฺติปิ ปาโฐ. เอวญฺหิ สติ อการโลปสนฺธิ. ทชฺเชติ ทเทยฺยํ, ททามิ วา. สงฺฆกรณีเยนาติ สงฺฆสฺส กาตพฺเพน กิจฺเจน. ตมตฺถํ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘ยํกิญฺจี’’ติอาทิ. ตตฺถ ยํกิญฺจิ กาตพฺพนฺติ โยชนา. เจติยฉตฺตเวทิกาทีสูติ เจติยสฺส ฉตฺเต จ เวทิกาย จ. อาทิสทฺเทน สุธาลิมฺปาทโย สงฺคณฺหาติ. ตสฺสาติ สงฺฆกรณียสฺส. นิปฺผาทนตฺถํ คนฺตพฺพนฺติ สมฺพนฺโธ.

เอตฺถาติ วสฺสูปนายิกกฺขนฺธเก. ‘‘อนิมนฺติเตนา’’ติ ปทํ ‘‘คนฺตุ’’นฺติ ปเท ภาวกตฺตา. คนฺตุนฺติ คมิตุํ, คมนํ วา ‘‘น วฏฺฏตี’’ติ ปเท กตฺตา. ปฐมํเยวาติ ธมฺมสฺสวนโต ปฐมเมว. สนฺนิปติตพฺพํ อิติ กติกา กตา โหตีติ โยชนา. ภณฺฑกนฺติ จีวราทิภณฺฑกํ. คนฺตุํ น วฏฺฏตีติ สยเมว คนฺตุํ น วฏฺฏตีติ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. เตน วุตฺตํ ‘‘สเจ ปนา’’ติอาทิ. ตตฺถาติ ตํ วิหารํ. ‘‘วฏฺฏตี’’ติ อิมินา วสฺสจฺเฉโท จ อาปตฺติ จ น โหตีติ ทสฺเสติ. อตฺถายปีติ ปิสทฺเทน ‘‘ภณฺฑกํ โธวิสฺสามี’’ติ อตฺถํ อเปกฺขติ. นนฺติ อนฺเตวาสิกํ. วฏฺฏตีติ อาจริยสฺส อาณาย สตฺตาเห อนติกฺกนฺเต วฏฺฏติ, วสฺสจฺเฉโท จ อาปตฺติ จ น โหติ. สตฺตาเห อติกฺกนฺเต วสฺสจฺเฉโทว โหติ, น อาปตฺตีติ อธิปฺปาโย.