๓. วสฺสูปนายิกกฺขนฺธกํ
๑๐๗. วสฺสูปนายิกานุชานนกถา
๑๘๔. วสฺสูปนายิกกฺขนฺธเก ‘‘อนนุญฺญาโต’’ติ อิมินา อปญฺญตฺโตติ เอตฺถ ญาธาตุยา อนุชานนตฺถํ ทสฺเสติ, ‘‘อสํวิหิโต’’ติ อิมินา ญาธาตุยา ฐปนตฺถํ. เตธาติ เต อิธ. อิธสทฺโท สาสนญฺจ โลกญฺจ เทสญฺจ ปทปูรณญฺจ อุปาทาย วตฺตติ, อิธ ปน ปทปูรเณติ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘อิธสทฺโท นิปาตมตฺโต’’ติ. สํหนนํ สงฺฆาโต, วินาโสติ อตฺโถ. อิติ อิมมตฺถํ ทสฺเสติ ‘‘วินาส’’นฺติ อิมินา. สกุนฺตกสทฺโท สกุณปริยาโยติ อาห ‘‘สกุณา’’ติ. สกุณาติ จ วิหงฺคมา. เต หิ อากาเส คนฺตุํ สกฺโกนฺตีติ สกุณาติ วุจฺจนฺติ. สํกสายิสฺสนฺตีติ เอตฺถ ‘‘สํ กเส อจฺฉเน’’ติ ธาตุปาเฐสุ (สทฺทนีติธาตุมาลายํ ๑๖ สการนฺตธาตุ) วุตฺตตฺตา สํปุพฺโพ กเสธาตุ อจฺฉนตฺโถติ อาห ‘‘วสิสฺสนฺตี’’ติ. เอการนฺโตยํ ธาตุ. นิพทฺธวาสนฺติ นิจฺจวาสํ. วสฺสานนามเกติ วสฺสานอุตุนามเก. วสฺสานสฺส จตุมาสตฺตา ‘‘เตมาเส’’ติ วุตฺตํ. วสฺสูปนายิกาติ เอตฺถ นีธาตุ คมนตฺโถติ อาห ‘‘วสฺสูปคมนานี’’ติ. อปรชฺชูติ ปุณฺณมิโต อปรํ อหนฺติ อปรชฺชุ, อหตฺเถ ชฺชุปจฺจโย, อตฺถโต ปาฏิปททิวโส. อยํ อปรชฺชุสทฺโท ปฐมนฺตนิปาโต. อสฺสาติ อาสฬฺหีปุณฺณมิยา. อสมานาธิกรณวิสโย พาหิรตฺถสมาโสยํ, อติกฺกนฺตาย สติยาติ โยชนา. อปรสฺมึ ทิวเสติ ปาฏิปททิวเส. อสฺสาติ สาวณมาสปุณฺณมิยา. ตสฺมาติ ยสฺมา จ อปรชฺชุคตา, ยสฺมา จ มาสคตา, ตสฺมา. ‘‘อนนฺตเร ปาฏิปททิวเส’’ติ อิมินา ปาฬิยํ อปรชฺชุคตาย อาสฬฺหิยา อนนฺตเร ปาฏิปททิวเส ปุริมิกา อุปคนฺตพฺพาติ อตฺถํ ทสฺเสติ. อาสฬฺหิยาติ อาสฬฺหีปุณฺณมิยา. ปจฺฉิมนเยปิ มาสคตาย อาสฬฺหิยา อนนฺตเร ปาฏิปททิวเส ปจฺฉิมิกา อุปคนฺตพฺพาติ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. อาสฬฺหิยาติ อาสฬฺหีปุณฺณมิยา สมีเป ปวตฺตตฺตา อาสฬฺหีสงฺขาตาย สาวณปุณฺณมิยาติ อตฺโถ. ปาฏิปททิวเสเยว วสฺสํ อุปคนฺตพฺพนฺติ สมฺพนฺโธ. สกึ วาติอาทีสุ วาสทฺโท อนิยมวิกปฺปตฺโถ. นิจฺฉาเรตฺวาติ นิจฺจาเรตฺวา, อุจฺจาเรตฺวาติ อตฺโถ. อผุฏฺฐกฺขรสญฺโญเคหิ ปโร กฺวจิ ผุฏฺฐตฺตมาปชฺชติ ‘‘นิกฺขมตี’’ติอาทีสุ วิย. ตสฺมา ปรสฺส จการสฺส ฉการํ กตฺวา ‘‘นิจฺฉาเรตฺวา’’ติ วุตฺตํ.
๑๐๘. วสฺสาเนจาริกาปฏิกฺเขปาทิกถา
๑๘๕. อาปตฺติ เวทิตพฺพาติ อนเปกฺขคมเนน อุปจาราติกฺกเม สาเปกฺขคมเนน อญฺญตฺถ อรุณุฏฺฐาปเน อาปตฺติ เวทิตพฺพา. วิหารคณนาย อาปตฺติโย เวทิตพฺพาติ เอตฺถ วสฺสูปนายิกทิวเส วสฺสํ อนุปคนฺตุกามตาจิตฺเตน วิหารํ อติกฺกเมยฺย, วิหารคณนาย อาปตฺติโย เวทิตพฺพา. ตเมวตฺถํ วิตฺถาเรนฺโต อาห ‘‘สเจ หี’’ติอาทิ. ตํ ทิวสนฺติ ตสฺมึ วสฺสูปคมนทิวเส. สตํ อาปตฺติโยติ เอตฺถ สตนฺติ สงฺขฺยาปธานตฺตา เอกวจนนฺติ สทฺทสตฺเถสุ วุตฺตํ. เอกา เอว อาปตฺตีติ อตฺตโน วิหารสฺส อติกฺกมเนเยว เอกา เอว อาปตฺติ. เกนจิ อนฺตราเยน อนุปคเตนาติ สมฺพนฺโธ.
วสฺสนาโม อิมสฺสตฺถีติ วสฺโสติ วจนตฺถํ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘วสฺสนามก’’นฺติ. ‘‘ปฐมํ มาส’’นฺติ อิมินา อญฺญปทสฺส สรูปํ ทสฺเสติ. ปฐมํ มาสนฺติ จตูสุ วสฺสมาเสสุ ปฐมํ มาสํ. อุกฺกฑฺฒิตุกาโมติ อุปริ กฑฺฒิตุกาโม. อาสฬฺหีมาสเมว, น สาวณมาสนฺติ อตฺโถ. ชุณฺหสทฺโท จนฺทปภายุตฺโต มาโสติ อาห ‘‘มาเส’’ติ. จนฺทปภายุตฺโต มาโสติ อาห ‘‘มาเส’’ติ. จนฺทปภายุตฺโต หิ มาโส โชตติ ทิปฺปตีติ ชุโณฺหติ วุจฺจติ. ตสฺมา ‘‘มาเส’’ติ สามญฺญโต วุตฺเตปิ ปุณฺณมิยุตฺโต มาโสว คเหตพฺโพ. กาจิ ปริหานิ นามาติ กิญฺจิ สีลาทีนํ หายนํ นาม. อญฺญสฺมิมฺปีติ วสฺสูปคมนโต อญฺญสฺมิมฺปิ. ธมฺมิเกติ ธมฺเมน ยุตฺเต.
๑๐๙. สตฺตาหกรณียานุชานนกถา
๑๘๗. สตฺตาหกรณีเยสุ เอวํ วินิจฺฉโย เวทิตพฺโพติ โยชนา. ‘‘สตฺตาหกรณีเยนา’’ติ ปทสฺส สตฺตมีสมาสญฺจ อนียสทฺทสฺส กมฺมตฺถญฺจ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘สตฺตาหพฺภนฺตเร ยํ กตฺตพฺพ’’นฺติ. ตตฺถ ‘‘สตฺตาหพฺภนฺตเร’’ติ อิมินา สตฺตมีสมาสํ ทสฺเสติ, ‘‘กตฺตพฺพ’’นฺติ อิมินา กมฺมตฺถํ. ‘‘สตฺตาหพฺภนฺตเร’’ติ อิมินา สตฺตาหสฺส อพฺภนฺตรํ สตฺตาหนฺติ อุตฺตรปทโลปํ ทสฺเสติ. ปหิเต คนฺตุนฺติ เอตฺถ ปหิเตสทฺทสฺส กตฺตุกมฺมานิ ทสฺเสตุํ วุตฺตํ ‘‘ภิกฺขุอาทีหิ ทูเต’’ติ. ตตฺถ ‘‘ภิกฺขุอาทีหี’’ติ อิมินา กตฺตารํ ทสฺเสติ, ‘‘ทูเต’’ติ อิมินา กมฺมํ. สตฺตาหนฺติ เอตฺถ อุตฺตรปทโลปญฺจ ภุมฺมตฺเถ อุปโยควจนญฺจ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘อนฺโตสตฺตาเหเยวา’’ติ. ตตฺเถวาติ ตสฺมึ ปหิตฏฺฐาเนเยว. ‘‘น อุฏฺฐาเปตพฺโพ’’ติ อิมินา ‘‘สตฺตาเหเยวา’’ติ เอตฺถ เอวสทฺทสฺส ผลํ ทสฺเสติ.
๑๘๙. รโส เอตสฺมึ อตฺถีติ รสวตีติ วุตฺเต ภตฺตเคหํ คเหตพฺพนฺติ อาห ‘‘ภตฺตเคหํ วุจฺจตี’’ติ. ภตฺตเคหนฺติ ภตฺตปจนเคหํ. ปุรายํ สุตฺตนฺโตติ เอตฺถ ปุรา อยนฺติ ปทจฺเฉทํ กตฺวา ปุราสทฺโท ยาวปริยาโยติ อาห ‘‘ยาว อยํ สุตฺตนฺโต’’ติ. น ปลุชฺชตีติ เอตฺถ ลุชธาตุ วินาสตฺโถติ อาห ‘‘น วินสฺสตี’’ติ. ปริสงฺขตนฺติ ปริสงฺขริตพฺพํ. สพฺพตฺถาติ สพฺเพสุ ปหิเตสุ. อิมินาว กปฺปิยวจเนนาติ อิมินา เอว กปฺปิเยน ติวากฺยสงฺขาเตน วจเนน. เอเตสนฺติ เอเตสํ ติณฺณํ วากฺยานํ. เววจเนนาติ ‘‘ยญฺญญฺจ ยชิตุํ, สุตฺตญฺจ อุคฺคณฺหิตุํ, สมเณ จ ทสฺสิตุ’’นฺติ ปริยาเยน. สตฺตสูติ อุปาสก อุปาสิก ภิกฺขุภิกฺขุนี สิกฺขมาน สามเณร สามเณรี สงฺขาตาสุ สตฺตสุ.
๑๑๐. ปญฺจนฺนํ อปฺปหิเตปิ อนุชานนกถา
๑๙๓. ปเคว ปหิเตติ อิมินา ‘‘อปหิเตปิ คนฺตพฺพ’’นฺติ เอตฺถ ปิสทฺทสฺส สมฺภาวนตฺถํ ทสฺเสติ. ปญฺจนฺนํ สหธมฺมิกานํ สนฺติกํ คนฺตพฺพภาวสฺส การณํ วิภชิตฺวา ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘ภิกฺขุ คิลาโน โหตี’’ติอาทิ. ทสหีติ ‘‘สงฺโฆ กมฺมํ กตฺตุกาโม โหติ, กตํ วา สงฺเฆน กมฺมํ โหตี’’ติ อิทํ องฺคํ เอกํ กตฺวา ทสหิ. นวหีติ ปริวาสารหํ อปเนตฺวา นวหิ. จตูหีติ คิลานอนภิรติกุกฺกุจฺจทิฏฺฐิคตอุปฺปนฺนสงฺขาเตหิ จตูหิ. อิติ อิเมหิ ฉหีติ โยชนา. สามเณรสฺสปิ ฉหีติ เอตฺถ ฉนฺนํ สรูปํ วิตฺถาเรตฺวา ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘อาทิโต’’ติอาทิ. ตํ สุวิญฺเญยฺยเมว. สามเณริยา สนฺติกํ ปญฺจหิ คนฺตพฺพนฺติ โยชนา. ปรโตติ ปรสฺมา, ปรสฺมึ วา. อนฺธกฏฺฐกถายํ วุตฺตนฺติ สมฺพนฺโธ. เย ญาตกา วา เย อญฺญาตกา วา อตฺถิ, เตสมฺปีติ โยชนา. ตนฺติ วจนํ.
๑๑๒. ปหิเตเยวอนุชานนกถา
๑๙๙. ภิกฺขุคติโกติ ภิกฺขุ เอว คติ ปติฏฺฐา เอตสฺสาติ ภิกฺขุคติโกติ วุตฺเต ภิกฺขุนิสฺสิตโก ปุริโสติ อาห ‘‘ภิกฺขูหิ สทฺธึ วสนกปุริโส’’ติ. ปลุชฺชตีติ วินสฺสติ. ภณฺฑํ เฉทาปิตนฺติ เอตฺถ ภณฺฑสทฺโท ปริกฺขารตฺโถ เอว, น มูลธนตฺโถติ อาห ‘‘ทพฺพสมฺภารภณฺฑ’’นฺติ. เฉทาปิตนฺติ จุราทิคณิกธาตุํ ‘‘ฉินฺทาปิต’’นฺติ รุธาทิคณิกธาตุยา วณฺเณติ. ทชฺชาหนฺติ เอการโลปสนฺธีติ อาห ‘‘ทชฺเช อห’’นฺติ. ‘‘ทชฺเชห’’นฺติปิ ปาโฐ. เอวญฺหิ สติ อการโลปสนฺธิ. ทชฺเชติ ทเทยฺยํ, ททามิ วา. สงฺฆกรณีเยนาติ สงฺฆสฺส กาตพฺเพน กิจฺเจน. ตมตฺถํ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘ยํกิญฺจี’’ติอาทิ. ตตฺถ ยํกิญฺจิ กาตพฺพนฺติ โยชนา. เจติยฉตฺตเวทิกาทีสูติ เจติยสฺส ฉตฺเต จ เวทิกาย จ. อาทิสทฺเทน สุธาลิมฺปาทโย สงฺคณฺหาติ. ตสฺสาติ สงฺฆกรณียสฺส. นิปฺผาทนตฺถํ คนฺตพฺพนฺติ สมฺพนฺโธ.
เอตฺถาติ วสฺสูปนายิกกฺขนฺธเก. ‘‘อนิมนฺติเตนา’’ติ ปทํ ‘‘คนฺตุ’’นฺติ ปเท ภาวกตฺตา. คนฺตุนฺติ คมิตุํ, คมนํ วา ‘‘น วฏฺฏตี’’ติ ปเท กตฺตา. ปฐมํเยวาติ ธมฺมสฺสวนโต ปฐมเมว. สนฺนิปติตพฺพํ อิติ กติกา กตา โหตีติ โยชนา. ภณฺฑกนฺติ จีวราทิภณฺฑกํ. คนฺตุํ น วฏฺฏตีติ สยเมว คนฺตุํ น วฏฺฏตีติ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. เตน วุตฺตํ ‘‘สเจ ปนา’’ติอาทิ. ตตฺถาติ ตํ วิหารํ. ‘‘วฏฺฏตี’’ติ อิมินา วสฺสจฺเฉโท จ อาปตฺติ จ น โหตีติ ทสฺเสติ. อตฺถายปีติ ปิสทฺเทน ‘‘ภณฺฑกํ โธวิสฺสามี’’ติ อตฺถํ อเปกฺขติ. นนฺติ อนฺเตวาสิกํ. วฏฺฏตีติ อาจริยสฺส อาณาย สตฺตาเห อนติกฺกนฺเต วฏฺฏติ, วสฺสจฺเฉโท จ อาปตฺติ จ น โหติ. สตฺตาเห อติกฺกนฺเต วสฺสจฺเฉโทว โหติ, น อาปตฺตีติ อธิปฺปาโย.
๑๑๓. อนฺตราเย อนาปตฺติวสฺสจฺเฉทกถา
๒๐๑. อวิทูเรติ อาสนฺเน. ตตฺถาติ คาเม. สตฺตาหวาเรนาติ สตฺตาเห เอกวาเรน. อรุโณ อุฏฺฐาเปตพฺโพติ วิหาเร อรุโณ อุฏฺฐาเปตพฺโพ. ตเตฺรวาติ คาเมเยว. มยนฺติ ภิกฺขู สนฺธาย วุตฺตํ. ปุน มยนฺติ มนุสฺเส สนฺธาย วุตฺตํ. เตสํเยวาติ วสฺสจฺเฉทภิกฺขูนํ เอว. ตนฺติ สลากภตฺตาทึ. วสฺสคฺเคนาติ วสฺสคณนาย.
วสฺสาวาสิกนฺติ วสฺสาวาสานํ ทาตพฺพํ จีวรํ. ตตฺถาติ ตสฺมึ วิหาเร. เยสํ ปาปิตนฺติ สมฺพนฺโธ. วิหาเรติ วุฏฺฐิตคามวิหาเร. อุปนิกฺขิตฺตกํ ภณฺฑนฺติ สมฺพนฺโธ. อิธาติ ภิกฺขุโน นิวาสฏฺฐาเน. ยํ จีวราทิเวภงฺคิยภณฺฑํ อตฺถิ, ตนฺติ โยชนา. ตตฺเถวาติ วุฏฺฐิตคามวิหาเร เอว. อิโตติ เขตฺตวตฺถุอาทิโต. กปฺปิยการกานํ หตฺเถติ สมฺพนฺโธ. ตตฺรุปฺปาเทปีติ ตสฺส วิหารสฺส ทินฺนเขตฺตวตฺถุอาทิโต อุปฺปาเท ปจฺจเยปิ. ‘‘ตตฺเถว คนฺตฺวา อปโลเกตฺวา ภาเชตพฺพ’’นฺติ วจนสฺส ยุตฺตึ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘สงฺฆิกญฺหี’’ติอาทิ. อนฺโตวิหาเร วาติ อนฺโตสีมาย วา. อุภยตฺถาติ อนฺโตสีมพหิสีม สงฺขาเตสุ ทฺวีสุ ฐาเนสุ ฐิตํ เวภงฺคิยภณฺฑนฺติ สมฺพนฺโธ.
๑๑๔. สงฺฆเภเท อนาปตฺติวสฺสจฺเฉทกถา
๒๐๒. ภินฺโนติ เอตฺถ ตปจฺจยสฺส อตีตตฺเถ อยุตฺตภาวํ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘ภินฺเน สงฺเฆ กรณียํ นตฺถี’’ติ. โย ปนาติ สงฺโฆ ปน. อิทํ ‘‘ภิชฺชิสฺสตี’’ติปเท กตฺตา, ‘‘อาสงฺกิโต’’ติปเท กมฺมํ. ‘‘ภิชฺชิสฺสตี’’ติ อิมินา ภินฺโนติ เอตฺถ ตปจฺจยสฺส อนาคตตฺเถ ปวตฺตภาวํ ทสฺเสติ. ภิกฺขุนีหิ สงฺโฆ ภินฺโนติ เอตฺถ กึ ภิกฺขุนีหิ สงฺโฆ ภินฺโนติ ทฏฺฐพฺโพติ อาห ‘‘น ภิกฺขุนีหิ สงฺโฆ ภินฺโนติ ทฏฺฐพฺโพ’’ติ. เอตนฺติ ภิกฺขุนีหิ อภินฺนภาวํ. เอตา ปนาติ ภิกฺขุนิโย ปน. ตนฺติ สงฺฆํ. เอตนฺติ ‘‘สมฺพหุลาหิ ภิกฺขุนีหิ สงฺโฆ ภินฺโน’’ติ วจนํ.
๑๑๕. วชาทีสุ วสฺสูปคมนกถา
๒๐๓. ‘‘โคปาลกานํ นิวาสฏฺฐาน’’นฺติ อิมินา โคปาลกา คาโว วิย วเช นิวสนฺตีติ ทสฺเสติ.
อุปกฏฺฐสทฺโท อาสนฺนปริยาโยติ อาห ‘‘อาสนฺนายา’’ติ. ตตฺถาติ กุฏิกายํ. อิธาติ อิมิสฺสํ กุฏิกายํ. อวิหารตฺตา ‘‘อิธาติ’’สามญฺญวเสน วุตฺตํ. ติกฺขตฺตุนฺติ อิทํ อุกฺกฏฺฐวเสน วุตฺตํ. เหฏฺฐา หิ ‘‘สกึ วา ทฺวิกฺขตฺตุํ วา ติกฺขตฺตุํ วา’’ติ (มหาว. อฏฺฐ. ๑๘๔) วุตฺตตฺตา สกิมฺปิ วฏฺฏตีติ ทฏฺฐพฺพํ. ตมฺปีติ สาลาสงฺเขเปน ฐิตสกฏมฺปิ. ‘‘อาลโย’’ติ อิมินา ‘‘อิธ วสฺสํ อุเปมี’’ติ วจีเภโท น กาตพฺโพติ ทสฺเสติ. อาลโยติ จ สตฺเถ ‘‘อิธ วสฺสํ วสิสฺสามี’’ติ จิตฺตสฺส อลฺลียนํ. มคฺคปฏิปนฺเนเยว สตฺเถติ อนาทเร ภุมฺมวจนํ. ตตฺเถวาติ สตฺเถเยว. สตฺโถ อติกฺกมตีติ สมฺพนฺโธ. ตตฺถาติ ปตฺถิตฏฺฐาเน. วิปฺปกิรตีติ วิสุํ วิสุํ คจฺฉติ. สเจ อคามเก ฐาเน วิปฺปกิรติ, ปุริมํ คามํ สนฺนิวตฺติตพฺพํ. น อญฺญคามํ คนฺตพฺพํ. ตโตติ คามโต.
อุปคนฺตพฺพนฺติ ‘‘อิธ วสฺสํ อุเปมี’’ติ ติกฺขตฺตุํ วตฺวา อุปคนฺตพฺพํ. ตตฺเถวาติ สมุทฺเทเยว. กูลนฺติ ตีรํ. ตญฺหิ กุลติ อุทกํ อาวรตีติ กูลนฺติ วุจฺจติ. อยญฺจาติ นาวายํ วสฺสูปคมนภิกฺขุ. อนุตีรเมวาติ อนุกฺกเมน, อนุสาเรน วา ตีรเมว. อญฺญตฺถาติ ปฐมลทฺธคามโต อญฺญสฺมึ ฐาเน. ตตฺเถวาติ ปฐมลทฺธคาเมเยว.
อิตีติอาทิ นิคมนํ. ปวาเรตุญฺจ ลภตีติ เอตฺถ จสทฺโท วากฺยสมฺปิณฺฑนตฺโถ. ปุริเมสุ จ ปนาติ เอตฺถ จสทฺโท พฺยติเรกตฺโถ, ปนสทฺโท วิเสสตฺถโชตโก. อนาปตฺติ โหตีติ อนาปตฺติมตฺตเมว โหติ.
๑๑๖. วสฺสํ อนุปคนฺตพฺพฏฺฐานกถา
๒๐๔. รุกฺขสุสีเรเยวาติ รุกฺขสฺส วิวเร เอว. วิวรญฺหิ สุ สํ อิรติ คจฺฉตีติ สุสีโรติ วุจฺจติ. ปทรจฺฉทนนฺติ ผลเกหิ ฉาทิตํ. ปวิสนทฺวารนฺติ ปวิสนนิกฺขมนทฺวารํ. ปวิสนญฺจ นิกฺขมนญฺจ ปวิสนนฺติ วิรูเปกเสเสน กาตพฺพํ. ขาณุมตฺถเกติ ขาณุโน อุปริ. วิฏภีติ วิฏํ อญฺญมญฺญเวธนํ อปติ คจฺฉตีติ วิฏโป, ปการสฺส ภการํ, อิตฺถิลิงฺคโชตกอีปจฺจยญฺจ กตฺวา วิฏภีติ วุจฺจติ. ตตฺถาติ อฏฺฏเก. ยสฺสาติ ภิกฺขุโน, นตฺถีติ สมฺพนฺโธ. ปญฺจนฺนํ ฉทนานนฺติ ติณปณฺณอิฏฺฐกาสิลาสุธาสงฺขาตานํ (จูฬว. ๓๐๓) ปญฺจนฺนํ ฉทนานํ. อิทญฺจ เยภุยฺยวเสน วุตฺตํ ปทรจฺฉทนาทีนมฺปิ คหิตตฺตา. ทฺวารพนฺธนนฺติ ทฺวาเรน พนฺธิตพฺพํ. ฉวกุฏิกาติ ฉวานํ สยนฏฺฐาเน สุสาเน กตา กุฏิกา ฉวกุฏิกาติ วุจฺจติ. ฏงฺกิตมญฺจาทีติอาทิสทฺเทน ฏงฺกิตปีฐํ สงฺคณฺหาติ. ตตฺถาติ ฉวกุฏิยํ. อญฺญํ กุฏิกนฺติ ฉวกุฏิโต อญฺญํ กุฏิกํ. อาวรณนฺติ ภิตฺตึ. ทฺวารนฺติ ปวิสนนิกฺขมนทฺวารํ. ฉตฺตกุฏิกา นาเมสาติ เอสา ฉตฺเตน กตา กุฏิกา นาม. มหนฺเตน กปลฺเลน กุฏิกํ กตฺวาติ สมฺพนฺโธ.
๑๑๗. อธมฺมิกกติกากถา
๒๐๕. อญฺญาปีติ ‘‘อนฺตราวสฺสํ น ปพฺพาเชตพฺพ’’นฺติ กติกาย อญฺญาปิ. กติกา โหตีติ สมฺพนฺโธ. ตสฺสาติ อธมฺมิกกติกาย. วุตฺตนฺติ จตุตฺถปาราชิกวณฺณนายํ (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๒๒๖) วุตฺตํ.
๑๑๘. ปฏิสฺสวทุกฺกฏาปตฺติกถา
๒๐๗. ปฏิสฺสเว อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสาติ เอตฺถ กึ วสฺสาวาสปฏิสฺสุเตเยว ทุกฺกฏาปตฺติ โหตีติ อาห ‘‘น เกวล’’นฺติอาทิ. เอตสฺเสวาติ วสฺสาวาสสฺเสว. เอวมาทินาปีติ ปิสทฺโท ‘‘ปฏิสฺสเว’’ติ เอตฺถ โยเชตพฺโพ. ‘‘ปฏิสฺสเวปี’’ติ หิ อตฺโถ. ตสฺส ตสฺสาติ กมฺมสฺส. ตญฺจ โขติ ตญฺจ ทุกฺกฏํ วิสํวาทนปจฺจยา โหตีติ โยชนา. ปฐมมฺปีติ ปิสทฺโท ‘‘ปจฺฉาปี’’ติ ปทํ สมฺปิณฺเฑติ. ปฐมมฺปิ หิ ปาจิตฺติยํ, ปจฺฉาปิ ทุกฺกฏนฺติ อตฺโถ.
โส ตทเหว อกรณีโยติอาทีสุ เอวํ วินิจฺฉโย เวทิตพฺโพติ โยชนา. ปุริมิกา จ น ปญฺญายตีติ เอตฺถ ปุเร ภวา ปุริมา, สา เอว ปุริมิกา, ปาฏิปทติถี. นานาสีมาย ทฺวีสุ อาวาเสสุ วสฺสํ อุปคจฺฉนฺตสฺส ทุติเย ‘‘วสิสฺสามี’’ติ ปฐมาวาสสฺส อุปจารโต นิกฺขนฺตมตฺเต ปฐมเสนาสนคฺคาหสฺส ปสฺสมฺภนํ สนฺธาย วุตฺตํ ‘‘ปุริมิกา จ น ปญฺญายตี’’ติ. อรุณํ อนุฏฺฐาเปตฺวาติ วสฺสํ อุปคมนวิหาเร อรุณํ อนุฏฺฐาเปตฺวา. ตทเหวาติ ตสฺมึ วสฺสูปคมนอหนิ เอว, ปกฺกนฺตสฺสาปีติ สมฺพนฺโธ. ปิสทฺทสฺส ครหตฺถํ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘โก ปน วาโท’’ติอาทิ. อาลโยติ จิตฺตสฺส อลฺลียนํ. อสติยาติ สติปมุฏฺเฐน. วสฺสํ น อุเปตีติ ‘‘อิมสฺมึ วิหาเร อิมํ เตมาสํ วสฺสํ อุเปมี’’ติ (มหาว. อฏฺฐ. ๑๘๔) วจีเภทํ กตฺวา วสฺสํ น อุเปติ.
สตฺตาหนฺติ สตฺตาเหน, อนาคตายาติ สมฺพนฺโธ. นวมิโตติ ปุพฺพกตฺติกมาสสฺส ชุณฺหปกฺขนวมิโต, ปจฺฉิมกตฺติกมาสสฺส ชุณฺหปกฺขนวมิโต วา. มา วา อาคจฺฉตุ, อนาปตฺตีติ วสฺสํวุตฺถตฺตา มา วา อาคจฺฉตุ, อนาปตฺตีติ อตฺโถ.
อิติ วสฺสูปนายิกกฺขนฺธกวณฺณนาย โยชนา สมตฺตา.