๑๐๙. สตฺตาหกรณียานุชานนกถา
๑๘๗. สตฺตาหกรณีเยสุ เอวํ วินิจฺฉโย เวทิตพฺโพติ โยชนา. ‘‘สตฺตาหกรณีเยนา’’ติ ปทสฺส สตฺตมีสมาสญฺจ อนียสทฺทสฺส กมฺมตฺถญฺจ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘สตฺตาหพฺภนฺตเร ยํ กตฺตพฺพ’’นฺติ. ตตฺถ ‘‘สตฺตาหพฺภนฺตเร’’ติ อิมินา สตฺตมีสมาสํ ทสฺเสติ, ‘‘กตฺตพฺพ’’นฺติ อิมินา กมฺมตฺถํ. ‘‘สตฺตาหพฺภนฺตเร’’ติ อิมินา สตฺตาหสฺส อพฺภนฺตรํ สตฺตาหนฺติ อุตฺตรปทโลปํ ทสฺเสติ. ปหิเต คนฺตุนฺติ เอตฺถ ปหิเตสทฺทสฺส กตฺตุกมฺมานิ ทสฺเสตุํ วุตฺตํ ‘‘ภิกฺขุอาทีหิ ทูเต’’ติ. ตตฺถ ‘‘ภิกฺขุอาทีหี’’ติ อิมินา กตฺตารํ ทสฺเสติ, ‘‘ทูเต’’ติ อิมินา กมฺมํ. สตฺตาหนฺติ เอตฺถ อุตฺตรปทโลปญฺจ ภุมฺมตฺเถ อุปโยควจนญฺจ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘อนฺโตสตฺตาเหเยวา’’ติ. ตตฺเถวาติ ตสฺมึ ปหิตฏฺฐาเนเยว. ‘‘น อุฏฺฐาเปตพฺโพ’’ติ อิมินา ‘‘สตฺตาเหเยวา’’ติ เอตฺถ เอวสทฺทสฺส ผลํ ทสฺเสติ.
๑๘๙. รโส เอตสฺมึ อตฺถีติ รสวตีติ วุตฺเต ภตฺตเคหํ คเหตพฺพนฺติ อาห ‘‘ภตฺตเคหํ วุจฺจตี’’ติ. ภตฺตเคหนฺติ ภตฺตปจนเคหํ. ปุรายํ สุตฺตนฺโตติ เอตฺถ ปุรา อยนฺติ ปทจฺเฉทํ กตฺวา ปุราสทฺโท ยาวปริยาโยติ อาห ‘‘ยาว อยํ สุตฺตนฺโต’’ติ. น ปลุชฺชตีติ เอตฺถ ลุชธาตุ วินาสตฺโถติ อาห ‘‘น วินสฺสตี’’ติ. ปริสงฺขตนฺติ ปริสงฺขริตพฺพํ. สพฺพตฺถาติ สพฺเพสุ ปหิเตสุ. อิมินาว กปฺปิยวจเนนาติ อิมินา เอว กปฺปิเยน ติวากฺยสงฺขาเตน วจเนน. เอเตสนฺติ เอเตสํ ติณฺณํ วากฺยานํ. เววจเนนาติ ‘‘ยญฺญญฺจ ยชิตุํ, สุตฺตญฺจ อุคฺคณฺหิตุํ, สมเณ จ ทสฺสิตุ’’นฺติ ปริยาเยน. สตฺตสูติ อุปาสก อุปาสิก ภิกฺขุภิกฺขุนี สิกฺขมาน สามเณร สามเณรี สงฺขาตาสุ สตฺตสุ.