๙๑. สงฺฆุโปสถาทิกถา

๑๖๘. ‘‘สมฺมชฺชิตฺวา’’ติ ปทมเปกฺขิตฺวา โส เทโสติ เอตฺถ ‘‘อุปโยคตฺเถ ปจฺจตฺตวจน’’นฺติ วุตฺตํ. เอตนฺติ ‘‘โส เทโส สมฺมชฺชิตพฺโพ’’ติอาทิวจนํ. เตนาติ เตน เหตุนา. อฏฺฐกถาจริยา ‘‘สมฺมชฺชนี…เป… วุจฺจติ’’ อิติ อาหูติ โยชนา.

สมฺมชฺชนีติ สมฺมชฺชนกรณํ. ปทีโปติ ปทีปุชฺชลนํ. อุทกนฺติ อุทกฏฺฐปนํ. อาสเนนาติ อาสนปญฺญาปเนน. ‘‘อิตี’’ติ อชฺฌาหริตพฺพํ. อุโปสถสฺสาติ นววิธสฺส อุโปสถสฺส ปุพฺพกรณนฺติ สมฺพนฺโธ. เอตานีติ จตฺตาริ กมฺมานิ. วุจฺจตีติ กถิยติ. อิทํ ‘‘เอตานี’’ติ กมฺมสฺส จ ‘‘ปุพฺพกรณ’’นฺติ อาการสฺส จ อเภทตฺตา อาสนฺนํ อาการมเปกฺขิตฺวา เอกวจนวเสน วุตฺตํ. ‘‘อกฺขาตานี’’ติ อิทํ ปน ‘‘อิมานิ จตฺตารี’’ติ กมฺมมเปกฺขิตฺวา พหุวจนวเสน วุตฺตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ.

ฉนฺทปาริสุทฺธิอุตุกฺขานนฺติ ฉนฺทกฺขานญฺจ ปาริสุทฺธิกฺขานญฺจ อุตุกฺขานญฺจ. ภิกฺขุคณนาติ ภิกฺขู คเณตฺวา อกฺขานํ. โอวาโทติ ภิกฺขุนีหิ ยาจิตสฺส โอวาทสฺส อกฺขานํ. เอตานีติ เอตานิ ปญฺจ. ปุพฺพกรณโต ปจฺฉาติ ปุพฺพกรณสฺส กรณโต ปจฺฉา. เอตฺถ จ ‘‘ปุพฺพกรณโต ปจฺฉา กตฺตพฺพานี’’ติ อิทํ กตฺตพฺพาการสฺเสว วิเสสนํ, น อตฺถสฺส. อยํ ปน วิเสโส – สงฺฆสนฺนิปาตโต ปุพฺพภาเค กตฺตพฺพตฺตา ปุพฺพกรณํ นาม, อุโปสถกรณโต ปุพฺพภาเค กตฺตพฺพตฺตา ปุพฺพกิจฺจํ นามาติ.

อุโปสโถติ อุโปสถทิวโส. ยาวติกา จ ภิกฺขูติ ยตฺตกา ภิกฺขู. กมฺมปตฺตาติ อุโปสถกมฺมสฺส ปตฺตา ยุตฺตา อนุรูปา. ตาวติกา ภิกฺขู หตฺถปาสํ อวิชหิตฺวา เอกสีมายํ ฐิตา จ โหนฺตีติ โยชนา. สภาคาปตฺติโยติ วตฺถุสภาคา อาปตฺติโย. วชฺชนียาติ วชฺเชตพฺพา. ปุคฺคลาติ คหฏฺฐาทิปุคฺคลา. ตสฺมินฺติ ตสฺมึ อุโปสถสีมมาฬเก. เอตานิ จตฺตารีติ ปาฐเสโส.

อาคเตหิ เตหิ ภิกฺขูหีติ โยชนา. ปนฺนรโสปีติ ปิสทฺเทน น เกวลํ ปาฬิยํ อาคตนเยเนว อธิฏฺฐาตุํ วฏฺฏติ, อถ โข ‘‘อชฺช เม อุโปสโถ ปนฺนรโส’’ติปีติ ทสฺเสติ.