๘๘. ฉนฺททานกถา
๑๖๕. ฉนฺททาเนปิ วินิจฺฉโย เวทิตพฺโพติ โยชนา. อุโปสโถ กโต โหตีติ ปาริสุทฺธิทายกสฺส จ สงฺฆสฺส จ อุโปสโถ กโต โหติ. อญฺญนฺติ อุโปสถกมฺมโต อญฺญํ. ยํ ปน กมฺมนฺติ สมฺพนฺโธ. กมฺมมฺปีติ อุโปสถกมฺมโต อญฺญํ กมฺมมฺปิ. เอตฺถ จ ตทหุโปสเถ อตฺตโน จ สงฺฆสฺส จ สเจ อุโปสถกมฺมํ โหติ, ปาริสุทฺธิเยว ทาตพฺพา. อถ อญฺญํ กมฺมํ โหติ, ฉนฺโทเยว ทาตพฺโพ. ยทิ อุโปสถกมฺมญฺจ อญฺญกมฺมญฺจ โหติ, ปาริสุทฺธิ จ ฉนฺโท จ ทาตพฺโพ. ตํ สนฺธาย วุตฺตํ ‘‘ตทหุโปสเถ ปาริสุทฺธึ เทนฺเตน ฉนฺทมฺปิ ทาตุ’’นฺติ. สีมาย วาติ พทฺธสีมาย วา. อจฺฉิตุนฺติ อุปเวสิตุํ. ‘‘อาส อุปเวสเน’’ติ หิ ธาตุปาเฐสุ (สทฺทนีติธาตุมาลายํ ๑๖ สการนฺตธาตุ) วุตฺตํ. สามคฺคี วาติ กายสามคฺคี วา.
๑๖๗. สรติปิ อุโปสถํ, นปิ สรตีติ เอตฺถ ปิสทฺทสฺส อนิยมวิกปฺปตฺถํ ทสฺเสตุํ วุตฺตํ ‘‘เอกทา สรติ, เอกทา น สรตี’’ติ. ‘‘เอกนฺต’’นฺติ อิมินา เนว สรตีติ เอตฺถ เอวสทฺทสฺส สนฺนิฏฺฐานตฺถํ ทสฺเสติ. กมฺมํ น โกเปตีติ สมฺมุติลทฺโธปิ อลทฺโธปิ อุมฺมตฺตโก กมฺมํ น โกเปติ.