๖๘. สนฺนิปาตานุชานนาทิกถา
๑๓๒. อุโปสถกฺขนฺธเก ตรนฺติ โอตรนฺติ เอตฺถาติ ติตฺถํ, อุทกติตฺถํ, ติตฺถํ วิยาติ ติตฺถํ, ลทฺธีติ อาห ‘‘ติตฺถํ วุจฺจติ ลทฺธี’’ติ. ลทฺธิ หิ พหูนํ ลทฺธิกานํ โอตรณฏฺฐานตฺตา ติตฺถํ นาม. อญฺญนฺติ สาสนิกลทฺธิโต อญฺญํ. เอเตสนฺติ ปริพฺพาชกานํ. อิโตติ อิมสฺมา สาสนิกลทฺธิโต. ยนฺติ ยํ ธมฺมชาตํ. เตสนฺติ อญฺญติตฺถิยานํ ปริพฺพาชกานํ. เต ลภนฺตีติ เอตฺถ ตสทฺโท มนุสฺสวิสโยติ อาห ‘‘เต มนุสฺสา’’ติ. มูคสูกราติ เอตฺถ ถูลสรีรสฺส สูกรสฺส สทฺทมตฺตสฺสาปิ อภาวโต มูคสูกโร นามาติ อาห ‘‘ถูลสรีรสูกรา’’ติ.
๑๓๕. อสฺสาติ ภิกฺขุโน. โสติ สมฺปชานมุสาวาโท. กินฺติ กึ อาปตฺติ. ทุกฺกฏนฺติ ปทสฺส ทุกฺกฏํ กมฺมนฺติ อาสงฺกา ภเวยฺยาติ อาห ‘‘ทุกฺกฏาปตฺตี’’ติ. สา จ โข ทุกฺกฏาปตฺติ มุสาวาทลกฺขเณน น โหตีติ โยชนา. เกน โหตีติ อาห ‘‘ภควโต ปน วจเนนา’’ติ. วจเนนาติ จ ‘‘สมฺปชานมุสาวาเท กึ โหติ? ทุกฺกฏํ โหตี’’ติ (มหาว. ๑๓๕) วจเนน. อกิริยสมุฏฺฐานาติ อาวิ กตฺตพฺพาย อาปตฺติยา อกรเณน อกิริยสมุฏฺฐานา.
มนุเชนาติ มนุสฺเสน. วาจาติ วาจาย. ยการสฺส หิ โลโป. คิรนฺติ สทฺทํ. ปเรติ อญฺเญ ปุคฺคเล. วาจสิกนฺติ วาจาโต สมุฏฺฐิตํ. อยํ ปเนตฺถ โยชนา – ภิกฺขุ เกนจิ อาสนฺเน ฐิเตน มนุเชน วาจาย อนาลปนฺโต โหติ, ปเร ทูเร ฐิเต ปุคฺคเล สนฺธาย คิรํ มหาสทฺทํ โน จ ภเณยฺย, เอวมฺปิ วาจสิกเมว อาปชฺเชยฺยาติ.
อนฺตรายิโกติ เอตฺถ กโรตฺยตฺเถ ณิกปจฺจโยติ อาห ‘‘อนฺตรายกโร’’ติ. ‘‘กิมตฺถายา’’ติ อิมินา กิสฺสาติ เอตฺถ ตทตฺเถ จตุตฺถีติ ทสฺเสติ, เหตฺวตฺโถปิ ยุชฺชเตว. สพฺพตฺถาติ สพฺเพสุ ‘‘ทุติยสฺส ฌานสฺส อธิคมายา’’ติอาทีสุ. อิตีติอาทิ นิคมนํ. อุทฺเทสโต จาติ ‘‘สุณาตุ เม ภนฺเต สงฺโฆ’’ติอาทิอุทฺเทสโต จ. นิทฺเทสโต จาติ ‘‘ปาติโมกฺขนฺติ อาทิเมต’’นฺติอาทินิทฺเทสโต จ.
๑๓๖. เทวสิกนฺติ เอตฺถ ณิกปจฺจโย วิจฺฉตฺเถ โหตีติ อาห ‘‘ทิวเส ทิวเส’’ติ. ตติเย จ สตฺตเม จ ปกฺเขติ เอกสฺส อุตุโน อฏฺฐสุ ปกฺเขสุ ตติเย จ สตฺตเม จ ปกฺเข. ‘‘วจนโต’’ติ ปทํ ‘‘วฏฺฏตี’’ติ ปเท ญาปกเหตุ. ตถารูเป ปจฺจเยติ ตถารูเป วิกติจาริตฺตสงฺขาเต ปจฺจเย. อนุวตฺติตพฺพนฺติ อนุมตึ วตฺติตพฺพํ. วจนโตปีติ ปิสทฺโท ปุพฺเพ ญาปกเหตุํ สมฺปิณฺเฑติ. เอตนฺติ ‘‘ยสฺมึ ตสฺมึ จาตุทฺทเส วา ปนฺนรเส วา อุทฺทิสิตุํ วฏฺฏตี’’ติ วจนํ.