๒. ทุติยสงฺฆาทิเสสสิกฺขาปทํ
๖๘๒. ทุติเย วริตพฺพํ อิจฺฉิตพฺพนฺติ วรํ, ตเมว ภณฺฑนฺติ วรภณฺฑนฺติ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘มหคฺฆภณฺฑ’’นฺติ. ‘‘มุตฺตา’’ติอาทินา ตสฺส สรูปํ ทสฺเสติ.
๖๘๓. อาปุพฺโพ โลกสทฺโท อภิมุขํ โลกนตฺโถ โหติ, อุปุพฺโพ อุทฺธํ โลกนตฺโถ, โอปุพฺโพ อโธ โลกนตฺโถ, วิปุพฺโพ อิโต จิโต จ วีติหรณโลกนตฺโถ, อปปุพฺโพ อาปุจฺฉนตฺโถ. อิธ ปน อปปุพฺพตฺตา อาปุจฺฉนตฺโถติ อาห ‘‘อนาปุจฺฉิตฺวา’’ติ. มลฺลคณ ภฏิปุตฺต คณาทิกนฺติอาทีสุ มลฺลคโณ นาม นารายนภตฺติโก คโณ. ภฏิปุตฺตคโณ นาม กุมารภตฺติโก คโณ. อาทิสทฺเทน อญฺญมฺปิ คามนิคเม อนุสาสิตุํ สมตฺถํ คณํ สงฺคณฺหาติ. อถ วา มลฺลคโณติ มลฺลราชูนํ คโณ. เต หิ คณํ กตฺวา กุสินารายํ รชฺชํ อนุสาสนฺติ, เต สนฺธาย วุตฺตํ ‘‘มลฺลคโณ’’ติ. ภฏิปุตฺตคโณติ ลิจฺฉวิคโณ ปริยายนฺตเรน วุตฺโต. ลิจฺฉวิราชูนญฺหิ ปุพฺพราชาโน ภฏินามกสฺส ชฏิลสฺส ปุตฺตา โหนฺติ, เตสํ วํเส ปวตฺตา เอตรหิ ลิจฺฉวิราชาโนปิ ภฏิปุตฺตาติ วุจฺจนฺติ. ชฏิโล ปน พาราณสิรญฺโญ ปุตฺเต นทิโสเตน วุยฺหมาเน นทิโต อุทฺธริตฺวา อตฺตโน อสฺสเม ปุตฺตํ กตฺวา ภรณตฺตา โปสนตฺตา ภฏีติ วุจฺจติ, ตสฺส ปุตฺตตฺตา ลิจฺฉวิคโณ ภฏิปุตฺโตติ วุจฺจติ. เตปิ คณํ กตฺวา เวสาลิยํ รชฺชํ อนุสาสนฺติ, ตํ สนฺธาย วุตฺตํ ‘‘ภฏิปุตฺตคโณ’’ติ. ธมฺมคโณ นาม สาสนธมฺมภตฺติโก คโณ. คนฺธิกเสณีติ คนฺธการานํ สมชาติกานํ สิปฺปิกานํ คโณ. ทุสฺสิกเสณีติ ทุสฺสการานํ สมชาติกานํ เปสการานํ คโณ. อาทิสทฺเทน ตจฺฉกเสณิรชกเสณิอาทโย สงฺคยฺหนฺติ. ยตฺถ ยตฺถาติ ยสฺมึ ยสฺมึ ฐาเน. หีติ สจฺจํ. เต เอวาติ คณาทโย เอว. ปุน เตติ คณาทโย. อิทนฺติ ‘‘คณํ วา’’ติอาทิวจนํ. เอตฺถาติ ราชาทีสุ. สงฺฆาปุจฺฉนเมว ปธานการณนฺติ อาห ‘‘ภิกฺขุนิสงฺโฆ อาปุจฺฉิตพฺโพวา’’ติ. กปฺปคติกนฺติ กปฺปํ คจฺฉตีติ กปฺปคตา, สา เอว กปฺปคติกา, ตํ.
เกนจิ กรณีเยน ขณฺฑสีมํ อคนฺตฺวา เกนจิ กรณีเยน ภิกฺขุนีสุ ปกฺกนฺตาสูติ โยชนา. นิสฺสิตกปริสายาติ อนฺเตวาสิกปริสาย. วุฏฺฐาเปนฺติยาติ อุปสมฺปาเทนฺติยาติ. ทุติยํ.