๔. จตุตฺถปาราชิกสิกฺขาปทํ

๖๗๕. จตุตฺเถ เมถุนราเคน อวสฺสุตา นาธิปฺเปตา, กายสํสคฺคราเคน อวสฺสุตาวาธิปฺเปตาติ อาห ‘‘กายสํสคฺคราเคน อวสฺสุตา’’ติ. ‘‘ปุริสปุคฺคลสฺสา’’ติปทํ น หตฺถสทฺเทน สมฺพนฺธิตพฺพํ, คหณสทฺเทเนว สมฺพนฺธิตพฺพนฺติ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘ยํ ปุริสปุคฺคเลนา’’ติอาทิ. ตนฺติ คหณํ, ‘‘หตฺถคฺคหณ’’นฺติ วุตฺตวจนํ อุปลกฺขณมตฺตเมวาติ อาห ‘‘อญฺญมฺปี’’ติอาทิ. ตตฺถ ‘‘อญฺญมฺปี’’ติ หตฺถคหณโต อิตรมฺปิ. อปาราชิกกฺเขตฺเตติ อุพฺภกฺขเก อโธชาณุมณฺฑเล. อสฺสาติ ‘‘หตฺถคฺคหณ’’นฺติปทสฺส. เอตฺถาติ ‘‘อสทฺธมฺมสฺส ปฏิเสวนตฺถายา’’ติปเท. กายสํสคฺโคติ กายสํสคฺโค เอว. เตน วุตฺตํ ‘‘น เมถุนธมฺโม’’ติ. หีติ สจฺจํ, ยสฺมา วา. เอตฺถาติ กายสํสคฺคคหเณ. สาธกนฺติ ญาปกํ.

ติสฺสิตฺถิโยติ ภุมฺมตฺเถ เจตํ อุปโยควจนํ. ตีสุ อิตฺถีสูติ หิ อตฺโถ, ติสฺโส อิตฺถิโย อุปคนฺตฺวาติ วา โยเชตพฺโพ. เอเสว นโย ปรโตปิ. ยํ เมถุนํ อตฺถิ, ตํ น เสเวติ โยชนา. น เสเวติ จ น เสวติ. ติการสฺส หิ เอกาโร. ตโย ปุริเสติ ตีสุ ปุริเสสุ, เต วา อุปคนฺตฺวา. ตโย จ อนริยปณฺฑเกติ ตีสุ อนริยสงฺขาเตสุ อุภโตพฺยญฺชนเกสุ จ ปณฺฑเกสุ จ, เต วา อุปคนฺตฺวาติ โยชนา. น จาจเร เมถุนํ พฺยญฺชนสฺมินฺติ อตฺตโน นิมิตฺตสฺมึ เมถุนํ น จ อาจรติ. อิทํ อนุโลมปาราชิกํ สนฺธาย วุตฺตํ. เฉชฺชํ สิยา เมถุนธมฺมปจฺจยาติ เมถุนธมฺมการณา เฉชฺชํ สิยา, ปาราชิกํ ภเวยฺยาติ อตฺโถ. กุสเลหีติ ปญฺหาวิสชฺชเน เฉเกหิ, เฉกกาเมหิ วา. อยํ ปโญฺห อฏฺฐวตฺถุกํ สนฺธาย วุตฺโต.

ปญฺหาวิสชฺชนตฺถาย จินฺเตนฺตานํ เสทโมจนการณตฺตา ‘‘เสทโมจนคาถา’’ติ วุตฺตา. วิรุชฺฌตีติ ‘‘น เมถุนธมฺโม’’ติ วจเนน ‘‘เฉชฺชํ สิยา เมถุนธมฺมปจฺจยา’’ติ วจนํ วิรุชฺฌติ, น สเมตีติ อตฺโถ. อิติ เจ วเทยฺย, น วิรุชฺฌติ. กสฺมา? เมถุนธมฺมสฺส ปุพฺพภาคตฺตาติ โยชนา. อิมินา เมถุนธมฺมสฺส ปุพฺพภาคภูโต กายสํสคฺโคว อุปจาเรน ตตฺถ เมถุนธมฺมสทฺเทน วุตฺโต, น ทฺวยํทฺวยสมาปตฺตีติ ทีเปติ. หิสทฺโท วิตฺถารโชตโก. ปริวาเรเยว วุตฺตานีติ สมฺพนฺโธ. วณฺณาวณฺโณติ สุกฺกวิสฏฺฐิ. ธนมนุปฺปาทานนฺติ สญฺจริตฺตํ. ‘‘อิมินา ปริยาเยนา’’ติ อิมินา เลเสน สมีปูปจาเรนาติ อตฺโถ. เอเตนุปาเยนาติ ‘‘หตฺถคฺคหณํ สาทิเยยฺยา’’ติปเท วุตฺตอุปาเยน. สพฺพปเทสูติ สพฺเพสุ ‘‘สงฺฆาฏิกณฺณคฺคหณํ สาทิเยยฺยา’’ติอาทีสุ ปเทสุ. อปิ จาติ เอกํเสน, วิเสสํ วกฺขามีติ อธิปฺปาโย. ‘‘เอวํนามกํ ฐาน’’นฺติ อิมินา ‘‘อิตฺถํนามํ อิมสฺส ฐานสฺสา’’ติ วจนตฺถํ ทีเปติ.

๖๗๖. เอกนฺตริกาย วาติ เอตฺถ วาสทฺเทน ทฺวนฺตริกาทีนิปิ สงฺคยฺหนฺติ. เยน เตนาติ เยน วา เตน วา. ทฺวิติจตุปฺปญฺจฉวตฺถูนิ เปยฺยาลวเสน วา วาสทฺเทน วา คเหตพฺพานิ. อปิ จาติ กิญฺจ ภิยฺโย, วตฺตพฺพวิเสสํ วกฺขามีติ อธิปฺปาโย. เอตฺถาติ ‘‘อาปตฺติโย เทเสตฺวา’’ติ วจเน. หีติ สจฺจํ. วุตฺตนฺติ ปริวาเร วุตฺตํ. ตตฺราติ ปุริมวจนาเปกฺขํ. เทสิตา อาปตฺติ คณนูปิกาติ โยชนา. เอกํ วตฺถุํ อาปนฺนา ยา ภิกฺขุนีติ โยชนา. ธุรนิกฺเขปํ กตฺวาติ ‘‘อิมญฺจ วตฺถุํ, อญฺญมฺปิ จ วตฺถุํ นาปชฺชิสฺสามี’’ติ ธุรนิกฺเขปํ กตฺวา. ยา ปน สอุสฺสาหาว เทเสตีติ โยชนาติ. จตุตฺถํ.

สาธารณาติ ภิกฺขุนีหิ สาธารณา. เอตฺถาติ ‘‘อุทฺทิฏฺฐา โข อยฺยาโย’’ติอาทิวจเน.

อิติ สมนฺตปาสาทิกาย วินยสํวณฺณนาย

ภิกฺขุนิวิภงฺเค ปาราชิกกณฺฑวณฺณนาย โยชนา สมตฺตา.