๕. จูฬกมฺมวิภงฺคสุตฺตวณฺณนา
๒๘๙. องฺคสุภตายาติ องฺคานํ หตฺถปาทาทิสรีราวยวานํ สุนฺทรภาเวน. ยํ อปจฺจํ กุจฺฉิตํ มุทฺธํ วา, ตตฺถ โลเก มาณวโวหาโร, เยภุยฺเยน สตฺตา ทหรกาเล สุทฺธธาตุกา โหนฺตีติ วุตฺตํ, ‘‘ตรุณกาเล โวหรึสู’’ติ. อธิปติตฺตาติ อิสฺสรภาวโต.
สมาหารนฺติ สนฺนิจยํ. ปณฺฑิโต ฆรมาวเสติ ยสฺมา อปฺปตเรปิ พฺยยมาเน โภคา ขียนฺติ, อปฺปตเรปิ สญฺจยมาเน วฑฺฒนฺติ, ตสฺมา วิญฺญุชาติโก กิญฺจิ พฺยยํ อกตฺวา อยเมว อุปฺปาเทนฺโต ฆราวาสํ อนุติฏฺเฐยฺยาติ โลภาเทสิตมตฺถํ วทติ.
ธนโลเภน…เป… นิพฺพตฺโต. โลภวสิกสฺส หิ คติ นิรโย วา ติรจฺฉานโยนิ วา. วุตฺตเญฺหตํ – ‘‘นิมิตฺตสฺสาทคถิตํ วา, ภิกฺขเว, วิญฺญาณํ ติฏฺฐมานํ ติฏฺฐติ อนุพฺยญฺชนสฺสาทคถิตํ วา. ตสฺมึ สมเย กาลงฺกเรยฺย, ทฺวินฺนํ คตีนํ อญฺญตรํ คตึ วทามิ – นิรยํ วา ติรจฺฉานโยนึ วา’’ติ (สํ. นิ. ๔.๒๓๕). นิรเย นิพฺพตฺติสฺสติ กโตกาสสฺส กมฺมสฺส ปฏิพาหิตุํ อสกฺกุเณยฺยภาวโต.
ปตฺตกฺขนฺธอโธมุขภาวํ สนฺธาย ‘‘โอนาเมตฺวา’’ติ วุตฺตํ. พฺราหฺมณจาริตฺตสฺส ภาวิตตํ สนฺธายาห ‘‘พฺรหฺมโลเก นิพฺพตฺโต’’ติ. ตํ ปวตฺตึ ปุจฺฉีติ สุตเมตํ มยา, ‘‘มยฺหํ ปิตา สุนโข หุตฺวา นิพฺพตฺโต’’ติ, เอตํ โภตา โคตเมน วุตฺตนฺติ. กิมิทํ วุตฺตนฺติ อิมํ ปวตฺตึ ปุจฺฉิ.
ตเถว วตฺวาติ ยถา สุนขสฺส วุตฺตํ, ตเถว วตฺวา. อวิสํวาทนตฺถนฺติ, ‘‘โตเทยฺยพฺราหฺมโณ สุนโข ชาโต’’ติ อตฺตโน วจนสฺส อวิสํวาทนตฺถํ, วิสํวาทนาภาวทสฺสนตฺถนฺติ อธิปฺปาโย. ญาโตมฺหิ อิมินาติ อิมินา มม ปุตฺเตน มยฺหํ ปุริมชาติยํ ปิตาติ เอวํ ญาโต อมฺหีติ ชานิตฺวา. พุทฺธานุภาเวน กิร สุนโข ตถา ทสฺเสติ, น ชาติสฺสรตาย. ภควนฺตํ ทิสฺวา ภุกฺกรณํ ปน ปุริมชาติสิทฺธวาสนาย. ภวปฏิจฺฉนฺนนฺติ ภวนฺตรภาเวน ปฏิจฺฉนฺนํ. นาม-สทฺโท สมฺภาวเน. ปฏิสนฺธิอนฺตรนฺติ อญฺญชาติปฏิสนฺธิคฺคหเณน เหฏฺฐิมชาตํ คตึ. องฺควิชฺชาปาฐโก กิเรส, เตน อปฺปายุกทีฆายุกตาทิวเสน จุทฺทส ปเญฺห อภิสงฺขริ; เอวํ กิรสฺส อโหสิ, ‘‘อิเมสํ สตฺตานํ อปฺปายุกตาทโย วิเสสา องฺคปจฺจงฺควเสน สลฺลกฺขิยนฺติ. น โข ปเนตํ ยุตฺตํ ‘องฺคปจฺจงฺคานิ ยาว เตสํ เตสํ การณ’นฺติ; ตสฺมา ภวิตพฺพเมตฺถ อญฺเญเนว การเณน. สมโณ โคตโม ตํ การณํ วิภชิตฺวา กเถสฺสติ, เอวายํ สพฺพญฺญูติ นิจฺฉโย เม อปณฺณโก ภวิสฺสตี’’ติ. อปเร ปน ภณนฺติ, ‘‘ติรจฺฉานคตํ มนุสฺสํ วา อาวิสิตฺวา อิจฺฉิตตฺถกสาวนํ นาม มหามนฺตวิชฺชาวเสน โหติ; ตสฺมา น เอตฺตาวตา สมณสฺส โคตมสฺส สพฺพญฺญุตา สุนิจฺฉิตา โหติ. ยํ นูนาหํ กมฺมผลมสฺส อุทฺทิสฺส ปญฺหํ ปุจฺเฉยฺยํ, ตตฺถ จ เม จิตฺตํ อาราเธนฺโต ปญฺหํ พฺยากริสฺสติ. เอวายํ สพฺพญฺญูติ วินิจฺฉโย เม ภวิสฺสตีติ เต ปเญฺห ปุจฺฉตี’’ติ.
ภณฺฑกนฺติ สาปเตยฺยํ, สนฺตกนฺติ อตฺโถ. กมฺมุนา ทาตพฺพํ อาทิยนฺตีติ กมฺมทายาทา, อตฺตนา กตูปจิตกมฺมผลภาคีติ อตฺโถ. ตํ ปน กมฺมทายชฺชํ การโณปจาเรน วทนฺโต, ‘‘กมฺมํ เอเตสํ ทายชฺชํ ภณฺฑกนฺติ อตฺโถ’’ติ อาห – ยถา ‘‘กุสลานํ, ภิกฺขเว, ธมฺมานํ สมาทานเหตุ เอวมิทํ ปุญฺญํ ปวฑฺฒตี’’ติ (ที. นิ. ๓.๘๐). ยวติ ผลํ สภาวโต ภินฺนมฺปิ อภินฺนํ วิย มิสฺสิตํ โหติ, เอเตนาติ โยนีติ อาห – ‘‘กมฺมํ เอเตสํ โยนิ การณ’’นฺติ. มมตฺตวเสน พชฺฌติ สํพชฺฌตีติ พนฺธุ, ญาติ สาโลหิโต จ. กมฺมํ ปน เอกนฺตสมฺพนฺธเมวาติ อาห – ‘‘กมฺมํ เอเตสํ พนฺธู’’ติ. ปติฏฺฐาติ อวสฺสโย. กมฺมสทิโส หิ สตฺตานํ อวสฺสโย นตฺถิ, อญฺโญ โกจิ อิสฺสโร พฺรหฺมา วา น กโรติ ตาทิสํ กตฺตุํ สชฺชิตุํ อสมตฺถภาวโต. ยํ ปเนตฺถ วตฺตพฺพํ, ตํ วิสุทฺธิมคฺคสํวณฺณนายํ วุตฺตนเยน เวทิตพฺพํ. กมฺมเมวาติ กสฺมา อวธาริตํ, นนุ กิเลสาปิ สตฺตานํ หีนปณีตภาวการณํ, น เกวลนฺติ? สจฺจเมตํ, กิเลสปโยเคน วิปากวฏฺฏํ นิพฺพตฺตํ กมฺมปวตฺติตเมวาติ กตฺวา วุตฺตํ. ‘‘กถิตสฺส อตฺถํ น สญฺชานาสี’’ติ สงฺเขปโต วตฺวา นนุ ภควา มหาการุณิโก ปเรสํ ญาปนตฺถเมว ธมฺมํ เทเสตีติ อาห – ‘‘มานนิสฺสิโต กิเรสา’’ติอาทิ.
๒๙๐. สมตฺเตนาติ ปริยตฺเตน, ยถา ตํ ผลํ ทาตุํ สมตฺถํ โหติ, เอวํ กเตน, อุปจิเตนาติ อตฺโถ. ตาทิสํ ปน อตฺตโน กิจฺเจ อนูนํ นาม โหตีติ อาห ‘‘ปริปุณฺเณนา’’ติ. สมาทินฺเนนาติ เอตฺถ สมาทานํ นาม ตณฺหาทิฏฺฐีหิ คหณํ ปรามสนนฺติ อาห – ‘‘คหิเตน ปรามฏฺเฐนา’’ติ. ปฏิปชฺชติ เอตาย สุคติทุคฺคตีติ ปฏิปทา, กมฺมํ. ตถา หิ ตํ ‘‘กมฺมปโถ’’ติ วุจฺจติ.
เอสาติ ปฏิปทา. ทุพฺพลํ อุปฆาตกเมว สิยาติ อุปปีฬกสฺส วิสยํ ทสฺเสตุํ, ‘‘พลวกมฺเมนา’’ติอาทิ วุตฺตํ. พลวกมฺเมนาติ ปุญฺญกมฺเมน. วทติ นามาติ วทนฺโต วิย โหติ. นิพฺพตฺตาเปยฺยนฺติ กสฺมา วุตฺตํ, นนุ อุปปีฬกสภาวํ กมฺมํ ชนกสภาวํ น โหตีติ? สพฺพเมตํ ปริกปฺปนวจนํ, ยถา มนุสฺสา ปจฺจตฺถิกํ ปฏิปกฺขํ กิญฺจิ กาตุํ อสมตฺถาปิ เกจิ อาลมฺพนวเสน สมตฺถา วิย อตฺตานํ ทสฺเสนฺติ, เอวํสมฺปทมิทนฺติ เกจิ. อปเร ปน ภณนฺติ – ยสฺสิทํ กมฺมสฺสวิปากํ ปีเฬติ, สเจ ตสฺมึ อโนกาเส เอว สยํ วิปจฺจิตุํ โอกาสํ ลเภยฺย, อปาเยสุ เอว ตํสมงฺคิปุคฺคลํ นิพฺพตฺตาเปยฺย, ยสฺมา ตํ กมฺมํ พลวํ หุตฺวา อวเสสปจฺจยสมวาเยน วิปจฺจิตุํ อารทฺธํ, ตสฺมา อิตรํ ตสฺส วิปากํ วิพาเธนฺตํ อุปปีฬกํ นาม ชาตํ. เอตทตฺถเมว เจตฺถ ‘‘พลวกมฺเมน นิพฺพตฺต’’นฺติ พลวคฺคหณํ กตํ. กิจฺจวเสน หิ เนสํ กมฺมานํ เอตา สมญฺญา, ยทิทํ อุปปีฬกํ อุปจฺเฉทกํ ชนกํ อุปตฺถมฺภกนฺติ, น กุสลานิ วิย อุปตฺถมฺภานิ โหนฺติ นิพฺพตฺตตฺถาย. ปีเฬตฺวาติ วิเหเฐตฺวา ปฏิฆาฏนาทิวเสน อุจฺฉุเตลยนฺตาทโย วิย อุจฺฉุติลาทิเก วิพาเธตฺวา. นิโรชนฺติ นิตฺเตชํ. นิยูสนฺติ นิรสํ. กสฏนฺติ นิสฺสารํ. ปริสฺสยนฺติ อุปทฺทวํ.
อิทานิ ปริสฺสยสฺส อุปนยนาการํ ทสฺเสนฺเตน ตตฺถ, ‘‘ทารกสฺสา’’ติอาทึ วตฺวา โภคานํ วินาสนาการํ ทสฺเสตุํ, ปุน ‘‘ทารกสฺสา’’ติอาทิ วุตฺตํ. กุมฺภโทหนาติ กุมฺภปูรขีรา. โคมณฺฑเลติ โคยูเถ.
อฏฺฐุสภคมนํ กตฺวาติ อฏฺฐอุสภปฺปมาณํ ปเทสํ ปจฺจตฺถิกํ อุทฺทิสฺส ธนุคฺคโห อนุยายึ กตฺวา. ตนฺติ สรํ. อญฺโญติ ปจฺจตฺถิโก. ตตฺเถว ปาเตยฺย อจฺจาสนฺนํ กตฺวา สรสฺส ขิตฺตตฺตา. วาฬมจฺโฉทกนฺติ มกราทิวาฬมจฺฉวนฺตํ อุทกํ.
ปฏิสนฺธินิพฺพตฺตกํ กมฺมํ ชนกกมฺมํ นาม ปริปุณฺณวิปากทายิภาวโต, น ปวตฺติวิปากมตฺตนิพฺพตฺตกํ. โภคสมฺปทาทีติ อาทิ-สทฺเทน อาโรคฺยสมฺปทาทิ-ปริวารสมฺปทาทีนิ คณฺหาติ. น ทีฆายุกตาทีนิ หิ อปฺปายุกตาสํวตฺตนิเกน กมฺมุนา นิพฺพตฺตานิ; อญฺญํ ทีฆายุกตากรเณน อุปตฺถมฺเภตุํ สกฺโกติ; น อติทุพฺพณฺณํ อปฺเปสกฺขํ นีจกุลีนํ ทุปฺปญฺญํ วา วณฺณวนฺตตาทิวเสน. ตถา หิ วกฺขติ, ‘‘อิมสฺมึ ปน ปญฺหวิสฺสชฺชเน’’ติอาทิ, ตํ ปน นิทสฺสนวเสน วุตฺตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ.
ปุริมานีติ อุปปีฬโกปจฺเฉทกานิ. อุปปีฬกุปฆาตา นาม กุสลวิปากปฏิพาหกาติ อธิปฺปาเยน ‘‘เทฺว อกุสลาเนวา’’ติ วุตฺตํ. อุปตฺถมฺภกํ กุสลเมวาติ เอตฺถ ยถา ชนกํ อุภยสภาวํ, เอวํ อิตเรสมฺปิ อุภยสภาวตาย วุจฺจมานาย น โกจิ วิโรโธ. เทวทตฺตาทีนญฺหิ นาคาทีนํ อิโต อนุปฺปวจฺฉิตานํ เปตาทีนญฺจ นรกาทีสุ อกุสลกมฺมวิปากสฺส อุปตฺถมฺภนุปปีฬนุปฆาตนานิ น น สมฺภวนฺติ. เอวญฺจ กตฺวา ยา เหฏฺฐา พหูสุ อานนฺตริเยสุ เอเกน คหิตปฏิสนฺธิกสฺส อิตเรสํ ตสฺส อนุพลปฺปทายิตา วุตฺตา, สาปิ สมตฺถิตา โหติ. ยสฺมิญฺหิ กมฺเม กเต ชนกนิพฺพตฺตํ กุสลผลํ วา อกุสลผลํ วา พฺยาธิธาตุสมตาทินิมิตฺตํ วิพาธียติ, ตมุปตฺถมฺภกํ. ยสฺมึ ปน กเต ชาติสมตฺถสฺส ปฏิสนฺธิยํ ปวตฺติยญฺจ วิปากกฏตฺตารูปานํ อุปฺปตฺติ โหติ, ตํ ชนกํ. ยสฺมึ ปน กเต อญฺเญน ชนิตสฺส อิฏฺฐสฺส วา อนิฏฺฐสฺส วา ผลสฺส วิพาธาวิจฺเฉทปจฺจยานุปฺปตฺติยา อุปพฺรูหนปจฺจยุปฺปตฺติยา จ ชนกสามตฺถิยานุรูปํ ปริวุตฺติจิรตรปพนฺธา โหติ, เอตํ อุปตฺถมฺภกํ. ตถา ยสฺมึ กเต ชนกนิพฺพตฺตํ กุสลผลํ อกุสลผลํ วา พฺยาธิธาตุสมตาทินิมิตฺตํ วิพาธียติ, ตํ อุปปีฬกํ. ยสฺมึ ปน กเต ชนกสามตฺถิยวเสน จิรตรปพนฺธารหมฺปิ สมานํ ผลํ วิจฺเฉทกปจฺจยุปฺปตฺติยา วิจฺฉิชฺชติ, ตํ อุปฆาตกนฺติ อยเมตฺถ สาโร.
ตตฺถาติ เตสุ กมฺเมสุ. อุปจฺเฉทกกมฺเมนาติ อายุโน อุปฆาตกกมฺเมน. สฺวายมุปฆาตกภาโว ทฺวิธา อิจฺฉิตพฺโพติ ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘ปาณาติปาตินา’’ติอาทิ วุตฺตํ. น สกฺโกติ ปาณาติปาตกมฺมุนา สนฺตานสฺส ตถาภิสงฺขตตฺตา. ยสฺมิญฺหิ สนฺตาเน นิพฺพตฺตํ, ตสฺส เตน อภิสงฺขตตา อวสฺสํ อิจฺฉิตพฺพา ตตฺเถว ตสฺส วิปากสฺส วินิพนฺธนโต. เอเตน กุสลสฺส กมฺมสฺส อายูหนกฺขเณเยว ปาณาติปาโต ตาทิสํ สามตฺถิยุปฆาตํ กโรตีติ ทสฺเสติ, ตโต กมฺมํ อปฺปผลํ โหติ. ‘‘ทีฆายุกา’’ติอาทินา อุปฆาตสามตฺถิเยน เขตฺเต อุปฺปนฺนสสฺสํ วิย อุปปตฺตินิยามกา ธมฺมาติ ทสฺเสติ. อุปปตฺติ นิยตวิเสเส วิปจฺจิตุํ โอกาเส กโรนฺเต เอว กุสลกมฺเม อากฑฺฒิยมานปฏิสนฺธิกํ ปาณาติปาตกมฺมํ อปฺปายุกตฺถาย นิยเมตีติ อาห – ‘‘ปฏิสนฺธิเมว วา นิยาเมตฺวา อปฺปายุกํ กโรตี’’ติ. ปาณาติปาตเจตนาย อจฺจนฺตกฏุกวิปากตฺตา สนฺนิฏฺฐานเจตนาย นิรเย นิพฺพตฺตติ ตสฺสา อตฺถสฺส ขีณาภาวโต; อิตเร ปน น ตถา ภาริยาติ อาห – ‘‘ปุพฺพา…เป… โหตี’’ติ. อิธ ปน ยํ เหฏฺฐา วุตฺตสทิสํ, ตํ วุตฺตนเยน เวทิตพฺพํ.
มนุสฺสามนุสฺสปริสฺสยาติ มานุสกา อมานุสกา จ อุปทฺทวา. ปุรโตติ ปุพฺพทฺวารโต. ปจฺฉโตติ ปจฺฉิมวตฺถุโต. ปวฏฺฏมานาติ ปริชนสฺส, เทวตานํ วา เทเสน ปวฏฺฏมานา. ปเรหีติ ปุราตเนหิ ปเรหิ. สมฺมุขีภาวนฺติ สามิภาววเสน ปจฺจกฺขตฺตํ. อาหริตฺวา เทนฺติ อิณายิกา. กมฺมนฺตาติ วณิชฺชาทิกมฺมานิ. อปาณาติปาตกมฺมนฺติ ปาณาติปาตสฺส ปฏิปกฺขภูตํ กมฺมํ; ปาณาติปาตา วิรติวเสน ปวตฺติตกมฺมนฺติ อตฺโถ. ทีฆายุกสํวตฺตนิกํ โหติ วิปากสฺส กมฺมสริกฺขภาวโต. อิมินา นเยนาติ อิมินา อปฺปายุกทีฆายุกสํวตฺตนิเกสุ กมฺเมสุ ยถาวุตฺเตน ตํ สํวตฺตนิกวิภาวนนเยน.
วิเหฐนกมฺมาทีนิปีติ ปิ-สทฺเทน โกธอิสฺสามนกมจฺเฉรถทฺธอวิทฺทสุภาววเสน ปวตฺติตกมฺมานิ สงฺคณฺหาติ. ตเถวาติ ยถา ปาณาติปาตกมฺมํ อตฺถโต เอวํ วทติ นามาติ วุตฺตํ, ตเถว วทมานานิ วิย. ‘‘ยํ ยเทวาติปตฺเถนฺติ, สพฺพเมเตน ลพฺภตี’’ติ (ขุ. ปา. ๘.๑๐) วจนโต ยถา สพฺพกุสลํ สพฺพาสํ สมฺปตฺตีนํ อุปนิสฺสโย, เอวํ สพฺพํ อกุสลํ สพฺพาสํ วิปตฺตีนํ อุปนิสฺสโยติ, ‘‘อุปปีฬเนน นิพฺโภคตํ อาปาเทตฺวา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตถา หิ ปาณาติปาตกมฺมวเสนปิ อยํ นโย ทสฺสิโต. อวิเหฐนาทีนีติ เอตฺถ อาทิ-สทฺเทน อกฺโกธน-อนิสฺสามน-ทาน-อนติมาน-วิทฺทสุภาเวน ปวตฺตกมฺมานิ สงฺคณฺหาติ.
๒๙๓. อิสฺสา มโน เอตสฺสาติ อิสฺสามนโกติ อาห ‘‘อิสฺสาสมฺปยุตฺตจิตฺโต’’ติ. อุปกฺโกสนฺโตติ อกฺโกสวตฺถูหิ อกฺโกสนฺโต. อิสฺสํ พนฺธตีติ อิสฺสํ อนุพนฺธติ อิสฺสาสหิตเมว จิตฺตํ อนุปวตฺเตติ. อปฺเปสกฺโขติ อปฺปานุภาโว อปฺปญฺญาโต. เตนาห ‘‘น ปญฺญายตี’’ติ. สา ปนสฺส อปฺปานุภาวตา ปริวาราภาเวน ปากฏา โหตีติ อาห ‘‘อปฺปปริวาโร’’ติ.
๒๙๔. มจฺฉริยวเสน น ทาตา โหตีติ สพฺพโส เทยฺยธมฺมสฺส อภาเวน น ทาตา น โหติ. อมจฺฉรี หิ ปุคฺคโล สติ เทยฺยธมฺเม ยถารหํ เทติเยว.
๒๙๕. อภิวาเทตพฺพํ เขตฺตวเสน มตฺถกปฺปตฺตํ ทสฺเสตุํ, ‘‘พุทฺธํ วา’’ติอาทิ วุตฺตํ. อญฺเญปิ มาตุปิตุเชฏฺฐภาตราทโย อภิวาทนาทิอรหา สนฺติ, เตสุ ถทฺธาทิวเสน กรณํ นีจกุลสํวตฺตนิกเมว. น หิ ปวตฺเต สกฺกา กาตุนฺติ สมฺพนฺโธ. เตน ปวตฺติวิปากทายิโน กมฺมสฺส วิสโย เอโสติ ทสฺเสติ. เตนาห ‘‘ปฏิสนฺธิเมว ปนา’’ติอาทิ.
๒๙๖. อปริปุจฺฉเนนาติ อปริปุจฺฉามตฺเตน นิรเย น นิพฺพตฺตติ; อปริปุจฺฉาเหตุ ปน กตฺตพฺพากรณาทีหิ สิยา นิรยนิพฺพตฺตีติ ปาฬิยํ, ‘‘น ปริปุจฺฉิตา โหตี’’ติอาทิ วุตฺตนฺติ ทสฺเสนฺโต, ‘‘อปริปุจฺฉโก ปนา’’ติอาทิมาห. ยถานุสนฺธึ ปาเปสีติ เทสนํ ยถานุสนฺธินิฏฺฐานํ ปาเปสิ. เสสํ วุตฺตนยตฺตา สุวิญฺเญยฺยเมว.
จูฬกมฺมวิภงฺคสุตฺตวณฺณนาย ลีนตฺถปฺปกาสนา สมตฺตา.