๖. มหากมฺมวิภงฺคสุตฺตวณฺณนา

๒๙๘. กมฺมสฺส โมฆภาโว นาม ผเลน ตุจฺฉตา ผลาภาโวติ อาห – ‘‘โมฆนฺติ ตุจฺฉํ อผล’’นฺติ. ตถํ ภูตนฺติ สจฺจสทฺทสฺส อตฺถมาห. ปริพฺพาชโก ปน ‘‘สจฺจ’’นฺติ อิมินา ตเมว สผลนฺติ วทติ. สผลญฺหิ กมฺมํ สตฺถุ อภิมตมโนกมฺมนฺติ อธิปฺปาโย. อิทญฺจ ‘‘โมฆํ กายกมฺม’’นฺติอาทิวจนํ. ตํ คเหตฺวาติ ปรมฺปราย คเหตฺวา. เอสาติ โปตลิปุตฺโต ปริพฺพาชโก. อภิสญฺญานิโรธกถํ สนฺธาย วทติ. สาปิ หิ ติตฺถิยานํ อนฺตเร ปากฏา ชาตาติ. เถโรติ สมิทฺธิตฺเถโร. ยถา ภควตา วุตฺตํ, ตโต จ อญฺญถาว โทสาโรปนภเยน คเหตฺวา ตโต ภควนฺตํ เถโร รกฺขตีติ อธิปฺปาเยน ปริพฺพาชโก, ‘‘ปริรกฺขิตพฺพํ มญฺญิสฺสตี’’ติ อโวจาติ อาห – ‘‘ปริรกฺขิตพฺพนฺติ ครหโต โมจเนน รกฺขิตพฺพ’’นฺติ. สญฺเจตนา อสฺส อตฺถีติ สญฺเจตนิกํ. กมฺมนฺติ สญฺเจตนิกสฺสปิ กมฺมสฺส อตฺตโน สมเย อิจฺฉิตตฺตา ปริพฺพาชเกน วุตฺตํ.

สงฺขตสงฺขารตาย รูปเมว ‘‘ติลมตฺตมฺปิ สงฺขาร’’นฺติ วุตฺตํ. เตนาห – ‘‘มํสจกฺขุนาว ปสฺสตี’’ติ. สมาคมทสฺสนํ สนฺธายาติ กตฺถจิปิ ตสฺส ทสฺสนํ สนฺธาย, น ปริญฺญาทสฺสนํ. เตนาห ภควา – ‘‘กุโต ปเนวรูปํ กถาสลฺลาป’’นฺติ.

๒๙๙. วฏฺฏทุกฺขนฺติ สํสารทุกฺขํ. กิเลสทุกฺขนฺติ กิเลสสมฺภวราคปริฬาหทุกฺขํ. สงฺขารทุกฺขนฺติ ยทนิจฺจํ, ตํ ทุกฺขนฺติ เอวํ วุตฺตทุกฺขํ. สเจ ภาสิตํ ภเวยฺยาติ อิมํ อีทิสํ ทุกฺขํ สนฺธาย อายสฺมตา สมิทฺธินา ภาสิตํ สิยา นุ ภควา, อวิภชิตฺวา พฺยากรณํ ยุตฺตเมวาติ อธิปฺปาโย.

๓๐๐. อุมฺมงฺคนฺติ อุมฺมุชฺชนํ, กถามุเฬฺหน อนฺตรา อญฺญาณวิสยปญฺหา อุมฺมงฺคํ. เตนาห – ‘‘ปญฺหาอุมฺมงฺค’’นฺติ เนว ทิพฺพจกฺขุนาติ กสฺมา วุตฺตํ. น หิ ตํ อโยนิโส อุมฺมุชฺชนํ ทิพฺพจกฺขุวิสยนฺติ? กามญฺเจตํ น ทิพฺพจกฺขุวิสยํ, ทิพฺพจกฺขุปริภณฺฑญาวิสยํ ปน สิยาติ ตถา วุตฺตํ. อธิปฺปาเยเนวาติ อุทายิตฺเถรสฺส อธิปฺปาเยเนว คยฺหมาเนน ตํ อโยนิโย อุมฺมุชฺชนํ อญฺญาสิ. สนฺนิสีทิตุํ ปุพฺเพ นิสินฺนากาเรน สนฺนิสีทิตุํ น สกฺโกติ. สมิทฺธิตฺเถเรน อนภิสงฺขตสฺเสว อตฺถสฺส กถิตตฺตา, ‘‘ยํ อภูตํ, ตเทว กเถสฺสตี’’ติ วุตฺตํ. เตนาห ‘‘อโยนิโส อุมฺมุชฺชิสฺสตี’’ติ. ติสฺโส เวทนา ปุจฺฉิตา, ‘‘กึ โส เวทิยตี’’ติ อวิภาเคน เวทิยมานสฺส ชาติตตฺตา. สุขาย เวทนาย หิตนฺติ สุขเวทนิยํ. เตนาห – ‘‘สุขเวทนาย ปจฺจยภูต’’นฺติ. เสเสสูติ, ‘‘ทุกฺขเวทนิย’’นฺติอาทีสุ.

เหฏฺฐา ติกชฺฌานเจตนาติ เอตฺถ, ‘‘กุสลโต’’ติ อธิการโต รูปาวจรกุสลโต เหฏฺฐา ติกชฺฌานเจตนาติ อตฺโถ. เอตฺถาติ เอเตสุ กามาวจรรูปาวจรสุขเวทนิยกมฺเมสุ. อทุกฺขมสุขมฺปีติ ปิ-สทฺเทน อิฏฺฐารมฺมเณ สุขมฺปีติ อิมมตฺถํ สมฺปิณฺเฑติ.

ยทิ กายทฺวาเร ปวตฺตโต อญฺญตฺถ อทุกฺขมสุขํ ชเนติ, อถ กสฺมา, ‘‘ทุกฺขสฺเสว ชนนโต’’ติ วุตฺตนฺติ อาห – ‘‘สา ปน เวทนา’’ติอาทิ.

จตุตฺถชฺฌานเจตนาติ เอตฺถ อรูปาวจรกุสลเจตนาติปิ วตฺตพฺพํ. ยถา หิ ‘‘กาเยน วาจาย มนสา’’ติ เอตฺถ ยถาลาภคฺคหณวเสน มนสา สุขเวทนิยํ อทุกฺขมสุขเวทนิยนฺติ อยมตฺโถ อรูปาวจรกุสเลปิ ลพฺภตีติ สุขมฺปิ ชเนติ อุกฺกฏฺฐสฺส ญาณสมฺปยุตฺตกุสลสฺส โสฬสวิปากจิตฺตนิพฺพตฺตนโต, อยญฺจ นโย เหฏฺฐา, ‘‘อทุกฺขมสุขมฺปี’’ติ เอตฺถาปิ วตฺตพฺโพ. ปุพฺเพ ปริยายโต ทุกฺขเวทนา วุตฺตา, สุตฺตนฺตสํวณฺณนา เหสาติ อิทานิ นิปฺปริยายโต ปุน ทสฺเสตุํ, ‘‘อปิจา’’ติอาทิ วุตฺตํ. เตน เอตฺถ ทุกฺขเวทนิยํ ปวตฺติวเสเนว วฏฺฏตีติ. เอตสฺสาติ ทุกฺขเวทนิยสฺส ปวตฺติวเสเนว ยุชฺชมานตฺตา เอตสฺส วเสน สพฺพํ สุขเวทนิยํ อทุกฺขมสุขเวทนิยญฺจ ปวตฺติวเสเนว วตฺตุํ วฏฺฏติ.

อาลโยติ อภิรุจิ. มหากมฺมวิภงฺคญาณนฺติ มหติ กมฺมวิภชเน ญาณํ, มหนฺตํ วา กมฺมวิภชนญาณํ. ภาชนํ นาม นิทฺเทโส, อยํ ปน อุทฺเทโสติ กตฺวา อาห – ‘‘กตเม จตฺตาโร…เป… มาติกาฏฺฐปน’’นฺติ.

๓๐๑. ปาฏิเยกฺโก อนุสนฺธิ ยถาอุทฺทิฏฺฐสฺส มหากมฺมวิภงฺคญาณสฺส อภาชนภาวโต, ปุจฺฉานุสนฺธิอชฺฌาสยานุสนฺธีสุ จ อนนฺโตคธตฺตา. เตนาห ‘‘อิทํ หี’’ติอาทิ. อิทํ อารมฺมณํ กตฺวาติ อิธ, ‘‘ปาณาติปาตึ อทินฺนาทายิ’’นฺติอาทินา ปุคฺคลาธิฏฺฐาเนน วุตฺตํ กมฺมวิภงฺคํ อารพฺภ. อิมํ ปจฺจยํ ลภิตฺวาติ ตสฺเสว เววจนํ. อิทํ ทสฺสนํ คณฺหนฺตีติ อิทํ, ‘‘อตฺถิ กิร, โภ, ปาปกานิ กมฺมานิ, นตฺถิ กิร, โภ, ปาปกานิ กมฺมานี’’ติ จ อาทีนิ หตฺถิทสฺสกอนฺธาวิย ทิฏฺฐมตฺเต เอว ฐตฺวา อจิตฺตกทสฺสนญฺจ คณฺหนฺติ. วีริยํ กิเลสานํ อาตาปนวเสน อาตปฺปํ, ตเทว ปทหวเสน ปธานํ, ปุนปฺปุนํ ยุญฺชนวเสน อนุโยโค, ตถา ภาวนาย นปฺปมชฺชติ เอเตนาติ อปฺปมาโท, สมฺมา โยนิโส มนสิ กโรติ เอเตนาติ สมฺมามนสิกาโรติ วุจฺจตีติ อธิปฺปาเยน, ‘‘ปญฺจปิ วีริยสฺเสว นามานี’’ติ อาห. อปฺปมาโท วา สติยา อวิปฺปวาโส. ยสฺมึ มนสิกาเร สติ ตสฺส ทิพฺพจกฺขุญาณํ อิชฺฌติ, อยเมตฺถ สมฺมามนสิกาโรติ เอตฺถ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. เจโตสมาธินฺติ ทิพฺพจกฺขุญาณสหคตํ จิตฺตสมาธึ. เตนาห ‘‘ทิพฺพจกฺขุสมาธิ’’นฺติ. อญฺญถาติ อกุสลกมฺมกรณโต อญฺญถา, ตํ ปน กุสลกมฺมกรณํ โหตีติ อาห – ‘‘เย ทสฺสนฺนํ กุสลานํ กมฺมปถานํ ปูริตตฺตา’’ติ ทิฏฺฐิถาเมนาติ ทิฏฺฐิวเสน ทิฏฺฐิพเลน. ทิฏฺฐิปรามาเสนาติ ทิฏฺฐิวเสน ธมฺมสภาวํ อติกฺกมิตฺวา ปรามาเสน. อธิฏฺฐหิตฺวาติ, ‘‘อิทเมว สจฺจํ, โมฆมญฺญ’’นฺติ อธิฏฺฐาย อภินิวิสิตฺวา. อาทิยิตฺวาติ ทฬฺหคฺคาหํ คเหตฺวา. โวหรตีติ อตฺตโน คหิตคฺคหณํ ปเรสํ ทีเปนฺโต โวหรติ.

๓๐๒. ตตฺรานนฺทาติ เอตฺถ อิติ-สทฺโท อาทิอตฺโถ. อิทมฺปีติ อิทํ วจนํ. ‘‘ตตฺรานนฺทา’’ติ เอวมาทิวจนมฺปีติ อตฺโถ. น มหากมฺมวิภงฺคญาณสฺส ภาชนํ ตสฺส อนิทฺเทสภาวโต. อสฺสาติ มหากมฺมวิภงฺคญาณสฺส มาติกาฏฺฐปนเมว ทิพฺพจกฺขุกานํ สมณพฺราหฺมณานํ วเสน อนุญฺญาตพฺพสฺส จ ทสฺสนวเสน อุทฺเทสภาวโต. เตนาห ‘‘เอตฺถ ปนา’’ติอาทิ. ตตฺถ เอตฺถ ปนาติ ‘‘ตตฺรานนฺทา’’ติอาทิปาเฐ. เอเตสํ ทิพฺพจกฺขุกานนฺติ เอเตสํ เหฏฺฐา จตูสุปิ วาเรสุ อาคตานํ ทิพฺพจกฺขุกานํ. เอตฺตกาติ เอกจฺจิยา สจฺจคิรา. อนุญฺญาตาติ อนุชานิตา. อนนุญฺญาตาติ ปฏิกฺเขปิตา. อิธ อนนุญฺญาตมุเขน ทีปิตํ อนนุญฺญาตภาวมตฺตํ. ตตฺรานนฺทาติอาทิเก ตตฺราติ นิทฺธารเณ ภุมฺมนฺติ ทสฺเสนฺโต, ‘‘เตสุ จตูสุ สมณพฺราหฺมเณสู’’ติ อาห. อิทํ วจนํ ‘‘อตฺถิ กิร, โภ…เป… วิปาโก’’ติ อิทํ เอวํ วุตฺตํ. อสฺสาติ ตถาวาทิโน สมณพฺราหฺมณสฺส. อญฺเญนากาเรนาติ ‘‘โย กิร, โภ’’ติอาทินา วุตฺตการณโต อญฺเญน การเณน. ทฺวีสุ ฐาเนสูติ ‘‘อตฺถิ กิร, โภ…เป… วิปาโก’’ติ จ, ‘‘อปายํ…เป… นิรยํ อุปปนฺน’’นฺติ จ อิเมสุ ทฺวีสุ ปาฐปเทเสสุ. อนุญฺญาตา ตทตฺถสฺส อตฺถิภาวโต. ตีสุ ฐาเนสูติ ‘‘โย กิร, โภ…เป… นิรยํ อุปปชฺชติ’’, ‘‘ยมฺปิ โส…เป… เต สญฺชานนฺติ’’, ‘‘ยมฺปิ โส ยเทว…เป… โมฆมญฺญ’’นฺติ อิเมสุ ตีสุ ปาฐปเทเสสุ. อนนุญฺญาตา ตทตฺถสฺสาเนกนฺติกตฺตา มิจฺฉาภินิเวสโต จ. เตนาห ภควา – ‘‘อญฺญถา หิ, อานนฺท, ตถาคตสฺส มหากมฺมวิภงฺคญาณ’’นฺติ. ยถา เต อปฺปหีนวิปลฺลาสา ปเทสญาณสมณพฺราหฺมณา กมฺมวิภงฺคํ สญฺชานนฺติ, ตโต อญฺญถาว สพฺพโส ปหีนวิปลฺลาสสฺส ตถา อาคมนาทิอตฺเถน ตถาคตสฺส สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส มหากมฺมวิภงฺคญาณํ โหตีติ อตฺโถ.

๓๐๓. อิมินา ทิพฺพจกฺขุเกน ยํ กมฺมํ กโรนฺโต ทิฏฺโฐ, ตโต ปุพฺเพติ โยชนา. ตโตติ ตโต กริยมานกมฺมโต ปุพฺเพ. ขนฺโทติ กุมาโร. สิโวติ อิสฺสโร. ปิตามโหติ พฺรหฺมา. อิสฺสราทีหีติ อิสฺสรพฺรหฺมปชาปติอาทีหิ. วิสฏฺโฐติ นิมฺมิโต. มิจฺฉาทสฺสเนนาติ มิจฺฉาทสฺสนวเสน. ยนฺติ ยํ กมฺมํ. ตตฺถาติ เตสุ ปาณาติปาตาทิวเสน ปวตฺตกมฺเมสุ. ทิฏฺเฐว ธมฺเมติ ตสฺมึเยว อตฺตภาเว วิปากํ ปฏิสํเวเทตีติ โยชนา. อุปปชฺชิตฺวาติ ทุติยภเว นิพฺพตฺติตฺวา. อปรสฺมึ ปริยาเยติ อญฺญสฺมึ ยตฺถ กตฺถจิ ภเว.

เอกํ กมฺมราสินฺติ ปาณาติปาตาทิเภเทน เอกํ กมฺมสมุทายํ. เอกํ วิปากราสินฺติ ตสฺเสว องฺเคน เอกํ วิปากสมุทายํ. อิมินาติ ยถาวุตฺเตน ทิพฺพจกฺขุเกน สมเณน พฺราหฺมเณน วา อทิฏฺฐา. ตโยติ ‘‘ปุพฺเพ วาสฺส ตํ กตํ โหตี’’ติอาทินา วุตฺตา ตโย. เทฺว วิปากราสีติ ทิฏฺฐธมฺมเวทนิโย อปราปริยายเวทนิโยติ เทฺว วิปากราสี. อุปปชฺชเวทนิยํ ปน เตน ทิฏฺฐํ, ตสฺมา ‘‘เทฺว’’ติ วุตฺตํ. ทิฏฺโฐ เอโก, อทิฏฺฐา ตโยติ ทิฏฺเฐ จ อทิฏฺเฐ จ จตฺตาโร กมฺมราสี, ตถา ทิฏฺโฐ เอโก, อทิฏฺฐา เทฺวติ ตโย วิปากราสี. อิมานิ สตฺต ฐานานีติ ยถาวุตฺตานิ สตฺต ญาณสฺส ปวตฺตนฏฺฐานานิ. ‘‘อิมสฺส นาม กมฺมสฺส อิทํ ผลํ นิพฺพตฺต’’นฺติ กมฺมสฺส, ผลสฺส วา อทิฏฺฐตฺตา, ‘‘ทุติยวาเร ทิพฺพจกฺขุเกน กิญฺจิ น ทิฏฺฐ’’นฺติ วุตฺตํ. ปฐมํ วุตฺตนเยน ตโย กมฺมราสี เวทิตพฺพา, อิธ ทิพฺพจกฺขุเกน ทิฏฺฐสฺส อภาวโต, ‘‘ปจฺจตฺตฏฺฐานานี’’ติ วุตฺตํ.

ภวติ วฑฺฒติ เอเตนาติ ภพฺพํ, วฑฺฒินิมิตฺตํ. น ภพฺพํ อภพฺพนฺติ อาห ‘‘ภูตวิรหิต’’นฺติ. อตฺตโน ผเล ภาสนํ ทิพฺพนํ อาภาสนนฺติ อาห – ‘‘อาภาสติ อภิภวติ ปฏิพาหตี’’ติ. พลวกมฺมนฺติ มหาสาวชฺชํ กมฺมํ ครุสมาเสวิตาทิเภทํ. อาสนฺเนติ มรเณ, อภิณฺหํ อุปฏฺฐาเนน วา ตสฺส มรณจิตฺตสฺส อาสนฺเน. พลวกมฺมนฺติ ครุสมาเสวิตตาทิวเสน พลวํ กุสลกมฺมํ. ทุพฺพลกมฺมสฺสาติ อตฺตโน ทุพฺพลสฺส. อาสนฺเน กุสลํ กตนฺติ อิธาปิ อาสนฺนตา ปุพฺเพ วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพา.

อุปฏฺฐานากาเรนาติ มรณสฺส อาสนฺนกาเล กมฺมสฺส อุปฏฺฐานากาเรน. ตสฺสาติ ตสฺส ปุคฺคลสฺส. นิพฺพตฺติการณภูตํ หุตฺวา อุปฏฺฐาติ อกุสลนฺติ โยชนา. ติตฺถิยา กมฺมนฺตรวิปากนฺตเรสุ อกุสลตาย ยํ กิญฺจิ กมฺมํ ยสฺส กสฺสจิ วิปากสฺส การณํ กตฺวา คณฺหนฺติ หตฺถิทสฺสกอนฺธาทโย วิย ทิฏฺฐมตฺตาภินิเวสิโนติ, ‘‘อญฺญติตฺถิยา…เป… อุปฏฺฐาตี’’ติ วุตฺตํ. อิตรสฺมินฺติ ภพฺพญฺเจว ภพฺพาภาสญฺจ, ภพฺพํ อภพฺพาภาสนฺติ อิมสฺมึ ทฺวเย. เอเสว นโย ปฐมทุติยปุคฺคลวเสน ปุริมานํ ทฺวินฺนํ กมฺมานํ โยชนานโย วุตฺโต อุปฏฺฐานาการวเสน. อยเมว ตติยจตุตฺถปุคฺคลวเสน ปจฺฉิมานํ ทฺวินฺนํ กมฺมานํ โยชนานโย. ตติยสฺส หิ กมฺมสฺส กุสลตฺตา ตสฺส จ สคฺเค นิพฺพตฺตตฺตา ตตฺถ การณภูตํ กุสลํ หุตฺวา อุปฏฺฐาติ; ตถา จตุตฺถสฺสปิ กมฺมสฺส กุสลตฺตา, ตสฺส ปน นิรเย นิพฺพตฺตตฺตา ตตฺถ นิพฺพตฺติการณภูตํ อญฺญติตฺถิยานํ อกุสลํ หุตฺวา อุปฏฺฐาตีติ. ยํ ปเนตฺถ อตฺถโต อวิภตฺตํ, ตํ สุวิญฺเญยฺยเมว.

มหากมฺมวิภงฺคสุตฺตวณฺณนาย ลีนตฺถปฺปกาสนา สมตฺตา.