๔. วิภงฺควคฺโค
๑. ภทฺเทกรตฺตสุตฺตวณฺณนา
๒๗๒. เอกา รตฺติ เอกรตฺโต, ภทฺโท เอกรตฺโต เอตสฺสาติ ภทฺเทกรตฺตํ, วิปสฺสนํ ปริพฺรูเหนฺโต ปุคฺคโล. เตนาห – ‘‘วิปสฺสนานุโยคสมนฺนาคตตฺตา’’ติ. ตํ อุทฺทิสฺส ปวตฺติยา ปน ภทฺเทกรตฺตสหจรณโต ภทฺเทกรตฺโต. เตนาห ภควา – ‘‘ภทฺเทกรตฺตสฺส โว, ภิกฺขเว, อุทฺเทสญฺจ วิภงฺคญฺจ เทเสสฺสามี’’ติ. เทเสตพฺพมตฺถํ อุทฺทิสติ เอเตนาติ อุทฺเทโส, สงฺเขปเทสนา เอว. ยสฺมา ปน นิทฺเทสปทานํ ชนนิฏฺฐาเน ฐิตตฺตา มาตา วิยาติ มาติกาติ วุจฺจติ, ตสฺมาห ‘‘อุทฺเทสนฺติ มาติก’’นฺติ. อุทฺทิฏฺฐมตฺถํ วิภชติ เอเตนาติ วิภงฺโค วิตฺถารเทสนา, เตนาห – ‘‘วิตฺถารภาชนิย’’นฺติ ‘‘ยถาอุทฺทิฏฺฐมตฺถํ วิตฺถารโต ภาเชติ วิภชติ เอเตนา’’ติ กตฺวา.
อุปฺปาทาทิขณตฺตยํ ปตฺวา อติกฺกมํ อติกฺกนฺตํ อตีตํ. ตํ ปน อตฺถโต วิคตํ ขนฺธปญฺจกนฺติ อาห ‘‘อตีเต ขนฺธปญฺจเก’’ติ. ตณฺหาทิฏฺฐีหิ นานุคจฺเฉยฺยาติ ตณฺหาทิฏฺฐาภินนฺทนาหิ นานุภเวยฺย, นาภินนฺเทยฺยาติ อตฺโถ. ยถา ‘‘นิจฺจ’’นฺติอาทินา วิปรีตคฺคาหวเสน อตีเตสุ รูปาทีสุ มิจฺฉาอภินิวิสนํ ปรามาโส ทิฏฺฐาภินนฺทนา; เอวํ ‘‘นิจฺจ’’นฺติอาทินา วิปรีตคฺคาหวเสน อนาคเตสุ รูปาทีสุ มิจฺฉาอภินิวิสนํ ปรามาโส ทิฏฺฐิ กมฺมสมาทานํ ทิฏฺฐิปตฺถนาติ ตํ ปฏิกฺขิปนฺโต อาห – ‘‘ตณฺหาทิฏฺฐีหิ น ปตฺเถยฺยา’’ติ. ยทตีตนฺติ เอตฺถ อิติ-สทฺโท อาทิอตฺโถ. เตน ‘‘อปตฺต’’นฺติ ปทํ สงฺคณฺหาติ. ตมฺปิ หิ การณวจนํ. เตนาห ‘‘ยสฺมา จา’’ติ. ตตฺถายมธิปฺปาโย, ‘‘อตีตํ ตณฺหาทิวเสน นาภินนฺทิตพฺพํ สพฺพโส อวิชฺชมานตฺตา สสวิสาณํ วิย, ตถา อนาคตมฺปิ น ปตฺเถตพฺพ’’นฺติ. ตตฺถ สิยา – อตีตํ นาภินนฺทิตพฺพํ อภินนฺทนาย นิปฺปโยชนตฺตา, อนาคตปตฺถนา ปน สผลาปิ สิยาติ น สพฺพโส ปฏิกฺขิปิตพฺพาติ? น, ตสฺสาปิ สวิฆาตภาเวน ปฏิกฺขิปิตพฺพโต. เตนาห ‘‘ยสฺมา’’ติอาทิ. ตตฺถ ปหีนนฺติ นิสฺสฏฺฐสภาวํ. นิรุทฺธนฺติ ภคฺคํ. อตฺถงฺคตนฺติ วินาสํ. อปฺปตฺตนฺติ สภาวํ อุปฺปาทาทิกํ อสมฺปตฺตํ. อชาตนฺติ น ชาตํ. อนิพฺพตฺตนฺติ ตสฺเสว เววจนํ.
ยตฺถ ยตฺถาติ ยสฺมึ ยสฺมึ ขเณ, ยสฺมึ ยสฺมึ วา ธมฺมปุญฺเช อุปฺปนฺนํ, ตํ สพฺพมฺปิ อเสเสตฺวา. อรญฺญาทีสุ วาติ วา-สทฺโท อนิยมตฺโถ. เตน อรญฺเญ วา รุกฺขมูเล วา ปพฺพตกนฺทราทีสุ วาติ ฐานนิยมาภาวา อนุปสฺสนาย สาตจฺจการิตํ ทสฺเสติ. ยมกาทิวเสน ปริพฺรูหิยมานา วิปสฺสนา วิย ปฏิปกฺเขหิ อโกปนิยาว โหตีติ อาห – ‘‘อสํหีรํ อสํกุปฺปนฺติ อิทํ วิปสฺสนาปฏิวิปสฺสนาทสฺสนตฺถํ วุตฺต’’นฺติ. คาถายมยมตฺโถ วิปสฺสนาวเสน ยุชฺชตีติ อาห – ‘‘วิปสฺสนา หี’’ติอาทิ. กึ เอตาย ปริยายกถายาติ นิปฺปริยายโตว อสํหีรํ อสํกุปฺปํ ทสฺเสตุํ, ‘‘อถ วา’’ติอาทิ วุตฺตํ. กถํ ปน นิจฺจสฺส นิพฺพานสฺส อนุพฺรูหนา โหตีติ อาห ‘‘ปุนปฺปุน’’นฺติอาทิ. เอเตน ตทารมฺมณธมฺมา พฺรูหนาย, เตสํ อารมฺมณมฺปิ อตฺถโต อนุพฺรูหิตํ นาม โหติ พหุลํ มนสิกาเรนาติ ทสฺเสติ.
อาทิโต ตาปนํ อาตาปนํ, เตน อารมฺภธาตุมาห. ปริโต ตาปนํ ปริตาปนํ, เตน นิกฺกมธาตุปรกฺกมธาตุโย จาติ. ตสฺส เสนาติ ตสฺส มจฺจุโน สหกรณฏฺเฐน เสนา วิยาติ เสนา. สงฺคโรติอาทีสุ มิตฺตาการคฺคหเณน สามปโยคมาห. ลญฺชคฺคหเณน ลญฺชทานํ, เตน ทานปฺปโยคํ. พลราสีติ หตฺถิอสฺสาทิพลกาโย. เตน ทณฺฑเภทานิ วทติ. เภโทปิ หิ พลวโต เอว อิชฺฌติ, สฺวายํ จตุพฺพิโธปิ อุปายโยเคน สมฺปวตฺตียติ. ตตฺถ ตตฺถ จ สงฺคํ อาสตฺตึ อรติ เทตีติ สงฺคโร ปุพฺพภาเค วา สงฺครณวเสน ตสฺส ปฏิชานนวเสน ปวตฺตนโต.
อุฏฺฐาหกํ อุฏฺฐานวีริยสมฺปนฺนํ. สปรหิตสีวนลกฺขเณน อสาธุภาวปรมฺมุขภาวคมเนน วา สนฺโต.
๒๗๓. มนุญฺญรูปวเสเนว เอวํรูโป อโหสีนฺติ อตีตํ อนฺวาคเมติ ตตฺถ นนฺทิยาสมนฺวานยนโต. เวทนาทีสุปิ เอเสว นโย. กุสลสุขโสมนสฺสเวทนาวเสนาติ กุสลเวทนาวเสน สุขเวทนาวเสน โสมนสฺสเวทนาวเสนาติ ปจฺเจกํ เวทนาสทฺโท โยเชตพฺโพ. ตณฺหาภินนฺทนาย สติ ทิฏฺฐาภินนฺทนา สิทฺธา เอวาติ – ‘‘ตณฺหํ สมนฺวาเนติ’’อิจฺเจว วุตฺตํ. หีนรูปาทิ…เป… น มญฺญติ อมนุญฺโญปิ สมาโน สมนุญฺญภาวสฺเสว วเสน มญฺญนาย ปวตฺตนโต. นานุปวตฺตยติ วิกฺขมฺภนวเสน นนฺทิยา ทูรีกตตฺตา.
๒๗๔. อุฬารสุนฺทรภาวมุเขเนว อนาคเตสุปิ รูปาทีสุ ตณฺหาทิฏฺฐิกปฺปนา ปวตฺตตีติ อาห – ‘‘เอวํรูโป…เป… เวทิตพฺพา’’ติ.
๒๗๕. วตฺตพฺพํ สิยาติ ยถา นนฺทิยา อสมนฺวานยนโชตนํ พฺยติเรกมุเขน ปติฏฺฐเปตุํ, ‘‘อตีตํ น นฺวาคเมยฺยา’’ติ อุทฺเทสสฺส, ‘‘กถญฺจ, ภิกฺขเว, อตีตํ อนฺวาคเมตี’’ติอาทินา (ม. นิ. ๓.๒๗๓) วิภงฺโค วุตฺโต, เอวํ ‘‘ปจฺจุปฺปนฺนญฺจ โย ธมฺม’’นฺติอาทิกสฺส อุทฺเทสสฺส พฺยติเรกมุเขน วิภงฺเค วุจฺจมาเน วิปสฺสนาปฏิกฺเขปวเสน, ‘‘กถญฺจ…เป… วตฺตพฺพํ สิยา’’ติ วุตฺตํ. ตยิทํ ปรมคมฺภีรํ สตฺถุเทสนานยํ อนุปธาเรตฺวา โจทิตํ, ยสฺมา ‘‘ปจฺจุปฺปนฺนญฺจ โย ธมฺม’’นฺติอาทิกสฺส อุทฺเทสสฺส พฺยติเรกมุเขเนว วิปสฺสนาปฏิกฺเขปวเสน, ‘‘กถญฺจ, ภิกฺขเว, ปจฺจุปฺปนฺเนสู’’ติ วิภงฺคเทสนา สมฺปวตฺตติ. เตนาห ‘‘ยสฺมา ปนา’’ติอาทิ. ตตฺถ ตสฺสา เอวาติ วิปสฺสนาย เอว. อภาวํ ทสฺเสตุํ สํหีรตีติ มาติกํ อุทฺธริตฺวาติ กเถตุกมฺยตาย มาติกาวเสน ปทุทฺธารํ กตฺวา, ‘‘อิธ, ภิกฺขเว, อสุตวา สุตวา’’ติ จ อาทินา วิตฺถาโร วุตฺโต. วิปสฺสนาย อภาวโตติ วิปสฺสนาย อภาวิตตาย อวิกฺขมฺภิตตาย ตณฺหาทิฏฺฐีหิ สปตฺเตหิ วิย ตตฺถ ตตฺถ ฐปนาย อากฑฺฒียติ, ตตฺถ ตตฺถ วิสเย ตโต เอว อปายสมุทฺทํ สํสารสมุทฺทํ อานียติ. สุกฺกปกฺโข วุตฺตวิปริยาเยน เวทิตพฺโพ. เสสํ สุวิญฺเญยฺยเมว.
ภทฺเทกรตฺตสุตฺตวณฺณนาย ลีนตฺถปฺปกาสนา สมตฺตา.
๒. อานนฺทภทฺเทกรตฺตสุตฺตวณฺณนา
๒๗๖. พหิทฺธา ปุถุตฺตารมฺมณโต นิวตฺเตตฺวา เอกสฺมึเยว อารมฺมเณ จิตฺตสฺส สมฺมเทว ลยนํ อปฺปนํ ปฏิสลฺลานํ, โย โกจิ สมาปตฺติวิหาโร, อิธ ปน อริยวิหาโร อธิปฺเปโตติ อาห – ‘‘ปฏิสลฺลานา วุฏฺฐิโต’’ติอาทิ. ชานนฺโตว ภควา กถาสมุฏฺฐาปนตฺถํ ปุจฺฉิ. วุตฺตเญฺหตํ – ‘‘ชานนฺตาปิ ตถาคตา ปุจฺฉนฺติ, ชานนฺตาปิ น ปุจฺฉนฺตี’’ติอาทิ (ปารา. ๑๖).
๒๗๘. สาธุการมทาสีติ สาธุสทฺทํ สาเวสิ. ตํ ปน ปสํสา โหตีติ ปสํสตฺโถ สาธุสทฺโท. เตนาห ‘‘เทสนํ ปสํสนฺโต’’ติ. วิชฺชมาเนหิ วณฺเณหิ คุณวนฺเต อุทคฺคตากรณํ สมฺปหํสนํ, เกวลํ คุณสํกิตฺตนวเสน โถมนา ปสํสาติ อยเมเตสํ วิเสโส.
อานนฺทภทฺเทกรตฺตสุตฺตวณฺณนาย ลีนตฺถปฺปกาสนา สมตฺตา.
๓. มหากจฺจานภทฺเทกรตฺตสุตฺตวณฺณนา
๒๗๙. อุณฺหภาเวน ตปนโต ตปํ อุทกํ เอตสฺสาติ ตโปทา, รหโท. เตนาห ‘‘ตตฺโตทกสฺส รหทสฺสา’’ติ. สงฺเขเปน วุตฺตมตฺถํ วิตฺถารโต ทสฺเสตุํ, ‘‘เวภารปพฺพตสฺสา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตโต อุทกรหทโต, ตํ รหทํ อุปนิสฺสายาติ อตฺโถ. นาคภวนาคโตปิ หิ โส รหโท ตโต อุปริ มนุสฺสโลเก ชลาสเยน สมฺพทฺโธ โหติ. เตน วุตฺตํ – ‘‘ตโปทา นาม นที สนฺทตี’’ติ. เอทิสาติ กุถิตา อุณฺหา, อนฺวตฺถนามวเสน ตโปทาติ จ วุจฺจตีติ อตฺโถ. เปตโลโกติ เปตานํ วสนฏฺฐานํ ปจฺเจกนิรยํ สนฺธายาห. อิมสฺส ปน อารามสฺสาติ ตโปทารามสฺส. ตโตติ ตโปทาสงฺขาตนทิโต. มหาอุทกรหโทติ มหาอุทกภริตํ ปลฺลลํ.
๒๘๐. สมิทฺโธติ อุฬาโร, ปริปุณฺโณเยวาติ อตฺโถ. อาทิมฺหิ พฺรหฺมจริยมสฺสาติ อาทิพฺรหฺมจริโย, โส เอว อาทิพฺรหฺมจริยโก. เตนาห ‘‘ปุพฺพภาคปฺปฏิปตฺติภูโต’’ติ. ‘‘อตีตํ อนาคตํ ปจฺจุปฺปนฺน’’นฺติ อทฺธเภทมุเขน สงฺขตธมฺมโพธวจนํ.
๒๘๒. กามํ ขนฺธาทิวเสน วิภชนํ สาธารณํ, ปฐมทุติยจตุตฺถสุตฺเตสุ ปน ขนฺธวเสน วิภชนํ กตฺวา อิธ ตถา อกตฺวา เอวํ เทสนาย ฐปนํ ตโต อญฺญถา อายตนวเสน วิภชนตฺถํ. เอวํ วิภินฺนา หิ สงฺเขปวิตฺถารโต อนวเสสา สมฺมสนุปคา ธมฺมา วิภชิตฺวา ทสฺสิตา โหนฺติ; อยํ กิเรตฺถ ภควโต อชฺฌาสโย เถเรน นยโต คหิโตติ ทสฺเสตุํ, ‘‘อิมสฺมึ กิรา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ ทฺวาทสายตนวเสเนว มาติกํ ฐเปสีติ โลกิยานิ ทฺวาทสายตนานิ เอว สนฺธาย มาติกํ ฐเปสิ, ยถา ตีสุ สุตฺเตสุ ขนฺธวเสน วิภตฺตํ, เอวํ ยทิ ภควตา อิธาปิ วิภชนํ อิจฺฉิตํ สิยา, ตถา วิภเชยฺย, ยสฺมา ปน ตถา อวิภชิตฺวาว คนฺธกุฏึ ปวิฏฺโฐ, ตสฺมา ทฺวาทสายตนวเสเนเวตฺถ วิภชนํ ภควตา จ อธิปฺเปตนฺติ นยคฺคาเห ฐตฺวา เถโร วิภชิ. เตนาห – ‘‘นยํ ปฏิลภิตฺวา เอวมาหา’’ติ. ภาริยํ กตนฺติ ทุกฺกรํ กตํ. อปเท ปทํ ทสฺสิตํ อากาเส ปทํ กตํ สาธารณสฺส อตฺถสฺส วิสิฏฺฐวิสยตาย ทสฺสิตตฺตา. นิกนฺติวิญฺญาณนฺติ นิกนฺติตณฺหาย สมฺปยุตฺตํ วิญฺญาณํ, ‘‘ฉนฺทราคปฺปฏิพทฺธํ โหตี’’ติ วจนโต. มโนติ ภวงฺคจิตฺตํ มโนทฺวาริกชวนานํ ทฺวารภูตํ.
๒๘๓. ปตฺถนาวเสน ฐเปสีติ ปตฺถนาวเสน จิตฺตํ ปวตฺเตสิ.
มหากจฺจานภทฺเทกรตฺตสุตฺตวณฺณนาย ลีนตฺถปฺปกาสนา
สมตฺตา.
๔. โลมสกกงฺคิยภทฺเทกรตฺตสุตฺตวณฺณนา
๒๘๖. ฆนนิจิตโลโม โลมโส, อยํ ปน อปฺปตาย โลมสโกติ อาห – ‘‘อีสกโลมสาการตายา’’ติ, โลมสโก องฺคิโก โลมสกกงฺคิโย, ปฐโม ก-กาโร อปฺปตฺโถ, ทุติยํ ปน ปทวฑฺฒนเมว. รตฺตกมฺพลสิลายนฺติ รตฺตกมฺพลวณฺณสิลายํ. โอรุยฺหาติ อากาสโต โอตริตฺวา. ปาฏิหาริยํ ทิสฺวา ทินฺนลาภสกฺการสฺส อสาทิยนโต มนุสฺสปเถ น วสนฺติ.
ทสหิ จกฺกวาฬสหสฺเสหีติ นิสฺสกฺกวจนโต อาคนฺตฺวาติ อธิปฺปาโย. สนฺนิปติตาหิ เทวตาหีติ กรณวจนํ. ปญฺญาปโยคมนฺทตาย ปฏิวิชฺฌิตุํ อสกฺโกนฺตานํ เทวานํ ญาณสฺส ติกฺขวิสทภาวาปาทเนน สมุตฺเตเชตุํ สํเวคชนนตฺถํ…เป… อภาสิ. ตตฺราติ ตสฺมึ เทวสนฺนิปาเต, ติสฺสํ วา เทสนายํ. เทวตฺตสฺสาติ เทวภาวสฺส, ทิพฺพสมฺปตฺติยาติ อตฺโถ. ภทฺเทกรตฺตสฺส สุตฺตสฺส เอตาติ ภทฺเทกรตฺติยา.
สวนมุเขน พฺยญฺชนโส อตฺถโส จ อุปธารณํ อุคฺคณฺหนนฺติ อาห – ‘‘ตุณฺหีภูโต นิสีทิตฺวา สุณนฺโต อุคฺคณฺหาติ นามา’’ติ. วาจุคฺคตกรณํ ปริยาปุณนนฺติ อาห – ‘‘วาจาย สชฺฌายํ กโรนฺโต ปริยาปุณาติ นามา’’ติ. คนฺถสฺส ปริหณํ ธารณํ, ตํ ปน ปเรสุ ปติฏฺฐาปนํ ปากฏํ โหตีติ อาห – ‘‘อญฺเญสํ วาเจนฺโต ธาเรติ นามา’’ติ. เสสํ เหฏฺฐา วุตฺตนยเมว.
โลมสกกงฺคิยภทฺเทกรตฺตสุตฺตวณฺณนาย ลีนตฺถปฺปกาสนา
สมตฺตา.
๕. จูฬกมฺมวิภงฺคสุตฺตวณฺณนา
๒๘๙. องฺคสุภตายาติ องฺคานํ หตฺถปาทาทิสรีราวยวานํ สุนฺทรภาเวน. ยํ อปจฺจํ กุจฺฉิตํ มุทฺธํ วา, ตตฺถ โลเก มาณวโวหาโร, เยภุยฺเยน สตฺตา ทหรกาเล สุทฺธธาตุกา โหนฺตีติ วุตฺตํ, ‘‘ตรุณกาเล โวหรึสู’’ติ. อธิปติตฺตาติ อิสฺสรภาวโต.
สมาหารนฺติ สนฺนิจยํ. ปณฺฑิโต ฆรมาวเสติ ยสฺมา อปฺปตเรปิ พฺยยมาเน โภคา ขียนฺติ, อปฺปตเรปิ สญฺจยมาเน วฑฺฒนฺติ, ตสฺมา วิญฺญุชาติโก กิญฺจิ พฺยยํ อกตฺวา อยเมว อุปฺปาเทนฺโต ฆราวาสํ อนุติฏฺเฐยฺยาติ โลภาเทสิตมตฺถํ วทติ.
ธนโลเภน…เป… นิพฺพตฺโต. โลภวสิกสฺส หิ คติ นิรโย วา ติรจฺฉานโยนิ วา. วุตฺตเญฺหตํ – ‘‘นิมิตฺตสฺสาทคถิตํ วา, ภิกฺขเว, วิญฺญาณํ ติฏฺฐมานํ ติฏฺฐติ อนุพฺยญฺชนสฺสาทคถิตํ วา. ตสฺมึ สมเย กาลงฺกเรยฺย, ทฺวินฺนํ คตีนํ อญฺญตรํ คตึ วทามิ – นิรยํ วา ติรจฺฉานโยนึ วา’’ติ (สํ. นิ. ๔.๒๓๕). นิรเย นิพฺพตฺติสฺสติ กโตกาสสฺส กมฺมสฺส ปฏิพาหิตุํ อสกฺกุเณยฺยภาวโต.
ปตฺตกฺขนฺธอโธมุขภาวํ สนฺธาย ‘‘โอนาเมตฺวา’’ติ วุตฺตํ. พฺราหฺมณจาริตฺตสฺส ภาวิตตํ สนฺธายาห ‘‘พฺรหฺมโลเก นิพฺพตฺโต’’ติ. ตํ ปวตฺตึ ปุจฺฉีติ สุตเมตํ มยา, ‘‘มยฺหํ ปิตา สุนโข หุตฺวา นิพฺพตฺโต’’ติ, เอตํ โภตา โคตเมน วุตฺตนฺติ. กิมิทํ วุตฺตนฺติ อิมํ ปวตฺตึ ปุจฺฉิ.
ตเถว วตฺวาติ ยถา สุนขสฺส วุตฺตํ, ตเถว วตฺวา. อวิสํวาทนตฺถนฺติ, ‘‘โตเทยฺยพฺราหฺมโณ สุนโข ชาโต’’ติ อตฺตโน วจนสฺส อวิสํวาทนตฺถํ, วิสํวาทนาภาวทสฺสนตฺถนฺติ อธิปฺปาโย. ญาโตมฺหิ อิมินาติ อิมินา มม ปุตฺเตน มยฺหํ ปุริมชาติยํ ปิตาติ เอวํ ญาโต อมฺหีติ ชานิตฺวา. พุทฺธานุภาเวน กิร สุนโข ตถา ทสฺเสติ, น ชาติสฺสรตาย. ภควนฺตํ ทิสฺวา ภุกฺกรณํ ปน ปุริมชาติสิทฺธวาสนาย. ภวปฏิจฺฉนฺนนฺติ ภวนฺตรภาเวน ปฏิจฺฉนฺนํ. นาม-สทฺโท สมฺภาวเน. ปฏิสนฺธิอนฺตรนฺติ อญฺญชาติปฏิสนฺธิคฺคหเณน เหฏฺฐิมชาตํ คตึ. องฺควิชฺชาปาฐโก กิเรส, เตน อปฺปายุกทีฆายุกตาทิวเสน จุทฺทส ปเญฺห อภิสงฺขริ; เอวํ กิรสฺส อโหสิ, ‘‘อิเมสํ สตฺตานํ อปฺปายุกตาทโย วิเสสา องฺคปจฺจงฺควเสน สลฺลกฺขิยนฺติ. น โข ปเนตํ ยุตฺตํ ‘องฺคปจฺจงฺคานิ ยาว เตสํ เตสํ การณ’นฺติ; ตสฺมา ภวิตพฺพเมตฺถ อญฺเญเนว การเณน. สมโณ โคตโม ตํ การณํ วิภชิตฺวา กเถสฺสติ, เอวายํ สพฺพญฺญูติ นิจฺฉโย เม อปณฺณโก ภวิสฺสตี’’ติ. อปเร ปน ภณนฺติ, ‘‘ติรจฺฉานคตํ มนุสฺสํ วา อาวิสิตฺวา อิจฺฉิตตฺถกสาวนํ นาม มหามนฺตวิชฺชาวเสน โหติ; ตสฺมา น เอตฺตาวตา สมณสฺส โคตมสฺส สพฺพญฺญุตา สุนิจฺฉิตา โหติ. ยํ นูนาหํ กมฺมผลมสฺส อุทฺทิสฺส ปญฺหํ ปุจฺเฉยฺยํ, ตตฺถ จ เม จิตฺตํ อาราเธนฺโต ปญฺหํ พฺยากริสฺสติ. เอวายํ สพฺพญฺญูติ วินิจฺฉโย เม ภวิสฺสตีติ เต ปเญฺห ปุจฺฉตี’’ติ.
ภณฺฑกนฺติ สาปเตยฺยํ, สนฺตกนฺติ อตฺโถ. กมฺมุนา ทาตพฺพํ อาทิยนฺตีติ กมฺมทายาทา, อตฺตนา กตูปจิตกมฺมผลภาคีติ อตฺโถ. ตํ ปน กมฺมทายชฺชํ การโณปจาเรน วทนฺโต, ‘‘กมฺมํ เอเตสํ ทายชฺชํ ภณฺฑกนฺติ อตฺโถ’’ติ อาห – ยถา ‘‘กุสลานํ, ภิกฺขเว, ธมฺมานํ สมาทานเหตุ เอวมิทํ ปุญฺญํ ปวฑฺฒตี’’ติ (ที. นิ. ๓.๘๐). ยวติ ผลํ สภาวโต ภินฺนมฺปิ อภินฺนํ วิย มิสฺสิตํ โหติ, เอเตนาติ โยนีติ อาห – ‘‘กมฺมํ เอเตสํ โยนิ การณ’’นฺติ. มมตฺตวเสน พชฺฌติ สํพชฺฌตีติ พนฺธุ, ญาติ สาโลหิโต จ. กมฺมํ ปน เอกนฺตสมฺพนฺธเมวาติ อาห – ‘‘กมฺมํ เอเตสํ พนฺธู’’ติ. ปติฏฺฐาติ อวสฺสโย. กมฺมสทิโส หิ สตฺตานํ อวสฺสโย นตฺถิ, อญฺโญ โกจิ อิสฺสโร พฺรหฺมา วา น กโรติ ตาทิสํ กตฺตุํ สชฺชิตุํ อสมตฺถภาวโต. ยํ ปเนตฺถ วตฺตพฺพํ, ตํ วิสุทฺธิมคฺคสํวณฺณนายํ วุตฺตนเยน เวทิตพฺพํ. กมฺมเมวาติ กสฺมา อวธาริตํ, นนุ กิเลสาปิ สตฺตานํ หีนปณีตภาวการณํ, น เกวลนฺติ? สจฺจเมตํ, กิเลสปโยเคน วิปากวฏฺฏํ นิพฺพตฺตํ กมฺมปวตฺติตเมวาติ กตฺวา วุตฺตํ. ‘‘กถิตสฺส อตฺถํ น สญฺชานาสี’’ติ สงฺเขปโต วตฺวา นนุ ภควา มหาการุณิโก ปเรสํ ญาปนตฺถเมว ธมฺมํ เทเสตีติ อาห – ‘‘มานนิสฺสิโต กิเรสา’’ติอาทิ.
๒๙๐. สมตฺเตนาติ ปริยตฺเตน, ยถา ตํ ผลํ ทาตุํ สมตฺถํ โหติ, เอวํ กเตน, อุปจิเตนาติ อตฺโถ. ตาทิสํ ปน อตฺตโน กิจฺเจ อนูนํ นาม โหตีติ อาห ‘‘ปริปุณฺเณนา’’ติ. สมาทินฺเนนาติ เอตฺถ สมาทานํ นาม ตณฺหาทิฏฺฐีหิ คหณํ ปรามสนนฺติ อาห – ‘‘คหิเตน ปรามฏฺเฐนา’’ติ. ปฏิปชฺชติ เอตาย สุคติทุคฺคตีติ ปฏิปทา, กมฺมํ. ตถา หิ ตํ ‘‘กมฺมปโถ’’ติ วุจฺจติ.
เอสาติ ปฏิปทา. ทุพฺพลํ อุปฆาตกเมว สิยาติ อุปปีฬกสฺส วิสยํ ทสฺเสตุํ, ‘‘พลวกมฺเมนา’’ติอาทิ วุตฺตํ. พลวกมฺเมนาติ ปุญฺญกมฺเมน. วทติ นามาติ วทนฺโต วิย โหติ. นิพฺพตฺตาเปยฺยนฺติ กสฺมา วุตฺตํ, นนุ อุปปีฬกสภาวํ กมฺมํ ชนกสภาวํ น โหตีติ? สพฺพเมตํ ปริกปฺปนวจนํ, ยถา มนุสฺสา ปจฺจตฺถิกํ ปฏิปกฺขํ กิญฺจิ กาตุํ อสมตฺถาปิ เกจิ อาลมฺพนวเสน สมตฺถา วิย อตฺตานํ ทสฺเสนฺติ, เอวํสมฺปทมิทนฺติ เกจิ. อปเร ปน ภณนฺติ – ยสฺสิทํ กมฺมสฺสวิปากํ ปีเฬติ, สเจ ตสฺมึ อโนกาเส เอว สยํ วิปจฺจิตุํ โอกาสํ ลเภยฺย, อปาเยสุ เอว ตํสมงฺคิปุคฺคลํ นิพฺพตฺตาเปยฺย, ยสฺมา ตํ กมฺมํ พลวํ หุตฺวา อวเสสปจฺจยสมวาเยน วิปจฺจิตุํ อารทฺธํ, ตสฺมา อิตรํ ตสฺส วิปากํ วิพาเธนฺตํ อุปปีฬกํ นาม ชาตํ. เอตทตฺถเมว เจตฺถ ‘‘พลวกมฺเมน นิพฺพตฺต’’นฺติ พลวคฺคหณํ กตํ. กิจฺจวเสน หิ เนสํ กมฺมานํ เอตา สมญฺญา, ยทิทํ อุปปีฬกํ อุปจฺเฉทกํ ชนกํ อุปตฺถมฺภกนฺติ, น กุสลานิ วิย อุปตฺถมฺภานิ โหนฺติ นิพฺพตฺตตฺถาย. ปีเฬตฺวาติ วิเหเฐตฺวา ปฏิฆาฏนาทิวเสน อุจฺฉุเตลยนฺตาทโย วิย อุจฺฉุติลาทิเก วิพาเธตฺวา. นิโรชนฺติ นิตฺเตชํ. นิยูสนฺติ นิรสํ. กสฏนฺติ นิสฺสารํ. ปริสฺสยนฺติ อุปทฺทวํ.
อิทานิ ปริสฺสยสฺส อุปนยนาการํ ทสฺเสนฺเตน ตตฺถ, ‘‘ทารกสฺสา’’ติอาทึ วตฺวา โภคานํ วินาสนาการํ ทสฺเสตุํ, ปุน ‘‘ทารกสฺสา’’ติอาทิ วุตฺตํ. กุมฺภโทหนาติ กุมฺภปูรขีรา. โคมณฺฑเลติ โคยูเถ.
อฏฺฐุสภคมนํ กตฺวาติ อฏฺฐอุสภปฺปมาณํ ปเทสํ ปจฺจตฺถิกํ อุทฺทิสฺส ธนุคฺคโห อนุยายึ กตฺวา. ตนฺติ สรํ. อญฺโญติ ปจฺจตฺถิโก. ตตฺเถว ปาเตยฺย อจฺจาสนฺนํ กตฺวา สรสฺส ขิตฺตตฺตา. วาฬมจฺโฉทกนฺติ มกราทิวาฬมจฺฉวนฺตํ อุทกํ.
ปฏิสนฺธินิพฺพตฺตกํ กมฺมํ ชนกกมฺมํ นาม ปริปุณฺณวิปากทายิภาวโต, น ปวตฺติวิปากมตฺตนิพฺพตฺตกํ. โภคสมฺปทาทีติ อาทิ-สทฺเทน อาโรคฺยสมฺปทาทิ-ปริวารสมฺปทาทีนิ คณฺหาติ. น ทีฆายุกตาทีนิ หิ อปฺปายุกตาสํวตฺตนิเกน กมฺมุนา นิพฺพตฺตานิ; อญฺญํ ทีฆายุกตากรเณน อุปตฺถมฺเภตุํ สกฺโกติ; น อติทุพฺพณฺณํ อปฺเปสกฺขํ นีจกุลีนํ ทุปฺปญฺญํ วา วณฺณวนฺตตาทิวเสน. ตถา หิ วกฺขติ, ‘‘อิมสฺมึ ปน ปญฺหวิสฺสชฺชเน’’ติอาทิ, ตํ ปน นิทสฺสนวเสน วุตฺตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ.
ปุริมานีติ อุปปีฬโกปจฺเฉทกานิ. อุปปีฬกุปฆาตา นาม กุสลวิปากปฏิพาหกาติ อธิปฺปาเยน ‘‘เทฺว อกุสลาเนวา’’ติ วุตฺตํ. อุปตฺถมฺภกํ กุสลเมวาติ เอตฺถ ยถา ชนกํ อุภยสภาวํ, เอวํ อิตเรสมฺปิ อุภยสภาวตาย วุจฺจมานาย น โกจิ วิโรโธ. เทวทตฺตาทีนญฺหิ นาคาทีนํ อิโต อนุปฺปวจฺฉิตานํ เปตาทีนญฺจ นรกาทีสุ อกุสลกมฺมวิปากสฺส อุปตฺถมฺภนุปปีฬนุปฆาตนานิ น น สมฺภวนฺติ. เอวญฺจ กตฺวา ยา เหฏฺฐา พหูสุ อานนฺตริเยสุ เอเกน คหิตปฏิสนฺธิกสฺส อิตเรสํ ตสฺส อนุพลปฺปทายิตา วุตฺตา, สาปิ สมตฺถิตา โหติ. ยสฺมิญฺหิ กมฺเม กเต ชนกนิพฺพตฺตํ กุสลผลํ วา อกุสลผลํ วา พฺยาธิธาตุสมตาทินิมิตฺตํ วิพาธียติ, ตมุปตฺถมฺภกํ. ยสฺมึ ปน กเต ชาติสมตฺถสฺส ปฏิสนฺธิยํ ปวตฺติยญฺจ วิปากกฏตฺตารูปานํ อุปฺปตฺติ โหติ, ตํ ชนกํ. ยสฺมึ ปน กเต อญฺเญน ชนิตสฺส อิฏฺฐสฺส วา อนิฏฺฐสฺส วา ผลสฺส วิพาธาวิจฺเฉทปจฺจยานุปฺปตฺติยา อุปพฺรูหนปจฺจยุปฺปตฺติยา จ ชนกสามตฺถิยานุรูปํ ปริวุตฺติจิรตรปพนฺธา โหติ, เอตํ อุปตฺถมฺภกํ. ตถา ยสฺมึ กเต ชนกนิพฺพตฺตํ กุสลผลํ อกุสลผลํ วา พฺยาธิธาตุสมตาทินิมิตฺตํ วิพาธียติ, ตํ อุปปีฬกํ. ยสฺมึ ปน กเต ชนกสามตฺถิยวเสน จิรตรปพนฺธารหมฺปิ สมานํ ผลํ วิจฺเฉทกปจฺจยุปฺปตฺติยา วิจฺฉิชฺชติ, ตํ อุปฆาตกนฺติ อยเมตฺถ สาโร.
ตตฺถาติ เตสุ กมฺเมสุ. อุปจฺเฉทกกมฺเมนาติ อายุโน อุปฆาตกกมฺเมน. สฺวายมุปฆาตกภาโว ทฺวิธา อิจฺฉิตพฺโพติ ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘ปาณาติปาตินา’’ติอาทิ วุตฺตํ. น สกฺโกติ ปาณาติปาตกมฺมุนา สนฺตานสฺส ตถาภิสงฺขตตฺตา. ยสฺมิญฺหิ สนฺตาเน นิพฺพตฺตํ, ตสฺส เตน อภิสงฺขตตา อวสฺสํ อิจฺฉิตพฺพา ตตฺเถว ตสฺส วิปากสฺส วินิพนฺธนโต. เอเตน กุสลสฺส กมฺมสฺส อายูหนกฺขเณเยว ปาณาติปาโต ตาทิสํ สามตฺถิยุปฆาตํ กโรตีติ ทสฺเสติ, ตโต กมฺมํ อปฺปผลํ โหติ. ‘‘ทีฆายุกา’’ติอาทินา อุปฆาตสามตฺถิเยน เขตฺเต อุปฺปนฺนสสฺสํ วิย อุปปตฺตินิยามกา ธมฺมาติ ทสฺเสติ. อุปปตฺติ นิยตวิเสเส วิปจฺจิตุํ โอกาเส กโรนฺเต เอว กุสลกมฺเม อากฑฺฒิยมานปฏิสนฺธิกํ ปาณาติปาตกมฺมํ อปฺปายุกตฺถาย นิยเมตีติ อาห – ‘‘ปฏิสนฺธิเมว วา นิยาเมตฺวา อปฺปายุกํ กโรตี’’ติ. ปาณาติปาตเจตนาย อจฺจนฺตกฏุกวิปากตฺตา สนฺนิฏฺฐานเจตนาย นิรเย นิพฺพตฺตติ ตสฺสา อตฺถสฺส ขีณาภาวโต; อิตเร ปน น ตถา ภาริยาติ อาห – ‘‘ปุพฺพา…เป… โหตี’’ติ. อิธ ปน ยํ เหฏฺฐา วุตฺตสทิสํ, ตํ วุตฺตนเยน เวทิตพฺพํ.
มนุสฺสามนุสฺสปริสฺสยาติ มานุสกา อมานุสกา จ อุปทฺทวา. ปุรโตติ ปุพฺพทฺวารโต. ปจฺฉโตติ ปจฺฉิมวตฺถุโต. ปวฏฺฏมานาติ ปริชนสฺส, เทวตานํ วา เทเสน ปวฏฺฏมานา. ปเรหีติ ปุราตเนหิ ปเรหิ. สมฺมุขีภาวนฺติ สามิภาววเสน ปจฺจกฺขตฺตํ. อาหริตฺวา เทนฺติ อิณายิกา. กมฺมนฺตาติ วณิชฺชาทิกมฺมานิ. อปาณาติปาตกมฺมนฺติ ปาณาติปาตสฺส ปฏิปกฺขภูตํ กมฺมํ; ปาณาติปาตา วิรติวเสน ปวตฺติตกมฺมนฺติ อตฺโถ. ทีฆายุกสํวตฺตนิกํ โหติ วิปากสฺส กมฺมสริกฺขภาวโต. อิมินา นเยนาติ อิมินา อปฺปายุกทีฆายุกสํวตฺตนิเกสุ กมฺเมสุ ยถาวุตฺเตน ตํ สํวตฺตนิกวิภาวนนเยน.
วิเหฐนกมฺมาทีนิปีติ ปิ-สทฺเทน โกธอิสฺสามนกมจฺเฉรถทฺธอวิทฺทสุภาววเสน ปวตฺติตกมฺมานิ สงฺคณฺหาติ. ตเถวาติ ยถา ปาณาติปาตกมฺมํ อตฺถโต เอวํ วทติ นามาติ วุตฺตํ, ตเถว วทมานานิ วิย. ‘‘ยํ ยเทวาติปตฺเถนฺติ, สพฺพเมเตน ลพฺภตี’’ติ (ขุ. ปา. ๘.๑๐) วจนโต ยถา สพฺพกุสลํ สพฺพาสํ สมฺปตฺตีนํ อุปนิสฺสโย, เอวํ สพฺพํ อกุสลํ สพฺพาสํ วิปตฺตีนํ อุปนิสฺสโยติ, ‘‘อุปปีฬเนน นิพฺโภคตํ อาปาเทตฺวา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตถา หิ ปาณาติปาตกมฺมวเสนปิ อยํ นโย ทสฺสิโต. อวิเหฐนาทีนีติ เอตฺถ อาทิ-สทฺเทน อกฺโกธน-อนิสฺสามน-ทาน-อนติมาน-วิทฺทสุภาเวน ปวตฺตกมฺมานิ สงฺคณฺหาติ.
๒๙๓. อิสฺสา มโน เอตสฺสาติ อิสฺสามนโกติ อาห ‘‘อิสฺสาสมฺปยุตฺตจิตฺโต’’ติ. อุปกฺโกสนฺโตติ อกฺโกสวตฺถูหิ อกฺโกสนฺโต. อิสฺสํ พนฺธตีติ อิสฺสํ อนุพนฺธติ อิสฺสาสหิตเมว จิตฺตํ อนุปวตฺเตติ. อปฺเปสกฺโขติ อปฺปานุภาโว อปฺปญฺญาโต. เตนาห ‘‘น ปญฺญายตี’’ติ. สา ปนสฺส อปฺปานุภาวตา ปริวาราภาเวน ปากฏา โหตีติ อาห ‘‘อปฺปปริวาโร’’ติ.
๒๙๔. มจฺฉริยวเสน น ทาตา โหตีติ สพฺพโส เทยฺยธมฺมสฺส อภาเวน น ทาตา น โหติ. อมจฺฉรี หิ ปุคฺคโล สติ เทยฺยธมฺเม ยถารหํ เทติเยว.
๒๙๕. อภิวาเทตพฺพํ เขตฺตวเสน มตฺถกปฺปตฺตํ ทสฺเสตุํ, ‘‘พุทฺธํ วา’’ติอาทิ วุตฺตํ. อญฺเญปิ มาตุปิตุเชฏฺฐภาตราทโย อภิวาทนาทิอรหา สนฺติ, เตสุ ถทฺธาทิวเสน กรณํ นีจกุลสํวตฺตนิกเมว. น หิ ปวตฺเต สกฺกา กาตุนฺติ สมฺพนฺโธ. เตน ปวตฺติวิปากทายิโน กมฺมสฺส วิสโย เอโสติ ทสฺเสติ. เตนาห ‘‘ปฏิสนฺธิเมว ปนา’’ติอาทิ.
๒๙๖. อปริปุจฺฉเนนาติ อปริปุจฺฉามตฺเตน นิรเย น นิพฺพตฺตติ; อปริปุจฺฉาเหตุ ปน กตฺตพฺพากรณาทีหิ สิยา นิรยนิพฺพตฺตีติ ปาฬิยํ, ‘‘น ปริปุจฺฉิตา โหตี’’ติอาทิ วุตฺตนฺติ ทสฺเสนฺโต, ‘‘อปริปุจฺฉโก ปนา’’ติอาทิมาห. ยถานุสนฺธึ ปาเปสีติ เทสนํ ยถานุสนฺธินิฏฺฐานํ ปาเปสิ. เสสํ วุตฺตนยตฺตา สุวิญฺเญยฺยเมว.
จูฬกมฺมวิภงฺคสุตฺตวณฺณนาย ลีนตฺถปฺปกาสนา สมตฺตา.
๖. มหากมฺมวิภงฺคสุตฺตวณฺณนา
๒๙๘. กมฺมสฺส โมฆภาโว นาม ผเลน ตุจฺฉตา ผลาภาโวติ อาห – ‘‘โมฆนฺติ ตุจฺฉํ อผล’’นฺติ. ตถํ ภูตนฺติ สจฺจสทฺทสฺส อตฺถมาห. ปริพฺพาชโก ปน ‘‘สจฺจ’’นฺติ อิมินา ตเมว สผลนฺติ วทติ. สผลญฺหิ กมฺมํ สตฺถุ อภิมตมโนกมฺมนฺติ อธิปฺปาโย. อิทญฺจ ‘‘โมฆํ กายกมฺม’’นฺติอาทิวจนํ. ตํ คเหตฺวาติ ปรมฺปราย คเหตฺวา. เอสาติ โปตลิปุตฺโต ปริพฺพาชโก. อภิสญฺญานิโรธกถํ สนฺธาย วทติ. สาปิ หิ ติตฺถิยานํ อนฺตเร ปากฏา ชาตาติ. เถโรติ สมิทฺธิตฺเถโร. ยถา ภควตา วุตฺตํ, ตโต จ อญฺญถาว โทสาโรปนภเยน คเหตฺวา ตโต ภควนฺตํ เถโร รกฺขตีติ อธิปฺปาเยน ปริพฺพาชโก, ‘‘ปริรกฺขิตพฺพํ มญฺญิสฺสตี’’ติ อโวจาติ อาห – ‘‘ปริรกฺขิตพฺพนฺติ ครหโต โมจเนน รกฺขิตพฺพ’’นฺติ. สญฺเจตนา อสฺส อตฺถีติ สญฺเจตนิกํ. กมฺมนฺติ สญฺเจตนิกสฺสปิ กมฺมสฺส อตฺตโน สมเย อิจฺฉิตตฺตา ปริพฺพาชเกน วุตฺตํ.
สงฺขตสงฺขารตาย รูปเมว ‘‘ติลมตฺตมฺปิ สงฺขาร’’นฺติ วุตฺตํ. เตนาห – ‘‘มํสจกฺขุนาว ปสฺสตี’’ติ. สมาคมทสฺสนํ สนฺธายาติ กตฺถจิปิ ตสฺส ทสฺสนํ สนฺธาย, น ปริญฺญาทสฺสนํ. เตนาห ภควา – ‘‘กุโต ปเนวรูปํ กถาสลฺลาป’’นฺติ.
๒๙๙. วฏฺฏทุกฺขนฺติ สํสารทุกฺขํ. กิเลสทุกฺขนฺติ กิเลสสมฺภวราคปริฬาหทุกฺขํ. สงฺขารทุกฺขนฺติ ยทนิจฺจํ, ตํ ทุกฺขนฺติ เอวํ วุตฺตทุกฺขํ. สเจ ภาสิตํ ภเวยฺยาติ อิมํ อีทิสํ ทุกฺขํ สนฺธาย อายสฺมตา สมิทฺธินา ภาสิตํ สิยา นุ ภควา, อวิภชิตฺวา พฺยากรณํ ยุตฺตเมวาติ อธิปฺปาโย.
๓๐๐. อุมฺมงฺคนฺติ อุมฺมุชฺชนํ, กถามุเฬฺหน อนฺตรา อญฺญาณวิสยปญฺหา อุมฺมงฺคํ. เตนาห – ‘‘ปญฺหาอุมฺมงฺค’’นฺติ เนว ทิพฺพจกฺขุนาติ กสฺมา วุตฺตํ. น หิ ตํ อโยนิโส อุมฺมุชฺชนํ ทิพฺพจกฺขุวิสยนฺติ? กามญฺเจตํ น ทิพฺพจกฺขุวิสยํ, ทิพฺพจกฺขุปริภณฺฑญาวิสยํ ปน สิยาติ ตถา วุตฺตํ. อธิปฺปาเยเนวาติ อุทายิตฺเถรสฺส อธิปฺปาเยเนว คยฺหมาเนน ตํ อโยนิโย อุมฺมุชฺชนํ อญฺญาสิ. สนฺนิสีทิตุํ ปุพฺเพ นิสินฺนากาเรน สนฺนิสีทิตุํ น สกฺโกติ. สมิทฺธิตฺเถเรน อนภิสงฺขตสฺเสว อตฺถสฺส กถิตตฺตา, ‘‘ยํ อภูตํ, ตเทว กเถสฺสตี’’ติ วุตฺตํ. เตนาห ‘‘อโยนิโส อุมฺมุชฺชิสฺสตี’’ติ. ติสฺโส เวทนา ปุจฺฉิตา, ‘‘กึ โส เวทิยตี’’ติ อวิภาเคน เวทิยมานสฺส ชาติตตฺตา. สุขาย เวทนาย หิตนฺติ สุขเวทนิยํ. เตนาห – ‘‘สุขเวทนาย ปจฺจยภูต’’นฺติ. เสเสสูติ, ‘‘ทุกฺขเวทนิย’’นฺติอาทีสุ.
เหฏฺฐา ติกชฺฌานเจตนาติ เอตฺถ, ‘‘กุสลโต’’ติ อธิการโต รูปาวจรกุสลโต เหฏฺฐา ติกชฺฌานเจตนาติ อตฺโถ. เอตฺถาติ เอเตสุ กามาวจรรูปาวจรสุขเวทนิยกมฺเมสุ. อทุกฺขมสุขมฺปีติ ปิ-สทฺเทน อิฏฺฐารมฺมเณ สุขมฺปีติ อิมมตฺถํ สมฺปิณฺเฑติ.
ยทิ กายทฺวาเร ปวตฺตโต อญฺญตฺถ อทุกฺขมสุขํ ชเนติ, อถ กสฺมา, ‘‘ทุกฺขสฺเสว ชนนโต’’ติ วุตฺตนฺติ อาห – ‘‘สา ปน เวทนา’’ติอาทิ.
จตุตฺถชฺฌานเจตนาติ เอตฺถ อรูปาวจรกุสลเจตนาติปิ วตฺตพฺพํ. ยถา หิ ‘‘กาเยน วาจาย มนสา’’ติ เอตฺถ ยถาลาภคฺคหณวเสน มนสา สุขเวทนิยํ อทุกฺขมสุขเวทนิยนฺติ อยมตฺโถ อรูปาวจรกุสเลปิ ลพฺภตีติ สุขมฺปิ ชเนติ อุกฺกฏฺฐสฺส ญาณสมฺปยุตฺตกุสลสฺส โสฬสวิปากจิตฺตนิพฺพตฺตนโต, อยญฺจ นโย เหฏฺฐา, ‘‘อทุกฺขมสุขมฺปี’’ติ เอตฺถาปิ วตฺตพฺโพ. ปุพฺเพ ปริยายโต ทุกฺขเวทนา วุตฺตา, สุตฺตนฺตสํวณฺณนา เหสาติ อิทานิ นิปฺปริยายโต ปุน ทสฺเสตุํ, ‘‘อปิจา’’ติอาทิ วุตฺตํ. เตน เอตฺถ ทุกฺขเวทนิยํ ปวตฺติวเสเนว วฏฺฏตีติ. เอตสฺสาติ ทุกฺขเวทนิยสฺส ปวตฺติวเสเนว ยุชฺชมานตฺตา เอตสฺส วเสน สพฺพํ สุขเวทนิยํ อทุกฺขมสุขเวทนิยญฺจ ปวตฺติวเสเนว วตฺตุํ วฏฺฏติ.
อาลโยติ อภิรุจิ. มหากมฺมวิภงฺคญาณนฺติ มหติ กมฺมวิภชเน ญาณํ, มหนฺตํ วา กมฺมวิภชนญาณํ. ภาชนํ นาม นิทฺเทโส, อยํ ปน อุทฺเทโสติ กตฺวา อาห – ‘‘กตเม จตฺตาโร…เป… มาติกาฏฺฐปน’’นฺติ.
๓๐๑. ปาฏิเยกฺโก อนุสนฺธิ ยถาอุทฺทิฏฺฐสฺส มหากมฺมวิภงฺคญาณสฺส อภาชนภาวโต, ปุจฺฉานุสนฺธิอชฺฌาสยานุสนฺธีสุ จ อนนฺโตคธตฺตา. เตนาห ‘‘อิทํ หี’’ติอาทิ. อิทํ อารมฺมณํ กตฺวาติ อิธ, ‘‘ปาณาติปาตึ อทินฺนาทายิ’’นฺติอาทินา ปุคฺคลาธิฏฺฐาเนน วุตฺตํ กมฺมวิภงฺคํ อารพฺภ. อิมํ ปจฺจยํ ลภิตฺวาติ ตสฺเสว เววจนํ. อิทํ ทสฺสนํ คณฺหนฺตีติ อิทํ, ‘‘อตฺถิ กิร, โภ, ปาปกานิ กมฺมานิ, นตฺถิ กิร, โภ, ปาปกานิ กมฺมานี’’ติ จ อาทีนิ หตฺถิทสฺสกอนฺธาวิย ทิฏฺฐมตฺเต เอว ฐตฺวา อจิตฺตกทสฺสนญฺจ คณฺหนฺติ. วีริยํ กิเลสานํ อาตาปนวเสน อาตปฺปํ, ตเทว ปทหวเสน ปธานํ, ปุนปฺปุนํ ยุญฺชนวเสน อนุโยโค, ตถา ภาวนาย นปฺปมชฺชติ เอเตนาติ อปฺปมาโท, สมฺมา โยนิโส มนสิ กโรติ เอเตนาติ สมฺมามนสิกาโรติ วุจฺจตีติ อธิปฺปาเยน, ‘‘ปญฺจปิ วีริยสฺเสว นามานี’’ติ อาห. อปฺปมาโท วา สติยา อวิปฺปวาโส. ยสฺมึ มนสิกาเร สติ ตสฺส ทิพฺพจกฺขุญาณํ อิชฺฌติ, อยเมตฺถ สมฺมามนสิกาโรติ เอตฺถ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. เจโตสมาธินฺติ ทิพฺพจกฺขุญาณสหคตํ จิตฺตสมาธึ. เตนาห ‘‘ทิพฺพจกฺขุสมาธิ’’นฺติ. อญฺญถาติ อกุสลกมฺมกรณโต อญฺญถา, ตํ ปน กุสลกมฺมกรณํ โหตีติ อาห – ‘‘เย ทสฺสนฺนํ กุสลานํ กมฺมปถานํ ปูริตตฺตา’’ติ ทิฏฺฐิถาเมนาติ ทิฏฺฐิวเสน ทิฏฺฐิพเลน. ทิฏฺฐิปรามาเสนาติ ทิฏฺฐิวเสน ธมฺมสภาวํ อติกฺกมิตฺวา ปรามาเสน. อธิฏฺฐหิตฺวาติ, ‘‘อิทเมว สจฺจํ, โมฆมญฺญ’’นฺติ อธิฏฺฐาย อภินิวิสิตฺวา. อาทิยิตฺวาติ ทฬฺหคฺคาหํ คเหตฺวา. โวหรตีติ อตฺตโน คหิตคฺคหณํ ปเรสํ ทีเปนฺโต โวหรติ.
๓๐๒. ตตฺรานนฺทาติ เอตฺถ อิติ-สทฺโท อาทิอตฺโถ. อิทมฺปีติ อิทํ วจนํ. ‘‘ตตฺรานนฺทา’’ติ เอวมาทิวจนมฺปีติ อตฺโถ. น มหากมฺมวิภงฺคญาณสฺส ภาชนํ ตสฺส อนิทฺเทสภาวโต. อสฺสาติ มหากมฺมวิภงฺคญาณสฺส มาติกาฏฺฐปนเมว ทิพฺพจกฺขุกานํ สมณพฺราหฺมณานํ วเสน อนุญฺญาตพฺพสฺส จ ทสฺสนวเสน อุทฺเทสภาวโต. เตนาห ‘‘เอตฺถ ปนา’’ติอาทิ. ตตฺถ เอตฺถ ปนาติ ‘‘ตตฺรานนฺทา’’ติอาทิปาเฐ. เอเตสํ ทิพฺพจกฺขุกานนฺติ เอเตสํ เหฏฺฐา จตูสุปิ วาเรสุ อาคตานํ ทิพฺพจกฺขุกานํ. เอตฺตกาติ เอกจฺจิยา สจฺจคิรา. อนุญฺญาตาติ อนุชานิตา. อนนุญฺญาตาติ ปฏิกฺเขปิตา. อิธ อนนุญฺญาตมุเขน ทีปิตํ อนนุญฺญาตภาวมตฺตํ. ตตฺรานนฺทาติอาทิเก ตตฺราติ นิทฺธารเณ ภุมฺมนฺติ ทสฺเสนฺโต, ‘‘เตสุ จตูสุ สมณพฺราหฺมเณสู’’ติ อาห. อิทํ วจนํ ‘‘อตฺถิ กิร, โภ…เป… วิปาโก’’ติ อิทํ เอวํ วุตฺตํ. อสฺสาติ ตถาวาทิโน สมณพฺราหฺมณสฺส. อญฺเญนากาเรนาติ ‘‘โย กิร, โภ’’ติอาทินา วุตฺตการณโต อญฺเญน การเณน. ทฺวีสุ ฐาเนสูติ ‘‘อตฺถิ กิร, โภ…เป… วิปาโก’’ติ จ, ‘‘อปายํ…เป… นิรยํ อุปปนฺน’’นฺติ จ อิเมสุ ทฺวีสุ ปาฐปเทเสสุ. อนุญฺญาตา ตทตฺถสฺส อตฺถิภาวโต. ตีสุ ฐาเนสูติ ‘‘โย กิร, โภ…เป… นิรยํ อุปปชฺชติ’’, ‘‘ยมฺปิ โส…เป… เต สญฺชานนฺติ’’, ‘‘ยมฺปิ โส ยเทว…เป… โมฆมญฺญ’’นฺติ อิเมสุ ตีสุ ปาฐปเทเสสุ. อนนุญฺญาตา ตทตฺถสฺสาเนกนฺติกตฺตา มิจฺฉาภินิเวสโต จ. เตนาห ภควา – ‘‘อญฺญถา หิ, อานนฺท, ตถาคตสฺส มหากมฺมวิภงฺคญาณ’’นฺติ. ยถา เต อปฺปหีนวิปลฺลาสา ปเทสญาณสมณพฺราหฺมณา กมฺมวิภงฺคํ สญฺชานนฺติ, ตโต อญฺญถาว สพฺพโส ปหีนวิปลฺลาสสฺส ตถา อาคมนาทิอตฺเถน ตถาคตสฺส สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส มหากมฺมวิภงฺคญาณํ โหตีติ อตฺโถ.
๓๐๓. อิมินา ทิพฺพจกฺขุเกน ยํ กมฺมํ กโรนฺโต ทิฏฺโฐ, ตโต ปุพฺเพติ โยชนา. ตโตติ ตโต กริยมานกมฺมโต ปุพฺเพ. ขนฺโทติ กุมาโร. สิโวติ อิสฺสโร. ปิตามโหติ พฺรหฺมา. อิสฺสราทีหีติ อิสฺสรพฺรหฺมปชาปติอาทีหิ. วิสฏฺโฐติ นิมฺมิโต. มิจฺฉาทสฺสเนนาติ มิจฺฉาทสฺสนวเสน. ยนฺติ ยํ กมฺมํ. ตตฺถาติ เตสุ ปาณาติปาตาทิวเสน ปวตฺตกมฺเมสุ. ทิฏฺเฐว ธมฺเมติ ตสฺมึเยว อตฺตภาเว วิปากํ ปฏิสํเวเทตีติ โยชนา. อุปปชฺชิตฺวาติ ทุติยภเว นิพฺพตฺติตฺวา. อปรสฺมึ ปริยาเยติ อญฺญสฺมึ ยตฺถ กตฺถจิ ภเว.
เอกํ กมฺมราสินฺติ ปาณาติปาตาทิเภเทน เอกํ กมฺมสมุทายํ. เอกํ วิปากราสินฺติ ตสฺเสว องฺเคน เอกํ วิปากสมุทายํ. อิมินาติ ยถาวุตฺเตน ทิพฺพจกฺขุเกน สมเณน พฺราหฺมเณน วา อทิฏฺฐา. ตโยติ ‘‘ปุพฺเพ วาสฺส ตํ กตํ โหตี’’ติอาทินา วุตฺตา ตโย. เทฺว วิปากราสีติ ทิฏฺฐธมฺมเวทนิโย อปราปริยายเวทนิโยติ เทฺว วิปากราสี. อุปปชฺชเวทนิยํ ปน เตน ทิฏฺฐํ, ตสฺมา ‘‘เทฺว’’ติ วุตฺตํ. ทิฏฺโฐ เอโก, อทิฏฺฐา ตโยติ ทิฏฺเฐ จ อทิฏฺเฐ จ จตฺตาโร กมฺมราสี, ตถา ทิฏฺโฐ เอโก, อทิฏฺฐา เทฺวติ ตโย วิปากราสี. อิมานิ สตฺต ฐานานีติ ยถาวุตฺตานิ สตฺต ญาณสฺส ปวตฺตนฏฺฐานานิ. ‘‘อิมสฺส นาม กมฺมสฺส อิทํ ผลํ นิพฺพตฺต’’นฺติ กมฺมสฺส, ผลสฺส วา อทิฏฺฐตฺตา, ‘‘ทุติยวาเร ทิพฺพจกฺขุเกน กิญฺจิ น ทิฏฺฐ’’นฺติ วุตฺตํ. ปฐมํ วุตฺตนเยน ตโย กมฺมราสี เวทิตพฺพา, อิธ ทิพฺพจกฺขุเกน ทิฏฺฐสฺส อภาวโต, ‘‘ปจฺจตฺตฏฺฐานานี’’ติ วุตฺตํ.
ภวติ วฑฺฒติ เอเตนาติ ภพฺพํ, วฑฺฒินิมิตฺตํ. น ภพฺพํ อภพฺพนฺติ อาห ‘‘ภูตวิรหิต’’นฺติ. อตฺตโน ผเล ภาสนํ ทิพฺพนํ อาภาสนนฺติ อาห – ‘‘อาภาสติ อภิภวติ ปฏิพาหตี’’ติ. พลวกมฺมนฺติ มหาสาวชฺชํ กมฺมํ ครุสมาเสวิตาทิเภทํ. อาสนฺเนติ มรเณ, อภิณฺหํ อุปฏฺฐาเนน วา ตสฺส มรณจิตฺตสฺส อาสนฺเน. พลวกมฺมนฺติ ครุสมาเสวิตตาทิวเสน พลวํ กุสลกมฺมํ. ทุพฺพลกมฺมสฺสาติ อตฺตโน ทุพฺพลสฺส. อาสนฺเน กุสลํ กตนฺติ อิธาปิ อาสนฺนตา ปุพฺเพ วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพา.
อุปฏฺฐานากาเรนาติ มรณสฺส อาสนฺนกาเล กมฺมสฺส อุปฏฺฐานากาเรน. ตสฺสาติ ตสฺส ปุคฺคลสฺส. นิพฺพตฺติการณภูตํ หุตฺวา อุปฏฺฐาติ อกุสลนฺติ โยชนา. ติตฺถิยา กมฺมนฺตรวิปากนฺตเรสุ อกุสลตาย ยํ กิญฺจิ กมฺมํ ยสฺส กสฺสจิ วิปากสฺส การณํ กตฺวา คณฺหนฺติ หตฺถิทสฺสกอนฺธาทโย วิย ทิฏฺฐมตฺตาภินิเวสิโนติ, ‘‘อญฺญติตฺถิยา…เป… อุปฏฺฐาตี’’ติ วุตฺตํ. อิตรสฺมินฺติ ภพฺพญฺเจว ภพฺพาภาสญฺจ, ภพฺพํ อภพฺพาภาสนฺติ อิมสฺมึ ทฺวเย. เอเสว นโย ปฐมทุติยปุคฺคลวเสน ปุริมานํ ทฺวินฺนํ กมฺมานํ โยชนานโย วุตฺโต อุปฏฺฐานาการวเสน. อยเมว ตติยจตุตฺถปุคฺคลวเสน ปจฺฉิมานํ ทฺวินฺนํ กมฺมานํ โยชนานโย. ตติยสฺส หิ กมฺมสฺส กุสลตฺตา ตสฺส จ สคฺเค นิพฺพตฺตตฺตา ตตฺถ การณภูตํ กุสลํ หุตฺวา อุปฏฺฐาติ; ตถา จตุตฺถสฺสปิ กมฺมสฺส กุสลตฺตา, ตสฺส ปน นิรเย นิพฺพตฺตตฺตา ตตฺถ นิพฺพตฺติการณภูตํ อญฺญติตฺถิยานํ อกุสลํ หุตฺวา อุปฏฺฐาตีติ. ยํ ปเนตฺถ อตฺถโต อวิภตฺตํ, ตํ สุวิญฺเญยฺยเมว.
มหากมฺมวิภงฺคสุตฺตวณฺณนาย ลีนตฺถปฺปกาสนา สมตฺตา.
๗. สฬายตนวิภงฺคสุตฺตวณฺณนา
๓๐๔. เวทิตพฺพานีติ เอตฺถ ยถา วิทิตานิ ฉ อชฺฌตฺติกานิ อายตนานิ วฏฺฏทุกฺขสมติกฺกมาย โหนฺติ, ตถา เวทนํ อธิปฺเปตนฺติ อาห – ‘‘สหวิปสฺสเนน มคฺเคน ชานิตพฺพานี’’ติ. ตตฺถ วิปสฺสนาย อารมฺมณโต มคฺเคน อสมฺโมหโต ชานนํ ทฏฺฐพฺพํ. เสสปเทสุปิ เอเสว นโย. มโน สวิเสสํ อุปวิจรติ อารมฺมเณ ปวตฺตติ เอเตหีติ มโนปวิจารา, วิตกฺกวิจารา. อารมฺมเณ หิ อภินิโรปนานุมชฺชเนหิ วิตกฺกวิจาเรหิ สห จิตฺตํ ปวตฺตติ, น ตพฺพิรหิตํ. เตนาห ‘‘วิตกฺกวิจารา’’ติอาทิ. สตฺตา ปชฺชนฺติ เอเตหิ ยถารหํ วฏฺฏํ วิวฏฺฏญฺจาติ สตฺตปทา, เคหนิสฺสิตา วฏฺฏปทา. โยคฺคานํ ทมนอาจริยา โยคฺคาจริยา. เตนาห ‘‘ทเมตพฺพทมกาน’’นฺติ. เสสนฺติ วุตฺตาวเสสํ เอกสตฺตติวิธวิญฺญาณํ สผสฺสรูปกสฺเสว อธิปฺเปตตฺตา.
๓๐๕. อิธาติ อิมิสฺสํ ฉวิญฺญาณกายเทสนายํ. มโนธาตุตฺตยวินิมุตฺตเมว มโนวิญฺญาณธาตูติ เวทิตพฺพํ.
จกฺขุมฺหิ สมฺผสฺโสติ จกฺขุํ นิสฺสาย อุปฺปนฺโน สมฺผสฺโส. เตนาห – ‘‘จกฺขุวิญาณสมฺปยุตฺตสมฺผสฺสสฺเสตํ อธิวจน’’นฺติ.
ยถา เกวเลน วิญฺญาเณน รูปทสฺสนํ น โหติ, เอวํ เกวเลน จกฺขุปสาเทนปีติ วุตฺตํ ‘‘จกฺขุวิญฺญาเณนา’’ติ. เตน ปาฬิยํ จกฺขุนาติ นิสฺสยมุเขน นิสฺสิตกิจฺจํ วุตฺตนฺติ ทสฺเสติ. อารมฺมณวเสนาติ อารมฺมณปจฺจยภาเวน. ‘‘อุปวิจรติ’’จฺเจว กสฺมา วุตฺตํ, นนุ ตตฺถ วิตกฺกพฺยาปาโรปิ อตฺถีติ? สจฺจํ อตฺถิ. โส ปเนตฺถ ตคฺคติโกติ อาห – ‘‘วิตกฺโก ตํสมฺปยุตฺโต จา’’ติ. สมฺปยุตฺตธมฺมานมฺปิ อุปวิจรณํ วิตกฺกวิจารานํเยเวตฺถ กิจฺจนฺติ ‘‘วิตกฺกวิจารสงฺขาตา มโนปวิจารา’’ติ วุตฺตํ. โสมนสฺสยุตฺโต อุปวิจาโร โสมนสฺสูปวิจาโร ยถา ‘‘อาชญฺญรโถ’’ติ อาห ‘‘โสมนสฺเสน สทฺธิ’’นฺติอาทิ.
๓๐๖. อุปวิจารานํ อุปสฺสยฏฺเฐน เคหํ วิยาติ เคหํ, รูปาทโยติ อาห – ‘‘เคหสฺสิตานีติ กามคุณนิสฺสิตานี’’ติ. นิจฺจสญฺญาทินิกฺขมนโต เนกฺขมฺมํ วิปสฺสนาติ, ‘‘เนกฺขมฺมสฺสิตานีติ วิปสฺสนานิสฺสิตานี’’ติ วุตฺตํ. อิฏฺฐานนฺติ กสิวณิชฺชาทิวเสน ปริยิฏฺฐานนฺติ อาห ‘‘ปริเยสิตาน’’นฺติ. ปิยภาโว ปน กนฺตสทฺเทเนว กถิโตติ กามิตพฺพานํ มโน รเมตีติ มโนรมานํ. โลเกน อามสียตีติ โลกามิสํ, ตณฺหา. ตาย คเหตพฺพตาย อิฏฺฐภาวาปาทเนน ปฏิสงฺขตตาย จ ปฏิสํยุตฺตานํ. อตีเต กตํ อุปฺปชฺชติ อารมฺมณิกอนุภวนสฺส อสมฺภวโตติ อธิปฺปาโย. เอทิสํ อนุสฺสรณํ ทิฏฺฐคฺคหณานุสฺสเรน จ โหตีติ ทสฺเสตุํ, ‘‘ยถาห’’นฺติอาทิ วุตฺตํ.
อนิจฺจาการนฺติ หุตฺวา อภาวาการํ. วิปริณามวิราคนิโรธนฺติ ชราย มรเณน จาติ เทฺวธา วิปริณาเมตพฺพญฺเจว, ตโต เอว ปโลกิตํ ภงฺคญฺจ. อฏฺฐกถายํ ปน ยสฺมา อุปฺปนฺนํ รูปํ เตเนวากาเรน น ติฏฺฐติ, อถ โข อุปฺปาทาวตฺถาสงฺขาตํ ปกตึ วิชหติ, วิชหิตญฺจ ชราวตฺถาย ตโต วิคจฺฉติ, วิคจฺฉนฺตญฺจ ภงฺคุปฺปตฺติยา นิรุชฺฌตีติ อิมํ วิเสสํ ทสฺเสตุํ, ‘‘ปกติวิชหเนนา’’ติอาทิ วุตฺตํ. กามญฺเจตฺถ ‘‘ยถาภูตํ สมฺมปฺปญฺญาย ปสฺสโต’’ติ วุตฺตํ, อนุโพธญาณํ ปน อธิปฺเปตํ วีถิปฏิปนฺนาย วิปสฺสนาย วเสนาติ ‘‘วิปสฺสนาปญฺญายา’’ติ วุตฺตํ อุปวิจารนิทฺเทสภาวโต. ตถา หิ วกฺขติ – ‘‘ฉสุทฺวาเรสุ อิฏฺฐารมฺมเณ อาปาถคเต’’ติอาทิ. สงฺขารานํ เภทํ ปสฺสโตติ สพฺเพสํ สงฺขารานํ ขเณ ขเณ ภิชฺชนสภาวํ วีถิปฏิปนฺเนน วิปสฺสนาญาเณน ปสฺสโต. เตนาห ‘‘สงฺขารคตมฺหิ ติกฺเข’’ติอาทิ. ตตฺถ สงฺขาคตมฺหีติ สงฺขารคเต วิสยภูเต. ติกฺเขติ ภาวนาพเลน อินฺทฺริยานญฺจ สมตาย ติพฺเพ. สูเรติ ปฏิปกฺเขหิ อนภิภูตตาย, เตสญฺจ อภิภวนสมตฺถตาย วิสเท ปฏุภูเต ปวตฺตนฺเต.
กิเลสานํ วิกฺขมฺภนวเสน วูปสนฺตตาย สนฺตจิตฺตสฺส, สํสาเร ภยสฺส อิกฺขนโต ภิกฺขุโน, อุตฺตริมนุสฺสธมฺมสนฺนิสฺสิตตฺตา อมานุสี รตีติ วิเวกรติ เนกฺขมฺมรติ. ยโต ยโตติ ยถา ยถา นยวิปสฺสนาทีสุ เยน เยน สมฺมสนากาเรนาติ อตฺโถ. ขนฺธานํ อุทยพฺพยนฺติ ปญฺจุปาทานกฺขนฺธานํ อุปฺปาทญฺจ ภงฺคญฺจ. อมตนฺตํ วิชานตนฺติ วิชานนฺตานํ วิญฺญูนํ อารทฺธวิปสฺสนานํ ตํ ปีติปาโมชฺชํ อมตาธิคมเหตุตาย อมตนฺติ เวทิตพฺพํ.
ฉสุ ทฺวาเรสุ อิฏฺฐารมฺมเณ อาปาถคเตติ รูปาทิวเสน ฉพฺพิเธ อิฏฺฐารมฺมเณ ยถารหํ ฉสุ ทฺวาเรสุ อาปาถคเต. วิสเย เจตํ ภุมฺมวจนํ.
๓๐๗. ปจฺจุปฺปนฺนนฺติ สนฺตติปจฺจุปฺปนฺนํ. อนุตฺตรวิโมกฺโข นาม อรหตฺตํ อิธ อธิปฺเปตํ อุกฺกฏฺฐนิทฺเทเสน. กถํ ปน ตตฺถ ปิหํ อุปฏฺฐเปติ, น หิ อธิคตํ อรหตฺตํ อารมฺมณํ โหติ, น จ ตํ อารพฺภ ปิหา ปวตฺตตีติ? โก วา เอวมาห – ‘‘อรหตฺตํ อารมฺมณํ กตฺวา ปิหํ อุปฏฺฐเปตี’’ติ. อนุสฺสุติลทฺธํ ปน ปริกปฺปสิทฺธํ อรหตฺตํ อุทฺทิสฺส ปตฺถนํ ฐเปติ, ตตฺถ จิตฺตํ ปณิทหติ. เตนาห ภควา – ‘‘กุทาสฺสุ นามาหํ ตทายตนํ อุปสมฺปชฺช วิหริสฺสามี’’ติ. อายตนนฺติ อรหตฺตเมว ฉฬงฺคสมนฺนาคมาทิการณภาวโต, มนายตนธมฺมายตนภาวโต จ ตถา วุตฺตํ, ตํ ปเนตํ โทมนสฺสํ ปตฺถนํ ปฏฺฐเปนฺตสฺส อุปฺปชฺชติ ปตฺถนาย สหาวตฺตนโต. น หิ โลภโทสานํ สห วุตฺติ อตฺถิ. ปตฺถนามูลกตฺตาติ อิมินา อุปฏฺฐาปยโต ปทสฺส เหตุอตฺถโชตกตมาห. เอวนฺติ ‘‘กุทาสฺสุนามา’’ติอาทินา วุตฺตากาเรน. อุสฺสุกฺกาเปตุนฺติ ยถา มคฺเคน ฆเฏติ, เอวํ อุสฺสุกฺกาเปตุํ.
๓๐๘. อญฺญาณุเปกฺขาติ อญฺญาณสหิตา อุเปกฺขา อสมเปกฺขนปวตฺตา. เตน เตน มคฺโคธินา ตสฺส ตสฺส อปายคมนียกิเลโสธิสฺส อนวเสสโต ชิตตฺตา ขีณาสโว นิปฺปริยายโต โอธิชิโน นาม; ตทภาวโต ปุถุชฺชโน นิปฺปริยายโตว อโนธิชิโน นาม; เสโข ปน สิยา ปริยายโต โอธิชิโนติ. ตมฺปิ นิวตฺเตนฺโต, ‘‘อขีณาสวสฺสาติ อตฺโถ’’ติ อาห. อายตึ วิปากํ ชินิตฺวาติ อปฺปวตฺติกรณวเสน สพฺพโส อายตึ วิปากํ ชินิตฺวา ฐิตตฺตา ขีณาสโวว นิปฺปริยายโต วิปากชิโน นาม; ตทภาวโต ปุถุชฺชโน นิปฺปริยายโต อวิปากชิโน นาม; เสโข ปน สิยา ปริยายโต วิปากชิโนติ. ตมฺปิ นิวตฺเตนฺโต ‘‘อขีณาสวสฺเสวาติ อตฺโถ’’ติ อาห. อปสฺสนฺตสฺส รูปนฺติ ปาฬิโต ปทํ อาเนตฺวา สมฺพนฺธิตพฺพํ. ปาฬิยํ ปุพฺเพ ‘‘ปุถุชฺชนสฺสา’’ติ วตฺวา ปุน ‘‘อสฺสุตวโต ปุถุชฺชนสฺสา’’ติ วจนํ อนฺธปุถุชฺชนสฺสายํ อุเปกฺขา, น กลฺยาณปุถุชฺชนสฺสาติ ทสฺสนตฺถํ. เคหสฺสิตา อุเปกฺขา หิ ยํ กิญฺจิ อารมฺมณวตฺถุํ อเปกฺขสฺเสว, น นิรเปกฺขสฺสาติ อิฏฺเฐ, อิฏฺฐมชฺฌตฺเต วา อารมฺมเณ สิยาติ วุตฺตํ ‘‘อิฏฺฐารมฺมเณ อาปาถคเต’’ติ. อญฺญาเณน ปน ตตฺถ อชฺฌุเปกฺขนาการปฺปตฺติ โหติ. เตนาห ‘‘คุฬปิณฺฑเก’’ติอาทิ.
อิฏฺเฐ อรชฺชนฺตสฺส อนิฏฺเฐ อทุสฺสนฺตสฺสาติ อิทํ เยภุยฺเยน สตฺตานํ อิฏฺเฐ รชฺชนํ, อนิฏฺเฐ ทุสฺสนนฺติ กตฺวา วุตฺตํ. อโยนิโยมนสิกาโร หิ ตํตํอารมฺมณวเสน น กตฺถจิปิ ชวนนิยมํ กโรตีติ วุตฺตวิปรีเตปิ อารมฺมเณ รชฺชนทุสฺสนํ สมฺภวติ, ตถาปิสฺส รชฺชนทุสฺสนํ อตฺถโต ปฏิกฺขิตฺตเมวาติ ทฏฺฐพฺพํ. อสมเปกฺขเนติ อสมํ อยุตฺตทสฺสเน อโยนิโส สมฺโมหปุพฺพกํ อารมฺมณสฺส คหเณ.
๓๐๙. ปวตฺตนวเสนาติ อุปฺปาทนวเสน เจว พหุลีกรณวเสน จ. นิสฺสาย เจว อาคมฺม จาติ อาคมนฏฺฐานภูเต นิสฺสยปจฺจยภูเต จ กตฺวา. อติกฺกนฺตานิ นาม โหนฺติ วิกฺขมฺภเนน อุสฺสาเรนฺตา สมุสฺสาเรนฺตา.
โสมนสฺสภาวสามญฺญํ คเหตฺวา, ‘‘สริกฺขเกเนว สริกฺขกํ ชหาเปตฺวา’’ติ วุตฺตํ. อิธาปิ ปหายกํ นาม ปหาตพฺพโต พลวเมว, สํกิเลสธมฺมานํ พลวภาวโต สาติสยํ ปน พลวภาวํ สนฺธาย ‘‘อิทานิ พลวตา’’ติอาทิ วุตฺตํ. พลวภาวโต โวทานธมฺมานํ อธิคมสฺส อธิปฺเปตตฺตา เหตฺถ เนกฺขมฺมสฺสิตโทมนสฺสานมฺปิ ปหานํ โชติตํ.
อุเปกฺขาย ปหายกภาเวน อธิปฺเปตตฺตา ‘‘อุเปกฺขากถา เวทิตพฺพา’’ติ วุตฺตํ. ฌานสฺส อลาภิโน จ ลาภิโน จ ปกิณฺณกสงฺขารสมฺมสนํ สนฺธาย, ‘‘สุทฺธสงฺขาเร จ ปาทเก กตฺวา’’ติ. อุเปกฺขาสหคตาติ ภาวนาย ปคุณภาวํ อาคมฺม กทาจิ อชฺฌุเปกฺขนวเสนปิ หิ สมฺมสนํ โหตีติ. ปาทกชฺฌานวเสน, สมฺมสิตธมฺมวเสน วา อาคมนวิปสฺสนาย พหุลํ โสมนสฺสสหคตภาวโต ‘‘วุฏฺฐานคามินี ปน วิปสฺสนา โสมนสฺสสหคตาวา’’ติ นิยเมตฺวา วุตฺตํ. อุเปกฺขาสหคตา โหตีติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย. จตุตฺถชฺฌานาทีนีติ อาทิ-สทฺเทน อรูปชฺฌานานิ สงฺคณฺหาติ. ปุริมสทิสาวาติ ปุริมสทิสา เอว, อุเปกฺขาสหคตา วา โหติ โสมนสฺสสหคตา วาติ อตฺโถ. อิทํ สนฺธายาติ ยํ จตุตฺถชฺฌานาทิปาทกโต เอว อุเปกฺขาสหคตํ วุฏฺฐานคามินิวิปสฺสนํ นิสฺสาย โสมนสฺสสหคตาย วิปสฺสนาย ปหานํ, อิทํ สนฺธาย. ปหานนฺติ เจตฺถ สมติกฺกมลกฺขณํ เวทิตพฺพํ.
เอตํ วิเสสํ วิปสฺสนาย อาวชฺชนฏฺฐานภูตํ. วุฏฺฐานคามินิยา อาสนฺเน สมาปนฺนชฺฌานวิปสฺสนา ปาทกชฺฌานวิปสฺสนา, สมฺมสิตธมฺโมติ วิปสฺสนาย อารมฺมณภูตา ขนฺธา. ปุคฺคลชฺฌาสโยติ ปาทกชฺฌานสฺส สมฺมสิตชฺฌานสฺส จ เภเท สติ ปฏิปชฺชนกสฺส ปุคฺคลสฺส, ‘‘อโห วต มยฺหํ ปญฺจงฺคิกํ ฌานํ ภเวยฺย จตุรงฺคิก’’นฺติอาทินา ปุพฺเพ ปวตฺตอชฺฌาสโย. เตสมฺปิ วาเทติ เอตฺถ ปฐมเถรวาเท. อยเมว…เป… นิยเมติ ตโต ตโต ทุติยาทิปาทกชฺฌานโต อุปฺปนฺนสฺส สงฺขารุเปกฺขาญาณสฺส ปาทกชฺฌานาติกฺกนฺตานํ องฺคานํ อสมาปชฺชิตุกามตา วิราคภาวนาภาวโต อิตรสฺส จ อตพฺภาวโต. เอเตเนว หิ ปฐมเถรวาเท อปาทกปฐมชฺฌานปาทกมคฺคา ปฐมชฺฌานิกาว โหนฺติ, อิตเร จ ทุติยชฺฌานิกาทิมคฺคา ปาทกชฺฌานวิปสฺสนานิยเมหิ ตํตํฌานิกาว. เอวํ เสสวาเทสุปิ วิปสฺสนานิยโม ยถาสมฺภวํ โยเชตพฺโพ. เตนาห – ‘‘เตสมฺปิ วาเท อยเมว ปุพฺพภาเค วุฏฺฐานคามินิวิปสฺสนาว นิยเมตี’’ติ. วุตฺตาว, ตสฺมา น อิธ วตฺตพฺพาติ อธิปฺปาโย.
๓๑๐. นานตฺตาทิ กามาวจราทิกุสลาทิวิภาคโต นานาวิธา. เตนาห ‘‘อเนกปฺปการา’’ติ. นานตฺตสิตาติ รูปสทฺทาทินานารมฺมณนิสฺสยา. เอกตฺตา เอกสภาวา ชาติภูมิอาทิวิภาคาภาวโต. เอการมฺมณนิสฺสิตาติ เอกปฺปกาเรเนว อารมฺมเณ ปวตฺตา. เหฏฺฐา อญฺญาณุเปกฺขา วุตฺตา ‘‘พาลสฺส มุฬฺหสฺสา’’ติอาทินา (ม. นิ. ๓.๓๐๘). อุปริ ฉฬงฺคุเปกฺขา วกฺขติ ‘‘อุเปกฺขโก วิหรตี’’ติอาทินา (ม. นิ. ๓.๓๑๑). เทฺว อุเปกฺขา คหิตา ทฺวินฺนมฺปิ เอกตฺตา, เอกชฺฌํ คเหตพฺพโต, นานตฺตสิตาย อุเปกฺขาย ปกาสิตภาวโต จ.
อญฺญาณุเปกฺขา อญฺญา สทฺทาทีสุ ตตฺถ ตตฺเถว วิชฺชมานตฺตา. รูเปสูติ จ อิมินา น เกวลํ รูปายตนวิเสสา เอว คหิตา, อถ โข กสิณรูปานิปีติ อาห – ‘‘รูเป อุเปกฺขาภาวญฺจ อญฺญา’’ติอาทิ. เอกตฺตสิตภาโวปิ อิธ เอกตฺตวิสยสมฺปโยควเสเนว อิจฺฉิโต, น อารมฺมณวเสน จาติ ทสฺเสตุํ, ‘‘ยสฺมา ปนา’’ติอาทิ วุตฺตํ. เตเนวาห ‘‘ตตฺถา’’ติอาทิ. สมฺปยุตฺตวเสนาติ สมฺปโยควเสน. อากาสานญฺจายตนํ นิสฺสยตีติ อากาสานญฺจายตนนิสฺสิตา, อากาสานญฺจายตนขนฺธนิสฺสิตา. เสสาสุปีติ วิญฺญาณญฺจายตนนิสฺสิตาทีสุปิ.
อรูปาวจรวิปสฺสนุเปกฺขายาติ อรูปาวจรธมฺมารมฺมณาย วิปสฺสนุเปกฺขาย. รูปาวจรวิปสฺสนุเปกฺขนฺติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย. ตาย กามรูปารูปเภทาย ตณฺหาย นิพฺพตฺตาติ ตมฺมยา, เตภูมกธมฺมา, เตสํ ภาโว ตมฺมยตา, ตณฺหา ยสฺส คุณสฺส วเสน อตฺเถ สทฺทนิเวโส, ตทภิธานโกติ อาห – ‘‘ตมฺมยตา นาม ตณฺหา’’ติ. อตมฺมยตา ตมฺมยตาย ปฏิปกฺโขติ กตฺวา. วิปสฺสนุเปกฺขนฺติ, ‘‘ยทตฺถิ ยํ ภูตํ, ตํ ปชหติ อุเปกฺขํ ปฏิลภตี’’ติ (ที. นิ. ๓.๗๑; อ. นิ. ๗.๕๕) เอวมาคตํ สงฺขารวิจินเน มชฺฌตฺตภูตํ อุเปกฺขํ.
๓๑๑. ยทริโยติ เอตฺถ ท-กาโร ปทสนฺธิกโร, อุปโยคปุถุวจเน จ ย-สทฺโทติ ทสฺเสนฺโต, ‘‘เย สติปฏฺฐาเน อริโย’’ติ อาห. กามํ ‘‘อริโย’’ติ ปทํ สพฺเพสมฺปิ ปฏิวิทฺธสจฺจานํ สาธารณํ, วกฺขมานสฺส ปน วิเสสสฺส พุทฺธาเวณิกตฺตา, ‘‘อริโย สมฺมาสมฺพุทฺโธ’’ติ วุตฺตํ. น หิ ปจฺเจกพุทฺธาทีนํ อยมานุภาโว อตฺถิ. ตีสุ ฐาเนสูติ น สุสฺสูสนฺตีติ วา, เอกจฺเจ น สุสฺสูสนฺติ เอกจฺเจ สุสฺสูสนฺตีติ วา, สุสฺสูสนฺตีติ วา, ปฏิปนฺนาปฏิปนฺนานํ สาวกานํ ปฏิปตฺติสงฺขาเตสุ ตีสุ สติปฏฺฐาเนสุ. สตึ ปฏฺฐเปนฺโตติ ปฏิฆานุนเยหิ อนวสฺสุตตฺตา ตทุภยนิวตฺตตฺตา สพฺพทา สตึ อุปฏฺฐเปนฺโต. พุทฺธานเมว สา นิจฺจํ อุปฏฺฐิตสติตา, น อิตเรสํ อาเวณิกธมฺมภาวโต. อาทเรน โสตุมิจฺฉา อิธ สุสฺสูสาติ ตทภาวํ ทสฺเสนฺโต, ‘‘สทฺทหิตฺวา โสตุํ น อิจฺฉนฺตี’’ติ อาห. น อญฺญาติ ‘‘น อญฺญายา’’ติ วตฺตพฺเพ ยการโลเปน นิทฺเทโสติ อาห ‘‘น ชานนตฺถายา’’ติ. สตฺถุ โอวาทสฺส อนาทิยนเมว โวกฺกมนนฺติ อาห – ‘‘อติกฺกมิตฺวา…เป… มญฺญนฺตี’’ติ.
เคหสฺสิตโทมนสฺสวเสนาติ อิทํ อิธ ปฏิกฺขิปิตพฺพมตฺตทสฺสนปทํ ทฏฺฐพฺพํ. เนกฺขมฺมสฺสิตโทมนสฺสสฺสปิ สตฺถุ ปสงฺควเสน ‘‘น เจว อตฺตมโน โหตี’’ติ อตฺตมนปฏิกฺเขเปน อนตฺตมนตา วุตฺตา วิย โหตีติ ตํ ปฏิเสเธนฺโต – ‘‘อปฺปตีโต โหตีติ น เอวมตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ’’ติ. ตสฺส เสตุฆาโต หิ ตถาคตานํ. ยทิ เอวํ กสฺมา อตฺตมนตาปฏิกฺเขโปติ อาห – ‘‘อปฺปฏิปนฺนเกสุ ปน อนตฺตมนตาการณสฺส อภาเวเนตํ วุตฺต’’นฺติ. ปฏิฆอวสฺสเวนาติ ฉหิ ทฺวาเรหิ ปฏิฆวิสฺสนฺทเนน, ปฏิฆปฺปวตฺติยาติ อตฺโถ. อุปฺปิลาวิโตติ น เอวมตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ อุปฺปิลาวิตตฺตสฺส โพธิมูเล เอว ปหีนตฺตา. ปฏิปนฺนเกสูติ อิทํ อธิการวเสน วุตฺตํ, อปฺปฏิปนฺนเกสุปิ ตถาคตสฺส อนตฺตมนตาการณํ นตฺเถว. เอตํ วุตฺตนฺติ เอตํ ‘‘อตฺตมโน เจว โหตี’’ติอาทิวจนํ วุตฺตํ สาวกานํ สมฺมาปฏิปตฺติยา สตฺถุ อนวชฺชาย จิตฺตาราธนาย สมฺภวโต.
๓๑๒. ทมิโตติ นิพฺพิเสวนภาวาปาทเนน สิกฺขาปิโต. อิริยาปถปริวตฺตนวเสน อปริวตฺติตฺวา เอกทิสาย เอว สตฺตทิสาวิธาวนสฺส อิธาธิปฺเปตตฺตา สาริตานํ หตฺถิทมฺมาทีนํ เอกทิสาธาวนมฺปิ อนิวตฺตนวเสเนว ยุตฺตนฺติ อาห – ‘‘อนิวตฺติตฺวา ธาวนฺโต เอกํเยว ทิสํ ธาวตี’’ติ. กาเยน อนิวตฺติตฺวาวาติ กาเยน อปริวตฺติตฺวา เอว. วิโมกฺขวเสน อฏฺฐ ทิสา วิธาวติ, น ปุรตฺถิมาทิทิสาวเสน. เอกปฺปหาเรเนวาติ เอกนีหาเรเนว, เอกสฺมึเยว วา ทิวเส เอกภาเคน. ‘‘ปหาโร’’ติ หิ ทิวสสฺส ตติโย ภาโค วุจฺจติ. วิธาวนญฺเจตฺถ ฌานสมาปชฺชนวเสน อกลงฺกมปฺปติสาตํ ชวนจิตฺตปวตฺตนฺติ อาห ‘‘สมาปชฺชติเยวา’’ติ. เสสํ สุวิญฺเญยฺยเมว.
สฬายตนวิภงฺคสุตฺตวณฺณนาย ลีนตฺถปฺปกาสนา สมตฺตา.
๘. อุทฺเทสวิภงฺคสุตฺตวณฺณนา
๓๑๓. เทเสตพฺพสฺส อตฺถสฺส อุทฺทิสนํ อุทฺเทโส, วิภชนํ วิภงฺโคติ อาห – ‘‘มาติกญฺจ วิภชนญฺจา’’ติ ตุเลยฺยาติอาทีนิ จตฺตาริปิ ปทานิ ปญฺญาเววจนานิ. อถ วา ตุเลยฺยาติ ตุลนภูตาย ปญฺญาย ตสฺส ธมฺมสฺส ปคฺคหาทิวิธินา ปริตุเลยฺย. ตีเรยฺยาติ ตีรณภูตาย ปญฺญาย ตตฺถ ญาณกิริยาสมาปนวเสน ตีเรยฺย. ปริคฺคเณฺหยฺยาติ ตถาสมาปนฺโน อานิสํเส อสฺสาทอาทีนเว จ วิจิเนยฺย. ปริจฺฉินฺเทยฺยาติ ปริจฺฉินฺทภูเตน ญาเณน อตฺถํ ปริจฺฉินฺทิตฺวา ชาเนยฺย. อารมฺมเณสูติ รูปาทิปุถุตฺตารมฺมเณสุ. นิกนฺติวเสนาติ นิกามนวเสน อเปกฺขาวเสน. ติฏฺฐมานนฺติ ปวตฺตมานํ. โคจรชฺฌตฺเตติ ฌานารมฺมณภูเต. ตญฺหิ ภาวนาจิตฺเตนาภิภุยฺย อวิสฺสชฺชิตฺวา คยฺหมานํ อชฺฌตฺตํ วิย โหตีติ ‘‘โคจรชฺฌตฺต’’นฺติ วุจฺจติ. ภาวนํ อารทฺธสฺส ภิกฺขุโน ยทิ ภาวนารมฺมเณ นิกนฺติ อุปฺปชฺเชยฺย, ตาย นิกนฺติยา อุปริ ภาวนํ วิสฺสชฺเชตฺวา จิตฺตสํโกจวเสน สณฺฐิตํ นาม, ตทภาเวน อสณฺฐิตํ นาม โหตีติ, ‘‘อชฺฌตฺตํ อสณฺฐิต’’นฺติ วุตฺตนฺติ ทสฺเสนฺโต, ‘‘โคจรชฺฌตฺเต นิกนฺติวเสน อสณฺฐิต’’นฺติ อาห. ตถา หิ วกฺขติ – ‘‘นิกนฺติวเสน หิ อติฏฺฐมานํ หานภาคิยํ น โหติ, วิเสสภาคิยเมว โหตี’’ติ. อคฺคเหตฺวาติ รูปาทีสุ กิญฺจิ ตณฺหาทิคฺคาหวเสน อคฺคเหตฺวา. ตถา อคฺคหเณเนว หิ ตณฺหาปริตาสาทิวเสน น ปริตสฺเสยฺย. อวเสสสฺส จ ทุกฺขสฺสาติ โสกาทิทุกฺขสฺส. อวเสสสฺส จ ทุกฺขสฺสาติ วา ชาติชรามรณสีเสน วิปากทุกฺขสฺส คหิตตฺตา กิเลสทุกฺขสฺส เจว สํสารทุกฺขสฺส จาติ อตฺโถ.
๓๑๖. รูปเมว กิเลสุปฺปตฺติยา การณภาวโต รูปนิมิตฺตํ. ราคาทิวเสน ตํ อนุธาวตีติ รูปนิมิตฺตานุสารี.
๓๑๘. นิกนฺติวเสน อสณฺฐิตนฺติ อเปกฺขาวเสน สณฺฐิตํ นิกนฺตึ ปหาย ปวตฺตมานํ อุปริ วิเสสาวหโตติ. เตนาห ‘‘นิกนฺติวเสน หี’’ติอาทิ.
๓๒๐. อคฺคเหตฺวา อปริตสฺสนาติ ปญฺจุปาทานกฺขนฺเธ, ‘‘เอตํ มมา’’ติอาทินา ตณฺหาทิคฺคาหวเสน อุปาทิยิตฺวา ตณฺหาปริตาสาทิวเสน ปริตสฺสนา, วุตฺตวิปริยาเยน อคฺคเหตฺวา อปริตสฺสนา เวทิตพฺพา. กถํ ปเนสา อนุปาทาปริตสฺสนา โหตีติ มหาเถรสฺส อธิปฺปายํ วิวริตุํ โจทนํ สมุฏฺฐเปติ? อุปาทาตพฺพสฺส อภาวโตติ ตสฺส อนุปาทาปริตสฺสนาภาเว การณวจนํ. ยทิ หีติอาทิ ตสฺส สมตฺถนํ. อุปาทาปริตสฺสนาว อสฺส ตถา อุปาทาตพฺพสฺส ตเถว อุปาทินฺนตฺตา. เอวนฺติ นิจฺจาทิอากาเรน. อุปาทินฺนาปีติ คหิตปรามฏฺฐาปิ. อนุปาทินฺนาว โหนฺติ อโยนิโส คหิตตฺตา, วิญฺญูสุ นิสฺสาย ชานิตพฺพตฺตา จ. ทิฏฺฐิวเสนาติ มิจฺฉาทิฏฺฐิยา คหณาการวเสน, ตสฺส ปน อยถาภูตคาหิตาย ปรมตฺถโต จ อภาวโต. อตฺถโตติ ปรมตฺถโต. อนุปาทาปริตสฺสนาเยว นาม โหติ อุปาทาตพฺพาการสฺส อภาเวน ตํ อนุปาทิยิตฺวา เอว ปริตสฺสนาติ กตฺวา.
ปริวตฺตตีติ น ตเทว รูปํ อญฺญถา ปวตฺตํ ปริวตฺตติ, อถ โข ปกติชหเนน สภาววิคเมน นสฺสติ ภิชฺชติ. วิปริณตนฺติ อญฺญถตฺตํ คตํ วินฏฺฐํ. กมฺมวิญฺญาณนฺติ อภิสงฺขารวิญฺญาณํ. ‘‘รูปํ อตฺตา’’ติอาทิ มิจฺฉาคาหวเสน วิญฺญาณสฺส รูปเภเทน วุตฺตสฺส เภทานุปริวตฺติ โหติ. วิปริณามํ อนุคนฺตฺวา วิปริวตฺตนตํ อารพฺภ ปวตฺตํ วิปริณามานุปริวตฺตํ; ตโต สมุปฺปนฺนา ปริตสฺสนา วิปริณามานุปริวตฺตชา ปริตสฺสนาติ ทสฺเสนฺโต อาห – ‘‘วิปริณามสฺส…เป… ปริตสฺสนา’’ติ. อกุสลธมฺมสมุปฺปาทา จาติ, ‘‘ยํ อหุ วต เม, ตํ วต เม นตฺถี’’ติอาทินา ปวตฺตา อกุสลจิตฺตุปฺปาทธมฺมา. เขเปตฺวาติ ปวตฺติตุํ อปฺปทานวเสน อนุปฺปตฺตินิมิตฺตตาย เขเปตฺวา. ภยตาเสนาติ ภายนวเสนปิ จิตฺตุตฺราเสน. ตณฺหาตาเสนาติ ตสฺสเนน. สวิฆาโตติ จิตฺตวิฆาตนวิฆาเตน สวิฆาโต. ตโต เอว เจโตทุกฺเขน สทุกฺโข. มณิกรณฺฑกสญฺญายาติ ริตฺตกรณฺฑํเยว มณิปริปุณฺณกรณฺโฑติ อุปฺปนฺนสญฺญาย. อคฺคเหตฺวา ปริตสฺสนาติ คเหตพฺพสฺส อภาเวน คหณมฺปิ อวิชฺชมานปกฺขิยเมวาติ อคฺคเหตฺวา ปริตสฺสนา นาม โหติ.
๓๒๑. กมฺมวิญฺญาณเมว นตฺถิ สติ กมฺมวิญฺญาเณ รูปเภทานุปริวตฺติ สิยาติ กมฺมวิญฺญาณาภาวทสฺสนมุเขน ขีณาสวสฺส สพฺพโส กิเลสาภาวํ ทสฺเสติ. เสสํ สุวิญฺเญยฺยเมว.
อุทฺเทสวิภงฺคสุตฺตวณฺณนาย ลีนตฺถปฺปกาสนา สมตฺตา.
๙. อรณวิภงฺคสุตฺตวณฺณนา
๓๒๓. เคหสฺสิตวเสนาติ กิเลสนิสฺสิตวเสน อนุโรธวเสน. เนว อุกฺขิเปยฺยาติ น อนุคฺคเณฺหยฺย. น อวกฺขิเปยฺยาติ เคหสฺสิตวเสน วิโรธวเสน น นิคฺคเณฺหยฺย. อนุโรเธน วินา สมฺปหํสนวเสน ยถาภูตคุณกถนํ เนวุสฺสาทนา วชฺชาภาวโต; ตถา วิโรเธน วินา วิเวจนวเสน ยถาภูตโทสกถนํ น อปสาทนํ. สภาวเมวาติ ยถาภูตสภาวเมว กสฺสจิ ปุคฺคลสฺส อนาเทสกรณวเสน กเถยฺย, เสยฺยถาปิ อายสฺมา สุภูติตฺเถโร. วินิจฺฉิตสุขนฺติ, ‘‘อชฺฌตฺตํ อนวชฺช’’นฺติอาทินา วิเสสโต วินิจฺฉิตสุขาย โหติ. ปรมฺมุขา อวณฺณนฺติ สฺวายํ รโหวาโท เปสุญฺญูปสํหารวเสน ปวตฺโต อิธาธิปฺเปโตติ อาห ‘‘ปิสุณวาจนฺติ อตฺโถ’’ติ. ขีณาตีติ ขีโณ, โย ภาสติ, ยญฺจ อุทฺทิสฺส ภาสติ, เทฺวปิ หึสติ วิพาธตีติ อตฺโถ, ตํ ขีณวาทํ. สฺวายํ ยสฺมา กิเลเสหิ อากิณฺโณ สํกิลิฏฺโฐ เอว จ โหติ, ตสฺมา วุตฺตํ – ‘‘อากิณฺณํ สํกิลิฏฺฐํ วาจ’’นฺติ. เตน อวสิฏฺฐํ ติวิธมฺปิ วจีทุจฺจริตมาห. อธิฏฺฐหิตฺวาติ, ‘‘อิทเมว สจฺจ’’นฺติ อชฺโฌสาย. อาทายาติ ปคฺคยฺห. โวหเรยฺยาติ สมุทาจเรยฺย. โลกสมญฺญนฺติ โลกสงฺเกตํ.
๓๒๔. อารมฺมณโต สมฺปโยคโต กาเมหิ ปฏิสํหิตตฺตา กามปฏิสนฺธิ, กามสุขํ. เตนาห ‘‘กามูปสํหิเตน สุเขนา’’ติ. สทุกฺโขติ วิปากทุกฺเขน สํกิเลสทุกฺเขน สทุกฺโข. ตถา สปริฬาโหติ วิปากปริฬาเหน เจว กิเลสปริฬาเหน จ สปริฬาโห.
๓๒๖. วฏฺฏโต นิสฺสริตุํ อทตฺวา ตตฺเถว สีทาปนโต มิจฺฉาปฏิปทาภาเวน สตฺเต สํโยเชตีติ สํโยชนํ, วิเสสโต ภวสํโยชนํ ตณฺหาติ อาห ‘‘ตณฺหาเยตํ นาม’’นฺติ. น ตณฺหาเยว มานาทโยปิ สํโยชนตฺตํ สาเธนฺติ นาม สพฺพโส สํโยชนโต สุฏฺฐุ พนฺธนโต. เตน วุตฺตํ – ‘‘อวิชฺชานีวรณานํ, ภิกฺขเว, สตฺตานํ ตณฺหาสํโยชนาน’’นฺติ (สํ. นิ. ๒.๑๒๕-๑๒๖).
อิมํ จตุกฺกนฺติ, ‘‘เย กามปฏิสนฺธิสุขิโน โสมนสฺสานุโยคํ อนุยุตฺตา, เย อตฺตกิลมถานุโยคํ อนุยุตฺตา’’ติ เอวมาคตํ อิมํ จตุกฺกํ นิสฺสาย. ‘‘เอตทคฺเค ฐปิโต’’ติ, วตฺวา ตํ นิสฺสาย ฐปิตภาวํ วิตฺถารโต ทสฺเสตุํ, ‘‘ภควโต หี’’ติอาทิ วุตฺตํ. อุสฺสาทนาอปสาทนา ปญฺญายนฺติ ตถาคเตน วิเนตพฺพปุคฺคลวเสน ธมฺมเทสนาย ปวตฺเตตพฺพโต. อยํ ปุคฺคโล…เป… อาจารสมฺปนฺโนติ วา นตฺถิ ปเรสํ อนุทฺเทสกวเสน ธมฺมเทสนาย ปวตฺตนโต.
๓๒๙. ปรมฺมุขา อวณฺณนฺติ นินฺทิยสฺส โทสสฺส นินฺทนํ. น หิ กทาจิ นินฺทิโย ปสํสิโย โหติ, ตํ ปน กาลํ ญตฺวาว กเถตพฺพนฺติ อาห, ‘‘ยุตฺตปตฺตกาลํ ญตฺวาวา’’ติ. ขีณวาเทปิ เอเสว นโย ตสฺส รโหวาเทน สมานโยคกฺขมตฺตา.
๓๓๐. ฆาตียตีติ วธียติ. สทฺโทปิ ภิชฺชติ นสฺสติ, เภโท โหตีติ อตฺโถ. เคลญฺญปฺปตฺโตติ เขทํ ปริสฺสมํ ปตฺโต. อปลิพุทฺธนฺติ โทเสหิ อนนุปติตํ.
๓๓๑. อภินิวิสฺส โวหรตีติ เอวเมตํ, น อิโต อญฺญถาติ ตํ ชนปทนิรุตฺตึ อภินิวิสิตฺวา สมุทาจรติ. อติธาวนนฺติ สมญฺญํ นาเมตํ โลกสงฺเกตสิทฺธา ปญฺญตฺตีติ ปญฺญตฺติมตฺเต อฏฺฐตฺวา ปรมตฺถโต ถามสา ปรามสฺส โวหรณํ.
๓๓๒. อปรามสนฺโตติ อนภินิวิสนฺโต สมญฺญามตฺตโตว โวหรติ.
๓๓๓. มริยาทภาชนียนฺติ ยถาวุตฺตสมฺมาปฏิปทาย มิจฺฉาปฏิปทาย จ อญฺญมญฺญํ สงฺกรภาววิภาชนํ. รณนฺติ สตฺตา เอเตหิ กนฺทนฺติ อกนฺทนฺตาปิ กนฺทนการณภาวโตติ รณา; ราคโทสโมหา, ทสปิ วา กิเลสา, สพฺเพปิ วา เอกนฺตากุสลา, เตหิ นานปฺปการทุกฺขนิพฺพตฺตเกหิ อภิภูตา สตฺตา กนฺทนฺติ; สห รเณหีติ สรโณ. รณสทฺโท วา ราคาทิเรณูสุ นิรุโฬฺห. เตนาห ‘‘สรโช สกิเลโส’’ติ. ปาฬิยํ ปน ‘‘สทุกฺโข เอโส ธมฺโม’’ติอาทินา อาคตตฺตา กามสุขานุโยคาทโยปิ ‘‘สรโณ’’ติ วุตฺตาติ ทุกฺขาทีนํ รณภาโว ตนฺนิพฺพตฺตกสภาวานํ อกุสลานํ สรณตา จ เวทิตพฺพา. อรโณติอาทีนํ ปทานํ วุตฺตวิปริยาเยน อตฺโถ เวทิตพฺโพ.
วตฺถุํ โสเธตีติ นิโรธสมาปชฺชเนน มหปฺผลภาวกรเณน ทกฺขิเณยฺยวตฺถุภูตํ อตฺตานํ วิโสเธติ; นิโรธสมาปตฺติยา วตฺถุวิโสธนํ นิโรธํ สมาปชฺชิตฺวา วุฏฺฐิตานํ ปจฺเจกพุทฺธานํ มหากสฺสปตฺเถราทีนํ ทินฺนทกฺขิณาวิสุทฺธิยา ทีเปตพฺพํ. เตนาห ‘‘ตถา หี’’ติอาทิ. ตเถวาติ อิมินา ‘‘ปิณฺฑาย จรนฺโต’’ติอาทึ อุปสํหรติ. เมตฺตาภาวนาย มุทุภูตจิตฺตพหุมานปุพฺพกํ เทนฺตีติ, ‘‘สุภูติตฺเถโร ทกฺขิณํ วิโสเธตี’’ติ วุตฺตํ. เตน ทายกโตปิ ทกฺขิณาวิสุทฺธึ ทสฺเสติ. วตฺถุโสธนํ ปน ปฏิภาคโต. เอวํ ปน กาตุํ สกฺกาติ สาวกานมฺปิ กิเมวํ ลหุวุฏฺฐานาธิฏฺฐานํ สาวเกสุ จิณฺณวสีภาโว สมฺภวตีติ ปุจฺฉติ. อิตโร อคฺคสาวกมหาสาวเกสุ กึ วตฺตพฺพํ, ปกติสาวเกสุปิ วสิปฺปตฺเตสุ ลพฺภตีติ เต ทสฺเสนฺโต, ‘‘อาม สกฺกา’’ติอาทิมาห. เสสํ สุวิญฺเญยฺยเมว.
อรณวิภงฺคสุตฺตวณฺณนาย ลีนตฺถปฺปกาสนา สมตฺตา.
๑๐. ธาตุวิภงฺคสุตฺตวณฺณนา
๓๔๒. อปริกฺขีณายุกํ ปุกฺกุสาติกุลปุตฺตํ อุทฺทิสฺส คมนนฺติ กตฺวา วุตฺตํ ‘‘ตุริตคมนจาริก’’นฺติ. มม วาสุปคมเนน ตว จิตฺตสฺส อผาสุกํ อนิฏฺฐํ สเจ นตฺถิ. โสติ ปุพฺพุปคโต. ทินฺนํ ทินฺนเมว วฏฺฏตีติ เอกวารํ ทินฺนํ ทินฺนเมว ยุตฺตํ, น ปุน ทาตพฺพนฺติ อธิปฺปาโย. กตํ กตเมวาติ สงฺคหตฺถํ กตํ อนุจฺฉวิกกมฺมํ กตเมว, น ตํ ปุน วิปริวตฺเตตพฺพนฺติ อธิปฺปาโย.
ปุกฺกุสาติมฺหิ อุภยถาปิ กุลปุตฺตภาโว ปริปุณฺโณ เอวาติ อาห – ‘‘ชาติกุลปุตฺโตปิ อาจารกุลปุตฺโตปี’’ติ. ตตฺราติ ตสฺมึ ตกฺกสีลโต อาคมเน. องฺเก นิปนฺนทารกํ วิย ชนํ โตเสติ ตุฏฺฐึ ปาเปติ. รตนานิ อุปฺปชฺชนฺติ ปพฺพตสมุทฺทาทิสนฺนิสฺสิตตฺตา ปจฺจนฺตเทสสฺส. ทสฺสนียนฺติ ทสฺสเนเนว สุขาวหํ. เอวรูปนฺติ ทสฺสนียํ สวนียญฺจ.
อนคฺฆกมฺพเล มหคฺฆกมฺพเล. สารกรณฺฑเกติ จนฺทนสาราทิสารมยกรณฺฑเก. ลิขาเปตฺวา อุกฺกิราเปตฺวา. ลาขาย วฏฺฏาเปตฺวาติ มุขํ ปิทหิตฺวา ลาขาปริกมฺมํ กาเรตฺวา.
อนฺโต ทุสฺสภณฺฑิกํ อตฺถีติ อญฺญาสิ นาติครุกภาวโต. อนคฺฆา อเหสุนฺติ วณฺณสมฺปตฺติผสฺสสมฺปตฺติปมาณมหตฺตทุนฺนิมฺมาปิยตาหิ มหคฺฆา อเหสุํ, มหาปุญฺโญ ราชา ตสฺส อตฺเถวาติ อธิปฺปาโย.
ยทิ เอวํ, ‘‘กินฺนุ โข เปเสมี’’ติ กสฺมา วีมํสํ อาปชฺชีติ อาห – ‘‘อปิจ โข ปนา’’ติอาทิ. โสติ พิมฺพิสาโร ราชา. วิจินิตุํ อารทฺโธ รตนสฺส อเนกวิธตฺตา อุตฺตรุตฺตริญฺจ ปณีตตราทิภาวโต. สุวณฺณรชตาทีติ สุวณฺณรชตปวาฬมณิมุตฺตาเวฬุริยาทิ. อินฺทฺริยพทฺธนฺติ จกฺขาทิอินฺทฺริยปฏิพทฺธํ. ปเทสนฺติ คุณวเสน เอกเทสํ น ปาปุณาติ.
สามํ สจฺจานํ อภิสมฺพุทฺธตาสามญฺเญน, ‘‘พุทฺธรตนมฺปิ ทุวิธ’’นฺติ วุตฺตํ. พุทฺธรตนสมํ รตนํ นาม นตฺถิ, ยสฺมา ปน อิมสฺมึ โลเก ปรสฺมึ วา ปน พุทฺเธน สทิโส น วิชฺชตีติ. ปฐมโพธิยํเยว ปวตฺตตีติ กตฺวา วุตฺตํ ‘‘โฆโสปี’’ติอาทิ.
ราชา ตุฏฺโฐ จินฺเตสิ, ‘‘ตตฺถ อวิชฺชมานํเยว เปเสตุํ ลทฺธ’’นฺติ. ตสฺมาติ ยสฺมา ปริปุณฺณํ เอกทิวสมฺปิ ตสฺมึ ปเทเส พุทฺธานํ อาวาสปริคฺคโห นตฺถิ, ตสฺมา. ปุพฺพทิสามุขนฺติ ปุพฺพทิสาภิมุขํ สีหปญฺชรํ. เตนสฺส สุวิภูตาโลกตํ ทสฺเสติ.
เอวํ อนญฺญสาธารณสฺส ภควโต อีทิโส สมุทาคโมติ ทสฺเสตุํ, ‘‘เอวํ ทส ปารมิโย ปูเรตฺวา’’ติอาทิ วุตฺตํ. เอวํ สมฺปนฺนสมุทาคมสฺส ตทนุรูปา อยํ ผลสมฺปทาติ ทสฺเสตุํ, ‘‘ตุสิตภวนโต’’ติอาทิ วุตฺตํ.
อริยธมฺโม นาม อริยมคฺคปฺปธาโน, อริยมคฺโค จ สตฺตตึสโพธิปกฺขิยสงฺคโห, เต จ อุทฺเทสมตฺเตเนว คหิตาติ อาห – ‘‘สตฺตตึสโพธิปกฺขิเย เอกเทเสน ลิขิตฺวา’’ติ. จูฬสีลาทีนิ พฺรหฺมชาเล (ที. นิ. ๑.๘-๙) อาคตนเยน เวทิตพฺพานิ. ฉทฺวารสํวรํ สติสมฺปชญฺญนฺติ มนจฺฉฏฺฐานํ ทฺวารานํ สํวรณวเสน สตฺตฏฺฐานิกํ สติสมฺปชญฺญํ. ทฺวาทสปฺปเภทํ จีวราทิจตุปฺปจฺจยสนฺโตสํ. อรญฺญรุกฺขมูลาทีนญฺจ วิภงฺคํ ภาวนานุกูลํ เสนาสนํ. ‘‘อภิชฺฌํ โลเก ปหายา’’ติอาทินา วุตฺตํ นีวรณปฺปหานํ. ปริกมฺมนฺติ กสิณาทิปริกมฺมํ. ปาฬิยํ อาคตนเยน อฏฺฐตึส กมฺมฏฺฐานานิ. วิสุทฺธิปฏิปาฏิยา ยาว อาสวกฺขยา อิมํ ปฏิปตฺตึ เอกเทเสน ลิขิ. โสฬสวิธนฺติ โสฬสวิธภาวนาย ปโยคํ.
กิลญฺชมเยติ นานาวิธภิตฺติวิภตฺเต สณฺหสุขุมรตนปริสิพฺพิเต กิลญฺชมยสมุคฺเค. พหิ วตฺเถน เวเฐตฺวาติ ปฐมํ สุขุมกมฺพเลน เวเฐตฺวา ปฏิปาฏิยา เตตฺตึสาย สมุคฺเคสุ ปกฺขิปิตฺวา ตโต พหิ สุขุมวตฺเถน เวเฐตฺวา ฉาเทตฺวา. ติณคจฺฉปหานสมฺมชฺชนาทินา โสธิตมตฺตกเมว โหตุ, กทลิปุณฺณฆฏฐปนธชปฏากุสฺสาปนาทิอลงฺกรเณน มา นิฏฺฐาเปถาติ อตฺโถ. ราชานุภาเวน ปฏิยาเทถาติ มม ราชานุรูปํ สชฺเชถ, อลงฺกโรถาติ อตฺโถ. อนฺตรโภคิกานนฺติ อนุยุตฺตราชมหามตฺตานํ. ชวนทูเตติ ขิปฺปํ คจฺฉนฺตกทูตปุริเส. ตาเฬหิ สห อวจรนฺตีติ ตาฬาวจรา.
รญฺญา ปณฺณาการํ อุทฺทิสฺส กตปูชาสกฺการสฺส อมจฺจโต สุตตฺตา ปณฺณาการํ อุจฺจฏฺฐาเน ฐเปตฺวา สยํ นีจาสเน นิสินฺโน. นายํ อญฺญสฺส รตนสฺส ภวิสฺสตีติ อยํ ปริหาโร อญฺญสฺส มณิมุตฺตาทิเภทสฺส รตนสฺส น ภวิสฺสติ มณิมุตฺตาทีหิ อภิสงฺขตตฺตา. พลวโสมนสฺสํ อุปฺปชฺชิ จิรตนกาลํ พุทฺธสาสเน ภาวิตภาวนตาย วาสิตวาสนตาย ฆเฏ ทีโป วิย อพฺภนฺตเร เอว สมุชฺชลมานปริปกฺกติเหตุกภาวโต.
ธาเรมีติ อิจฺฉามิ, คณฺหามีติ อตฺโถ. เทฺวชฺฌวจนนฺติ เทฺวฬฺหกภาโว. อนฺตรํ กโรตีติ ทฺวินฺนํ ปาทานํ อนฺตรํ ตํ เลขํ กโรติ, เอเกน ปาเทน อติกฺกมีติ อตฺโถ. ตสฺสา คตมคฺเคนาติ ตาย เทวิยา วิวฏฺฏมานาย นาสิตาย คตมคฺเคน. ตํ ปน เลขนฺติ ปุกฺกุสาตินา กตเลขํ. ปณฺณจฺฉตฺตกนฺติ ตาลปตฺตมุฏฺฐึ.
สตฺถุคารเวนาติ สตฺถริ อุปฺปนฺนปสาทเปมพหุมานสมฺภเวน. ตทา สตฺถารํเยว มนสิ กตฺวา ตนฺนินฺนภาเวน คจฺฉนฺโต, ‘‘ปุจฺฉิสฺสามี’’ติปิ จิตฺตํ น อุปฺปาเทสิ, ‘‘เอตฺถ นุ โข สตฺถา วสตี’’ติ ปริวิตกฺกสฺเสว อภาวโต; ราชคหํ ปน ปตฺวา รญฺโญ เปสิตสาสนวเสน ตตฺถ จ วิหารสฺส พหุภาวโต สตฺถา กหํ วสตีติ ปุจฺฉิ. สตฺถุ เอกกสฺเสว นิกฺขมนํ ปญฺจจตฺตาลีส โยชนานิ ปทสา คมนญฺจ ธมฺมปูชาวเสน กตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. ธมฺมปูชาย จ พุทฺธานํ อาจิณฺณภาโว เหฏฺฐา วิตฺถาริโตเยว. พุทฺธโสภํ ปน ปฏิจฺฉาเทตฺวา อญฺญาตกเวเสน ตตฺถ คมนํ ตสฺส กุลปุตฺตสฺส วิสฺสตฺถวเสน มคฺคทรถปฏิปสฺสมฺภนตฺถํ. อปฺปฏิปสฺสทฺธมคฺคทรโถ หิ ธมฺมเทสนาย ภาชนํ น โหตีติ. ตถาหิ วกฺขติ, ‘‘นนุ จ ภควา’’ติอาทิ.
อุรุทฺธนฺติ วิสาลนฺติ เกจิ. อติเรกติโยชนสตนฺติอาทินา อนฺวยโต พฺยติเรกโต จ มจฺเฉรวินยเน สพฺรหฺมจารีนํ โอวาททานํ. อจฺจนฺตสุขุมาโลติอาทินา สตฺถุ ธมฺมคารเวน สทฺธึ กุลปุตฺตสฺสปิ ธมฺมคารวํ สํสนฺทติ สเมตีติ ทสฺเสติ. เตน ภควโต กตสฺส ปจฺจุคฺคมนสฺส ฐานคตภาวํ วิภาเวนฺโต อญฺเญสมฺปิ ภพฺพรูปานํ กุลปุตฺตานํ ยถารหํ สงฺคโห กาตพฺโพติ ทสฺเสติ.
พฺรหฺมโลกปฺปมาณนฺติ อุจฺจภาเวน. อานุภาเวนาติ อิทฺธานุภาเวน ยถา โส โสตปถํ น อุปคจฺฉติ, เอวํ วูปสเมตุํ สกฺโกติ. อวิพฺภนฺตนฺติ วิพฺภมรหิตํ นิลฺโลลุปฺปํ. ‘‘ภาวนปุํสกํ ปเนต’’นฺติ วตฺวา ตสฺส วิวรณตฺถํ, ‘‘ปาสาทิเกน อิริยาปเถนา’’ติ วุตฺตํ. อิตฺถมฺภูตลกฺขเณ เอตํ กรณวจนํ ทฏฺฐพฺพํ. เตนาห ‘‘ยถา อิริยโต’’ติอาทิ. อมนาโป โหติ ปสฺสนฺตานํ. สีหเสยฺยาย นิปนฺนสฺสปิ หิ เอกจฺเจ สรีราวยวา อโธขิตฺตวิกฺขิตฺตา วิย ทิสฺสนฺติ. กฏิยํ ทฺวินฺนํ อูรุสนฺธีนํ ทฺวินฺนญฺจ ชาณุสนฺธีนํ วเสน จตุสนฺธิกปลฺลงฺกํ. น ปติฏฺฐาตีติ นปฺปวตฺตติ, ‘‘กํสิ ตฺว’’นฺติอาทินา อปุจฺฉิเต กถาปวตฺติ เอว น โหติ. อปฺปติฏฺฐิตาย กถาย น สญฺชายตีติ ตถา ปน ปุจฺฉาวเสน กถาย อปฺปวตฺติตาย อุปริ ธมฺมกถา น สญฺชายติ น อุปฺปชฺชติ. อิตีติ ตสฺมา. กถาปติฏฺฐาปนตฺถํ กถาปวตฺตนตฺถํ กถาสมุฏฺฐาปนตฺถํ วา ปุจฺฉิ.
สภาวเมว กเถตีติ อตฺตโน ภควโต อทิฏฺฐปุพฺพตฺตา ‘‘อทิฏฺฐปุพฺพกํ กถมหํ ชาเนยฺย’’นฺติ สภาวเมว เกวลํ อตฺตโน อชฺฌาสยเมว กเถติ; น ปน สเทวกสฺส โลกสฺส สุปากฏํ สภาวสิทฺธํ พุทฺธรูปกายสภาวํ. อถ วา สภาวเมว กเถตีติ ‘‘อิทเมว’’นฺติ ชานนฺโตปิ ตทา ภควโต รุจิยา ตถาปวตฺตมานํ รูปกายสภาวเมว กเถติ อปฺปวิกฺขมฺภนฺติ อธิปฺปาโย. เตนาห – ‘‘ตถา หิ น’’นฺติอาทิ, วิปสฺสนาลกฺขณเมว ปฏิปทนฺติ อธิปฺปาโย.
๓๔๓. ‘‘ปุพฺพภาคปฏิปทํ อกเถตฺวา’’ติ วตฺวา ปุพฺพภาคปฏิปทาย อกถเน การณํ ปุพฺพภาคปฏิปทญฺจ สรูปโต ทสฺเสตุํ, ‘‘ยสฺส หี’’ติอาทิ วุตฺตํ. อปริสุทฺธายปิ ปุพฺพภาคปฏิปทาย วิปสฺสนา ตถา น กิจฺจการี, ปเคว อวิชฺชมานายาติ, ‘‘ยสฺส หิ…เป… อปริสุทฺธา โหติ’’จฺเจว วุตฺตํ. ปุพฺพภาคปฏิปทา จ นาม สงฺเขปโต ปนฺนรส จรณธมฺมาติ อาห – ‘‘สีลสํวรํ…เป… อิมํ ปุพฺพภาคปฏิปทํ อาจิกฺขตี’’ติ. ยานกิจฺจํ สาเธติ มคฺคคมเนน อกิลนฺตภาวสาธนตฺตา. จิรกาลํ ปริภาวิตาย ปริปกฺกคตาย เหตุสมฺปทาย อุปฏฺฐาปิตํ สามเณรสีลมฺปิ ปริปุณฺณํ อขณฺฑาทิภาวปฺปตฺติยา, ยํ ปุพฺพเหตุตฺตา ‘‘สีล’’นฺติ วุจฺจติ.
ธาตุโย ปรมตฺถโต วิชฺชมานา, ปญฺญตฺติมตฺโถ ปุริโส อวิชฺชมาโน. อถ กสฺมา ภควา อรหตฺตสฺส ปทฏฺฐานภูตํ วิปสฺสนํ กเถนฺโต ‘‘ฉธาตุโร’’ติ อวิชฺชมานปฺปธานํ เทสนํ อารภีติ อาห – ‘‘ภควา หี’’ติอาทิ. กตฺถจิ ‘‘เตวิชฺโช ฉฬภิญฺโญ’’ติอาทีสุ วิชฺชมาเนน อวิชฺชมานํ ทสฺเสติ. กตฺถจิ – ‘‘อิตฺถิรูปํ, ภิกฺขเว, ปุริสสฺส จิตฺตํ ปริยาทาย ติฏฺฐตี’’ติอาทีสุ (อ. นิ. ๑.๑) อวิชฺชมาเนน วิชฺชมานํ ทสฺเสติ. กตฺถจิ ‘‘จกฺขุวิญฺญาณํ โสตวิญฺญาณ’’นฺติอาทีสุ (วิภ. ๑๒๑) วิชฺชมาเนน วิชฺชมานํ ทสฺเสติ. กตฺถจิ – ‘‘ขตฺติยกุมาโร พฺราหฺมณกญฺญาย สทฺธึ สํวาสํ กปฺเปตี’’ติอาทีสุ (ที. นิ. ๑.๒๗๕) อวิชฺชมาเนน อวิชฺชมานํ ทสฺเสติ. อิธ ปน วิชฺชมาเนน อวิชฺชมานํ ทสฺเสติ. ‘‘ฉธาตุโร’’ติ หิ สมาสตฺโถ อวิชฺชมาโน ปุคฺคลวิสยตฺตา, ตสฺส ปทสฺส อวยวตฺโถ ปน อปฺปธานตฺโถ วิชฺชมาโน, โส สทฺทกฺกเมน อปฺปธาโนปิ อตฺถกฺกเมน ปธาโนติ อาห – ‘‘วิชฺชมาเนน อวิชฺชมานํ ทสฺเสนฺโต’’ติ. ปุคฺคลาธิฏฺฐานาเยตฺถ เทสนาย การณํ ทสฺเสตุํ, ‘‘สเจ หี’’ติอาทิ วุตฺตํ. อุปฏฺฐาเปยฺยาติ – ‘‘ธาตุโย’’อิจฺเจว กุลปุตฺตสฺส จิตฺตํ นิเวเสยฺย ตถา สญฺชาเนยฺย, เอวํ ธมฺมํ เทเสยฺยาติ อตฺโถ. สนฺเทหํ กเรยฺยาติ อสติ ปุริเส โก กโรติ? โก ปฏิสํเวเทติ, ธาตุโย เอวาติ กึ นุ โข อิทํ, กถํ นุ โข อิทนฺติ สํสยํ อุปฺปาเทยฺย? สมฺโมหํ อาปชฺเชยฺยาติ จตุรงฺคสมนฺนาคเต อนฺธกาเร วตฺตมานํ วิย เทสิยมาเน อตฺเถ สมฺโมหํ อาปชฺเชยฺย. ตถาภูโต จ เทสนาย อภาชนภูตตฺตา เทสนํ สมฺปฏิจฺฉิตุํ น สกฺกุเณยฺย. เอวมาหาติ เอวํ ‘‘ฉธาตุโร’’ติ อาห.
ยํ ตฺวํ ปุริโสติ สญฺชานาสีติ ยํ รูปารูปธมฺมสมูหํ ปพนฺธวเสน ปวตฺตมานํ อธิฏฺฐานวิเสสวิสิฏฺฐํ – ‘‘ปุริโส สตฺโต อิตฺถี’’ติอาทินา ตฺวํ สญฺชานาสิ, โส ฉธาตุโร. สนฺเตสุปิ ฉธาตุวินิมุตฺเตสุ ธาตฺวนฺตเรสุ สุขาวคฺคหณตฺถํ ตถา วุตฺตํ ตคฺคหเณเนว จ เตสํ คเหตพฺพโต, สฺวายมตฺโถ เหฏฺฐา ทสฺสิโต เอว. เสสปเทสูติ ‘‘ฉผสฺสายตโน’’ติอาทิปเทสุปิ. จตฺตาริ อธิฏฺฐานานิ จตสฺโส ปติฏฺฐา เอตสฺสาติ จตุราธิฏฺฐาโน, อธิติฏฺฐติ ปติฏฺฐหติ เอเตนาติ อธิฏฺฐานํ, เยสุ ปติฏฺฐาย อุตฺตมตฺถํ อรหตฺตํ อธิคจฺฉติ, เตสํ ปญฺญาทีนํ เอตํ อธิวจนํ. เตนาห ‘‘สฺวายํ ภิกฺขู’’ติอาทิ. เอตฺโตติ วฏฺฏโต. วิวฏฺฏิตฺวาติ วินิวฏฺฏิตฺวา อปสกฺกิตฺวา. เอตฺโตติ วา เอเตหิ ฉธาตุอาทีหิ. เอตฺถ หิ นิวิฏฺฐสฺส อายตฺตสฺส อุตฺตมาย สิทฺธิยา อสมฺภโวติ. ปติฏฺฐิตนฺติ อริยมคฺคาธิคมวเสน สุปฺปติฏฺฐิตํ. เอวญฺหิ สพฺพโส ปฏิปกฺขสมุจฺฉินฺทเนน ตตฺถ ปติฏฺฐิโต โหติ. มญฺญสฺสวา นปฺปวตฺตนฺตีติ ฉหิปิ ทฺวาเรหิ ปวตฺตมานโสตาย มคฺเคน วิโสสิตาย สพฺพโส วิคตาย สพฺพโส วิจฺเฉทปฺปตฺติยา น สนฺทนฺติ. เตนาห ‘‘นปฺปวตฺตนฺตี’’ติ. ยสฺมา มาเน สพฺพโส สมุจฺฉินฺเน อสมุจฺฉินฺโน อนุปสนฺโต กิเลโส นาม นตฺถิ, ตสฺมา อาห – ‘‘มุนิ สนฺโตติ วุจฺจตี’’ติ ราคคฺคิอาทีนํ นิพฺพาเนน นิพฺพุโต.
ปญฺญํ นปฺปมชฺเชยฺยาติ, ‘‘ทิวสํ จงฺกเมน นิสชฺชาย อาวรณีเยหิ ธมฺเมหิ จิตฺตํ ปริโสเธตี’’ติอาทินยปฺปวตฺตาย (ม. นิ. ๑.๔๒๓; ๒.๒๔; ๓.๗๕; สํ. นิ. ๔.๑๒๐; อ. นิ. ๓.๑๕; วิภ. ๕๑๙; มหานิ. ๑๖๑) อปฺปมาทปฺปฏิปตฺติยา สมาธิวิปสฺสนาปญฺญํ นปฺปมชฺเชยฺย. เอเตน ปุพฺพภาคิยํ สมถวิปสฺสนาภาวนมาห. สจฺจมนุรกฺเขยฺยาติ สจฺจานุรกฺขนาปเทเสน สีลวิโสธนมาห; สจฺเจ ฐิโต สมาทินฺนสีลํ อวิโกเปตฺวา ปริปูเรนฺโต สมาธิสํวตฺตนิยตํ กโรติ. เตนาห ‘‘วจีสจฺจํ รกฺเขยฺยา’’ติ. กิเลสปริจฺจาคํ พฺรูเหยฺยาติ ตทงฺคาทิวเสน กิเลสานํ ปริจฺจชนวิธึ วฑฺเฒยฺย. กิเลสวูปสมนํ สิกฺเขยฺยาติ ยถา เต กิเลสา ตทงฺคาทิวเสน ปริจฺจตฺตา ยถาสมุทาจารปฺปวตฺติยา สนฺตาเน ปริฬาหํ น ชเนนฺติ; เอวํ กิเลสานํ วูปสมนวิธึ สิกฺเขยฺย ปญฺญาธิฏฺฐานาทีนนฺติ โลกุตฺตรานํ ปญฺญาธิฏฺฐานาทีนํ. อธิคมตฺถายาติ ปฏิลาภตฺถาย.
๓๔๗. ปุพฺเพ วุตฺตานนฺติ, ‘‘จตุราธิฏฺฐาโน, ยตฺถ ฐิตํ มญฺญสฺสวา นปฺปวตฺตนฺตี’’ติ (ม. นิ. ๓.๓๔๓) เอวํ ปุพฺเพ วุตฺตานํ.
๓๔๘. วตฺตพฺพํ ภเวยฺยาติ นิทฺเทสวเสน วตฺตพฺพํ ภเวยฺย. อาทีหีติ เอวมาทีหิ. กิจฺจํ นตฺถิ กิจฺจาภาวโต. อุปฺปฏิปาฏิธาตุกนฺติ อยถานุปุพฺพิกํ. ยถาธมฺมวเสเนวาติ เทเสตพฺพธมฺมานํ ยถาสภาเวเนว. สปฺปายํ ธุตงฺคนฺติ อตฺตโน กิเลสนิคฺคณฺหนโยคฺคํ ธุตงฺคํ. จิตฺตรุจิตนฺติ อตฺตโน จิตฺตปกติยา อาจริเยหิ วิโรเจตพฺพํ, จริยานุกูลนฺติ อตฺโถ. หตฺถิปโทปมสุตฺตาทีสูติ อาทิ-สทฺเทน วิสุทฺธิมคฺคธาตุวิภงฺคาทึ สงฺคณฺหาติ.
๓๕๔. อยมฺเปตฺถาติ ปิ-สทฺโท สมฺปิณฺฑนตฺโถ. เตน ‘‘อถาปรํ อุเปกฺขาเยว อวสิสฺสตี’’ติ อุปริเทสนํ สมฺปิณฺเฑติ. โสปิ หิ ปาฏิเยกฺโก อนุสนฺธีติ. นนุ จายํ ยถาอุทฺทิฏฺฐาย วิญฺญาณธาตุยา นิทฺเทโสปิ ภวิสฺสตีติ ยถานุสนฺธินโย วิชฺชตีติ? น, วิญฺญาณธาตุนิทฺเทสนเยน เทสนาย อปฺปวตฺตตฺตา เตนาห ‘‘เหฏฺฐโต’’ติอาทิ. ยํ วา ปนาติอาทินา ปน เทสนาย สานุสนฺธิตํ วิภาเวติ. น หิ พุทฺธา ภควนฺโต อนนุสนฺธิกํ เทสนํ เทเสนฺติ. อาคมนียวิปสฺสนาวเสนาติ ยสฺสา ปุพฺเพ ปวตฺตตฺตา อาคมนียฏฺฐาเน ฐิตา วิปสฺสนา, ตสฺสา วเสน. กมฺมการกวิญฺญาณนฺติ ‘‘เนตํ มม เนโสหมสฺมิ, น เมโส อตฺตา’’ติ เอวํ วิปสฺสนากิจฺจการกํ วิปสฺสนาสหิตํ วิญฺญาณํ. วิญฺญาณธาตุวเสนาติ ยถาอุทฺทิฏฺฐาย วิญฺญาณธาตุยา ภาชนวเสน. สตฺถุ กถนตฺถายาติ สตฺถารา อุทฺเทสเมว กตฺวา ฐปิตตฺตา นิทฺเทสวเสน กถนตฺถาย. อกถิตภาโว เอว หิสฺส อวสิฏฺฐตา กถนตฺถาย ปฏิวิชฺฌนตฺถาย จ. ปฏิปกฺขวิคเมน ตสฺส จิตฺตสฺส ปริสุทฺธตาติ อาห ‘‘นิรุปกฺกิเลส’’นฺติ. อุปกฺกิเลสานํ ปน ปหีนภาวโต ปริโยทาตํ. สมุทยวเสน อุทยทสฺสนตฺถญฺเจว ปจฺจยนิโรธวเสน อตฺถงฺคมทสฺสนตฺถญฺจ. การณภาเวน สุขาย เวทนาย หิตนฺติ สุขเวทนิยํ. เตนาห ‘‘สุขเวทนาย ปจฺจยภูต’’นฺติ.
๓๖๐. รูปกมฺมฏฺฐานมฺปิ จตุธาตุววตฺถานวเสน, อรูปกมฺมฏฺฐานมฺปิ สุขทุกฺขเวทนามุเขน ปคุณํ ชาตํ.
สตฺถุ กถนตฺถํเยว อวสิสฺสตีติ, ‘‘กุลปุตฺตสฺส ปฏิวิชฺฌนตฺถ’’นฺติ วุตฺตเมวตฺถํ นิเสเธติ, ตสฺมา วุตฺตเมวตฺถํ สมตฺเถตุํ, ‘‘อิมสฺมึ หี’’ติอาทิ วุตฺตํ. กุลปุตฺตสฺส รูปาวจรชฺฌาเนติ กุลปุตฺเตน อธิคตรูปาวจรชฺฌาเน. เตนาห – ‘‘ภิกฺขุ ปคุณํ ตว อิทํ รูปาวจรจตุตฺถชฺฌาน’’นฺติ. ยํ กิญฺจิ สุวณฺณตาปนโยคฺยํ องฺคารภาชนํ อิธ ‘‘อุกฺกา’’ติ อธิปฺเปตนฺติ อาห ‘‘องฺคารกปลฺล’’นฺติ. สชฺเชยฺยาติ ยถา ตตฺถ ปกฺขิตฺตสุวณฺณญฺจ ตปฺปติ, เอวํ ปฏิยาทิเยยฺย. นีหฏโทสนฺติ วิคตีภูตกาฬกํ. อปนีตกสาวนฺติ อปคตสุขุมกาฬกํ.
อริยมคฺเค ปติฏฺฐาเปตุกาเมน นาม สพฺพสฺมิมฺปิ โลกิยธมฺเม วิรชฺชนตฺถาย ธมฺโม กเถตพฺโพติ อธิปฺปาเยน, ‘‘กสฺมา ปนา’’ติอาทินา โจทนา กตา. วิเนยฺยทมนกุสเลน ภควตา เวเนยฺยชฺฌาสยวเสน ตาว จตุตฺถชฺฌานุเปกฺขาย วณฺโณ กถิโตติ ตสฺส ปริหารํ วทนฺโต, ‘‘กุลปุตฺตสฺสา’’ติอาทิมาห.
๓๖๑. ตทนุธมฺมนฺติ ตสฺส อรูปาวจรสฺส กุสลสฺส อนุรูปธมฺมํ, ยาย ปฏิปทาย ตสฺส อธิคโม โหติ, ตสฺส ปุพฺพภาคปฏิปทนฺติ อตฺโถ. เตนาห ‘‘รูปาวจรชฺฌาน’’นฺติ. ตคฺคหณาติ ตสฺส คหเณน ตสฺสา ปฏิปตฺติยา ปฏิปชฺชมาเนน. อิโต อุตฺตรินฺติ ‘‘วิญฺญาณญฺจายตน’’นฺติอาทีสุ.
๓๖๒. ตสฺเสวาติ อรูปาวจรชฺฌานสฺส. เอตํ ปน สวิปากํ อรูปาวจรชฺฌานํ สเมจฺจ สมฺภุยฺย ปจฺจเยหิ กตตฺตา สงฺขตํ. ปกปฺปิตนฺติ ปจฺจยวเสน สวิหิตํ. อายูหิตนฺติ สมฺปิณฺฑิตํ. กโรนฺเตน กรียตีติ ปฏิปชฺชนเกน ปฏิปชฺชียติ สงฺขรียติ. นิพฺพานํ วิย น นิจฺจํ น สสฺสตํ. อถ โข ขเณ ขเณ ภิชฺชนสภาวตาย ตาวกาลิกํ. ตโต เอว จวนาทิสภาวนฺติ สพฺพเมตํ รูปาวจรธมฺเมสุ อาทีนววิภาวนํ. ทุกฺเข ปติฏฺฐิตนฺติ สงฺขารทุกฺเข ปติฏฺฐิตํ. อตาณนฺติ จวนสภาวาทิตาย ตาณรหิตํ. อเลณนฺติ ตโต อรกฺขตฺตา ลียนฏฺฐานรหิตํ. อสรณนฺติ อปฺปฏิสรณํ. อสรณีภูตนฺติ สพฺพกาลมฺปิ อปฺปฏิสรณํ.
สมตฺตปตฺตวิเส ขนฺธาทีสุ คหิเต ทุตฺติกิจฺฉา สิยาติ, ‘‘ขนฺธํ วา สีสํ วา คเหตุํ อทตฺวา’’ติ วุตฺตํ. เอวเมวาติ เอตฺถายํ อุปมาสํสนฺทนา – เฉโก ภิสกฺโก วิย สมฺมาสมฺพุทฺโธ. วิสวิกาโร วิย กิเลสทุกฺขานุพนฺโธ, ภิสกฺกสฺส วิสํ ฐานโต จาเวตฺวา อุปริ อาโรปนํ วิย ภควโต เทสนานุภาเวน กุลปุตฺตสฺส กามภเว นิกนฺตึ ปริยาทาย อรูปชฺฌาเน ภวนํ. ภิสกฺกสฺส วิสํ โอตาเรตฺวา ปถวิยํ ปาตนํ วิย กุลปุตฺตสฺส โอรมฺภาคิยกิเลสทุกฺขาปนยนํ.
อสมฺปตฺตสฺสาติ อรูปาวจรชฺฌานํ อนธิคตสฺส. อปฺปฏิลทฺธสฺเสวาติ ตสฺส เววจนํ. สพฺพเมตนฺติ ‘‘อนิจฺจํ อธุว’’นฺติอาทินา วิตฺถารโต วุตฺตํ สพฺพเมตํ อาทีนวํ. เอกปเทเนว ‘‘สงฺขตเมต’’นฺติ กเถสิ สงฺขตปเทเนว ตสฺส อตฺถสฺส อนวเสสโต ปริยาทินฺนตฺตา.
นายูหตีติ ภวการณเจตนาวเสน พฺยาปารํ น สมูเหติ น สมฺปิณฺเฑติ. เตนาห – ‘‘น ราสึ กโรตี’’ติ. อภิสงฺขรณํ นาม เจตนาพฺยาปาโรติ อาห – ‘‘น อภิสญฺเจตยตี’’ติ. ตํ ปน ผลุปฺปาทนสมตฺถตาย ผเลน กปฺปนนฺติ อาห ‘‘น กปฺเปตี’’ติ. สเจ อภิสงฺขารเจตนา อุฬารา, ผลมหตฺตสงฺขาตาย วุฑฺฒิยา โหติ, อนุฬารา จ อวุฑฺฒิยาติ อาห – ‘‘วุฑฺฒิยา วา ปริหานิยา วา’’ติ. พุทฺธวิสเย ฐตฺวาติ ภควา อตฺตโน พุทฺธสุพุทฺธตาย สีหสมานวุตฺติตาย จ เทสนํ อุกฺกํสโต สาวเกหิ ปตฺตพฺพํ วิเสสํ อนวเสเสนฺโต ตถา วทติ, น สาวกวิสยํ อติกฺกมิตฺวา อตฺตโน พุทฺธวิสยเมว เทเสนฺโต. เตนาห – ‘‘อรหตฺตนิกูฏํ คณฺหี’’ติ. ยทิ กุลปุตฺโต อตฺตโน…เป… ปฏิวิชฺฌิ, อถ กสฺมา ภควา เทสนาย อรหตฺตนิกูฏํ คณฺหีติ อาห ‘‘ยถา นามา’’ติอาทิ.
อิโต ปุพฺเพติ อิโต อนาคามิผลาธิคมโต อุตฺตริ อุปริ. อสฺสาติ กุลปุตฺตสฺส. กเถนฺตสฺส ภควโต ธมฺเม เนว กงฺขา น วิมติ ปฐมมคฺเคเนว กงฺขาย สมุจฺฉินฺนตฺตา. เอกจฺเจสุ ฐาเนสูติ ตถา วิเนยฺยฐาเนสุ. ตถา หิ อยมฺปิ กุลปุตฺโต อนาคามิผลํ ปตฺวา ภควนฺตํ สญฺชานิ. เตน วุตฺตํ ‘‘ยโต อเนนา’’ติอาทิ.
๓๖๓. อนชฺโฌสิตาติ อนชฺโฌสนียาติ อยมตฺโถติ อาห – ‘‘คิลิตฺวา ปรินิฏฺฐาเปตฺวา คเหตุํ น ยุตฺตา’’ติ.
๓๖๔. ราโคว อนุสโย ราคานุสโย, โส จ ปจฺจยสมวาเย อุปฺปชฺชนารโหติ วตฺตพฺพตํ ลภตีติ วุตฺตํ – ‘‘สุขเวทนํ อารพฺภ ราคานุสโย อุปฺปชฺเชยฺยา’’ติ. น ปน ตสฺส อุปฺปาทนํ อตฺถิ ขณตฺตยสมาโยคาสมฺภวโต. เอส นโย เสเสสุปิ. อิตรนฺติ อทุกฺขมสุขเวทนํ. วิสํยุตฺโตติ เกนจิ สญฺโญชเนน อสํยุตฺตตาย เอว นิยตวิปฺปยุตฺโต. กายสฺส โกฏิ ปรโม อนฺโต เอตสฺสาติ กายโกฏิกํ. ทุติยปเทติ ‘‘ชีวิตปริยนฺติก’’นฺติ อิมสฺมึ ปเท. วิเสวนสฺสาติ อุปาทานสฺส. สีตีภวิสฺสนฺตีติ ปทสฺส ‘‘นิรุชฺฌิสฺสนฺตี’’ติ อตฺโถ วุตฺโต, กถํ ปน เวทยิตานํ ทฺวาทสสุ อายตเนสุ นิรุชฺฌนํ สีติภาวปฺปตฺตีติ โจทนํ สนฺธายาห – ‘‘กิเลสา หี’’ติอาทิ. สมุทยปเญฺหนาติ มหาสติปฏฺฐาเน (ที. นิ. ๒.๔๐๐; ม. นิ. ๑.๑๓๓) สมุทยสจฺจนิโรธปเญฺหน. นนุ สพฺพโส กิเลสปริฬาหวิคเม สีติภาโว นาม เวทนานิโรธมตฺเตน อธิปฺเปโต; เตน อิธ เวทยิตานิ วุตฺตานิ, น กิเลสาติ เวทยิตานํ อจฺจนฺตนิโรธสงฺขาโต สีติภาโวปิ กิเลสสมุจฺเฉเทเนวาติ อาห ‘‘เวทยิตานิปี’’ติอาทิ.
๓๖๕. อิทํ โอปมฺมสํสนฺทนนฺติ เอตฺถ สญฺโญชนา ทีปสิขา วิย, อธิฏฺฐานกปลฺลิกา วิย เวทนาย นิสฺสยภูตา จตฺตาโร ขนฺธา, เตลํ วิย กิเลสา, วฏฺฏิ วิย กมฺมวฏฺฏํ, อุปหรณกปุริโส วิย วฏฺฏคามี ปุถุชฺชโน, ตสฺส สีสจฺเฉทกปุริโส วิย อรหตฺตมคฺโค สนฺตานสฺส สมุจฺเฉทกรณโต, อนาหาราย ทีปสิขาย นิพฺพายนํ วิย กมฺมกิเลสานํ อนนฺตรปจฺจยโต อนาหาราย เวทนาย อนุปาทิเสสวเสน นิพฺพายนํ.
อาทิมฺหิ สมาธิวิปสฺสนาปญฺญาหีติ ปุพฺพภาคปฏิปทาภูตา ตยา ปคุณสมาธิโต อรหตฺตสฺส ปทฏฺฐานภูตวิปสฺสนาปญฺญาโต จ. อุตฺตริตราติ วิสิฏฺฐตรา. เอวํ สมนฺนาคโตติ เอตฺถ เอวํ-สทฺโท อิทํสทฺทตฺถวจโนติ อาห – ‘‘อิมินา อุตฺตเมน อรหตฺตผลปญฺญาธิฏฺฐาเนนา’’ติ. สพฺพํ วฏฺฏทุกฺขํ เขเปตีติ สพฺพทุกฺขกฺขโย, อคฺคมคฺโค, ตํปริยาปนฺนตาย ตตฺถ ญาณนฺติ อาห – ‘‘สพฺพทุกฺขกฺขเย ญาณํ นาม อรหตฺตมคฺเค ญาณ’’นฺติ. อรหตฺตผเล ญาณํ อธิปฺเปตํ วุตฺตนเยน สพฺพทุกฺขกฺขเย สนฺเต ตนฺนิมิตฺตํ วา อุปฺปนฺนญาณนฺติ กตฺวา. ตสฺสาติ, ‘‘เอวํ สมนฺนาคโต ภิกฺขุ อิมินา ปรเมน ปญฺญาธิฏฺฐาเนน สมนฺนาคโต โหตี’’ติ วุตฺตภิกฺขุโน.
๓๖๖. หีติ ยสฺมา. วิมุตฺตีติ อรหตฺตผลวิมุตฺติ, ตสฺมา สพฺพทุกฺขกฺขเย ญาณนฺติ อรหตฺตผลญาณํ อธิปฺเปตํ. สจฺจนฺติ ปรมตฺถสจฺจํ นิพฺพานํ, น มคฺคสจฺจํ. กามํ อรหตฺตผลวิมุตฺติ ปฏิปกฺเขหิ อโกปนียตาย อกุปฺปา, ‘‘สจฺเจ ฐิตา’’ติ ปน วจนโต, ‘‘อกุปฺปารมฺมณกรเณน อกุปฺปาติ วุตฺตา’’ติ อาห. วิตถนฺติ นฏฺฐํ, ชราย มรเณน จ วิปริณาเมตพฺพตาย ยาทิสํ อุปฺปาทาวตฺถาย ชาตํ, ตโต อญฺญาทิสนฺติ อตฺโถ. ตถา หิ ตํ ชรามรเณหิ ปริมุสิตพฺพรูปตาย ‘‘มุสา’’ติ วุตฺตํ. เตนาห – ‘‘โมสธมฺมนฺติ นสฺสนสภาว’’นฺติ. ตํ อวิตถนฺติ ตํ วุตฺตนเยน อวิตถํ นาม, ตํ สภาโว สพฺพกาลํ เตเนว ลพฺภนโต. สมถวิปสฺสนาวเสน วจีสจฺจโตติ สมถวิปสฺสนาวเสน ยํ วิสุทฺธิมตฺตํ วจีสจฺจํ, ตโต. ทุกฺขสจฺจสมุทยสจฺเจหิ ตจฺฉวิปลฺลาสภูตสภาเวหิ. อิติ เนสํ ยถาสกํ สภาเวน อวิตถภาเว อโมสธมฺมตาย เตหิปิ อวิตถภาวา ปรมตฺถสจฺจํ นิพฺพานเมว อุตฺตริตรํ. ตสฺมาติ นิพฺพานสฺเสว อุตฺตริตรภาวโต.
๓๖๗. อุปธียติ เอตฺถ ทุกฺขนฺติ อุปธี, ขนฺธา กามคุณา จ. อุปทหนฺติ ทุกฺขนฺติ อุปธี, กิเลสาภิสงฺขารา. ปริปูรา คหิตา ปรามฏฺฐาติ ปริยตฺตภาเวน ตณฺหาย คหิตา ทิฏฺฐิยา ปรามฏฺฐา. สมถวิปสฺสนาวเสน กิเลสปริจฺจาคโตติ วิกฺขมฺภนวเสน ตทงฺคปฺปหานวเสน จ กิเลสานํ ปริจฺจชนโต. อุตฺตริตโร วิสิฏฺฐตรสฺส ปหานปฺปการสฺส อภาวโต.
๓๖๘. อาฆาตกรณวเสนาติ เจตสิกาฆาตสฺส อุปฺปชฺชนวเสน. พฺยาปชฺชนวเสนาติ จิตฺตสฺส วิปตฺติภาววเสน. สมฺปทุสฺสนวเสนาติ สพฺพโส ทุสฺสนวเสน. ตีหิ ปเทหิ ยทิ อรหตฺตมคฺเคน กิเลสานํ ปริจฺจาโค จาคาธิฏฺฐานํ, อรหตฺตมคฺเคเนว เนสํ วูปสโม อุปสมาธิฏฺฐานํ โหตีติ ทสฺเสติ. เอตฺถ วิเสเสน ปริจฺจาโค สมฺปชหนํ อนุปฺปตฺติธมฺมตาปาทนํ จาโค, ตถา ปน ปริจฺจาเคน โย โส เนสํ ตทา วูปสนฺตตาย อภาโว, อยํ อุปสโมติ อยเมเตสํ วิเสโส.
๓๖๙. มญฺญิตนฺติ มญฺญนา, ‘‘เอตํ มมา’’ติอาทินา กปฺปนาติ อตฺโถ. อวิชฺชาวิพนฺธนตณฺหาคาหาทีนํ สาธารณภาวโต อยมหนฺติ เอตฺถ อหนฺติ ทิฏฺฐิมญฺญนาทสฺสนํ, สา ปน ทิฏฺฐิ มานมญฺญนาย อตฺตนิยคาหวเสน โหตีติ เสฺวว ‘‘อย’’นฺติ อิมินา คหิโตติ อาห – ‘‘อยมหนฺติ เอกํ ตณฺหามญฺญิตเมว วฏฺฏตี’’ติ. อาพาธฏฺเฐนาติ ปฏิปีฬนฏฺเฐน. มญฺญนาวเสน หิ สตฺตานํ ตถา โหติ. อนฺโตโทสฏฺเฐนาติ อพฺภนฺตรทุฏฺฐภาเวน. มญฺญนาทูสิตตฺตา หิ สตฺตานํ อตฺตภาโว ทุกฺขตามูลายตฺโต, กิเลสาสุจิปคฺฆรณโต อุปฺปาทนิโรธภงฺเคหิ อุทฺธมุทฺธํ ปกฺกปภินฺโน โหตีติ ผลูปจาเรน ‘‘มญฺญิตํ คณฺโฑ’’ติ วุตฺโต. อนุปวิฏฺฐฏฺเฐนาติ อนุปวิสิตฺวา หทยมาหจฺจ อธิฏฺฐาเนน. มญฺญิตญฺหิ ปีฬาชนนโต อนฺโตตุทนโต ทุรุทฺธรณโต สลฺลํ. ขีณาสวมุนิ สพฺพโส กิเลสานํ สนฺตตฺตา, ตโต เอว ปริฬาหานํ ปรินิพฺพุตตฺตา วูปสนฺตตฺตา สนฺโต อุปสนฺโต นิพฺพุโตติ วุจฺจติ. ยตฺถ ฐิตนฺติ ยสฺมึ อเสกฺขภูมิยํ ฐิตํ. ยทิ ภควา อตฺตโน เทสนาญาณานุรูปํ เทสนํ ปวตฺตาเปยฺย, มหาปถวึ ปตฺถรนฺตสฺส วิย, อากาสํ ปสาเรนฺตสฺส วิย, อนนฺตาปริเมยฺยโลกธาตุโย ปฏิจฺจ เตสํ ฐิตาการํ อนุปฺปูรํ วิจินนฺตสฺส วิย เทสนา ปริโยสานํ น คจฺเฉยฺย. ยสฺมา ปนสฺส วิเนยฺยชฺฌาสยานุรูปเมว เทสนา ปวตฺติ, น ตโต ปรํ อณุมตฺตมฺปิ วฑฺฒติ. ตสฺมา วุตฺตํ – ‘‘สพฺพาปิ ธมฺมเทสนา สํขิตฺตาว, วิตฺถารเทสนา นาม นตฺถี’’ติ. นนุ สตฺตปกรณเทสนา วิตฺถารกถาติ? น สาปิ วิตฺถารกถาติ อาห – ‘‘สมนฺตปฏฺฐานกถาปิ สํขิตฺตาเยวา’’ติ. สนฺนิปติตเทวปริสาย อชฺฌาสยานุรูปเมว หิ ตสฺสาปิ ปวตฺติ, น สตฺถุเทสนาญาณานุรูปนฺติ. ยถานุสนฺธึ ปาเปสิ ยถาอุทฺทิฏฺเฐ อนุปุพฺเพน อนวเสสโต วิภชนวเสน เทสนาย นิฏฺฐาปิตตฺตา. วิปญฺจิตญฺญู…เป… กเถสิ นาติสงฺเขปวิตฺถารวเสน เทสิตตฺตา.
๓๗๐. อฏฺฐนฺนํ ปริกฺขารานนฺติ นยิทมนวเสสปริยาทานํ, ลกฺขณวจนํ ปเนตํ, อญฺญตรสฺสาติ วจนเสโส. ตถา หิ, ‘‘มยฺหํ อิทฺธิมยปริกฺขารลาภาย ปจฺจโย โหตู’’ติ ปตฺถนํ ปฏฺฐเปตฺวา ปตฺตจีวรํ, ปตฺตํ, จีวรเมว วา ทินฺเน จริมภเว อิทฺธิมยปริกฺขาโร นิพฺพตฺตตีติ วทนฺติ. อทินฺนตฺตาติ เกจิวาโท, เตนาห ‘‘กุลปุตฺโต’’ติอาทิ. โอกาสาภาวโตติ อุปสมฺปทาลกฺขณสฺส อสมฺภวโต. เตนาห – ‘‘กุลปุตฺตสฺส อายุปริกฺขีณ’’นฺติ. อุทกติตฺถ…เป… อารทฺโธ ปรมปฺปิจฺฉภาวโต.