นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส
มชฺฌิมนิกาเย
อุปริปณฺณาส-ฏีกา
๑. เทวทหวคฺโค
๑. เทวทหสุตฺตวณฺณนา
๑. ทิพฺพนฺติ กามคุเณหิ กีฬนฺติ, ลฬนฺติ, เตสุ วา วิหรนฺติ, วิชยสมตฺถตาโยเคน ปจฺจตฺถิเก วิเชตุํ อิจฺฉนฺติ; อิสฺสริยฏฺฐานาทิสกฺการทานคฺคหณํ ตํตํอตฺถานุสาสนญฺจ กโรนฺตา โวหรนฺติ, ปุญฺญานุภาวปฺปตฺตาย ชุติยา โชเตนฺติ วาติ เทวา วุจฺจนฺติ ราชาโน. ตถา หิ เต จตูหิ สงฺคหวตฺถูหิ ชนํ รญฺชยนฺตา สยํ ยถาวุตฺเตหิ วิเสเสหิ ราชนฺติ ทิพฺพนฺติ โสภนฺตีติ จ, ‘‘ราชาโน’’ติ วุจฺจนฺติ. ตตฺถาติ ตสฺมึ นิคมเทเส. สาติ โปกฺขรณี. ตนฺติ ตํ, ‘‘เทวทห’’นฺติ ลทฺธนามํ โปกฺขรณึ อุปาทาย, ตสฺส อทูรภวตฺตาติ เกจิ. สพฺพํ สุขาทิเภทํ เวทยิตํ. ปุพฺเพติ ปุริมชาติยํ. กตกมฺมปจฺจยาติ กตสฺส กมฺมสฺส ปจฺจยภาวโต ชาตํ กมฺมํ ปฏิจฺจ. เตน สพฺพาปิ เวทนา กมฺมผลภูตา เอว อนุภวิตพฺพาติ ทสฺเสติ. เตนาห ‘‘อิมินา’’ติอาทิ. อนิยเมตฺวา วุตฺตนฺติ, ‘‘สนฺติ, ภิกฺขเว, เอเก สมณพฺราหฺมณา เอวํวาทิโน’’ติ เอวํ อิเม นามาติ อวิเสเสตฺวา วุตฺตมตฺถํ. นิยเมตฺวาติ, ‘‘เอวํวาทิโน, ภิกฺขเว, นิคณฺฐา’’ติ เอวํ วิเสเสตฺวา ทสฺเสติ.
กลิสาสนนฺติ ปราชยํ. กลีติ หิ อนตฺโถ วุจฺจติ, กลีติ สสติ วิปฺผรตีติ กลิสาสนํ, ปราชโย. กลีติ วา โกธมานาทิกิเลสชาติ, ตาย ปน อยุตฺตวาทิตา กลิสาสนํ. ตํ อาโรเปตุกาโม วิภาเวตุกาโม. เย กมฺมํ กตํ อกตํ วาติ น ชานนฺติ, เต กถํ ตํ เอทิสนฺติ ชานิสฺสนฺติ. เย จ กมฺมํ ปเภทโต น ชานนฺติ, เต กถํ ตสฺส วิปากํ ชานิสฺสนฺติ; วิปากปริโยสิตภาวํ ชานิสฺสนฺติ, เย จ ปาปสฺส กมฺมสฺส ปฏิปกฺขเมว น ชานนฺติ; เต กถํ ตสฺส ปหานํ กุสลกมฺมสฺส จ สมฺปาทนวิธึ ชานิสฺสนฺตีติ อิมมตฺถํ ทสฺเสนฺโต, ‘‘อุตฺตริ ปุจฺฉายปิ เอเสว นโย’’ติ อาห.
๒. กิญฺจาปิ จูฬทุกฺขกฺขนฺเธปิ, (ม. นิ. ๑.๑๘๐) ‘‘เอวํ สนฺเต’’ติ อิมินา เตสํ นิคณฺฐานํ อชานนภาโว เอว อุชุกํ ปกาสิโต เหฏฺฐา เทสนาย ตถา ปวตฺตตฺตา. ตถา หิ อฏฺฐกถายํ (ม. นิ. อฏฺฐ. ๑.๑๘๐) วุตฺตํ – ‘‘เอวํ สนฺเตติ ตุมฺหากํ เอวํ อชานนภาเว สตี’’ติ, ตถาปิ ตตฺถ อุปริเทสนาย สมฺพทฺโธ เอวมตฺโถ วุจฺจมาโน ยุชฺชติ, น อญฺญถาติ ทสฺเสตุํ อิธ, ‘‘มหานิคณฺฐสฺส วจเน สจฺเจ สนฺเตติ อตฺโถ’’ติ วุตฺตํ. เอตฺตกสฺส ฐานสฺสาติ ยถาวุตฺตสฺส ปญฺจปริมาณสฺส การณสฺส.
๓. อเนกวารํ วิสรญฺชนํ อิธ คาฬฺหาปเลปนํ, น สาฏกสฺส วิย ลิตฺตตาติ อาห – ‘‘พหลูป…เป… ลิตฺเตน วิยา’’ติ. วุตฺตเมว, น ปุน วตฺตพฺพํ, ตตฺถ วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพนฺติ อธิปฺปาโย.
อิเมสํ นิคณฺฐานํ ตาทิสสฺส เตสํ อภาวโต, ‘‘ชานนกาโล สิยา’’ติ ปริกปฺปวเสน วทติ. เตน เอวํ ชานิตุํ เตหิ สกฺกา สิยา, เตสญฺจ ทสฺสนํ สจฺจํ สิยา. ยสฺมา เตสํ ทสฺสนํ อสจฺจํ, ตสฺมา เต น ชานึสูติ ทสฺเสติ. จตูสุ กาเลสูติ วณมุขสฺส ปริกนฺตนกาโล, สลฺลสฺส เอสนกาโล, อพฺพุหนกาโล, วณมุเข อคทงฺคารโอทหนกาโลติ อิเมสุ จตูสุ กาเลสุ. สุทฺธนฺเตติ สุทฺธโกฏฺฐาเส, ทุกฺขสฺส อนวเสสโต นิชฺชีรณฏฺเฐน นิทฺทุกฺขภาเวติ อตฺโถ. เอกาย อุปมายาติ, ‘‘สลฺเลน วิทฺธสฺส หิ วิทฺธกาเล เวทนาย ปากฏกาโล วิยา’’ติ อิมาย เอกาย อุปมาย. ตโย อตฺถาติ ปุพฺเพ อหุวมฺหา วา โน วา, ปาปกมฺมํ อกริมฺหา วา โน วา, เอวรูปํ วา ปาปกมฺมํ อกริมฺหาติ อิเม ตโย อตฺถา. จตูหิ อุปมาหีติ วณมุขปริกนฺตนาทีหิ จตูหิ อุปมาหิ. เอโก อตฺโถติ, ‘‘เอตฺตกํ ทุกฺขํ นิชฺชิณฺณ’’นฺติอาทินา วุตฺโต เอโก อตฺโถ. โส หิ ทุกฺขนิชฺชีรณภาวสามญฺญา เอโก อตฺโถติ วุตฺโต.
๔. อิเม ปน นิคณฺฐา. อาสงฺกาย วิทฺโธสฺมีติ สญฺญํ อุปฺปาเทตฺวา. ปจฺจาหริตุนฺติ ปจฺจาวตฺติตุํ, ปริหริตุนฺติ อตฺโถ.
๕. อตีตวาทํ สทฺทหนฺตานนฺติ, ‘‘อตฺถิ โข, โภ, นิคณฺฐา ปุพฺเพ ปาปกมฺมํ กต’’นฺติ เอวํ อตีตํสํ อารพฺภ ปวตฺตํ มหานิคณฺฐสฺส วาทํ สทฺทหนฺตานํ. ภูตตฺตาติ ยถาภูตตฺตา กึ อวิปรีตเมว อตฺถํ อารมฺมณํ กตฺวา ปวตฺตาติ ปุจฺฉติ. เสสปเทสุปิ เอเสว นโย. สห ธมฺเมนาติ สหธมฺโม, โส เอว สหธมฺมิโก ยถา ‘‘เวนยิโก’’ติ (อ. นิ. ๘.๑๑; ปารา. ๘). ‘‘ธมฺโม’’ติ เอตฺถ การณํ อธิปฺเปตนฺติ อาห – ‘‘สเหตุกํ สการณ’’นฺติ. ปฏิหรติ ปฏิวตฺเตตีติ ปฏิหาโร, วาโท เอว ปฏิหาโร วาทปฏิหาโร; ตํ, อุตฺตรนฺติ อตฺโถ. เตนาห – ‘‘ปจฺจาคมนกวาท’’นฺติ, โจทนํ ปริวตฺเตตฺวา ปฏิปากติกกรณนฺติ อตฺโถ. เตสนฺติ อิทํ อาวุตฺติวเสน คเหตพฺพํ, ‘‘เตสํ สทฺธาเฉทกวาทํ นาม เตสํ ทสฺเสตี’’ติ.
๖. อวิชฺชา อญฺญาณา สมฺโมหาติ ปริยายวจนเมตํ. อวิชฺชาติ วา อวิชฺชาย กรณภูตาย. อญฺญาเณนาติ อชานเนน. สมฺโมเหนาติ สมฺมุยฺหเนน มหามุฬฺหตาย. สามํเยว โอปกฺกมิกา เอตรหิ อตฺตโน อุปกฺกมเหตุ ทุกฺขเวทนํ เวทิยมานํ – ‘‘ยํกิญฺจายํ…เป… ปุพฺเพกตเหตู’’ติ วิปรีตโต สทฺทหถ. ปุพฺเพกตเหตุวาทสญฺญิตํ วิปลฺลาสคฺคาหํ คณฺหถ.
๗. ทิฏฺฐธมฺโม วุจฺจติ ปจฺจกฺขภูโต, ตตฺถ เวทิตพฺพํ ผลํ ทิฏฺฐธมฺมเวทนียํ. เตนาห – ‘‘อิมสฺมึเยว อตฺตภาเว วิปากทายก’’นฺติ. ปโยเคนาติ กายิเกน ปโยเคน วา วาจสิเกน วา ปโยเคน. ปธาเนนาติ ปทหเนน เจตสิเกน อุสฺสาหเนน. อาสนฺเน ภวนฺตเร วิปาเจตุํ น สกฺกา, ปเคว ทูเรติ ทสฺเสตุํ, ‘‘ทุติเย วา ตติเย วา อตฺตภาเว’’ติ วุตฺตํ. นิพฺพตฺตกภาวโต สุขเวทนาย หิตนฺติ สุขเวทนียํ. สา ปน วิปากเวทนาภาวโต เอกนฺตโต อิฏฺฐารมฺมณา เอว โหตีติ อาห ‘‘อิฏฺฐารมฺมณวิปากทายก’’นฺติ. วิปรีตนฺติ อนิฏฺฐารมฺมณวิปากทายกํ. นิปฺผนฺเนติ สทฺธึ อญฺเญน กมฺเมน นิพฺพตฺเต. สมฺปรายเวทนียสฺสาติ อุปปชฺชเวทนียสฺส อปราปริยเวทนียสฺส. เอวํ สนฺเตปีติ กามํ ปริปกฺกเวทนียนฺติ ทิฏฺฐธมฺมเวทนียเมว วุจฺจติ, ตถาปิ อตฺเถตฺถ อติสโย ทิฏฺฐธมฺมวิเสสภาวโต ปริปกฺกเวทนียสฺสาติ ทสฺเสตุํ, ‘‘อยเมตฺถา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ยสฺมึ ทิวเส กตํ, ตโต สตฺตทิวสพฺภนฺตเร.
ตตฺราติ ตสฺมึ ปริปกฺกเวทนียกมฺมสฺส สตฺตทิวสพฺภนฺตเร วิปากทาเน. เอกวารํ กสิตฺวา นิสีทิ ฉาตชฺฌตฺโต หุตฺวา. อาคจฺฉนฺตี อาห – ‘‘อุสฺสูเร ภตฺตํ อาหรียิตฺถา’’ติ โทมนสฺสํ อนุปฺปาเทตฺวา ยถา กตปุญฺญํ อนุโมทติ. วิชฺโชตมานํ ทิสฺวา, ‘‘กึ นุ โข อิทมฺปิ ตปฺปกาโร, มม จิตฺตวิกปฺปมตฺตํ, อุทาหุ สุวณฺณเมวา’’ติ วีมํสนฺโต ยฏฺฐิยา ปหริตฺวา.
วาฬยกฺขสญฺจรณตฺตา ราชคหูปจารสฺส นคเร สหสฺสภณฺฑิกํ จาเรสุํ. อุปฺปนฺนราโค จูฬาย ฑํสิ. รญฺโญ อาจิกฺขิตฺวาติ ตํ ปวตฺตึ รญฺโญ อาจิกฺขิตฺวา. มลฺลิกาย วตฺถุ ธมฺมปทวตฺถุมฺหิ (ธ. ป. อฏฺฐ. ๒.มลฺลิกาเทวีวตฺถุ) อาคเตน นเยน กเถตพฺพํ.
มรณสนฺติเกปิ กตํ, ปเคว ตโต ปุเรตรํ อตีตตฺตภาเวสุ จ กตํ. อิธ นิพฺพตฺติตวิปาโกติ วุตฺโต อวสฺสํภาวิภาวโต. สมฺปรายเวทนียเมว ภวนฺตเร วิปากทายกภาวโต. อิธ นิพฺพตฺติตคุโณเตฺวว วุตฺโต, น อิธ นิพฺพตฺติตวิปาโกติ วิมุตฺติภาวโต. ปริปกฺกเวทนียนฺติ เวทิตพฺพํ เหฏฺฐา วุตฺตปริปกฺกเวทนียลกฺขณานติวตฺตนโต. สพฺพลหุํ ผลทายิกาติ เอเตน ผลุปฺปาทนสมตฺถตาโยเคน กมฺมสฺส ปริปกฺกเวทนียตาติ ทสฺเสติ.
จตุปฺปญฺจกฺขนฺธผลตาย สญฺญาภวูปคํ กมฺมํ พหุเวทนียนฺติ วุตฺตํ. เอกขนฺธผลตฺตา อสญฺญาภวูปคํ กมฺมํ อปฺปเวทนียํ. เกจิ ปน, ‘‘อรูปาวจรกมฺมํ พหุกาลํ เวทิตพฺพผลตฺตา พหุเวทนียํ, อิตรํ อปฺปเวทนียํ. รูปารูปาวจรกมฺมํ วา พหุเวทนียํ, ปริตฺตกมฺมํ อปฺปเวทนีย’’นฺติ วทนฺติ. สวิปากํ กมฺมนฺติ ปจฺจยนฺตรสมวาเย วิปากุปฺปาทนสมตฺถํ, น อารทฺธวิปากเมว. อวิปากํ กมฺมนฺติ ปจฺจยเวกลฺเลน วิปจฺจิตุํ อสมตฺถํ อโหสิกมฺมาทิเภทํ.
๘. ทิฏฺฐธมฺมเวทนียาทีนนฺติ ทิฏฺฐธมฺมเวทนียาทีนํ ทสนฺนํ กมฺมานํ อุปกฺกเมน กมฺมานํ อญฺญาถาภาวสฺส อนาปาทนียตฺตา ยถาสภาเวเนว กมฺมานิ ติฏฺฐนฺติ. ตตฺถ นิคณฺฐานํ อุปกฺกโม นิปฺปโยชโนติ อาห ‘‘อผโล’’ติ. นิคณฺฐานํ ปทหนสฺส มิจฺฉาวายามสฺส นิปฺผลภาวปฺปเวทโน ปธานจฺเฉทกวาโท. ปเรหิ วุตฺตการเณหีติ เยหิ การเณหิ นิคณฺฐานํ วาเทสุ โทสํ ทสฺเสนฺติ. เตหิ ปเรหิ วุตฺตการเณหิ. น หิ ลกฺขณยุตฺเตน เหตุนา วินา ปรวาเทสุ โทสํ ทสฺเสตุํ สกฺกา. เตนาห ‘‘สการณา หุตฺวา’’ติ. นิคณฺฐานํ วาทา จ อนุวาทา จาติ นิคณฺเฐหิ วุจฺจมานา สกสกสมยปฺปเวทิกา วาทาเจว สาวเกหิ วุจฺจมานา เตสํ อนุวาทา จ. วิญฺญูหิ ครหิตพฺพํ การณํ อาคจฺฉนฺตีติ, ‘‘อยเมตฺถ โทโส’’ติ ตตฺถ ตตฺถ วิญฺญูหิ ปณฺฑิเตหิ ครหารหํ การณํ อุปคจฺฉนฺติ, ปาปุณนฺตีติ อตฺโถ. ตสฺสตฺโถติอาทีสุ อยํ สงฺเขปตฺโถ, ‘‘วุตฺตนเยน ปเรหิ วุตฺเตน การเณน สการณา หุตฺวา โทสทสฺสนวเสน นิคณฺฐานํ วาทา อนุปฺปตฺตา, ตโต เอว ตํ วาทํ อปฺปสาทนียภาวทสฺสเนน โสเสนฺตา เหตุสมฺปตฺติโวหารสุกฺขเนน มิลาเปนฺตา ทุกฺกฏกมฺมการิโนติอาทโย ทส คารยฺหาปเทสา อุปคจฺฉนฺตี’’ติ.
๙. สงฺคติภาวเหตูติ ตตฺถ ตตฺถ ยทิจฺฉาย สมุฏฺฐิตสงฺคตินิมิตฺตํ. สา ปน สงฺคติ นิยติลกฺขณาติ อาห ‘‘นิยติภาวการณา’’ติ. อจฺเฉชฺชสุตฺตาวุตอเภชฺชมณิ วิย หิ ปฏินิยตตา นิยติปวตฺตีติ. ฉฬภิชาติเหตูติ กณฺหาภิชาติ นีลาภิชาติ โลหิตาภิชาติ หลิทฺทาภิชาติ สุกฺกาภิชาติ ปรมสุกฺกาภิชาตีติ อิมาสุ อภิชาตีสุ ชาตินิมิตฺตํ. ปาปสงฺคติกาติ นิหีนสงฺคติกา.
๑๐. อนทฺธภูตนฺติ เอตฺถ อธิ-สทฺเทน สมานตฺโถ อทฺธ-สทฺโทติ อาห – ‘‘อนทฺธภูตนฺติ อนธิภูต’’นฺติ. ยถา อาปายิโก อตฺตภาโว มหตา ทุกฺเขน อภิภุยฺยติ, น ตถา อยนฺติ อาห – ‘‘ทุกฺเขน อนธิภูโต นาม มนุสฺสตฺตภาโว วุจฺจตี’’ติ. ‘‘อเจลโก โหตี’’ติอาทินา (ที. นิ. ๑.๓๙๔) วุตฺตาย นานปฺปการาย ทุกฺกรการิกาย กิลมเถน. ยทิ เอวํ กถํ ธุตงฺคธราติ อาห ‘‘เย ปนา’’ติอาทิ. นิยฺยานิกสาสนสฺมิญฺหิ วีริยนฺติ วิวฏฺฏสนฺนิสฺสิตํ กตฺวา ปวตฺติยมานํ วีริยํ สรีรํ เขทนฺตมฺปิ สมฺมาวายาโม นาม โหติ ญายารทฺธภาวโต.
เถโรติ เอตฺถ อาคตมหารกฺขิตตฺเถโร. ติสฺโส สมฺปตฺติโย มนุสฺสเทวนิพฺพานสมฺปตฺติโย, สีลสมาธิปญฺญาสมฺปตฺติโย วา. ขุรคฺเคเยวาติ ขุเร สีสคฺเค เอว, ขุเร สีสคฺคโต อปนีเต เอวาติ อธิปฺปาโย. อยนฺติ, ‘‘อิสฺสรกุเล นิพฺพตฺโต’’ติอาทินา วุตฺโต. น สพฺเพ เอว สกฺการปุพฺพกํ ปพฺพชิตฺวา อรหตฺตํ ปาปุณนฺตีติ อาห ‘‘โย ทาสิกุจฺฉิย’’นฺติอาทิ. รชตมุทฺทิกนฺติ รชตมยํ องฺคุลิมุทฺทิกํ. โครกปิยงฺคุมตฺเตนปีติ กปิตฺถฉลฺลิกงฺคุปุปฺผคนฺธมตฺเตนปิ.
ธมฺเมน ญาเยน อาคตสุขํ ธมฺมสุขนฺติ อาห – ‘‘สงฺฆโต วา…เป… ปจฺจยสุข’’นฺติ. อมุจฺฉิโตติ อนชฺฌาปนฺโน. อิทานิ ตํ อนชฺฌาปนฺนตํ ตสฺส จ ผลํ ทสฺเสตุํ ‘‘ธมฺมิกํ หี’’ติอาทิ วุตฺตํ. อิมสฺสาติ สมุทยสฺส. โส หิ ปญฺจกฺขนฺธสฺส ทุกฺขสฺส การณภูตตฺตา อาสนฺโน ปจฺจกฺโข กตฺวา วุตฺโต. เตนาห ‘‘ปจฺจุปฺปนฺนาน’’นฺติอาทิ. สงฺขารนฺติ ยถารทฺธาย สาติสยํ กรณโต สงฺขารนฺติ ลทฺธนามํ พลววีริยํ อุสฺโสฬฺหึ. ปทหโตติ ปยุญฺชนฺตสฺส ปวตฺเตนฺตสฺส. มคฺเคน วิราโค โหตีติ อริยมคฺเคน ทุกฺขนิทานสฺส วิรชฺชนา โหติ. เตนาห ‘‘อิทํ วุตฺตํ โหตี’’ติ. อิมินา สุขาปฏิปทา ขิปฺปาภิญฺญา กถิตา อกสิเรเนว สีฆตรํ มคฺคปชานตาย โพธิตตฺตา. มชฺฌตฺตตากาโรติ วีริยูเปกฺขมาห. สงฺขารํ ตตฺถ ปทหตีติ ปธานสงฺขารํ ตตฺถ ทุกฺขนิทานสฺส วิรชฺชนนิมิตฺตํ วิรชฺชนตฺถํ ปทหติ. กถํ? มคฺคปฺปธาเนน จตุกิจฺจปฺปธาเน อริยมคฺเค วายาเมน ปทหติ วายมติ. อชฺฌุเปกฺขโตติ วีริยสฺส อนจฺจารทฺธนาติสิถิลตาย วีริยสมตาโยชเน พฺยาปารากรเณน อชฺฌุเปกฺขโต. เตนาห ‘‘อุเปกฺขํ ภาเวนฺตสฺสา’’ติ. อุเปกฺขาภาวนา จ นาเมตฺถ ตถาปวตฺตา อริยมคฺคภาวนา เอวาติ อาห – ‘‘มคฺคภาวนาย ภาเวตี’’ติ.
เอตฺถ จ เอวํ ปาฬิยา ปทโยชนา เวทิตพฺพา, – ‘‘โส เอวํ ปชานาติ. กถํ? สงฺขารํ เม ปทหโต สงฺขารปทหนา อิมสฺส ทุกฺขนิทานสฺส วิราโค โหติ, อชฺฌุเปกฺขโต เม อุเปกฺขนา อิมสฺส ทุกฺขนิทานสฺส วิราโค โหตี’’ติ. ปฏิปชฺชมานสฺส จายํ ปุพฺพภาควีมํสสฺสาติ คเหตพฺพํ. ตตฺถ สงฺขารปฺปธานาติ สมฺมสนปเทน สุเขเนว ขิปฺปตรํ ภาวนาอุสฺสุกฺกาปนวีริยํ ทสฺสิตนฺติ สุขาปฏิปทา ขิปฺปาภิญฺญา ทสฺสิตา. อชฺฌุเปกฺขโตติ เอตฺถ กสฺสจิ นาติทฬฺหํ กตฺวา ปวตฺติตวีริเยนปิ ทุกฺขนิทานสฺส วิราโค โหติ วิปสฺสนมนุยุญฺชตีติ ทสฺสิตํ. อุภยตฺถาปิ จตุตฺถีเยว ปฏิปทา วิภาวิตาติ ทฏฺฐพฺพํ. อิทานิ, ‘‘ยสฺส หิ ขฺวาสฺส…เป… อุเปกฺขํ ตตฺถ ภาเวตี’’ติ วาเรหิ ตาสํเยว ปฏิปทานํ วเสน เตสํ ปุคฺคลานํ ปฏิปตฺติ ทสฺสิตา. วฏฺฏทุกฺขนิทานสฺส ปริชิณฺณํ อิเมหิ วาเรหิ ทุกฺขกฺขโย วิภาวิโต.
๑๑. พทฺธจิตฺโตติ สมฺพทฺธจิตฺโต. พหลจฺฉนฺโทติ พหลตณฺหาฉนฺโท. อติจริตฺวาติ อติกฺกมิตฺวา. นฏสตฺถวิธินา นจฺจนกา นฏา, นจฺจกา อิตเร. โสมนสฺสํ อุปฺปชฺชติ, ‘‘อีทิสํ นาม อิตฺถึ ปริจฺจชิ’’นฺติ. ฉิชฺชาติ ทฺวิธา โหตุ. ภิชฺชาติ ภิชฺชตุ. ‘‘ฉิชฺช วา ภิชฺชวา’’ติ ปททฺวเยนปิ วินาสเมว วทติ. ญตฺวาติ ปุพฺพภาคญาเณน ชานิตฺวา. ตทุภยนฺติ สงฺขารปทหนอุเปกฺขาภาวนํ.
๑๒. เปเสนฺตสฺสาติ วายมนฺตสฺส. ตํ สนฺธายาติ ทุกฺขาย ปฏิปทาย นิยฺยานตํ สนฺธาย.
อุสุกาโร วิย โยคี เตชนสฺส วิย จิตฺตสฺส อุชุกรณโต. โคมุตฺตวงฺกํ, จนฺทเลขากุฏิลํ, นงฺคลโกฏิชิมฺหํ จิตฺตํ. อลาตา วิย วีริยํ อาตาปน-ปริตาปนโต. กญฺจิกเตลํ วิย สทฺธา สิเนหนโต. นมนทณฺฑโก วิย โลกุตฺตรมคฺโค นิพฺพานารมฺมเณ จิตฺตสฺส นามนโต. โลกุตฺตรมคฺเคน จิตฺตสฺส อุชุกรณํ ภาวนาภิสมยโต ทฏฺฐพฺพํ. อนฺตทฺวยวชฺชิตา มชฺฌิมา ปฏิปตฺตีติ กตฺวา กิเลสคณวิชฺฌนํ ปหานาภิสมโย. อิตรา ปน ปฏิปทา ทนฺธาภิญฺญาติ อิเมสํ ทฺวินฺนํ ภิกฺขูนํ อิมาสุ ทฺวีสุ ยถาวุตฺตาสุ ขิปฺปาภิญฺญาสุ กถิตาสุ, อิตราปิ กถิตาว โหนฺติ ลกฺขณหารนเยน ปฏิปทาสามญฺญโต. สหาคมนียาปิ วา ปฏิปทา กถิตาว, ‘‘น เหว อนทฺธภูตํ อตฺถาน’’นฺติอาทินา ปุพฺพภาคปฏิปทาย กถิตตฺตา. ‘‘อาคมนียปฏิปทา ปน น กถิตา’’ติ อิทํ สวิเสสํ อชฺฌุเปกฺขสฺส อกถิตตํ สนฺธาย วุตฺตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. นิกฺขมนเทสนนฺติ นิกฺขมนุปายํ เทสนํ. เสสํ สุวิญฺเญยฺยเมว.
เทวทหสุตฺตวณฺณนาย ลีนตฺถปฺปกาสนา สมตฺตา.
๒. ปญฺจตฺตยสุตฺตวณฺณนา
๒๑. เอเกติ เอตฺถ เอก-สทฺโท อญฺญตฺโถ, น คณนาทิอตฺโถติ ตํ ทสฺเสนฺโต ‘‘เอกจฺเจ’’ติ อาห. ยํ ปน ปาฬิยํ ‘‘สนฺตี’’ติ วุตฺตํ. เตน เตสํ ทิฏฺฐิคติกานํ วิชฺชมานตาย อวิจฺฉินฺนตา; ตโต จ เนสํ มิจฺฉาคหณโต สิถิลกรณวิเวจเนหิ อตฺตโน เทสนาย กิจฺจการิตา อวิตถตา จ ทีปิตา โหติ. ปรมตฺถสมณพฺราหฺมเณสุ อปรนฺตกปฺปิกตาย เลโสปิ นตฺถีติ อาห ‘‘ปริพฺพชุปคตภาเวนา’’ติอาทิ. สสฺสตาทิวเสน อปรนฺตํ กปฺเปนฺตีติ อปรนฺตกปฺปิโน, เต เอว อปรนฺตกปฺปิกา. ยสฺมา เตหิ อปรนฺตํ ปุริมตรสิทฺเธหิ ตณฺหาทิฏฺฐิกปฺเปหิ กปฺเปตฺวา อาเสวนพลวตาย จ วิกปฺเปตฺวา อปรภาคสิทฺเธหิ อภินิเวสภูเตหิ ตณฺหาทิฏฺฐิคฺคาเหหิ คณฺหนฺติ อภินิวิสนฺติ ปรามสนฺติ; ตสฺมา วุตฺตํ – ‘‘อปรนฺตํ กปฺเปตฺวา วิกปฺเปตฺวา คณฺหนฺตี’’ติ. ตณฺหุปาทานวเสน กปฺปนคหณานิ เวทิตพฺพานิ. ตณฺหาปจฺจยา หิ อุปาทานํ. วุตฺตมฺปิ เจตํ มหานิทฺเทเส อุทฺทานโต สงฺเขปโต. ตณฺหาทิฏฺฐิวเสนาติ ตณฺหาย ทิฏฺฐิยา จ วเสน. ทิฏฺฏิยา วา อุปนิสฺสยภูตาย สหชาตาย อภินนฺทนกาย จ ตณฺหาย สสฺสตาทิอากาเรน อภินิวิสนฺตสฺส มิจฺฉาคาหสฺส จ วเสน. อนาคตธมฺมวิสยาย อธิปฺเปตตฺตา อนาคตกาลวาจโก อิธ อปร-สทฺโท. รูปาทิขนฺธวินิมุตฺตสฺส กปฺปนวตฺถุโน อภาวา อนฺต-สทฺโท ภาควาจโกติ อาห – ‘‘อนาคตํ ขนฺธโกฏฺฐาส’’นฺติ. กปฺเปตฺวาติ จ ตสฺมึ อปรนฺเต ตณฺหาย นาภินิเวสานํ สมตฺตนํ ปรินิฏฺฐาปนมาห. ฐิตาติ ตสฺสา ลทฺธิยา อวิชหนํ.
อนุคตาติ อารมฺมณกรณวเสน อนุ อนุ คตา อปรนฺเต ปวตฺตา. อารพฺภาติ อาลมฺพิตฺวา. วิสโย หิ ตสฺสา ทิฏฺฐิยา อปรนฺโต. วิสยภาวโต เอว หิ โส ตสฺสา อาคมนฏฺฐานํ อารมฺมณปจฺจโย จาติ วุตฺตํ ‘‘อาคมฺม ปฏิจฺจา’’ติ. อธิวจนปทานีติ ปญฺญตฺติปทานิ, ทาสาทีสุ สิริวฑฺฒกาทิสทฺโท วิย วจนมตฺตเมว อธิการํ กตฺวา ปวตฺติยา อธิวจนํ ปญฺญตฺติ. อถ วา อธิ-สทฺโท อุปริภาเว, วุจฺจตีติ วจนํ, อุปริ วจนํ อธิวจนํ, อุปาทานภูตรูปาทีนํ อุปริ ปญฺญาปิยมานา อุปาทาปญฺญตฺตีติ อตฺโถ, ตสฺมา ปญฺญตฺติทีปกปทานีติ อตฺโถ. ปญฺญตฺติมตฺตเญฺหตํ วุจฺจติ, ยทิทํ, ‘‘อตฺตา โลโก’’ติ จ, น รูปเวทนาทโย วิย ปรมตฺโถ. อธิกวุตฺติตาย วา อธิมุตฺติโยติ ทิฏฺฐิโย วุจฺจนฺติ. อธิกญฺหิ สภาวธมฺเมสุ สสฺสตาทึ ปกติอาทึ ทฺรพฺยาทึ ชีวาทึ กายาทิญฺจ อภูตมตฺถํ อชฺฌาโรเปตฺวา ทิฏฺฐิโย ปวตฺตนฺตีติ. อภิวทนฺตีติ, ‘‘อิทเมว สจฺจํ โมฆมญฺญ’’นฺติ อภินิวิสิตฺวา วทนฺติ, ‘‘อยํ ธมฺโม, นายํ ธมฺโม’’ติอาทินา วิวทนฺติ. อภิวทนกิริยาย อชฺชาปิ อวิจฺเฉทภาวทสฺสนตฺถํ วตฺตมานกาลวจนํ.
สญฺญา เอตสฺส อตฺถีติ สญฺญีติ อาห ‘‘สญฺญาสมงฺคี’’ติ. นตฺถิ เอตสฺส โรโค ภงฺโคติ อโรโคติ อโรคสทฺทสฺส นิจฺจปริยายตา เวทิตพฺพา. โรครหิตตาสีเสน วา นิพฺพิการตาย นิจฺจตํ ปฏิชานาติ ทิฏฺฐิคติโกติ อาห ‘‘อโรโคติ นิจฺโจ’’ติ. อิมินาติ, ‘‘สญฺญี อตฺตา อโรโค ปรํ มรณา’’ติ อิมินา วจเนน. โสฬส สญฺญีวาทาติ – รูปีจตุกฺกํ, อรูปีจตุกฺกํ, อนฺตวาจตุกฺกํ, เอกนฺตสุขีจตุกฺกนฺติ – อิเมสํ จตุนฺนํ จตุกฺกานํ วเสน โสฬส สญฺญีวาทา กถิตา. อิเมสุเยว ปุริมานํ ทฺวินฺนํ จตุกฺกานํ วเสน อฏฺฐ สญฺญีวาทา อฏฺฐ จ เนวสญฺญีนาสญฺญีวาทา เวทิตพฺพา. สตฺต อุจฺเฉทวาทาติ มนุสฺสตฺตภาเว กามาวจรเทวตฺตภาเว รูปาวจรเทวตฺตภาเว จตุพฺพิธารุปฺปตฺตภาเว จวิตฺวา สตฺตสฺส อุจฺเฉทปญฺญาปนวเสน สตฺต อุจฺเฉทวาทา กถิตา. อสโต วินาสาสมฺภวโต อตฺถิภาวนิพนฺธโน อุจฺเฉทวาโทติ วุตฺตํ ‘‘สโตติ วิชฺชมานสฺสา’’ติ. ยาวายํ อตฺตา น อุจฺฉิชฺชติ, ตาว วิชฺชติ เอวาติ คหณโต นิรุทยวินาโส อิธ อุจฺเฉโทติ อธิปฺเปโตติ อาห ‘‘อุปจฺเฉท’’นฺติ. วิเสเสน นาโส วินาโส, อภาโว, โส ปน มํสจกฺขุ-ปญฺญาจกฺขุ-ทสฺสนปถาติกฺกโมวาติ อาห ‘‘อทสฺสน’’นฺติ. อทสฺสเน หิ นาส-สทฺโท โลเก นิรุโฬฺห. ภววิคมนฺติ สภาวาปคมนํ โย หิ นิรุทยวินาสวเสน อุจฺฉิชฺชติ, น โส อตฺตโน สภาเวเนว ติฏฺฐติ.
ปญฺจ ทิฏฺฐธมฺมนิพฺพานวาทาติ ปญฺจกามคุณสุขมนุโภควเสน จตุพฺพิธรูปชฺฌานสุขปริโภควเสน จ ทิฏฺฐธมฺเม นิพฺพานปฺปตฺติปญฺญาปนวาทา. ทิฏฺฐธมฺโมติ ทสฺสนภูเตน ญาเณน อุปลทฺธธมฺโม. ตตฺถ โย อนินฺทฺริยวิสโย, โสปิ สุปากฏภาเวน อินฺทฺริยวิสโย วิย โหตีติ อาห – ‘‘ทิฏฺฐธมฺโมติ ปจฺจกฺขธมฺโม วุจฺจตี’’ติ. เตเนว จ, ‘‘ตตฺถ ตตฺถ ปฏิลทฺธอตฺตภาวสฺเสตํ อธิวจน’’นฺติ วุตฺตํ. สญฺญีติ อาทิวเสน ตีหากาเรหิ สนฺตนฺติ สญฺญี อสญฺญี เนวสญฺญีนาสญฺญีติ อิเมหิ อากาเรหิ วิชฺชมานํ, สทา อุปลพฺภมานํ สสฺสตนฺติ อตฺโถ. สญฺญี อตฺตาติอาทีนิ ตีณิ ทสฺสนานิ. สนฺตอตฺถวเสน เอกนฺติ สสฺสตสฺส อตฺตโน วเสน เอกํ ทสฺสนํ. อิตรานิ เทฺวติ อุจฺเฉทวาท-ทิฏฺฐธมฺมนิพฺพานวาทสญฺญิตานิ เทฺว ทสฺสนานิ. ตีณิ หุตฺวา ปญฺจ โหนฺตีติ อิทํ, ‘‘สนฺตอตฺถวเสน เอก’’นฺติ สงฺคหวเสน วุตฺตสฺส สญฺญีติ อาทิวิภาควเสน วุตฺตตฺตา สุวิญฺเญยฺยนฺติ อฏฺฐกถายํ น อุทฺธฏํ.
๒๒. รูปีํ วาติ เอตฺถ (ที. นิ. ฏี. ๑.๗๖-๗๗) ยทิ รูปํ อสฺส อตฺถีติ รูปีติ อยมตฺโถ อธิปฺเปโต. เอวํ สติ รูปวินิมุตฺเตน อตฺตนา ภวิตพฺพํ สญฺญาย วิย รูปสฺสปิ อตฺตนิยตฺตา. น หิ สญฺญี อตฺตาติ เอตฺถ สญฺญา อตฺตา. ตถา หิ วุตฺตํ สุมงฺคลวิลาสินิยํ (ที. นิ. อฏฺฐ. ๑.๗๖-๗๗) ‘‘ตตฺถ ปวตฺตสญฺญญฺจสฺส สญฺญาติ คเหตฺวาติ วุตฺต’’นฺติ. เอวํ สนฺเต, ‘‘กสิณรูปํ อตฺตาติ คณฺหาตี’’ติ อิทํ กถนฺติ? น โข ปเนตํ เอวํ ทฏฺฐพฺพํ – ‘‘รูปํ อสฺส อตฺถีติ รูปี’’ติ, อถ โข ‘‘รุปฺปนสีโล รูปี’’ติ. รุปฺปนญฺเจตฺถ รูปสริกฺขตาย กสิณรูปสฺส วฑฺฒิตาวฑฺฒิตกาลวเสน วิเสสาปตฺติ, สา จ นตฺถีติ น สกฺกา วตฺตุํ ปริตฺตวิปุลตาทิวิเสสสพฺภาวโต. ยทิ เอวํ อิมสฺส วาทสฺส สสฺสตทิฏฺฐิสงฺคโห น ยุชฺชตีติ? โน น ยุชฺชติ กายเภทโต อุทฺธํ อตฺตโน นิพฺพิการตาย เตน อธิปฺเปตตฺตา. ตถา หิ วุตฺตํ ‘‘อโรโค ปรํ มรณา’’ติ. อถ วา ‘‘รูปํ อสฺส อตฺถีติ รูปี’’ติ วุจฺจมาเนปิ น โทโส. กปฺปนาสิทฺเธนปิ หิ เภเทน สามินิทฺเทสทสฺสนโต ยถา ‘‘สิลาปุตฺตกสฺส สรีร’’นฺติ. รุปฺปนํ วา รุปฺปนสภาโว รูปํ, ตํ เอตสฺส อตฺถีติ รูปี, อตฺตา ‘‘รูปิโน ธมฺมา’’ติอาทีสุ (ธ. ส. ๑๑ ทุกมาติกา) วิย. เอวญฺจ กตฺวา รูปสภาวตฺตา อตฺตโน ‘‘รูปํ อตฺตา’’ติ วจนํ ญายาคตเมวาติ ‘‘กสิณรูปํ อตฺตาติ คณฺหาตี’’ติ วุตฺตํ. อรูปินฺติ เอตฺตาปิ วุตฺตนยานุสาเรน ยถารหํ อตฺโถ วตฺตพฺโพ. สนฺตสุขุมํ มุญฺจิตฺวา ตพฺพิปรีตสฺส คหเณ การณํ นตฺถีติ ลาภี, ‘‘กสิณรูปํ อตฺตา’’ติ คณฺหาตีติ ลาภิตกฺกิโน ฐเปตฺวา, เสสตกฺกี ลาภิคฺคหเณเนว คหิตา. อนุสฺสุติตกฺกิโกปิ สุทฺธตกฺกิโกปิ วา นิรงฺกุสตฺตา ตกฺกนสฺส กสิณรูปมฺปิ อตฺตาติ กทาจิปิ คเณฺหยฺยาติ วุตฺตํ – ‘‘อุโภปิ รูปานิ คณฺหาติเยวา’’ติ. สุทฺธตกฺกิกสฺส อุภยคฺคหณํ น กตํ, ตสฺมา สาสงฺกวจนํ.
กสิณุคฺฆาฏิมากาส-ปฐมารุปฺปวิญฺญาณ-นตฺถิภาวอากิญฺจญฺญายตนานิ อรูปสมาปตฺตินิมิตฺตํ. ฐเปตฺวา สญฺญากฺขนฺธนฺติ อิทํ สญฺญาย อตฺตนิยตํ หทเย กตฺวา วุตฺตํ. ‘‘รูปึ วา’’ติ เอตฺถ วุตฺตนเยน ปน อตฺเถ วุจฺจมาเน สญฺญากฺขนฺธํ พหิทฺธา อกตฺวา ‘‘อรูปธมฺเม’’อิจฺเจว วตฺตพฺพํ สิยา. มิสฺสกคฺคาหวเสนาติ รูปารูปสมาปตฺตีนํ นิมิตฺตานิ เอกชฺฌํ กตฺวา, ‘‘เอโก อตฺตา’’ติ, ตตฺถ ปวตฺตสญฺญญฺจสฺส, ‘‘สญฺญา’’ติ คหณวเสน. อยญฺหิ ทิฏฺฐิคติโก รูปารูปสมาปตฺติลาภิตาย ตํนิมิตฺตํ รูปภาเวน อรูปภาเวน จ คเหตฺวา อุปติฏฺฐติ, ตสฺมา, ‘‘รูปี อรูปี จา’’ติ อภินิเวสํ ชเนติ อชฺฌตฺตวาทิโน วิย ตกฺกมตฺเตเนว วา รูปารูปธมฺเม มิสฺสกวเสน คเหตฺวา, ‘‘รูปี จ อรูปีจ อตฺตา โหตี’’ติ. ตกฺกคาเหเนวาติ สงฺขาราวเสสสุขุมภาวปฺปตฺตธมฺมา วิย จ อจฺจนฺตสุขุมภาวปตฺติยา สกิจฺจสาธนาสมตฺถตาย ถมฺภกุฏฺฏหตฺถปาทานํ สงฺฆาโต วิย เนว รูปี, รูปสภาวานติวตฺตนโต น อรูปีติ เอวํ ปวตฺตตกฺกคาเหน. ลาภิวเสนปิ วา อนฺตานนฺติกจตุตฺถวาเท วกฺขมานนเยน อญฺญมญฺญปฏิปกฺขวเสน อตฺโถ เวทิตพฺโพ. เกวลํ ปน ตตฺถ เทสกาลเภทวเสน ตติยจตุตฺถวาทา อิจฺฉิตา; อิธ กาลวตฺถุ เภทวเสนาติ อยเมว วิเสโส. กาลเภทวเสน เจตฺถ ตติยวาทสฺส ปวตฺติ รูปารูปนิมิตฺตานํ สห อนุปฏฺฐานโต; จตุตฺถวาทสฺส ปน วตฺถุเภทวเสน ปวตฺติ รูปารูปธมฺมานํ สมูหโต, ‘‘เอโก อตฺตา’’ติ ตกฺกวเสนาติ ตตฺถ วกฺขมานนยานุสาเรน เวทิตพฺพํ.
ยทิปิ อฏฺฐสมาปตฺติลาภิโน ทิฏฺฐิคติกสฺส วเสน สมาปตฺติเภเทน สญฺญานานตฺตสมฺภวโต ทุติยทิฏฺฐิปิ สมาปนฺนกวเสน ลพฺภติ; ตถาปิ สมาปตฺติยํ เอกรูเปเนว สญฺญาย อุปฏฺฐานโต, ‘‘ปฐมทิฏฺฐิ สมาปนฺนกวาเรน กถิตา’’ติ อาห. เตเนเวตฺถ สมาปนฺนกคฺคหณํ กตํ. เอกสมาปตฺติลาภิโน เอว วา วเสน อตฺโถ เวทิตพฺโพ. สมาปตฺติ เภเทน สญฺญาเภทสมฺภเวปิ พหิทฺธา ปุถุตฺตารมฺมเณ สญฺญานานตฺเตน โอฬาริเกน นานตฺตสญฺญีติ, ‘‘ทุติยทิฏฺฐิ อสมาปนฺนกวาเรนา’’ติ อาห. อวฑฺฒิตกสิณวเสน ปริตฺตสญฺญิตํ, วฑฺฒิตกสิณวเสน อปฺปมาณสญฺญิตํ ทสฺเสตุํ, ‘‘ตติยทิฏฺฐิ สุปฺปมตฺเตน วา สราวมตฺเตน วา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ‘‘องฺคุฏฺฐปฺปมาโณ วา อตฺตา ยวปฺปมาโณ, อณุมตฺโต วา อตฺตา’’ติอาทิทสฺสนวเสน (อุทา. อฏฺฐ. ๕๔; ที. นิ. ฏี. ๑.๗๖-๗๗) ปริตฺโต สญฺญีติ ปริตฺตสญฺญี. กปิลกณาทาทโย (วิภ. อนุฏี. ๑๘๙) วิย อตฺตโน สพฺพคตภาวปฏิชานนวเสน อปฺปมาโณ สญฺญีติ อปฺปมาณสญฺญีติ เอวมฺเปตฺถ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ.
เอตนฺติ, ‘‘รูปึ วา’’ติอาทินา ยถาวุตฺตอตฺตวาทํ. เอเกสนฺติ เอกจฺจานํ. อุปาติวตฺตตนฺติ อติกฺกมนฺตานํ. นิทฺธารเณ เจตํ สามิวจนํ. วิญฺญาณกสิณเมเก อภิวทนฺตีติ โยชนา. เตนาห – ‘‘สญฺญํ…เป… อภิวทนฺตี’’ติ. ตตฺถ ‘‘สญฺญํ ฐเปตฺวา เสสานิ ตีณี’’ติ อิทํ สญฺญาย จตุกฺกมฺปิ ปริปุณฺณเมว คเหตฺวา, อปเร อฏฺฐกนฺติ วทนฺติ. ตทุภยนฺติ ตํ สญฺญาอฏฺฐกนฺติ วุตฺตํ อุภยํ. ปรโต อาวิ ภวิสฺสตีติ, ‘‘จตสฺโส รูปสญฺญี’’ติอาทินา อุปริ ปกาเสสฺสติ. วกฺขติ หิ – ‘‘โกฏฺฐาสโต อฏฺฐ, อตฺถโต ปน สตฺต สญฺญา โหนฺตี’’ติ (ม. นิ. อฏฺฐ. ๓.๒๒). เอตฺถาติ, ‘‘เอตํ วา ปนา’’ติ เอตสฺมึ วาเกฺย. สมติกฺกมิตุํ สกฺโกนฺติ ตตฺถ อาทีนวทสฺสเนน ตทุทฺธํ อานิสํสทสฺสเนน จ พฺรูหิตสทฺธาทิ คุณตฺตา, วิปริยาเยน อสกฺกุณนํ เวทิตพฺพํ. เย สกฺโกนฺติ, เตว คหิตา เตสํเยว วเสน วกฺขมานสฺส วิเสสสฺส วตฺตุํ สกฺกุเณยฺยตฺตา. สกฺโกนฺตานญฺจ เนสํ อุปาติวตฺตนํ อตฺตโน ญาณพลานุรูปนฺติ อิมมตฺถํ อุปมาย ทสฺเสตุํ, ‘‘เตสํ ปนา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ อปฺปมาณนฺติ อปฺปมาณารมฺมโณ, อปฺปมาณารมฺมณตา จสฺส อาคมนวเสน เวทิตพฺพา อนนฺตารมฺมณโต วา. น หิ อารมฺมเณ อนนฺตนฺติ ปรมานนฺตสฺส ปมาณํ วา คณฺหาติ. สุขทุกฺเขหิ อนิญฺชนโต รูปวิราคภาวนาวิเสสตาย จ อาเนญฺชํ ปตฺวา ติฏฺฐติ, อยํ โน อตฺตาติ อภิวทนฺตา ติฏฺฐนฺติ. วิญฺญาณกสิณเมเกติ วิญฺญาณญฺจายตนํ เอเก ทิฏฺฐิคติกา อตฺตาติ วทนฺติ. เตนาห – ‘‘วิญฺญาณญฺจายตนํ ตาว ทสฺเสตุ’’นฺติ. ตสฺส ปน อารมฺมณภูตํ กสิณุคฺฆาฏิมากาเส ปวตฺตวิญฺญาณนฺติ อปเร. ตญฺหิ กสิณํ มนสิการวเสน, ‘‘วิญฺญาณกสิณ’’นฺติ, วิญฺญาณญฺจ ตํ อารมฺมณฏฺเฐน อายตนญฺจาติ, ‘‘วิญฺญาณญฺจายตน’’นฺติ จ วุจฺจติ. อากิญฺจญฺญายตนเมเกติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย.
ตยิทนฺติ ย-กาโร ปทสนฺธิกโรติ อาห ‘‘ตํ อิท’’นฺติ. ทิฏฺฐิคตนฺติ ยถา วุตฺตํ ‘‘สญฺญี อตฺตา’’ติ เอวํ วุตฺตํ ทิฏฺฐึ. ทิฏฺฐิเยว หิ ทิฏฺฐิคตํ ‘‘มุตฺตคตํ (ม. นิ. ๒.๑๑๙; อ. นิ. ๙.๑๑), สงฺขารคต’’นฺติอาทีสุ (มหานิ. ๔๑) วิย. คนฺตพฺพาภาวโต วา ทิฏฺฐิยา คตมตฺตํ ทิฏฺฐิคตํ, ทิฏฺฐิยา คหณมตฺตนฺติ อตฺโถ. ทิฏฺฐิปกาโร วา ทิฏฺฐิคตํ. โลกิยา หิ วิธยุตฺตคตปการสทฺเท สมานตฺเถ อิจฺฉนฺติ. ทิฏฺฐิปจฺจโย ทิฏฺฐิการณํ, อวิชฺชาทิ ทิฏฺฐิฏฺฐานนฺติ อตฺโถ. ตตฺถ อวิชฺชาปิ หิ ทิฏฺฐิฏฺฐานํ อุปนิสฺสยาทิภาวโต. ยถาห – ‘‘อสฺสุตวา, ภิกฺขเว, ปุถุชฺชโน อริยานํ อทสฺสาวี อริยธมฺมสฺส อโกวิโท’’ติอาทิ (ธ. ส. ๑๐๐๗). ผสฺโสปิ ทิฏฺฐิฏฺฐานํ. ยถาห ‘‘ตทปิ ผสฺสปจฺจยา’’ติ (ที. นิ. ๑.๑๑๘-๑๒๔). สญฺญาปิ ทิฏฺฐิฏฺฐานํ. ยถาห ‘‘สญฺญานิทานา หิ ปปญฺจสงฺขา’’ติ (สุ. นิ. ๘๘๐; มหานิ. ๑๐๙). วิตกฺโกปิ ทิฏฺฐิฏฺฐานํ. ยถาห – ‘‘ตกฺกญฺจ ทิฏฺฐีสุ ปกปฺปยิตฺวา, สจฺจํ มุสาติ ทฺวยธมฺมมาหู’’ติ (สุ. นิ. ๘๙๒; มหานิ. ๑๒๑). อโยนิโสมนสิกาโรปิ ทิฏฺฐิฏฺฐานํ. ยถาห – ‘‘ตสฺเสวํ มนสิกโรโต ฉนฺนํ ทิฏฺฐีนํ อญฺญตรา ทิฏฺฐิ อุปฺปชฺชติ, อตฺถิ เม อตฺตาติ ตสฺส สจฺจโต เถตโต ทิฏฺฐิ อุปฺปชฺชตี’’ติ (ม. นิ. ๑.๑๙). ทิฏฺฐารมฺมณนฺติ ทิฏฺฐิอารมฺมณภูตํ อุปาทานกฺขนฺธปญฺจกํ. เตนาห – ‘‘รูปํ อตฺตโต สมนุปสฺสตี’’ติอาทิ (ปฏิ. ม. ๑.๑๓๐). รูปเวทนาทิวินิมุตฺตสฺส ทิฏฺฐิยา อารมฺมณสฺส อภาวโต อนาทิยิตฺวา อิทเมว ทสฺเสติ – ‘‘อิมินา ปจฺจเยน อิทํ นาม ทสฺสนํ คหิต’’นฺติ. อิมินา ปจฺจเยนาติ วา เอตฺถ ปจฺจยคฺคหเณน อารมฺมณมฺปิ คหิตเมวาติ ทฏฺฐพฺพํ.
ตเทวาติ ทิฏฺฐิคตญฺเจว ทิฏฺฐิปจฺจยญฺจ. รูปสญฺญานนฺติ เอตฺถ อิติ-สทฺโท อาทิอตฺโถ. เอวํ-สทฺโท ปการตฺโถ, ‘‘ยทิ รูปสญฺญาน’’นฺติอาทินา ปกาเรน วุตฺตสญฺญานนฺติ อตฺโถ. นิรุปกฺกิเลสา นีวรณาทิ อุปกฺกิเลสวิมุตฺติโต. อุตฺตมา ปณีตภาวปฺปตฺติโต, ตโต เอว เสฏฺฐา, เสฏฺฐตฺตา เอว อุตฺตริตราภาวโต อนุตฺตริยา. อกฺขายตีติ อุปฏฺฐาติ. อากิญฺจญฺญายตนสญฺญาย วิสุํ วุจฺจมานตฺตา จตุตฺถารุปฺปสญฺญาย จ อิมสฺมึ สญฺญีวาเท อโนตรณโต, ‘‘ยทิ อารุปฺปสญฺญานนฺติ อิมินา อากาสานญฺจายตน-วิญฺญาณญฺจายตนสญฺญา’’อิจฺเจว วุตฺตํ. อิตเรหิ ปน ทฺวีหีติ, ‘‘ยทิ เอกตฺตสญฺญานํ, ยทิ นานตฺตสญฺญาน’’นฺติ อิเมหิ ทฺวีหิ ปเทหิ. สมาปนฺนกวาโร จ ตถา อิธ กถิโตติ อธิปฺปาโย. โกฏฺฐาสโต อฏฺฐ สญฺญา จตุกฺกทฺวยสงฺคหโต. เอกตฺตสญฺญีปทํ ฐเปตฺวา อตฺถโต ปน สตฺต สญฺญา โหนฺติ อคฺคหิตคฺคหเณนาติ อธิปฺปาโย. เตนาห – ‘‘สมาปนฺนก…เป… สงฺคหิโตเยวา’’ติ.
สญฺญาคตนฺติ สญฺญาวเสน คตํ, สญฺญาสงฺคหํ คตํ วา. ตสฺส ปน อทิฏฺฐิคตสฺสปิ อุปลพฺภมานตฺตา, ‘‘สทฺธึ ทิฏฺฐิคเตนา’’ติ วุตฺตํ. ปจฺจเยหิ สมาคนฺตฺวา กตนฺติ สห การณภูเตหิ ปจฺจเยหิ เตเนว สห การณภาเวน สมาคนฺตฺวา นิพฺพตฺติตํ; ปฏิจฺจสมุปฺปนฺนนฺติ อตฺโถ. สงฺขตตฺตา โอฬาริกํ อุปฺปาทวยญฺญถตฺตสพฺภาวโต. ยสฺส หิ อุปฺปาโท ปญฺญายติ, วโย ปญฺญายติ, ฐิตสฺส อญฺญถตฺตํ ปญฺญายติ, ตํ ขเณ ขเณ ภิชฺชนสภาวโต ปสฺสนฺตสฺส ปากฏภูตวิการํ โอฬาริกํ สิยา. น เจตฺถ มคฺคผลธมฺมา นิทสฺเสตพฺพา เตสํ ตถา อนนุปสฺสิตพฺพโต; เตสมฺปิ สงฺขตภาเวน อิตเรหิ สมานโยคกฺขมตาย ทุนฺนิวารยภาวโต. ตถา หิ ‘‘อเสสวิราคนิโรธา’’ติ (อุทา. ๓) วจนโต มคฺคสฺสปิ นิสฺสรณภาเวน ‘‘อตฺถิ โข ปน สงฺขารานํ นิโรโธ’’ติ นิพฺพานเมเวตฺถ ปฏิโยคภาเวน อุทฺธฏํ ‘‘นิรุชฺฌนฺติ เอตฺถา’’ติ กตฺวา. นิโรธสงฺขาตํ นิพฺพานํ นาม อตฺถีติ เอตฺถ, – ‘‘อตฺถิ, ภิกฺขเว, อชาตํ อภูตํ อสงฺขต’’นฺติ สุตฺตปทํ (อุทา. ๗๓) อาเนตฺวา วตฺตพฺพํ. นิพฺพานทสฺสีติ สจฺฉิกิริยาภิสมยวเสน นิพฺพานทสฺสี, ตโต เอว อิตราภิสมยตฺถสิทฺธิยา ตํ สงฺขตํ อติกฺกนฺโต.
๒๓. อฏฺฐสุ อสญฺญีวาเทสูติ อิทํ พฺรหฺมชาเล (ที. นิ. ๑.๗๘-๘๐) อาคตนเยน วุตฺตเมว หิ สนฺธาย เหฏฺฐา, ‘‘สญฺญีติ อิมินา อฏฺฐ อสญฺญีวาทา กถิตา’’ติ วุตฺตํ. อิธ ปน จตฺตาโร วาทา เอว อุทฺธฏา. เตนาห ‘‘อสญฺญี’’ติอาทิ. เอส นโย ปรโต ‘‘อฏฺฐสุ เนวสญฺญีนาสญฺญีวาเทสู’’ติ เอตฺถาปิ. สญฺญาย สติ ตาย เวทนาคาหสพฺภาวโต ‘‘อาพาธนฏฺเฐน สญฺญา โรโค’’ติ วุตฺตํ. ทุกฺขตาสูลโยคโต กิเลสาสุจิปคฺฆรณโต อุปฺปาทชราภงฺเคหิ อุทฺธุมาตปกฺกปภิชฺชนโต จ สญฺญา คณฺโฑ; สฺวายมตฺโถ โทสทุฏฺฐตาย เอว โหตีติ อาห – ‘‘สโทสฏฺเฐน คณฺโฑ’’ติ. ปีฬาชนนโต อนฺโตตุทนโต ทุรุทฺธรณโต จ สญฺญา สลฺลํ; สฺวายมตฺโถ อตฺตภาวํ อนุปวิสิตฺวา อวฏฺฐาเนนาติ อาห ‘‘อนุปวิฏฺฐฏฺเฐน สลฺล’’นฺติ. ปฏิสนฺธิคฺคหเณ วิญฺญาณํ กุโตจิ อาคตํ วิย โหตีติ วุตฺตํ ‘‘ปฏิสนฺธิวเสน อาคติ’’นฺติ. คตินฺติ ปวตฺตึ. สา ปน ตาสุ ตาสุ คตีสุ วุตฺติ โหตีติ วุตฺตํ – ‘‘จุติวเสน คติ’’นฺติ; วฑฺฒนวเสน ฆนปพนฺธวเสนาติ อตฺโถ. เตนาห ‘‘อปราปร’’นฺติ. อปราปรญฺหิ ปพนฺธวเสน ปวตฺตมานํ วิญฺญาณํ นนฺทูปเสจนํ; อิตรํ ขนฺธตฺตยํ วา นิสฺสาย อภิวุทฺธึ ปติฏฺฐํ มหนฺตญฺจ ปาปุณาตีติ. ปวฑฺฒวเสน วา คตึ, นิกฺเขปวเสน จุตึ, ตโต อปราปรญฺจ รูปปวตฺตนวเสน อุปปตฺตึ, อินฺทฺริยปริปากวเสน วุฑฺฒึ ตสฺส ตสฺส กมฺมสฺส กตูปจิตภาเวน วิรุฬฺหึ; ตสฺส กมฺมสฺส ผลนิพฺพตฺติยา เวปุลฺลนฺติ โยเชตพฺพํ.
กามญฺจาติอาทินา ‘‘อญฺญตฺร รูปา’’ติอาทิกา โจทนา ลกฺขณวเสน วุตฺตาติ ทสฺเสตฺวา อยญฺจ นโย โจทนาย อวิสิฏฺฐวิสยตาย สิยา; วิสิฏฺฐวิสยา ปนายํ โจทนาติ ทสฺเสตุํ, ‘‘อยํ ปน ปโญฺห’’ติอาทิ วุตฺตํ. เอตฺตเก ขนฺเธติ ยถาวุตฺเต รูปเวทนาทิเก จตฺตาโร ขนฺเธ. อญฺญตฺร รูปาติ อิมินา ยตฺถ กตฺถจิ รูเปน วินา วิญฺญาณสฺส ปวตฺติ นตฺถีติ ทีปิตํ โหติ. ภววิเสสโจทนาย สภาวโต เอว วิญฺญาเณน วินา รูปสฺสปิ ปวตฺติ นตฺถีติ ทีปิตํ โหตีติ อาห – ‘‘อรูปภเวปิ รูปํ, อสญฺญาภเว จ วิญฺญาณํ อตฺถี’’ติ. นิโรธสมาปนฺนสฺสาติ สญฺญาเวทยิตนิโรธํ สมาปนฺนสฺสปิ วิญฺญาณํ อตฺถิ. พฺยญฺชนจฺฉายาย เจ อตฺถํ ปฏิพาหสีติ ยทิ สทฺทตฺถเมว คเหตฺวา อธิปฺปายํ น คณฺหสิ เนยฺยตฺถํ สุตฺตนฺติ. เอตฺถ จ อสญฺญภเว นิพฺพตฺตสตฺตวเสน ปฐมวาโท; สญฺญํ อตฺตโต สมนุปสฺสตีติ เอตฺถ วุตฺตนเยน สญฺญํเยว อตฺตาติ คเหตฺวา ตสฺส กิญฺจนภาเวน ฐิตาย อญฺญาย สญฺญาย อภาวโต อสญฺญีติ ปวตฺโต ทุติยวาโท; ตถา สญฺญาย สห รูปธมฺเม สพฺเพ เอว วา รูปารูปธมฺเม อตฺตาติ คเหตฺวา ปวตฺโต ตติยวาโท; ตกฺกคฺคาหวเสเนว ปวตฺโต จตุตฺถวาโท. เตสุ ยํ วตฺตพฺพํ, ตํ เหฏฺฐา วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพํ. เนวสญฺญีนาสญฺญีวาเทปิ อสญฺญภเว นิพฺพตฺตสฺส สตฺตสฺส จุติปฏิสนฺธีสุ; สพฺพตฺถ วา ปฏุสญฺญากิจฺจํ กาตุํ อสมตฺถาย สุขุมาย สญฺญาย อตฺถิภาวปฏิชานนวเสน ปฐมวาโท; อสญฺญีวาเท วุตฺตนเยน สุขุมาย สญฺญาย วเสน สญฺชานนสภาวตาปฏิชานนวเสน จ ทุติยวาทาทโย ปวตฺตาติ. เอวเมตฺถ เอเตสํ วาทานํ สพฺภาโว เวทิตพฺโพ. เสสํ วุตฺตนยเมว.
๒๔. ยตฺถ น สญฺญา, ตตฺถ ญาณสฺส สมฺภโว เอว นตฺถีติ อาห – ‘‘อสญฺญา สมฺโมโห’’ติ, อสญฺญภาโว นาม สมฺโมหปฺปวตฺตีติ อตฺโถ. ยถา นิยฺยนฺตีติ นิยฺยานิยาติ พหุลํ วจนโต กตฺตุสาธโน นิยฺยานิยสทฺโท, เอวํ อิธ วิญฺญาตพฺพสทฺโทติ อาห – ‘‘วิชานาตีติ วิญฺญาตพฺพ’’นฺติ, วิชานนํ วิญฺญาณนฺติ อตฺโถ. เตน ทิฏฺฐสุตมุตวิญฺญาตพฺพมตฺเตนาติ ทิฏฺฐสุตมุตวิญฺญาณปฺปมาเณนาติ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. เตนาห – ‘‘ปญฺจทฺวาริกสญฺญาปวตฺติมตฺเตนา’’ติ, นิพฺพิกปฺปภาวโต ปญฺจทฺวาริกสญฺญาปวตฺติสเมน ภาวนาภินีหาเรนาติ อตฺโถ. โอฬาริกสงฺขารปฺปวตฺติมตฺเตนาติ โอฬาริกานํ สงฺขารานํ ปวตฺติยา. โอฬาริกสงฺขาราติ เจตฺถ อากิญฺจญฺญายตนปริโยสานา สมาปตฺติธมฺมา อธิปฺเปตา. อุปสมฺปทนฺติ เย สญฺญาย, อสญฺญิภาเว จ โทสํ ทิสฺวา เนวสญฺญานาสญฺญายตนํ วณฺเณนฺตาปิ รูปชฺฌานปฏิลาภมตฺเตน ตสฺส สมฺปาทนํ ปฏิลาภํ อธิคมํ ปญฺญเปนฺติ, เตสํ ตสฺส พฺยสนํ อกฺขายติ อนุปายภาวโต. เตนาห ‘‘วินาโส’’ติอาทิ. วุฏฺฐานนฺติ สทิสสมาปชฺชนปุพฺพกํ ปริวุฏฺฐานํ. สมาปตฺติ เอว เตสํ นตฺถิ อนธิคตตฺตา. โอฬาริกสงฺขารปฺปวตฺติยา อนฺตมโส อากิญฺจญฺญายตนสงฺขารปฺปวตฺติยาปิ ปตฺตพฺพนฺติ น อกฺขายติ เตปิ สมติกฺกมิตฺวา ปตฺตพฺพโต. สงฺขารานนฺติ นิทฺธารเณ สามิวจนํ. อวเสสาติ อิโต ปรํ สุขุมภาโว นาม นตฺถีติ สุขุมภาวาปตฺติยา อวเสสา. เตนาห – ‘‘ภาวนาวเสน สพฺพสุขุมภาวํ ปตฺตา สงฺขารา’’ติ. เอตนฺติ เนวสญฺญานาสญฺญายตนํ, ปตฺตพฺพํ นาม โหติ ตาทิสสงฺขารปฺปตฺติยํ ตพฺโพหารโต. สงฺขตํ สเมจฺจ สมฺภุยฺย ปจฺจเยหิ กตตฺตา.
๒๕. ‘‘เย เต สมณพฺราหฺมณา สโต สตฺตสฺส อุจฺเฉทํ วินาสํ วิภวํ ปญฺญเปนฺตี’’ติ (ม. นิ. ๓.๒๕) วกฺขมานตฺตา สพุทฺธิยํ วิปริวตฺตมาเน เอกชฺฌํ คเหตฺวา, ‘‘ตตฺรา’’ติ ภควตา วุตฺตนฺติ อาห – ‘‘ตตฺราติ สตฺตสุ อุจฺเฉทวาเทสุ ภุมฺม’’นฺติ. อุทฺธํ สรนฺติ อุทฺธํ คตํ สรนฺตาติ ตํ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘อุทฺธํ วุจฺจตี’’ติอาทิ. สรนฺตาติ ยตฺถ ปตฺเถนฺติ น ลภนฺติ, ตํ ชานนฺตา. อาสตฺตินฺติ อาสีสนํ. เปจฺจาติ ปรโลเก. วาณิชูปมา วิยาติ ภวปริยาปนฺนผลวิเสสาเปกฺขาย ปฏิปชฺชนโต. สกฺกายสฺส ภยาติ สนฺโต กาโยติ สกฺกาโย, ปรมตฺถโต วิชฺชมาโน ธมฺมสมูโหติ กตฺวา อุปาทานกฺขนฺธปญฺจกํ, ตโต ภายเนน. มา ขียิ มา ปริกฺขยํ อคมาสิ. มา โอสีทิ มา เหฏฺฐา ภสฺสิ. อพฺภนฺติ อากาสํ มา อุนฺทฺริยิ มา ภิชฺชิตฺวา ปติ. คทฺทุเลน พทฺโธ คทฺทุลพทฺโธ. ทฬฺหถมฺโภ วิย ขีโล วิย จ สกฺกาโย ทุมฺโมจนียโต. สา วิย ทิฏฺฐิคติโก ตสฺส อนุปริวตฺตนโต. ทณฺฑโก วิย ทิฏฺฐิ เฉทนกรณาย อสมตฺถภาวกรณโต. รชฺชุ วิย ตณฺหา พนฺธนโต จ, อารมฺมณกรณวเสน สมนฺนาคมนวเสน จ สมฺพทฺธภาวโต. เตน วุตฺตํ – ‘‘ทิฏฺฐิทณฺฑเก ปเวสิตาย ตณฺหารชฺชุยา’’ติ.
๒๖. ภควา อตฺตโน เทสนาวิลาเสน เวเนยฺยชฺฌาสยวเสน (จตุจตฺตารีส อปรนฺตกปฺปิกวาทา ตตฺถ ตตฺถ อนฺโตคธาติ) อุทฺเทสวเสน ปญฺเจว สงฺคเหตฺวา ยถุทฺเทสํ นิคเมนฺโต, ‘‘อิมาเนว ปญฺจายตนานี’’ติ อาห. ตตฺถ ทุกฺขสฺส นิมิตฺตภาวโต ทิฏฺฐิคตานํ การณฏฺเฐน อายตนตฺโถติ วุตฺตํ – ‘‘อิมาเนว ปญฺจ การณานี’’ติ. สญฺญีอาทิวเสน ตีณิ อุจฺเฉทวาโทติ จตฺตาริ ภาชิตานิ. อิตรํ ปน ทิฏฺฐธมฺมนิพฺพานํ กุหึ ปวิฏฺฐํ? สรูปโต อภาชิตตฺตา ยถาภาชิเตสุ วาเทสุ กตฺถ อนฺโตคธนฺติ ปุจฺฉติ. อุทฺเทเส ปน สรูปโต คหิตเมว, ‘‘ทิฏฺฐธมฺมนิพฺพานํ วา ปเนเก อภิวทนฺตี’’ติ. อิตโร เอกตฺตสญฺญีวาเท นานตฺตสญฺญีวาเท อนฺโตคธนฺติ ทสฺเสนฺโต ‘‘เอกตฺต…เป… เวทิตพฺพ’’นฺติ อาห ยถาสุขญฺเจตํ วุตฺตํ. ปฐโม หิ ทิฏฺฐธมฺมนิพฺพานวาโท นานตฺตสญฺญีวาเท อนฺโตคโธ, อิตเร จตฺตาโร เอกตฺตสญฺญีวาเท.
๒๗. อตีตโกฏฺฐาสสงฺขาตนฺติ อตีตํ ขนฺธโกฏฺฐาสสงฺขาตํ ปุพฺพนฺตํ. ปุพฺเพ นิวุตฺถธมฺมวิสยา กปฺปนา อิธาธิปฺเปตา, ตสฺมา อตีตกาลวาจโก อิธ ปุพฺพสทฺโท, รูปาทิขนฺธวินิมุตฺตญฺจ กปฺปนาวตฺถุ นตฺถิ, อนฺตสทฺโท จ โกฏฺฐาสวาจโก. เตน วุตฺตํ ‘‘อตีตโกฏฺฐาสสงฺขาตํ ปุพฺพนฺตํ กปฺเปตฺวา’’ติ. ‘‘กปฺเปตฺวา’’ติ จ ตสฺมึ ปุพฺพนฺเต ตณฺหายนาภินิวิสานํ สมตฺถนํ ปรินิฏฺฐาปนํ วทติ. เสสมฺปีติ ‘‘ปุพฺพนฺตานุทิฏฺฐี’’ติ เอวมาทิกํ. ปุพฺเพ วุตฺตปฺปการนฺติ ‘‘อปรนฺตานุทิฏฺฐิโน’’ติอาทีสุ วุตฺตปฺปการํ. เอเกกสฺมิญฺจ อตฺตาติ อาหิโต อหํมาโน เอตฺถาติ กตฺวา, โลโกติ โลกิยนฺติ เอตฺถ ปุญฺญปาปานิ ตพฺพิปากา จาติ กตฺวา, ตํ ตํ คหณวิเสสํ อุปาทาย ปญฺญาปนํ โหตีติ อาห – ‘‘รูปาทีสุ อญฺญตรํ อตฺตาติ จ โลโกติ จ คเหตฺวา’’ติ. สพฺพทาภาเวน สสฺสโต. อมโร นิจฺโจ ธุโวติ ตสฺเสว เววจนานิ. มรณาภาเวน อมโร, อุปฺปาทาภาเวน สพฺพกาลํ วตฺตนโต นิจฺโจ, ถิรฏฺเฐน วิการาภาเวน ธุโว, ยถาหาติอาทินา ยถาวุตฺตมตฺถํ นิทฺเทสปฏิสมฺภิทาปาฬีหิ วิภาเวติ. อยญฺจ อตฺโถ ‘‘รูปํ อตฺตโต สมนุปสฺสติ, เวทนํ… สญฺญํ… สงฺขาเร… วิญฺญาณํ อตฺตโต สมนุปสฺสตี’’ติ (ปฏิ. ม. ๑.๑๓๐-๑๓๑) อิมิสฺสา ปญฺจวิธาย สกฺกายทิฏฺฐิยา วเสน วุตฺโต. ‘‘รูปวนฺต’’นฺติอาทิกาย (ปฏิ. ม. ๑.๑๓๐-๑๓๑) ปน ปญฺจทสวิธาย สกฺกายทิฏฺฐิยา วเสน จตฺตาโร จตฺตาโร ขนฺเธ, ‘‘อตฺตา’’ติ คเหตฺวา ตทญฺญํ – ‘‘โลโก’’ติ ปญฺญเปนฺตีติ อยมฺปิ อตฺโถ ลพฺภติ, ตถา เอกํ ขนฺธํ, ‘‘อตฺตา’’ติ คเหตฺวา ตทญฺเญ ‘‘โลโก’’ติ ปญฺญเปนฺตีติ เอวเมตฺถ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. เอเสว นโยติ อิมินา ยถา ‘‘รูปาทีสุ อญฺญตรํ อตฺตาติ จ โลโกติ จ คเหตฺวา สสฺสโต…เป… ธุโว’’ติ อตฺโถ วุตฺโต; เอวํ อสสฺสโต อนิจฺโจ อธุโว อุจฺฉิชฺชติ วินสฺสติ น โหติ ปรํ มรณา; นิจฺโจ จ อนิจฺโจ จ เนวนิจฺโจ นานิจฺโจติ เอวมาทิมตฺถํ อติทิสติ.
จตฺตาโร สสฺสตวาทาติ ลาภีวเสน ตโย, ตกฺกีวเสน เอโกติ เอวํ จตฺตาโร. ปุพฺเพนิวาสญาณลาภี ติตฺถิโย มนฺทปญฺโญ อเนกชาติสตสหสฺสมตฺตํ อนุสฺสรติ, มชฺฌิมปญฺโญ ทส สํวฏฺฏวิวฏฺฏกปฺปานิ, ติกฺขปญฺโญ จตฺตารีส สํวฏฺฏวิวฏฺฏกปฺปานิ, น ตโต ปรํ. โส เอวํ อนุสฺสรนฺโต อตฺตา จ โลโก จาติ อภิวทติ. ตกฺกี ปน ตกฺกปริยาหตํ วีมํสานุจริตํ สยํปฏิภานํ สสฺสโต อตฺตา จ โลโก จาติ อภิวทติ. เตน วุตฺตํ – ‘‘ลาภีวเสน ตโย, ตกฺกีวเสน เอโกติ เอวํ จตฺตาโร สสฺสตวาทา’’ติ. เอเตเนว จ อธิจฺจสมุปฺปตฺติกวาโท วิย สสฺสตวาโท กสฺมา ทุวิเธน น วิภตฺโตติ เจ? ปฏิกฺขิตฺตตฺตาติ ทฏฺฐพฺพํ.
เอตฺถ จ, ‘‘สสฺสโต อตฺตา จ โลโก จา’’ติ วาเท อยมยุตฺตตาวิภาวนา – ยทิ หิ ปเรน ปริกปฺปิโต อตฺตา, โลโก วา สสฺสโต สิยา, ตสฺส นิพฺพิการตาย ปุริมรูปาวิชหนโต กสฺสจิ วิเสสาธานสฺส กาตุํ อสกฺกุเณยฺยตาย อหิตโต นิวตฺตนตฺถํ หิเต จ ปฏิปตฺติอตฺถํ อุปเทโส เอว นิปฺปโยชโน สิยา สสฺสตวาทิโน. กถํ วา โส อุปเทโส ปวตฺตียติ วิการาภาวโต; เอวญฺจ อตฺตโน อชฏากาสสฺส วิย ทานาทิกิริยา หึสาทิกิริยา จ น สมฺภวติ; ตถา สุขสฺส ทุกฺขสฺส จ อนุภวนนิพนฺโธ เอว สสฺสตวาทิโน น ยุชฺชติ กมฺมพทฺธาภาวโต, ชาติอาทีนํ อสมฺภวโต กุโต วิโมกฺโข. อถ ปน ธมฺมมตฺตํ ตสฺส อุปฺปชฺชติ เจว วินสฺสติ จ, ยสฺส วเสนายํ กิริยาทิโวหาโรติ วเทยฺย. เอวมฺปิ ปุริมรูปาวิชหเนน อวฏฺฐิตสฺส อตฺตโน ธมฺมมตฺตนฺติ น สกฺกา สมฺภาเวตุํ; เต วา ปนสฺส ธมฺมา อวตฺถาภูตา ตโต อญฺเญ วา สิยุํ อนญฺเญ วา, ยทิ อญฺเญ, น ตาหิ ตสฺส อุปฺปนฺนาหิปิ โกจิ วิเสโส อตฺถิ. โย หิ กโรติ ปฏิสํเวเทติ จวติ อุปปชฺชติ จาติ อิจฺฉิตํ. ตสฺมา ตทวตฺโถ เอว ยถาวุตฺตโทโส, กิญฺจ ธมฺมกปฺปนาปิ นิรตฺถกา สิยา. อถ อนญฺเญ, อุปฺปาทวินาสวนฺตีหิ อวตฺถาหิ อนญฺญสฺส อตฺตโน ตาสํ วิย อุปฺปาทวินาสสมฺภวาปตฺติโต กุโต นิจฺจตาวกาโส. ตาสมฺปิ วา อตฺตโน วิย นิจฺจตาติ พนฺธนวิโมกฺขานํ อสมฺภโว เอวาติ น ยุชฺชติ เอว สสฺสตวาโท; น เจตฺถ โกจิ วาที ธมฺมานํ สสฺสตภาเว ปริสุทฺธํ ยุตฺตึ วตฺตุํ สมตฺโถ อตฺถิ; ยุตฺติรหิตญฺจ วจนํ น ปณฺฑิตานํ จิตฺตมาราเธตีติ วิญฺญูหิ ฉฑฺฑิโต เอวายํ สสฺสตวาโทติ.
สตฺต อุจฺเฉทวาทาติ เอตฺถ เต สรูปมตฺตโต เหฏฺฐา ทสฺสิตา เอว, ตตฺถ เทฺว ชนา อุจฺเฉททิฏฺฐึ คณฺหนฺติ ลาภี จ อลาภี จ. ตตฺถ ลาภี นาม ทิพฺพจกฺขุญาณลาภี ทิพฺเพน จกฺขุนา อรหโต จุตึ ทิสฺวา อุปปตฺตึ อปสฺสนฺโต. โย วา ปุถุชฺชนานมฺปิ จุติมตฺตเมว ทฏฺฐุํ สกฺโกติ, ปุพฺพโยคาภาเวน ปริกมฺมากรเณน วา อุปปาตํ ทฏฺฐุํ น สกฺโกติ. โส ‘‘ตตฺถ ตตฺเถว อตฺตา อุจฺฉิชฺชตี’’ติ อุจฺเฉททิฏฺฐึ คณฺหาติ. อลาภี – ‘‘โก ปรโลกํ ชานาติ, เอตฺตโก ชีววิสโย, ยาว อินฺทฺริยโคจโร’’ติ อตฺตโน ธีตุยา หตฺถคฺคณฺหนกราชา วิย กามสุขคิทฺธตาย วา, ‘‘ยถา รุกฺขปณฺณานิ รุกฺขโต ปติตานิ น ปฏิสนฺธิยนฺติ, เอวํ สพฺเพปิ สตฺตา อปฺปฏิสนฺธิกมรณเมว คจฺฉนฺติ, ชลพุพฺพุฬกูปมา สตฺตา’’ติ ตกฺกมตฺตวเสน วา อุจฺเฉททิฏฺฐึ คณฺหาติ. ตตฺถ ยํ เหฏฺฐา วุตฺตํ – ‘‘มนุสฺสตฺตภาเว กามาวจรเทวตฺตภาเว รูปาวจรเทวตฺตภาเว จตุพฺพิธอรูปตฺตภาเว จวิตฺวา สตฺตสฺส อุจฺเฉทปญฺญาปนวเสน สตฺต อุจฺเฉทวาทา กถิตา’’ติ. ตตฺถ ยุตฺตํ ตาว ปุริเมสุ ตีสุ วาเทสุ ‘‘กายสฺส เภทา’’ติ วุตฺตํ; ปญฺจโวการภวปริยาปนฺนํ อตฺตภาวํ อารพฺภ ปวตฺตตฺตา เตสํ วาทานํ, น ยุตฺตํ จตุโวการภวปริยาปนฺนํ อตฺตภาวํ นิสฺสาย ปวตฺเตสุ จตุตฺถาทีสุ จตูสุ วาเทสุ, ‘‘กายสฺส เภทา’’ติ วุตฺตํ. น หิ อรูปีนํ กาโย อตฺถีติ? สจฺจเมตํ, รูปภเว ปวตฺตโวหาเรเนว ทิฏฺฐิคติโก อรูปภเวปิ กายโวหารมาโรเปตฺวา อาห ‘‘กายสฺส เภทา’’ติ. ยถา ทิฏฺฐิคติเกหิ ทิฏฺฐิโย ปญฺญตฺตา, ตเถว ภควา ทสฺเสสีติ. อรูปกายภาวโต วา ผสฺสาทิธมฺมสมูหภูเต อรูปตฺตภาเว กายนิทฺเทโส ทฏฺฐพฺโพ.
เอตฺถาห – ‘‘กามาวจรเทวตฺตภาวาทินิรวเสสวิภวปติฏฺฐาปกานํ ทุติยวาทาทีนํ ยุตฺโต อปรนฺตกปฺปิกภาโว อนาคตทฺธวิสยตฺตา เตสํ วาทานํ; น ปน ทิฏฺฐิคติก-ปจฺจกฺขภูต-มนุสฺสตฺตภาว-สมุจฺเฉทปติฏฺฐาปกสฺส ปฐมวาทสฺส ปจฺจุปฺปนฺนวิสยตฺตา’’ติ. ยทิ เอวํ ยถา หิ ทุติยาทิวาทานํ, ปุริมปุริมวาทสงฺคหิตสฺเสว อตฺตโน อุตฺตรุตฺตรภโวปปตฺติยา สมุจฺเฉทนโต ยุชฺชติ อปรนฺตกปฺปิกตา, ตถา จ ‘‘โน จ โข, โภ, อยํ อตฺตา เอตฺตาวตา สมฺมา สมุจฺฉินฺโน โหตี’’ติอาทิ วุตฺตํ. เอวํ อนาคตสฺเสว มนุสฺสตฺตภาวสมุจฺเฉทสฺส อธิปฺเปตตฺตา ปฐมวาทสฺสปิ อปรนฺตกปฺปิกตา ยุชฺชติ. เอวํ สพฺพสฺสปิ ปุพฺพนฺตโต อาคตสฺส อุจฺเฉทปญฺญาปนวเสน อิธ ปุพฺพนฺตกปฺปิเกสุ เทสนา คตา. เอเต อุจฺเฉทวาทา เหฏฺฐา อปรนฺตกปฺปิเกสุ เทสนา คตา. เอเต อุจฺเฉทวาทา เหฏฺฐา อปรนฺตกปฺปิเกสุ ตตฺถ ตตฺเถว อุจฺฉิชฺชติ, น ตโต อุทฺธํ ปวตฺติ อตฺถีติ ทสฺสนตฺถํ วุตฺตา. ชลพุพฺพุฬกูปมา หิ สตฺตาติ ตสฺส ลทฺธิ.
อิธาติ ปุพฺพนฺตกปฺปิเกสุ. อิเธว มนุสฺสตฺตภาวาทิเก อุจฺฉิชฺชติ วินฏฺฐวินาสวเสน. เอวํ อนาคเต อนุปฺปตฺติทสฺสนปรานํ อุจฺเฉทวาทานํ อปรนฺตกปฺปิเกสุ คหณํ; ปุพฺพนฺตโต ปน อาคตสฺส อตฺตโน อิเธว อุจฺเฉททสฺสนปรานํ ปุพฺพนฺตกปฺปิเกสุ คหณํ. อิโต ปรํ น คจฺฉตีติ ปน อิทํ อตฺถโต อาปนฺนสฺส อตฺถสฺส ทสฺสนํ. สตฺเตสุ สงฺขาเรสุ จ เอกจฺจสสฺสตนฺติ ปวตฺโต เอกจฺจสสฺสตวาโท. โส ปน พฺรหฺมกายิก-ขิฑฺฑาปโทสิก-มโนปโทสิกตฺตภาวโต จวิตฺวา อิธาคตานํ ตกฺกิโน จ อุปฺปชฺชนวเสน จตุพฺพิโธติ อาห ‘‘จตฺตาโร เอกจฺจสสฺสตวาทา’’ติ. ‘‘สงฺขาเรกจฺจสสฺสติกา’’ติ อิทํ เตหิ สสฺสตภาเวน คยฺหมานานํ ธมฺมานํ ยถาสภาวทสฺสนวเสน วุตฺตํ, น ปเนกจฺจสสฺสติกมตทสฺสนวเสน. ตสฺส หิ สสฺสตาภิมตํ อสงฺขตเมวาติ ลทฺธิ. ตถา หิ วุตฺตํ (ที. นิ. ๑.๔๙) พฺรหฺมชาเล – ‘‘จิตฺตนฺติ วา มโนติ วา วิญฺญาณนฺติ วา อยํ อตฺตา นิจฺโจ ธุโว สสฺสโต อวิปริณามธมฺโม สสฺสติสมํ ตเถว ฐสฺสตี’’ติ. น หิ ยสฺส ภาวสฺส ปจฺจเยหิ อภิสงฺขตภาวํ ปฏิชานาติ; ตสฺเสว นิจฺจธุวาทิภาโว อนุมฺมตฺตเกน น สกฺกา ปฏิญฺญาตุํ. เอเตน, ‘‘อุปฺปาทวยธุวตายุตฺตภาวา สิยา นิจฺจา, สิยา อนิจฺจา, สิยา น วตฺตพฺพา’’ติอาทินา ปวตฺตสฺส สตฺตภงฺควาทสฺส อยุตฺตตา วิภาวิตา โหติ.
ตตฺถายํ (ที. นิ. ฏี. ๑.๓๘) อยุตฺตตาวิภาวนา – ยทิ, ‘‘เยน สภาเวน โย ธมฺโม อตฺถีติ วุจฺจติ, เตเนว สภาเวน โส ธมฺโม นตฺถี’’ติอาทินา วุจฺเจยฺย, สิยา อเนกนฺตวาโท; อถ อญฺเญน, สิยา น อเนกนฺตวาโท; น เจตฺถ เทสนฺตราทิสมฺพทฺธภาโว ยุตฺโต วตฺตุํ ตสฺส สพฺพโลกสิทฺธตฺตา วิวาทาภาวโต. เย ปน วทนฺติ – ‘‘ยถา สุวณฺณฆเฏ มกุเฏ กเต ฆฏภาโว นสฺสติ, มกุฏภาโว อุปฺปชฺชติ, สุวณฺณภาโว ติฏฺฐติเยว, เอวํ สพฺพภาวานํ โกจิ ธมฺโม นสฺสติ, โกจิ อุปฺปชฺชติ, สภาโว ปน ติฏฺฐตี’’ติ. เต วตฺตพฺพา – กึ ตํ สุวณฺณํ, ยํ ฆเฏ มกุเฏ จ อวฏฺฐิตํ? ยทิ รูปาทิ, โส สทฺโท วิย อนิจฺโจ, อถ รูปาทิสมูโห, สมูโห นาม สมฺมุติมตฺตํ. ตสฺส โวหารมตฺตสฺส อตฺถิตา นตฺถิตา นิจฺจตา วา น วตฺตพฺพา. ตสฺส ปรมตฺถสภาเวน อนุปลพฺภนโตติ อเนกนฺตวาโท น สิยา. ธมฺมา จ ธมฺมิโต อญฺเญ วา สิยุํ อนญฺเญ วา. ยทิ อญฺเญ, น เตสํ อนิจฺจตาย ธมฺมี อนิจฺโจ อญฺญตฺตา. น หิ รูปา จกฺขุวิญฺญาณํ อญฺญตฺตา, น จ รูเป จกฺขุวิญฺญาณสทฺโท โหติ; กิญฺจ ธมฺมกปฺปนาปิ นิรตฺถิกา สิยา ธมฺมิโน นิจฺจานิจฺจตาย อสิชฺฌนโต อถ อนญฺเญ; อุปฺปาทวินาสวนฺเตหิ อนญฺญสฺส ธมฺมิโน เตสํ วิย อุปฺปาทวินาสสพฺภาวโต กุโต นิจฺจตาวกาโส, เตสมฺปิ วา ธมฺมิโน วิย นิจฺจตาปตฺติ สิยา. อปิจ นิจฺจานิจฺจนวตฺตพฺพรูโป อตฺตา จ โลโก จ ปรมตฺถโต วิชฺชมานตาปฏิชานนโต ยถา นิจฺจาทีนํ อญฺญตรํ รูปํ, ยถา วา ทีปาทโย. น หิ ทีปาทีนํ อุทยพฺพยสภาวานํ นิจฺจานิจฺจนวตฺตพฺพสภาวตา สกฺกา วตฺตุํ ชีวสฺส นิจฺจาทีสุ อญฺญตรํ รูปํ วิยาติ เอวํ สตฺตภงฺคสฺส วิย เสสภงฺคานมฺปิ อสมฺภโวเยวาติ สตฺตภงฺควาทสฺส อยุตฺตตา เวทิตพฺพาติ.
เอตฺถ จ, ‘‘อิสฺสโร นิจฺโจ, อญฺเญ สตฺตา อนิจฺจา’’ติ เอวํ ปวตฺตวาทา สตฺเตกจฺจสสฺสตวาทา; เสยฺยถาปิ อิสฺสรวาทาทโย. ‘‘ปรมาณโว นิจฺจา ธุวา, ทฺวิอณุกาทโย อนิจฺจา’’ติ เอวํ ปวตฺตวาทา สงฺขาเรกจฺจสสฺสตวาทา; เสยฺยถาปิ กณาทวาทาทโย. นนุ จ ‘‘เอกจฺเจ ธมฺมา สสฺสตา, เอกจฺเจ อสสฺสตา’’ติ; เอตสฺมึ วาเท จกฺขาทีนํ อสสฺสตตาสนฺนิฏฺฐานํ ยถาสภาวาวโพโธ เอว, ตยิทํ กถํ มิจฺฉาทสฺสนนฺติ, โก เอวมาห – ‘‘จกฺขาทีนํ อสสฺสตภาวสนฺนิฏฺฐานํ มิจฺฉาทสฺสน’’นฺติ? อสสฺสเตสุเยว ปน เกสญฺจิ ธมฺมานํ สสฺสตภาวาภินิเวโส อิธ มิจฺฉาทสฺสนํ; เตน ปน เอกวาเร ปวตฺตมาเนน จกฺขาทีนํ อสสฺสตภาวาวโพโธ วิทูสิโต สํสฏฺฐภาวโต; วิสสํสฏฺโฐ วิย สปฺปิมณฺโฑ สกิจฺจการณาสมตฺตตาย สมฺมาทสฺสนปกฺเข ฐเปตพฺพตํ นารหติ. อถ วา อสสฺสตภาเวน นิจฺฉิตาปิ จกฺขุอาทโย สมาโรปิตชีวสภาวา เอว ทิฏฺฐิคติ เกหิ คยฺหนฺตีติ ตทวโพธสฺส มิจฺฉาทสฺสนภาโว น สกฺกา นิวาเรตุํ. ตถา หิ วุตฺตํ พฺรหฺมชาเล (ที. นิ. ๑.๔๙) – ‘‘จกฺขุนฺติ วา…เป… กาโยติ วา อยํ เม อตฺตา’’ติอาทิ. เอวญฺจ กตฺวา อสงฺขตาย สงฺขตาย จ ธาตุยา วเสน ยถากฺกมํ เอกจฺเจ ธมฺมา สสฺสตา; เอกจฺเจ อสสฺสตาติ เอวํ ปวตฺโต วิภชฺชวาโทปิ เอกจฺจสสฺสตวาโท อาปชฺชตีติ เอวํปการา โจทนา อโนกาสา โหติ อวิปรีตธมฺมสภาวสมฺปฏิปตฺติภาวโต.
น มรตีติ อมรา. กา สา? ‘‘เอวนฺติปิ เม โน’’ติอาทินา (ที. นิ. ๑.๖๒) นเยน ปริยนฺตรหิตา ทิฏฺฐิคติกสฺส ทิฏฺฐิ จ วาจา จ, อมราย ทิฏฺฐิยา วาจาย วิวิโธ เขโปติ อมราวิกฺเขโป. โส เอตสฺส อตฺถีติ อมราวิกฺเขโป. อถ วา อมราติ เอกา มจฺฉชาติ, สา อุมฺมุชฺชนนิมฺมุชฺชนาทิวเสน อุทเก สนฺธาวมานา คาหํ น คจฺฉติ; เอวเมวํ อยมฺปิ วาโท อิโต จิโต จ สนฺธาวติ, คาหํ นาคจฺฉตีติ อมราวิกฺเขโป, โส เอว อมราวิกฺเขปิโก. สฺวายํ วาโท มุสาวาทอนุโยคฉนฺทราคโมหเหตุกตาย จตุธา ปวตฺโตติ อาห – ‘‘จตฺตาโร อมราวิกฺเขปิกา วุตฺตา’’ติ. นนุ เจตฺถ (ที. นิ. ฏี. ๑.๖๕-๖๖) จตุพฺพิโธปิ อมราวิกฺเขปิโก กุสลาทิเก ธมฺเม ปรโลกตฺติกาทีนิ จ ยถาภูตํ อนวพุชฺฌมาโน, ตตฺถ ตตฺถ ปญฺหํ ปุฏฺโฐ ปุจฺฉาย วิกฺเขปนมตฺตํ อาปชฺชตีติ ตสฺส กถํ ทิฏฺฐิคติกภาโว. น หิ อวตฺตุกามสฺส วิย ปุจฺฉิตมตฺถํ อชานนฺตสฺส วิกฺเขปกรณมตฺเตน ทิฏฺฐิคติกตา ยุตฺตาติ? น เหวํ ปุจฺฉาวิกฺเขปกรณมตฺเตน ตสฺส ทิฏฺฐิคติกตา อิจฺฉิตา, อถ โข มิจฺฉาภินิเวเสน. สสฺสตวเสน มิจฺฉาภินิวิฏฺโฐเยว หิ มนฺทพุทฺธิตาย กุสลาทิธมฺเม ปรโลกตฺติกาทีนิ จ, ยาถาวโต อปฺปฏิปชฺชมาโน อตฺตนา อวิญฺญาตสฺส อตฺถสฺส ปรํ วิญฺญาเปตุํ อสมตฺถตาย มุสาวาทาทิภเยน จ วิกฺเขปํ อาปชฺชตีติ. ตถา หิสฺส วาทสฺส สสฺสตทิฏฺฐิสงฺคโห วุตฺโต. อถ วา ปุญฺญปาปานํ, ตพฺพิปากานญฺจ อนวโพเธน, อสทฺทหเนน จ, ‘‘ตพฺพิสยาย ปุจฺฉาย วิกฺเขปกรณํเยว ยุตฺตํ สุนฺทรญฺจา’’ติ, ขนฺตึ รุจึ อุปฺปาเทตฺวา อภินิวิสนฺตสฺส อุปฺปนฺนา วิสุํเยเวกา เอสา ทิฏฺฐิ สตฺตภงฺคทิฏฺฐิ วิยาติ ทฏฺฐพฺพา. ตถา เจว วุตฺตํ – ‘‘ปริยนฺตรหิตา ทิฏฺฐิคติกสฺส ทิฏฺฐิ เจว วาจา จา’’ติ (ที. นิ. อฏฺฐ. ๑.๖๑). กถํ ปนสฺสา สสฺสตทิฏฺฐิสงฺคโห? อุจฺเฉทวเสน อนภินิเวสโต. ‘‘นตฺถิ โกจิ ธมฺมานํ ยถาภูตเวที วิวาทพหุลตฺตา โลกสฺส; ‘เอวเมว’นฺติ ปน สทฺทนฺตเรน ธมฺเม นิชฺฌานนา อนาทิกาลิกา โลเก’’ติ คาหวเสน สสฺสตเลโสเปตฺถ ลพฺภติเยว.
อมติ คจฺฉติ เอตฺถ สภาโว โอสานนฺติ อนฺโต, มริยาโท, โส เอตสฺส อตฺถีติ อนฺตวา. เตนาห ‘‘สปริยนฺโต’’ติ. อวฑฺฒิตกสิณสฺส ปุคฺคลสฺส เอวํ โหตีติ โยชนา. ทุติยวาโท ‘‘อนนฺตวา โลโก’’ติ วาโท. ตติยวาโท ‘‘อนฺตวา จ อนนฺตวา จา’’ติ วาโท. จตุตฺถวาโท ‘‘เนวนฺตวา นานนฺตวา’’ติ วาโท. เอเต เอว จตฺตาโร วาทิโน สนฺธาย พฺรหฺมชาเล (ที. นิ. ๑.๕๓) – ‘‘อนฺตานนฺติกา อนฺตานนฺตํ โลกสฺส ปญฺญเปนฺติ จตูหิ วตฺถูหี’’ติ วุตฺตํ. ตตฺถ (ที. นิ. ฏี. ๑.๕๓) ยุตฺตํ ตาว ปุริมานํ ติณฺณํ วาทีนํ อนฺตตฺตญฺจ อนนฺตตฺตญฺจ อนฺตานนฺตตฺตญฺจ อารพฺภ ปวตฺตวาทตฺตา อนฺตานนฺติกตฺตํ. ปจฺฉิมสฺส ปน ตทุภยปฏิเสธวเสน ปวตฺตวาทตฺตา กถมนฺตานนฺติกตฺตนฺติ? ตทุภยปฏิเสธวเสน ปวตฺตวาทตฺตา เอว. ยสฺมา ปฏิเสธวาโทปิ อนฺตานนฺตวิสโย เอว ตํ อารพฺภ ปวตฺตตฺตา. อปเร อาหุ – ‘‘ยถา ตติยวาเท สมฺเภทวเสน เอตสฺเสว อนฺตวนฺตตา อนนฺตตา จ สมฺภวติ, เอวํ ตกฺกีวาเทปิ กาลเภทวเสน อุภยสมฺภวโต อญฺญมญฺญปฏิเสเธน อุภยญฺเญว วุจฺจติ. กถํ? อนฺตวนฺตตาปฏิเสเธน หิ อนนฺตตา วุจฺจติ, อนนฺตตาปฏิเสเธน จ อนฺตวนฺตตา, อนฺตานนฺตานญฺจ ตติยวาทภาโว กาลเภทสฺส อธิปฺเปตตฺตา. อิทํ วุตฺตํ โหติ ยสฺมา อยํ โลกสญฺญิโต อตฺตา ฌายีหิ อธิคตวิเสเสหิ อนนฺโต กทาจิ สกฺขิ ทิฏฺโฐ อนุสุยฺยติ; ตสฺมา เนวนฺตวา. ยสฺมา ปน เตหิ เอว กทาจิ อนฺตวา สกฺขิ ทิฏฺโฐ อนุสุยฺยติ, ตสฺมา น ปน อนนฺตวา’’ติ. ยถา จ อนุสฺสุติตกฺกีวเสน, เอวํ ชาติสฺสรตกฺกิอาทีนญฺจ วเสน ยถาสมฺภวํ โยเชตพฺพํ. อยญฺหิ ตกฺกิโก อวฑฺฒิตภาวปุพฺพกตฺตา ปฏิภาคนิมิตฺตานํ วฑฺฒิตภาวสฺส วฑฺฒิตกาลวเสน อปจฺจกฺขการิตาย อนุสฺสวาทิมตฺเต ฐตฺวา – ‘‘เนวนฺตวา’’ติ ปฏิกฺขิปติ, อวฑฺฒิตกาลวเสน ปน ‘‘นานนฺโต’’ติ. น ปน อนฺตวนฺตตานนฺตตานํ อจฺจนฺตมภาเวน ยถา ตํ ‘‘เนวสญฺญีนาสญฺญี’’ติ, อวสฺสญฺจ เอตํ เอวํ วิญฺญาตพฺพํ, อญฺญถา วิกฺเขปปกฺขํเยว ภเชยฺย จตุตฺถวาโท. น หิ อนฺตวนฺตตานนฺตตาตทุภยวินิมุตฺโต อตฺตโน ปกาโร อตฺถิ, ตกฺกีวาที จ ยุตฺติมคฺคโก, กาลเภทวเสน จ ตทุภยมฺปิ เอกสฺมึ น น ยุชฺชตีติ. อนนฺตรจตุกฺกนฺติ เอกตฺตสญฺญีติ อาคตสญฺญีจตุกฺกํ.
เอกนฺตสุขีติ เอกนฺเตเนว สุขี. ตํ ปนสฺส สุขํ ทุกฺเขน อโวมิสฺสํ โหตีติ อาห ‘‘นิรนฺตรสุขี’’ติ. เอกนฺตสุขเมวาติ อิทํ สุขพหุลตํ สนฺธาย วุตฺตํ. อตีตาสุ สตฺตสุ ชาตีสูติ อิทํ ตโต ปรํ ชาติสฺสรญาเณน อนุสฺสริตุํ น สกฺกาติ กตฺวา วุตฺตํ. ตาทิสเมวาติ สุขสมงฺคิเมว อตฺตภาวํ. ‘‘เอวํ สุขสมงฺคี’’ติ ตํ อนุสฺสรนฺตสฺส ชาติสฺสรสฺส อตีตชาติยมฺปิ อิธ วิย ทุกฺขผุฏฺฐสฺส ตํ อนุสฺสรนฺตสฺส.
สพฺเพสมฺปีติ ลาภีนํ ตกฺกีนมฺปิ. ตถาติ อิมินา ‘‘สพฺเพสมฺปี’’ติ อิทํ ปทํ อากฑฺฒติ. กามาวจรํ นาม อทุกฺขมสุขํ อนุฬารํ อวิภูตนฺติ อาห ‘‘จตุตฺถชฺฌานวเสนา’’ติ. จตุตฺถชฺฌานํ การณภูตํ เอตสฺส อตฺถิ, เตน วา นิพฺพตฺตนฺติ จตุตฺถชฺฌานิกํ. มชฺฌตฺตสฺสาติ มชฺฌตฺตภูตสฺส มชฺฌตฺตเวทนาพหุลสฺส. มชฺฌตฺตภูตฏฺฐานเมว อตฺตโน มชฺฌตฺตตาปตฺตเมว ภูตปุพฺพํ อนุสฺสรนฺตสฺส. เอกจฺจสสฺสติกาติ เอกจฺจสสฺสตวาทิโน วุตฺตา. ปุคฺคลาธิฏฺฐาเนน หิ เอกจฺจสสฺสติกา. เอส นโย เสเสสุปิ. อธิจฺจสมุปฺปนฺนวาโท สสฺสตวาทสมุทฺทิฏฺโฐติ กตฺวา ‘‘เทฺว อธิจฺจสมุปฺปนฺนิกา’’ติ จ วุตฺตํ.
๒๘. ทิฏฺฐุทฺธารนฺติ ยถาวุตฺตานํ ทิฏฺฐีนํ อนิยฺยานิกภาวทสฺสนวเสน ปทุทฺธรณํ. ปจฺจตฺตํเยว ญาณนฺติ อปรปฺปจฺจยํ อตฺตนิเยว ญาณํ. ตํ ปน อตฺตปจฺจกฺขํ โหตีติ อาห ‘‘ปจฺจกฺขญาณ’’นฺติ. สุวณฺณสฺส วิย โทสาปคเมน อุปกฺกิเลสวิคเมน ญาณสฺส วิสุทฺธนฺติ อาห ‘‘ปริสุทฺธนฺติ นิรุปกฺกิเลส’’นฺติ. กิเลสนฺธการวิคมโต สปฺปภาสมุชฺชลเมว โหตีติ วุตฺตํ – ‘‘ปริโยทาตนฺติ ปภสฺสร’’นฺติ พาหิรสมยสฺมิมฺปิ โหนฺติ ฌานสฺส สมิชฺฌนโต. มยมิทํ ชานามาติ ‘‘สสฺสโต อตฺตา จ โลโก จ อิทเมว สจฺจํ โมฆมญฺญ’’นฺติ จ มิจฺฉาคาหวเสน อญฺญาณภาคเมว ปริพฺรูเหตฺวา ตโต เอว ยถาคหิตํ คาหํ สนฺธาย – ‘‘มยมิทํ อตฺถํ ตตฺถ ชานามา’’ติ เอวํ ตตฺถ มิจฺฉาคาเห อวิชฺชมานํ ญาณโกฏฺฐาสํ โอตาเรนฺติเยว อนุปฺปเวเสนฺติเยว. น ตํ ญาณํ, มิจฺฉาทสฺสนํ นาเมตํ, กึ ปน ตํ มิจฺฉาทสฺสนํ นาม? สสฺสโต อตฺตา จ โลโก จาติอาทินา มิจฺฉาภินิเวสภาวโต. เตนาห ‘‘ตทปิ…เป… อตฺโถ’’ติ. ยํ ตํ ทิฏฺฐิยา อุปนิสฺสยภูตํ ญาณํ, ตํ สนฺธายาห – ‘‘ชานนมตฺตลกฺขณตฺตา ญาณภาคมตฺตเมวา’’ติ. ญาณมฺปิ หิ ทิฏฺฐิยา อุปนิสฺสโย โหติเยว ลาภิโน อิตรสฺส จ ตถา ตถา มิจฺฉาภินิเวสโต. อนุปาติวตฺตนโต อนติกฺกมนโต. อสาธารณโต น อุปาติวตฺตนฺติ เอเตนาติ อนุปาติวตฺตนํ, ตโต. อุปาทานปจฺจยโตติ อุปาทานสฺส ปจฺจยภาวโต. เอเตน ผลูปจาเรเนว อุปาทานมาห. ยทิ พฺรหฺมชาเล อาคตา สพฺพาปิ ทิฏฺฐิโย อิธ กถิตา โหนฺติ, เอวํ สนฺเต อิทํ สุตฺตํ พฺรหฺมชาลสุตฺเตน เอกสทิสนฺติ อาห – ‘‘พฺรหฺมชาเล ปนา’’ติอาทิ. ‘‘อญฺญตฺร รูปํ อญฺญตฺร เวทนา สกฺกายํเยว อนุปริธาวนฺตี’’ติ วจนโต อิธ สกฺกายทิฏฺฐิ อาคตา. พฺรหฺมชาลํ กถิตเมว โหติ ตตฺถ อาคตานํ ทฺวาสฏฺฐิยาปิ ทิฏฺฐีนํ อิธาคตตฺตา. สสฺสตุจฺเฉทาภินิเวโส อตฺตาภินิเวสปุพฺพโก, ‘‘อตฺตา สสฺสโต อตฺตา อุจฺเฉโท’’ติ ปวตฺตนโต.
๓๐. ทฺวาสฏฺฐิ…เป… ทสฺเสตุนฺติ กถํ ปนายมตฺโถ ‘‘อิธ, ภิกฺขเว, เอกจฺโจ’’ติอาทิปาฬิยา ทสฺสิโต โหตีติ? อปฺปหีนสกฺกายทิฏฺฐิกสฺส ปุพฺพนฺตาปรนฺตทิฏฺฐิอุปาทิยนโชตนโต. ปริจฺจาเคนาติ วิกฺขมฺภเนน. จตุตฺถชฺฌานนิโรธา ตติยชฺฌานํ อุปสมฺปชฺช วิหรตีติ เอตฺถ น ปริหีนจตุตฺถชฺฌานสฺส ตติยชฺฌานํ ภวติ, ตติยชฺฌานา วุฏฺฐิตสฺส ปน จตุตฺถชฺฌานา วุฏฺฐิตสฺส จ ตติยํ ปฏิโลมนเยน สมฺภวติ. เตนาห ‘‘อยํ ปเนตฺถา’’ติอาทิ. เอวํสมฺปทมิทํ เวทิตพฺพนฺติ ‘‘ปวิเวกา ปีติ นิรุชฺฌตี’’ติ อิทํ, ‘‘นิรามิสสุขสฺสนิโรธา’’ติ เอตฺถ วิย วุฏฺฐานนิโรธวเสน วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพนฺติ อตฺโถ. หีนชฺฌานปริยาทานกโทมนสฺสนฺติ นีวรณสหคตโทมนสฺสมาห. ตญฺหิ ฌานปริยาทานกรํ. กมฺมนียภาโวติ สมาปตฺตึ ปตฺโต วิย สมาปตฺติสมาปชฺชนภาเว กมฺมกฺขมภาโว. โสมนสฺสวิธุรตฺตา โทมนสฺสํ วิยาติ โทมนสฺสนฺติ วุตฺตํ. ‘‘อุปฺปชฺชติ ปวิเวกา ปีตี’’ติ ปุน วุตฺตา ปีติ ฌานทฺวยปีติ. ยํ ฐานํ ฉายา ชหตีติ ยํ ปเทสํ อาตเปน อภิภุยฺยมานํ ฉายา ชหติ. ตตฺถ อาตเป ฉายาติ ปเทเสน อาตปสญฺญิตานํ ภูตสงฺขตานํ ปหานฏฺฐานมาห. เตนาห ‘‘ยสฺมึ ฐาเน’’ติอาทิ.
๓๑. นิรามิสํ สุขนฺติ ตติยชฺฌานสุขํ ทูรสมุสฺสาริตกามามิสตฺตา.
๓๒. อทุกฺขมสุขนฺติ จตุตฺถชฺฌานเวทนํ, น ยํ กิญฺจิ อุเปกฺขาเวทนํ.
๓๓. นิคฺคหโณติ มมํการภาเวน กิญฺจิปิ อคณฺหนฺโต. นิพฺพานสฺส สปฺปายนฺติ นิพฺพานาธิคมสฺส, นิพฺพานสฺเสว วา อวิโลมวเสน เอกนฺติกุปายตาย สปฺปายํ. เตนาห ‘‘อุปการภูต’’นฺติ. สพฺพตฺถาติ สพฺเพสุ เตภูมกธมฺเมสุ. เอตนฺติ เอตํ ยถาวุตฺตสมถภาวนาย กิเลสานํ วิกฺขมฺภนํ. สพฺพตฺถ นิกนฺติยา อสุกฺขาปิตตฺตา กถํ นิพฺพานสฺส อุปการปฏิปทา นาม ชาตํ? น ชายเต วาตฺยธิปฺปาโย. สพฺพตฺถาติ ปุพฺพนฺตานุทิฏฺฐิอาทิเก สพฺพสฺมึ. อคฺคณฺหนวเสนาติ ตณฺหาคาเหน อคฺคหณวเสน. ยตฺถ หิ ตณฺหาคาโห วิโมจิโต, ตตฺถ ทิฏฺฐิมานคฺคาหา สุกฺขา วิย โหนฺติ ตเทกฏฺฐภาวโต. ตาทิสสฺส นิพฺพานคามินี ปฏิปทา เอว อาสนฺเน, น ทูเร. เตน วุตฺตํ – ‘‘อุปการปฏิปทา นาม ชาต’’นฺติ. ตาทิสสฺส จ สนฺโตหมสฺมีติอาทิกา สมนุปสฺสนา อธิมานปกฺเข ติฏฺฐตีติ อาห – ‘‘อภิวทตีติ อภิมาเนน อุปวทตี’’ติ. อิทเมว อุปาทิยตีติ นิยมาภาวโต ‘‘อฏฺฐารสวิธมฺปี’’ติ วุตฺตํ. เสสปเทปิ เอเสว นโย. ทิฏฺฐุปาทาเน สติ เสสอุปาทานสมฺภโว อวุตฺตสิทฺโธติ ตเทว อุทฺธฏํ.
เส อายตเน เวทิตพฺเพติ นิโรธสฺส การณํ นิพฺพานํ เวทิตพฺพํ. ทฺวินฺนํ อายตนานนฺติ จกฺขายตนาทีนํ ทฺวินฺนํ อายตนานํ. ปฏิกฺเขเปน นิพฺพานํ ทสฺสิตํ เวเนยฺยชฺฌาสยวเสน.
น คาธตีติ น ปติฏฺฐาติ. อโตติ อสฺมา นิพฺพานา. สราติ ตณฺหา. สงฺขารปฏิกฺเขเปนาติ สงฺขาเรกเทสภูตานํ จตุนฺนํ มหาภูตานํ ปฏิกฺเขเปน.
วิญฺญาณนฺติ วิสิฏฺเฐน ญาเณน ชานิตพฺพํ. ตโต เอว อนิทสฺสนํ อจกฺขุวิญฺเญยฺยํ อนินฺทฺริยโคจรํ. อนนฺตนฺติ อนฺตรหิตํ, นิจฺจนฺติ อตฺโถ. สพฺพโต ปภนฺติ กิเลสนฺธการาภาวโต จ สมนฺตโต ปภสฺสรํ. ‘‘สพฺพโต ปป’’นฺติ วา ปาโฐ, สพฺพโต ปตติตฺถนฺติ อตฺโถ. จตฺตารีสกมฺมฏฺฐานสงฺขาเตหิ ติตฺเถหิ โอตริตฺวา อนุปวิสิตพฺพํ อมตสรนฺติ วุตฺตํ โหติ. อนุปาทา กญฺจิ ธมฺมํ อคฺคเหตฺวา วิมุจฺจนฺติ เอตฺถาติ อนุปาทาวิโมกฺโข, นิพฺพานํ. อนุปาทา วิมุจฺจติ เอเตนาติ อนุปาทาวิโมกฺโข, อคฺคมคฺโค. อนุปาทาวิโมกฺขนฺติกตาย ปน อรหตฺตผลํ อนุปาทาวิโมกฺโขติ วุตฺตํ. เสสํ สุวิญฺเญยฺยเมว.
ปญฺจตฺตยสุตฺตวณฺณนาย ลีนตฺถปฺปกาสนา สมตฺตา.
๓. กินฺติสุตฺตวณฺณนา
๓๔. ภโวติ ปริตฺโต. อภโวติ มหนฺโต. วุทฺธิอตฺโถ หิ อยํ อ-กาโร, ‘‘สํวราสํวโร, ผลาผล’’นฺติอาทีสุ วิย, ตสฺมา ภวาภวเหตูติ ขุทฺทกสฺส มหนฺตสฺส วา ภวสฺส เหตุ, ตํ ปจฺจาสีสมาโนติ อตฺโถ. เตนาห – ‘‘ตสฺมึ ตสฺมึ ภเว สุขํ เวทิสฺสามี’’ติอาทิ.
๓๕. โลกุตฺตรโพธิปกฺขิยธมฺเม อุทฺทิสฺส ปุถุชฺชนานํ วิวาโท สมฺภวตีติ อาห – ‘‘โลกิยโลกุตฺตราว กถิตา’’ติ. โลกิยาปิ หิ โพธิปกฺขิยธมฺมา โลกุตฺตรธมฺมาธิคมสฺส อาสนฺนการณตฺตา วิเสสการณนฺติ ยาว อญฺเญหิ โลกิยธมฺเมหิ อภิวิสิฏฺโฐติ กตฺวา, ‘‘อิเมสุ สตฺตตึสโพธิปกฺขิยธมฺเมสู’’ติ อวิเสเสน วุตฺตํ. อตฺถโต นานํ โหตีติ อตฺถโต เภโท โหติ โพธิปกฺขิยธมฺมานํ สมธิคตตฺตา. น หิ กายาทโย ภาเวตพฺพา, สติเยว ปน ภาเวตพฺพาติ. พฺยญฺชนโต นานํ เภทํ. อิมินาปิ การเณนาติ อิมายปิ ยุตฺติยา. อิทานิ ตํ ยุตฺตึ ทสฺเสนฺโต – ‘‘อตฺถญฺจ พฺยญฺชนญฺจา’’ติอาทิมาห. ตตฺถ สมาเนตฺวาติ สุตฺตนฺตรโต สมาเนตฺวา, สุตฺตนฺตรปเทหิ จ สมาเนตฺวา. อญฺญถาติ อญฺญโต, ภูตโต อปคตํ กตฺวาติ อตฺโถ. มิจฺฉา โรปิตภาโวติ อยาถาวโต ฐปิตภาโว. อตฺถญฺจ พฺยญฺชนญฺจ วิญฺญาปนการณเมวาติ อวิปรีตตฺถสฺส สทฺทสฺส จ พุชฺฌนเหตุตาย.
๓๗. อิธ ธมฺมวินยฏฺฐาเน สติเยว สติปฏฺฐานนฺติ คหิตา, อตฺถโต สเมติ นาม ยาถาวโต อตฺถสฺส คหิตตฺตา. อสภาวนิรุตฺติภาวโต พฺยญฺชนโต นานตฺตนฺติ ตํ ลิงฺคเภเทน วจนเภเทน จ ทสฺเสนฺโต, ‘‘สติปฏฺฐาโนติ วา สติปฏฺฐานาติ วา มิจฺฉา โรเปถา’’ติ อาห. อปฺปมตฺตกนฺติ อณุมตฺตํ สลฺลหุกํ, น ครุตรํ อธนิตํ กตฺวา วตฺตพฺพมฺปิ ธนิตํ โฆสวนฺตํ กตฺวา โรปิเต วุตฺตโทสาภาวโตติ เตนาห – ‘‘นิพฺพุตึ ปตฺตุํ สกฺกา โหตี’’ติ.
พฺยญฺชนสฺส มิจฺฉาโรปนํ น วิเสสนฺตรายกรํ โหตีติ ญาปนตฺถํ, จตุสุ มคฺเคสุ ปญฺหํ กเถตฺวาว ปรินิพฺพุโต. สุตฺตนฺตพฺยญฺชนํ สนฺธาเยตํ วุตฺตํ – ‘‘อปฺปมตฺตกํ โข ปนา’’ติ.
๓๘. อถ จตุตฺถวาเร วิวาโท กสฺมา ชาโต? ยาวตา เนสํ วจนํ อตฺถโต เจว สเมติ พฺยญฺชนโต จาติ อธิปฺปาโย. สญฺญาย วิวาโทติ กิญฺจาปิ สเมติ อตฺถโต เจว พฺยญฺชนโต จ, สญฺญา ปน เนสํ อวิสุทฺธา, ตาย สญฺญาย วเสน วิวาโท ชาโตติ ทสฺเสนฺโต ‘‘อห’’นฺติอาทิมาห. อหํ สติปฏฺฐานนฺติ วทามิ, อยํ สติปฏฺฐาโนติ วทตีติ เอวํ เตสํ ญาณํ โหตีติ อิมมตฺถํ, ‘‘เอเสว นโย’’ติ อิมินา อติทิสติ.
๓๙. น โจทนตฺถาย เวคายิตพฺพนฺติ สีฆํ สีฆํ น โจทนา กาตพฺพาติ อตฺโถ. ตสฺมาติ ยสฺมา เอกจฺโจ โกธนภาเวน เอวํ ปฏิปฺผริ, ตสฺมา. อนาทานทิฏฺฐีติ อาทิยิตฺวา อนภินิวิสนโต อนาทานทิฏฺฐี อทฬฺหคฺคาหี. ปกฺขิปนฺโต วิยาติ คิลิตฺวา ปกฺขิปนฺโต วิย.
อุปฆาโตติ จิตฺตปฺปฆาโต ผรสุปฆาโต วิย. วณฆฏฺฏิตสฺส วิยาติ วเณ ฆฏฺฏิตสฺส วิย ทุกฺขุปฺปตฺติ จิตฺตทุกฺขุปฺปตฺติ. เทฺว วาเร วตฺวาปิ วิสชฺเชตีติ สุปฺปฏินิสฺสคฺคี เอวํ ปเคว โจทิตมตฺเต วิสฺสชฺเชติ เจติ อธิปฺปาโย. กถนวเสน จ กายจิตฺตกิลมโถ. เอวรูโปติ สหสา อวิสฺสชฺเชนฺเตน โจทกสฺส วิเหสาวาโท หุตฺวาปิ อกฺโกธนาทิสภาโว.
อุเปกฺขาติ สเกน กมฺเมน ปญฺญายิสฺสตีติ ตสฺมึ ปุคฺคเล อชฺฌุเปกฺขณา. อุเปกฺขํ อติมญฺญติ นาม ตสฺส อนาจารสฺส อนชฺฌุเปกฺขณโต.
๔๐. วจนสญฺจาโรติ เปสุญฺญวเสน อญฺญถาวจนุปสํหาโร. ทิฏฺฐิปฬาโสติ ยุคคฺคาหวเสน ลทฺธิ. สา ปน จิตฺตสฺส อนาราธนิยภาโว สตฺถุจิตฺตสฺส อนาราธกภาโว. กลโหติ อธิกรณุปฺปาทวเสน ปวตฺโต วิคฺคโห ภณฺฑนสฺส ปุพฺพภาโค.
เยน การเณนาติ เยน ธมฺเมน สตฺถุสาสเนน. ตเมว หิ สนฺธาย วทติ – ‘‘ธมฺโมติ สารณียธมฺโม อธิปฺเปโต’’ติ. เอตฺถาติ ‘‘ธมฺมสฺส จานุธมฺม’’นฺติ เอตฺถ. ธมฺโมติ สมฺพุทฺธสฺส ตสฺส ตถา ปวตฺตํ พฺยากรณํ ยถา วิวาทาปนฺนา สญฺญตฺตึ คจฺฉนฺติ. เตนาห – ‘‘เตสํ ภิกฺขูนํ สญฺญตฺติกรณ’’นฺติ. ตเทว พฺยากรณํ อนุธมฺโมติ ภิกฺขุนา วุจฺจมาโน อนุปวตฺโต ธมฺโม. เตนาห – ‘‘ตเทว พฺยากโรติ นามา’’ติ. โกจีติ โย โกจิ. สหธมฺมิโก สการโณ. อญฺญตฺโถ อยํ กึ สทฺโทติ อาห ‘‘อญฺโญ’’ติ. อสฺสาติ วุตฺตนเยน ปฏิปนฺนภิกฺขุโน, ตสฺส ปฏิปตฺติ น เกนจิ ครหณียา โหตีติ อตฺโถ. เสสํ สพฺพํ สุวิญฺเญยฺยเมว.
กินฺติสุตฺตวณฺณนาย ลีนตฺถปฺปกาสนา สมตฺตา.
๔. สามคามสุตฺตวณฺณนา
๔๑. เทฺวธิกชาตาติ ชาตเทฺวธิกา สญฺชาตเภทา. เทฺวชฺฌชาตาติ ทุวิธภาวํ ปตฺตา. ภณฺฑนฺติ ปริภาสนฺติ เอเตนาติ ภณฺฑนํ, วิรุทฺธจิตฺตตา. ตนฺติ ภณฺฑนํ. ธมฺมวินยนฺติ ปาวจนํ. วิตุชฺชนฺตา มุขสตฺตีหิ. สหิตํ เมติ มยฺหํ วจนํ สหิตํ สิลิฏฺฐํ ปุพฺพาปรสมฺพนฺธํ อตฺถยุตฺตํ. เตนาห ‘‘อตฺถสํหิต’’นฺติ. อธิจิณฺณนฺติ อาจิณฺณํ. วิปราวตฺตนฺติ วิโรธทสฺสนวเสน ปราวตฺติตํ, ปราวตฺตํ ทูสิตนฺติ อตฺโถ. เตนาห – ‘‘จิรกาลวเสน…เป… นิวตฺต’’นฺติ. ปริเยสมาโน จร, ตตฺถ ตตฺถ คนฺตฺวา สิกฺขาหีติ อตฺโถ. สเจ สกฺโกสิ, อิทานิเมว มยา เวฐิตโทสํ นิพฺเพเฐหิ. มรณเมวาติ อญฺญมญฺญฆาตวเสน มรณเมว.
นาฏปุตฺตสฺส อิเมติ นาฏปุตฺติยา. เต ปน ตสฺส สิสฺสาติ อาห ‘‘อนฺเตวาสิเกสู’’ติ. ปุริมปฏิปตฺติโต ปฏินิวตฺตนํ ปฏิวานํ, ตํ รูปํ สภาโว เอเตสนฺติ ปฏิวานรูปา. เตนาห ‘‘นิวตฺตนสภาวา’’ติ. กถนํ อตฺถสฺส อาจิกฺขนํ. ปเวทนํ ตสฺส เหตุทาหรณานิ อาหริตฺวา โพธนํ. น อุปสมาย สํวตฺตตีติ อนุปสมสํวตฺตนํ, ตเทว อนุปสมสํวตฺตนิกํ, ตสฺมึ. สมุสฺสิตํ หุตฺวา ปติฏฺฐาเหตุภาวโต ถูปํ ปติฏฺฐาติ อาห – ‘‘ภินฺนถูเปติ ภินฺนปติฏฺเฐ’’ติ. ถูโปติ วา ธมฺมสฺส นิยฺยานภาโว เวทิตพฺโพ, อญฺญธมฺเม อภิภุยฺย สมุสฺสิตฏฺเฐน. โส นิคณฺฐสฺส สมเย เกหิจิ อภินฺนสมฺมโตปิ ภินฺโน วินฏฺโฐเยว สพฺเพน สพฺพํ อภาวโตติ ภินฺนถูโป. โส เอว นิยฺยานภาโว วฏฺฏทุกฺขโต มุจฺจิตุกามานํ ปฏิสรณํ, ตํ เอตฺถ นตฺถีติ อปฺปฏิสรโณ, ตสฺมึ ภินฺนถูเป อปฺปฏิสรเณติ เอวเมตฺถ อตฺโถ เวทิตพฺโพ.
อาจริยปฺปมาณนฺติ อาจริยมุฏฺฐิ หุตฺวา ปมาณภูตํ. นานานีหาเรนาติ นานากาเรน. ‘‘วิวาโท น อุปฺปชฺชี’’ติ วตฺวา ตสฺส อนุปฺปตฺติการณํ ทสฺเสนฺโต, ‘‘สตฺถา หิ…เป… อวิวาทการณํ กตฺวาว ปรินิพฺพายี’’ติ วตฺวา ตํ วิวริตุํ ‘‘ภควตา หี’’ติอาทิ วุตฺตํ. ปติฏฺฐา จ อวสฺสโย จ, ‘‘อยํ ธมฺโม อยํ วินโย อิทํ สตฺถุสาสน’’นฺติ วินิจฺฉยเน มหาปเทสา, ปญฺหพฺยากรณานิ จ, ยสฺมา เตสุ ปติฏฺฐาย เต อวสฺสาย ธมฺมวินยธรา จ นิจฺฉยํ คจฺฉนฺติ. ตถา หิ สุตฺตนฺตมหาปเทสโต วินเย เกนจิ ปุจฺฉิโต อตฺโถ จตุนฺนํ ปญฺหพฺยากรณานํ วเสน สุวินิจฺฉิตรูโป, ตสฺมา ธมฺมวินโย อิธ สตฺถุ กิจฺจํ กาตุํ สกฺโกตีติ อาห – ‘‘เตเนวา’’ติอาทิ, ตสฺมา อุฬาราย เทสนาย ภาชนนฺติ อธิปฺปาโย.
๔๒. ปฏิปวิฏฺฐํ กตฺวา อาหริตพฺพโต, สจฺจํ การิตพฺพโต ปาภตํ มูลนฺติ อาห – ‘‘กถาปาภต’’นฺติ, ธมฺมกถาย มูลการณนฺติ อตฺโถ. เยสํ วเสน วิวาโท อุปฺปนฺโน, เตเยว อธมฺมวาทิโน, เตสํ ตาว โส อหิตาย ทุกฺขาย สํวตฺตตุ, ตโต อญฺเญสํ เทวมนุสฺสานํ กถนฺติ, โจทนา ปรมฺปราย สํกิเลสวตฺถุภาวโตติ ปริหาโร. เตนาห – ‘‘โกสมฺพกกฺขนฺธเก วิยา’’ติอาทิ.
๔๓. อภิญฺญา เทสิตาติ อภิวิสิฏฺฐาย ปญฺญาย ชานิตฺวา โพธิตา. ปติสฺสยมานรูปาติ อปทิสฺส ปติสฺสยมานา ครุกวเสน นิสฺสยมานสภาวา. เตนาห – ‘‘อุปนิสฺสาย วิหรนฺตี’’ติ, ครุตรํ นิสฺสยํ กตฺวา วิหรนฺตีติ อตฺโถ. ปริวาเร ปญฺญตฺตานีติ, ‘‘อาชีวเหตุ อาชีวการณา’’ติ, เอวํ นิทฺธาเรตฺวา ปริวารปาฬิยํ (ปริ. ๓๓๖) อาสงฺกรวเสน ฐปิตานิ. ‘‘เอวญฺจ ปน, ภิกฺขเว, อิมํ สิกฺขาปทํ อุทฺทิเสยฺยา’’ติ (ปารา. ๓๙, ๔๒, ๔๓) วิภงฺคปาฐวเสเนว หิ ตานิ ภควตา ปญฺญตฺตานิ. ตานิ ฐเปตฺวา เสสานิ สพฺพสิกฺขาปทานิ อธิปาติโมกฺขํ นามาติ, อิทํ โคพลีพทฺทญาเยน วุตฺตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ เตสมฺปิ อธิปาติโมกฺขภาวโต.
ตตฺรายํ นโยติ ตสฺมึ สุปฺปชหนาย อปฺปมตฺตกภาเว อยํ วกฺขมาโน. ตานีติ ปณีตโภชนานิ. โย โกจีติ ภิกฺขุ วา ภิกฺขุนี วา. ทุกฺกฏวตฺถุกนฺติ ยํ กิญฺจิ ทุกฺกฏาปตฺติวตฺถุกํ. เตนาติ สุปฺปชหนภาเวน มูลาปตฺติวีติกฺกมสฺส อณุมตฺตตาย.
ปุพฺพภาคมคฺคนฺติ โลกิยมคฺคํ. ตตฺราติ ตสฺมึ ปุพฺพภาคมคฺคํ นิสฺสาย วิวาทุปฺปาเท. โอภาสญาณนฺติ โอภาสสฺส อุปฺปตฺติเหตุภูตํ ญาณํ. ตตฺถ ปน โส มคฺคสญฺญิภาเวน มคฺโค จ จตุพฺพิโธติ สุตตฺตา, ‘‘ปฏฺฐมมคฺโค นามา’’ติอาทิมาห. เอวนฺติ เอวํ อสนฺทิทฺธํ อปริสงฺกิตํ ปริจฺจตฺตํ กตฺวา กมฺมฏฺฐานํ กเถตุํ น สกฺโกติ.
เจติยํ น ทิฏฺฐนฺติ ตสฺส กตํ ถูปํ วทติ. นินฺทิเย ปุถุชฺชนภาเว ฐิตํ ปาสํสํ อริยภาวํ อาโรเปตฺวา ตํ มิจฺฉาลทฺธึ อภินิวิสฺส ปคฺคยฺห โวหรณโต สคฺโคปิ มคฺโคปิ วาริโตเยวาติ. วุตฺตเญฺหตํ –
‘‘โย นินฺทิยํ ปสํสติ, ตํ วา นินฺทติ โย ปสํสิโย;
วิจินาติ มุเขน โส กลึ, กลินา เตน สุขํ น วินฺทตี’’ติ. (สุ. นิ. ๖๖๓; สํ. นิ. ๑.๑๘๐-๑๘๑; อ. นิ. ๔.๓; เนตฺติ. ๙๒);
‘‘ขเณเนว อรหตฺตํ ปาปุณิตุํ สมตฺถกมฺมฏฺฐานกถํ อาจิกฺขิสฺสามี’’ติ หิ อิมินา ตตฺถ โกหญฺญมฺปิ ทิสฺสติ; อิตเรสุ ปน วตฺตพฺพเมว นตฺถิ. อุปฺปาเฏตฺวาติ อุทฺธริตฺวา. ‘‘อถ เต ภิกฺขู’’ติอาทิ เสสํ นาม. ‘‘อมตํ เต ปริภุญฺชนฺติ, เย กายคตาสตึ ปริภุญฺชนฺตี’’ติ (อ. นิ. ๑.๖๐๐) วจนํ ทุคฺคหิตํ คณฺหาเปตฺวา, ‘‘เอตฺตาวตา โว อมตํ ปริภุตฺตํ นาม ภวิสฺสตี’’ติ อาห.
๔๔. เอวนฺติ อาการลกฺขณเมตํ, น อาการนิยมนํ. เตน อิมินาว การเณน จ โย วิวาโท อุปฺปชฺเชยฺยาติ วุตฺตํ โหติ. ครุสฺมึ ครูติ ปวตฺตํ จิตฺตํ ครุวิสยตฺตา ตํสหจริตตฺตา ครุ, ตสฺส ภาโว คารวํ, ครุกรณํ, ตํ เอตฺถ นตฺถีติ อคารโว. เตนาห ‘‘คารววิรหิโต’’ติ. ครุสฺส คารววเสน ปติสฺสยนํ ปติสฺโสติ วุจฺจติ นีจวุตฺติตา, ตปฺปฏิปกฺขโต อปฺปติสฺโสติ อาห – ‘‘อปฺปติสฺสโย อนีจวุตฺตี’’ติ. เอตฺถ ยถายํ ปุคฺคโล สตฺถริ อคารโว นาม โหติ, ตํ ทสฺเสตุํ, ‘‘เอตฺถ ปนา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ ตีสุกาเลสุ อุปฏฺฐานํ น ยาตีติอาทิ สมุทายกิตฺตนอนวเสสทสฺสนํ, อวยวโต ปน อคารวสิทฺธิ ยถา ตํ สามญฺญโต สิกฺขาปทสมาทานํ ตพฺพิเสโส เภโท. เอส นโย เสเสสุปิ.
สกฺกจฺจํ น คจฺฉตีติ อาทรวเสน น คจฺฉติ. สงฺเฆ กโตเยว โหติ สงฺฆปริยาปนฺนตฺตา ตสฺส, ยถา สงฺฆํ อุทฺทิสฺส ทินฺนํ เอเกน ภิกฺขุนา ปฏิคฺคหิตํ สงฺฆสฺส ทินฺนเมว โหติ. อปริปูรยมาโนว สิกฺขาย อคารโว. เตนาห ภควา – ‘‘สิกฺขาย น ปริปูรการี’’ติ (ม. นิ. ๒.๑๓๕). อตฺตโน ปริสาย อุปฺปนฺนํ วิวาทมูลํ วิเสสโต อตฺตนา วูปสเมตพฺพโต อตฺตโน จ อนตฺถาวหโต ‘‘อชฺฌตฺต’’นฺเตฺวว วุตฺตํ. เอส นโย พหิทฺธาติ เอตฺถาปิ.
๔๖. ฉฐานานีติ ฉมูลานิ. ยถา สมนวเสน สมถานํ วิวาทาทีสุ อธิกตฺตุภาโว, เอวํ วิวาทาทีนํ เตหิ อธิกตฺตพฺพตาปีติ อาห – ‘‘วูปสมนตฺถาย…เป… อธิกรณานี’’ติ. เตน อธิกรณสทฺทสฺส กมฺมตฺถตํ อาห. สมถา วา สมนวเสน อธิกรียนฺติ เอตฺถาติ อธิกรณานิ, วิวาทาทโย.
วิวาโท อุปฺปนฺนมตฺโตว หุตฺวา ปรโต กกฺขฬตฺถาย สํวตฺตนโต ยํ วตฺถุํ นิสฺสาย ปฐมํ อุปฺปนฺโน วิวาทานุสาเรน มูลกํ วิย อนุพนฺธโรโค ตเมว ตทญฺญํ วา วตฺถุํ กตฺวา ปวฑฺฒนฺโต วิวาทาธิกรณํ ปตฺวา อุปริ วฑฺฒติ นาม, อนุวาทาปตฺติกิจฺจาธิกรณํ ปตฺวา วิวาทสฺส จ วฑฺฒนํ ปากฏเมว. เตน วุตฺตํ – ‘‘จตฺตาริ อธิกรณานิ ปตฺวา อุปริ วฑฺฒนฺโต โส วิวาโท’’ติ. อุปฺปนฺนานํ อุปฺปนฺนานนฺติ (ที. นิ. ฏี. ๓.๓๓๑) อุฏฺฐิตานํ อุฏฺฐิตานํ. สมถตฺถนฺติ สมนตฺถํ.
อฏฺฐารสหิ วตฺถูหีติ ลกฺขณวจนเมตํ ยถา ‘‘ยทิ เม พฺยาธี ทาเหยฺยุํ. ทาตพฺพมิทโมสธ’’นฺติ (สํ. นิ. ฏี. ๒.๓.๓๙-๔๒; กงฺขา. อภิ. ฏี. อธิกรณสมถวณฺณนา), ตสฺมา เตสุ อญฺญตเรน วิวทนฺตา, ‘‘อฏฺฐารสหิ วตฺถูหิ วิวทนฺตี’’ติ วุจฺจนฺติ. อุปวทนาติ อกฺโกโส. โจทนาติ อนุโยโค.
อธิกรณสฺส สมฺมุขาว วินยนโต สมฺมุขาวินโย. สนฺนิปติตปริสาย ธมฺมวาทีนํ เยภุยฺยตาย เยภุยฺยสิกกมฺมสฺส กรณํ เยภุยฺยสิกา. การกสงฺฆสฺส สามคฺคิวเสน สมฺมุขีภาโว, น ยถา ตถา การกปุคฺคลานํ สมฺมุขตามตฺตํ. ภูตตาติ ตจฺฉตา. สจฺจปริยาโย หิ อิธ ธมฺม-สทฺโท ‘‘ธมฺมวาที’’ติอาทีสุ (ที. นิ. ๑.๙) วิย. วิเนติ เอเตนาติ วินโย, ตสฺส ตสฺส อธิกรณสฺส วูปสมาย ภควตา วุตฺตวิธิ, ตสฺส วินยสฺส สมฺมุขตา วินยสมฺมุขตา. วิวาทวตฺถุสงฺขาเต อตฺเถ ปจฺจตฺถิกา อตฺถปจฺจตฺถิกา, เตสํ อตฺถปจฺจตฺถิกานํ. สงฺฆสมฺมุขตา ปริหายติ สมฺมตปุคฺคเลเหว วูปสมนโต.
นนฺติ วิวาทาธิกรณํ. ‘‘น ฉนฺทาคตึ คจฺฉตี’’ติอาทินา (ปริ. ๓๘๓) วุตฺตํ ปญฺจงฺคสมนฺนาคตํ. คุฬฺหกาทีสุ อลชฺชุสฺสนฺนาย ปริสาย คุฬฺหโก สลากคฺคาโห กาตพฺโพ; ลชฺชุสฺสนฺนาย วิวฏโก, พาลุสฺสนฺนาย สกณฺณชปฺปโก. ยสฺสา กิริยาย ธมฺมวาทิโน พหุตรา, สา เยภุยฺยสิกาติ อาห – ‘‘ธมฺมวาทีนํ เยภุยฺยตายา’’ติอาทิ.
เอวํ วินิจฺฉิตนฺติ อาปตฺตึ ทสฺเสตฺวา โรปนวเสน วินิจฺฉิตํ, ปฏิกมฺมํ ปน อาปตฺตาธิกรณสมเถ ปรโต อาคมิสฺสติ. น สมณสารุปฺปํ อสฺสามณกํ, สมเณหิ อกาตพฺพํ, ตสฺมึ. อชฺฌาจาเร วีติกฺกเมสติ. ปฏิจรโตติ ปฏิจฺฉาเทนฺตสฺส. ปาปุสฺสนฺนตาย ปาปิโย, ปุคฺคโล, ตสฺส กาตพฺพกมฺมํ ตสฺสปาปิยสิกํ.
สมฺมุขาวินเยเนว วูปสโม นตฺถิ ปฏิญฺญาย, ตถารูปาย ขนฺติยา วา วินา อวูปสมนโต. เอตฺถาติ อาปตฺติเทสนายํ. ปฏิญฺญาเต อาปนฺนภาวาทิเก กรณกิริยา, ‘‘อายตึ สํวเรยฺยาสี’’ติ, ปริวาสทานาทิวเสน จ ปวตฺตํ วจีกมฺมํ ปฏิญฺญาตกรณํ.
ยถานุรูปนฺติ ‘‘ทฺวีหิ จตูหิ ติหิ เอเกนา’’ติ เอวํ วุตฺตนเยน ยถานุรูปํ. เอตฺถาติ อิมสฺมึ สุตฺเต, เอตสฺมึ วา สมถวิจาเร. วินิจฺฉยนโยติ วินิจฺฉเย นยมตฺตํ. เตนาห ‘‘วิตฺถาโร ปนา’’ติอาทิ.
๔๗. สงฺเขปโตว วุตฺโต, น สมถกฺขนฺธเก วิย วิตฺถารโต. ตถาติ อิมินา ‘‘ธมฺมา’’ติ ปทํ อากฑฺฒติ, เอตฺถ อิติ-สทฺโท อาทิอตฺโถ, เอวมาทินา อิมินา ปกาเรนาติ วาติ วุตฺตํ โหติ. โพธิปกฺขิยธมฺมานํ เอกนฺตานวชฺชภาวโต นตฺถิ อธมฺมภาโว, ภควโต เทสิตาการํ หาเปตฺวา วฑฺเฒตฺวา วา กถนํ ยถาธมฺมํ อกตนฺติ กตฺวา อธมฺมภาโวติ ทสฺเสนฺโต อาห – ‘‘ตโย สติปฏฺฐานา’’ติอาทิ.
นิยฺยานิกนฺติ สปาฏิหีรํ อปฺปฏิวานํ หุตฺวา ปวตฺตติ. ตเถวาติ อิมินา ‘‘เอวํ อมฺหาก’’นฺติอาทินา วุตฺตมตฺถํ อากฑฺฒติ. ภูเตน…เป… กาตพฺพกมฺมํ ธมฺโม นาม ยถาธมฺมํ กรณโต, วุตฺตวิปริยายโต อิโต ปรํ อธมฺโม. อยํ วินโย นาม ราคาทีนํ สํวรณโต ปหานโต ปฏิสงฺขานโต จ. อยํ อวินโย นาม ราคาทีนํ อวินยนโต. อยํ วินโย นาม ยถาวินยกรณโต, วุตฺตวิปริยาเยน อิตโร อวินโย. วตฺถุสมฺปตฺติอาทินา เอว สพฺเพสํ วินยกมฺมานํ อกุปฺปตาติ อาห – ‘‘วตฺถุสมฺปตฺติ…เป… อยํ วินโย นามา’’ติ, ตปฺปฏิปกฺขโต อวินโย เวทิตพฺโพ. เตนาห ‘‘วตฺถุวิปตฺตี’’ติอาทิ.
สมฺมาปฏิปตฺติยา นยนฏฺเฐน ยถาวุตฺโต ธมฺโม เอว เนตฺติ, ตโต เอว สตฺตสฺส วิย รชฺชุ อสิถิลปวตฺติเหตุตาย ธมฺมรชฺชูติ อตฺโถ วุตฺโต. สุตฺตนฺตปริยาเยน ตาว ทส กุสลกมฺมปถา ธมฺโมติ เอวํ วุตฺตา. สา เอว วา โหตุ ธมฺมเนตฺติ, โย อิธ อิมิสฺสา วณฺณนาย, ‘‘ฉตฺตึส โพธิปกฺขิยธมฺมา’’ติอาทินา ธมฺเมน จ วินเยน จ วุตฺโต, โส เอว วา ธมฺมเนตฺติ โหตูติ อาเนตฺวา โยชนา. ตาย ธมฺมเนตฺติยา สเมติ ตาย ยถาวุตฺตาย ธมฺมเนตฺติยา สํสนฺทติ, เอกลกฺขณเมว โหตีติ อตฺโถ. เอวํ วิวาทวตฺถุภูโต ธมฺโม เจ ‘‘ธมฺโม’’ติ, อธมฺโม เจ ‘‘อธมฺโม’’ติ, วินโย เจ ‘‘วินโย’’ติ, อวินโย เจ ‘‘อวินโย’’ติ นิจฺฉินนฺเตน เอกจฺจานํ วิวาทาธิกรณเมว ทสฺสิตํ ตสฺส วูปสมธมฺมานํ อปริโยสาปิตตฺตา.
๔๘. ตํ ปเนตนฺติ วิวาทาธิกรณํ ปจฺจามสติ. วาเร อตฺถสํวณฺณนาวเสน ปตฺเตปิ. ทฺวีหีติ ยสฺมึ อาวาเส วิวาทาธิกรณํ อุปฺปนฺนํ, ตตฺถ วาสีหิ ทฺวีหิปิ ภิกฺขูหิ อติเรกตรา.
๔๙. ขนฺธสามนฺตนฺติ อาปตฺติกฺขนฺธภาเวน สมีปํ. อาปตฺติสามนฺตํ นาม ปุพฺพภาคา อาปชฺชิตพฺพอาปตฺติ. เมถุนราควเสน กายสํสคฺเค ทุกฺกฏสฺส วตฺถูติ อาห – ‘‘ปฐมปาราชิกสฺส ปุพฺพภาเค ทุกฺกฏ’’นฺติ. เสสานํ ติณฺณํ ปาราชิกานํ ปุพฺพภาเค ถุลฺลจฺจยเมว.
๕๐. ปริกฺกมิตฺวา อุปกฺกมิตฺวา. อาปตฺตาธิกรณํ ทสฺสิตํ ตตฺเถว วิเสสโต ปฏิญฺญาย กาเรตพฺพตาย อิจฺฉิตพฺพตฺตา.
๕๒. กมฺมสฺส วตฺถุ ทสฺสิตํ น สมโถติ อธิปฺปาโย. นนุ จายํ สมถาธิกาโรติ? สจฺจํ, สมถสฺส ปน การเณ ทสฺสิเต สมโถ ทสฺสิโตว โหตีติ ทสฺเสตุํ ‘‘เอวรูปสฺส หี’’ติอาทิ วุตฺตํ.
๕๓. อิทํ กมฺมนฺติ ‘‘อิทํ อมฺหากํ ภณฺฑนชาตาน’’นฺติอาทินา วุตฺตกมฺมํ. ติณวตฺถารกสทิสตฺตาติ ตํสทิสตาย ตพฺโพหาโรติ ทสฺเสติ ยถา – ‘‘เอส พฺรหฺมทตฺโต’’ติ. อาการมตฺตเมว ติณวตฺถารกกมฺมํ นาม, น ปน ตสฺส สพฺพโส กรณวิธานํ. เตนาห ‘‘ขนฺธเก’’ติอาทิ. คิหีนํ หีเนน ขุํสนวมฺภนํ ยถา ‘‘ติลสํคุฬิกา นตฺถี’’ติ. ธมฺมิกปฏิสฺสเวสุ วิสํวาทนวเสน อาปนฺนา อาปตฺติ. อสฺสาติ กิจฺจาธิกรณสฺส. สมฺมุขาวินเยเนว วูปสโม สงฺฆสมฺมุขตาทินาว วูปสมนโต.
๕๔. โสตาปตฺติผลสจฺฉิกิริยวจนโต โกสมฺพิยสุตฺเต (ม. นิ. ๑.๔๙๒) โสตาปตฺติมคฺคสมฺมาทิฏฺฐิ กถิตา, อิธ ปน ‘‘ทิฏฺฐิสามญฺญคโต วิหรติ’’จฺเจว วุตฺตตฺตา, ‘‘อิมสฺมึ สุตฺเต โสตาปตฺติผลสมฺมาทิฏฺฐิ วุตฺตาติ เวทิตพฺพา’’ติ วุตฺตํ. ปาปกมฺมสฺส อปฺปตา มหนฺตตา สาวชฺชภาวสฺส มุทุติกฺขภาเวน เวทิตพฺพาติ อาห ‘‘อณุนฺติ อปฺปสาวชฺชํ. ถูลนฺติ มหาสาวชฺช’’นฺติ. เสสํ สุวิญฺเญยฺยเมว.
สามคามสุตฺตวณฺณนาย ลีนตฺถปฺปกาสนา สมตฺตา.
๕. สุนกฺขตฺตสุตฺตวณฺณนา
๕๕. เหฏฺฐิมมคฺเคหิ ญาตมริยาทาย ปชานนโต อญฺญา, มคฺคปญฺญา. ตสฺส ผลภาวโต อคฺคผลปญฺญา, ตํสหคตา สมฺมาสงฺกปฺปาทโย จ ‘‘อญฺญา’’ติ วุตฺตาติ อาห ‘‘อญฺญาติ อรหตฺต’’นฺติ. จตูหิ ปเทหิ กถิตา, ‘‘ปริจิณฺณา เม ภควา’’ติอาทีสุ วิย น เอกปเทเนว. ‘‘โลกุตฺตโร ธมฺโม อธิคโต มยา’’ติ มญฺญนามตฺตํ อธิมาโนติ ทสฺเสนฺโต, ‘‘อปฺปตฺเต ปตฺตสญฺญิโน’’ติอาทิมาห.
๕๖. อิทํ ฐานนฺติ อิทํ โอภาสาทิสมฺมุติเหตุภูตํ อุฬารตรํ อุทยพฺพยญาณํ. อุฬารตรภาเวน หิ ตํ มคฺคผลปญฺญาย ปจฺจโย หุตฺวา ยาถาวโต ทุพฺพิญฺเญยฺยตาย วิปสฺสกํ วิสํวาเทติ. เตนาห ‘‘อวิภูตํ อนฺธการ’’นฺติ. อิมํ ปญฺหนฺติ อิมํ สุตฺตํ คมฺภีรํ โลกุตฺตรปฏิสํยุตฺตํ อตฺตนา ญาตุํ อิจฺฉิตํ อตฺถํ. อุคฺคเหตฺวาติ เกวลํ ปิฏกสมฺปาทนวเสเนว อุคฺคณฺหิตฺวา. เตนาห ‘‘อชานิตฺวา’’ติ. วิเสวมานาติ กิเลสวิเส อวมาเนนฺตา, สาสนสฺส วา อนุปการวิรูปปจฺจเย เสวมานา. เอวมสฺสาติ เอวํ วุตฺตนเยน เตสํ กรณเหตุ อสฺส จิตฺตสฺส ธมฺมเทสนาวเสน ปวตฺตสฺส. อญฺญถาภาโว อเทเสตุกามตา โหติ. ตนฺติ ยถาวุตฺตมตฺถํ สนฺธาย. เอตนฺติ ‘‘ตสฺสปิ โหติ อญฺญถตฺต’’นฺติ เอวํ วุตฺตํ.
๕๘. กิเลเสหิ อามสียตีติ อามิสํ, โลเกปริยาปนฺนํ อามิสนฺติ อิธ ปญฺจ กามคุณา อธิปฺเปตาติ เตสุ วฏฺฏามิสภาเวปิ ลภิเต กามามิสภาโว สิทฺโธติ อาห – ‘‘วฏฺฏามิสกามามิสโลกามิสภูเตสู’’ติ. กามคุณา หิ วฏฺฏสฺส วฑฺฒนโต วฏฺฏามิสํ, กาเมตพฺพโต กามตณฺหาย อามสิตพฺพโต กามามิสํ, เยภูยฺยโต สตฺตโลกสฺส อามิสภาวโต โลกามิสํ. กามคุณสภาคาติ กามคุณานุโลมา กามคุณปฏิสํยุตฺตา. อาเนญฺชสมาปตฺติปฏิสํยุตฺตายาติ กิเลสิญฺชนรหิตตาย อิธ อาเนญฺชาติ อธิปฺเปตาหิ เหฏฺฐิมาหิ อรูปสมาปตฺตีหิ ปฏิสํยุตฺตาย. เอวรูโปติ โลกามิสภูเตสุ ปจฺจเยสุ อธิมุตฺโต ตนฺนินฺโน ตคฺครุโก ตปฺปพฺภาโร. เอตฺตาวตาติ เอวํ สทฺธานํ มนุสฺสานํ ทสฺสเนน เตสํ ปวตฺติตาสเยน จ. สีสํ นิกฺขนฺตํ โหตีติ ลาภาสาย สีสํ พหิ นิกฺขนฺตํ วิย โหติ. อุทรํ ผลิตนฺติ อติพหุภณฺฑํ ปกฺขิปิยมานํ ปสิพฺพกํ วิย ลทฺธพฺพสฺส อติปหูตภาเวน อุทรํ ผีตํ โหติ.
๕๙. ยถา ปุริมา เทฺว อรูปสมาปตฺติโย อตฺตโน ปจฺจนีกกิเลเสหิ อนิญฺชนโต ‘‘อนิญฺชา’’ติ วุจฺจนฺติ, เอวํ อิตราปิ. ตํ ปวุตฺตนฺติ โลกามิสสํโยชนํ วิคตํ.
๖๐. นิฆํสนฺติ ‘‘เอตฺตโก อย’’นฺติ ปริจฺเฉทนฺติ อตฺโถ. สิเลเสนาติ จมฺมการสิเลสาทิสิเลเสน, วชิรเลปสิเลเส วตฺตพฺพเมว นตฺถิ. ตํ ภินฺนนฺติ อาเนญฺชสํโยชนํ ภินฺนํ วิธมิตํ สมติกฺกนฺตํ ตาสุ สมาปตฺตีสุ อเปกฺขาภาวโต. อชฺฌาสเยน อสมฺพทฺธตฺตา วุตฺตํ – ‘‘เทฺวธาภินฺนา เสลา วิย โหตี’’ติ. เตนาห – ‘‘ตํ สมาปชฺชิสฺสามีติ จิตฺตํ น อุปฺปชฺชตี’’ติ.
๖๑. วนฺตนฺติ ฉฑฺฑิตํ, วิสฺสฏฺฐนฺติ อตฺโถ.
๖๒. อุปริสมาปตฺติลาภิโนติ เอตฺถ อุปริสมาปตฺตีติ อรหตฺตผลสมาปตฺติ อธิปฺเปตา, อรหโต จ มคฺคาธิคเมเนว อนาคามิผลสมาปตฺติ, เสกฺขานํ วิสยา เหฏฺฐิมา ผลสมาปตฺติโย ปฏิปฺปสฺสทฺธา. โลกิยา ปน นิกนฺติปฺปหาเนน ปฏินิสฺสฏฺฐาติ อาห – ‘‘เหฏฺฐา…เป… น อุปฺปชฺชตี’’ติ.
๖๓. ‘‘ปญฺจ โข อิเม, สุนกฺขตฺต, กามคุณา’’ติอาทินา อารทฺธเทสนา, ‘‘สมฺมา นิพฺพานาธิมุตฺโต ปุริสปุคฺคโล’’ติ อรหตฺตกิตฺตเนน นิฏฺฐาปิตาติ ตโต ปรํ, ‘‘ฐานํ โข ปนา’’ติอาทิกา เทสนา, ‘‘ปาฏิเยกฺโก อนุสนฺธี’’ติ วุตฺตา. เตนาห ‘‘เหฏฺฐา หี’’ติอาทิ. ตตฺถ ยถา ขีณาสวสฺส สมาปตฺติลาภิโนติ โยชนา, เอวํ วา ขีณาสวสฺส สุกฺขวิปสฺสกสฺสาติ โยเชตพฺพา. ปฏิกฺขิตฺตํ อฏฺฐกถายํ. ตสฺส ปฏิกฺเขปสฺส การณํ ทสฺเสตุํ ‘‘สมาปตฺติลาภิโน หี’’ติอาทิ วุตฺตํ. ยถา สุกฺขวิปสฺสโก อธิมานิโก สมาปตฺติลาภิโน สมานโยคกฺขโม อปฺปตฺเต ปตฺตสญฺญิตาย เภทาภาวโต, เอวํ สุกฺขวิปสฺสโก ขีณาสโว สมานโยคกฺขโม ขีณาสวภาเวน วิเสสาภาวโต, ตสฺมา ‘‘สมาปตฺติลาภิมฺหิ กถิเต อิตโรปิ กถิโตว โหตี’’ติ วุตฺตํ. ทฺวินฺนํ ภิกฺขูนนฺติ สมาปตฺติลาภิโน อธิมานิกสฺส ขีณาสวสฺส จ. เตเนวาห ‘‘ปุถุชฺชนสฺส ตาวา’’ติอาทิ.
ยทคฺเคนาติ เยน ภาเคน. ยทิปิ ขีณาสวสฺส อสปฺปายารมฺมณํ กิเลสานํ อุปฺปตฺติยา ปจฺจโย น โหติ เตสํ สพฺพโส สมุจฺฉินฺนตฺตา. สนฺตวิหารปริปนฺโถ ปน สิยา วิสภาคโตติ วุตฺตํ – ‘‘ขีณาสวสฺสปิ อสปฺปายเมวา’’ติ. เตนาห – ‘‘วิสํ นาม…เป… วิสเมวา’’ติ. เอเตน ‘‘ยถา วิสชานนํ อปฺปมาณํ, วิการุปฺปาทนโต ปน ตํ ปริหริตพฺพํ, เอวํ ปริญฺญาตมฺปิ วตฺตุ อตฺถวิเสสาภาเวน เอกรูปเมวาติ ตํ ปริหริตพฺพเมวา’’ติ ทสฺเสติ. เตนาห ‘‘น หี’’ติอาทิ. น หิ อสํวุเตน ภวิตพฺพํ อสารุปฺปภาวโต. ยุตฺตปยุตฺเตเนวาติ สภาคารมฺมณสฺส อาโลกนาทีสุ ยุตฺเตเนว ภวิตุํ วฏฺฏติ.
๖๔. ยตฺถ สยํ นิปตติ อุปฺปชฺชติ, ตสฺส สนฺตานสฺส วิปฺปสนฺนวเสน รุปฺปนโต, วิสสงฺขาตสฺส ทุกฺขสฺส มูลภาวโต จ ‘‘อวิชฺชาสงฺขาโต วิสโทโส’’ติ วุตฺตํ. รุปฺปตีติ กตฺตพฺพาทิมุจฺฉาปาทเนน วิการํ อุปฺปาเทติ. อนุทฺธํเสยฺยาติ วิพาเธยฺย. ราโค หิ อุปฺปชฺชมาโนว กุสลจิตฺตปฺปวตฺติยา โอกาสํ อเทนฺโต ตํ วิพาธติ; ตถาภูโต สทฺธาสิเนหสฺส สมถวิปสฺสนาภิวุฑฺฒิยา วมเนน จ ตํ วิโสเสติ มิลาเปติ. เตนาห ‘‘โสเสยฺย มิลาเปยฺยา’’ติ. สคหณเสสนฺติ คเหตพฺพวิสํ สาวเสสํ กตฺวาติ อตฺโถ. น อลํ น สมตฺถนฺติ อนลํ. สูกปริยาโย ปาฬิยํ วุตฺโต สุก-สทฺโทติ อาห – ‘‘วีหิสุกาทิ จ สูก’’นฺติ.
สอุปาทานสลฺลุทฺธาโร วิย อปฺปหีโน อวิชฺชาวิสโทโส ทฏฺฐพฺโพ มหานตฺถุปฺปาทนโต. อสปฺปาย…เป… อสํวุตกาโล ทฏฺฐพฺโพ อตฺตภาวสฺส อปริหรณภาวโต. มรณํ วิย สิกฺขํ ปจฺจกฺขาย หีนายาวตฺตนํ อธิสีลสงฺขาตสฺส อายุโน อเปตตฺตา. มรณมตฺตํ ทุกฺขํ วิย อาปตฺติยา อาปชฺชนํ ยถาวุตฺตสฺส อายุโน อุปปีฬนกภาวโต. อิมินาว นเยน โอปมฺมสํสนฺทนนฺติ เอตฺถ อนุปาทิเสสสลฺลุทฺธาโร วิย ปหีโน อวิชฺชาวิสโทโส; สปฺปาย…เป… สุสํวุตกาโล, ตทุภเยน วเณ ปุถุตฺตํ น คเต มรณาภาโว วิย สิกฺขาย อปจฺจกฺขานํ, มรณมตฺตทุกฺขาภาโว วิย อญฺญตราย สํกิลิฏฺฐาย อาปตฺติยา อนาปชฺชนนฺติ โยชนา เวทิตพฺพา.
๖๕. สติยาติ เอตฺถ ยสฺมา ‘‘อริยายา’’ติ น วิเสสิตนฺติ อาห – ‘‘สติ ปญฺญาคติกา’’ติอาทิ. ปญฺญา เจตฺถ โลกิยา อธิปฺเปตา, น โลกุตฺตราติ อาห – ‘‘ปริสุทฺธาย วิปสฺสนาปญฺญายา’’ติ.
ขีณาสวสฺส พลนฺติ อุฬารตเมสุ ทิพฺพสทิเสสุปิ อารมฺมเณสุ มนจฺฉฏฺฐานํ อินฺทฺริยานํ อนุปนมนเหตุภูตํ สุสํวุตการิสงฺขาตํ ขีณาสวพลํ ทสฺเสนฺโต, ‘‘สํวุตการี’’ติ วุตฺตํ, อุกฺกํสคตสติเวปุลฺลตฺตา ยถา อสํวรสฺส อสํวโร โหติ, เอวํ สติสมฺปชญฺญพเลน จกฺขาทิทฺวารานิ สํวริตฺวา ทสฺสนาทิกิจฺจการี. เอวํ ชานิตฺวาติ ‘‘อุปธิ ทุกฺขสฺส มูล’’นฺติ เอวํ วิปสฺสนาปญฺญาสหิตาย มคฺคปญฺญาย ชานิตฺวา. อุปธียติ ทุกฺขํ เอเตหีติ อุปธี, กิเลสาติ อาห – ‘‘กิเลสุปธิปหานา นิรุปธี’’ติ. ตโต เอว อุปาทียติ ทุกฺขํ เอเตหีติ กิเลสา ‘‘อุปาทานา’’ติปิ วุจฺจนฺตีติ อาห – ‘‘นิรุปาทาโนติ อตฺโถ’’ติ. อุปธี สมฺมเทว ขียนฺติ เอตฺตาติ อุปธิสงฺขโย, นิพฺพานนฺติ อาห – ‘‘อุปธีนํ สงฺขยภูเต นิพฺพาเน’’ติ. อารมฺมณโตติ อารมฺมณํ กตฺวา ตทารมฺมณาย ผลวิมุตฺติยา วิมุตฺโต. กามุปธิสฺมึ กายํ อุปสํหริสฺสตีติ ‘‘กาเมเสวิสฺสามี’’ติ ตตฺถ กายํ อุปนาเมสฺสติ; กายูปสํหาโร ตาว ติฏฺฐตุ, ตถา จิตฺตํ วา อุปฺปาเทสฺสตีติ เอตํ การณํ นตฺถีติ. เสสํ สุวิญฺเญยฺยเมว.
สุนกฺขตฺตสุตฺตวณฺณนาย ลีนตฺถปฺปกาสนา สมตฺตา.
๖. อาเนญฺชสปฺปายสุตฺตวณฺณนา
๖๖. ขณปภงฺคุตาย น นิจฺจา น ธุวาติ อนิจฺจา. ตโต เอว ปณฺฑิเตหิ น อิจฺจา น อุปคนฺตพฺพาติปิ อนิจฺจา. โส จายํ อนิจฺจตฺโถ อุทยวยปริจฺฉินฺนตาย เวทิตพฺโพติ ทสฺเสนฺโต, ‘‘หุตฺวา อภาวฏฺเฐน อนิจฺจา’’ติ อาห; อุปฺปชฺชิตฺวา วินสฺสนโตติ อตฺโถ. อยญฺจ อนิจฺจตา วกฺขมานา จ ตุจฺฉาทิตา ทฺวินฺนมฺปิ กามานํ สาธารโณติ อาห – ‘‘วตฺถุกามาปิ กิเลสกามาปี’’ติ. ริตฺตา วิวิตฺตา, เตสํ นิจฺจสาราทีนํ อตฺตนิ อภาวโต เตหิ วิสุํภูตา. ยถา ปน สพฺพโส สภาวรหิตมากาสํ ‘‘ตุจฺฉํ ริตฺต’’นฺติ วุจฺจติ, น เอวเมเต. เอเต ปน เกวลํ นิจฺจสาราทิวิรหโต เอว ตุจฺฉา ริตฺตาติ ทสฺเสนฺโต ‘‘น ปนา’’ติอาทิมาห. ‘‘น หิ ตุจฺฉมุฏฺฐิ นาม นตฺถี’’ติ อิทํ โลกสมญฺญาวเสน วุตฺตํ, โลกสมญฺญา โลกิยกถา น ลงฺฆิตพฺพา.
มุสาติ อิตฺตรปจฺจุปฏฺฐานตาย น ทิสฺสตีติ อาห ‘‘มุสาติ นาสนกา’’ติ. วิสํวาทนฏฺเฐน วา มุสา. เอเต หิ อสุภาทิสภาวาปิ พาลานํ สุภาทิภาเวน อุปฏฺฐหนฺตา สุภาทิคฺคหณสฺส ปจฺจกฺขภาเวน สตฺเต วิสํวาเทนฺติ. นสฺสนสภาวาติ ขณภงฺคตฺตา อิตฺตรปจฺจุปฏฺฐานตาย ทิสฺสมานา วิยปิ หุตฺวา อปญฺญายนกปกติกา. เตนาห ‘‘เขตฺตํ วิยา’’ติอาทิ. ธมฺมสทฺโท เจตฺถ ‘‘ชาติธมฺมาน’’นฺติอาทีสุ (ที. นิ. ๒.๓๙๘) วิย ปกติปริยาโย, ตถา สภาวสทฺโท จาติ ทฏฺฐพฺพํ. โมสธมฺมาติ โมสนปกติกา, กุสลภณฺฑหรณสภาวาติ อตฺโถ. มายากตนฺติ มายาย กตํ อุทกาทิมณิอาทิอากาเรน มายาทินา อุปฏฺฐาปิตํ; มายากตํ วิย มายากตํ อญฺญสภาวา หุตฺวา อตถา อุปฏฺฐหนโต. เตนาห ‘‘ยถา’’ติอาทิ. จกฺขุปเถ เอว กตวิชฺชาย, น ตโต ปรนฺติ วุตฺตํ – ‘‘ทสฺสนูปจาเร ฐิตสฺเสว ตถา ปญฺญายตี’’ติ. ตยิทํ สมฺพรวิชฺชาวเสน วุตฺตํ.
เอวํ ตาวกาลิกภาเวน กามานํ มายากตภาวํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ ตโต อญฺเญนปิ ปกาเรน ทสฺเสตุํ ‘‘ยถา จา’’ติอาทิ วุตฺตํ. อนิจฺจาทิสภาวานํ กามานํ นิจฺจาทิสภาวทสฺสนํ วิปลฺลาสสหคตตาย เวทิตพฺพํ. พาลานํ ลาปนโตติ อปริญฺญาตวตฺถุกานํ อนฺธพาลานํ ปุคฺคลานํ วิปลฺลาสเหตุโต. มนุสฺสโลเก ฐตฺวา มนุสฺสานํ วา วเสน ภควตา ภาสิตตฺตา วุตฺตํ – ‘‘ทิฏฺฐธมฺมิกา กามาติ มานุสกา ปญฺจ กามคุณา’’ติ. ตโต เอว จ ‘‘สมฺปรายิกาติ เต ฐเปตฺวา อวเสสา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ ทิฏฺฐธมฺมา ปจฺจกฺขสภาวา อารมฺมณภูตา เอตาสํ อตฺถีติ ทิฏฺฐธมฺมิกา. สมฺปรายิเก กาเม อารพฺภ อุปฺปนฺนสญฺญา สมฺปรายิกา. เต สเมจฺจ ธียติ เอตฺถ อาณาติ เธยฺยํ, อาณาปวตฺติฏฺฐานํ. มารสฺส เธยฺยนฺติ มารเธยฺยํ ตสฺส อิสฺสริยปวตฺตนตฺตา. เตนาห ‘‘เยหี’’ติอาทิ. คหิตนฺติ วิสยวิสยีภาเวน คหิตํ, อารมฺมณวเสน อารมฺมณกรณวเสน จ คหิตนฺติ อตฺโถ. ตตฺถ อารมฺมณกรณวเสน คหณํ นาม ‘‘อิทํ มยฺห’’นฺติ อวิภาเคน ปริคฺคหกรณํ; อารมฺมณวเสน ปน คหณํ ภาคโส อารมฺมณานุภวนนฺติ วทนฺติ. อุภยสฺสปิ ปน ตณฺหาราควเสน คหณํ สนฺธาย, ‘‘อุภยเมตํ คหิต’’นฺติ วุตฺตํ. มาโรติ กิเลสมาโร. ยทคฺเคน กิเลสมาโร, ตทคฺเคน เทวปุตฺตมาโรปิ เต อตฺตโน วสํ วตฺเตติ. ตํ สนฺธายาติ ธมฺมมุเขน ปุคฺคลคฺคหณํ สนฺธาย.
อปฺปหีนวิปลฺลาสา หิ ปุคฺคลา กามาธิมุตฺตา มารสฺส อิสฺสริยวตฺตนฏฺฐานตาย ‘‘มารเธยฺย’’นฺติ วุตฺตา, ตถา มารสฺส นิวาปโคจรปริยาเยหิปิ เต เอวํ วุตฺตาติ ทสฺเสนฺโต, ‘‘ยถา โจฬสฺสา’’ติอาทิมาห. นิวปตีติ นิวาโป, โส เอว พีชนฺติ นิวาปพีชํ. เตติ กามคุณา. ยตฺถาติ ยสฺมึ ปเทเส.
มนสิ ภวาติ มานสาติ อาห ‘‘จิตฺตสมฺภูตา’’ติ. เต ปน อวิชฺชาทโย ปาฬิยํ อาคตา. เอวญฺหิ โลหิตสนฺนิสฺสโย ปุพฺโพ วิย อนุโรธูปนิสฺสโย วิโรโธติ ทสฺเสนฺโต, ‘‘มมายิเต วตฺถุสฺมิ’’นฺติอาทิมาห. เตธาติ เอตฺถ อิธาติ นิปาตมตฺตํ ‘‘อิธาหํ, ภิกฺขเว, ภุตฺตาวี อสฺส’’นฺติอาทีสุ (ม. นิ. ๑.๓๐) วิย. กามโลกนฺติ กามคุณสงฺขาตํ สงฺขารโลกํ, ยตฺถ วา โลเก กามคุณวนฺตํ โลกํ. จิตฺเตน อธิฏฺฐหิตฺวาติ ฌานารมฺมณํ ปฏิภาคนิมิตฺตํ ภาวนาจิตฺเตน อุปฺปาเทตฺวา. ปริตฺตํ นาม วิกฺขมฺภนอสมตฺถตฺตา กิเลเสหิ ปริโต ขณฺฑิตํ วิย โหติ. ตสฺส ปฏิกฺเขเปนาติ ปริตฺตภาวปฏิกฺเขเปน. ปมาณนฺติปิ กามาวจรเมว ปาปกานํ ปมาณกรณธมฺมานํ วิกฺขมฺภนวเสน อปฺปชหนโต. ตปฺปฏิกฺเขปวเสน อปฺปมาณํ นาม มหคฺคตนฺติ อาห – ‘‘รูปาวจรํ อรูปาวจร’’นฺติ. สมุจฺเฉทวเสน กิเลสานํ อปฺปหาเนน มหคฺคตชฺฌานมฺปิ สุภาวิตํ นาม น โหติ, ปเคว ปริตฺตชฺฌานนฺติ อาห – ‘‘สุภาวิตนฺติ…เป… โลกุตฺตรสฺเสเวตํ นาม’’นฺติ. เอตสฺส วเสนาติ ‘‘สุภาวิต’’นฺติ ปทสฺส วเสน.
ตเมว ปฏิปทนฺติ ตเมว อภิชฺฌาทิปหานาวหํ ฌานปฏิปทํ. อรหตฺเต ตสฺส อุปายภูตาย วิปสฺสนาย วา จตุตฺถชฺฌาเน ตสฺส อุปายภูเต อุปจาเร วา สติ จิตฺตํ ปสนฺนเมว โหตีติ อาห – ‘‘อรหตฺตํ วา…เป… อุปจารํ วา’’ติ. อธิโมกฺขสมฺปสาโทติ ‘‘อชฺเชว อรหตฺตํ คณฺหิสฺสามี’’ติ วา วิปสฺสนาย วีถิปฏิปนฺนตฺตา; ‘‘อชฺเชว จตุตฺถชฺฌานํ นิพฺพตฺเตสฺสามี’’ติ วา อุปจารสมาธินา จิตฺตสฺส สมาหิตตฺตา อธิมุจฺจนภูโต สมฺปสาโท. ปฏิลาภสมฺปสาโทติ อรหตฺตสฺส จตุตฺถชฺฌานสฺส วา อธิคมสงฺขาโต สมฺปสาโท. ปฏิลาโภปิ หิ กิเลสกาลุสิยาภิภวนโต จิตฺตสฺส สุปฺปสนฺนภาวาวหตฺตา ‘‘สมฺปสาโท’’ติ วุตฺโต. ปจฺจยาติ นามรูปปจฺจยา อวิชฺชาทโย. สพฺพถาติ สมุทยโต อตฺถงฺคมโต อสฺสาทโต อาทีนวโต นิสฺสรณโตติ สพฺพปฺปกาเรน. อาสาติ อธิมุจฺจนวเสน อาสีสนา. เตนาห – ‘‘อาสา สนฺติฏฺฐติ, อธิโมกฺขํ ปฏิลภตี’’ติ.
ปาทกนฺติ ปทฏฺฐานํ. กิเลสา สนฺนิสีทนฺตีติ นีวรณสหคตา เอว กิเลสา วิกฺขมฺภนวเสน วูปสมนฺติ. สตีติ อุปจารชฺฌานาวหา สติ สนฺติฏฺฐติ. สงฺขารคตนฺติ ภาวนาย สมตาย ปวตฺตมานตฺตา, อิเม ธมฺมวิจยสมฺโพชฺฌงฺคาทโย เอกรสา หุตฺวา ปวตฺตนฺตีติ, ภาวนาจิตฺตุปฺปาทปริยาปนฺนํ สงฺขารคตํ วิภูตํ ปากฏํ หุตฺวา อุปฏฺฐาติ. จิตฺตุปฺปาโทติ ภาวนาจิตฺตุปฺปาโท. เลปปิณฺเฑติ สิเลสปิณฺเฑ ลคฺคมาโน วิย อปฺปิโต วิย โหติ. อุปจาเรน สมาธิยติ อุปจารชฺฌาเนน สมาธิยติ. อยนฺติ อยํ ทุวิโธปิ อธิมุจฺจนากาโร อธิโมกฺขสมฺปสาโท นาม. ตสฺมึ สมฺปสาเท สตีติ เอตสฺมึ วิปสฺสนาลกฺขเณ, อุปจารชฺฌาเน วา อธิโมกฺขสมฺปสาเท สติ. โย ปน อรหตฺตํ วา ปฏิลภติ จตุตฺถชฺฌานํ วา, ตสฺส จิตฺตํ วิปฺปสนฺนํ โหติเยว, อยํ นิปฺปริยายโต ปฏิลาภสมฺปสาโท, เอวํ สนฺเตปิ อิธามิปฺเปตเมว ทสฺเสตุํ, ‘‘อิธ ปนา’’ติอาทิ วุตฺตํ. วิปสฺสนา หีติอาทิ วุตฺตสฺส สมตฺถนํ. ตตฺถ ปญฺญายาติ อรหตฺตปญฺญาย. อธิมุจฺจนสฺสาติ สทฺทหนํ อุสฺสุกฺกาปชฺชนสฺส. อุปจารนฺติ อุปจารชฺฌานํ. อาเนญฺชสมาปตฺติยา อธิมุจฺจนสฺส การณนฺติ โยชนา.
เอตรหิ วาติ อิทานิเมว. อาเนญฺชํ วาติ จตุตฺถชฺฌานํ วา. สมาปชฺชตีติ อธิคจฺฉติ. อิทํ หีติอาทินา สงฺเขปโต วุตฺตมตฺถํ วิวรติ. อรหตฺตสจฺฉิกิริยา นาม อคฺคมคฺคภาวนาย สติ อตฺถโต อาปนฺนา โหติ, อคฺคมคฺคปญฺญา เอว ตทตฺถํ อธิมุจฺจิตพฺพาติ ทสฺเสนฺโต, ‘‘อถ วา’’ติ วิกปฺปนฺตรมาห. ตตฺถ ยถา นาม ปาสาทสฺส อตฺถาย สมานีตทพฺพสมฺภาราวยเว อปฺปโหนฺเต กูฏาคารํ กาตุํ น ปโหนฺติเยว, เอวํสมฺปทมิทนฺติ ทสฺเสนฺโต, ‘‘ตํ อนภิสมฺภุณนฺโต อาเนญฺชํ วา สมาปชฺชตี’’ติ อาห. จตุสจฺจํ วา สจฺฉิกโรติ เหฏฺฐิมมคฺคาธิคมนวเสน อาเนญฺชํ วา สมาปชฺชติ อุภยสฺสปิ เหตุปริคฺคหิตตฺตา.
ตตฺราติ ตสฺมึ ‘‘ปญฺญาย วา อธิมุจฺจติ, อาเนญฺชํ วา สมาปชฺชตี’’ติ ยถาวุตฺเต วิเสสาธิคเม อยํ อิทานิ วุจฺจมาโน โยชนานโย. เอวํ โหตีติ อิทานิ วุจฺจมานากาเรน จิตฺตาภินีหาโร โหติ. กิจฺจนฺติ ปพฺพชิตกิจฺจํ. ตโตติ อรหตฺตาธิคมนโต. โอสกฺกิตมานโสติ สํกุจิตจิตฺโต. อนฺตรา น ติฏฺฐตีติ อสมาหิตภูมิยํ น ติฏฺฐติ. อิทานิ ยถาวุตฺตมตฺถํ อุปมาย วิภาเวตุํ ‘‘ยถา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺรายํ สงฺเขปตฺโถ – ยถา ตสฺส ปุริสสฺส วนมหึสํ คเหตุํ อุสฺสาหวโต โอสกฺกนฺตสฺส สสโคธาทิคฺคหเณ วตฺตพฺพเมว นตฺถิ, เอวํ อิมสฺสปิ ภิกฺขุโน อรหตฺตํ คเหตุํ อุสฺสาหวโต ตโต โอสกฺกิตฺวา จตุตฺถชฺฌานสมาปชฺชเน วตฺตพฺพเมว นตฺถีติ. เอเสว นโยติ ยถาวุตฺตํ อุปมํ อุปมาสํสนฺทนญฺจ มคฺคภาวนาโยชนายํ จตุสจฺจสจฺฉิกิริยาโยชนายญฺจ อติทิสติ.
เหตุอตฺถโชตโน ยนฺติ นิปาโต, กรเณ วา เอตํ ปจฺจตฺตวจนนฺติ อาห ‘‘เยน การเณนา’’ติ. ตสฺส สํวตฺตนํ อรหติ, ตํ วา ปโยชนํ เอตสฺสาติ ตํสํวตฺตนิกํ. วิญฺญาณนฺติ วิปากวิญฺญาณํ. อาเนญฺชสภาวํ อุปคจฺฉตีติ อาเนญฺชูปคํ. ยถา กุสลํ อาเนญฺชสภาวํ, เอวํ ตํ วิปากวิญฺญาณมฺปิ อาเนญฺชสภาวํ อุปคตํ อสฺส ภเวยฺย. เตนาห – ‘‘กาทิสเมว ภเวยฺยาติ อตฺโถ’’ติ. เกจีติ อภยคิริวาสิโน. กุสลวิญฺญาณนฺติ วิปากวิญฺญาณมฺปิ ตํ กุสลํ วิย วทนฺติ. ตนฺนามกเมวาติ กุสลํ วิย อาเนญฺชนามกเมว สิยา. เอตฺถ จ ปุริมวิกปฺเป ‘‘อาเนญฺชูปค’’นฺติ ตํสทิสตา วุตฺตา, ทุติยวิกปฺเป ตโต เอว ตํสมญฺญตา. โส ปนายมตฺโถติ อาเนญฺชสทิสตาย วิปากกาเลปิ ตํนามกเมว อสฺสาติ ยถาวุตฺโต อตฺโถ. อิมินา นเยนาติ อิมินา วุตฺตนเยน. เอตฺถ หิ อาเนญฺชาภิสงฺขารเหตุวิปากวิญฺญาณํ ‘‘อาเนญฺชูปคํ โหติ วิญฺญาณ’’นฺติ วุตฺตตฺตา ตํนามกเมว กตฺวา ทีปิตํ. อรหตฺตสฺสาปีติ อปิสทฺเทน อคฺคมคฺคภาวนายปิ เหฏฺฐิมมคฺคภาวนายปีติ อตฺโถ สงฺคหิโตติ ทฏฺฐพฺโพ. สมาธิวเสน โอสกฺกนา กถิตาติ ‘‘วิปุเลน มหคฺคเตน เจตสา วิหเรยฺย’’นฺติ สมถนยํ ทสฺเสตฺวา เทสนา กถิตา.
๖๗. อยญฺหิ ภิกฺขูติ ยํ อุทฺทิสฺส อยํ ทุติยาเนญฺชสปฺปายเทสนาย ภิกฺขุ วุตฺโต. ปญฺญวนฺตตโรติ วตฺวา ตํ ทสฺเสตุํ, ‘‘ทฺวินฺนมฺปิ กมฺมฏฺฐานํ เอกโต กตฺวา สมฺมสตี’’ติ วุตฺตํ. เหฏฺฐิมสฺส หิ ‘‘เย จ ทิฏฺฐธมฺมิกา กามา’’ติอาทินา รูปสทฺทคนฺธรสโผฏฺฐพฺพาเนว รูปมุเขน วิปสฺสนาภินิเวโส กโต, อิมสฺส ปน ‘‘ยํ กิญฺจิ รูป’’นฺติอาทินา สกลรูปธมฺมวเสน. ภควา หิ กมฺมฏฺฐานํ กเถนฺโต กมฺมฏฺฐานิกสฺส ภิกฺขุโน การณพลานุรูปเมว ปฐมํ ภาวนาภินิเวสํ ทสฺเสติ; โส ปจฺฉา ญาเณ วิปุลํ คจฺฉนฺเต อนวเสสโต ธมฺมํ ปริคฺคณฺหาติ. รูปปฏิพาหเนนาติ รูปวิราคภาวนาย สพฺพโส สมติกฺกเมน. สพฺพตฺถาติ สพฺเพสุ ตติยาเนญฺชาทีสุ.
ปญฺญวนฺตตโรติ ปญฺญุตฺตโร. ติณฺณมฺปิ กมฺมฏฺฐานํ เอกโต กตฺวาติ กามคุณา สพฺพรูปธมฺมา กามสญฺญาติ เอวํ ติณฺณํ ปุคฺคลานํ กมฺมฏฺฐานวเสน ติธา วุตฺเต สมฺมสนูปคธมฺเม เอกโต กตฺวา, ‘‘สพฺพเมตํ อนิจฺจ’’นฺติ เอกชฺฌํ คเหตฺวา, สมฺมสติ ยถา – ‘‘ยํ กิญฺจิ สมุทยธมฺมํ, สพฺพํ ตํ นิโรธธมฺม’’นฺติ (ที. นิ. ๑.๒๙๘; สํ. นิ. ๕.๑๐๘๑; มหาว. ๑๖; จูฬนิ. อชิตมาณวปุจฺฉานิทฺเทส ๔, ๗, ๘; ติสฺสเมตฺเตยฺยมาณวปุจฺฉานิทฺเทส ๑๐, ๑๑; ปฏิ. ม. ๒.๓๐). เตนาห – ‘‘อุภยเมตํ อนิจฺจ’’นฺติอาทิ. กามรูปสญฺญาวเสน ทิฏฺฐธมฺมิกสมฺปรายิกเภทโต อฏฺฐ เอเกกโกฏฺฐาสาติ เอวํ กตํ อุภยนฺติ วุตฺตนฺติ อาห – ‘‘ทิฏฺฐธมฺมิก…เป… วเสน สงฺขิปิตฺวา อุภยนฺติ วุตฺต’’นฺติ. ตณฺหาทิฏฺฐิวเสนาติ ตณฺหาภินนฺทนาวเสน ‘‘เอตํ มมา’’ติ, ทิฏฺฐาภินนฺทนาวเสน ‘‘เอโส เม อตฺตา’’ติ เอวํ อภินนฺทิตุํ. เอเสว นโยติ อิมินา ตณฺหาทิฏฺฐิวเสน ‘‘เอตํ มม, เอโส เม อตฺตา’’ติ อภินนฺทิตุํ อชฺโฌสาย คิลิตฺวา ปรินิฏฺฐาเปตฺวา ฐาตุนฺติ อิมมตฺถํ อติทิสติ. กามปฏิพาหเนนาติ อิทํ อาคมนปฏิปทาทสฺสนตฺถํ, วณฺณภณนตฺถญฺจ วุตฺตํ. รูปปฏิพาหนํ หิสฺส อาสนฺนํ, ตโตปิ อากาสานญฺจายตนสมติกฺกโม, ตํสมติกฺกเมน สเหว สพฺเพ ตา วิปสฺสนาวเสน โอสกฺกนา กถิตา ‘‘อุภยเมตํ อนิจฺจ’’นฺติอาทิวจนโต.
๖๘. อิธ อตฺตโน จาติ อากิญฺจญฺญายตนกมฺมฏฺฐานํ สนฺธายาห. นิรุชฺฌนฺติ ตปฺปฏิพทฺธฉนฺทราคนิโรเธน, สมาปชฺชนกฺขเณ ปน อนุปฺปาทเนนปิ. เตนาห ‘‘อากิญฺจญฺญายตนํ ปตฺวา’’ติ. อตปฺปกฏฺเฐนาติ อุฬารตรภาเวน ฌานสมาปตฺติยา อติตฺติกรภาเวน. ตเมว ปฏิปทนฺติ อากิญฺจญฺญายตนภาวนมาห. สมาธิวเสน โอสกฺกนา กถิตา ตติยารุปฺปกมฺมฏฺฐานสฺส วุตฺตตฺตา ‘‘ยตฺเถตา’’ติอาทินา.
อิธ อตฺตโนติ ทฺวิโกฏิกสุญฺญตามนสิการสงฺขาตํ วิปสฺสนากมฺมฏฺฐานํ. เหฏฺฐา วุตฺตปฏิปทนฺติ อนนฺตรํ วุตฺตอากิญฺจญฺญายตนกมฺมฏฺฐานํ. สติ สมถภาวนายํ สุญฺญตามนสิการสฺส อิธ สาติสยตฺตา วุตฺตํ. ‘‘ทุติยากิญฺจญฺญายตเน วิปสฺสนาวเสน โอสกฺกนา กถิตา’’ติ.
๗๐. ตติยากิญฺจญฺญายตเน อตฺตโนติ จตุโกฏิกสุญฺญตามนสิการสงฺขาตํ วิปสฺสนากมฺมฏฺฐานํ. เอตฺถาติ เอตสฺมึ สุญฺญตานุปสฺสนาธิกาเร. กฺวจีติ กตฺถจิ ฐาเน, กาเล, ธมฺเม วา. อถ วา กฺวจีติ อชฺฌตฺตํ, พหิทฺธา วา. อตฺตโน อตฺตานนฺติ สกตฺตานํ. ‘‘อยํ โข, โภ พฺรหฺมา…เป… วสี ปิตา ภูตภพฺยาน’’นฺติอาทินา (ที. นิ. ๑.๔๒) ปรปริกปฺปิตํ อตฺตานญฺจ กสฺสจิ กิญฺจนภูตํ น ปสฺสตีติ ทสฺเสนฺโต ‘‘กสฺสจี’’ติอาทิมาห. ตตฺถ ปรสฺสาติ ‘‘ปรา ปชา’’ติ ‘‘ปโร ปุริโส’’ติ จ เอวํ คหิตสฺส. น จ มม กฺวจนีติ เอตฺถ มม-สทฺโท อฏฺฐานปยุตฺโตติ อาห ‘‘มมสทฺทํ ตาว ฐเปตฺวา’’ติ. ปรสฺส จาติ อตฺตโต อญฺญสฺส, ‘‘ปโร ปุริโส นาม อตฺถิ มมตฺถาย สชิโต, ตสฺส วเสน มยฺหํ สพฺพํ อิชฺฌตี’’ติ เอวํ เอกจฺจทิฏฺฐิคติกปริกปฺปิตวเสน ปรํ อตฺตานํ, ตญฺจ อตฺตโน กิญฺจนภูตํ น ปสฺสตีติ ทสฺเสนฺโต, ‘‘น จ กฺวจนี’’ติอาทิมาห. เอตฺถ จ นาหํ กฺวจนีติ สกอตฺตโน อภาวํ ปสฺสติ. น กสฺสจิ กิญฺจนตสฺมินฺติ สกอตฺตโน เอว กสฺสจิ อนตฺตนิยตํ ปสฺสติ. น จ, มมาติ เอตํ ทฺวยํ ยถาสงฺขฺยํ สมฺพนฺธิตพฺพํ, อตฺถีติ ปจฺเจกํ. ‘‘น จ กฺวจนิ ปรสฺส อตฺตา อตฺถี’’ติ ปรสฺส อตฺตโน อภาวํ ปสฺสติ, ‘‘ตสฺส ปรสฺส อตฺตโน มม กิสฺมิญฺจิ กิญฺจนตา น จตฺถี’’ติ ปรสฺส อตฺตโน อนตฺตนิยตํ ปสฺสติ. เอวํ อชฺฌตฺตํ พหิทฺธา จ ขนฺธานํ อตฺตตฺตนิยสุญฺญตา สุทฺธสงฺขารปุญฺชตา จตุโกฏิกสุญฺญตาปริคฺคณฺหเนน ทิฏฺฐา โหติ. เหฏฺฐา วุตฺตปฏิปทนฺติ อิธาปิ อากิญฺจญฺญายตนกมฺมฏฺฐานเมว วทติ. วิปสฺสนาวเสเนว โอสกฺกนา กถิตา จตุโกฏิกสุญฺญตาทสฺสนวิเสสภาวโต, ตปฺปธานตฺตา จสฺส มนสิการสฺส.
อิธ อตฺตโนติ เนวสญฺญานาสญฺญายตนกมฺมฏฺฐานมาห. สพฺพสญฺญาติ รูปสญฺญา ปฏิฆสญฺญา นานตฺตสญฺญา เหฏฺฐิมา ติสฺโส อรูปสญฺญาติ เอวํ สพฺพสญฺญา อนวเสสา นิรุชฺฌนฺตีติ วทนฺติ. ‘‘เหฏฺฐา วุตฺตา’’ติ ปน วิเสสิตตฺตา อิมสฺมึ อาคตา จตุตฺถชฺฌานสญฺญาทโย อปิ สญฺญาติ อปเร. ตนฺติ สมฺมุติมตฺตํ กามสญฺญาปฏิพาหนวเสเนว เตสํ นานตฺตสญฺญาทินิโรธสฺส อตฺถสิทฺธตฺตา. สมาธิวเสน โอสกฺกนา กถิตา เนวสญฺญานาสญฺญายตนภาวนาย สมถกมฺมฏฺฐานภาวโต.
๗๑. ปุพฺเพ ปญฺจวิธํ กมฺมวฏฺฏนฺติ ปุริมกมฺมภวสฺมึ โมโห อวิชฺชา อายูหนา สงฺขารา นิกนฺติตณฺหา อุปคมนํ อุปาทานํ เจตนา ภโวติ เอวมาคโต สปริกฺขาโร กมฺมปฺปพนฺโธ. น อายูหิตํ อสฺสาติ น เจติตํ ปกปฺปิตํ ภเวยฺย. เอตรหิ เอวํ ปญฺจวิธํ วิปากวฏฺฏนฺติ วิญฺญาณนามรูปสฬายตนผสฺสเวทนาสงฺขาโต ปจฺจุปฺปนฺโน วิปากปฺปพนฺโธ นปฺปวตฺเตยฺย การณสฺส อนิปฺผนฺนตฺตา. สเจ อายูหิตํ น ภวิสฺสตีติ ยทิ เจติตํ ปกปฺปิตํ น สิยา. ยํ อตฺถีติ ยํ ปรมตฺถโต วิชฺชมานกํ. เตนาห ‘‘ภูต’’นฺติ. ตญฺหิ ปจฺจยนิพฺพตฺตตาย ‘‘ภูต’’นฺติ วุจฺจติ. ตํ ปชหามีติ ตปฺปฏิพทฺธฉนฺทราคปฺปหาเนน ตโต เอว อายตึ อนุปฺปตฺติธมฺมตาปาทนวเสน ปชหามิ ปริจฺจชามิ.
ปรินิพฺพายีติ สห ปริกปฺปเนน อตีตตฺเถติ อาห ‘‘ปรินิพฺพาเยยฺยา’’ติ. ปรินิพฺพาเยยฺย นุ โขติ วา ปาโฐ, โส เอวตฺโถ. น กิญฺจิ กถิตนฺติ เนวสญฺญานาสญฺญายตนสมาปตฺติยา สงฺขาราวเสสสุขุมภาเวน ญาณุตฺตรสฺเสว วิสยภาวโต สรูปโต น กิญฺจิ กถิตํ, นเยน ปนสฺส วิเสสํ ญาเปตุกามตฺตา. ภควโต กิร เอตทโหสิ – ‘‘อิมิสฺสํเยว ปริสติ นิสินฺโน อานนฺโท อนุสนฺธิกุสลตาย เนวสญฺญานาสญฺญายตนํ ปาทกํ กตฺวา ฐิตสฺส ภิกฺขุโน ปฏิสนฺธึ อรหตฺตญฺจ สนฺธาย ปญฺหํ ปุจฺฉิสฺสติ, อิมินา ปุจฺฉานุสนฺธินา ตมตฺถํ เทเสสฺสามี’’ติ. โอสกฺกนาย จ อิธาธิปฺเปตตฺตา ภินฺนรสเทสนา โหตีติ ปุจฺฉานุสนฺธิ ปุจฺฉิตา. ตสฺมิญฺหิ อสติ อนุสนฺธิเภทภินฺเนสา เทสนา, น จ พุทฺธาจิณฺณา ภินฺนรสเทสนาติ. วิปสฺสนานิสฺสิตนฺติ ตนฺนิสฺสิตํ. ตสฺส ภิกฺขุโน. อุปาทิยติ เอเตนาติ จ อุปาทานํ. น ปรินิพฺพายติ ปหาตพฺพสฺส อปฺปชหนโต. เตนาห ภควา – ‘‘ธมฺมาปิ โข, ภิกฺขเว, ปหาตพฺพา, ปเคว อธมฺมา’’ติ (ม. นิ. ๑.๒๔๐). อุปาทานเสฏฺฐนฺติ อิทํ เนวสญฺญานาสญฺญายตนภวสฺส สพฺพภวคฺคตาทสฺสนปรํ, น ปน อริยภวคฺคสฺส อุปาทานเสฏฺฐตาปฏิเสธปรํ.
๗๓. นิสฺสายาติ ภวปริยาปนฺนํ นาม ธมฺมํ นิสฺสาย ตปฺปริยาปนฺนํ นาม นิสฺสาย โอฆนิตฺถรณา ภควตา อกฺขาตา; อโห อจฺฉริยเมตํ, อโห อพฺภุตเมตนฺติ.
นวสุปิ ฐาเนสุ สมถยานิกสฺเสว วเสน เทสนาย อาคตตฺตา, อิธ จ กสฺสจิปิ ปาทกชฺฌานสฺส อนามฏฺฐตฺตา วุตฺตํ – ‘‘อริยสาวโกติ สุกฺขวิปสฺสโก อริยสาวโก’’ติ. นวนฺนมฺปิ กมฺมฏฺฐานํ เอกโต กตฺวา สมฺมสตีติ อิทํ ฌานธมฺเมปิ อนุสฺสวลทฺเธ คเหตฺวา สมฺมสนํ สมฺภวตีติ กตฺวา วุตฺตํ; เตภูมกสงฺขารคตํ อิธ วุตฺตนฺติ อนวเสสโต ปริคฺคหณํ สนฺธาย วุตฺตํ – ‘‘ยาวตา สกฺกาโย’’ติ.
เอตํ อมตนฺติ อมตํ นิพฺพานํ อารพฺภ ปวตฺติยา เอตํ อรหตฺตํ อมตรสํ. เตนาห – ‘‘เอตํ อมตํ สนฺตํ, เอตํ ปณีต’’นฺติ. ‘‘อนุปาทาย กิญฺจิปิ อคฺคเหตฺวา จิตฺตํ วิมุจฺจี’’ติ วุตฺตตฺตาปิ อนุปาทา จิตฺตสฺส วิโมกฺโข นิพฺพานํ อญฺญตฺถ สุตฺเต วุจฺจติ.
ติณฺณํ ภิกฺขูนนฺติ อภินิเวสเภเทน ติวิธานํ. ปาทกํ กตฺวา ฐิตสฺส โอสกฺกนาย อภาเว การณํ เหฏฺฐา วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพํ. สโมธาเนตฺวาติ สมฺมเทว โอทหิตฺวา ตสฺมึ ตสฺมึ ฐาเน อสงฺกรโต ววตฺถเปตฺวา. สุกถิตํ นาม โหติ กเถตพฺพสฺส อนวเสเสตฺวา กถิตตฺตา.
อาเนญฺชสปฺปายสุตฺตวณฺณนาย ลีนตฺถปฺปกาสนา สมตฺตา.