๔. โลมสกกงฺคิยภทฺเทกรตฺตสุตฺตวณฺณนา
๒๘๖. ฆนนิจิตโลโม โลมโส, อยํ ปน อปฺปตาย โลมสโกติ อาห – ‘‘อีสกโลมสาการตายา’’ติ, โลมสโก องฺคิโก โลมสกกงฺคิโย, ปฐโม ก-กาโร อปฺปตฺโถ, ทุติยํ ปน ปทวฑฺฒนเมว. รตฺตกมฺพลสิลายนฺติ รตฺตกมฺพลวณฺณสิลายํ. โอรุยฺหาติ อากาสโต โอตริตฺวา. ปาฏิหาริยํ ทิสฺวา ทินฺนลาภสกฺการสฺส อสาทิยนโต มนุสฺสปเถ น วสนฺติ.
ทสหิ จกฺกวาฬสหสฺเสหีติ นิสฺสกฺกวจนโต อาคนฺตฺวาติ อธิปฺปาโย. สนฺนิปติตาหิ เทวตาหีติ กรณวจนํ. ปญฺญาปโยคมนฺทตาย ปฏิวิชฺฌิตุํ อสกฺโกนฺตานํ เทวานํ ญาณสฺส ติกฺขวิสทภาวาปาทเนน สมุตฺเตเชตุํ สํเวคชนนตฺถํ…เป… อภาสิ. ตตฺราติ ตสฺมึ เทวสนฺนิปาเต, ติสฺสํ วา เทสนายํ. เทวตฺตสฺสาติ เทวภาวสฺส, ทิพฺพสมฺปตฺติยาติ อตฺโถ. ภทฺเทกรตฺตสฺส สุตฺตสฺส เอตาติ ภทฺเทกรตฺติยา.
สวนมุเขน พฺยญฺชนโส อตฺถโส จ อุปธารณํ อุคฺคณฺหนนฺติ อาห – ‘‘ตุณฺหีภูโต นิสีทิตฺวา สุณนฺโต อุคฺคณฺหาติ นามา’’ติ. วาจุคฺคตกรณํ ปริยาปุณนนฺติ อาห – ‘‘วาจาย สชฺฌายํ กโรนฺโต ปริยาปุณาติ นามา’’ติ. คนฺถสฺส ปริหณํ ธารณํ, ตํ ปน ปเรสุ ปติฏฺฐาปนํ ปากฏํ โหตีติ อาห – ‘‘อญฺเญสํ วาเจนฺโต ธาเรติ นามา’’ติ. เสสํ เหฏฺฐา วุตฺตนยเมว.
โลมสกกงฺคิยภทฺเทกรตฺตสุตฺตวณฺณนาย ลีนตฺถปฺปกาสนา
สมตฺตา.