๓. มหากจฺจานภทฺเทกรตฺตสุตฺตวณฺณนา
๒๗๙. อุณฺหภาเวน ตปนโต ตปํ อุทกํ เอตสฺสาติ ตโปทา, รหโท. เตนาห ‘‘ตตฺโตทกสฺส รหทสฺสา’’ติ. สงฺเขเปน วุตฺตมตฺถํ วิตฺถารโต ทสฺเสตุํ, ‘‘เวภารปพฺพตสฺสา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตโต อุทกรหทโต, ตํ รหทํ อุปนิสฺสายาติ อตฺโถ. นาคภวนาคโตปิ หิ โส รหโท ตโต อุปริ มนุสฺสโลเก ชลาสเยน สมฺพทฺโธ โหติ. เตน วุตฺตํ – ‘‘ตโปทา นาม นที สนฺทตี’’ติ. เอทิสาติ กุถิตา อุณฺหา, อนฺวตฺถนามวเสน ตโปทาติ จ วุจฺจตีติ อตฺโถ. เปตโลโกติ เปตานํ วสนฏฺฐานํ ปจฺเจกนิรยํ สนฺธายาห. อิมสฺส ปน อารามสฺสาติ ตโปทารามสฺส. ตโตติ ตโปทาสงฺขาตนทิโต. มหาอุทกรหโทติ มหาอุทกภริตํ ปลฺลลํ.
๒๘๐. สมิทฺโธติ อุฬาโร, ปริปุณฺโณเยวาติ อตฺโถ. อาทิมฺหิ พฺรหฺมจริยมสฺสาติ อาทิพฺรหฺมจริโย, โส เอว อาทิพฺรหฺมจริยโก. เตนาห ‘‘ปุพฺพภาคปฺปฏิปตฺติภูโต’’ติ. ‘‘อตีตํ อนาคตํ ปจฺจุปฺปนฺน’’นฺติ อทฺธเภทมุเขน สงฺขตธมฺมโพธวจนํ.
๒๘๒. กามํ ขนฺธาทิวเสน วิภชนํ สาธารณํ, ปฐมทุติยจตุตฺถสุตฺเตสุ ปน ขนฺธวเสน วิภชนํ กตฺวา อิธ ตถา อกตฺวา เอวํ เทสนาย ฐปนํ ตโต อญฺญถา อายตนวเสน วิภชนตฺถํ. เอวํ วิภินฺนา หิ สงฺเขปวิตฺถารโต อนวเสสา สมฺมสนุปคา ธมฺมา วิภชิตฺวา ทสฺสิตา โหนฺติ; อยํ กิเรตฺถ ภควโต อชฺฌาสโย เถเรน นยโต คหิโตติ ทสฺเสตุํ, ‘‘อิมสฺมึ กิรา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ ทฺวาทสายตนวเสเนว มาติกํ ฐเปสีติ โลกิยานิ ทฺวาทสายตนานิ เอว สนฺธาย มาติกํ ฐเปสิ, ยถา ตีสุ สุตฺเตสุ ขนฺธวเสน วิภตฺตํ, เอวํ ยทิ ภควตา อิธาปิ วิภชนํ อิจฺฉิตํ สิยา, ตถา วิภเชยฺย, ยสฺมา ปน ตถา อวิภชิตฺวาว คนฺธกุฏึ ปวิฏฺโฐ, ตสฺมา ทฺวาทสายตนวเสเนเวตฺถ วิภชนํ ภควตา จ อธิปฺเปตนฺติ นยคฺคาเห ฐตฺวา เถโร วิภชิ. เตนาห – ‘‘นยํ ปฏิลภิตฺวา เอวมาหา’’ติ. ภาริยํ กตนฺติ ทุกฺกรํ กตํ. อปเท ปทํ ทสฺสิตํ อากาเส ปทํ กตํ สาธารณสฺส อตฺถสฺส วิสิฏฺฐวิสยตาย ทสฺสิตตฺตา. นิกนฺติวิญฺญาณนฺติ นิกนฺติตณฺหาย สมฺปยุตฺตํ วิญฺญาณํ, ‘‘ฉนฺทราคปฺปฏิพทฺธํ โหตี’’ติ วจนโต. มโนติ ภวงฺคจิตฺตํ มโนทฺวาริกชวนานํ ทฺวารภูตํ.
๒๘๓. ปตฺถนาวเสน ฐเปสีติ ปตฺถนาวเสน จิตฺตํ ปวตฺเตสิ.
มหากจฺจานภทฺเทกรตฺตสุตฺตวณฺณนาย ลีนตฺถปฺปกาสนา
สมตฺตา.