๙. พาลปณฺฑิตสุตฺตวณฺณนา

๒๔๖. เอเตหีติ ทุจินฺติตาทีหิ. เอเตน ลกฺขณสทฺทสฺส กรณตฺถตมาห. ตาเนวาติ ลกฺขณานิ เอว. ตสฺสาติ พาลสฺส. ‘‘อยํ พาโล’’ติ นิมียติ สญฺจานียติ เอเตหีติ พาลนิมิตฺตานิ. อปทานํ วุจฺจติ วิขฺยาตํ กมฺมํ. ทุจินฺติตาทีนิ จ พาเล วิขฺยาตานิ, อวธารณภาเว วา, ตสฺมา พาลสฺส อปทานานีติ พาลาปทานานิ. อภิชฺฌาทีหิ ทุฏฺฐํ ทูสิตํ จินฺเตตีติ ทุจินฺติตจินฺตี. โลภาทีหิ ทุฏฺฐํ ภาสิตํ มุสาวาทาทึ ภาสตีติ ทุพฺภาสิตภาสี. เตสํ เตสํเยว วเสน กตฺตพฺพโต ทุกฺกฏกมฺมํ ปาณาติปาตาทึ กโรตีติ ทุกฺกฏกมฺมการี. เตนาห ‘‘จินฺตยนฺโต’’ติอาทิ. ตานิ อุปนิสฺสาย ชาตนฺติ ตชฺชํ. ตโต เอว เตสํ สารุปฺปํ อนุรูปนฺติ ตสฺสารุปฺปํ. เตนาห ‘‘ตชฺชาติก’’นฺติอาทิ. กจฺฉมานายาติ กถิยมานาย.

๒๔๘. ยสฺมา สตฺตานํ ยถูปจิตานิ กมฺมานิ กโตกาสานิ ตทุปฏฺฐาปิตานิ กมฺมนิมิตฺตคตินิมิตฺตานิ มรณสฺส อาสนฺนกาเล จิตฺตสฺส อาปาถํ อาคจฺฉนฺตานิ, ตทา โอลมฺพนฺตานิ วิย อภิภวนฺตานิ วิย อชฺโฌตฺถรนฺตานิ วิย อุปฏฺฐหนฺติ, ตสฺมา วุตฺตํ – ‘‘โอลมฺพนาทิอากาเรน หิ ตานิ อุปฏฺฐหนฺตี’’ติ. อุปฏฺฐานากาโร เอว ตทา จิตฺตสฺส โคจรภาวํ คจฺฉตีติ อาห – ‘‘ตสฺมึ อุปฏฺฐานากาเร อาปาถคเต’’ติ.

๒๔๙. น สกฺกาติ น วทตีติ เอเตน เทฺวปิ ปฏิเสธา ปกติอตฺถาติ อยมตฺโถ วุตฺโต โหติ. น สุกราติ ปน อิมินา ทุกฺกรภาโว ทีปิโต, ทุกฺกรญฺจ ตาว อุปาเยน สกฺกา กาตุนฺติ ทสฺเสนฺโต อาห – ‘‘น สุกรํ ปนา’’ติอาทิ. เตนาติ วินิวิชฺฌิตฺวา คมเนน อญฺญมญฺญํ สํวิชฺฌเนน. อสฺสาติ โจรสฺส. อิโต อุตฺตริปีติ มชฺฌนฺหิกสมยํ สายนฺหสมยญฺจ สตฺติสเตน.

๒๕๐. สงฺขมฺปิ น อุเปตีติ อิมินา สงฺขาตพฺพมตฺตํ นตฺถีติ ทีปิตํ โหตีติ อาห – ‘‘คณนามตฺตมฺปิ น คจฺฉตี’’ติ. อุปนิกฺเขปนมตฺตมฺปีติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย. กลภาคนฺติ กลานํ สงฺคณนโกฏฺฐาสํ. เตนาห ‘‘สติมํ กล’’นฺติอาทิ. โอโลกิตมตฺตมฺปีติ อุปนิกฺเขปนวเสน โอโลกนมตฺตกมฺปิ. ตํ กมฺมการณนฺติ ตํ ปญฺจวิธพนฺธนกมฺมการณํ จตุนฺนมฺปิ ปสฺสานํ วเสน สมฺปริวตฺเตตฺวา กโรนฺติเยว, ปาฬิยํ ปน เอกปสฺสวเสน อาคตา. เคหสฺสาติ มหโต เคหสฺส. สพฺพโตติ สพฺพาวยวโต. สมฺปชฺชลิเต เอกชาลีภูเต. สุปกฺกุถิตายาติ สุฏฺฐุ นิปกฺกาย.

วิภตฺโตติ ตตฺถ นิพฺพตฺตกสตฺตานํ สาธารณกมฺมุนา วิภตฺโต วิย นิพฺพตฺโต. อโยปากาเรน ปริโต อตฺโต คหิโตติ อโยปาการปริยตฺโต ปริกฺขิตฺโต.

ยมกโคฬกาติ ทารกานํ กีฬนยุคฬา. เอวมฺปิ ทุกฺโขติ ยถาวุตฺตอุสฺสทนิรยวเสนปิ โสต-ฆาน-ชิวฺหา-กาย-มโน-โคจรตาวเสนปิ อิมินา อากาเรน ทุกฺโขติ.

๒๕๑. ทนฺเตหิ อุลฺเลหิตฺวาติ อุตฺตรทนฺเตหิ อญฺฉิตฺวา. รสวเสน อติตฺโต อสฺสาโท รสาโท. เตนาห ‘‘รสเคเธน ปริภุตฺตรโส’’ติ.

๒๕๒. ทุรูโปติ วิรูโป. ทุทฺทโสติ เตเนว วิรูปภาเวน อนิฏฺฐทสฺสโน. ลกุณฺฐโกติ รสฺโส. ปวิฏฺฐคีโวติ ขนฺธนฺตรํ อนุปวิฏฺฐคีโว. มโหทโรติ วิปุลกุจฺฉิ. เยภุยฺเยน หิ ลกุณฺฏกา สตฺตา รสฺสคีวา ปุถุลกุจฺฉิกาว โหนฺตีติ ตถา วุตฺตํ. กาโณ นาม จกฺขุวิกโลติ วุตฺตํ – ‘‘เอกกฺขิกาโณ วา อุภยกฺขิกาโณ วา’’ติ. กุณีติ หตฺถวิกโล วุจฺจตีติ อาห – ‘‘เอกหตฺถกุณี วา อุภยหตฺถกุณี วา’’ติ. วาตาทินา อุปหตกายปกฺโข อิธ ปกฺขหโตติ อธิปฺเปโต, น ปกฺขิหโตติ อาห – ‘‘ปกฺขหโตติ ปีฐสปฺปี’’ติ. ทุกฺขานุปพนฺธทสฺสนตฺถนฺติ อปราปรชาตีสุ วิปากทุกฺขสฺส อนุปพนฺธวเสน ปวตฺติทสฺสนตฺถํ.

กลียติ ขลียติ อปฺปหียติ สาสนํ เอเตนาติ กลิ, ชุตปราชโย. โส เอว คหสทิสตาย ‘‘กลิคฺคโห’’ติ วุตฺโต. อธิพนฺธนฺติ กุฏุมฺพสฺส อธิวุตฺถสฺส มูลภูตสฺส อตฺตโน พนฺธิตพฺพตํ. เตนาห ‘‘อตฺตนาปิ พนฺธํ นิคจฺเฉยฺยา’’ติ. พาลภูมิยา พาลภาวสฺส มตฺถกปฺปตฺติ นิรยคามิกมฺมการิตาติ ‘‘นิรเย นิพฺพตฺตติ’’จฺเจว วุตฺตํ. ตคฺคหเณเนว ปน ตโต มุทุมุทุตราทิกมฺมวเสน เสสาปาเยสุ อปราปรนิพฺพตฺตาทิพาลภูมิ วิภาวิตา โหตีติ.

๒๕๓. วุตฺตานุสาเรนาติ ‘‘พาโล อย’’นฺติอาทินา วุตฺตสฺส อตฺถวจนสฺส ‘‘ปณฺฑิโต อย’’นฺติ เอเตหิ ลกฺขียตีติอาทินา อนุสาเรน. มโนสุจริตาทีนํ วเสนาติ จินฺเตนฺโต อนภิชฺฌา-อพฺยาปาท-สมฺมาทสฺสนํ สุจินฺติตเมว จินฺเตตีติอาทินา มโนสุจริตานํ ติณฺณํ สุจริตานํ วเสน โยเชตพฺพานิ.

จกฺกรตนวณฺณนา

๒๕๖. อุโปสถํ (ที. นิ. ฏี. ๒.๒๔๓) วุจฺจติ อฏฺฐงฺคสมนฺนาคตํ สพฺพทิวเสสุ คหฏฺเฐหิ รกฺขิตพฺพสีลํ, สมาทานวเสน ตํ เอตสฺส อตฺถีติ อุโปสถิโก, ตสฺส. เตนาห ‘‘สมาทินฺนอุโปสถงฺคสฺสา’’ติ. ตทาติ ตสฺมึ กาเล, ยสฺมึ ปน กาเล จกฺกวตฺติภาวสํวตฺตนิย-ทาน-สีลาทิ-ปุญฺญสมฺภารสมุทาคมสมฺปนฺโน ปูริตจกฺกวตฺติวตฺโต กาทีปเทสวิเสสปจฺจาชาติยา เจว กุลรูปโภคาธิปเตยฺยาทิคุณวิเสสสมฺปตฺติยา จ ตทนุรูเป อตฺตภาเว ฐิโต โหติ, ตสฺมึ กาเล. ตาทิเส หิ กาเล จกฺกวตฺติภาวี ปุริสุตฺตโม ยถาวุตฺตคุณสมนฺนาคโต ราชา ขตฺติโย หุตฺวา มุทฺธาวสิตฺโต วิสุทฺธสีโล อนุโปสถํ สตสหสฺสวิสฺสชฺชนาทินา สมฺมาปฏิปตฺตึ ปฏิปชฺชติ, น ยทา จกฺกรตนํ อุปฺปชฺชติ, ตทา เอว. เตนาห – ‘‘ปาโต…เป… ธมฺมตา’’ติ. (ตตฺถ ทโม อินฺทฺริยสํวโร, สํยโม สีลสํวโร.)

วุตฺตปฺปการปุญฺญกมฺมปจฺจยนฺติ จกฺกวตฺติภาวาวหทานทมสํยมาทิปุญฺญกมฺมเหตุกํ. นีลมณิสงฺฆาฏสทิสนฺติ อินฺทนีลมณิสญฺจยสมานํ. ทิพฺพานุภาวยุตฺตตฺตาติ ทสฺสนียตา มนุญฺญโฆสตา อากาสคามิตา โอภาสวิสฺสชฺชนา อปฺปฏิฆาตตา รญฺโญ อิจฺฉิตตฺถนิปฺผตฺติการณตาติ เอวมาทีหิ ทิพฺพสทิเสหิ อานุภาเวหิ สมนฺนาคตตฺตา. สพฺเพหิ อากาเรหีติ สพฺเพหิ สุนฺทเรหิ อากาเรหิ. ปริปูรนฺติ ปริปุณฺณํ. สา จสฺส ปาริปูริ อิทาเนว วิตฺถารียติ.

ปนาฬีติ ฉิทฺทํ. สุทฺธสินิทฺธทนฺตปนฺติยา นิพฺพิวรายาติ อธิปฺปาโย. นาภิปนาฬิ ปริกฺเขปปฏฺเฏสูติ นาภิปริกฺเขปปฏฺเฏ เจว นาภิยา ปนาฬิปริกฺเขปปฏฺเฏ จ. สุวิภตฺตาวาติ อญฺญมญฺญํ อสํกิณฺณตฺตา สุฏฺฐุ วิภตฺตา. ปริจฺเฉทเลขนฺตเรสุ มณิกา สุวิภตฺตา หุตฺวา ปญฺญายนฺตีติ วทนฺติ.

ปริจฺเฉทเลขาทีนีติ อาทิ-สทฺเทน มาลากมฺมาทึ สงฺคณฺหาติ. สุรตฺตาติอาทีสุ สุรตฺตคฺคหเณน มหานามวณฺณตํ ปฏิกฺขิปติ, สุทฺธคฺคหเณน สํกิลิฏฺฐตํ, สินิทฺธคฺคหเณน ลูขตํ. กามํ ตสฺส จกฺกรตนสฺส เนมิมณฺฑลํ อสนฺธิกํว นิพฺพตฺตํ, สพฺพตฺถกเมว ปน เกวลํ ปวาฬวณฺโณว น โสภตีติ ปกติจกฺกสฺส สนฺธิยุตฺเตสุ ฐาเนสุ รตฺตชมฺพุนทปริกฺขตํ อโหสิ, ตํ สนฺธาย วุตฺตํ ‘‘สนฺธีสุ ปนสฺสา’’ติอาทิ.

เนมิมณฺฑลปิฏฺฐิยนฺติ เนมิมณฺฑลสฺส ปิฏฺฐิปเทเส. ทสนฺนํ ทสนฺนํ อรานมนฺตเรติ ทสนฺนํ ทสนฺนํ อรานํ อนฺตรสมีเป ปเทเส. ฉิทฺทมณฺฑลจิตฺโตติ มณฺฑลสณฺฐานฉิทฺทวิจิตฺโต. สุกุสลสมนฺนาหตสฺสาติ สุฏฺฐุ กุสเลน สิปฺปินา ปหตสฺส, วาทิตสฺสาติ อตฺโถ. วคฺคูติ มโนรโม รชนีโยติ สุณนฺตานํ ราคุปฺปาทโก. กมนีโยติ กนฺโต. สโมสริตกุสุมทามาติ โอลมฺพิตสุคนฺธกุสุมทามา. เนมิปริกฺเขปสฺสาติ เนมิปริยนฺตปริกฺเขปสฺส. นาภิปนาฬิยา ทฺวินฺนํ ปสฺสานํ วเสน ‘‘ทฺวินฺนมฺปิ นาภิปนาฬีน’’นฺติ วุตฺตํ. เอกา เอว หิ สา ปนาฬิ. เยหีติ เยหิ ทฺวีหิ สีหมุเขหิ. ปุน เยหีติ มุตฺตากลาเปหิ.

โอธาปยมานนฺติ โสตุํ อวหิตานิ กุรุมานํ. จนฺโท ปุรโต, จกฺกรตนํ ปจฺฉาติ เอวํ ปุพฺพาปริเยน ปุพฺพาปรภาเคน.

อนฺเต ปุรสฺสาติ อนุราธปุเร รญฺโญ อนฺเตปุรสฺส อุตฺตรสีหปญฺชรอาสนฺเน ตทา รญฺโญ ปาสาเท ตาทิสสฺส อุตฺตรทิสาย สีหปญฺชรสฺส ลพฺภมานตฺตา วุตฺตํ. สุเขน สกฺกาติ กิญฺจิ อนารุหิตฺวา สรีรญฺจ อนุลฺลงฺฆิตฺวา ยถาฐิเตเนว หตฺเถน ปุปฺผมุฏฺฐิโย ขิปิตฺวา สุเขน สกฺกา โหติ ปูเชตุํ.

นานาวิราครตนปฺปภาสมุชฺชลนฺติ นานาวิธจิตฺตวณฺณรตโนภาสปภสฺสรํ. อากาสํ อพฺภุคฺคนฺตฺวา ปวตฺเตติ. อาคนฺตฺวา ฐิตฏฺฐานโต อุปริ อากาสํ อพฺภุคฺคนฺตฺวา ปวตฺเต.

สนฺนิเวสกฺขโมติ ขนฺธวารสนฺนิเวสโยโคฺย. สุลภาหารูปกรโณติ สุเขเนว ลทฺธพฺพธญฺญโครสทารุติณาทิโภชนสาธโน. ปรจกฺกนฺติ ปรสฺส รญฺโญ เสนา, อาณา วา.

อาคตนนฺทโนติ อาคโต หุตฺวา นนฺทิชนโน. อาคตํ วา อาคมนํ, เตน นนฺทตีติ อาคตนนฺทโน. คมเนน โสเจตีติ คมนโสจโน. อุปกปฺเปถาติ อุปรูปริ กปฺเปถ สํวิทหถ, อุปเนถาติ อตฺโถ. อุปปริกฺขิตฺวาติ เหตุโตปิ สภาวโตปิ ผลโตปิ ทิฏฺฐธมฺมิกสมฺปรายิกอาทีนวโตปิ วีมํสิตฺวา.

วิภาเวนฺติ ปญฺญาย อตฺถํ วิภูตํ กโรนฺตีติ วิภาวิโน, ปญฺญวนฺโต. อนุยนฺตาติ อนุวตฺตกา. โอคจฺฉมานนฺติ โอสีทนฺตํ. โยชนมตฺตนฺติ วิตฺถารโต โยชนมตฺตํ ปเทสํ. คมฺภีรภาเวน ปน ยถา ภูมิ ทิสฺสติ, เอวํ โอคจฺฉติ. เตนาห ‘‘มหาสมุทฺทตล’’นฺติอาทิ. อนฺเต จกฺกรตนํ อุทเกน เสนาย อนชฺโฌตฺถรณตฺถํ.

๒๕๗. ปุรตฺถิโม สมุทฺโท ปริยนฺโต อสฺสาติ ปุรตฺถิมสมุทฺทปริยนฺโต, ปุรตฺถิมสมุทฺทํ ปริยนฺตํ กตฺวา. จาตุรนฺตายาติ จาตุสมุทฺทนฺตาย ปุพฺพวิเทหาทิจตุโกฏฺฐาสนฺตาย.

หตฺถิรตนวณฺณนา

๒๕๘. หริจนฺทนาทีหีติ อาทิ-สทฺเทน จตุชฺชาติยคนฺธาทึ สงฺคณฺหาติ. อาคมนํ จินฺเตถาติ วทนฺติ จกฺกวตฺติวตฺตสฺส ปูริตตาย ปริจิตตฺตา. ภูมิผุสนเกหิ วาลธิ, วรงฺคํ หตฺโถติ อิเมหิ จ ตีหิ, จตูหิ ปาเทหิ จาติ สตฺตหิ อวยเวหิ ฐิตตฺตา สตฺตปติฏฺโฐ. อิตเรสํ อมจฺจาทีนํ จินฺตยนฺตานํ น อาคจฺฉติ. อปเนตฺวาติ อตฺตโน อานุภาเวน อปเนตฺวา. คนฺธเมว หิ ตสฺส อิตเร หตฺถิโน น สหนฺติ.

อสฺสรตนวณฺณนา

สินฺธวกุลโตติ สินฺธวสฺสาชานียกุลโต.

มณิรตนวณฺณนา

สกฏนาภิสมปฺปมาณนฺติ ปริณาหโต มหาสกฏสฺส นาภิยา สมปฺปมาณํ. อุโภสุ อนฺเตสูติ เหฏฺฐา อุปริ จาติ ทฺวีสุ อนฺเตสุ. กณฺณิกปริยนฺตโตติ ทฺวินฺนํ กญฺจนปทุมานํ กณฺณิกาย ปริยนฺตโต. มุตฺตาชาลเก ฐเปตฺวาติ สุวิสุทฺเธ มุตฺตามเย ชาลเก ปติฏฺฐเปตฺวา.

อิตฺถิรตนวณฺณนา

‘‘อิตฺถิรตนํ ปาตุภวตี’’ติ วตฺวา อสฺส ปาตุภวนาการํ ทสฺเสตุํ, ‘‘มทฺทราชกุลโต วา’’ติอาทิ วุตฺตํ. มทฺทรฏฺฐํ กิร อภิรูปานํ อิตฺถีนํ อุปฺปตฺติฏฺฐานํ. สณฺฐานปาริปูริยาติ หตฺถปาทาทิสรีราวยวานํ สุสณฺฐิตตาย. อวยวปาริปูริยา หิ สมุทายปาริปูริสิทฺธิ. รูปนฺติ สรีรํ. ทสฺสนียาติ สุรูปภาเวน ปสฺสิตพฺพยุตฺตา. โสมนสฺสวเสน จิตฺตํ ปสาเทติ โยนิโส จินฺเตนฺตานํ กมฺมผลสทฺธาย วเสน. ปสาทาวหตฺตาติ การณวจเนน ยถา ปาสาทิกตาย วณฺณโปกฺขรตาสิทฺธิ วุตฺตา, เอวํ ทสฺสนียตาย ปาสาทิกตาสิทฺธิ, อภิรูปตาย จ ทสฺสนียตาสิทฺธิ วตฺตพฺพาติ นยํ ทสฺเสติ. ปฏิโลมโต วา วณฺณโปกฺขรตาย ปาสาทิกตาสิทฺธิ, ปาสาทิกตาย ทสฺสนียตาสิทฺธิ, ทสฺสนียตาย อภิรูปตาสิทฺธิ โยเชตพฺพา. เอวํ สรีรสมฺปตฺติวเสน อภิรูปตาทิเก ทสฺเสตฺวา อิทานิ สรีเร โทสาภาววเสนปิ เต ทสฺเสตุํ, ‘‘อภิรูปา วา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ ยถา ปมาณยุตฺตา, เอวํ อาโรหปริณาหโยคโต จ ปาสาทิกา นาติทีฆตาทโย. เอวํ มนุสฺสานํ ทิพฺพรูปตาสมฺปตฺติปีติ ‘‘อปฺปตฺตา ทิพฺพวณฺณ’’นฺติ วุตฺตํ. กายวิปตฺติยาติ สรีรโทสสฺส. อภาโวติ อจฺจนฺตเมว ทูรีภาโว.

สตวิหตสฺสาติ สตกฺขตฺตุํ วิหตสฺส. สตวิหตสฺสาติ จ อิทํ กปฺปาสปิจุวเสน วุตฺตํ, ตูลปิจุโน ปน วิหนนเมว นตฺถิ. กุงฺกุมตครตุรุกฺขยวนปุปฺผานิ จตุชฺชาติ. ตมาลตครตุรุกฺขยวนปุปฺผานีติ อปเร.

อคฺคิทฑฺฒา วิยาติ อาสนคเตน อคฺคินา ทฑฺฒา วิย. ปฐมเมวาติ อญฺญกิจฺจโต ปฐมเมว, ทสฺสนสมกาลเมวาติ อตฺโถ. ตํ ตํ อตฺตนา รญฺโญ กาตพฺพกิจฺจํ กึ กโรมีติ ปุจฺฉิตพฺพตาย กึ กรณนฺติ ปฏิสฺสาเวตีติ กิงฺการปฏิสฺสาวินี.

มาตุคาโม นาม เยภุยฺเยน สฐชาติโก, อิตฺถิรตนสฺส ปน ตํ นตฺถีติ ทสฺเสตุํ, ‘‘สฺวาสฺสา’’ติอาทิ วุตฺตํ. คุณาติ รูปคุณา เจว อาจารคุณา จ. ปุริมกมฺมานุภาเวนาติ ตสฺสา ปุริมกมฺมานุภาเวน. อิตฺถิรตนสฺส ตพฺภาวสํวตฺตนิยปุริมกมฺมสฺส อานุภาเวน, จกฺกวตฺติโนปิ ปริวารสํวตฺตนิยํ ปุญฺญกมฺมํ ตาทิสสฺส ผลวิเสสสฺส อุปนิสฺสโย โหติเยว. เตนาห ‘‘จกฺกวตฺติโน ปุญฺญํ อุปนิสฺสายา’’ติ. เอเตน เสสรตเนสุปิ เตสํ วิเสสานํ ตทุปนิสฺสยตา วิภาวิตา เอวาติ ทฏฺฐพฺพํ. ปุพฺเพ เอกเทสวเสน ลพฺภมานปาริปูรี รญฺโญ จกฺกวตฺติภาวูปคมนโต ปฏฺฐาย สพฺพาการปาริปูรา ชาตา.

คหปติรตนวณฺณนา

ปกติยาวาติ สภาเวเนว, จกฺกรตนปาตุภาวโต ปุพฺเพปิ.

ปริณายกรตนวณฺณนา

นิสฺสายาติ อุปนิสฺสาย.

๒๖๐. กฏคฺคโห วุจฺจติ ชยคฺคโห สกานํ ปณานํ กฏภาเวน อตฺถสิทฺธิวเสน สงฺคณฺหนนฺติ กตฺวา. เตนาห ‘‘ชยคฺคาเหนา’’ติ. เอกปฺปหาเรเนวาติ เอกปฺปโยเคเนว สตสหสฺสานิ อธิคจฺเฉยฺยาติ โยชนา. เสสํ วุตฺตนยตฺตา สุวิญฺเญยฺยเมว.

พาลปณฺฑิตสุตฺตวณฺณนาย ลีนตฺถปฺปกาสนา สมตฺตา.