๓. สุญฺญตวคฺโค
๑. จูฬสุญฺญตสุตฺตวณฺณนา
๑๗๖. กาลปริจฺเฉทํ กตฺวาติ สมาปชฺชนฺเตหิ นาม กาลปริจฺเฉโท กาตพฺโพ. เถโร ปน ภควโต วตฺตกรณตฺถํ กาลปริจฺเฉทํ กโรติ, ‘‘เอตฺตเก กาเล วีติวตฺเต อิทํ นาม ภควโต กาตพฺพ’’นฺติ. โส ตตฺถกํเยว สมาปตฺตึ สมาปชฺชิตฺวา วุฏฺฐาติ, ตํ สนฺธาย วุตฺตํ ‘‘กาลปริจฺเฉทํ กตฺวา’’ติ. สุญฺญตาผลสมาปตฺตึ อปฺเปตฺวาติ เอเตน อิตเร, ‘‘น โสตาปนฺนสกทาคามี ผลสมาปตฺตึ สมาปชฺชนฺตี’’ติ วทนฺติ, ตํ วาทํ ปฏิเสเธติ. สุญฺญโตติ อตฺตสุญฺญโต จ นิจฺจสุญฺญโต จ สงฺขารา อุปฏฺฐหึสุ. เสกฺขานญฺหิ สุญฺญตาปฏิเวโธ ปาเทสิโก สุภสุขสญฺญานํ อปฺปหีนตฺตา, ตสฺมา โส เถโร สุญฺญตากถํ โสตุกาโม ชาโต. ธุเรน ธุรํ ปหรนฺเตน วิยาติ รถธุเรน รถธุรํ ปหรนฺเตน วิย กตฺวา อุชุกเมว สุญฺญตา…เป… วตฺถุํ น สกฺกาติ โยชนา. เอกํ ปทนฺติ เอกํ สุญฺญตาปทํ.
ปุพฺเพปาหนฺติอาทินา ภควา ปฐมโพธิยมฺปิ อตฺตโน สุญฺญตาวิหารพาหุลฺลํ ปกาเสตีติ ทสฺเสนฺโต ‘‘ปฐมโพธิยมฺปี’’ติ อาห. เอโกติอาทิ เถรสฺส สุญฺญตากถาย ภาชนภาวทสฺสนตฺถํ. โสตุนฺติ อฏฺฐึ กตฺวา มนสิ กตฺวา สพฺพเจตสา สมนฺนาหริตฺวา โสตุมฺปิ. อุคฺคเหตุมฺปิติ ยถาภูตํ ธมฺมํ ธารณปริปุจฺฉาปริจยวเสน หทเยน อุคฺคหิตํ สุวณฺณภาชเน ปกฺขิตฺตสีหวสา วิย อวินฏฺเฐ กาตุมฺปิ. กเถตุมฺปีติ วิตฺถาเรน ปเรสํ ทสฺเสตุมฺปิ สกฺกา. ตตฺถาติ มิคารมาตุปาสาเท. กฏฺฐรูปโปตฺถกรูปจิตฺตรูปวเสน กตาติ ถมฺภาทีสุ อุตฺติริตฺวา กตานํ กฏฺฐรูปานํ, นิยฺยูหาทีสุ ปฏิมาวเสน รจิตานํ โปตฺถกรูปานํ, สิตฺติปสฺเส จิตฺตกมฺมวเสน วิรจิตานํ จิตฺตรูปานญฺจ กตา นิฏฺฐปิตา. เวสฺสวณมนฺธาตาทีนนฺติ ปฏิมารูเปน กตานํ เวสฺสวณมนฺธาตุสกฺกาทีนํ. จิตฺตกมฺมวเสนาติ อารามาทิจิตฺตกมฺมวเสน. สณฺฐิตมฺปีติ อวยวภาเวน สณฺฐิตํ หุตฺวา ฐิตมฺปิ. ชิณฺณปฏิสงฺขรณตฺถนฺติ ชิณฺณานํ นิยฺยูหกูฏาคารปาสาทาวยวานํ อภิสงฺขรณตฺถาย ตสฺมึ ตสฺมึ ฐาเน รหสฺสสญฺญาเณน ฐปิตํ. ‘‘ปริภุญฺชิสฺสามี’’ติ ตสฺมึ ตสฺมึ กิจฺเจ วินิยุญฺชนวเสน ปริภุญฺชิตพฺพสฺส. เอตํ วุตฺตนฺติ, ‘‘อยํ มิคารมาตุปาสาโท สุญฺโญ’’ติอาทิกํ วุตฺตํ.
นิจฺจนฺติ สพฺพกาลํ รตฺติญฺจ ทิวา จ. เอกภาวํ เอกํ อสุญฺญตนฺติ ปจฺจตฺเต อุปโยควจนํ, เอกตฺตํ เอโก อสุญฺญโตติ อตฺโถ. คาโมติ ปวตฺตนวเสนาติ เคหสนฺนิเวสวีถิจจฺจรสิงฺฆาฏกาทิเก อุปาทาย คาโมติ โลกุปฺปตฺติวเสน. กิเลสวเสนาติ ตตฺถ อนุนยปฏิฆวเสน. เอเสว นโยติ อิมินา ‘‘ปวตฺตวเสน วา กิเลสวเสน วา อุปฺปนฺนํ มนุสฺสสญฺญ’’นฺติ อิมมตฺถํ อติทิสติ. เอตฺถ จ ยถา คามคฺคหเณน ฆราทิสญฺญา สงฺคหิตา, เอวํ มนุสฺสคฺคหเณน อิตฺถิปุริสาทิสญฺญา สงฺคหิตา. ยสฺมา รุกฺขาทิเก ปฏิจฺจ อรญฺญสญฺญา ตตฺถ ปพฺพตวนสณฺฑาทโย อนฺโตคธา, ตสฺมา ตตฺถ วิชฺชมานมฺปิ ตํ วิภาคํ อคฺคเหตฺวา เอกํ อรญฺญํเยว ปฏิจฺจ อรญฺญสญฺญํ มนสิ กโรติ. โอตรตีติ อนุปฺปวิสติ. อธิมุจฺจตีติ นิจฺฉิโนติ. ปวตฺตทรถาติ ตถารูปาย ปสฺสทฺธิยา อภาวโต โอฬาริกธมฺมปฺปวตฺติสิทฺธา ทรถา. กิเลสทรถาติ อนุนยปฏิฆสมฺภวา กิเลสทรถา. ทุติยปเทติ ‘‘เย อสฺสุ ทรถา มนุสฺสสญฺญํ ปฏิจฺจา’’ติ อิมสฺมึ ปเท. มนสิการสนฺตตาย, – ‘‘นายํ ปุพฺเพ วิย โอฬาริกา, ธมฺมปฺปวตฺตี’’ติ สงฺขารทสฺสนทรถานํ สุขุมตา สลฺลหุกตา จ จริตตฺถาติ อาห ‘‘ปวตฺตทรถมตฺตา อตฺถี’’ติ.
ยํ กิเลสทรถชาตํ, ตํ อิมิสฺสา ทรถสญฺญาย น โหตีติ โยชนา. ปวตฺตทรถมตฺตํ อวสิฏฺฐํ โหติ, วิชฺชมานเมว อตฺถิ อิทนฺติ ปชานาตีติ โยชนา. สุญฺญตา นิพฺพตฺตีติ สุญฺญตนฺติ ปวตฺติ. สุญฺญตา สหจริตญฺหิ สุญฺญํ, อิธ สุญฺญตาติ วุตฺตา.
๑๗๗. อสฺสาติ ภควโต เอวํ อิทานิ วุจฺจมานากาเรน จิตฺตปฺปวตฺติ อโหสิ. อจฺจนฺตสุญฺญตนฺติ ‘‘ปรมานุตฺตร’’นฺติ วุตฺตํ อรหตฺตํ เทเสสฺสามีติ. อรญฺญสญฺญาย วิเสสานธิคมนโตติ, ‘‘อรญฺญํ อรญฺญ’’นฺติ มนสิกาเรน ฌานาทิวิเสสสฺส อธิคมาภาวโต, ‘‘ปถวี’’ติ มนสิกาเรน วิเสสาธิคมนโต. อิทานิ ตเมวตฺถํ อุปมาย วิภาเวตุํ ‘‘ยถา หี’’ติอาทิ วุตฺตํ. เอวํ สนฺเตติ เอวํ วปิเต สาลิอาทโย สมฺปชฺชนฺติ. ธุวเสวนนฺติ นิยตเสวนํ ปาริหาริยกมฺมฏฺฐานํ. ปฏิจฺจาติ เอตฺถ ‘‘สมฺภูต’’นฺติ วจนเสโส อิจฺฉิโตติ อาห ‘‘ปฏิจฺจ สมฺภูต’’นฺติ. ปถวึ ปฏิจฺจ สมฺภูตา หิ สญฺญาติ.
ปถวีกสิเณ โส ปถวีสญฺญี โหติ, น ปกติปถวิยํ. ตสฺสาติ ปถวีกสิณสฺส. เตหีติ คณฺฑาทีหิ. สุฏฺฐุ วิหตนฺติ ยถา วลีนํ เลโสปิ น โหติ, เอวํ สมฺมเทว อาโกฏิตํ. นทีตฬากาทีนํ ตีรปฺปเทโส อุทกสฺส อากรฏฺเฐน กูลํ, อุนฺนตภาวโต อุคฺคตํ กูลํ วิยาติ อุกฺกูลํ, ภูมิยา อุจฺจฏฺฐานํ. วิคตํ กูลนฺติ วิกฺกูลํ, นีจฏฺฐานํ. เตนาห ‘‘อุจฺจนีจ’’นฺติ. เอกํ สญฺญนฺติ เอกํ ปถวีติสญฺญํเยว.
๑๘๒. สติปิ สงฺขารนิมิตฺตวิรเห ยาทิสานํ นิมิตฺตานํ อภาเวน ‘‘อนิมิตฺต’’นฺติ วุจฺจติ, ตานิ ทสฺเสตุํ, ‘‘นิจฺจนิมิตฺตาทิวิรหิโต’’ติ วุตฺตํ. จตุมหาภูติกํ จตุมหาภูตนิสฺสิตํ. สฬายตนปฏิสํยุตฺตํ จกฺขายตนาทิสฬายตนสหิตํ.
๑๘๓. วิปสฺสนาย ปฏิวิปสฺสนนฺติ ธมฺมานญฺจ ปุน วิปสฺสนํ. อิธาติ อตฺตโน ปจฺจกฺขภูตยถาธิคตมคฺคผลํ วทตีติ อาห – ‘‘อริยมคฺเค เจว อริยผเล จา’’ติ. อุปาทิเสสทรถทสฺสนตฺถนฺติ สพฺพโส กิเลสุปธิยา ปหีนาย ขนฺโธปธิ อวิสิฏฺฐา, ตปฺปจฺจยา ทรถา อุปาทิเสสทรถา, ตํ ทสฺสนตฺถํ. ยสฺมา วิสยโต คามสญฺญา โอฬาริกา, มนุสฺสสญฺญา สุขุมา, ตสฺมา มนุสฺสสญฺญาย คามสญฺญํ นิวตฺเตตฺวา. ยสฺมา ปน มนุสฺสสญฺญาปิ สภาควตฺถุปริคฺคหโต โอฬาริกา, สภาควตฺถุโต อรญฺญสญฺญา สุขุมา, ตสฺมา อรญฺญสญฺญาย มนุสฺสสญฺญํ นิวตฺเตตฺวา. ปถวีสญฺญาทินิวตฺตเน การณํ เหฏฺฐา สุตฺตนฺตเรสุ จ วุตฺตเมว. อนุปุพฺเพนาติ มคฺคปฺปฏิปาฏิยา. นิจฺจสาราทีนํ สพฺพโส อวตฺถุตาย อจฺจนฺตเมว สุญฺญตฺตา อจฺจนฺตสุญฺญตา.
๑๘๔. สุญฺญตผลสมาปตฺตินฺติ สุญฺญตวิโมกฺขสฺส ผลภูตตฺตา, สุญฺญตานุปสฺสนาย วเสน สมาปชฺชิตพฺพตฺตา จ สุญฺญตผลสมาปตฺตินฺติ ลทฺธนามํ อรหตฺตผลสมาปตฺตึ. ยสฺมา อตีเต ปจฺเจกสมฺพุทฺธา อเหสุํ, อนาคเต ภวิสฺสนฺติ, อิทานิ ปน พุทฺธสาสนสฺส ธรมานตฺตา ปจฺเจกพุทฺธา น วตฺตนฺติ, ตสฺมา ปจฺเจกพุทฺธคฺคหณํ อกตฺวา, ‘‘เอตรหิปิ พุทฺธพุทฺธสาวกสงฺขาตา’’อิจฺเจว วุตฺตํ. น หิ พุทฺธสาสเน ธรนฺเต ปจฺเจกพุทฺธา ภวนฺติ. เสสํ สุวิญฺเญยฺยเมว.
จูฬสุญฺญตสุตฺตวณฺณนาย ลีนตฺถปฺปกาสนา สมตฺตา.
๒. มหาสุญฺญตสุตฺตวณฺณนา
๑๘๕. ฉวิวณฺเณน โส กาโฬ, น นาเมน. ปลาลสนฺถาโรติ อาทีนีติ อาทิ-สทฺเทน โกจฺฉจิมิลิกากฏสาราทีนํ คหณํ. คณภิกฺขูนนฺติ คณพนฺธนวเสน ภิกฺขูนํ.
ยทิ สํสโย นาม นตฺถิ, ‘‘สมฺพหุลา นุ โข’’ติ อิทํ กถนฺติ อาห ‘‘วิตกฺกปุพฺพภาคา’’ติอาทิ. ตตฺถ วิตกฺโก ปุพฺพภาโค เอติสฺสาติ วิตกฺกปุพฺพภาคา, ปุจฺฉา. สา ‘‘สมฺพหุลา โน เอตฺถ ภิกฺขูวิหรนฺตี’’ติ วจนํ, วิตกฺโก ปน ‘‘สมฺพหุลา นุ โข อิธ ภิกฺขู วิหรนฺตี’’ติ อิมินา อากาเรน ตทา ภควโต อุปฺปนฺโน จิตฺตสงฺกปฺโป, ตสฺส ปริวิตกฺกสฺส ตพฺภาวโชตโนยํ นุ-กาโร วุตฺโตติ ทสฺเสนฺโต อาห – ‘‘วิตกฺกปุพฺพภาเค จายํ นุ-กาโร นิปาตมตฺโต’’ติ. กิญฺจาปิ คจฺฉนฺโต ทิสฺวา, ‘‘สมฺพหุลา โน เอตฺถ ภิกฺขู วิหรนฺตี’’ติ ปุจฺฉาวเสน ภควตา วุตฺโต, อถ โข ‘‘น โข, อานนฺท, ภิกฺขุ โสภติ สงฺคณิการาโม’’ติอาทิ (ม. นิ. ๓.๑๘๕) อุปริเทสนาวเสน มตฺถกํ คจฺฉนฺเต อวินิจฺฉิโต นาม น โหติ, อถ โข วิสุํ วินิจฺฉิโต เอว โหติ, ทิสฺวา นิจฺฉินิตฺวาว กถาสมุฏฺฐาปนตฺถํ ตถา ปุจฺฉติ. ตถา หิ วุตฺตํ – ‘‘ชานนฺตาปิ ตถาคตา ปุจฺฉนฺตี’’ติ (ปารา. ๑๖). เตนาห ‘‘อิโต กิรา’’ติอาทิ.
ยถา นทีโอติณฺณํ อุทกํ ยถานินฺนํ ปกฺขนฺทติ, เอวํ สตฺตา ธาตุโส สํสนฺทนฺติ, ตสฺมา ‘‘คณวาโส นทีโอติณฺณอุทกสทิโส’’ติ วุตฺตํ. อิทานิ ตมตฺถํ วิตฺถารโต ทสฺเสตุํ – ‘‘นิรยติรจฺฉานโยนี’’ติอาทิ วุตฺตํ. กุรุวินฺทาทินฺหานียจุณฺณานิ สณฺหสุขุมภาวโต นาฬิยํ ปกฺขิตฺตานิ นิรนฺตราเนว ติฏฺฐนฺตีติ อาห – ‘‘จุณฺณภริตา นาฬิ วิยา’’ติ. สตฺตปณฺณาส กุลสตสหสฺสานีติ สตฺตสตสหสฺสาธิกานิ ปญฺญาส กุลานํเยว สตสหสฺสานิ, มนุสฺสานํ ปน วเสน สตฺต โกฏิโย ตทา ตตฺถ วสึสุ.
ตโต จินฺเตสิ, กถํ? กามญฺจายํ โลกปกติ, มยฺหํ ปน สาสเน อยุตฺโตว โสติ อาห – ‘‘มยา’’ติอาทิ. ธมฺมนฺติ สภาวสิทฺธํ. สํเวโคติ สโหตฺตปฺปญาณํ วุจฺจติ. น โข ปเนตํ สกฺกา คิลานุปฏฺฐานโอวาทานุสาสนิอาทิวเสน สมาคมสฺส อิจฺฉิตพฺพตฺตา. คณเภทนนฺติ คณสงฺคณิกาย วิเวจนํ.
๑๘๖. กตปริภณฺฑนฺติ ปุพฺเพ กตสํวิธานสฺส จีวรสฺส วุตฺตากาเรน ปฏิสงฺขรณํ. โนติ อมฺหากํ. อนตฺตมโนติ อนาราธิตจิตฺโต.
สกคเณน สหภาวโต สงฺคณิกาติ อาห ‘‘สกปริสสโมธาน’’นฺติ. คโณติ ปน อิธ ชนสมูโหติ วุตฺตํ ‘‘นานาชนสโมธาน’’นฺติ. โสภติ ยถานุสิฏฺฐํ ปฏิปชฺชมานโต. กามโต นิกฺขมตีติ นิกฺขโม, เอวํ นิกฺขมวเสน อุปฺปนฺนํ สุขํ. คณสงฺคณิกากิเลสสงฺคณิกาหิ ปวิวิตฺติ ปวิเวโก. ปวิเวกวเสน อุปฺปนฺนํ สุขํ. ราคาทีนํ อุปสมาวหํ สุขํ อุปสมสุขํ. มคฺคสมฺโพธาวหํ สุขํ สมฺโพธิสุขํ. นิกาเมตพฺพสฺส, นิกามํ วา ลาภี นิกามลาภี. นิทุกฺขํ สุเขเนว ลภตีติ อทุกฺขลาภี. กสิรํ วุจฺจติ อปฺปกนฺติ อาห – ‘‘อกสิรลาภีติ วิปุลลาภี’’ติ.
สามายิกนฺติ สมเย กิเลสวิมุจฺจนํ อจฺจนฺตเมวาติ สามายิกํ ม-กาเร อ-การสฺส ทีฆํ กตฺวา. เตนาห – ‘‘อปฺปิตปฺปิตสมเย กิเลเสหิ วิมุตฺต’’นฺติ. กนฺตนฺติ องฺคสนฺตตาย อารมฺมณสนฺตตาย จ กมนียํ มโนรมฺมํ. อสามายิกํ อจฺจนฺตวิมุตฺตํ.
เอตฺตาวตาติอาทินา สงฺคณิการามสฺส วิเสสาธิคมสฺส อนฺตรายิกภาวํ อนฺวยโต พฺยติเรกโต จ สห นิทสฺสเนน ทสฺเสติ. ตตฺถ สา ทุวิธา อนฺตรายิกตา โวทานธมฺมานํ อนุปฺปตฺติเหตุกา, สํกิเลสธมฺมานํ อุปฺปตฺติเหตุกา จ.
เต ปฐมํ ‘‘สงฺคณิการาโม’’ติอาทินา วิภาเวตฺวา อิตรํ วิภาเวตุํ, ‘‘อิทานิ โทสุปฺปตฺตึ ทสฺเสนฺโต’’ติอาทิ วุตฺตํ. ‘‘อฏฺฐิญฺจ ปฏิจฺจ นฺหารุญฺจ ปฏิจฺจ จมฺมญฺจ ปฏิจฺจ มํสญฺจ ปฏิจฺจ อากาโส ปริวาริโต รูปนฺเตฺวว สงฺขํ คจฺฉตี’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๑.๓๐๖) วิย อิธ รูปสทฺโท กรชกายปริยาโยติ ‘‘รูปนฺติ สรีร’’นฺติ อาห. ‘‘นาหํ, อานนฺท…เป… โทมนสฺสุปายาสา’’ติ กสฺมา วุตฺตํ? นนุ กาเย จ ชีวิเต จ อนเปกฺขจิตฺตานํ อารทฺธวิปสฺสกานมฺปิ อสปฺปายวชฺชนสปฺปายเสวนวเสน กายสฺส ปริหรณํ โหตีติ? สจฺจํ, ตํ ปน โย กลฺลสรีรํ นิสฺสาย ธมฺมสาธนาย อนุยุญฺชิตุกาโม โหติ, ตสฺเสว ธมฺมสาธนตาวเสน. ธมฺมสาธนภาวญฺหิ อเปกฺขิตฺวา อสปฺปายํ วชฺเชตฺวา สปฺปายวเสน โปเสตฺวา สุฏฺฐุตรํ หุตฺวา อนุยุญฺชนโต กายสฺส ปริหรณํ, น โส กาเย อภิรโต นาม โหติ ปจฺจเวกฺขณายตฺตตฺตา อเปกฺขาย วิโนทิตพฺโพ ตาทิโสติ. อุปาลิคหปติโนติ เอตฺถาปิ ‘‘ทสพลสาวกตฺตุปคมนสงฺขาเตนา’’ติ อาเนตฺวา โยเชตพฺพํ.
๑๘๗. มหากรุณาวเสน ปริวุตาย ปริสาย มชฺเฌ นิสินฺโนปิ เอกนฺตวิเวกชฺฌาสยตฺตา เอกโกว. เอเตน สตฺถุโน ปวิวิตฺตสฺส ปวิเวกตฺเตน วิวิตฺตตํ ทสฺเสติ. รูปารูปปฏิภาคนิมิตฺเตหิ นิวตฺตนตฺถํ ‘‘รูปาทีนํ สงฺขตนิมิตฺตาน’’นฺติ วุตฺตํ. อติวิย สนฺตตรปณีตตมภาเวน วิเสสโต สิโนติ พนฺธตีติ วิสโย, โส เอว สสนฺตติปริยาปนฺนตาย อชฺฌตฺตํ. กึ ปน ตนฺติ อาห – ‘‘สุญฺญตนฺติ สุญฺญตผลสมาปตฺติ’’นฺติ. อุปธิวิเวกตาย อสงฺขตา ธาตุ อิธ วิเวโกติ อธิปฺเปโตติ อาห – ‘‘วิเวกนินฺเนนา’’ติอาทิ. ภงฺคมตฺตมฺปิ อเสเสตฺวา อาสวฏฺฐานิยานญฺจ ธมฺมานํ ตตฺถ วิคตตฺตา เตสํ วเสน วิคตนฺเตน, เอวํภูตํ เตสํ พฺยนฺติภาวํ ปตฺตนฺติ ปาฬิยํ ‘‘พฺยนฺติภูเตนา’’ติ วุตฺตํ. อุยฺโยชนํ วิสฺสชฺชนํ, ตํ เอตสฺส อตฺถิ, อุยฺโยเชติ วิสฺสชฺเชตีติ วา อุยฺโยชนิกํ. ยสฺมา น สพฺพกถา อุยฺโยชนวเสเนว ปวตฺตติ, ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘อุยฺโยชนิกปฏิสํยุตฺต’’นฺติ.
เตลปากํ คณฺหนฺโต วิยาติ ยถา เตลปาโก นาม ปริจฺฉินฺนกาโล น อติกฺกมิตพฺโพ, เอวํ อตฺตโน สมาปตฺติกาลํ อนติกฺกมิตฺวา. ยถา หิ กุสโล เวชฺโช เตลํ ปจนฺโต ตํ ตํ เตลกิจฺจํ จินฺเตตฺวา ยทิ วา ปตฺถินฺนปาโก, ยทิ วา มชฺฌิมปาโก, ยทิ วา ขรปาโก อิจฺฉิตพฺโพ, ตสฺส กาลํ อุปธาเรตฺวา ปจติ, เอวํ ภควา ธมฺมํ เทเสนฺโต เวเนยฺยานํ ญาณปริปากํ อุปธาเรตฺวา ตํ ตํ กาลํ อนติกฺกมิตฺวา ธมฺมํ เทเสตฺวา ปริสํ อุยฺโยเชนฺโต จ วิเวกนินฺเนเนว จิตฺเตน อุยฺโยเชติ. เทฺว ปญฺจวิญฺญาณานิปิ ตทภินีหตมโนวิญฺญาณวเสน นิพฺพานนินฺนาเนว. พุทฺธานญฺหิ สงฺขารานํ สุฏฺฐุ ปริญฺญาตตาย ปณีตานมฺปิ รูปาทีนํ อาปาถคมเน ปเคว อิตเรสํ ปฏิกูลตาว สุปากฏา หุตฺวา อุปฏฺฐาติ, ตสฺมา ฆมฺมาภิตตฺตสฺส วิย สีตชลฏฺฐานนินฺนตา นิพฺพานนินฺนเมว จิตฺตํ โหติ, ตสฺส อติวิย สนฺตปณีตภาวโต.
๑๘๘. อชฺฌตฺตเมวาติ อิธ ฌานารมฺมณํ อธิปฺเปตนฺติ อาห ‘‘โคจรชฺฌตฺตเมวา’’ติ. อิธ นิยกชฺฌตฺตํ สุญฺญตํ. อปคุณปาทกชฺฌานญฺหิ เอตฺถ ‘‘นิยกชฺฌตฺต’’นฺติ อธิปฺเปตํ วิปสฺสนาวิเสสสฺส อธิปฺเปตตฺตา, นิยกชฺฌตฺตํ นิชฺชีวนิสฺสตฺตตํ, อนตฺตตนฺติ อตฺโถ. อสมฺปชฺชนภาวชานเนนาติ อิทานิ เม กมฺมฏฺฐานํ วีถิปฏิปนฺนํ น โหติ, อุปฺปถเมว ปวตฺตตีติ ชานเนน.
กสฺมา ปเนตฺถ ภควตา วิปสฺสนาย เอว ปาทเก ฌาเน อวตฺวา ปาทกชฺฌานํ คหิตนฺติ อาห – ‘‘อปฺปคุณปาทกชฺฌานโต’’ติอาทิ. น ปกฺขนฺทติ สมฺมา น สมาหิตตฺตา. โส ปน ‘‘อชฺฌตฺตธมฺมา มยฺหํ นิชฺชฏา นิคุมฺพา หุตฺวา น อุปฏฺฐหนฺติ, หนฺทาหํ พหิทฺธาธมฺเม มนสิ กเรยฺยํ เอกจฺเจสุ สงฺขาเรสุ อุปฏฺฐิเตสุ อิตเรปิ อุปฏฺฐเหยฺยุเมวา’’ติ ปรสฺส…เป… มนสิ กโรติ. ปาทกชฺฌานวเสน วิย สมฺมสิตชฺฌานวเสนปิ อุภโตภาควิมุตฺโต โหติเยวาติ อาห – ‘‘อรูปสมาปตฺติยํ นุ โข กถนฺติ อาเนญฺชํ มนสิ กโรตี’’ติ. น เม จิตฺตํ ปกฺขนฺทตีติ มยฺหํ วิปสฺสนาจิตฺตํ วีถิปฏิปนฺนํ หุตฺวา น วหตีติ. ปาทกชฺฌานเมวาติ วิปสฺสนาย ปาทกภูตเมว ฌานํ. ปุนปฺปุนํ มนสิ กาตพฺพนฺติ ปุนปฺปุนํ สมาปชฺชิตพฺพํ วิปสฺสนาย ติกฺขวิสทตาปาทนาย. อวหนฺเต นิปุณาภาเวน เฉทนกิริยาย อปฺปวตฺตนฺเต. สมาปชฺชิตฺวา วิปสฺสนาย ติกฺขกมฺมกรณํ สมถวิปสฺสนาวิหาเรนาติ อาห – ‘‘กมฺมฏฺฐาเน มนสิกาโร วหตี’’ติ.
๑๘๙. สมฺปชฺชติ เมติ วีถิปฏิปตฺติยา ปุพฺเพนาปรํ วิเสสาภาวโต สมฺปชฺชติ เม กมฺมฏฺฐานนฺติ ชานเนน. อิริยาปถํ อหาเปตฺวาติ ยถา ปริสฺสโม นาคจฺฉติ, เอวํ อตฺตโน พลานุรูปํ ตสฺส กาลํ เนตฺวา ปมาณเมว ปวตฺตเนน อิริยาปถํ อโหเปตฺวา. สพฺพวาเรสูติ ฐานนิสชฺชาสยนวาเรสุ. กถาวาเรสุ ปน วิเสสํ ตตฺถ ตตฺถ วทนฺติ. อิทํ วุตฺตนฺติ อิทํ, ‘‘อิมินา วิหาเรนา’’ติอาทิวจนํ วุตฺตํ.
๑๙๐. กามวิตกฺกาทโย โอฬาริกกามราคพฺยาปาทสภาคาติ อาห – ‘‘วิตกฺกปหาเนน เทฺว มคฺเค กเถตฺวา’’ติ. กามคุเณสูติ นิทฺธารเณ ภุมฺมํ. กิสฺมิญฺจิเทว กิเลสุปฺปตฺติการเณติ ตสฺส ปุคฺคลสฺส กิเลสุปฺปตฺติการณํ สนฺธาย วุตฺตํ, อญฺญถา สพฺเพปิ ปญฺจ กามคุณา กิเลสุปฺปตฺติการณเมว. สมุทาจรตีติ สมุทาจาโรติ อาห ‘‘สมุทาจรณโต’’ติ. โส ปน ยสฺมา จิตฺตสฺส, น สตฺตสฺส, ตสฺมา วุตฺตํ ปาฬิยํ ‘‘เจตโส’’ติ. ม-กาโร ปทสนฺธิกโร เอ-การสฺส จ อกาโร กโตติ อาห ‘‘เอวํ สนฺเต เอตนฺติ.
๑๙๑. อนุสโยติ มานานุสโย ภวราคานุสโย อวิชฺชานุสโยติ ติวิโธปิ อนุสโย ปหียติ อรหตฺตมคฺเคน. วุตฺตนเยเนวาติ, ‘‘ตโต มคฺคานนฺตรํ ผลํ, ผลโต วุฏฺฐาย ปจฺจเวกฺขมาโน ปหีนภาวํ ชานาติ, ตสฺส ชานเนน สมฺปชาโน โหตี’’ติ วุตฺตนเยน.
กุสลโต อายาตีติ อายโต, โส เอเตสนฺติ กุสลายติกา. เตนาห ‘‘กุสลโต อาคตา’’ติ. ตํ ปน เนสํ กุสลายติกตฺตํ อุปนิสฺสยวเสน โหติ สหชาตวเสนปีติ ตทุภยํ ทสฺเสตุํ, ‘‘เสยฺยถิท’’นฺติอาทิ วุตฺตํ.
ยสฺมา ปน ยถาวุตฺตธมฺเมสุ เกจิ โลกิยา, เกจิ โลกุตฺตรา; อถ กสฺมา วิเสเสน ‘‘โลกุตฺตรา’’ติ วุตฺตนฺติ อาห – ‘‘โลเก อุตฺตรา วิสิฏฺฐา’’ติ. เตน โลกิยธมฺเมสุ อุตฺตมภาเวน ฌานาทโย โลกุตฺตรา วุตฺตา, น โลกสฺส อุตฺตรณโตติ ทสฺเสติ. ยํ กิญฺจิ มหคฺคตจิตฺตํ มารสฺส อวิสโย อกามาวจรตฺตา, ปเคว ตํ วิปสฺสนาย ปาทกภูตํ สุวิกฺขาลิตมลนฺติ อาห – ‘‘ชานิตุํ น สกฺโกตี’’ติ. เอโก อานิสํโส อตฺถิ ภาวนานุโยคสฺส สปฺปายธมฺมกถาปฏิลาโภ.
๑๙๒. เอตทตฺถนฺติ เกวลสฺส สุตสฺส อตฺถาย. สปฺปายาสปฺปายวเสนาติ กสฺมา วุตฺตํ? นนุ สปฺปายวเสน ทสกถาวตฺถูนิ อาคตานีติ? สจฺจเมตํ, อสปฺปายกถาวชฺชนปุพฺพิกาย สปฺปาย กถาย วเสน อาคตตฺตา ‘‘สปฺปายาสปฺปายวเสน อาคตานี’’ติ วุตฺตํ. สุตปริยตฺติวเสนาติ สรูเปน ตตฺถ อนาคตานิปิ ทสกถาวตฺถูนิ สุตฺตเคยฺยาทิอนฺโตคธตฺตา, ‘‘สุตปริยตฺติวเสน อาคตานี’’ติ วุตฺตํ. ปริปูรณวเสน สรูปโต อาคตตฺตา อิมสฺมึ ฐาเน ฐตฺวา กเถตพฺพานิ. อตฺโถติ สามญฺญตฺโถ.
๑๙๓. อนุอาวตฺตนฺตีติ อนุอนุ อภิมุขา หุตฺวา วตฺตนฺติ, ปยิรุปาสนาทิวเสน อนุกูลยนฺติ. มุจฺฉนตณฺหนฺติ ปจฺจเยสุ มุจฺฉนาการํ. ตณฺหาย ปตฺถนา นาม เตนากาเรน ปวตฺตีติ อาห – ‘‘ปตฺเถติ ปวตฺเตตี’’ติ. กิเลสูปทฺทเวนาติ กิเลสสงฺขาเตน อุปทฺทเวน. กิเลสา หิ สตฺตานํ มหานตฺถกรณโต ‘‘อุปทฺทโว’’ติ วุจฺจนฺติ. อตฺตโน อพฺภนฺตเร อุปฺปนฺเนน กิเลสูปทฺทเวน อนฺเตวาสิโน, อุปทฺทโว อนฺเตวาสูปทฺทโว, พฺรหฺมจริยสฺส อุปทฺทโว พฺรหฺมจารุปทฺทโวติ อิมมตฺถํ ‘‘เสสุปทฺทเวสุปิ เอเสว นโย’’ติ อิมินา อติทิสติ. คุณมรณํ กถิตํ, น ชีวิตมรณํ.
อปฺปลาภาติ อปฺปมตฺตกลาภี วิเสสานํ. เอวํ วุตฺโตติ ยถาวุตฺตพฺรหฺมจารุปทฺทโว ทุกฺขวิปากตโร เจว กฏุกวิปากตโร จาติ เอวํ วุตฺโต. อาจริยนฺเตวาสิกูปทฺทโว หิ พาหิรกสมยวเสน วุตฺโต, พฺรหฺมจารุปทฺทโว ปน สาสนวเสน. ทุรกฺขาเต หิ ธมฺมวินเย ทุปฺปฏิปตฺติ น มหาสาวชฺชา มิจฺฉาภินิเวสสฺส สิถิลวายามภาวโต; สฺวาขฺยาเต ปน ธมฺมวินเย ทุปฺปฏิปตฺติ มหาสาวชฺชา มหโต อตฺถสฺส พาหิรภาวกรณโต. เตนาห ‘‘สาสเน ปนา’’ติอาทิ.
๑๙๖. ตสฺมาติ อิทํ ปุพฺพปราเปกฺขํ ปุริมสฺส จ อตฺถสฺส การณภาเวน ปจฺจามสนนฺติ อาห ‘‘ยสฺมา’’ติอาทิ. มิตฺตํ เอตสฺส อตฺถีติ มิตฺตวา, ตสฺส ภาโว มิตฺตวตา, ตาย. มิตฺตวเสน ปฏิปชฺชนนฺติ อาห ‘‘มิตฺตปฏิปตฺติยา’’ติ. สปตฺตวตายาติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย.
ทุกฺกฏทุพฺภาสิตมตฺตมฺปีติ อิมินา ปเคว อิตรํ วีติกฺกมนฺโตติ ทสฺเสติ. สาวเกสุ หิตปรกฺกมนํ โอวาทานุสาสนีหิ ปฏิปชฺชนนฺติ อาห – ‘‘ตถา น ปฏิปชฺชิสฺสามี’’ติ. อามกมตฺตนฺติ กุลาลภาชนํ วุจฺจติ. นาหํ ตุเมฺหสุ ตถา ปฏิปชฺชิสฺสามีติ กุมฺภกาโร วิย อามกภาชเนสุ อหํ ตุเมฺหสุ เกวลํ ชานาเปนฺโต น ปฏิปชฺชิสฺสามิ. นิคฺคณฺหิตฺวาติ นีหริตฺวา. โลกิยคุณาปิ อิธ สาโรเตฺวว อธิปฺเปตา โลกุตฺตรคุณานํ อธิฏฺฐานภาวโต. เสสํ สุวิญฺเญยฺยเมว.
มหาสุญฺญตสุตฺตวณฺณนาย ลีนตฺถปฺปกาสนา สมตฺตา.
๓. อจฺฉริยพฺภุตสุตฺตวณฺณนา
๑๙๗. วิภตฺติปติรูปกา จ นิปาตา โหนฺตีติ ยถารหํ ตํตํวิภตฺติอตฺถทีปกา, อิธ ปจฺจตฺตวจโน ยตฺรสทฺโท, หิสทฺโท เหตุอตฺโถ, นามสทฺโท อจฺฉริยตฺโถ, ปทตฺตยสฺส ปน อจฺฉริยตฺถนิทฺทิฏฺฐตาย ‘‘อจฺฉริยตฺเถ นิปาโต’’ติ วุตฺตํ. เอกํสโต ปเนตํ ปทตฺตยํ. ตถา หิ วกฺขติ, ‘‘ยตฺราติ นิปาตวเสน อนาคตวจน’’นฺติ. ปปญฺจสทฺโท เหฏฺฐา วุตฺโต. ฉินฺนวฏุเมติ อิมินา สพฺพกิเลสวฏฺฏสฺส อกุสลกมฺมวฏฺฏสฺส จ ฉินฺนตฺตา วิปากวฏฺฏสฺส จ อุปริ วกฺขมานตฺตา อาห – ‘‘วฏุมนฺติ กุสลากุสลกมฺมวฏฺฏํ วุจฺจตี’’ติ. นิปาตวเสน ยตฺรสทฺทโยเคน. อนาคตวจนนฺติ อิทํ อนาคตวจนสทิสตฺตา วุตฺตํ. อนาคตตฺถวาจี หิ อนาคตวจนํ, อตฺโถ เจตฺถ อตีโตติ. อนุสฺสรีติ อิทํ อนุสฺสริตภาวํ สนฺธาย วุตฺตํ – ‘‘น อนุสฺสริสฺสตี’’ติ สทฺทปโยคสฺส อตีตวิสยตฺตา. ยทา ปน เตหิ ภิกฺขูหิ ยา กถา ปวตฺติตา, ตโต ปจฺฉาปิ ภควโต เตสํ พุทฺธานํ อนุสฺสรณํ โหติเยว.
ขตฺติยชจฺจาติอาทิกาลโต ปฏฺฐาย อสมฺภินฺนาย ขตฺติยชาติยา อุทิโตทิตาย. พฺรหฺมชจฺจาติ พฺราหฺมณชจฺจา. เอวํโคตฺเตปิ เอเสว นโย. โลกิยโลกุตฺตรสีเลนาติ ปารมิตาสมฺภูเตน พุทฺธาเวณิกตฺตา อนญฺญสาธารเณน โลกิเยน โลกุตฺตเรน จ สีเลน. เอวํสีลาติ อนวเสสสีลานํ วิสุํ ปจฺจเวกฺขณกรเณน เอวํสีลาติ อนุสฺสริสฺสติ. เอส นโย เสเสสุ. ยถา วิชฺชาภาคิยา วิชฺชาสมฺปยุตฺตธมฺมา, เอวํ สมาธิปกฺขา สมาธิสมฺปยุตฺตธมฺมาปิ สติวีริยาทโยติ อาห – ‘‘เหฏฺฐา สมาธิปกฺขานํ ธมฺมานํ คหิตตฺตา วิหาโร คหิโตวา’’ติ. ตสฺมา สมาธิปกฺขธมฺมวินิมุตฺโต เอว อิธ วิหาโร อธิปฺเปโตติ วุตฺตํ ‘‘อิทํ หี’’ติอาทิ.
ยถา วา อฏฺฐสมาปตฺติวิปสฺสนามคฺคผลสงฺคหิตา โลกิยโลกุตฺตรา สมาธิปญฺญา ‘‘เอวํธมฺมา เอวํปญฺญา’’ติ ปเทหิ เหฏฺฐา คหิตาปิ ยถาสกํ ปฏิปกฺขโต มุจฺจนสฺส ปวตฺติวิเสสํ อุปาทาย ‘‘เอวํวิมุตฺตา’’ติ เอตฺถ ปุน คหิตา, ตถา ‘‘เอวํธมฺมา’’ติ เอตฺถ คหิตาปิ สมาธิปกฺขธมฺมา ทิพฺพพฺรหฺมอาเนญฺชอริยวิหารสงฺขาตํ อตฺตโน ปวตฺติวิเสสํ อุปาทาย, ‘‘เอวํวิหารี’’ติ เอตฺถ ปุน คหิตาติ วุจฺจมาเน น โกจิ วิโรโธ. ผลธมฺมานํ ปวตฺติกาเลปิ กิเลสานํ ปฏิปฺปสฺสทฺธิ น ตํอานุภาวชาตา, อถ โข อริยมคฺเคน กิเลสานํ สมุจฺฉินฺนตฺตาติ อาห – ‘‘มคฺคานุภาเวน กิเลสานํ ปฏิปสฺสทฺธนฺเต อุปฺปนฺนตฺตา’’ติ. โย ยํ ปชหติ, โส ปหายโก ปหาตพฺพโต วิมุตฺโตติ วุจฺจติ วิสํสฏฺฐภาวโตติ ปหานวิภาเคน วุจฺจมาเน อปหายกสฺส นิพฺพานสฺส กถํ วิมุตฺตตา? วิสํสฏฺฐาภาวโต เอว. ตญฺหิ ปกติยาว สพฺพโส กิเลเสหิ วิสํสฏฺฐํ วินิสฺสฏํ สุวิทูรวิทูเร ฐิตํ, ตสฺมาสฺส ตโต นิสฺสฏตฺตา นิสฺสรณวิมุตฺติ นิสฺสรณปหานนฺติ วุจฺจตีติ อาห ‘‘นิพฺพาน’’นฺติอาทิ.
๑๙๙. อิเม ตถาคตสฺส อจฺฉริยอพฺภุตธมฺมา, น สาวกวิสยา, มม ปน เทสนา ตยา สุตา เอวาติ เต เถรสฺเสว ภารํ กโรนฺโต, ‘‘ตํ ภิยฺโยโสมตฺตาย ปฏิภนฺตู’’ติ อาห. สโต สมฺปชาโนติ เอตฺถ กาลเภทวเสน ลพฺภมานมฺปิ สมฺปชานภาวํ อนามสิตฺวา คติวิภาเคน ตํ ทสฺเสตุํ, ‘‘เทฺว สมฺปชญฺญานี’’ติอาทิ วุตฺตํ – อฏฺฐ วเร คณฺหนฺโตติ เอตฺถ กถํ วรํ เทวตา เทติ, ปรสฺส ทียมานญฺจ ตํ กถํ ปรสฺส สมิชฺฌตีติ? กมฺมพเลเนว. ยทิ หิ ตํ กมฺมํ กโตกาสํ ยสฺส ตทปเทเสน ผลํ วิปจฺจติ, เอวํ เทวตาย ตสฺส วรํ ทินฺนํ, อิตเรน จ ลทฺธนฺติ โวหาโร โหตีติ. อปิจ ปรสฺส ปตฺถิตวรานิ นาม วิปจฺจมานสฺส กมฺมสฺส ปจฺจยภูโต ปโยควิเสโสติ ทฏฺฐพฺพํ. ตานิ วิปจฺจเน เอกนฺติกานิปิ อปฺเปสกฺขา เทวตา – ‘‘อยมสฺส ปตฺถนา สมิชฺฌิสฺสติ, โน’’ติ น ชานนฺติ, สกฺโก ปน ปญฺญวา ตานิ เอกจฺจํ ชานาติเยว. เตน วุตฺตํ – ‘‘สกฺเกน ปสีทิตฺวา ทินฺเน อฏฺฐ วเร คณฺหนฺโต’’ติอาทิ.
ปฐมชวนวาเรติ อุปฺปนฺนสฺส สพฺพปฐมชวนวาเร. โส หิ ปฏิสนฺธิยา อาสนฺนภาวโต อวิสโท โหติ, เทวภาเว นิกนฺติวเสน อุปฺปชฺชนโต น ชานาติ. อญฺญาหิ เทวตาหิ อสาธารณชานนํ โหติ ทุติยชวนวารโต ปฏฺฐาย ปวตฺตนโต.
อญฺเญปิ เทวาติอาทินา โพธิสตฺตสฺส ตตฺถ สมฺปชญฺเญเนว ฐิตภาวํ พฺยติเรกมุเขน วิภาเวติ. อาหารูปจฺเฉเทน กาลงฺกโรนฺตีติ อิทํ ขิฑฺฑาปโทสิกวเสน วุตฺตํ. อิตเรสมฺปิ ทิพฺพโภเคหิ มุจฺฉิตตํ อชฺฌาปนฺนานํ ติฏฺฐนฺตานํ สมฺปชญฺญาภาโว โหติเยว. กึ ตถารูปํ อารมฺมณํ นตฺถีติ ยถารูปํ อุฬารํ ปณีตญฺจ อารมฺมณํ ปฏิจฺจ เต เทวา สํมุจฺฉิตา อาหารูปจฺเฉทมฺปิ กโรนฺติ, กึ ตถารูปํ อุฬารํ ปณีตญฺจ อารมฺมณํ โพธิสตฺตสฺส นตฺถีติ โพธิสตฺตสฺส สมฺปชญฺญานุภาวํ วิภาเวตุํ โจทนํ สมุฏฺฐาเปติ? โพธิสตฺโต หิ ยตฺถ ยตฺถ นิพฺพตฺตติ, ตตฺถ ตตฺถ อญฺเญ สตฺเต ทสหิ วิเสเสหิ อธิคฺคณฺหาติ, ปเคว ตตฺถ เทวภูโต, ตถาปิ ‘‘สโต สมฺปชาโน’’ติ อยเมตฺถ อจฺฉริยธมฺโม วุตฺโต.
๒๐๐. สมฺปตฺติภเว ทีฆายุกตา นาม ปญฺญาพเลน โหติ, โพธิสตฺโต จ มหาปญฺโญ, ตสฺมา ตตฺถ ตตฺถ ภเว เตน ทีฆายุเกน ภวิตพฺพนฺติ อธิปฺปาเยน, ‘‘เสสตฺตภาเวสุ กึ ยาวตายุกํ น ติฏฺฐตี’’ติ โจเทติ. อิตโร ‘‘อาม น ติฏฺฐตี’’ติ ปฏิชานิตฺวา, ‘‘อญฺญทา หี’’ติอาทินา ตตฺถ การณมาห. ‘‘อิธ น ภวิสฺสามี’’ติ อธิมุจฺจนวเสน กาลกิริยา อธิมุตฺติกาลกิริยา. ปารมิธมฺมานญฺหิ อุกฺกํสปฺปตฺติยา ตสฺมึ ตสฺมึ อตฺตภาเว อภิญฺญาสมาปตฺตีหิ สนฺตานสฺส วิเสสิตตฺตา อตฺตสิเนหสฺส ตนุภาเวน สตฺเตสุ จ มหากรุณาย อุฬารภาเวน อธิฏฺฐานสฺส ติกฺขวิสทภาวาปตฺติยา โพธิสตฺตานํ อธิปฺปายา สมิชฺฌนฺติ, จิตฺเต วิย กมฺเมสุ จ เตสํ วสิภาโว, ตสฺมา ยตฺถุปปนฺนานํ ปารมิโย สมฺมเทว ปริพฺรูเหนฺติ, วุตฺตนเยน กาลํ กตฺวา ตตฺถ อุปปชฺชนฺติ. ตถา หิ อยํ มหาสตฺโต อิมสฺมึเยว กปฺเป นานาชาตีสุ อปริหีนชฺฌาโน กาลํ กตฺวา พฺรหฺมโลเก นิพฺพตฺโต อปฺปกเมว กาลํ ตตฺถ ฐตฺวา ตโต จวิตฺวา อิธ นิพฺพตฺโต. เตนาห – ‘‘อยํ กาลกิริยา อญฺเญสํ น โหตี’’ติ. สพฺพปารมีนํ ปูริตตฺตาติ อิมินา ปโยชนาภาวโต ตตฺถ ฐตฺวา อธิมุตฺติกาลกิริยา นาม น โหตีติ ทสฺเสติ. อปิจ จริมภเว จตุมหานิธิสมุฏฺฐานปุพฺพิกาย ทิพฺพสมฺปตฺติสทิสาย มหาสมฺปตฺติยา นิพฺพตฺติ วิย พุทฺธภูตสฺส อสทิสทานาทิวเสน อนญฺญสาธารณลาภุปฺปตฺติ วิย จ อิโต ปรํ มหาปุริสสฺส ทิพฺพสมฺปตฺติอนุภวนํ นาม นตฺถีติ ยาวตายุกฏฺฐานํ อุสฺสาหชาตสฺส ปุญฺญสมฺภารสฺส วเสนาติ ทฏฺฐพฺพํ. อยเญฺหตฺถ ธมฺมตา.
มนุสฺสคณนาวเสน, น เทวคณนาวเสน. ปุพฺพนิมิตฺตานีติ จุติยา ปุพฺพนิมิตฺตานิ. อมิลายิตฺวาติ เอตฺถ อมิลาตคฺคหเณเนว ตาสํ มาลานํ วณฺณสมฺปทาปิ คนฺธสมฺปทาปิ โสภาสมฺปทาปิ ทสฺสิตาติ ทฏฺฐพฺพํ. พาหิรพฺภนฺตรานํ รโชชลฺลานํ เลสสฺสปิ อภาวโต เทวานํ สรีรคตานิ วตฺถานิ สพฺพกาลํ ปริสุทฺธปภสฺสราเนว หุตฺวา ติฏฺฐนฺตีติ อาห ‘‘วตฺเถสุปิ เอเสว นโย’’ติ. เนว สีตํ น อุณฺหนฺติ ยสฺส สีตสฺส ปตีการวเสน อธิกํ เสวิยมานํ อุณฺหํ, สยเมว วา ขรตรํ หุตฺวา อธิภวนฺตํ สรีเร เสทํ อุปฺปาเทยฺย, ตาทิสํ เนว สีตํ น อุณฺหํ โหติ. ตสฺมึ กาเลติ ยถาวุตฺเต มรณาสนฺนกาเล. พินฺทุพินฺทุวเสนาติ มุตฺตคุฬิกา วิย พินฺทุ พินฺทุ หุตฺวา เสทา มุจฺจนฺติ. ทนฺตานํ ขณฺฑิตภาโว ขณฺฑิจฺจํ. เกสานํ ปลิตภาโว ปาลิจฺจํ. อาทิ-สทฺเทน วลิตฺตจตํ สงฺคณฺหาติ. กิลนฺตรูโป อตฺตภาโว โหติ, น ปน ขณฺฑิจฺจปาลิจฺจาทีหีติ อธิปฺปาโย. อุกฺกณฺฐิตาติ อนภิรติ, สา นตฺถิ อุปรูปริ อุฬารุฬารานเมว โภคานํ วิเสสโต รุจิชนกานํ อุปติฏฺฐนโต.
ปณฺฑิตา เอวาติ พุทฺธิสมฺปนฺนา เอว เทวตา. ยถา เทวตา ‘‘สมฺปติ ชาตา กีทิเสน ปุญฺญกมฺเมน อิธ นิพฺพตฺตา’’ติ จินฺเตตฺวา, ‘‘อิมินา นาม ปุญฺญกมฺเมน อิธ นิพฺพตฺตา’’ติ ชานนฺติ, เอวํ อตีตภเว อตฺตนา กตํ เอกจฺจํ อญฺญมฺปิ ปุญฺญํ ชานนฺติเยว มหาปุญฺญาติ อาห – ‘‘เย มหาปุญฺญา’’ติอาทิ.
น ปญฺญายนฺติ จิรตรกาลตฺตา ปรมายุโน. อนิยฺยานิกนฺติ น นิยฺยานาวหํ สตฺตานํ อภาชนภาวโต. สตฺตา น ปรมายุโน โหนฺติ นาม ปาปุสฺสนฺนตายาติ อาห – ‘‘ตทา หิ สตฺตา อุสฺสนฺนกิเลสา โหนฺตี’’ติ. เอตฺถาห – ‘‘กสฺมา สมฺพุทฺธา มนุสฺสโลเก เอว อุปฺปชฺชนฺติ, น เทวพฺรหฺมโลเกสู’’ติ. เทวโลเก ตาว นุปฺปชฺชนฺติ พฺรหฺมจริยวาสสฺส อโนกาสภาวโต ตถา อนจฺฉริยภาวโต. อจฺฉริยธมฺมา หิ พุทฺธา ภควนฺโต, เตสํ สา อจฺฉริยธมฺมตา เทวตฺตภาเว ฐิตานํ น ปากฏา โหติ ยถา มนุสฺสภูตานํ. เทวภูเต หิ สมฺมาสมฺพุทฺเธ ทิสฺสมานํ พุทฺธานุภาวํ เทวานุภาวโตว โลโก ทหติ, น พุทฺธานุภาวโต, ตถา สติ สมฺมาสมฺพุทฺเธ นาธิมุจฺจติ น สมฺปสีทติ อิสฺสรกุตฺตคฺคาหํ น วิสฺสชฺเชติ, เทวตฺตภาวสฺส จ จิรกาลปวตฺตนโต เอกจฺจสสฺสตวาทโต น ปริมุจฺจติ. ‘‘พฺรหฺมโลเก นุปฺปชฺชนฺตี’’ติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย. สตฺตานํ ตาทิสคาหวิโมจนตฺถญฺหิ พุทฺธา ภควนฺโต มนุสฺสสุคติยํเยว อุปฺปชฺชนฺติ; น เทวสุคติยํ, มนุสฺสสุคติยํ อุปฺปชฺชนฺตาปิ โอปปาติกา น โหนฺติ, สติ จ โอปปาติกูปปตฺติยํ วุตฺตโทสานติวตฺตนโต. ธมฺมเวเนยฺยานํ อตฺถาย ธมฺมตนฺติยา ฐปนสฺส วิย ธาตุเวเนยฺยานํ อตฺถาย ธาตูนํ ฐปนสฺส อิจฺฉิตพฺพตฺตา จ. น หิ โอปปาติกานํ ปรินิพฺพานโต อุทฺธํ สรีรธาตุโย ติฏฺฐนฺติ, ตสฺมา น โอปปาติกา โหนฺติ, จริมภเว จ มหาโพธิสตฺตา, มนุสฺสภาวสฺส ปากฏกรณาย ทารปริคฺคหมฺปิ กโรนฺตา ยาว ปุตฺตมุขทสฺสนา อคารมชฺเฌ ติฏฺฐนฺติ. ปริปากคตสีลเนกฺขมฺมปญฺญาทิปารมิกาปิ น อภินิกฺขมนฺติ, กึ วา เอตาย การณจินฺตาย? สพฺพพุทฺเธหิ อาจิณฺณสมาจิณฺณา, ยทิทํ มนุสฺสภูตานํเยว อภิสมฺพุชฺฌนา, น เทวภูตานนฺติ อยเมตฺถ ธมฺมตา. ตถา หิ ตทตฺโถ มหาภินีหาโรปิ มนุสฺสภูตานํเยว อิชฺฌติ, น อิตเรสํ.
กสฺมา ปน สมฺมาสมฺพุทฺธา ชมฺพุทีเปเยว อุปฺปชฺชนฺติ, น เสสทีเปสูติ? เกจิ ตาว อาหุ – ‘‘ยสฺมา ปถวิยา นาภิภูตา พุทฺธานุภาวสหิตา อจลฏฺฐานภูตา โพธิมณฺฑภูมิ ชมฺพุทีเปเยว อุปฺปชฺชติ, ตสฺมา ชมฺพุทีเปเยว อุปฺปชฺชนฺตี’’ติ; ‘‘ตถา อิตเรสมฺปิ อวิชหิตฏฺฐานานํ ตตฺเถว ลพฺภมานโต’’ติ. อยํ ปเนตฺถ อมฺหากํ ขนฺติ – ยสฺมา ปุริมพุทฺธานํ มหาโพธิสตฺตานํ ปจฺเจกพุทฺธานญฺจ นิพฺพตฺติยา สาวกโพธิสตฺตานํ สาวกโพธิยา อภินีหาโร สาวกปารมีนํ สมฺภรณํ ปริปาจนญฺจ พุทฺธเขตฺตภูเต อิมสฺมึ จกฺกวาเฬ ชมฺพุทีเปเยว อิชฺฌติ, น อญฺญตฺถ. เวเนยฺยานํ วินยนตฺโถ จ พุทฺธุปฺปาโทติ อคฺคสาวกาทิเวเนยฺยวิเสสาเปกฺขาย เอกสฺมึ ชมฺพุทีเปเยว พุทฺธา นิพฺพตฺตนฺติ, น เสสทีเปสุ. อยญฺจ นโย สพฺพพุทฺธานํ อาจิณฺณสมาจิณฺโณติ เตสํ อุตฺตมปุริสานํ ตตฺเถว อุปฺปตฺติ สมฺปตฺติจกฺกานํ วิย อญฺญมญฺญุปนิสฺสยโต อปราปรํ วตฺตตีติ ทฏฺฐพฺพํ. เตนาห – ‘‘ตีสุ ทีเปสุ พุทฺธา น นิพฺพตฺตนฺติ, ชมฺพุทีเปเยว นิพฺพตฺตนฺตีติ ทีปํ ปสฺสตี’’ติ. อิมินา นเยน เทสนิยเมปิ การณํ วตฺตพฺพํ.
อิทานิ จ ขตฺติยกุลํ โลกสมฺมตํ พฺราหฺมณานมฺปิ ปูชนียภาวโต. ราชา เม ปิตา ภวิสฺสตีติ กุลํ ปสฺสิ ปิตุวเสน กุลสฺส นิทฺทิสิตพฺพโต. ทสนฺนํ มาสานํ อุปริ สตฺต ทิวสานีติ ปสฺสิ เตน อตฺตโน อนฺตรายาภาวํ อญฺญาสิ, ตสฺสา จ ตุสิตภเว ทิพฺพสมฺปตฺติปจฺจนุภวนํ.
ตา เทวตาติ ทสสหสฺสิจกฺกวาฬเทวตา. กถํ ปน ตา โพธิสตฺตสฺส ปูริตปารมิภาวํ ภาวินญฺจ สมฺพุทฺธภาวํ ชานนฺตีติ? มเหสกฺขานํ เทวตานํ วเสน, เยภุยฺเยน จ ตา เทวตา อภิสมยภาคิโน. ตถา หิ ภควโต จ ธมฺมทานสํวิภาเค อเนกวารํ ทสสหสฺสจกฺกวาฬวาสิเทวตาสนฺนิปาโต อโหสิ.
จวามีติ ปชานาติ จุติอาสนฺนชวเนหิ ญาณสหิเตหิ จุติยา อุปฏฺฐิตภาวสฺส ปฏิสํวิทิตตฺตา. จุติจิตฺตํ น ชานาติ จุติจิตฺตกฺขณสฺส อิตฺตรภาวโต. ตถา หิ ตํ จุตูปปาตญาณสฺสปิ อวิสโย เอว. ปฏิสนฺธิจิตฺเตปิ เอเสว นโย. อาวชฺชนปริยาโยติ อาวชฺชนกฺกโม. ยสฺมา เอกวารํ อาวชฺชิตมตฺเตน อารมฺมณํ นิจฺฉินิตุํ น สกฺกา, ตสฺมา ตเมวารมฺมณํ ทุติยํ ตติยญฺจ อาวชฺชิตฺวา นิจฺฉียติ, อาวชฺชนสีเสน เจตฺถ ชวนวาโร คหิโต. เตนาห – ‘‘ทุติยตติยจิตฺตวาเรเยว ชานิสฺสตี’’ติ. จุติยา ปุเรตรํ กติปยจิตฺตวารโต ปฏฺฐาย มรณํ เม อาสนฺนนฺติ ชานนโต, ‘‘จุติกฺขเณปิ จวามีติ ปชานาตี’’ติ วุตฺตํ. ปฏิสนฺธิยา ปน อปุพฺพภาวโต ปฏิสนฺธิจิตฺตํ น ชานาติ. นิกนฺติยา อุปฺปตฺติโต ปรโต อสุกสฺมึ ฐาเน มยา ปฏิสนฺธิ คหิตาติ ปชานาติ, ทุติยชวนโต ปฏฺฐาย ชานาตีติ วุตฺโตวายมตฺโถ. ตสฺมึ กาเลติ ปฏิสนฺธิคฺคหณกาเล. ทสสหสฺสี กมฺปตีติ เอตฺถ กมฺปนการณํ เหฏฺฐา วุตฺตเมว. มหาการุณิกา พุทฺธา ภควนฺโต สตฺตานํ หิตสุขวิธานตปฺปรตาย พหุลํ โสมนสฺสิกาว โหนฺตีติ เตสํ ปฐมมหาวิปากจิตฺเตน ปฏิสนฺธิคฺคหณํ อฏฺฐกถายํ (ที. นิ. อฏฺฐ. ๒.๑๗; ธ. ส. ๔๙๘; ม. นิ. อฏฺฐ. ๓.๑๙๙) วุตฺตํ. มหาสีวตฺเถโร ปน ยทิปิ มหาการุณิกา พุทฺธา ภควนฺโต สตฺตานํ หิตสุขวิธานตปฺปรา, วิเวกชฺฌาสยา ปน วิสงฺขารนินฺนา สพฺพสงฺขาเรสุ อชฺฌุเปกฺขณพหุลาติ ปญฺจเมน มหาวิปากจิตฺเตน ปฏิสนฺธิคฺคหณมาห.
ปุเร ปุณฺณมาย สตฺตมทิวสโต ปฏฺฐายาติ ปุณฺณมาย ปุเร สตฺตมทิวสโต ปฏฺฐาย, สุกฺกปกฺเข นวมิโต ปฏฺฐายาติ อตฺโถ. สตฺตเม ทิวเสติ อาสาฬฺหีปุณฺณมาย. อิทํ สุปินนฺติ อิทานิ วุจฺจมานาการํ สุปินํ. เนสํ เทวิโยติ มหาราชูนํ เทวิโย.
โส จ โข ปุริสคพฺโภ, น อิตฺถิคพฺโภ, ปุตฺโต เต ภวิสฺสตีติ เอตฺตกเมว เต พฺราหฺมณา อตฺตโน สุปินสตฺถนเยน กเถสุํ. สเจ อคารํ อชฺฌาวสิสฺสตีติอาทิ ปน เทวตาวิคฺคเหน ภาวินมตฺถํ ยาถาวโต ปเวเทสุํ.
คพฺภาวกฺกนฺติโยติ เอตฺถ คพฺโภ วุจฺจติ มาตุกุจฺฉิ, ตตฺถ อุปฺปตฺติ อวกฺกนฺติ, ตาว คพฺภาวกฺกนฺติ, ยาว น นิกฺขมติ. ฐิตกาว นิกฺขมนฺติ ธมฺมาสนโต โอตรนฺโต ธมฺมกถิโก วิย.
๒๐๑. วตฺตมานสมีเป วตฺตมาเน วิย โวหรียตีติ โอกฺกมตีติ วุตฺตนฺติ อาห – ‘‘โอกฺกนฺโต โหตีติ อตฺโถ’’ติ. เอวํ โหตีติ เอวํ วุตฺตปฺปกาเรนสฺส สมฺปชานนา โหติ. น โอกฺกมมาเน ปฏิสนฺธิกฺขณสฺส ทุวิญฺเญยฺยตฺตา. ตถา จ วุตฺตํ – ‘‘ปฏิสนฺธิจิตฺตํ น ชานาตี’’ติ. ทสสหสฺสจกฺกวาฬปตฺถรเณน วา อปฺปมาโณ. อติวิย สมุชฺชลภาเวน อุฬาโร. เทวานุภาวนฺติ เทวานํ ปภานุภาวํ. เทวานญฺหิ ปภํโส โอภาโส อธิภวติ, น เตสํ อาธิปจฺจํ. เตนาห ‘‘เทวาน’’นฺติอาทิ.
รุกฺขคจฺฉาทินา เกนจิ น หญฺญตีติ อฆา, อพาธา. เตนาห ‘‘นิจฺจวิวฏา’’ติ. อสํวุตาติ เหฏฺฐา อุปริ จ เกน จิ น ปิหิตา. เตนาห ‘‘เหฏฺฐาปิ อปฺปติฏฺฐา’’ติ. ตตฺถ ปิ-สทฺเทน ยถา เหฏฺฐา อุทกสฺส ปิธายิกา ปถวี นตฺถีติ อสํวุตา โลกนฺตริกา, เอวํ อุปริปิ จกฺกวาเฬสุ วิย เทววิมานานํ อภาวโต อสํวุตา อปฺปติฏฺฐาติ ทสฺเสติ. อนฺธกาโร เอตฺถ อตฺถีติ อนฺธการา. จกฺขุวิญฺญาณํ น ชายติ อาโลกสฺสาภาวโต, น จกฺขุโน. ตถา หิ ‘‘เตน โอภาเสน อญฺญมญฺญํ สญฺชานนฺตี’’ติ วุตฺตํ. ชมฺพุทีเป ฐิตมชฺฌนฺหิกเวลายํ ปุพฺพวิเทหวาสีนํ อตฺถงฺคมนวเสน อุปฑฺฒํ สูริยมณฺฑลํ ปญฺญายติ, อปรโคยานวาสีนํ อุคฺคมนวเสน, เอวํ เสสทีเปสุปีติ อาห – ‘‘เอกปฺปหาเรเนว ตีสุ ทีเปสุ ปญฺญายนฺตี’’ติ. อิโต อญฺญถา ปน ทฺวีสุ เอว ทีเปสุ เอกปฺปหาเรเนว ปญฺญายตีติ. เอเกกาย ทิสาย นว นว โยชนสตสหสฺสานิ อนฺธการวิธมนมฺปิ อิมินา นเยน ทฏฺฐพฺพํ. ปภาย นปฺปโหนฺตีติ อตฺตโน ปภาย โอภาสิตุํ น อภิสมฺภุณนฺติ. ยุคนฺธรปพฺพตมตฺถกปฺปมาเณ อากาเส วิจรณโต, ‘‘จกฺกวาฬปพฺพตสฺส เวมชฺเฌน จรนฺตี’’ติ วุตฺตํ.
วาวฏาติ ขาทนตฺถํ คณฺหิตุํ อุปกฺกมนฺตา. วิปริวตฺติตฺวาติ วิวฏฺฏิตฺวา. ฉิชฺชิตฺวาติ มุจฺฉาปตฺติยา ฐิตฏฺฐานโต มุจฺจิตฺวา, องฺคปจฺจงฺคจฺเฉทนวเสน วา ฉิชฺชิตฺวา. อจฺจนฺตขาเรติ อาตปสนฺตาปาภาเวน อติสีตภาวํ สนฺธาย อจฺจนฺตขารตา วุตฺตา สิยา. น หิ ตํ กปฺปสณฺฐานอุทกํ สมฺปตฺติกรมหาเมฆวุฏฺฐํ ปถวีสนฺธารกํ กปฺปวินาสกอุทกํ วิย ขารํ ภวิตุมรหติ. ตถา หิ สติ ปถวีปิ วิลีเยยฺย. เตสํ วา ปาปกมฺมพเลน เปตานํ ปกติอุทกสฺส ปุพฺพเขฬภาวาปตฺติ วิย ตสฺส อุทกสฺส ตทา ขารภาวาปตฺติ โหตีติ วุตฺตํ ‘‘อจฺจนฺตขาเร อุทเก’’ติ. สมนฺตโตติ สพฺพภาคโต ฉปฺปการมฺปิ.
๒๐๒. จตุนฺนํ มหาราชูนํ วเสนาติ เวสฺสวณาทิจตุมหาราชภาวสามญฺเญน.
๒๐๓. สภาเวเนวาติ ปรสฺส สนฺติเก คหเณน วินา อตฺตโน สภาเวเนว สยเมว อธิฏฺฐหิตฺวา สีลสมฺปนฺนา.
มนุสฺเสสูติ อิทํ ปกติจาริตฺตวเสน วุตฺตํ – ‘‘มนุสฺสิตฺถิยา นาม มนุสฺสปุริเสสุ ปุริสาธิปฺปายจิตฺตํ อุปฺปชฺเชยฺยา’’ติ, โพธิสตฺตมาตุ ปน เทเวสูปิ ตาทิสํ จิตฺตํ นุปฺปชฺชเตว. ยถา โพธิสตฺตสฺส อานุภาเวน โพธิสตฺตสฺส มาตุ ปุริสาธิปฺปายจิตฺตํ นุปฺปชฺชติ, เอวํ ตสฺส อานุภาเวเนว สา เกนจิ ปุริเสน อนติกฺกมนียาติ อาห – ‘‘ปาทา น วหนฺติ, ทิพฺพสงฺขลิกา วิย พชฺฌนฺตี’’ติ.
ปุพฺเพ ‘‘กามคุณูปสํหิตํ จิตฺตํ นุปฺปชฺชตี’’ติ วุตฺตํ, ปุน ‘‘ปญฺจหิ กามคุเณหิ สมปฺปิตา สมงฺคีภูตา ปริจาเรตี’’ติ วุตฺตํ, กถมิทํ อญฺญมญฺญํ น วิรุชฺฌตีติ อาห ‘‘ปุพฺเพ’’ติอาทิ. วตฺถุปฏิกฺเขโปติ อพฺรหฺมจริยวตฺถุปฏิเสโธ. เตนาห ‘‘ปุริสาธิปฺปายวเสนา’’ติ. อารมฺมณปฏิลาโภติ รูปาทิปญฺจกามคุณารมฺมณสฺเสว ปฏิลาโภ.
๒๐๔. กิลมโถติ เขโท. กายสฺส หิ ครุภาวกฐินภาวาทโยปิ ตสฺสา ตทา น โหนฺติ เอว. ‘‘ติโรกุจฺฉิคตํ ปสฺสตี’’ติ วุตฺตํ, กทา ปฏฺฐาย ปสฺสตีติ อาห – ‘‘กลลาทิกาลํ อติกฺกมิตฺวา’’ติอาทิ. ทสฺสเน ปโยชนํ สยเมว วทติ, ตสฺส อภาวโต กลลาทิกาเล น ปสฺสติ. ปุตฺเตนาติ ทหเรน มนฺเทน อุตฺตานเสยฺยเกน. ยํ ตํ มาตูติอาทิ ปกติจาริตฺตวเสน วุตฺตํ. จกฺกวตฺติคพฺภโตปิ หิ สวิเสสํ โพธิสตฺตคพฺโภ ปริหารํ ลภติ ปุญฺญสมฺภารสฺส สาติสยตฺตา, ตสฺมา โพธิสตฺตมาตา อติวิย สปฺปายาหาราจารา จ หุตฺวา สกฺกจฺจํ ปริหรติ. ปุรตฺถาภิมุโขติ มาตุ ปุรตฺถาภิมุโข. อิทานิ ติโรกุจฺฉิคตสฺส ทิสฺสมานตาย อพฺภนฺตรํ พาหิรญฺจ การณํ ทสฺเสตุํ, ‘‘ปุพฺเพ กตกมฺม’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. อสฺสาติ เทวิยา. วตฺถุนฺติ กุจฺฉึ. ผลิกอพฺภปฏลาทิโน วิย โพธิสตฺตมาตุกุจฺฉิตจสฺส ปฏลภาเวน อาโลกสฺส วิพนฺธาภาวโต ยถา โพธิสตฺตมาตา กุจฺฉิคตํ โพธิสตฺตํ ปสฺสติ, กิเมวํ โพธิสตฺโตปิ มาตรํ อญฺญญฺจ ปุรโต รูปคตํ ปสฺสติ, โนติ อาห, ‘‘โพธิสตฺโต ปนา’’ติอาทิ. กสฺมา ปน สติ จกฺขุมฺหิ อาโลเก จ น ปสฺสตีติ อาห – ‘‘น หิ อนฺโตกุจฺฉิยํ จกฺขุวิญฺญาณํ อุปฺปชฺชตี’’ติ. อสฺสาสปสฺสาสา วิย หิ ตตฺถ จกฺขุวิญฺญาณมฺปิ น อุปฺปชฺชติ ตชฺชาสมนฺนาหารสฺสาภาวโต.
๒๐๕. ยถา อญฺญา อิตฺถิโย วิชาตปจฺจยา ตาทิเสน โรเคน อภิภูตาปิ หุตฺวา มรนฺติ, โพธิสตฺตมาตุ ปน โพธิสตฺเต กุจฺฉิคเต น โกจิ โรโค อุปฺปชฺชติ; เกวลํ อายุปริกฺขเยเนว กาลํ กโรติ, สฺวายมตฺโถ เหฏฺฐา วุตฺโตเยว. โพธิสตฺเตน วสิตฏฺฐานํ หีติอาทินา ตตฺถ การณมาห. อปเนตฺวาติ อคฺคมเหสิฏฺฐานโต นีหริตฺวา. อนุรกฺขิตุํ น สกฺโกตีติ สมฺมา คพฺภปริหารํ นานุยุญฺชติ, เตน คพฺโภ พหฺวาพาโธ โหติ. วตฺถุวิสทํ โหตีติ คพฺภาสโย ปริสุทฺโธ โหติ. มาตุ มชฺฌิมวยสฺส ตติยโกฏฺฐาเส โพธิสตฺตสฺส คพฺโภกฺกมนมฺปิ ตสฺสา อายุปริมาณวิโลกเนเนว สงฺคหิตํ วโยวเสน อุปฺปชฺชนกวิการสฺส ปริวชฺชนโต, อิตฺถิสภาเวน อุปฺปชฺชนกวิกาโร ปน โพธิสตฺตสฺส อานุภาเวเนว วูปสมฺมติ.
สตฺตมาสชาโตติ ปฏิสนฺธิคฺคหณโต สตฺตเม มาเส ชาโต. โส สีตุณฺหกฺขโม น โหติ อติวิย สุขุมาลตาย. อฏฺฐมาสชาโต กามํ สตฺตมาสชาตโต พุทฺธิอวยโว, เอกจฺเจ ปน จมฺมปเทสา พุทฺธึ ปาปุณนฺตา ฆฏฺฏนํ น สหนฺติ, เตน โส น ชีวติ. สตฺตมาสชาตสฺส ปน น ตาว เต ชาตาติ วทนฺติ.
ฐิตาว หุตฺวาติ นิทฺทุกฺขตาย ฐิตา เอว หุตฺวา. ทุกฺขสฺส หิ พลวภาวโต ตํ ทุกฺขํ อสหมานา อญฺญา อิตฺถิโย นิสินฺนา วา นิปนฺนา วา วิชายนฺติ. อุปวิชญฺญาติ อุปคตวิชายนกาลา. สกลนครวาสิโนติ กปิลวตฺถุํ ปริวาเรตฺวา ฐิเตสุ เทวทหาทีสุ ฉสุ นคเรสุ วสนฺตา.
เทวา นํ ปฐมํ ปฏิคฺคณฺหนฺตีติ โลกนาถํ มหาปุริสํ มยเมว ปฐมํ ปฏิคฺคณฺหามาติ สญฺชาตคารวพหุมานา อตฺตโน ปีตึ ปเวเทนฺตา ขีณาสวา สุทฺธาวาสพฺรหฺมาโน อาทิโต ปฏิคฺคณฺหนฺติ. สูติเวสนฺติ สูติชคฺคนธาติเวสํ. เอเกติ อุตฺตรวิหารวาสิโน. มจฺฉกฺขิสทิสํ ฉวิวเสน.
๒๐๖. อชินปฺปเวณิยาติ อชินจมฺเมหิ สิพฺเพตฺวา กตปเวณิยา. มหาเตโชติ มหานุภาโว. มหายโสติ มหาปริวาโร วิปุลกิตฺติโฆโส จ.
ภคฺควิภคฺคาติ สมฺพาธฏฺฐานโต นิกฺขมเนน วิภาวิตตฺตา ภคฺคา วิภคฺคา วิย จ หุตฺวา. เตน เนสํ อวิสทภาวเมว ทสฺเสติ. อลคฺโค หุตฺวาติ คพฺภาสเย โยนิปเทเส จ กตฺถจิ อลคฺโค อสตฺโต หุตฺวา. อุทเกนาติ คพฺภาสยคเตน อุทเกน อมกฺขิโต นิกฺขมติ สมฺมกฺขิตสฺส ตาทิสสฺส อุทกเสมฺหาทิกสฺเสว ตตฺถ อภาวโต. โพธิสตฺตสฺส หิ ปุญฺญานุภาเวน ปฏิสนฺธิคฺคหณโต ปฏฺฐาย ตํ ฐานํ วิสุทฺธํ ปรมสุคนฺธคนฺธกุฏิ วิย จนฺทนคนฺธํ วายนฺตํ ติฏฺฐติ. อุทกวฏฺฏิโยติ อุทกกฺขนฺธา.
๒๐๗. มุหุตฺตชาโตติ มุหุตฺเตน ชาโต หุตฺวา มุหุตฺตมตฺโตว. อนุธาริยมาเนติ อนุกูลวเสน นียมาเน. อาคตาเนวาติ ตํ ฐานํ อุปคตานิ เอว.
อเนกสาขนฺติ รตนมยาเนกสตปติฏฺฐานหีรกํ. สหสฺสมณฺฑลนฺติ เตสํ อุปริ ปติฏฺฐิตํ อเนกสหสฺสมณฺฑลหีรกํ. มรูติ เทวา.
น โข ปเนวํ ทฏฺฐพฺพนฺติ สตฺตปทวีติหารโต ปเคว ทิสาวิโลกนสฺส กตตฺตา. เตนาห ‘‘มหาสตฺโต หี’’ติอาทิ. เอกงฺคณานีติ วิวฏภาเวน วิหารงฺคณปริเวณงฺคณานิ วิย เอกงฺคณสทิสานิ อเหสุํ. สทิโสปิ นตฺถีติ ตุมฺหากํ อิทํ วิโลกนํ วิสิฏฺเฐ ปสฺสิตุํ อิธ ตุเมฺหหิ สทิโสปิ นตฺถิ, กุโต อุตฺตริตโรติ อาหํสุ. สพฺพปฐโมติ สพฺพปฺปธาโน. ปธานปริยาโย หิ อิธ ปฐมสทฺโท. เตนาห ‘‘อิตรานี’’ติอาทิ. เอตฺถ จ มเหสกฺขา ตาว เทวา ตถา วทนฺติ, อิตเร ปน กถนฺติ? มหาสตฺตสฺส อานุภาวทสฺสเนเนว. มเหสกฺขานญฺหิ เทวานํ มหาสตฺตสฺส อานุภาโว วิย เตน สทิสานมฺปิ อานุภาโว ปจฺจกฺโข อโหสิ. อิตเร ปน เตสํ วจนํ สุตฺวา สทฺทหนฺตา อนุมินนฺตา ตถา อาหํสุ.
ชาตมตฺตสฺเสว โพธิสตฺตสฺส ฐานาทีนิ เยสํ วิเสสาธิคมานํ ปุพฺพนิมิตฺตภูตานีติ เต นิทฺธาเรตฺวา ทสฺเสนฺโต, ‘‘เอตฺถ จา’’ติอาทิมาห. ตตฺถ ปติฏฺฐานํ จตุอิทฺธิปาทปฏิลาภสฺส ปุพฺพนิมิตฺตํ อิทฺธิปาทวเสน โลกุตฺตรธมฺเมสุ สุปฺปติฏฺฐิตภาวสมิชฺฌนโต. อุตฺตราภิมุขภาโว โลกสฺส อุตฺตรณวเสน คมนสฺส ปุพฺพนิมิตฺตํ. สตฺตปทคมนํ สตฺตโพชฺฌงฺคาทิคมนสฺส ปุพฺพนิมิตฺตํ, วิสุทฺธฉตฺตธารณํ สุวิสุทฺธวิมุตฺติฉตฺตธารณสฺส ปุพฺพนิมิตฺตํ, ปญฺจราชกกุธภณฺฑานิ ปญฺจวิธวิมุตฺติคุณปริวารตาย ปุพฺพนิมิตฺตํ, อนาวฏทิสานุวิโลกนํ อนาวฏญาณตาย ปุพฺพนิมิตฺตํ, ‘‘อคฺโคหมสฺมี’’ติอาทิวจนํ อปฺปฏิวตฺติยธมฺมจกฺกปวตฺตนสฺส ปุพฺพนิมิตฺตํ; อยมนฺติมา ชาตีติ อายตึ ชาติยา อภาวกิตฺตนา อนุปาทิ…เป… ปุพฺพนิมิตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ; ตสฺส ตสฺส อนาคเต ลทฺธพฺพวิเสสสฺส ตํ ตํ นิมิตฺตํ อพฺยภิจารีนิมิตฺตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. น อาคโตติ อิมสฺมึ สุตฺเต อญฺญตฺถ จ วกฺขมานาย อนุปุพฺพิยา อนาคตตํ สนฺธาย วุตฺตํ. อาหริตฺวาติ ตสฺมึ ตสฺมึ สุตฺเต อฏฺฐกถาสุ จ อาคตนเยน อาหริตฺวา ทีเปตพฺโพ.
ทสสหสฺสิโลกธาตุ กมฺปีติ ปน อิทํ สติปิ อิธ ปาฬิยํ อาคตตฺเต วกฺขมานานมจฺฉริยานํ มูลภูตํ ทสฺเสตุํ วุตฺตํ, เอวํ อญฺญมฺปีทิสํ ทฏฺฐพฺพํ. ตนฺติ พทฺธา วีณา, จมฺมพทฺธา เภริโยติ ปญฺจงฺคิกตูริยสฺส นิทสฺสนมตฺตํ, จ-สทฺเทน วา อิตเรสมฺปิ สงฺคโห ทฏฺฐพฺโพ. ภิชฺชึสูติ ปาเทสุ พทฺธฏฺฐาเนสุเยว ภิชฺชึสุ. วิคจฺฉึสูติ วูปสมึสุ. สกเตโชภาสิตานีติ อติวิย สมุชฺชลาย อตฺตโน ปภาย โอภาสิตานิ อเหสุํ. น ปวตฺตีติ น สนฺที. วาโต น วายีติ ขโร วาโต น วายิ, มุทุสุโข ปน สตฺตานํ สุขาวโห วายิ. ปถวีคตา อเหสุํ อุจฺจฏฺฐาเน ฐาตุํ อวิสหนฺตา. อุตุสมฺปนฺโนติ อนุณฺหาสีตตาสงฺขาเตน อุตุนา สมฺปนฺโน. วามหตฺถํ อุเร ฐเปตฺวา ทกฺขิเณน ปุถุปาณินา หตฺถตาฬเนน สทฺทกรณํ อปฺโผฏนํ. มุเขน อุสฺเสฬนํ สทฺทมุญฺจนํ เสฬนํ. เอกทฺธชมาลา อโหสีติ เอตฺถ อิติ-สทฺโท อาทิอตฺโถ. เตน วิจิตฺตปุปฺผสุคนฺธปุปฺผวสฺสเทวา วสฺสึสุ, สูริเย ทิพฺพมาเน เอว ตารกา โอภาสึสุ, อจฺฉํ วิปฺปสนฺนํ อุทกํ ปถวิโต อุพฺภิชฺชิ, พิลาสยา ทริสยา ติรจฺฉานา อาสยโต นิกฺขมึสุ; ราคโทสโมหาปิ ตนุ ภวึสุ, ปถวิยํ รโช วูปสมิ, อนิฏฺฐคนฺโธ วิคจฺฉิ, ทิพฺพคนฺโธ วายิ, รูปิโน เทวา สรูเปเนว มนุสฺสานํ อาปาถมคมํสุ, สตฺตานํ จุตุปปาตา นาเหสุนฺติ อิเมสํ สงฺคโห ทฏฺฐพฺโพ. ยานิ มหาภินีหารสมเย อุปฺปนฺนานิ ทฺวตฺตึส ปุพฺพนิมิตฺตานิ, ตานิ อนวเสสานิ ตทา อเหสุนฺติ.
ตตฺราปีติ เตสุปิ ปถวิกมฺปาทีสุ เอวํ ปุพฺพนิมิตฺตภาโว เวทิตพฺโพ, น เกวลํ สมฺปติชาตสฺส ฐานาทีสุ เอวาติ อธิปฺปาโย. สพฺพญฺญุตญฺญาณปฏิลาภสฺส ปุพฺพนิมิตฺตํ สพฺพสฺส เญยฺยสฺส ติตฺถกรมตสฺส จ จาลนโต. เกนจิ อนุสฺสาหิตานํเยว อิมสฺมึเยว เอกจกฺกวาเฬ สนฺนิปาโต, เกนจิ อนุสฺสาหิตานํเยว เอกปฺปหาเรเนว สนฺนิปติตฺวา ธมฺมปฏิคฺคณฺหนสฺส ปุพฺพนิมิตฺตํ, ปฐมํ เทวตานํ ปฏิคฺคหณํ ทิพฺพวิหารปฏิลาภสฺส, ปจฺฉา มนุสฺสานํ ปฏิคฺคหณํ ตตฺเถว ฐานสฺส นิจฺจลสภาวโต อาเนญฺชวิหารปฏิลาภสฺส ปุพฺพนิมิตฺตํ. วีณานํ สยํ วชฺชนํ ปรูปเทเสน วินา สยเมว อนุปุพฺพวิหารปฏิลาภสฺส ปุพฺพนิมิตฺตํ. เภรีนํ วชฺชนํ จกฺกวาฬปริยนฺตาย ปริสาย ปเวทนสมตฺถสฺส ธมฺมเภริยา อนุสาวนสฺส อมตทุนฺทุภิโฆสนสฺส ปุพฺพนิมิตฺตํ. อนฺทุพนฺธนาทีนํ เฉโท มานวินิพนฺธเฉทนสฺส ปุพฺพนิมิตฺตํ; สุปฏฺฏนสมฺปาปุณนํ อตฺถาทิ อนุรูปํ อตฺถาทีสุ ญาณสฺส เภทาธิคมสฺส ปุพฺพนิมิตฺตํ.
นิพฺพานรเสนาติ กิเลสานํ นิพฺพายนรเสน. เอกรสภาวสฺสาติ สาสนสฺส สพฺพตฺถ เอกรสภาวสฺส. วาตสฺส อวายนํ กิสฺส ปุพฺพนิมิตฺตนฺติ อาห ‘‘ทฺวาสฏฺฐิทิฏฺฐิคตภินฺทนสฺสา’’ติ. อากาสาทิอปฺปติฏฺฐวิสมจญฺจลฏฺฐานํ ปหาย สกุณานํ ปถวีคมนํ ตาทิสํ มิจฺฉาคาหํ ปหาย สตฺตานํ ปาเณหิ รตนตฺตยสรณคมนสฺส ปุพฺพนิมิตฺตํ. เทวตานํ อปฺโผฏนาทีหิ กีฬนํ ปโมทนุปฺปตฺติอุทานสฺส ภววนฺตคมเนน ธมฺมสภาวโพธเนน จ ปโมทวิภาวนสฺส ปุพฺพนิมิตฺตํ. ธมฺมเวควสฺสนสฺสาติ เทสนาญาณเวเคน ธมฺมามตสฺส วสฺสนสฺส ปุพฺพนิมิตฺตํ. กายคตาสติวเสน ลทฺธชฺฌานํ ปาทกํ กตฺวา อุปฺปาทิตมคฺคผลสุขานุภโว กายคตาสติอมตปฏิลาโภ, ตสฺส ปน กายสฺสปิ อตปฺปกสุขาวหตฺตา ขุทาปิปาสาปีฬนาภาโว ปุพฺพนิมิตฺตํ วุตฺโต. อริยทฺธชมาลามาลิตายาติ สเทวกสฺส โลกสฺส อริยมคฺคโพชฺฌงฺคธชมาลาหิ มาลิตภาวสฺส ปุพฺพนิมิตฺตํ. ยํ ปเนตฺถ อนุทฺธฏํ, ตํ สุวิญฺเญยฺยเมว.
เอตฺถาติ ‘‘สมฺปติชาโต’’ติอาทินา อาคเต อิมสฺมึ ฐาเน. วิสฺสชฺชิโตว, ตสฺมา อเมฺหหิ อิธ อปุพฺพํ วตฺตพฺพํ นตฺถีติ อธิปฺปาโย. ตทา ปถวิยํ คจฺฉนฺโตปิ มหาสตฺโต อากาเสน คจฺฉนฺโต วิย มหาชนสฺส อุปฏฺฐาสีติ อยเมตฺถ นิยติ ธมฺมนิยาโม โพธิสตฺตานํ ธมฺมตาติ อิทํ นิยติวาทวเสน กถนํ. ‘‘ปุพฺเพ ปุริมชาตีสุ ตาทิสสฺส ปุญฺญสมฺภารกมฺมสฺส กตตฺตา อุปจิตตฺตา มหาชนสฺส ตถา อุปฏฺฐาสี’’ติ อิทํ ปุพฺเพกตกมฺมวาทวเสน กถนํ. อิเมสํ สตฺตานํ อุปริ อีสนสีลตาย ยถาสกํ กมฺมเมว อิสฺสโร นาม, ตสฺส นิมฺมานํ อตฺตโน ผลสฺส นิพฺพตฺตนํ, มหาปุริโสปิ สเทวกํ โลกํ อภิภวิตุํ สมตฺเถน อุฬาเรน ปุญฺญกมฺมุนา นิพฺพตฺติโต เตน อิสฺสเรน นิมฺมิโต นาม, ตสฺส จายํ นิมฺมานวิเสโส, ยทิทํ มหานุภาวตา. ยาย มหาชนสฺส ตถา อุปฏฺฐาสีติ อิทํ อิสฺสรนิมฺมานวาทวเสน กถนํ. เอวํ ตํ ตํ พหุํ วตฺวา กึ อิมาย ปริยายกถายาติ อวสาเน อุชุกเมว เอวํ พฺยากาสิ. สมฺปติชาโต ปถวิยํ กถํ ปทสา คจฺฉติ, เอวํมหานุภาโว อากาเสน มญฺเญ คจฺฉตีติ ปริกปฺปนสฺส วเสน อากาเสน คจฺฉนฺโต วิย อโหสิ. สีฆตรํ ปน สตฺตปทวีติหาเรน คตตฺตา ทิสฺสมานรูโปปิ มหาชนสฺส อทิสฺสมาโน วิย อโหสิ. อเจลกภาโว ขุทฺทกสรีรตา จ ตาทิสสฺส อิริยาปถสฺส อนนุจฺฉวิกาติ กมฺมานุภาวสญฺชนิตปาฏิหาริยวเสน อลงฺการปฏิยตฺโต วิย; โสฬสวสฺสุทฺเทสิโก วิย จ มหาชนสฺส อุปฏฺฐาสีติ เวทิตพฺพํ; พุทฺธภาวานุจฺฉวิกสฺส โพธิสตฺตานุภาวสฺส ยาถาวโต ปเวทิตตฺตา พุทฺเธน วิย…เป… อตฺตมนา อโหสิ.
ปากฏา หุตฺวาติ วิภูตา หุตฺวา. พุทฺธานํ เย เย สงฺขาเร ววตฺถเปตุกามา, เต เต อุปฺปาทกฺขเณปิ สพฺพโส สุปฺปฏิวิทิตา สุปากฏา หตฺถตเล อามลกํ วิย สุฏฺฐุ วิภูตา เอว หุตฺวา อุปฏฺฐหนฺติ. เตนาห ‘‘ยถา หี’’ติอาทิ. อโนกาสคเตติ ปริคฺคหสฺส อโนกาสกาเล ปวตฺเต. นิปฺปเทเสติ นิรวเสเส. โอกาสปฺปตฺเตติ ฐานคมนาทิกาเล อุปฺปนฺเน, เต หิ สมฺมสนสฺส โยคฺยกาเล อุปฺปตฺติยา โอกาสปฺปตฺตาติ อธิปฺปาโย. สตฺตทิวสพฺภนฺตเรติ อิทํ พุทฺธานํ ปากติกสมฺมสนวเสน วุตฺตํ, อากงฺขนฺตา ปน เต ยทา กทาจิ อุปฺปนฺนสงฺขาเร สมฺมสนฺติเยว. เสสํ สุวิญฺเญยฺยเมว.
อจฺฉริยพฺภุตสุตฺตวณฺณนาย ลีนตฺถปฺปกาสนา สมตฺตา.
๔. พากุลสุตฺตวณฺณนา
๒๐๙. ยถา ‘‘ทฺวตฺตึสา’’ติ วตฺตพฺเพ ทฺวิ-สทฺทสฺส พา-อาเทสํ กตฺวา พาตฺตึสาติ วุจฺจติ, เอวํ เอตฺถ พา-การาเทสํ กตฺวา พากุโลติ สมญฺญา อโหสิ, สายํ ตสฺส อนฺวตฺถสญฺญาติ ทสฺเสตุํ, ‘‘ตสฺส หี’’ติอาทิ วุตฺตํ. สีสํ นฺหาเปตฺวาติ มงฺคลตฺถํ มหาคงฺคาย สีสํ นฺหาเปตฺวา. นิมุชฺชนวเสนาติ ชณฺณุปมาเณ อุทเก โถกํเยว นิมุชฺชนวเสน. ฉฑฺเฑตฺวา ปลาตา มรณภยตชฺชิตา. ปหริยมานา มรนฺติ, น ชาเลน พนฺธิตมตฺเตน. ทารกสฺส เตเชนาติ ทารกสฺส ปุญฺญเตเชน. นีหฏมตฺโตว มโต, ตสฺส มรณตฺถํ อุปกฺกโม น กโต, เยน อุปกฺกเมน ทารกสฺส พาโธ สิยา. ตนฺติ มจฺฉํ. สกลเมวาติ ปริปุณฺณาวยวเมว.
น เกลายตีติ น มมายติ กิสฺมิญฺจิ น มญฺญติ. ทารกสฺส ปุญฺญเตเชน ปิฏฺฐิโต ผาเลนฺตี. ทารกํ ลภตีติ อุคฺโฆสนวเสน เภรึ จราเปตฺวา. ปวตฺตึ อาจิกฺขิ, อตฺตโน ปุตฺตภาวํ กเถสิ. กุจฺฉิยา ธาริตตฺตา อมาตา กาตุํ น สกฺกา ชนนีภาวโต. มจฺฉํ คณฺหนฺตาปีติ มจฺฉํ กิณิตฺวา คณฺหนฺตาปิ. ตถา คณฺหนฺตา จ ตปฺปริยาปนฺนํ สพฺพํ คณฺหาติ นามาติ อาห – ‘‘วกฺกยกนาทีนิ พหิ กตฺวา คณฺหนฺตา นาม นตฺถี’’ติ. อยมฺปิ อมาตา กาตุํ น สกฺกา สามิกภาวโต. ทารโก อุภินฺนมฺปิ กุลานํ ทายาโท โหตุ ทฺวินฺนํ ปุตฺตภาวโต.
อสีติเมติ ชาติยา อสีติเม วสฺเส. ปพฺพชฺชามตฺเตน กิเลสานํ อสมุจฺฉิชฺชนโต วีติกฺกมิตุํ กามสญฺญา อุปฺปนฺนปุพฺพาติ ปุจฺฉา ปน ปุจฺฉิตพฺพา. เตนาห – ‘‘เอวญฺจ โข มํ, อาวุโส กสฺสป, ปุจฺฉิตพฺพ’’นฺติ.
๒๑๐. นิยเมตฺวาติ ตํ ตํวาเร เสสวาเรน นิยเมตฺวา. กมฺมปถเภทโกติ กมฺมปถวิเสสกโร. ตตฺถ กามวิตกฺโก ยถา กายวจีทฺวาเรสุ โจปนปฺปตฺโต กมฺมปถปฺปตฺโต นาม โหติ; มโนทฺวาเร ปรภณฺฑสฺส อตฺตโน ปริณามนวเสน ปวตฺตอภิชฺฌาสหคโต; เอวํ กามสญฺญาติ, ตถา พฺยาปาทวิหึสาวิตกฺกสญฺญาติ เถโร, ‘‘อุภยมฺเปตํ กมฺมปถเภทกเมวา’’ติ อาห. กมฺมปถํ อปฺปตฺตํ สญฺญํ สนฺธาย, ‘‘สญฺญา อุปฺปนฺนมตฺตาวา’’ติ วุจฺจมาเน วิตกฺกิตมฺปิ สมานํ กมฺมปถํ อปฺปตฺตเมว, อุภยสฺส ปน วเสน สุตฺตปทํ ปวตฺตนฺติ เถรสฺส อธิปฺปาโย.
๒๑๑. อายูหนกมฺมนฺติ อตฺตนา อายูหิตพฺพกมฺมํ. โลมกิลิฏฺฐานีติ กิลิฏฺฐโลมานิ, กิลิฏฺฐํสูนีติ อตฺโถ. กิเมวํ โภเคสุ ปรนิมฺมิตภเว วสวตฺติเทวานํ วิย สพฺพโส อายูหนกมฺเมน วินา อญฺญสฺสปิ ปพฺพชิตสฺส ปจฺจยลาโภ ทิฏฺฐปุพฺโพ สุตปุพฺโพติ อาห ‘‘อนจฺฉริยญฺเจต’’นฺติ. กุลูปกเถรานเมตํ กมฺมํ, เถโร ปน กทาจิปิ กุลูปโก นาโหสิ.
คทฺทุหนมตฺตนฺติ โคทุหนมตฺตกาลํ. อิธ ปน สกโล โคทุหโน อธิปฺเปโตติ ทสฺเสนฺโต, ‘‘คาวึ…เป… กาลมตฺตมฺปี’’ติ อาห. นิพนฺธีติ นิพทฺธทาตพฺพํ กตฺวา ฐเปสิ.
สกิเลสปุคฺคลสฺส อเสริภาวกรเณน รเณน สทิสตาย รโณ, สํกิเลโส. อญฺญา อุทปาทีติ ปนาห, ตสฺมา อรหตฺตํ น ปฏิญฺญาตนฺติ ทสฺเสติ. นนุ ตถา วจนํ ปฏิชานนํ วิย โหตีติ อาห ‘‘อปิจา’’ติอาทิ.
๒๑๒. อวาปุรติ ทฺวารํ เอเตนาติ อวาปุรณํ. ปฐมสงฺคหโต ปจฺฉา เทสิตตฺตา ทุติยสงฺคเห สงฺคิตํ. เสสํ สุวิญฺเญยฺยเมว.
พากุลสุตฺตวณฺณนาย ลีนตฺถปฺปกาสนา สมตฺตา.
๕. ทนฺตภูมิสุตฺตวณฺณนา
๒๑๓. ผุเสยฺยาติ ญาณผุสนา นาม อธิปฺเปตา, ตสฺมา ลเภยฺยาติ อธิคจฺเฉยฺย. เอวํ ปฏิปนฺโนติ, ‘‘อปฺปมตฺโต อาตาปี ปหิตตฺโต’’ติ วุตฺตปฺปกาเรน ปฏิปนฺโน. อชานนโกฏฺฐาเสเยวาติ อวธารเณน อตฺตนิ กตํ โทสาโรปนํ นิวตฺเตติ.
๒๑๔. อปฺปนาอุปจารนฺติ อปฺปนญฺเจว อุปจารญฺจ ปาเปตฺวา กเถสีติ อตฺถํ วทนฺติ, อปฺปนาสหิโต ปน อุปจาโร อปฺปนาอุปจาโร, ตํ ปาเปตฺวา กเถสีติ อตฺโถ.
นิกฺขมตีติ นิกฺขโม, อวคฺคาหกามโต นิกฺขมนํ นิกฺขโม เอว เนกฺขมฺโม, ปฐมชฺฌานาทิ. สติ กิเลสกาเม อตฺตโน อุปหารํ อุปจาเรตฺวา อสฺสาเทตฺวา ปริภุญฺชติ นามาติ อาห – ‘‘ทุวิเธปิ กาเม ปริภุญฺชมาโน’’ติ. ทุวิเธปีติ หีนปณีตาทิวเสน ทุวิเธ.
๒๑๕. กูฏาการนฺติ คาฬฺหสาเฐยฺยํ อปฺปติรูเป ฐาเน ขนฺธคตปาตนาทิ. ทนฺตคมนนฺติ ทนฺเตหิ นิพฺพิเสวเนหิ คนฺธพฺพคตึ. ปตฺตพฺพํ ภูมินฺติ สมฺมากิริยาย ลทฺธพฺพสมฺปตฺตึ.
๒๑๖. พฺยติหรณวเสน ลงฺฆกํ วิลงฺฆกํ, อญฺญมญฺญหตฺถคฺคหณํ. เตนาห – ‘‘หตฺเถน หตฺถํ คเหตฺวา’’ติ.
๒๑๗. คเหตุํ สมตฺโถติ คณิการหตฺถินีหิ อุปลาเปตฺวา อรญฺญหตฺถึ วจนวเสน คเหตุํ สมตฺโถ. อติปสฺสิตฺวา อติฏฺฐานวเสน ปสฺสิตฺวา. เอตฺถเคธาติ เอตสฺมึ อรญฺเญ นาควเน ปวตฺตเคธา. สุขายตีติ สุขํ อยติ ปวตฺเตติ, ‘‘สุขํ หรตี’’ติ วา ปาโฐ. ฑิณฺฑิโม อานโก. นิหิตสพฺพวงฺกโทโสติ อปคตสพฺพสาเฐยฺยโทโส. อปนีตกสาโวติ อเปตสารมฺภกสาโว.
๒๑๙. ปญฺจกามคุณนิสฺสิตสีลานนฺติ อกุสลานํ. เคหสฺสิตสีลานนฺติ วา วฏฺฏสนฺนิสฺสิตสีลานํ.
๒๒๒. เอส นโย สพฺพตฺถาติ, ‘‘มชฺฌิโม, ทหโร’’ติ อาคเตสุ อุปมาวาเรสุ, ‘‘เถโร’’ติอาทินา อาคเตสุ อุปเมยฺยวาเรสูติ ปญฺจสุ สํกิเลสปกฺขิเยสุ วาเรสุ เอส ยถาวุตฺโตว นโยติ เวทิตพฺโพ. เสสํ สุวิญฺเญยฺยเมว.
ทนฺตภูมิสุตฺตวณฺณนาย ลีนตฺถปฺปกาสนา สมตฺตา.
๖. ภูมิชสุตฺตวณฺณนา
๒๒๓. อาสญฺเจปิ กริตฺวาติ, ‘‘อิมินาหํ พฺรหฺมจริเยน เทโว วา ภเวยฺยํ เทวญฺญตโร วา, ทุกฺขโต วา มุจฺเจยฺย’’นฺติ ปตฺถนํ กตฺวา เจปิ จรนฺติ, อภพฺพา ผลสฺส อธิคมาย ตณฺหาย พฺรหฺมจริยสฺส วิทูสิตตฺตาติ อธิปฺปาโย. อนาสญฺเจปิ กริตฺวาติ วุตฺตนเยน ปตฺถนํ อกตฺวา. อภพฺพา ผลสฺส อธิคมาย อนิยมิตภาวโต. ปณิธานวเสน หิ ปุญฺญผลํ นิยตํ นาม โหติ, ตทภาวโต กตํ ปุญฺญํ น ลภตีติ อธิปฺปาโย. ตติยปกฺเข อุภยฏฺฐาเนหิ วุตฺตํ, จตุตฺถปกฺโข สมฺมาวตาโร อิติ จตุโกฏิโก ปโญฺห ชาลวเสน อาหโฏ, ตตฺถ อาสา นาม ปตฺถนา, มิจฺฉาคาหสฺมึ สติ น วิปจฺจติ, สมฺมาคาหสฺมึ สติ วิปจฺจติ, อุภยถาปิ อุภยาเปกฺขานาม, โย มิจฺฉตฺตธมฺเม ปุรกฺขตฺวา พฺรหฺมจริยํ จรติ, ตสฺส ยถาธิปฺปายผลํ สมิชฺฌตีติ น วตฺตพฺพํ อโยนิโส พฺรหฺมจริยสฺส จิณฺณตฺตา; โย ปน สมฺมตฺตํ ปุรกฺขตฺวา พฺรหฺมจริยํ จรติ, ตสฺส ยถาธิปฺปายํ พฺรหฺมจริยผลํ น สมิชฺฌตีติ น วตฺตพฺพํ โยนิโส พฺรหฺมจริยสฺส จิณฺณตฺตา. เตน วุตฺตํ – ‘‘อาสญฺเจปิ กริตฺวา อโยนิโส พฺรหฺมจริยํ จรนฺตี’’ติอาทิ. เสสํ สุวิญฺเญยฺยเมว.
ภูมิชสุตฺตวณฺณนาย ลีนตฺถปฺปกาสนา สมตฺตา.
๗. อนุรุทฺธสุตฺตวณฺณนา
๒๓๐. อุปสงฺกมิตฺวา เอวมาหํสูติ วุตฺตํ อุปสงฺกมนการณํ ทสฺเสนฺโต, ‘‘ตสฺส อุปาสกสฺส อผาสุกกาโล อโหสี’’ติ อาห. อวิราธิตนฺติ อวิรชฺฌนกํ. ยทิ วา เต ธมฺมา นานตฺถา, ยทิ วา เอกตฺถา, ยํ ตตฺถ อวิรชฺฌนกํ, ตํ ตํเยว ปฏิภาตูติ โยชนา. ฌานเมวาติ อปฺปมาณชฺฌานเมว, ‘‘เจโตวิมุตฺตี’’ติ ปน วุตฺตตฺตา จิตฺเตกคฺคตาเยว เอวํ วุจฺจตีติ อุปาสกสฺส อธิปฺปาโย.
๒๓๑. ยาวตา มชฺฌนฺหิเก กาเล ฉายา ผรติ, นิวาเต ปณฺณานิ ปตนฺติ, เอตฺตาวตา ‘‘รุกฺขมูล’’นฺติ วุจฺจตีติ เอวํ วุตฺตํ เอกรุกฺขมูลปฺปมาณฏฺฐานํ. กสิณนิมิตฺเตน โอตฺถริตฺวาติ กสิณารมฺมณํ ฌานํ สมาปชฺชนฺโต ตสฺมึ กสิณ…เป… วิหรตีติ วุตฺโต. อาโภโค นตฺถิ ฌานกฺขเณ. กามํ สมาปตฺติกฺขเณ อาโภโค นตฺถิ ตโต ปน ปุพฺเพ วา สิยา โส อาโภโค, ตมฺปิ สนฺธาย มหคฺคตนฺติ เกจิ. อิทานิ ตาสํ เจโตวิมุตฺตีนํ สติปิ เกนจิ วิเสเสน อเภเท วิสยาทิโต ลพฺภมานเภทํ ทสฺเสตุํ, ‘‘เอตฺถา’’ติอาทิ วุตฺตํ. นิมิตฺตํ น วฑฺฒติ วฑฺเฒตพฺพสฺส นิมิตฺตสฺเสว อภาวโต. ปถวีกสิณาทีนํ วิย อากาสภาวนาย อุคฺฆาฏนํ น ชายติ. ตานิ ฌานานีติ พฺรหฺมวิหารชฺฌานานิ. จุทฺทสวิเธน ปริทมนาภาวโต อภิญฺญานํ ปาทกานิ น โหนฺติ. นิมิตฺตุคฺฆาฏสฺเสว อภาวโต อรูปชฺฌานานํ อนธิฏฺฐานตาย นิโรธสฺส ปาทกานิ น โหนฺตีติ. กมฺมวฏฺฏภาเวน กิเลสวฏฺฏวิปากวฏฺฏานํ ติณฺณํ วฏฺฏานํ ปจฺจยภาโว วฏฺฏปาทกตา. อุปปชฺชนวเสเนว ตํ ตํ ภวํ โอกฺกมติ เอเตหีติ ภโวกฺกมนานิ. ทุติยนยสฺส วุตฺตวิปริยาเยน อตฺโถ เวทิตพฺโพ. อุคฺฆาฏนสฺส ลพฺภนโต อรูปชฺฌาโนปริ สมติกฺกโม โหตีติ อยเมว วิเสโส. เอวนฺติ ยถาวุตฺเตน นิมิตฺตาวฑฺฒนนิมิตฺตวฑฺฒนาทิปฺปกาเรน. นานตฺถาติ นานาสภาวา. เอวนฺติ อปฺปมาณมหคฺคตสทฺทวจนียตาย นานาพฺยญฺชนา. กามญฺเจตฺถ อปฺปมาณสมาปตฺติโตปิ นีหริตฺวา วกฺขมานภวูปปตฺติการณํ ทสฺเสตุํ สกฺกา, อฏฺฐกถายํ ปน กสิณฌานโตว นีหริตฺวา โยชนา กตาติ ตถา วุตฺตํ. อถ วา มหคฺคตคหเณเนตฺถ อปฺปมาณาติ วุตฺตพฺรหฺมวิหารานมฺปิ สงฺคโห เวทิตพฺโพ ตสฺสา สมญฺญาย อุภเยสมฺปิ สาธารณภาวโต.
๒๓๒. เอวํ วุตฺโตติ อสติปิ ตถารูเป อาโภเค ‘‘ปริตฺตาภาติ ผริตฺวา อธิมุจฺจิตฺวา วิหรตี’’ติ วุตฺโต. อปฺปมาณํ กตฺวา กสิณํ วฑฺเฒนฺตสฺส กสิณวฑฺฒนวเสน พหุลีการสมฺภวโต สิยา ฌานสฺส พลวตรตา, ตทภาเว จ ทุพฺพลตา, อาจิณฺณวสิตาย ปน ปจฺจนีกธมฺมานํ สมฺมา อปริโสธเน วตฺตพฺพเมว นตฺถีติ ปญฺจหากาเรหิ ฌานสฺส อปฺปคุณตํ ทสฺเสนฺโต, ‘‘สุปฺปมตฺเต วา’’ติอาทิมาห. ฌานสฺส อปฺปานุภาวตาย เอว ตนฺนิมิตฺตา ปภาปิ อปฺปตรา อปริสุทฺธาว โหตีติ อาห – ‘‘วณฺโณ…เป… สํกิลิฏฺโฐ จา’’ติ. ทุติยนโย วุตฺตวิปริยาเยน เวทิตพฺโพ. ตตฺถาปิ กสิณสฺส ปริตฺตภาเวน วณฺณสฺส ปริตฺตตา, ปริตฺตารมฺมณาย อนุรูปตาย วา นิมิตฺตํ ปภามณฺฑลกมฺปิ ปริตฺตเมว สิยาติ อธิปฺปาโย. วิปุลปริกมฺมนฺติ วิปุลภาเวน ปริกมฺมํ. เสสํ ตติยจตุตฺถนเยสุ วตฺตพฺพํ ปฐมทุติยนเยสุ วุตฺตสทิสเมว.
วณฺณนานตฺตนฺติ ยทิ ปีตํ ยทิ โลหิตํ ยทิ วา โอทาตนฺติ สรีรวณฺณนานตฺตํ. อาภานานตฺตนฺติ ปริตฺตวิปุลตาวเสน ปภาย นานตฺตํ. อจฺจินานตฺตนฺติ เตโชธาตุสฺส ทีฆาทิวเสน เวมตฺตตา. อภินิวิสนฺตีติ อภิรติวเสน นิวิสนฺติ นิสีทนฺติ ติฏฺฐนฺติ. เตนาห ‘‘วสนฺตี’’ติ.
๒๓๔. อาภนฺติ ทิพฺพนฺตีติ อาภาติ อาห ‘‘อาภาสมฺปนฺนา’’ติ. ตทงฺเคนาติ วา ตสฺสา ปริตฺตตาย อปฺปมาณตาย จ อาภาการณํ, ตํ ปน อตฺถโต ภวูปปตฺติการณเมวาติ อาห – ‘‘ตสฺสา ภวูปปตฺติยา องฺเคนา’’ติ. กายาลสิยภาโว ตนฺทีอาทีนํ เหตุภูตา กายสฺส วิตฺถายิตตา.
๒๓๕. ปารมิโยติ มหาสาวกสํวตฺตนิกา สาวกปารมิโย ปูเรนฺโต. พฺรหฺมโลเกติ พฺรหฺมตฺตภาเว, พฺรหฺมโลเก วา อุปฺปตฺตึ ปฏิลภิ, วุตฺตมฺปิ เจตํ เถรคาถาสุ. อโวกิณฺณนฺติ อญฺเญหิ อสมฺมิสฺสนฺติ อตฺโถ. ปุพฺเพ สญฺจริตนฺติ อตีตภเวสุ ชาติวเสน สญฺจรณํ มม, สญฺจริตนฺติ ตํ มมสฺสาติ อตฺโถ. เสสํ สุวิญฺเญยฺยเมว.
อนุรุทฺธสุตฺตวณฺณนาย ลีนตฺถปฺปกาสนา สมตฺตา.
๘. อุปกฺกิเลสสุตฺตวณฺณนา
๒๓๖. ตสฺมาติ อตฺถกามตฺตา เอวมาห, น ภควโต วจนํ อนาทิยนฺโต. เย ปน ตทา สตฺถุวจนํ น คณฺหึสุ, เต กิญฺจิ อวตฺวา ตุณฺหีภูตา มงฺกุภูตา อฏฺฐํสุ, ตสฺมา อุภเยสมฺปิ สตฺถริ อคารวปฏิปตฺติ นาโหสิ.
เยนปิ ชเนน น ทิฏฺโฐติ เยน อุภยชเนน อญฺญวิหิตตาย กุฑฺฑกวาฏาทิอนฺตริกตาย วา น ทิฏฺโฐ. ทมนตฺถนฺติ เตหิ อุปาสเกหิ นิมฺมทภาวํ อาปาทิตานํ เตสํ ภิกฺขูนํ ทมนตฺถํ. ฐปยึสูติ โย อิเมสํ ภิกฺขูนํ เทติ, ตสฺส สตํ ทณฺโฑติ, สหสฺสนฺติ จ วทนฺติ.
๒๓๗. วคฺคภาเวเนว (สารตฺถ. ฏี. มหาวคฺโค ๓.๔๖๔) นานาสทฺโท อสฺสาติ ปุถุสทฺโท. สมชโนติ ภณฺฑเน สมชฺฌาสโย ชโน. พาลลกฺขเณ ฐิโตปิ ‘‘อหํ พาโล’’ติ น มญฺญติ. ภิยฺโย จาติ อตฺตโน พาลภาวสฺส อชานนโตปิ ภิยฺโย จ ภณฺฑนสฺส อุปริ โผโฏ วิย สงฺฆเภทสฺส อตฺตโน การณภาวมฺปิ อุปฺปชฺชมานํ น มญฺญิ นญฺญาสิ.
กลหวเสน ปวตฺตวาจาเยว โคจโร เอเตสนฺติ วาจาโคจรา หุตฺวา. มุขายามนฺติ วิวาทวเสน มุขํ อายเมตฺวา ภาณิโน. น ตํ ชานนฺตีติ ตํ กลหํ น ชานนฺติ. กลหํ กโรนฺโต จ ตํ น ชานนฺโต นาม นตฺถิ. ยถา ปน น ชานนฺติ, ตํ ทสฺเสตุํ อาห – ‘‘เอวํ สาทีนโว อย’’นฺติ. อยํ กลโห นาม อตฺตโน ปเรสญฺจ อตฺถชาปนโต อนตฺถุปฺปาทนโต ทิฏฺเฐว ธมฺเม สมฺปราเย จ สาทีนโว, สโทโสติ อตฺโถ.
อุปนยฺหนฺตีติ อุปนาหวเสน อนุพนฺธนฺติ. โปราโณติ ปุริเมหิ พุทฺธาทีหิ อาจิณฺณสมาจิณฺณตาย ปุราตโน.
น ชานนฺตีติ อนิจฺจสญฺญํ น ปจฺจุปฏฺฐาเปนฺติ.
ตถา ปวตฺตเวรานนฺติ อฏฺฐิฉินฺนาทิภาวํ นิสฺสาย อุปนยวเสน จิรกาลํ ปวตฺตเวรานํ.
พาลสหายตาย อิเม ภิกฺขู กลหปสุตา, ปณฺฑิตสหายานํ ปน อิทํ น สิยาติ ปณฺฑิตสหายสฺส พาลสหายสฺส จ วณฺณาวณฺณทีปนตฺถํ วุตฺตา. สีหพฺยคฺฆาทิเก ปากฏปริสฺสเย ราคโทสาทิเก ปฏิจฺฉนฺนปริสฺสเย จ อภิภวิตฺวา.
มาตงฺโค อรญฺเญ มาตงฺครญฺเญติ สรโลเปน สนฺธิ. มาตงฺคสทฺเทเนว หตฺถิภาวสฺส วุตฺตตฺตา นาควจนํ ตสฺส มหตฺตวิภาวนตฺถนฺติ อาห – ‘‘นาโคติ มหนฺตาธิวจนเมต’’นฺติ. มหนฺตปริยาโยปิ หิ นาค-สทฺโท โหติ ‘‘เอวํ นาคสฺส นาเคน, อีสาทนฺตสฺส หตฺถิโน’’ติอาทีสุ (อุทา. ๒๕; มหาว. ๔๖๗).
๒๓๘. กิรสทฺโท อนุสฺสวสูจนตฺโถ นิปาโต. เตน อยเมตฺถ สุติปรมฺปราติ ทสฺเสติ. ภควตา หิ โส อาทีนโว ปเคว ปริญฺญาโต, น เตน สตฺถา นิพฺพิณฺโณ โหติ; ตสฺมึ ปน อนฺโตวสฺเส เกจิ พุทฺธเวเนยฺยา นาเหสุํ; เตน อญฺญตฺถ คมนํ เตสํ ภิกฺขูนํ ทมนุปาโยติ ปาลิเลยฺยกํ อุทฺทิสฺส คจฺฉนฺโต เอกวิหารึ อายสฺมนฺตํ ภคุํ, สมคฺควาสํ วสนฺเต จ อนุรุทฺธตฺเถราทิเก สมฺปหํเสตุํ อนุรุทฺธตฺเถรสฺส จ. อิมํ อุปกฺกิเลโสวาทํ ทาตุํ ตตฺถ คโต, ตสฺมา กลหการเก กิรสฺสาติ เอตฺถาปิ กิรสทฺทคฺคหเณ เอเสว นโย. วุตฺตนยเมว โคสิงฺคสาลสุตฺเต (ม. นิ. ๑.๓๒๕ อาทโย).
๒๔๑. ‘‘ยถา กถํ ปนา’’ติ วุตฺตปุจฺฉานํ ปจฺฉิมภาวโต ‘‘อตฺถิ ปน โวติ ปจฺฉิมปุจฺฉายา’’ติ วุตฺตํ, น ปุน ‘‘อตฺถิ ปน โว’’ติ ปวตฺตนสฺส ปุจฺฉนสฺส อตฺถิภาวโต. โส ปน โลกุตฺตรธมฺโม. เถรานนฺติ อนุรุทฺธตฺเถราทีนํ นตฺถิ. ปริกมฺโมภาสํ ปุจฺฉตีติ ทิพฺพจกฺขุญาเณ กตาธิการตฺตา ตสฺส อุปฺปาทนตฺถํ ปริกมฺโมภาสํ ปุจฺฉติ. ปริกมฺโมภาสนฺติ ปริกมฺมสมาธินิพฺพตฺตํ โอภาสํ, อุปจารชฺฌานสญฺชนิตํ โอภาสนฺติ อตฺโถ. จตุตฺถชฺฌานลาภี หิ ทิพฺพจกฺขุปริกมฺมตฺถํ โอภาสกสิณํ ภาเวตฺวา อุปจาเร ฐปิโต สมาธิ ปริกมฺมสมาธิ, ตตฺถ โอภาโส ปริกมฺโมภาโสติ วุตฺโต. ตํ สนฺธายาห – ‘‘โอภาสญฺเจว สญฺชานามาติ ปริกมฺโมภาสํ สญฺชานามา’’ติ. ยตฺตเก หิ ฐาเน ทิพฺพจกฺขุนา รูปคตํ ทฏฺฐุกาโม, ตตฺตกํ ฐานํ โอภาสกสิณํ ผริตฺวา ฐิโต. ตํ โอภาสํ ตตฺถ จ รูปคตํ ทิพฺพจกฺขุญาเณน ปสฺสติ, เถรา จ ตถา ปฏิปชฺชึสุ. เตน วุตฺตํ – ‘‘โอภาสญฺเจว สญฺชานาม ทสฺสนญฺจ รูปาน’’นฺติ. ยสฺมา ปน เตสํ รูปคตํ ปสฺสนฺตานํ ปริกมฺมวาโร อติกฺกมิ, ตโต โอภาโส อนฺตรธายิ, ตสฺมึ อนฺตรหิเต รูปคตมฺปิ น ปญฺญายติ. ปริกมฺมนฺติ หิ ยถาวุตฺตกสิณารมฺมณํ อุปจารชฺฌานํ, รูปคตํ ปสฺสนฺตานํ กสิโณภาสวเสน รูปคตทสฺสนํ, กสิโณภาโส จ ปริกมฺมวเสนาติ ตทุภยมฺปิ ปริกมฺมสฺส อปฺปวตฺติยา นาโหสิ, ตยิทํ การณํ อาทิกมฺมิกภาวโต เถรา น มญฺญึสุ, ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘นปฺปฏิวิชฺฌามา’’ติ.
นิมิตฺตํ ปฏิวิชฺฌิตพฺพนฺติ การณํ ปจฺจกฺขโต ทสฺเสตฺวา สุวิสุทฺธทิพฺพจกฺขุญาเณ เถรํ ปติฏฺฐาเปตุกาโม สตฺถา วทติ. กึ น อาฬุเลสฺสนฺตีติ กึ น พฺยาโมเหสฺสนฺติ, พฺยาโมเหสฺสนฺติ เอวาติ อตฺโถ. วิจิกิจฺฉา อุทปาทีติ ทิพฺพจกฺขุโน ยถาอุปฏฺฐิเตสุ รูปคเตสุ อปุพฺพตาย, ‘‘อิทํ นุ โข รูปคตํ กึ, อิทํ นุ โข กิ’’นฺติ มคฺเคน อสมุจฺฉินฺนตฺตา วิจิกิจฺฉา สํสโย อุปฺปชฺชิ. สมาธิ จวีติ วิจิกิจฺฉาย อุปฺปนฺนตฺตา ปริกมฺมสมาธิ วิคจฺฉิ. ตโต เอว หิ ปริกมฺโมภาโสปิ อนฺตรธายิ, ทิพฺพจกฺขุนาปิ รูปํ น ปสฺสิ. น มนสิ กริสฺสามีติ มนสิการวเสน เม รูปานิ อุปฏฺฐหึสุ, รูปานิ ปสฺสโต วิจิกิจฺฉา อุปฺปชฺชติ, ตสฺมา อิทานิ กิญฺจิ น มนสิ กริสฺสามีติ ตุณฺหี อโหสิ ตํ ปน ตุณฺหีภาวปฺปตฺตึ สนฺธายาห ‘‘อมนสิกาโร อุทปาที’’ติ.
ตถาภูตสฺส อมนสิการสฺส อภาวํ อาคมฺม อุปฺปิลํ อุทปาทิ. วีริยํ คาฬฺหํ ปคฺคหิตนฺติ ถินมิทฺธฉมฺภิตตฺตานํ วูปสมนตฺถํ อจฺจารทฺธวีริยํ อโหสิ, เตน จิตฺเต สมาธิทูสิกา เคหสฺสิตา พลวปีติ อุปฺปนฺนา. เตนาห ‘‘อุปฺปิลํ อุปฺปนฺน’’นฺติ. ตโตติ สิถิลวีริยตฺตา. ปตเมยฺยาติ อติวิย ขินฺนํ ภเวยฺย. ตํ มมาติ ปตฺถนาอภิภวนียมนสีเสน ชปฺเปตีติ อภิชปฺปา, ตณฺหา. นานตฺตา นานาสภาวา สญฺญา นานตฺตสญฺญา. อติวิย อุปริ กตฺวา นิชฺฌานํ เปกฺขนํ อตินิชฺฌายิตตฺตํ.
๒๔๓. ปริกมฺโมภาสเมวาติ ปริกมฺมสมุฏฺฐิตํ โอภาสเมว. น จ รูปานิ ปสฺสามีติ โอภาสมนสิการปสุตตาย ทิพฺพจกฺขุนา รูปานิ น ปสฺสามิ. วิสยรูปเมวาติ เตน ผริตฺวา ฐิตฏฺฐาเนว ทิพฺพจกฺขุโน วิสยภูตํ รูปคตเมว มนสิ กโรมิ.
กสิณรูปานํ วเสเนตฺถ โอภาสสฺส ปริตฺตตาติ อาห ‘‘ปริตฺตฏฺฐาเน โอภาส’’นฺติ. ปริตฺตานิ รูปานีติ กติปยานิ, สา จ เนสํ ปริตฺตตา ฐานวเสเนวาติ อาห ‘‘ปริตฺตกฏฺฐาเน รูปานี’’ติ. ‘‘อปฺปมาณญฺเจวา’’ติอาทินา วุตฺโต ทุติยวาโร. โอภาสปริตฺตตํ สนฺธาย ปริกมฺมสมาธิ ‘‘ปริตฺโต’’ติ วุตฺโต ตสฺเสว โอภาสสฺส อปฺปมาณตาย อปฺปมาณสมาธีติ วจนโต. ตสฺมึ สมเยติ ตสฺมึ ปริตฺตสมาธิโน อุปฺปนฺนสมเย. ทิพฺพจกฺขุปิ ปริตฺตกํ โหติ ปริตฺตรูปคตทสฺสนโต.
๒๔๕. ทุกติกชฺฌานสมาธินฺติ จตุกฺกนเย ทุกชฺฌานสมาธึ, ปญฺจกนเย ติกชฺฌานสมาธินฺติ โยชนา. ทุกชฺฌานสมาธินฺติ จตุกฺกนเย ตติยจตุตฺถวเสน ทุกชฺฌานสมาธึ, ปญฺจกนเย จตุตฺถปญฺจมวเสน ทุกชฺฌานสมาธึ. ติกจตุกฺกชฺฌานสมาธินฺติ จตุกฺกนเย ติกชฺฌานสมาธึ, ปญฺจกนเย จตุกฺกชฺฌานสมาธินฺติ โยชนา.
ติวิธนฺติ สปฺปีติกวเสน ติปฺปการํ สมาธึ. ตทนฺโตคธาติ สปฺปีติกาทิสภาวา. กามํ ภควา ปุริมยาเม ปุพฺเพนิวาสานุสฺสติญาณํ, ปจฺฉิมยาเม ทิพฺพจกฺขุญาณํ นิพฺพตฺเตนฺโตปิ อิมานิ ญาณานิ ภาเวสิเยว. วิปสฺสนาปาทกานิ ปน ญาณานิ สนฺธาย, ‘‘ปจฺฉิมยาเม’’ติ วุตฺตํ, เตนาห ‘‘ภควโต หี’’ติอาทิ. ปญฺจมชฺฌานสฺสาติ ปญฺจมชฺฌานิกสฺส วเสน ปฐมชฺฌานิโก มคฺโค นตฺถิ. โสติ ปญฺจกนโย ภควโต โลกิโย อโหสิ. เอตนฺติ เอตํ, ‘‘สวิตกฺกมฺปิ สวิจารํ สมาธึ ภาเวมี’’ติอาทิวจนํ. โลกิยโลกุตฺตรมิสฺสกํ สนฺธาย วุตฺตํ, น ‘‘โลกิยํ วา โลกุตฺตรเมว วา’’ติ. เสสํ สุวิญฺเญยฺยเมวาติ.
อุปกฺกิเลสสุตฺตวณฺณนาย ลีนตฺถปฺปกาสนา สมตฺตา.
๙. พาลปณฺฑิตสุตฺตวณฺณนา
๒๔๖. เอเตหีติ ทุจินฺติตาทีหิ. เอเตน ลกฺขณสทฺทสฺส กรณตฺถตมาห. ตาเนวาติ ลกฺขณานิ เอว. ตสฺสาติ พาลสฺส. ‘‘อยํ พาโล’’ติ นิมียติ สญฺจานียติ เอเตหีติ พาลนิมิตฺตานิ. อปทานํ วุจฺจติ วิขฺยาตํ กมฺมํ. ทุจินฺติตาทีนิ จ พาเล วิขฺยาตานิ, อวธารณภาเว วา, ตสฺมา พาลสฺส อปทานานีติ พาลาปทานานิ. อภิชฺฌาทีหิ ทุฏฺฐํ ทูสิตํ จินฺเตตีติ ทุจินฺติตจินฺตี. โลภาทีหิ ทุฏฺฐํ ภาสิตํ มุสาวาทาทึ ภาสตีติ ทุพฺภาสิตภาสี. เตสํ เตสํเยว วเสน กตฺตพฺพโต ทุกฺกฏกมฺมํ ปาณาติปาตาทึ กโรตีติ ทุกฺกฏกมฺมการี. เตนาห ‘‘จินฺตยนฺโต’’ติอาทิ. ตานิ อุปนิสฺสาย ชาตนฺติ ตชฺชํ. ตโต เอว เตสํ สารุปฺปํ อนุรูปนฺติ ตสฺสารุปฺปํ. เตนาห ‘‘ตชฺชาติก’’นฺติอาทิ. กจฺฉมานายาติ กถิยมานาย.
๒๔๘. ยสฺมา สตฺตานํ ยถูปจิตานิ กมฺมานิ กโตกาสานิ ตทุปฏฺฐาปิตานิ กมฺมนิมิตฺตคตินิมิตฺตานิ มรณสฺส อาสนฺนกาเล จิตฺตสฺส อาปาถํ อาคจฺฉนฺตานิ, ตทา โอลมฺพนฺตานิ วิย อภิภวนฺตานิ วิย อชฺโฌตฺถรนฺตานิ วิย อุปฏฺฐหนฺติ, ตสฺมา วุตฺตํ – ‘‘โอลมฺพนาทิอากาเรน หิ ตานิ อุปฏฺฐหนฺตี’’ติ. อุปฏฺฐานากาโร เอว ตทา จิตฺตสฺส โคจรภาวํ คจฺฉตีติ อาห – ‘‘ตสฺมึ อุปฏฺฐานากาเร อาปาถคเต’’ติ.
๒๔๙. น สกฺกาติ น วทตีติ เอเตน เทฺวปิ ปฏิเสธา ปกติอตฺถาติ อยมตฺโถ วุตฺโต โหติ. น สุกราติ ปน อิมินา ทุกฺกรภาโว ทีปิโต, ทุกฺกรญฺจ ตาว อุปาเยน สกฺกา กาตุนฺติ ทสฺเสนฺโต อาห – ‘‘น สุกรํ ปนา’’ติอาทิ. เตนาติ วินิวิชฺฌิตฺวา คมเนน อญฺญมญฺญํ สํวิชฺฌเนน. อสฺสาติ โจรสฺส. อิโต อุตฺตริปีติ มชฺฌนฺหิกสมยํ สายนฺหสมยญฺจ สตฺติสเตน.
๒๕๐. สงฺขมฺปิ น อุเปตีติ อิมินา สงฺขาตพฺพมตฺตํ นตฺถีติ ทีปิตํ โหตีติ อาห – ‘‘คณนามตฺตมฺปิ น คจฺฉตี’’ติ. อุปนิกฺเขปนมตฺตมฺปีติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย. กลภาคนฺติ กลานํ สงฺคณนโกฏฺฐาสํ. เตนาห ‘‘สติมํ กล’’นฺติอาทิ. โอโลกิตมตฺตมฺปีติ อุปนิกฺเขปนวเสน โอโลกนมตฺตกมฺปิ. ตํ กมฺมการณนฺติ ตํ ปญฺจวิธพนฺธนกมฺมการณํ จตุนฺนมฺปิ ปสฺสานํ วเสน สมฺปริวตฺเตตฺวา กโรนฺติเยว, ปาฬิยํ ปน เอกปสฺสวเสน อาคตา. เคหสฺสาติ มหโต เคหสฺส. สพฺพโตติ สพฺพาวยวโต. สมฺปชฺชลิเต เอกชาลีภูเต. สุปกฺกุถิตายาติ สุฏฺฐุ นิปกฺกาย.
วิภตฺโตติ ตตฺถ นิพฺพตฺตกสตฺตานํ สาธารณกมฺมุนา วิภตฺโต วิย นิพฺพตฺโต. อโยปากาเรน ปริโต อตฺโต คหิโตติ อโยปาการปริยตฺโต ปริกฺขิตฺโต.
ยมกโคฬกาติ ทารกานํ กีฬนยุคฬา. เอวมฺปิ ทุกฺโขติ ยถาวุตฺตอุสฺสทนิรยวเสนปิ โสต-ฆาน-ชิวฺหา-กาย-มโน-โคจรตาวเสนปิ อิมินา อากาเรน ทุกฺโขติ.
๒๕๑. ทนฺเตหิ อุลฺเลหิตฺวาติ อุตฺตรทนฺเตหิ อญฺฉิตฺวา. รสวเสน อติตฺโต อสฺสาโท รสาโท. เตนาห ‘‘รสเคเธน ปริภุตฺตรโส’’ติ.
๒๕๒. ทุรูโปติ วิรูโป. ทุทฺทโสติ เตเนว วิรูปภาเวน อนิฏฺฐทสฺสโน. ลกุณฺฐโกติ รสฺโส. ปวิฏฺฐคีโวติ ขนฺธนฺตรํ อนุปวิฏฺฐคีโว. มโหทโรติ วิปุลกุจฺฉิ. เยภุยฺเยน หิ ลกุณฺฏกา สตฺตา รสฺสคีวา ปุถุลกุจฺฉิกาว โหนฺตีติ ตถา วุตฺตํ. กาโณ นาม จกฺขุวิกโลติ วุตฺตํ – ‘‘เอกกฺขิกาโณ วา อุภยกฺขิกาโณ วา’’ติ. กุณีติ หตฺถวิกโล วุจฺจตีติ อาห – ‘‘เอกหตฺถกุณี วา อุภยหตฺถกุณี วา’’ติ. วาตาทินา อุปหตกายปกฺโข อิธ ปกฺขหโตติ อธิปฺเปโต, น ปกฺขิหโตติ อาห – ‘‘ปกฺขหโตติ ปีฐสปฺปี’’ติ. ทุกฺขานุปพนฺธทสฺสนตฺถนฺติ อปราปรชาตีสุ วิปากทุกฺขสฺส อนุปพนฺธวเสน ปวตฺติทสฺสนตฺถํ.
กลียติ ขลียติ อปฺปหียติ สาสนํ เอเตนาติ กลิ, ชุตปราชโย. โส เอว คหสทิสตาย ‘‘กลิคฺคโห’’ติ วุตฺโต. อธิพนฺธนฺติ กุฏุมฺพสฺส อธิวุตฺถสฺส มูลภูตสฺส อตฺตโน พนฺธิตพฺพตํ. เตนาห ‘‘อตฺตนาปิ พนฺธํ นิคจฺเฉยฺยา’’ติ. พาลภูมิยา พาลภาวสฺส มตฺถกปฺปตฺติ นิรยคามิกมฺมการิตาติ ‘‘นิรเย นิพฺพตฺตติ’’จฺเจว วุตฺตํ. ตคฺคหเณเนว ปน ตโต มุทุมุทุตราทิกมฺมวเสน เสสาปาเยสุ อปราปรนิพฺพตฺตาทิพาลภูมิ วิภาวิตา โหตีติ.
๒๕๓. วุตฺตานุสาเรนาติ ‘‘พาโล อย’’นฺติอาทินา วุตฺตสฺส อตฺถวจนสฺส ‘‘ปณฺฑิโต อย’’นฺติ เอเตหิ ลกฺขียตีติอาทินา อนุสาเรน. มโนสุจริตาทีนํ วเสนาติ จินฺเตนฺโต อนภิชฺฌา-อพฺยาปาท-สมฺมาทสฺสนํ สุจินฺติตเมว จินฺเตตีติอาทินา มโนสุจริตานํ ติณฺณํ สุจริตานํ วเสน โยเชตพฺพานิ.
จกฺกรตนวณฺณนา
๒๕๖. อุโปสถํ (ที. นิ. ฏี. ๒.๒๔๓) วุจฺจติ อฏฺฐงฺคสมนฺนาคตํ สพฺพทิวเสสุ คหฏฺเฐหิ รกฺขิตพฺพสีลํ, สมาทานวเสน ตํ เอตสฺส อตฺถีติ อุโปสถิโก, ตสฺส. เตนาห ‘‘สมาทินฺนอุโปสถงฺคสฺสา’’ติ. ตทาติ ตสฺมึ กาเล, ยสฺมึ ปน กาเล จกฺกวตฺติภาวสํวตฺตนิย-ทาน-สีลาทิ-ปุญฺญสมฺภารสมุทาคมสมฺปนฺโน ปูริตจกฺกวตฺติวตฺโต กาทีปเทสวิเสสปจฺจาชาติยา เจว กุลรูปโภคาธิปเตยฺยาทิคุณวิเสสสมฺปตฺติยา จ ตทนุรูเป อตฺตภาเว ฐิโต โหติ, ตสฺมึ กาเล. ตาทิเส หิ กาเล จกฺกวตฺติภาวี ปุริสุตฺตโม ยถาวุตฺตคุณสมนฺนาคโต ราชา ขตฺติโย หุตฺวา มุทฺธาวสิตฺโต วิสุทฺธสีโล อนุโปสถํ สตสหสฺสวิสฺสชฺชนาทินา สมฺมาปฏิปตฺตึ ปฏิปชฺชติ, น ยทา จกฺกรตนํ อุปฺปชฺชติ, ตทา เอว. เตนาห – ‘‘ปาโต…เป… ธมฺมตา’’ติ. (ตตฺถ ทโม อินฺทฺริยสํวโร, สํยโม สีลสํวโร.)
วุตฺตปฺปการปุญฺญกมฺมปจฺจยนฺติ จกฺกวตฺติภาวาวหทานทมสํยมาทิปุญฺญกมฺมเหตุกํ. นีลมณิสงฺฆาฏสทิสนฺติ อินฺทนีลมณิสญฺจยสมานํ. ทิพฺพานุภาวยุตฺตตฺตาติ ทสฺสนียตา มนุญฺญโฆสตา อากาสคามิตา โอภาสวิสฺสชฺชนา อปฺปฏิฆาตตา รญฺโญ อิจฺฉิตตฺถนิปฺผตฺติการณตาติ เอวมาทีหิ ทิพฺพสทิเสหิ อานุภาเวหิ สมนฺนาคตตฺตา. สพฺเพหิ อากาเรหีติ สพฺเพหิ สุนฺทเรหิ อากาเรหิ. ปริปูรนฺติ ปริปุณฺณํ. สา จสฺส ปาริปูริ อิทาเนว วิตฺถารียติ.
ปนาฬีติ ฉิทฺทํ. สุทฺธสินิทฺธทนฺตปนฺติยา นิพฺพิวรายาติ อธิปฺปาโย. นาภิปนาฬิ ปริกฺเขปปฏฺเฏสูติ นาภิปริกฺเขปปฏฺเฏ เจว นาภิยา ปนาฬิปริกฺเขปปฏฺเฏ จ. สุวิภตฺตาวาติ อญฺญมญฺญํ อสํกิณฺณตฺตา สุฏฺฐุ วิภตฺตา. ปริจฺเฉทเลขนฺตเรสุ มณิกา สุวิภตฺตา หุตฺวา ปญฺญายนฺตีติ วทนฺติ.
ปริจฺเฉทเลขาทีนีติ อาทิ-สทฺเทน มาลากมฺมาทึ สงฺคณฺหาติ. สุรตฺตาติอาทีสุ สุรตฺตคฺคหเณน มหานามวณฺณตํ ปฏิกฺขิปติ, สุทฺธคฺคหเณน สํกิลิฏฺฐตํ, สินิทฺธคฺคหเณน ลูขตํ. กามํ ตสฺส จกฺกรตนสฺส เนมิมณฺฑลํ อสนฺธิกํว นิพฺพตฺตํ, สพฺพตฺถกเมว ปน เกวลํ ปวาฬวณฺโณว น โสภตีติ ปกติจกฺกสฺส สนฺธิยุตฺเตสุ ฐาเนสุ รตฺตชมฺพุนทปริกฺขตํ อโหสิ, ตํ สนฺธาย วุตฺตํ ‘‘สนฺธีสุ ปนสฺสา’’ติอาทิ.
เนมิมณฺฑลปิฏฺฐิยนฺติ เนมิมณฺฑลสฺส ปิฏฺฐิปเทเส. ทสนฺนํ ทสนฺนํ อรานมนฺตเรติ ทสนฺนํ ทสนฺนํ อรานํ อนฺตรสมีเป ปเทเส. ฉิทฺทมณฺฑลจิตฺโตติ มณฺฑลสณฺฐานฉิทฺทวิจิตฺโต. สุกุสลสมนฺนาหตสฺสาติ สุฏฺฐุ กุสเลน สิปฺปินา ปหตสฺส, วาทิตสฺสาติ อตฺโถ. วคฺคูติ มโนรโม รชนีโยติ สุณนฺตานํ ราคุปฺปาทโก. กมนีโยติ กนฺโต. สโมสริตกุสุมทามาติ โอลมฺพิตสุคนฺธกุสุมทามา. เนมิปริกฺเขปสฺสาติ เนมิปริยนฺตปริกฺเขปสฺส. นาภิปนาฬิยา ทฺวินฺนํ ปสฺสานํ วเสน ‘‘ทฺวินฺนมฺปิ นาภิปนาฬีน’’นฺติ วุตฺตํ. เอกา เอว หิ สา ปนาฬิ. เยหีติ เยหิ ทฺวีหิ สีหมุเขหิ. ปุน เยหีติ มุตฺตากลาเปหิ.
โอธาปยมานนฺติ โสตุํ อวหิตานิ กุรุมานํ. จนฺโท ปุรโต, จกฺกรตนํ ปจฺฉาติ เอวํ ปุพฺพาปริเยน ปุพฺพาปรภาเคน.
อนฺเต ปุรสฺสาติ อนุราธปุเร รญฺโญ อนฺเตปุรสฺส อุตฺตรสีหปญฺชรอาสนฺเน ตทา รญฺโญ ปาสาเท ตาทิสสฺส อุตฺตรทิสาย สีหปญฺชรสฺส ลพฺภมานตฺตา วุตฺตํ. สุเขน สกฺกาติ กิญฺจิ อนารุหิตฺวา สรีรญฺจ อนุลฺลงฺฆิตฺวา ยถาฐิเตเนว หตฺเถน ปุปฺผมุฏฺฐิโย ขิปิตฺวา สุเขน สกฺกา โหติ ปูเชตุํ.
นานาวิราครตนปฺปภาสมุชฺชลนฺติ นานาวิธจิตฺตวณฺณรตโนภาสปภสฺสรํ. อากาสํ อพฺภุคฺคนฺตฺวา ปวตฺเตติ. อาคนฺตฺวา ฐิตฏฺฐานโต อุปริ อากาสํ อพฺภุคฺคนฺตฺวา ปวตฺเต.
สนฺนิเวสกฺขโมติ ขนฺธวารสนฺนิเวสโยโคฺย. สุลภาหารูปกรโณติ สุเขเนว ลทฺธพฺพธญฺญโครสทารุติณาทิโภชนสาธโน. ปรจกฺกนฺติ ปรสฺส รญฺโญ เสนา, อาณา วา.