๑๐. เทวทูตสุตฺตวณฺณนา
๒๖๑. เทฺว อคาราติอาทีติ อาทิ-สทฺเทน ‘‘สทฺวารา…เป… อนุวิจรนฺเตปี’’ติ เอตมตฺถํ สงฺคณฺหาติ. เอตฺตกเมว หิ อสฺสปุรสุตฺเต (ม. นิ. ๑.๔๓๒; ม. นิ. อฏฺฐ. ๑.๔๓๒) วิตฺถาริตํ เวทิตพฺพํ. ‘‘ทิพฺเพน จกฺขุนา’’ติอาทิ ปน วิสุทฺธิมคฺเค (วิสุทฺธิ. ๒.๓๙๗) ตถา วิตฺถาริตมฺปิ สุตฺตสํวณฺณนา โหตีติ กตฺวา, ‘‘อสฺสปุรสุตฺเต วิตฺถาริตเมวา’’ติ วุตฺตํ.
๒๖๒. นิรยโต ปฏฺฐาย เทสนํ เทวโลเกน โอสาเปตีติ สํกิเลสธมฺเมหิ สํเวเชตฺวา โวทานธมฺเมหิ นิฏฺฐาเปนฺโต. ทุติยํ ปน วุตฺตวิปริยาเยน เวทิตพฺพํ, ตทิทํ เวเนยฺยชฺฌาสยวิสิฏฺฐนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. อิทานิ สงฺขิปิตฺวา วุตฺตมตฺถํ วิวริตุํ, ‘‘สเจ’’ติอาทิ วุตฺตํ. โสติ ภควา.
เอกจฺเจ เถราติ (กถา. อนุฏี. ๘๖๖-๘๖๘; อ. นิ. ฏี. ๒.๓.๓๖) อนฺธกาทิเก, วิญฺญาณวาทิโน จ สนฺธาย วทติ. เนรยิเก นิรเย ปาเลนฺติ ตโต นิคฺคนฺตุมปฺปทานวเสน รกฺขนฺตีติ นิรยปาลา. เนรยิกานํ นรกทุกฺเขน ปริโยนทฺธาย อลํ สมตฺถาติ วา นิรยปาลา. ตนฺติ ‘‘นตฺถิ นิรยปาลา’’ติวจนํ. ปฏิเสธิตเมวาติ ‘‘อตฺถิ นิรเย นิรยปาลา, อตฺถิ จ การณิกา’’ติอาทินา นเยน อภิธมฺเม (กถา. ๘๖๖) ปฏิเสธิตเมว. ยทิ นิรยปาลา นาม น สิยุํ, กมฺมการณาปิ น ภเวยฺย. สติ หิ การณิเก กมฺมการณาย ภวิตพฺพนฺติ อธิปฺปาโย. เตนาห ‘‘ยถา หี’’ติอาทิ. เอตฺถาห – ‘‘กึ ปเนเต นิรยปาลา เนรยิกา, อุทาหุ อเนรยิกา’’ติ. กิญฺเจตฺถ – ยทิ ตาว เนรยิกา, อิเม นิรยสํวตฺตนิเยน กมฺมุนา นิพฺพตฺตาติ สยมฺปิ นิรยทุกฺขํ อนุภเวยฺยุํ, ตถา สติ อญฺเญสํ เนรยิกานํ ยาตนาย อสมตฺถา สิยุํ, ‘‘อิเม เนรยิกา, อิเม นิรยปาลา’’ติ ววตฺถานญฺจ น สิยา, เย จ เย ยาเตนฺติ, เตหิ สมานรูปพลปฺปมาเณหิ อิตเรสํ ภยสนฺตาสา น สิยุํ. อถ อเนรยิกา, เนสํ ตตฺถ กถํ สมฺภโวติ วุจฺจเต – อเนรยิกา นิรยปาลา อนิรยคติสํวตฺตนิยกมฺมนิพฺพตฺติโต. นิรยูปปตฺติสํวตฺตนิยกมฺมโต หิ อญฺเญเนว กมฺมุนา เต นิพฺพตฺตนฺติ รกฺขสชาติกตฺตา. ตถา หิ วทนฺติ สพฺพตฺถิวาทิโน –
‘‘โกธนา กุรูรกมฺมนฺตา, ปาปาภิรุจิโน สทา;
ทุกฺขิเตสุ จ นนฺทนฺติ, ชายนฺติ ยมรกฺขสา’’ติ. (กถา. อนุฏี. ๘๖๖-๘๖๘; อ. นิ. ฏี. ๒.๓.๓๖);
ตตฺถ ยเทเก วทนฺติ ‘‘ยาตนาทุกฺขํ ปฏิสํเวเทยฺยุํ, อถ วา อญฺญมญฺญํ ยาเตยฺยุ’’นฺติอาทิ, ตยิทํ อสารํ นิรยปาลานํ เนรยิกภาวสฺเสว อภาวโต. ยทิปิ อเนรยิกา นิรยปาลา, อโยมยาย ปน อาทิตฺตาย สมฺปชฺชลิตาย สโชติภูตาย นิรยภูมิยา ปริกฺกมมานา กถํ ทาหทุกฺขํ นานุภวนฺตีติ? กมฺมานุภาวโต. ยถา หิ อิทฺธิมนฺโต เจโตวสิปฺปตฺตา มหาโมคฺคลฺลานาทโย เนรยิเก อนุกมฺปนฺตา อิทฺธิพเลน นิรยภูมึ อุปคตา ทาหทุกฺเขน น พาธียนฺติ, เอวํสมฺปทมิทํ ทฏฺฐพฺพํ.
อิทฺธิวิสยสฺส อจินฺเตยฺยภาวโตติ เจ? อิทมฺปิ ตํสมานํ กมฺมวิปากสฺส อจินฺเตยฺยภาวโต. ตถารูเปน หิ กมฺมุนา เต นิพฺพตฺตา. ยถา นิรยทุกฺเขน อพาธิตา เอว หุตฺวา เนรยิเก ยาเตนฺติ, น เจตฺตเกน พาหิรวิสยาภาโว ยุชฺชติ อิฏฺฐานิฏฺฐตาย ปจฺเจกํ ทฺวารปุริเสสุ วิภตฺตสภาวตฺตา. ตถา หิ เอกจฺจสฺส ทฺวารสฺส ปุริสสฺส จ อิฏฺฐํ เอกจฺจสฺส อนิฏฺฐํ, เอกจฺจสฺส จ อนิฏฺฐํ เอกจฺจสฺส อิฏฺฐํ โหติ. เอวญฺจ กตฺวา ยเทเก วทนฺติ – ‘‘นตฺถิ กมฺมวเสน เตชสา ปรูปตาปน’’นฺติอาทิ, ตทปาหตํ โหติ. ยํ ปน วทนฺติ – ‘‘อเนรยิกานํ เนสํ กถํ ตตฺถ สมฺภโว’’ติ นิรเย เนรยิกานํ ยาตนาสพฺภาวโต. เนรยิกสตฺตยาตนาโยคฺยญฺหิ อตฺตภาวํ นิพฺพตฺเตนฺตํ กมฺมํ ตาทิสนิกนฺติวินามิตํ นิรยฏฺฐาเนเยว นิพฺพตฺเตติ. เต จ เนรยิเกหิ อธิกตรพลาโรหปริณาหา อติวิย ภยานกทสฺสนา กุรูรตรปโยคา จ โหนฺติ. เอเตเนว ตตฺถ เนรยิกานํ วิพาธกกากสุนขาทีนมฺปิ นิพฺพตฺติ สํวณฺณิตาติ ทฏฺฐพฺพํ.
กถํ อญฺญคติเกหิ อญฺญคติกพาธนนฺติ จ น วตฺตพฺพํ อญฺญตฺถาปิ ตถา ทสฺสนโต. ยํ ปเนเก วทนฺติ – ‘‘อสตฺตสภาวา เอว นิรยปาลา นิรยสุนขาทโย จา’’ติ ตมฺปิ เตสํ มติมตฺตํ อญฺญตฺถ ตถา อทสฺสนโต. น หิ กาจิ อตฺถิ ตาทิสี ธมฺมปฺปวตฺติ, ยา อสตฺตสภาวา, สมฺปติสตฺเตหิ อปฺปโยชิตา จ สตฺตกิจฺจํ สาเธนฺตี ทิฏฺฐปุพฺพา. เปตานํ ปานียนิวารกานํ ทณฺฑาทิหตฺถปุริสานมฺปิ สพฺภาเว, อสตฺตภาเว จ วิเสสการณํ นตฺถิ. สุปิโนปฆาโตปิ อตฺถิ, กิจฺจสมตฺถตา ปน อปฺปมาณํ ทสฺสนาทิมตฺเตนปิ ตทตฺถสิทฺธิโต. ตถา หิ สุปิเน อาหารูปโภคาทินา น อตฺถสิทฺธิ, อิทฺธินิมฺมานรูปํ ปเนตฺถ ลทฺธปริหารํ อิทฺธิวิสยสฺส อจินฺเตยฺยภาวโต. อิธาปิ กมฺมวิปากสฺส อจินฺเตยฺยภาวโตติ เจ? ตํ น, อสิทฺธตฺตา. เนรยิกานํ กมฺมวิปากโต นิรยปาลาติ อสิทฺธเมตํ, วุตฺตนเยน ปน ปาฬิโต จ เตสํ สตฺตภาโว เอว สิทฺโธติ. สกฺกา หิ วตฺตุํ, ‘‘สตฺตสงฺขาตา นิรยปาลสญฺญิตา ธมฺมปฺปวตฺติ สาภิสนฺธิกปรูปฆาตี อตฺถิ กิจฺจสพฺภาวโต โอชาหาราทิรกฺขสสนฺตติ วิยา’’ติ. อภิสนฺธิปุพฺพกตา เจตฺถ น สกฺกา ปฏิกฺขิปิตุํ ตถา ตถา อภิสนฺธิยา ยาตนโต, ตโต เอว น สงฺฆาตปพฺพตาทีหิ อเนกนฺติกตา. เย ปน วทนฺติ – ‘‘ภูตวิเสสา เอว เอเต วณฺณสณฺฐานาทิวิเสสวนฺโต เภรวาการา ‘นรกปาลา’ติ สมญฺญํ ลภนฺตี’’ติ. ตทสิทฺธํ อุชุกเมว ปาฬิยํ, – ‘‘อตฺถิ นิรเยสุ นิรยปาลา’’ติ (กถา. ๘๖๖) วาทสฺส ปติฏฺฐาปิตตฺตา.
อปิจ ยถา อริยวินเย นรกปาลานํ ภูตมตฺตตา อสิทฺธา, ตถา ปญฺญตฺติมตฺตวาทิโนปิ เตสํ ภูตมตฺตตา อสิทฺธาว สพฺพโส รูปธมฺมานํ อตฺถิ ภาวสฺเสว อปฺปฏิชานนโต. น หิ ตสฺส ภูตานิ นาม ปรมตฺถโต สนฺติ. ยทิ ปรมตฺถํ คเหตฺวา โวหรติ, อถ กสฺมา จกฺขุรูปาทีนิ ปฏิกฺขิปตีติ? ติฏฺฐเตสา อนวฏฺฐิตตกฺกานํ อปฺปหีนสมฺโมหวิปลฺลาสานํ วาทวีมํสา, เอวํ, ‘‘อตฺเถว นิรเย นิรยปาลา’’ติ นิฏฺฐเมตฺถ คนฺตพฺพํ. สติ จ เนสํ สพฺภาเว, อสติปิ พาหิเร วิสเย นรเก วิย เทสาทินิยโม โหตีติ วาโท น สิชฺฌติ, สติ เอว ปน พาหิเร วิสเย เทสาทินิยโมติ ทฏฺฐพฺพํ.
เทวทูตสราปนวเสน สตฺเต ยถูปจิเต ปุญฺญกมฺเม ยเมติ นิยเมตีติ ยโม, ตสฺส ยมสฺส เวมานิกเปตานํ ราชภาวโต รญฺโญ. เตนาห – ‘‘ยมราชา นาม เวมานิกเปตราชา’’ติ. กมฺมวิปากนฺติ อกุสลกมฺมวิปากํ. เวมานิกเปตาติ กณฺหสุกฺกวเสน มิสฺสกกมฺมํ กตฺวา วินิปาติกเทวตา วิย สุกฺเกน กมฺมุนา ปฏิสนฺธึ คณฺหนฺติ. ตถา หิ เต มคฺคผลภาคิโนปิ โหนฺติ, ปวตฺติยํ ปน กมฺมานุรูปํ กทาจิ ปุญฺญผลํ, กทาจิ อปุญฺญผลํ ปจฺจนุภวนฺติ. เยสํ ปน อริยมคฺโค อุปฺปชฺชติ, เตสํ มคฺคาธิคมโต ปฏฺฐาย ปุญฺญผลเมว อุปฺปชฺชตีติ ทฏฺฐพฺพํ. อปุญฺญผลํ ปุพฺเพ วิย กฏุกํ น โหติ. มนุสฺสตฺตภาเว ฐิตานํ มุทุกเมว โหตีติ อปเร. ธมฺมิโก ราชาติ เอตฺถ ตสฺส ธมฺมิกภาโว ธมฺมเทวปุตฺตสฺส วิย อุปฺปตฺตินิยมิตธมฺมวเสเนว เวทิตพฺโพ. ทฺวาเรสูติ อวีจิมหานรกสฺส จตูสุ ทฺวาเรสุ.
ชาติธมฺโมติ กมฺมกิเลสวเสน ชาติปกติโก. เตนาห ‘‘ชาติสภาโว’’ติ. สภาโว จ นาม เตโชธาตุยา อุณฺหตา วิย น กทาจิปิ วิคจฺฉตีติ อาห ‘‘อปริมุตฺโต ชาติยา’’ติอาทิ.
๒๖๓. อิทานิ ชาติยา เทวทูตภาวํ นิทฺธาเรตฺวา ทสฺเสตุํ, ‘‘ทหรกุมาโร’’ติอาทิ วุตฺตํ. อตฺถโต เอวํ วทติ นามาติ วาจาย อวทนฺโตปิ อตฺถาปตฺติโต เอวํ วทนฺโต วิย โหติ วิญฺญูนนฺติ อตฺโถ. เอวํ ตุมฺหากมฺปิ ชาติ อาคมิสฺสตีติ เอวํ สํกิลิฏฺฐเชคุจฺฉอสมตฺถทหราวตฺถา ชาติ ตุมฺหากํ อาคมิสฺสติ. กามญฺจายํ อาคตา เอว, สา ปน อตีตานาคตาย อุปริปิ อาคมนาย ปโยโค อิจฺฉิตพฺโพ, อนาคตาย น อิจฺฉิตพฺโพติ อาห ‘‘ชาติ อาคมิสฺสตี’’ติ. เตเนวาห – ‘‘อิติ ตสฺสา…เป… กโรถา’’ติ. เตนาติ เตน การเณน วิญฺญูนํ เวทวตฺถุภาเวนาติ อตฺโถ.
อูรุพลนฺติ อูรุพลี. เตน ทูเรปิ คมนาคมนลงฺฆนาทิสมตฺถตํ ทสฺเสติ, พาหุพลนฺติ ปน อิมินา หตฺเถหิ กาตพฺพกิจฺจสมตฺถตํ, ชวคฺคหเณน เวคสฺส ปวตฺติสมตฺถตํ. อนฺตรหิตา นฏฺฐา. เสสํ ปฐมเทวทูเต วุตฺตนยเมว.
วิวิธํ ทุกฺขํ อาทหตีติ พฺยาธิ, วิเสเสน วา อาธียติ เอเตนาติ พฺยาธิ, เตน พฺยาธินา. อภิหโตติ พาธิโต, อุปทฺทุโตติ อตฺโถ.
๒๖๕. การณา นาม ‘‘หตฺถจฺเฉทาทิเภทา อธิกปีฬา กรียติ เอตายา’’ติ กตฺวา ยาตนา, สา เอว การณิเกหิ กาตพฺพฏฺเฐน กมฺมนฺติ กมฺมการณา ยาตนากมฺมนฺติ อตฺโถ.
๒๖๖. พหุํ ปาปํ กตนฺติ พหุโส ปาปํ กตํ. เตน ปาปสฺส พหุลีกรณมาห. พหูติ วา มหนฺตํ. มหตฺโถปิ หิ พหุสทฺโท ทิสฺสติ, ‘‘พหุ วต กตํ อสฺสา’’ติอาทีสุ, ครุกนฺติ วุตฺตํ โหติ. โสติ ครุกํ พหุลํ วา ปาปํ กตฺวา ฐิโต นิรเย นิพฺพตฺตติเยว, น ยมปุริเสหิ ยมสฺส สนฺติกํ นียติ. ปริตฺตนฺติ ปมาณปริตฺตตาย กาลปริตฺตตาย จ ปริตฺตํ, ปุริมสฺมึ ปกฺเข อครุนฺติ อตฺโถ, ทุติยสฺมึ อพหุลนฺติ. ยถาวุตฺตมตฺถํ อุปมาย วิภาเวตุํ, ‘‘ยถา หี’’ติอาทิ วุตฺตํ. กตฺตพฺพเมวาติ ทณฺฑเมว. อนุวิชฺชิตฺวา วีมํสิตฺวา. วินิจฺฉยฏฺฐานนฺติ อฏฺฏกรณฏฺฐานํ. ปริตฺตปาปกมฺมาติ ทุพฺพลปาปกมฺมา. เต หิ ปาปกมฺมสฺส ทุพฺพลภาวโต กตูปจิตสฺส จ โอกาสารหกุสลกมฺมสฺส พลวภาวโต อตฺตโน ธมฺมตายปิ สรนฺติ.
อากาสเจติยนฺติ คิริสิขเร วิวฏงฺคเณ กตเจติยํ. อคฺคิชาลสทฺทนฺติ ‘‘ปฏปฏา’’ติ ปวตฺตมานํ อคฺคิชาลาย สทฺทํ สุตฺวา, ‘‘มยา ตทา อากาสเจติเย ปูชิตรตฺตปฏา วิยา’’ติ อตฺตโน ปูชิตปฏํ อนุสฺสริ. ปญฺจหิปิ น สรตีติ พลวตา ปาปกมฺเมน พฺยาโมหิโต ปญฺจ สญฺญาณานิ น คณฺหาติ. ตุณฺหี โหติ กมฺมารโห อยนฺติ ตตฺถ ปตีการํ อปสฺสนฺโต.
๒๖๗. อวีจิมหานิรโย อุพฺเพเธนปิ โยชนสตเมวาติ วทนฺติ. นวนวโยชนิกา โหติ ปุถุลโต. มหานิรยสฺส มหนฺตตฺตา ตถาปิ ภิตฺติสตํ โยชนสหสฺสํ โหตีติ อุสฺสทสฺส สพฺพสฺส ปริกฺเขปโต ‘‘ทสโยชนสหสฺสํ โหตี’’ติ วุตฺตํ.
๒๖๘. ฌายตีติ ปฏิปากติกํ โหติ. ตาทิสเมวาติ ปุริมสทิสตฺตา ‘‘อุพฺภตํ สทิสเมว โหตี’’ติ เอวํ วุตฺตํ. พหุสมฺปตฺโตติ วา พหุฏฺฐานํ อติกฺกมิตฺวา ปุรตฺถิมทฺวารํ สมฺปตฺโต โหติ.
ฉนฺนํ ชาลานนฺติ จตูหิ ทิสาหิ เหฏฺฐา อุปริ จ อุพฺภตานํ ฉนฺนํ ชาลานํ. สตฺตานํ นิรนฺตรตา นิรยสํวตฺตนิยกมฺมกตานญฺจ พหุภาวโต ชาลานํ ตาว สตฺตานญฺจ นิรนฺตรตฺตา อวีจิ โหตุ; ทุกฺขสฺส ปน กถํ นิรนฺตรตาติ ตํ ทสฺเสนฺโต, ‘‘กายทฺวาเร…เป… เอกํ ทุกฺขสหคต’’นฺติอาทิมาห. ตตฺถ อาวชฺชนํ สมฺปฏิจฺฉนํ สนฺตีรณํ โวฏฺฐพฺพนํ เทฺว ตทารมฺมณจิตฺตานีติ ฉ อุเปกฺขาสหคตานิ. เอวํ สนฺเตปีติ ยทิปิ ตตฺถ อุเปกฺขาสหคตจิตฺตานิปิ ปวตฺตนฺติ อุเปกฺขาเวทนาปิ ลทฺธาวสรา; ทุกฺขเวทนา ปน พลวตรา นิสิตนิสิเตน ติขิเณน สตฺเถน นิรนฺตรํ สรีรํ ฉินฺทนฺตี วิย ทุกฺขํ อุปเนนฺตี วิย ตา เวทนา อภิภวนฺตี อชฺโฌตฺถรนฺตี อุปฺปชฺชนฺตี นิรนฺตรา วิย โหติ. เตนาห ‘‘อนุทหนพลวตายา’’ติอาทิ. อุเปกฺขาเวทนาติ วา ตตฺถ อติวิย อนิฏฺฐผลตาย อนิฏฺฐารมฺมณา อุเปกฺขาเวทนา ทุกฺขาติ วุจฺจติ, ยถา อิฏฺฐผลพหุตาย อิฏฺฐารมฺมณา ฌานาทิปริยาปนฺเน จ สุคติภเว จ อุเปกฺขาเวทนา สุขาติ วุจฺจติ, เอวํ ทุกฺขสฺส นิรนฺตรตาย อวีจีติ เวทิตพฺพํ.
๒๖๙. เอโก ปาโท มหานิรเย โหติ, เอโก คูถนิรเย นิปตติ, กมฺมเวคุกฺขิตฺโต อนฺตรา ปทมาวหติ เสสารมฺภตาย. หตฺถิคีวปฺปมาณา ปริณาเหน. เอกโทณิกนาวาปฺปมาณา อายาเมน.
โปกฺขรปตฺตานีติ ขุรธาราสทิสานิ ติขิณคฺคานิ อโยสูลมยาเนว ปทุมปตฺตานิ. เหฏฺฐา ขุรธาราติ เหฏฺฐาภูมิยํ นิกฺขิตฺตา, เวตฺตลตาโย จ ติขิณธารกณฺฏกา อโยมยา เอว. เตนาห – ‘‘โส ตตฺถ ทุกฺขา’’ติอาทิ. กุสติณานีติ กุสติณชาติตาย ตถา วุตฺตานิ. ขรวาลิกาติ ขรา ติขิณโกฏิกา สิงฺฆาฏกสณฺฐานา วาลิกา.
๒๗๐. ทนฺเต สมฺผุเสตีติ เหฏฺฐิมทนฺเต ยถา กิญฺจิ มุเข ปกฺขิปิตุํ น สกฺกา, เอวํ สุผุสิเต กโรติ. ตมฺพโลหปานโต ปฏฺฐายาติ วุตฺตการณโต ปฏิโลมโตปิ เอวํ กมฺมการณานํ การณมาห. ทุติเยนาติ กุฐารีหิ ตจฺฉเนน. ตติเยนาติ วาสีหิ ตจฺฉเนน. อวิชหิตเมว สํเวคเหตุตาย โลกสฺส มหโต อตฺถสฺส สํวตฺตนโต.
๒๗๑. หีนกายํ หีนํ วา อตฺตภาวํ อุปคตา. อุปาทาเนติ จตุพฺพิเธปิ อุปาทาเน. ตํ อตฺถโต ตณฺหาทิฏฺฐิคฺคาโหติ อาห ‘‘ตณฺหาทิฏฺฐิคหเณ’’ติ. สมฺภวติ ชรามรณํ เอเตนาติ สมฺภโว, อุปาทานนฺติ อาห – ‘‘ชาติยา มรณสฺส จ การณภูเต’’ติ. อนุปาทาติ อนุปาทาย. เตนาห ‘‘อนุปาทิยิตฺวา’’ติ.
สพฺพทุกฺขาติกฺกนฺตา นามาติ สกลมฺปิ วฏฺฏทุกฺขํ อติกฺกนฺตา เอว โหนฺติ จริมจิตฺตนิโรเธน วฏฺฏทุกฺขเลสสฺสปิ อสมฺภวโต.
เทวทูตสุตฺตวณฺณนาย ลีนตฺถปฺปกาสนา สมตฺตา.
นิฏฺฐิตา จ สุญฺญตวคฺควณฺณนา.