๘. อุปกฺกิเลสสุตฺตวณฺณนา

๒๓๖. ตสฺมาติ อตฺถกามตฺตา เอวมาห, น ภควโต วจนํ อนาทิยนฺโต. เย ปน ตทา สตฺถุวจนํ น คณฺหึสุ, เต กิญฺจิ อวตฺวา ตุณฺหีภูตา มงฺกุภูตา อฏฺฐํสุ, ตสฺมา อุภเยสมฺปิ สตฺถริ อคารวปฏิปตฺติ นาโหสิ.

เยนปิ ชเนน น ทิฏฺโฐติ เยน อุภยชเนน อญฺญวิหิตตาย กุฑฺฑกวาฏาทิอนฺตริกตาย วา น ทิฏฺโฐ. ทมนตฺถนฺติ เตหิ อุปาสเกหิ นิมฺมทภาวํ อาปาทิตานํ เตสํ ภิกฺขูนํ ทมนตฺถํ. ฐปยึสูติ โย อิเมสํ ภิกฺขูนํ เทติ, ตสฺส สตํ ทณฺโฑติ, สหสฺสนฺติ จ วทนฺติ.

๒๓๗. วคฺคภาเวเนว (สารตฺถ. ฏี. มหาวคฺโค ๓.๔๖๔) นานาสทฺโท อสฺสาติ ปุถุสทฺโท. สมชโนติ ภณฺฑเน สมชฺฌาสโย ชโน. พาลลกฺขเณ ฐิโตปิ ‘‘อหํ พาโล’’ติ น มญฺญติ. ภิยฺโย จาติ อตฺตโน พาลภาวสฺส อชานนโตปิ ภิยฺโย จ ภณฺฑนสฺส อุปริ โผโฏ วิย สงฺฆเภทสฺส อตฺตโน การณภาวมฺปิ อุปฺปชฺชมานํ น มญฺญิ นญฺญาสิ.

กลหวเสน ปวตฺตวาจาเยว โคจโร เอเตสนฺติ วาจาโคจรา หุตฺวา. มุขายามนฺติ วิวาทวเสน มุขํ อายเมตฺวา ภาณิโน. น ตํ ชานนฺตีติ ตํ กลหํ น ชานนฺติ. กลหํ กโรนฺโต จ ตํ น ชานนฺโต นาม นตฺถิ. ยถา ปน น ชานนฺติ, ตํ ทสฺเสตุํ อาห – ‘‘เอวํ สาทีนโว อย’’นฺติ. อยํ กลโห นาม อตฺตโน ปเรสญฺจ อตฺถชาปนโต อนตฺถุปฺปาทนโต ทิฏฺเฐว ธมฺเม สมฺปราเย จ สาทีนโว, สโทโสติ อตฺโถ.

อุปนยฺหนฺตีติ อุปนาหวเสน อนุพนฺธนฺติ. โปราโณติ ปุริเมหิ พุทฺธาทีหิ อาจิณฺณสมาจิณฺณตาย ปุราตโน.

น ชานนฺตีติ อนิจฺจสญฺญํ น ปจฺจุปฏฺฐาเปนฺติ.

ตถา ปวตฺตเวรานนฺติ อฏฺฐิฉินฺนาทิภาวํ นิสฺสาย อุปนยวเสน จิรกาลํ ปวตฺตเวรานํ.

พาลสหายตาย อิเม ภิกฺขู กลหปสุตา, ปณฺฑิตสหายานํ ปน อิทํ น สิยาติ ปณฺฑิตสหายสฺส พาลสหายสฺส จ วณฺณาวณฺณทีปนตฺถํ วุตฺตา. สีหพฺยคฺฆาทิเก ปากฏปริสฺสเย ราคโทสาทิเก ปฏิจฺฉนฺนปริสฺสเย จ อภิภวิตฺวา.

มาตงฺโค อรญฺเญ มาตงฺครญฺเญติ สรโลเปน สนฺธิ. มาตงฺคสทฺเทเนว หตฺถิภาวสฺส วุตฺตตฺตา นาควจนํ ตสฺส มหตฺตวิภาวนตฺถนฺติ อาห – ‘‘นาโคติ มหนฺตาธิวจนเมต’’นฺติ. มหนฺตปริยาโยปิ หิ นาค-สทฺโท โหติ ‘‘เอวํ นาคสฺส นาเคน, อีสาทนฺตสฺส หตฺถิโน’’ติอาทีสุ (อุทา. ๒๕; มหาว. ๔๖๗).

๒๓๘. กิรสทฺโท อนุสฺสวสูจนตฺโถ นิปาโต. เตน อยเมตฺถ สุติปรมฺปราติ ทสฺเสติ. ภควตา หิ โส อาทีนโว ปเคว ปริญฺญาโต, น เตน สตฺถา นิพฺพิณฺโณ โหติ; ตสฺมึ ปน อนฺโตวสฺเส เกจิ พุทฺธเวเนยฺยา นาเหสุํ; เตน อญฺญตฺถ คมนํ เตสํ ภิกฺขูนํ ทมนุปาโยติ ปาลิเลยฺยกํ อุทฺทิสฺส คจฺฉนฺโต เอกวิหารึ อายสฺมนฺตํ ภคุํ, สมคฺควาสํ วสนฺเต จ อนุรุทฺธตฺเถราทิเก สมฺปหํเสตุํ อนุรุทฺธตฺเถรสฺส จ. อิมํ อุปกฺกิเลโสวาทํ ทาตุํ ตตฺถ คโต, ตสฺมา กลหการเก กิรสฺสาติ เอตฺถาปิ กิรสทฺทคฺคหเณ เอเสว นโย. วุตฺตนยเมว โคสิงฺคสาลสุตฺเต (ม. นิ. ๑.๓๒๕ อาทโย).

๒๔๑. ‘‘ยถา กถํ ปนา’’ติ วุตฺตปุจฺฉานํ ปจฺฉิมภาวโต ‘‘อตฺถิ ปน โวติ ปจฺฉิมปุจฺฉายา’’ติ วุตฺตํ, น ปุน ‘‘อตฺถิ ปน โว’’ติ ปวตฺตนสฺส ปุจฺฉนสฺส อตฺถิภาวโต. โส ปน โลกุตฺตรธมฺโม. เถรานนฺติ อนุรุทฺธตฺเถราทีนํ นตฺถิ. ปริกมฺโมภาสํ ปุจฺฉตีติ ทิพฺพจกฺขุญาเณ กตาธิการตฺตา ตสฺส อุปฺปาทนตฺถํ ปริกมฺโมภาสํ ปุจฺฉติ. ปริกมฺโมภาสนฺติ ปริกมฺมสมาธินิพฺพตฺตํ โอภาสํ, อุปจารชฺฌานสญฺชนิตํ โอภาสนฺติ อตฺโถ. จตุตฺถชฺฌานลาภี หิ ทิพฺพจกฺขุปริกมฺมตฺถํ โอภาสกสิณํ ภาเวตฺวา อุปจาเร ฐปิโต สมาธิ ปริกมฺมสมาธิ, ตตฺถ โอภาโส ปริกมฺโมภาโสติ วุตฺโต. ตํ สนฺธายาห – ‘‘โอภาสญฺเจว สญฺชานามาติ ปริกมฺโมภาสํ สญฺชานามา’’ติ. ยตฺตเก หิ ฐาเน ทิพฺพจกฺขุนา รูปคตํ ทฏฺฐุกาโม, ตตฺตกํ ฐานํ โอภาสกสิณํ ผริตฺวา ฐิโต. ตํ โอภาสํ ตตฺถ จ รูปคตํ ทิพฺพจกฺขุญาเณน ปสฺสติ, เถรา จ ตถา ปฏิปชฺชึสุ. เตน วุตฺตํ – ‘‘โอภาสญฺเจว สญฺชานาม ทสฺสนญฺจ รูปาน’’นฺติ. ยสฺมา ปน เตสํ รูปคตํ ปสฺสนฺตานํ ปริกมฺมวาโร อติกฺกมิ, ตโต โอภาโส อนฺตรธายิ, ตสฺมึ อนฺตรหิเต รูปคตมฺปิ น ปญฺญายติ. ปริกมฺมนฺติ หิ ยถาวุตฺตกสิณารมฺมณํ อุปจารชฺฌานํ, รูปคตํ ปสฺสนฺตานํ กสิโณภาสวเสน รูปคตทสฺสนํ, กสิโณภาโส จ ปริกมฺมวเสนาติ ตทุภยมฺปิ ปริกมฺมสฺส อปฺปวตฺติยา นาโหสิ, ตยิทํ การณํ อาทิกมฺมิกภาวโต เถรา น มญฺญึสุ, ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘นปฺปฏิวิชฺฌามา’’ติ.

นิมิตฺตํ ปฏิวิชฺฌิตพฺพนฺติ การณํ ปจฺจกฺขโต ทสฺเสตฺวา สุวิสุทฺธทิพฺพจกฺขุญาเณ เถรํ ปติฏฺฐาเปตุกาโม สตฺถา วทติ. กึ น อาฬุเลสฺสนฺตีติ กึ น พฺยาโมเหสฺสนฺติ, พฺยาโมเหสฺสนฺติ เอวาติ อตฺโถ. วิจิกิจฺฉา อุทปาทีติ ทิพฺพจกฺขุโน ยถาอุปฏฺฐิเตสุ รูปคเตสุ อปุพฺพตาย, ‘‘อิทํ นุ โข รูปคตํ กึ, อิทํ นุ โข กิ’’นฺติ มคฺเคน อสมุจฺฉินฺนตฺตา วิจิกิจฺฉา สํสโย อุปฺปชฺชิ. สมาธิ จวีติ วิจิกิจฺฉาย อุปฺปนฺนตฺตา ปริกมฺมสมาธิ วิคจฺฉิ. ตโต เอว หิ ปริกมฺโมภาโสปิ อนฺตรธายิ, ทิพฺพจกฺขุนาปิ รูปํ น ปสฺสิ. น มนสิ กริสฺสามีติ มนสิการวเสน เม รูปานิ อุปฏฺฐหึสุ, รูปานิ ปสฺสโต วิจิกิจฺฉา อุปฺปชฺชติ, ตสฺมา อิทานิ กิญฺจิ น มนสิ กริสฺสามีติ ตุณฺหี อโหสิ ตํ ปน ตุณฺหีภาวปฺปตฺตึ สนฺธายาห ‘‘อมนสิกาโร อุทปาที’’ติ.

ตถาภูตสฺส อมนสิการสฺส อภาวํ อาคมฺม อุปฺปิลํ อุทปาทิ. วีริยํ คาฬฺหํ ปคฺคหิตนฺติ ถินมิทฺธฉมฺภิตตฺตานํ วูปสมนตฺถํ อจฺจารทฺธวีริยํ อโหสิ, เตน จิตฺเต สมาธิทูสิกา เคหสฺสิตา พลวปีติ อุปฺปนฺนา. เตนาห ‘‘อุปฺปิลํ อุปฺปนฺน’’นฺติ. ตโตติ สิถิลวีริยตฺตา. ปตเมยฺยาติ อติวิย ขินฺนํ ภเวยฺย. ตํ มมาติ ปตฺถนาอภิภวนียมนสีเสน ชปฺเปตีติ อภิชปฺปา, ตณฺหา. นานตฺตา นานาสภาวา สญฺญา นานตฺตสญฺญา. อติวิย อุปริ กตฺวา นิชฺฌานํ เปกฺขนํ อตินิชฺฌายิตตฺตํ.

๒๔๓. ปริกมฺโมภาสเมวาติ ปริกมฺมสมุฏฺฐิตํ โอภาสเมว. น จ รูปานิ ปสฺสามีติ โอภาสมนสิการปสุตตาย ทิพฺพจกฺขุนา รูปานิ น ปสฺสามิ. วิสยรูปเมวาติ เตน ผริตฺวา ฐิตฏฺฐาเนว ทิพฺพจกฺขุโน วิสยภูตํ รูปคตเมว มนสิ กโรมิ.

กสิณรูปานํ วเสเนตฺถ โอภาสสฺส ปริตฺตตาติ อาห ‘‘ปริตฺตฏฺฐาเน โอภาส’’นฺติ. ปริตฺตานิ รูปานีติ กติปยานิ, สา จ เนสํ ปริตฺตตา ฐานวเสเนวาติ อาห ‘‘ปริตฺตกฏฺฐาเน รูปานี’’ติ. ‘‘อปฺปมาณญฺเจวา’’ติอาทินา วุตฺโต ทุติยวาโร. โอภาสปริตฺตตํ สนฺธาย ปริกมฺมสมาธิ ‘‘ปริตฺโต’’ติ วุตฺโต ตสฺเสว โอภาสสฺส อปฺปมาณตาย อปฺปมาณสมาธีติ วจนโต. ตสฺมึ สมเยติ ตสฺมึ ปริตฺตสมาธิโน อุปฺปนฺนสมเย. ทิพฺพจกฺขุปิ ปริตฺตกํ โหติ ปริตฺตรูปคตทสฺสนโต.

๒๔๕. ทุกติกชฺฌานสมาธินฺติ จตุกฺกนเย ทุกชฺฌานสมาธึ, ปญฺจกนเย ติกชฺฌานสมาธินฺติ โยชนา. ทุกชฺฌานสมาธินฺติ จตุกฺกนเย ตติยจตุตฺถวเสน ทุกชฺฌานสมาธึ, ปญฺจกนเย จตุตฺถปญฺจมวเสน ทุกชฺฌานสมาธึ. ติกจตุกฺกชฺฌานสมาธินฺติ จตุกฺกนเย ติกชฺฌานสมาธึ, ปญฺจกนเย จตุกฺกชฺฌานสมาธินฺติ โยชนา.

ติวิธนฺติ สปฺปีติกวเสน ติปฺปการํ สมาธึ. ตทนฺโตคธาติ สปฺปีติกาทิสภาวา. กามํ ภควา ปุริมยาเม ปุพฺเพนิวาสานุสฺสติญาณํ, ปจฺฉิมยาเม ทิพฺพจกฺขุญาณํ นิพฺพตฺเตนฺโตปิ อิมานิ ญาณานิ ภาเวสิเยว. วิปสฺสนาปาทกานิ ปน ญาณานิ สนฺธาย, ‘‘ปจฺฉิมยาเม’’ติ วุตฺตํ, เตนาห ‘‘ภควโต หี’’ติอาทิ. ปญฺจมชฺฌานสฺสาติ ปญฺจมชฺฌานิกสฺส วเสน ปฐมชฺฌานิโก มคฺโค นตฺถิ. โสติ ปญฺจกนโย ภควโต โลกิโย อโหสิ. เอตนฺติ เอตํ, ‘‘สวิตกฺกมฺปิ สวิจารํ สมาธึ ภาเวมี’’ติอาทิวจนํ. โลกิยโลกุตฺตรมิสฺสกํ สนฺธาย วุตฺตํ, น ‘‘โลกิยํ วา โลกุตฺตรเมว วา’’ติ. เสสํ สุวิญฺเญยฺยเมวาติ.

อุปกฺกิเลสสุตฺตวณฺณนาย ลีนตฺถปฺปกาสนา สมตฺตา.