๒. มหาสุญฺญตสุตฺตวณฺณนา

๑๘๕. ฉวิวณฺเณน โส กาโฬ, น นาเมน. ปลาลสนฺถาโรติ อาทีนีติ อาทิ-สทฺเทน โกจฺฉจิมิลิกากฏสาราทีนํ คหณํ. คณภิกฺขูนนฺติ คณพนฺธนวเสน ภิกฺขูนํ.

ยทิ สํสโย นาม นตฺถิ, ‘‘สมฺพหุลา นุ โข’’ติ อิทํ กถนฺติ อาห ‘‘วิตกฺกปุพฺพภาคา’’ติอาทิ. ตตฺถ วิตกฺโก ปุพฺพภาโค เอติสฺสาติ วิตกฺกปุพฺพภาคา, ปุจฺฉา. สา ‘‘สมฺพหุลา โน เอตฺถ ภิกฺขูวิหรนฺตี’’ติ วจนํ, วิตกฺโก ปน ‘‘สมฺพหุลา นุ โข อิธ ภิกฺขู วิหรนฺตี’’ติ อิมินา อากาเรน ตทา ภควโต อุปฺปนฺโน จิตฺตสงฺกปฺโป, ตสฺส ปริวิตกฺกสฺส ตพฺภาวโชตโนยํ นุ-กาโร วุตฺโตติ ทสฺเสนฺโต อาห – ‘‘วิตกฺกปุพฺพภาเค จายํ นุ-กาโร นิปาตมตฺโต’’ติ. กิญฺจาปิ คจฺฉนฺโต ทิสฺวา, ‘‘สมฺพหุลา โน เอตฺถ ภิกฺขู วิหรนฺตี’’ติ ปุจฺฉาวเสน ภควตา วุตฺโต, อถ โข ‘‘น โข, อานนฺท, ภิกฺขุ โสภติ สงฺคณิการาโม’’ติอาทิ (ม. นิ. ๓.๑๘๕) อุปริเทสนาวเสน มตฺถกํ คจฺฉนฺเต อวินิจฺฉิโต นาม น โหติ, อถ โข วิสุํ วินิจฺฉิโต เอว โหติ, ทิสฺวา นิจฺฉินิตฺวาว กถาสมุฏฺฐาปนตฺถํ ตถา ปุจฺฉติ. ตถา หิ วุตฺตํ – ‘‘ชานนฺตาปิ ตถาคตา ปุจฺฉนฺตี’’ติ (ปารา. ๑๖). เตนาห ‘‘อิโต กิรา’’ติอาทิ.

ยถา นทีโอติณฺณํ อุทกํ ยถานินฺนํ ปกฺขนฺทติ, เอวํ สตฺตา ธาตุโส สํสนฺทนฺติ, ตสฺมา ‘‘คณวาโส นทีโอติณฺณอุทกสทิโส’’ติ วุตฺตํ. อิทานิ ตมตฺถํ วิตฺถารโต ทสฺเสตุํ – ‘‘นิรยติรจฺฉานโยนี’’ติอาทิ วุตฺตํ. กุรุวินฺทาทินฺหานียจุณฺณานิ สณฺหสุขุมภาวโต นาฬิยํ ปกฺขิตฺตานิ นิรนฺตราเนว ติฏฺฐนฺตีติ อาห – ‘‘จุณฺณภริตา นาฬิ วิยา’’ติ. สตฺตปณฺณาส กุลสตสหสฺสานีติ สตฺตสตสหสฺสาธิกานิ ปญฺญาส กุลานํเยว สตสหสฺสานิ, มนุสฺสานํ ปน วเสน สตฺต โกฏิโย ตทา ตตฺถ วสึสุ.

ตโต จินฺเตสิ, กถํ? กามญฺจายํ โลกปกติ, มยฺหํ ปน สาสเน อยุตฺโตว โสติ อาห – ‘‘มยา’’ติอาทิ. ธมฺมนฺติ สภาวสิทฺธํ. สํเวโคติ สโหตฺตปฺปญาณํ วุจฺจติ. น โข ปเนตํ สกฺกา คิลานุปฏฺฐานโอวาทานุสาสนิอาทิวเสน สมาคมสฺส อิจฺฉิตพฺพตฺตา. คณเภทนนฺติ คณสงฺคณิกาย วิเวจนํ.

๑๘๖. กตปริภณฺฑนฺติ ปุพฺเพ กตสํวิธานสฺส จีวรสฺส วุตฺตากาเรน ปฏิสงฺขรณํ. โนติ อมฺหากํ. อนตฺตมโนติ อนาราธิตจิตฺโต.

สกคเณน สหภาวโต สงฺคณิกาติ อาห ‘‘สกปริสสโมธาน’’นฺติ. คโณติ ปน อิธ ชนสมูโหติ วุตฺตํ ‘‘นานาชนสโมธาน’’นฺติ. โสภติ ยถานุสิฏฺฐํ ปฏิปชฺชมานโต. กามโต นิกฺขมตีติ นิกฺขโม, เอวํ นิกฺขมวเสน อุปฺปนฺนํ สุขํ. คณสงฺคณิกากิเลสสงฺคณิกาหิ ปวิวิตฺติ ปวิเวโก. ปวิเวกวเสน อุปฺปนฺนํ สุขํ. ราคาทีนํ อุปสมาวหํ สุขํ อุปสมสุขํ. มคฺคสมฺโพธาวหํ สุขํ สมฺโพธิสุขํ. นิกาเมตพฺพสฺส, นิกามํ วา ลาภี นิกามลาภี. นิทุกฺขํ สุเขเนว ลภตีติ อทุกฺขลาภี. กสิรํ วุจฺจติ อปฺปกนฺติ อาห – ‘‘อกสิรลาภีติ วิปุลลาภี’’ติ.

สามายิกนฺติ สมเย กิเลสวิมุจฺจนํ อจฺจนฺตเมวาติ สามายิกํ ม-กาเร อ-การสฺส ทีฆํ กตฺวา. เตนาห – ‘‘อปฺปิตปฺปิตสมเย กิเลเสหิ วิมุตฺต’’นฺติ. กนฺตนฺติ องฺคสนฺตตาย อารมฺมณสนฺตตาย จ กมนียํ มโนรมฺมํ. อสามายิกํ อจฺจนฺตวิมุตฺตํ.

เอตฺตาวตาติอาทินา สงฺคณิการามสฺส วิเสสาธิคมสฺส อนฺตรายิกภาวํ อนฺวยโต พฺยติเรกโต จ สห นิทสฺสเนน ทสฺเสติ. ตตฺถ สา ทุวิธา อนฺตรายิกตา โวทานธมฺมานํ อนุปฺปตฺติเหตุกา, สํกิเลสธมฺมานํ อุปฺปตฺติเหตุกา จ.

เต ปฐมํ ‘‘สงฺคณิการาโม’’ติอาทินา วิภาเวตฺวา อิตรํ วิภาเวตุํ, ‘‘อิทานิ โทสุปฺปตฺตึ ทสฺเสนฺโต’’ติอาทิ วุตฺตํ. ‘‘อฏฺฐิญฺจ ปฏิจฺจ นฺหารุญฺจ ปฏิจฺจ จมฺมญฺจ ปฏิจฺจ มํสญฺจ ปฏิจฺจ อากาโส ปริวาริโต รูปนฺเตฺวว สงฺขํ คจฺฉตี’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๑.๓๐๖) วิย อิธ รูปสทฺโท กรชกายปริยาโยติ ‘‘รูปนฺติ สรีร’’นฺติ อาห. ‘‘นาหํ, อานนฺท…เป… โทมนสฺสุปายาสา’’ติ กสฺมา วุตฺตํ? นนุ กาเย จ ชีวิเต จ อนเปกฺขจิตฺตานํ อารทฺธวิปสฺสกานมฺปิ อสปฺปายวชฺชนสปฺปายเสวนวเสน กายสฺส ปริหรณํ โหตีติ? สจฺจํ, ตํ ปน โย กลฺลสรีรํ นิสฺสาย ธมฺมสาธนาย อนุยุญฺชิตุกาโม โหติ, ตสฺเสว ธมฺมสาธนตาวเสน. ธมฺมสาธนภาวญฺหิ อเปกฺขิตฺวา อสปฺปายํ วชฺเชตฺวา สปฺปายวเสน โปเสตฺวา สุฏฺฐุตรํ หุตฺวา อนุยุญฺชนโต กายสฺส ปริหรณํ, น โส กาเย อภิรโต นาม โหติ ปจฺจเวกฺขณายตฺตตฺตา อเปกฺขาย วิโนทิตพฺโพ ตาทิโสติ. อุปาลิคหปติโนติ เอตฺถาปิ ‘‘ทสพลสาวกตฺตุปคมนสงฺขาเตนา’’ติ อาเนตฺวา โยเชตพฺพํ.

๑๘๗. มหากรุณาวเสน ปริวุตาย ปริสาย มชฺเฌ นิสินฺโนปิ เอกนฺตวิเวกชฺฌาสยตฺตา เอกโกว. เอเตน สตฺถุโน ปวิวิตฺตสฺส ปวิเวกตฺเตน วิวิตฺตตํ ทสฺเสติ. รูปารูปปฏิภาคนิมิตฺเตหิ นิวตฺตนตฺถํ ‘‘รูปาทีนํ สงฺขตนิมิตฺตาน’’นฺติ วุตฺตํ. อติวิย สนฺตตรปณีตตมภาเวน วิเสสโต สิโนติ พนฺธตีติ วิสโย, โส เอว สสนฺตติปริยาปนฺนตาย อชฺฌตฺตํ. กึ ปน ตนฺติ อาห – ‘‘สุญฺญตนฺติ สุญฺญตผลสมาปตฺติ’’นฺติ. อุปธิวิเวกตาย อสงฺขตา ธาตุ อิธ วิเวโกติ อธิปฺเปโตติ อาห – ‘‘วิเวกนินฺเนนา’’ติอาทิ. ภงฺคมตฺตมฺปิ อเสเสตฺวา อาสวฏฺฐานิยานญฺจ ธมฺมานํ ตตฺถ วิคตตฺตา เตสํ วเสน วิคตนฺเตน, เอวํภูตํ เตสํ พฺยนฺติภาวํ ปตฺตนฺติ ปาฬิยํ ‘‘พฺยนฺติภูเตนา’’ติ วุตฺตํ. อุยฺโยชนํ วิสฺสชฺชนํ, ตํ เอตสฺส อตฺถิ, อุยฺโยเชติ วิสฺสชฺเชตีติ วา อุยฺโยชนิกํ. ยสฺมา น สพฺพกถา อุยฺโยชนวเสเนว ปวตฺตติ, ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘อุยฺโยชนิกปฏิสํยุตฺต’’นฺติ.

เตลปากํ คณฺหนฺโต วิยาติ ยถา เตลปาโก นาม ปริจฺฉินฺนกาโล น อติกฺกมิตพฺโพ, เอวํ อตฺตโน สมาปตฺติกาลํ อนติกฺกมิตฺวา. ยถา หิ กุสโล เวชฺโช เตลํ ปจนฺโต ตํ ตํ เตลกิจฺจํ จินฺเตตฺวา ยทิ วา ปตฺถินฺนปาโก, ยทิ วา มชฺฌิมปาโก, ยทิ วา ขรปาโก อิจฺฉิตพฺโพ, ตสฺส กาลํ อุปธาเรตฺวา ปจติ, เอวํ ภควา ธมฺมํ เทเสนฺโต เวเนยฺยานํ ญาณปริปากํ อุปธาเรตฺวา ตํ ตํ กาลํ อนติกฺกมิตฺวา ธมฺมํ เทเสตฺวา ปริสํ อุยฺโยเชนฺโต จ วิเวกนินฺเนเนว จิตฺเตน อุยฺโยเชติ. เทฺว ปญฺจวิญฺญาณานิปิ ตทภินีหตมโนวิญฺญาณวเสน นิพฺพานนินฺนาเนว. พุทฺธานญฺหิ สงฺขารานํ สุฏฺฐุ ปริญฺญาตตาย ปณีตานมฺปิ รูปาทีนํ อาปาถคมเน ปเคว อิตเรสํ ปฏิกูลตาว สุปากฏา หุตฺวา อุปฏฺฐาติ, ตสฺมา ฆมฺมาภิตตฺตสฺส วิย สีตชลฏฺฐานนินฺนตา นิพฺพานนินฺนเมว จิตฺตํ โหติ, ตสฺส อติวิย สนฺตปณีตภาวโต.

๑๘๘. อชฺฌตฺตเมวาติ อิธ ฌานารมฺมณํ อธิปฺเปตนฺติ อาห ‘‘โคจรชฺฌตฺตเมวา’’ติ. อิธ นิยกชฺฌตฺตํ สุญฺญตํ. อปคุณปาทกชฺฌานญฺหิ เอตฺถ ‘‘นิยกชฺฌตฺต’’นฺติ อธิปฺเปตํ วิปสฺสนาวิเสสสฺส อธิปฺเปตตฺตา, นิยกชฺฌตฺตํ นิชฺชีวนิสฺสตฺตตํ, อนตฺตตนฺติ อตฺโถ. อสมฺปชฺชนภาวชานเนนาติ อิทานิ เม กมฺมฏฺฐานํ วีถิปฏิปนฺนํ น โหติ, อุปฺปถเมว ปวตฺตตีติ ชานเนน.

กสฺมา ปเนตฺถ ภควตา วิปสฺสนาย เอว ปาทเก ฌาเน อวตฺวา ปาทกชฺฌานํ คหิตนฺติ อาห – ‘‘อปฺปคุณปาทกชฺฌานโต’’ติอาทิ. น ปกฺขนฺทติ สมฺมา น สมาหิตตฺตา. โส ปน ‘‘อชฺฌตฺตธมฺมา มยฺหํ นิชฺชฏา นิคุมฺพา หุตฺวา น อุปฏฺฐหนฺติ, หนฺทาหํ พหิทฺธาธมฺเม มนสิ กเรยฺยํ เอกจฺเจสุ สงฺขาเรสุ อุปฏฺฐิเตสุ อิตเรปิ อุปฏฺฐเหยฺยุเมวา’’ติ ปรสฺส…เป… มนสิ กโรติ. ปาทกชฺฌานวเสน วิย สมฺมสิตชฺฌานวเสนปิ อุภโตภาควิมุตฺโต โหติเยวาติ อาห – ‘‘อรูปสมาปตฺติยํ นุ โข กถนฺติ อาเนญฺชํ มนสิ กโรตี’’ติ. น เม จิตฺตํ ปกฺขนฺทตีติ มยฺหํ วิปสฺสนาจิตฺตํ วีถิปฏิปนฺนํ หุตฺวา น วหตีติ. ปาทกชฺฌานเมวาติ วิปสฺสนาย ปาทกภูตเมว ฌานํ. ปุนปฺปุนํ มนสิ กาตพฺพนฺติ ปุนปฺปุนํ สมาปชฺชิตพฺพํ วิปสฺสนาย ติกฺขวิสทตาปาทนาย. อวหนฺเต นิปุณาภาเวน เฉทนกิริยาย อปฺปวตฺตนฺเต. สมาปชฺชิตฺวา วิปสฺสนาย ติกฺขกมฺมกรณํ สมถวิปสฺสนาวิหาเรนาติ อาห – ‘‘กมฺมฏฺฐาเน มนสิกาโร วหตี’’ติ.

๑๘๙. สมฺปชฺชติ เมติ วีถิปฏิปตฺติยา ปุพฺเพนาปรํ วิเสสาภาวโต สมฺปชฺชติ เม กมฺมฏฺฐานนฺติ ชานเนน. อิริยาปถํ อหาเปตฺวาติ ยถา ปริสฺสโม นาคจฺฉติ, เอวํ อตฺตโน พลานุรูปํ ตสฺส กาลํ เนตฺวา ปมาณเมว ปวตฺตเนน อิริยาปถํ อโหเปตฺวา. สพฺพวาเรสูติ ฐานนิสชฺชาสยนวาเรสุ. กถาวาเรสุ ปน วิเสสํ ตตฺถ ตตฺถ วทนฺติ. อิทํ วุตฺตนฺติ อิทํ, ‘‘อิมินา วิหาเรนา’’ติอาทิวจนํ วุตฺตํ.

๑๙๐. กามวิตกฺกาทโย โอฬาริกกามราคพฺยาปาทสภาคาติ อาห – ‘‘วิตกฺกปหาเนน เทฺว มคฺเค กเถตฺวา’’ติ. กามคุเณสูติ นิทฺธารเณ ภุมฺมํ. กิสฺมิญฺจิเทว กิเลสุปฺปตฺติการเณติ ตสฺส ปุคฺคลสฺส กิเลสุปฺปตฺติการณํ สนฺธาย วุตฺตํ, อญฺญถา สพฺเพปิ ปญฺจ กามคุณา กิเลสุปฺปตฺติการณเมว. สมุทาจรตีติ สมุทาจาโรติ อาห ‘‘สมุทาจรณโต’’ติ. โส ปน ยสฺมา จิตฺตสฺส, น สตฺตสฺส, ตสฺมา วุตฺตํ ปาฬิยํ ‘‘เจตโส’’ติ. ม-กาโร ปทสนฺธิกโร เอ-การสฺส จ อกาโร กโตติ อาห ‘‘เอวํ สนฺเต เอตนฺติ.

๑๙๑. อนุสโยติ มานานุสโย ภวราคานุสโย อวิชฺชานุสโยติ ติวิโธปิ อนุสโย ปหียติ อรหตฺตมคฺเคน. วุตฺตนเยเนวาติ, ‘‘ตโต มคฺคานนฺตรํ ผลํ, ผลโต วุฏฺฐาย ปจฺจเวกฺขมาโน ปหีนภาวํ ชานาติ, ตสฺส ชานเนน สมฺปชาโน โหตี’’ติ วุตฺตนเยน.

กุสลโต อายาตีติ อายโต, โส เอเตสนฺติ กุสลายติกา. เตนาห ‘‘กุสลโต อาคตา’’ติ. ตํ ปน เนสํ กุสลายติกตฺตํ อุปนิสฺสยวเสน โหติ สหชาตวเสนปีติ ตทุภยํ ทสฺเสตุํ, ‘‘เสยฺยถิท’’นฺติอาทิ วุตฺตํ.

ยสฺมา ปน ยถาวุตฺตธมฺเมสุ เกจิ โลกิยา, เกจิ โลกุตฺตรา; อถ กสฺมา วิเสเสน ‘‘โลกุตฺตรา’’ติ วุตฺตนฺติ อาห – ‘‘โลเก อุตฺตรา วิสิฏฺฐา’’ติ. เตน โลกิยธมฺเมสุ อุตฺตมภาเวน ฌานาทโย โลกุตฺตรา วุตฺตา, น โลกสฺส อุตฺตรณโตติ ทสฺเสติ. ยํ กิญฺจิ มหคฺคตจิตฺตํ มารสฺส อวิสโย อกามาวจรตฺตา, ปเคว ตํ วิปสฺสนาย ปาทกภูตํ สุวิกฺขาลิตมลนฺติ อาห – ‘‘ชานิตุํ น สกฺโกตี’’ติ. เอโก อานิสํโส อตฺถิ ภาวนานุโยคสฺส สปฺปายธมฺมกถาปฏิลาโภ.

๑๙๒. เอตทตฺถนฺติ เกวลสฺส สุตสฺส อตฺถาย. สปฺปายาสปฺปายวเสนาติ กสฺมา วุตฺตํ? นนุ สปฺปายวเสน ทสกถาวตฺถูนิ อาคตานีติ? สจฺจเมตํ, อสปฺปายกถาวชฺชนปุพฺพิกาย สปฺปาย กถาย วเสน อาคตตฺตา ‘‘สปฺปายาสปฺปายวเสน อาคตานี’’ติ วุตฺตํ. สุตปริยตฺติวเสนาติ สรูเปน ตตฺถ อนาคตานิปิ ทสกถาวตฺถูนิ สุตฺตเคยฺยาทิอนฺโตคธตฺตา, ‘‘สุตปริยตฺติวเสน อาคตานี’’ติ วุตฺตํ. ปริปูรณวเสน สรูปโต อาคตตฺตา อิมสฺมึ ฐาเน ฐตฺวา กเถตพฺพานิ. อตฺโถติ สามญฺญตฺโถ.

๑๙๓. อนุอาวตฺตนฺตีติ อนุอนุ อภิมุขา หุตฺวา วตฺตนฺติ, ปยิรุปาสนาทิวเสน อนุกูลยนฺติ. มุจฺฉนตณฺหนฺติ ปจฺจเยสุ มุจฺฉนาการํ. ตณฺหาย ปตฺถนา นาม เตนากาเรน ปวตฺตีติ อาห – ‘‘ปตฺเถติ ปวตฺเตตี’’ติ. กิเลสูปทฺทเวนาติ กิเลสสงฺขาเตน อุปทฺทเวน. กิเลสา หิ สตฺตานํ มหานตฺถกรณโต ‘‘อุปทฺทโว’’ติ วุจฺจนฺติ. อตฺตโน อพฺภนฺตเร อุปฺปนฺเนน กิเลสูปทฺทเวน อนฺเตวาสิโน, อุปทฺทโว อนฺเตวาสูปทฺทโว, พฺรหฺมจริยสฺส อุปทฺทโว พฺรหฺมจารุปทฺทโวติ อิมมตฺถํ ‘‘เสสุปทฺทเวสุปิ เอเสว นโย’’ติ อิมินา อติทิสติ. คุณมรณํ กถิตํ, น ชีวิตมรณํ.

อปฺปลาภาติ อปฺปมตฺตกลาภี วิเสสานํ. เอวํ วุตฺโตติ ยถาวุตฺตพฺรหฺมจารุปทฺทโว ทุกฺขวิปากตโร เจว กฏุกวิปากตโร จาติ เอวํ วุตฺโต. อาจริยนฺเตวาสิกูปทฺทโว หิ พาหิรกสมยวเสน วุตฺโต, พฺรหฺมจารุปทฺทโว ปน สาสนวเสน. ทุรกฺขาเต หิ ธมฺมวินเย ทุปฺปฏิปตฺติ น มหาสาวชฺชา มิจฺฉาภินิเวสสฺส สิถิลวายามภาวโต; สฺวาขฺยาเต ปน ธมฺมวินเย ทุปฺปฏิปตฺติ มหาสาวชฺชา มหโต อตฺถสฺส พาหิรภาวกรณโต. เตนาห ‘‘สาสเน ปนา’’ติอาทิ.

๑๙๖. ตสฺมาติ อิทํ ปุพฺพปราเปกฺขํ ปุริมสฺส จ อตฺถสฺส การณภาเวน ปจฺจามสนนฺติ อาห ‘‘ยสฺมา’’ติอาทิ. มิตฺตํ เอตสฺส อตฺถีติ มิตฺตวา, ตสฺส ภาโว มิตฺตวตา, ตาย. มิตฺตวเสน ปฏิปชฺชนนฺติ อาห ‘‘มิตฺตปฏิปตฺติยา’’ติ. สปตฺตวตายาติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย.

ทุกฺกฏทุพฺภาสิตมตฺตมฺปีติ อิมินา ปเคว อิตรํ วีติกฺกมนฺโตติ ทสฺเสติ. สาวเกสุ หิตปรกฺกมนํ โอวาทานุสาสนีหิ ปฏิปชฺชนนฺติ อาห – ‘‘ตถา น ปฏิปชฺชิสฺสามี’’ติ. อามกมตฺตนฺติ กุลาลภาชนํ วุจฺจติ. นาหํ ตุเมฺหสุ ตถา ปฏิปชฺชิสฺสามีติ กุมฺภกาโร วิย อามกภาชเนสุ อหํ ตุเมฺหสุ เกวลํ ชานาเปนฺโต น ปฏิปชฺชิสฺสามิ. นิคฺคณฺหิตฺวาติ นีหริตฺวา. โลกิยคุณาปิ อิธ สาโรเตฺวว อธิปฺเปตา โลกุตฺตรคุณานํ อธิฏฺฐานภาวโต. เสสํ สุวิญฺเญยฺยเมว.

มหาสุญฺญตสุตฺตวณฺณนาย ลีนตฺถปฺปกาสนา สมตฺตา.