๓. อจฺฉริยพฺภุตสุตฺตวณฺณนา
๑๙๗. วิภตฺติปติรูปกา จ นิปาตา โหนฺตีติ ยถารหํ ตํตํวิภตฺติอตฺถทีปกา, อิธ ปจฺจตฺตวจโน ยตฺรสทฺโท, หิสทฺโท เหตุอตฺโถ, นามสทฺโท อจฺฉริยตฺโถ, ปทตฺตยสฺส ปน อจฺฉริยตฺถนิทฺทิฏฺฐตาย ‘‘อจฺฉริยตฺเถ นิปาโต’’ติ วุตฺตํ. เอกํสโต ปเนตํ ปทตฺตยํ. ตถา หิ วกฺขติ, ‘‘ยตฺราติ นิปาตวเสน อนาคตวจน’’นฺติ. ปปญฺจสทฺโท เหฏฺฐา วุตฺโต. ฉินฺนวฏุเมติ อิมินา สพฺพกิเลสวฏฺฏสฺส อกุสลกมฺมวฏฺฏสฺส จ ฉินฺนตฺตา วิปากวฏฺฏสฺส จ อุปริ วกฺขมานตฺตา อาห – ‘‘วฏุมนฺติ กุสลากุสลกมฺมวฏฺฏํ วุจฺจตี’’ติ. นิปาตวเสน ยตฺรสทฺทโยเคน. อนาคตวจนนฺติ อิทํ อนาคตวจนสทิสตฺตา วุตฺตํ. อนาคตตฺถวาจี หิ อนาคตวจนํ, อตฺโถ เจตฺถ อตีโตติ. อนุสฺสรีติ อิทํ อนุสฺสริตภาวํ สนฺธาย วุตฺตํ – ‘‘น อนุสฺสริสฺสตี’’ติ สทฺทปโยคสฺส อตีตวิสยตฺตา. ยทา ปน เตหิ ภิกฺขูหิ ยา กถา ปวตฺติตา, ตโต ปจฺฉาปิ ภควโต เตสํ พุทฺธานํ อนุสฺสรณํ โหติเยว.
ขตฺติยชจฺจาติอาทิกาลโต ปฏฺฐาย อสมฺภินฺนาย ขตฺติยชาติยา อุทิโตทิตาย. พฺรหฺมชจฺจาติ พฺราหฺมณชจฺจา. เอวํโคตฺเตปิ เอเสว นโย. โลกิยโลกุตฺตรสีเลนาติ ปารมิตาสมฺภูเตน พุทฺธาเวณิกตฺตา อนญฺญสาธารเณน โลกิเยน โลกุตฺตเรน จ สีเลน. เอวํสีลาติ อนวเสสสีลานํ วิสุํ ปจฺจเวกฺขณกรเณน เอวํสีลาติ อนุสฺสริสฺสติ. เอส นโย เสเสสุ. ยถา วิชฺชาภาคิยา วิชฺชาสมฺปยุตฺตธมฺมา, เอวํ สมาธิปกฺขา สมาธิสมฺปยุตฺตธมฺมาปิ สติวีริยาทโยติ อาห – ‘‘เหฏฺฐา สมาธิปกฺขานํ ธมฺมานํ คหิตตฺตา วิหาโร คหิโตวา’’ติ. ตสฺมา สมาธิปกฺขธมฺมวินิมุตฺโต เอว อิธ วิหาโร อธิปฺเปโตติ วุตฺตํ ‘‘อิทํ หี’’ติอาทิ.
ยถา วา อฏฺฐสมาปตฺติวิปสฺสนามคฺคผลสงฺคหิตา โลกิยโลกุตฺตรา สมาธิปญฺญา ‘‘เอวํธมฺมา เอวํปญฺญา’’ติ ปเทหิ เหฏฺฐา คหิตาปิ ยถาสกํ ปฏิปกฺขโต มุจฺจนสฺส ปวตฺติวิเสสํ อุปาทาย ‘‘เอวํวิมุตฺตา’’ติ เอตฺถ ปุน คหิตา, ตถา ‘‘เอวํธมฺมา’’ติ เอตฺถ คหิตาปิ สมาธิปกฺขธมฺมา ทิพฺพพฺรหฺมอาเนญฺชอริยวิหารสงฺขาตํ อตฺตโน ปวตฺติวิเสสํ อุปาทาย, ‘‘เอวํวิหารี’’ติ เอตฺถ ปุน คหิตาติ วุจฺจมาเน น โกจิ วิโรโธ. ผลธมฺมานํ ปวตฺติกาเลปิ กิเลสานํ ปฏิปฺปสฺสทฺธิ น ตํอานุภาวชาตา, อถ โข อริยมคฺเคน กิเลสานํ สมุจฺฉินฺนตฺตาติ อาห – ‘‘มคฺคานุภาเวน กิเลสานํ ปฏิปสฺสทฺธนฺเต อุปฺปนฺนตฺตา’’ติ. โย ยํ ปชหติ, โส ปหายโก ปหาตพฺพโต วิมุตฺโตติ วุจฺจติ วิสํสฏฺฐภาวโตติ ปหานวิภาเคน วุจฺจมาเน อปหายกสฺส นิพฺพานสฺส กถํ วิมุตฺตตา? วิสํสฏฺฐาภาวโต เอว. ตญฺหิ ปกติยาว สพฺพโส กิเลเสหิ วิสํสฏฺฐํ วินิสฺสฏํ สุวิทูรวิทูเร ฐิตํ, ตสฺมาสฺส ตโต นิสฺสฏตฺตา นิสฺสรณวิมุตฺติ นิสฺสรณปหานนฺติ วุจฺจตีติ อาห ‘‘นิพฺพาน’’นฺติอาทิ.
๑๙๙. อิเม ตถาคตสฺส อจฺฉริยอพฺภุตธมฺมา, น สาวกวิสยา, มม ปน เทสนา ตยา สุตา เอวาติ เต เถรสฺเสว ภารํ กโรนฺโต, ‘‘ตํ ภิยฺโยโสมตฺตาย ปฏิภนฺตู’’ติ อาห. สโต สมฺปชาโนติ เอตฺถ กาลเภทวเสน ลพฺภมานมฺปิ สมฺปชานภาวํ อนามสิตฺวา คติวิภาเคน ตํ ทสฺเสตุํ, ‘‘เทฺว สมฺปชญฺญานี’’ติอาทิ วุตฺตํ – อฏฺฐ วเร คณฺหนฺโตติ เอตฺถ กถํ วรํ เทวตา เทติ, ปรสฺส ทียมานญฺจ ตํ กถํ ปรสฺส สมิชฺฌตีติ? กมฺมพเลเนว. ยทิ หิ ตํ กมฺมํ กโตกาสํ ยสฺส ตทปเทเสน ผลํ วิปจฺจติ, เอวํ เทวตาย ตสฺส วรํ ทินฺนํ, อิตเรน จ ลทฺธนฺติ โวหาโร โหตีติ. อปิจ ปรสฺส ปตฺถิตวรานิ นาม วิปจฺจมานสฺส กมฺมสฺส ปจฺจยภูโต ปโยควิเสโสติ ทฏฺฐพฺพํ. ตานิ วิปจฺจเน เอกนฺติกานิปิ อปฺเปสกฺขา เทวตา – ‘‘อยมสฺส ปตฺถนา สมิชฺฌิสฺสติ, โน’’ติ น ชานนฺติ, สกฺโก ปน ปญฺญวา ตานิ เอกจฺจํ ชานาติเยว. เตน วุตฺตํ – ‘‘สกฺเกน ปสีทิตฺวา ทินฺเน อฏฺฐ วเร คณฺหนฺโต’’ติอาทิ.
ปฐมชวนวาเรติ อุปฺปนฺนสฺส สพฺพปฐมชวนวาเร. โส หิ ปฏิสนฺธิยา อาสนฺนภาวโต อวิสโท โหติ, เทวภาเว นิกนฺติวเสน อุปฺปชฺชนโต น ชานาติ. อญฺญาหิ เทวตาหิ อสาธารณชานนํ โหติ ทุติยชวนวารโต ปฏฺฐาย ปวตฺตนโต.
อญฺเญปิ เทวาติอาทินา โพธิสตฺตสฺส ตตฺถ สมฺปชญฺเญเนว ฐิตภาวํ พฺยติเรกมุเขน วิภาเวติ. อาหารูปจฺเฉเทน กาลงฺกโรนฺตีติ อิทํ ขิฑฺฑาปโทสิกวเสน วุตฺตํ. อิตเรสมฺปิ ทิพฺพโภเคหิ มุจฺฉิตตํ อชฺฌาปนฺนานํ ติฏฺฐนฺตานํ สมฺปชญฺญาภาโว โหติเยว. กึ ตถารูปํ อารมฺมณํ นตฺถีติ ยถารูปํ อุฬารํ ปณีตญฺจ อารมฺมณํ ปฏิจฺจ เต เทวา สํมุจฺฉิตา อาหารูปจฺเฉทมฺปิ กโรนฺติ, กึ ตถารูปํ อุฬารํ ปณีตญฺจ อารมฺมณํ โพธิสตฺตสฺส นตฺถีติ โพธิสตฺตสฺส สมฺปชญฺญานุภาวํ วิภาเวตุํ โจทนํ สมุฏฺฐาเปติ? โพธิสตฺโต หิ ยตฺถ ยตฺถ นิพฺพตฺตติ, ตตฺถ ตตฺถ อญฺเญ สตฺเต ทสหิ วิเสเสหิ อธิคฺคณฺหาติ, ปเคว ตตฺถ เทวภูโต, ตถาปิ ‘‘สโต สมฺปชาโน’’ติ อยเมตฺถ อจฺฉริยธมฺโม วุตฺโต.
๒๐๐. สมฺปตฺติภเว ทีฆายุกตา นาม ปญฺญาพเลน โหติ, โพธิสตฺโต จ มหาปญฺโญ, ตสฺมา ตตฺถ ตตฺถ ภเว เตน ทีฆายุเกน ภวิตพฺพนฺติ อธิปฺปาเยน, ‘‘เสสตฺตภาเวสุ กึ ยาวตายุกํ น ติฏฺฐตี’’ติ โจเทติ. อิตโร ‘‘อาม น ติฏฺฐตี’’ติ ปฏิชานิตฺวา, ‘‘อญฺญทา หี’’ติอาทินา ตตฺถ การณมาห. ‘‘อิธ น ภวิสฺสามี’’ติ อธิมุจฺจนวเสน กาลกิริยา อธิมุตฺติกาลกิริยา. ปารมิธมฺมานญฺหิ อุกฺกํสปฺปตฺติยา ตสฺมึ ตสฺมึ อตฺตภาเว อภิญฺญาสมาปตฺตีหิ สนฺตานสฺส วิเสสิตตฺตา อตฺตสิเนหสฺส ตนุภาเวน สตฺเตสุ จ มหากรุณาย อุฬารภาเวน อธิฏฺฐานสฺส ติกฺขวิสทภาวาปตฺติยา โพธิสตฺตานํ อธิปฺปายา สมิชฺฌนฺติ, จิตฺเต วิย กมฺเมสุ จ เตสํ วสิภาโว, ตสฺมา ยตฺถุปปนฺนานํ ปารมิโย สมฺมเทว ปริพฺรูเหนฺติ, วุตฺตนเยน กาลํ กตฺวา ตตฺถ อุปปชฺชนฺติ. ตถา หิ อยํ มหาสตฺโต อิมสฺมึเยว กปฺเป นานาชาตีสุ อปริหีนชฺฌาโน กาลํ กตฺวา พฺรหฺมโลเก นิพฺพตฺโต อปฺปกเมว กาลํ ตตฺถ ฐตฺวา ตโต จวิตฺวา อิธ นิพฺพตฺโต. เตนาห – ‘‘อยํ กาลกิริยา อญฺเญสํ น โหตี’’ติ. สพฺพปารมีนํ ปูริตตฺตาติ อิมินา ปโยชนาภาวโต ตตฺถ ฐตฺวา อธิมุตฺติกาลกิริยา นาม น โหตีติ ทสฺเสติ. อปิจ จริมภเว จตุมหานิธิสมุฏฺฐานปุพฺพิกาย ทิพฺพสมฺปตฺติสทิสาย มหาสมฺปตฺติยา นิพฺพตฺติ วิย พุทฺธภูตสฺส อสทิสทานาทิวเสน อนญฺญสาธารณลาภุปฺปตฺติ วิย จ อิโต ปรํ มหาปุริสสฺส ทิพฺพสมฺปตฺติอนุภวนํ นาม นตฺถีติ ยาวตายุกฏฺฐานํ อุสฺสาหชาตสฺส ปุญฺญสมฺภารสฺส วเสนาติ ทฏฺฐพฺพํ. อยเญฺหตฺถ ธมฺมตา.
มนุสฺสคณนาวเสน, น เทวคณนาวเสน. ปุพฺพนิมิตฺตานีติ จุติยา ปุพฺพนิมิตฺตานิ. อมิลายิตฺวาติ เอตฺถ อมิลาตคฺคหเณเนว ตาสํ มาลานํ วณฺณสมฺปทาปิ คนฺธสมฺปทาปิ โสภาสมฺปทาปิ ทสฺสิตาติ ทฏฺฐพฺพํ. พาหิรพฺภนฺตรานํ รโชชลฺลานํ เลสสฺสปิ อภาวโต เทวานํ สรีรคตานิ วตฺถานิ สพฺพกาลํ ปริสุทฺธปภสฺสราเนว หุตฺวา ติฏฺฐนฺตีติ อาห ‘‘วตฺเถสุปิ เอเสว นโย’’ติ. เนว สีตํ น อุณฺหนฺติ ยสฺส สีตสฺส ปตีการวเสน อธิกํ เสวิยมานํ อุณฺหํ, สยเมว วา ขรตรํ หุตฺวา อธิภวนฺตํ สรีเร เสทํ อุปฺปาเทยฺย, ตาทิสํ เนว สีตํ น อุณฺหํ โหติ. ตสฺมึ กาเลติ ยถาวุตฺเต มรณาสนฺนกาเล. พินฺทุพินฺทุวเสนาติ มุตฺตคุฬิกา วิย พินฺทุ พินฺทุ หุตฺวา เสทา มุจฺจนฺติ. ทนฺตานํ ขณฺฑิตภาโว ขณฺฑิจฺจํ. เกสานํ ปลิตภาโว ปาลิจฺจํ. อาทิ-สทฺเทน วลิตฺตจตํ สงฺคณฺหาติ. กิลนฺตรูโป อตฺตภาโว โหติ, น ปน ขณฺฑิจฺจปาลิจฺจาทีหีติ อธิปฺปาโย. อุกฺกณฺฐิตาติ อนภิรติ, สา นตฺถิ อุปรูปริ อุฬารุฬารานเมว โภคานํ วิเสสโต รุจิชนกานํ อุปติฏฺฐนโต.
ปณฺฑิตา เอวาติ พุทฺธิสมฺปนฺนา เอว เทวตา. ยถา เทวตา ‘‘สมฺปติ ชาตา กีทิเสน ปุญฺญกมฺเมน อิธ นิพฺพตฺตา’’ติ จินฺเตตฺวา, ‘‘อิมินา นาม ปุญฺญกมฺเมน อิธ นิพฺพตฺตา’’ติ ชานนฺติ, เอวํ อตีตภเว อตฺตนา กตํ เอกจฺจํ อญฺญมฺปิ ปุญฺญํ ชานนฺติเยว มหาปุญฺญาติ อาห – ‘‘เย มหาปุญฺญา’’ติอาทิ.
น ปญฺญายนฺติ จิรตรกาลตฺตา ปรมายุโน. อนิยฺยานิกนฺติ น นิยฺยานาวหํ สตฺตานํ อภาชนภาวโต. สตฺตา น ปรมายุโน โหนฺติ นาม ปาปุสฺสนฺนตายาติ อาห – ‘‘ตทา หิ สตฺตา อุสฺสนฺนกิเลสา โหนฺตี’’ติ. เอตฺถาห – ‘‘กสฺมา สมฺพุทฺธา มนุสฺสโลเก เอว อุปฺปชฺชนฺติ, น เทวพฺรหฺมโลเกสู’’ติ. เทวโลเก ตาว นุปฺปชฺชนฺติ พฺรหฺมจริยวาสสฺส อโนกาสภาวโต ตถา อนจฺฉริยภาวโต. อจฺฉริยธมฺมา หิ พุทฺธา ภควนฺโต, เตสํ สา อจฺฉริยธมฺมตา เทวตฺตภาเว ฐิตานํ น ปากฏา โหติ ยถา มนุสฺสภูตานํ. เทวภูเต หิ สมฺมาสมฺพุทฺเธ ทิสฺสมานํ พุทฺธานุภาวํ เทวานุภาวโตว โลโก ทหติ, น พุทฺธานุภาวโต, ตถา สติ สมฺมาสมฺพุทฺเธ นาธิมุจฺจติ น สมฺปสีทติ อิสฺสรกุตฺตคฺคาหํ น วิสฺสชฺเชติ, เทวตฺตภาวสฺส จ จิรกาลปวตฺตนโต เอกจฺจสสฺสตวาทโต น ปริมุจฺจติ. ‘‘พฺรหฺมโลเก นุปฺปชฺชนฺตี’’ติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย. สตฺตานํ ตาทิสคาหวิโมจนตฺถญฺหิ พุทฺธา ภควนฺโต มนุสฺสสุคติยํเยว อุปฺปชฺชนฺติ; น เทวสุคติยํ, มนุสฺสสุคติยํ อุปฺปชฺชนฺตาปิ โอปปาติกา น โหนฺติ, สติ จ โอปปาติกูปปตฺติยํ วุตฺตโทสานติวตฺตนโต. ธมฺมเวเนยฺยานํ อตฺถาย ธมฺมตนฺติยา ฐปนสฺส วิย ธาตุเวเนยฺยานํ อตฺถาย ธาตูนํ ฐปนสฺส อิจฺฉิตพฺพตฺตา จ. น หิ โอปปาติกานํ ปรินิพฺพานโต อุทฺธํ สรีรธาตุโย ติฏฺฐนฺติ, ตสฺมา น โอปปาติกา โหนฺติ, จริมภเว จ มหาโพธิสตฺตา, มนุสฺสภาวสฺส ปากฏกรณาย ทารปริคฺคหมฺปิ กโรนฺตา ยาว ปุตฺตมุขทสฺสนา อคารมชฺเฌ ติฏฺฐนฺติ. ปริปากคตสีลเนกฺขมฺมปญฺญาทิปารมิกาปิ น อภินิกฺขมนฺติ, กึ วา เอตาย การณจินฺตาย? สพฺพพุทฺเธหิ อาจิณฺณสมาจิณฺณา, ยทิทํ มนุสฺสภูตานํเยว อภิสมฺพุชฺฌนา, น เทวภูตานนฺติ อยเมตฺถ ธมฺมตา. ตถา หิ ตทตฺโถ มหาภินีหาโรปิ มนุสฺสภูตานํเยว อิชฺฌติ, น อิตเรสํ.
กสฺมา ปน สมฺมาสมฺพุทฺธา ชมฺพุทีเปเยว อุปฺปชฺชนฺติ, น เสสทีเปสูติ? เกจิ ตาว อาหุ – ‘‘ยสฺมา ปถวิยา นาภิภูตา พุทฺธานุภาวสหิตา อจลฏฺฐานภูตา โพธิมณฺฑภูมิ ชมฺพุทีเปเยว อุปฺปชฺชติ, ตสฺมา ชมฺพุทีเปเยว อุปฺปชฺชนฺตี’’ติ; ‘‘ตถา อิตเรสมฺปิ อวิชหิตฏฺฐานานํ ตตฺเถว ลพฺภมานโต’’ติ. อยํ ปเนตฺถ อมฺหากํ ขนฺติ – ยสฺมา ปุริมพุทฺธานํ มหาโพธิสตฺตานํ ปจฺเจกพุทฺธานญฺจ นิพฺพตฺติยา สาวกโพธิสตฺตานํ สาวกโพธิยา อภินีหาโร สาวกปารมีนํ สมฺภรณํ ปริปาจนญฺจ พุทฺธเขตฺตภูเต อิมสฺมึ จกฺกวาเฬ ชมฺพุทีเปเยว อิชฺฌติ, น อญฺญตฺถ. เวเนยฺยานํ วินยนตฺโถ จ พุทฺธุปฺปาโทติ อคฺคสาวกาทิเวเนยฺยวิเสสาเปกฺขาย เอกสฺมึ ชมฺพุทีเปเยว พุทฺธา นิพฺพตฺตนฺติ, น เสสทีเปสุ. อยญฺจ นโย สพฺพพุทฺธานํ อาจิณฺณสมาจิณฺโณติ เตสํ อุตฺตมปุริสานํ ตตฺเถว อุปฺปตฺติ สมฺปตฺติจกฺกานํ วิย อญฺญมญฺญุปนิสฺสยโต อปราปรํ วตฺตตีติ ทฏฺฐพฺพํ. เตนาห – ‘‘ตีสุ ทีเปสุ พุทฺธา น นิพฺพตฺตนฺติ, ชมฺพุทีเปเยว นิพฺพตฺตนฺตีติ ทีปํ ปสฺสตี’’ติ. อิมินา นเยน เทสนิยเมปิ การณํ วตฺตพฺพํ.
อิทานิ จ ขตฺติยกุลํ โลกสมฺมตํ พฺราหฺมณานมฺปิ ปูชนียภาวโต. ราชา เม ปิตา ภวิสฺสตีติ กุลํ ปสฺสิ ปิตุวเสน กุลสฺส นิทฺทิสิตพฺพโต. ทสนฺนํ มาสานํ อุปริ สตฺต ทิวสานีติ ปสฺสิ เตน อตฺตโน อนฺตรายาภาวํ อญฺญาสิ, ตสฺสา จ ตุสิตภเว ทิพฺพสมฺปตฺติปจฺจนุภวนํ.
ตา เทวตาติ ทสสหสฺสิจกฺกวาฬเทวตา. กถํ ปน ตา โพธิสตฺตสฺส ปูริตปารมิภาวํ ภาวินญฺจ สมฺพุทฺธภาวํ ชานนฺตีติ? มเหสกฺขานํ เทวตานํ วเสน, เยภุยฺเยน จ ตา เทวตา อภิสมยภาคิโน. ตถา หิ ภควโต จ ธมฺมทานสํวิภาเค อเนกวารํ ทสสหสฺสจกฺกวาฬวาสิเทวตาสนฺนิปาโต อโหสิ.
จวามีติ ปชานาติ จุติอาสนฺนชวเนหิ ญาณสหิเตหิ จุติยา อุปฏฺฐิตภาวสฺส ปฏิสํวิทิตตฺตา. จุติจิตฺตํ น ชานาติ จุติจิตฺตกฺขณสฺส อิตฺตรภาวโต. ตถา หิ ตํ จุตูปปาตญาณสฺสปิ อวิสโย เอว. ปฏิสนฺธิจิตฺเตปิ เอเสว นโย. อาวชฺชนปริยาโยติ อาวชฺชนกฺกโม. ยสฺมา เอกวารํ อาวชฺชิตมตฺเตน อารมฺมณํ นิจฺฉินิตุํ น สกฺกา, ตสฺมา ตเมวารมฺมณํ ทุติยํ ตติยญฺจ อาวชฺชิตฺวา นิจฺฉียติ, อาวชฺชนสีเสน เจตฺถ ชวนวาโร คหิโต. เตนาห – ‘‘ทุติยตติยจิตฺตวาเรเยว ชานิสฺสตี’’ติ. จุติยา ปุเรตรํ กติปยจิตฺตวารโต ปฏฺฐาย มรณํ เม อาสนฺนนฺติ ชานนโต, ‘‘จุติกฺขเณปิ จวามีติ ปชานาตี’’ติ วุตฺตํ. ปฏิสนฺธิยา ปน อปุพฺพภาวโต ปฏิสนฺธิจิตฺตํ น ชานาติ. นิกนฺติยา อุปฺปตฺติโต ปรโต อสุกสฺมึ ฐาเน มยา ปฏิสนฺธิ คหิตาติ ปชานาติ, ทุติยชวนโต ปฏฺฐาย ชานาตีติ วุตฺโตวายมตฺโถ. ตสฺมึ กาเลติ ปฏิสนฺธิคฺคหณกาเล. ทสสหสฺสี กมฺปตีติ เอตฺถ กมฺปนการณํ เหฏฺฐา วุตฺตเมว. มหาการุณิกา พุทฺธา ภควนฺโต สตฺตานํ หิตสุขวิธานตปฺปรตาย พหุลํ โสมนสฺสิกาว โหนฺตีติ เตสํ ปฐมมหาวิปากจิตฺเตน ปฏิสนฺธิคฺคหณํ อฏฺฐกถายํ (ที. นิ. อฏฺฐ. ๒.๑๗; ธ. ส. ๔๙๘; ม. นิ. อฏฺฐ. ๓.๑๙๙) วุตฺตํ. มหาสีวตฺเถโร ปน ยทิปิ มหาการุณิกา พุทฺธา ภควนฺโต สตฺตานํ หิตสุขวิธานตปฺปรา, วิเวกชฺฌาสยา ปน วิสงฺขารนินฺนา สพฺพสงฺขาเรสุ อชฺฌุเปกฺขณพหุลาติ ปญฺจเมน มหาวิปากจิตฺเตน ปฏิสนฺธิคฺคหณมาห.
ปุเร ปุณฺณมาย สตฺตมทิวสโต ปฏฺฐายาติ ปุณฺณมาย ปุเร สตฺตมทิวสโต ปฏฺฐาย, สุกฺกปกฺเข นวมิโต ปฏฺฐายาติ อตฺโถ. สตฺตเม ทิวเสติ อาสาฬฺหีปุณฺณมาย. อิทํ สุปินนฺติ อิทานิ วุจฺจมานาการํ สุปินํ. เนสํ เทวิโยติ มหาราชูนํ เทวิโย.
โส จ โข ปุริสคพฺโภ, น อิตฺถิคพฺโภ, ปุตฺโต เต ภวิสฺสตีติ เอตฺตกเมว เต พฺราหฺมณา อตฺตโน สุปินสตฺถนเยน กเถสุํ. สเจ อคารํ อชฺฌาวสิสฺสตีติอาทิ ปน เทวตาวิคฺคเหน ภาวินมตฺถํ ยาถาวโต ปเวเทสุํ.
คพฺภาวกฺกนฺติโยติ เอตฺถ คพฺโภ วุจฺจติ มาตุกุจฺฉิ, ตตฺถ อุปฺปตฺติ อวกฺกนฺติ, ตาว คพฺภาวกฺกนฺติ, ยาว น นิกฺขมติ. ฐิตกาว นิกฺขมนฺติ ธมฺมาสนโต โอตรนฺโต ธมฺมกถิโก วิย.
๒๐๑. วตฺตมานสมีเป วตฺตมาเน วิย โวหรียตีติ โอกฺกมตีติ วุตฺตนฺติ อาห – ‘‘โอกฺกนฺโต โหตีติ อตฺโถ’’ติ. เอวํ โหตีติ เอวํ วุตฺตปฺปกาเรนสฺส สมฺปชานนา โหติ. น โอกฺกมมาเน ปฏิสนฺธิกฺขณสฺส ทุวิญฺเญยฺยตฺตา. ตถา จ วุตฺตํ – ‘‘ปฏิสนฺธิจิตฺตํ น ชานาตี’’ติ. ทสสหสฺสจกฺกวาฬปตฺถรเณน วา อปฺปมาโณ. อติวิย สมุชฺชลภาเวน อุฬาโร. เทวานุภาวนฺติ เทวานํ ปภานุภาวํ. เทวานญฺหิ ปภํโส โอภาโส อธิภวติ, น เตสํ อาธิปจฺจํ. เตนาห ‘‘เทวาน’’นฺติอาทิ.
รุกฺขคจฺฉาทินา เกนจิ น หญฺญตีติ อฆา, อพาธา. เตนาห ‘‘นิจฺจวิวฏา’’ติ. อสํวุตาติ เหฏฺฐา อุปริ จ เกน จิ น ปิหิตา. เตนาห ‘‘เหฏฺฐาปิ อปฺปติฏฺฐา’’ติ. ตตฺถ ปิ-สทฺเทน ยถา เหฏฺฐา อุทกสฺส ปิธายิกา ปถวี นตฺถีติ อสํวุตา โลกนฺตริกา, เอวํ อุปริปิ จกฺกวาเฬสุ วิย เทววิมานานํ อภาวโต อสํวุตา อปฺปติฏฺฐาติ ทสฺเสติ. อนฺธกาโร เอตฺถ อตฺถีติ อนฺธการา. จกฺขุวิญฺญาณํ น ชายติ อาโลกสฺสาภาวโต, น จกฺขุโน. ตถา หิ ‘‘เตน โอภาเสน อญฺญมญฺญํ สญฺชานนฺตี’’ติ วุตฺตํ. ชมฺพุทีเป ฐิตมชฺฌนฺหิกเวลายํ ปุพฺพวิเทหวาสีนํ อตฺถงฺคมนวเสน อุปฑฺฒํ สูริยมณฺฑลํ ปญฺญายติ, อปรโคยานวาสีนํ อุคฺคมนวเสน, เอวํ เสสทีเปสุปีติ อาห – ‘‘เอกปฺปหาเรเนว ตีสุ ทีเปสุ ปญฺญายนฺตี’’ติ. อิโต อญฺญถา ปน ทฺวีสุ เอว ทีเปสุ เอกปฺปหาเรเนว ปญฺญายตีติ. เอเกกาย ทิสาย นว นว โยชนสตสหสฺสานิ อนฺธการวิธมนมฺปิ อิมินา นเยน ทฏฺฐพฺพํ. ปภาย นปฺปโหนฺตีติ อตฺตโน ปภาย โอภาสิตุํ น อภิสมฺภุณนฺติ. ยุคนฺธรปพฺพตมตฺถกปฺปมาเณ อากาเส วิจรณโต, ‘‘จกฺกวาฬปพฺพตสฺส เวมชฺเฌน จรนฺตี’’ติ วุตฺตํ.
วาวฏาติ ขาทนตฺถํ คณฺหิตุํ อุปกฺกมนฺตา. วิปริวตฺติตฺวาติ วิวฏฺฏิตฺวา. ฉิชฺชิตฺวาติ มุจฺฉาปตฺติยา ฐิตฏฺฐานโต มุจฺจิตฺวา, องฺคปจฺจงฺคจฺเฉทนวเสน วา ฉิชฺชิตฺวา. อจฺจนฺตขาเรติ อาตปสนฺตาปาภาเวน อติสีตภาวํ สนฺธาย อจฺจนฺตขารตา วุตฺตา สิยา. น หิ ตํ กปฺปสณฺฐานอุทกํ สมฺปตฺติกรมหาเมฆวุฏฺฐํ ปถวีสนฺธารกํ กปฺปวินาสกอุทกํ วิย ขารํ ภวิตุมรหติ. ตถา หิ สติ ปถวีปิ วิลีเยยฺย. เตสํ วา ปาปกมฺมพเลน เปตานํ ปกติอุทกสฺส ปุพฺพเขฬภาวาปตฺติ วิย ตสฺส อุทกสฺส ตทา ขารภาวาปตฺติ โหตีติ วุตฺตํ ‘‘อจฺจนฺตขาเร อุทเก’’ติ. สมนฺตโตติ สพฺพภาคโต ฉปฺปการมฺปิ.
๒๐๒. จตุนฺนํ มหาราชูนํ วเสนาติ เวสฺสวณาทิจตุมหาราชภาวสามญฺเญน.
๒๐๓. สภาเวเนวาติ ปรสฺส สนฺติเก คหเณน วินา อตฺตโน สภาเวเนว สยเมว อธิฏฺฐหิตฺวา สีลสมฺปนฺนา.
มนุสฺเสสูติ อิทํ ปกติจาริตฺตวเสน วุตฺตํ – ‘‘มนุสฺสิตฺถิยา นาม มนุสฺสปุริเสสุ ปุริสาธิปฺปายจิตฺตํ อุปฺปชฺเชยฺยา’’ติ, โพธิสตฺตมาตุ ปน เทเวสูปิ ตาทิสํ จิตฺตํ นุปฺปชฺชเตว. ยถา โพธิสตฺตสฺส อานุภาเวน โพธิสตฺตสฺส มาตุ ปุริสาธิปฺปายจิตฺตํ นุปฺปชฺชติ, เอวํ ตสฺส อานุภาเวเนว สา เกนจิ ปุริเสน อนติกฺกมนียาติ อาห – ‘‘ปาทา น วหนฺติ, ทิพฺพสงฺขลิกา วิย พชฺฌนฺตี’’ติ.
ปุพฺเพ ‘‘กามคุณูปสํหิตํ จิตฺตํ นุปฺปชฺชตี’’ติ วุตฺตํ, ปุน ‘‘ปญฺจหิ กามคุเณหิ สมปฺปิตา สมงฺคีภูตา ปริจาเรตี’’ติ วุตฺตํ, กถมิทํ อญฺญมญฺญํ น วิรุชฺฌตีติ อาห ‘‘ปุพฺเพ’’ติอาทิ. วตฺถุปฏิกฺเขโปติ อพฺรหฺมจริยวตฺถุปฏิเสโธ. เตนาห ‘‘ปุริสาธิปฺปายวเสนา’’ติ. อารมฺมณปฏิลาโภติ รูปาทิปญฺจกามคุณารมฺมณสฺเสว ปฏิลาโภ.
๒๐๔. กิลมโถติ เขโท. กายสฺส หิ ครุภาวกฐินภาวาทโยปิ ตสฺสา ตทา น โหนฺติ เอว. ‘‘ติโรกุจฺฉิคตํ ปสฺสตี’’ติ วุตฺตํ, กทา ปฏฺฐาย ปสฺสตีติ อาห – ‘‘กลลาทิกาลํ อติกฺกมิตฺวา’’ติอาทิ. ทสฺสเน ปโยชนํ สยเมว วทติ, ตสฺส อภาวโต กลลาทิกาเล น ปสฺสติ. ปุตฺเตนาติ ทหเรน มนฺเทน อุตฺตานเสยฺยเกน. ยํ ตํ มาตูติอาทิ ปกติจาริตฺตวเสน วุตฺตํ. จกฺกวตฺติคพฺภโตปิ หิ สวิเสสํ โพธิสตฺตคพฺโภ ปริหารํ ลภติ ปุญฺญสมฺภารสฺส สาติสยตฺตา, ตสฺมา โพธิสตฺตมาตา อติวิย สปฺปายาหาราจารา จ หุตฺวา สกฺกจฺจํ ปริหรติ. ปุรตฺถาภิมุโขติ มาตุ ปุรตฺถาภิมุโข. อิทานิ ติโรกุจฺฉิคตสฺส ทิสฺสมานตาย อพฺภนฺตรํ พาหิรญฺจ การณํ ทสฺเสตุํ, ‘‘ปุพฺเพ กตกมฺม’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. อสฺสาติ เทวิยา. วตฺถุนฺติ กุจฺฉึ. ผลิกอพฺภปฏลาทิโน วิย โพธิสตฺตมาตุกุจฺฉิตจสฺส ปฏลภาเวน อาโลกสฺส วิพนฺธาภาวโต ยถา โพธิสตฺตมาตา กุจฺฉิคตํ โพธิสตฺตํ ปสฺสติ, กิเมวํ โพธิสตฺโตปิ มาตรํ อญฺญญฺจ ปุรโต รูปคตํ ปสฺสติ, โนติ อาห, ‘‘โพธิสตฺโต ปนา’’ติอาทิ. กสฺมา ปน สติ จกฺขุมฺหิ อาโลเก จ น ปสฺสตีติ อาห – ‘‘น หิ อนฺโตกุจฺฉิยํ จกฺขุวิญฺญาณํ อุปฺปชฺชตี’’ติ. อสฺสาสปสฺสาสา วิย หิ ตตฺถ จกฺขุวิญฺญาณมฺปิ น อุปฺปชฺชติ ตชฺชาสมนฺนาหารสฺสาภาวโต.
๒๐๕. ยถา อญฺญา อิตฺถิโย วิชาตปจฺจยา ตาทิเสน โรเคน อภิภูตาปิ หุตฺวา มรนฺติ, โพธิสตฺตมาตุ ปน โพธิสตฺเต กุจฺฉิคเต น โกจิ โรโค อุปฺปชฺชติ; เกวลํ อายุปริกฺขเยเนว กาลํ กโรติ, สฺวายมตฺโถ เหฏฺฐา วุตฺโตเยว. โพธิสตฺเตน วสิตฏฺฐานํ หีติอาทินา ตตฺถ การณมาห. อปเนตฺวาติ อคฺคมเหสิฏฺฐานโต นีหริตฺวา. อนุรกฺขิตุํ น สกฺโกตีติ สมฺมา คพฺภปริหารํ นานุยุญฺชติ, เตน คพฺโภ พหฺวาพาโธ โหติ. วตฺถุวิสทํ โหตีติ คพฺภาสโย ปริสุทฺโธ โหติ. มาตุ มชฺฌิมวยสฺส ตติยโกฏฺฐาเส โพธิสตฺตสฺส คพฺโภกฺกมนมฺปิ ตสฺสา อายุปริมาณวิโลกเนเนว สงฺคหิตํ วโยวเสน อุปฺปชฺชนกวิการสฺส ปริวชฺชนโต, อิตฺถิสภาเวน อุปฺปชฺชนกวิกาโร ปน โพธิสตฺตสฺส อานุภาเวเนว วูปสมฺมติ.
สตฺตมาสชาโตติ ปฏิสนฺธิคฺคหณโต สตฺตเม มาเส ชาโต. โส สีตุณฺหกฺขโม น โหติ อติวิย สุขุมาลตาย. อฏฺฐมาสชาโต กามํ สตฺตมาสชาตโต พุทฺธิอวยโว, เอกจฺเจ ปน จมฺมปเทสา พุทฺธึ ปาปุณนฺตา ฆฏฺฏนํ น สหนฺติ, เตน โส น ชีวติ. สตฺตมาสชาตสฺส ปน น ตาว เต ชาตาติ วทนฺติ.
ฐิตาว หุตฺวาติ นิทฺทุกฺขตาย ฐิตา เอว หุตฺวา. ทุกฺขสฺส หิ พลวภาวโต ตํ ทุกฺขํ อสหมานา อญฺญา อิตฺถิโย นิสินฺนา วา นิปนฺนา วา วิชายนฺติ. อุปวิชญฺญาติ อุปคตวิชายนกาลา. สกลนครวาสิโนติ กปิลวตฺถุํ ปริวาเรตฺวา ฐิเตสุ เทวทหาทีสุ ฉสุ นคเรสุ วสนฺตา.
เทวา นํ ปฐมํ ปฏิคฺคณฺหนฺตีติ โลกนาถํ มหาปุริสํ มยเมว ปฐมํ ปฏิคฺคณฺหามาติ สญฺชาตคารวพหุมานา อตฺตโน ปีตึ ปเวเทนฺตา ขีณาสวา สุทฺธาวาสพฺรหฺมาโน อาทิโต ปฏิคฺคณฺหนฺติ. สูติเวสนฺติ สูติชคฺคนธาติเวสํ. เอเกติ อุตฺตรวิหารวาสิโน. มจฺฉกฺขิสทิสํ ฉวิวเสน.
๒๐๖. อชินปฺปเวณิยาติ อชินจมฺเมหิ สิพฺเพตฺวา กตปเวณิยา. มหาเตโชติ มหานุภาโว. มหายโสติ มหาปริวาโร วิปุลกิตฺติโฆโส จ.
ภคฺควิภคฺคาติ สมฺพาธฏฺฐานโต นิกฺขมเนน วิภาวิตตฺตา ภคฺคา วิภคฺคา วิย จ หุตฺวา. เตน เนสํ อวิสทภาวเมว ทสฺเสติ. อลคฺโค หุตฺวาติ คพฺภาสเย โยนิปเทเส จ กตฺถจิ อลคฺโค อสตฺโต หุตฺวา. อุทเกนาติ คพฺภาสยคเตน อุทเกน อมกฺขิโต นิกฺขมติ สมฺมกฺขิตสฺส ตาทิสสฺส อุทกเสมฺหาทิกสฺเสว ตตฺถ อภาวโต. โพธิสตฺตสฺส หิ ปุญฺญานุภาเวน ปฏิสนฺธิคฺคหณโต ปฏฺฐาย ตํ ฐานํ วิสุทฺธํ ปรมสุคนฺธคนฺธกุฏิ วิย จนฺทนคนฺธํ วายนฺตํ ติฏฺฐติ. อุทกวฏฺฏิโยติ อุทกกฺขนฺธา.
๒๐๗. มุหุตฺตชาโตติ มุหุตฺเตน ชาโต หุตฺวา มุหุตฺตมตฺโตว. อนุธาริยมาเนติ อนุกูลวเสน นียมาเน. อาคตาเนวาติ ตํ ฐานํ อุปคตานิ เอว.
อเนกสาขนฺติ รตนมยาเนกสตปติฏฺฐานหีรกํ. สหสฺสมณฺฑลนฺติ เตสํ อุปริ ปติฏฺฐิตํ อเนกสหสฺสมณฺฑลหีรกํ. มรูติ เทวา.
น โข ปเนวํ ทฏฺฐพฺพนฺติ สตฺตปทวีติหารโต ปเคว ทิสาวิโลกนสฺส กตตฺตา. เตนาห ‘‘มหาสตฺโต หี’’ติอาทิ. เอกงฺคณานีติ วิวฏภาเวน วิหารงฺคณปริเวณงฺคณานิ วิย เอกงฺคณสทิสานิ อเหสุํ. สทิโสปิ นตฺถีติ ตุมฺหากํ อิทํ วิโลกนํ วิสิฏฺเฐ ปสฺสิตุํ อิธ ตุเมฺหหิ สทิโสปิ นตฺถิ, กุโต อุตฺตริตโรติ อาหํสุ. สพฺพปฐโมติ สพฺพปฺปธาโน. ปธานปริยาโย หิ อิธ ปฐมสทฺโท. เตนาห ‘‘อิตรานี’’ติอาทิ. เอตฺถ จ มเหสกฺขา ตาว เทวา ตถา วทนฺติ, อิตเร ปน กถนฺติ? มหาสตฺตสฺส อานุภาวทสฺสเนเนว. มเหสกฺขานญฺหิ เทวานํ มหาสตฺตสฺส อานุภาโว วิย เตน สทิสานมฺปิ อานุภาโว ปจฺจกฺโข อโหสิ. อิตเร ปน เตสํ วจนํ สุตฺวา สทฺทหนฺตา อนุมินนฺตา ตถา อาหํสุ.
ชาตมตฺตสฺเสว โพธิสตฺตสฺส ฐานาทีนิ เยสํ วิเสสาธิคมานํ ปุพฺพนิมิตฺตภูตานีติ เต นิทฺธาเรตฺวา ทสฺเสนฺโต, ‘‘เอตฺถ จา’’ติอาทิมาห. ตตฺถ ปติฏฺฐานํ จตุอิทฺธิปาทปฏิลาภสฺส ปุพฺพนิมิตฺตํ อิทฺธิปาทวเสน โลกุตฺตรธมฺเมสุ สุปฺปติฏฺฐิตภาวสมิชฺฌนโต. อุตฺตราภิมุขภาโว โลกสฺส อุตฺตรณวเสน คมนสฺส ปุพฺพนิมิตฺตํ. สตฺตปทคมนํ สตฺตโพชฺฌงฺคาทิคมนสฺส ปุพฺพนิมิตฺตํ, วิสุทฺธฉตฺตธารณํ สุวิสุทฺธวิมุตฺติฉตฺตธารณสฺส ปุพฺพนิมิตฺตํ, ปญฺจราชกกุธภณฺฑานิ ปญฺจวิธวิมุตฺติคุณปริวารตาย ปุพฺพนิมิตฺตํ, อนาวฏทิสานุวิโลกนํ อนาวฏญาณตาย ปุพฺพนิมิตฺตํ, ‘‘อคฺโคหมสฺมี’’ติอาทิวจนํ อปฺปฏิวตฺติยธมฺมจกฺกปวตฺตนสฺส ปุพฺพนิมิตฺตํ; อยมนฺติมา ชาตีติ อายตึ ชาติยา อภาวกิตฺตนา อนุปาทิ…เป… ปุพฺพนิมิตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ; ตสฺส ตสฺส อนาคเต ลทฺธพฺพวิเสสสฺส ตํ ตํ นิมิตฺตํ อพฺยภิจารีนิมิตฺตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. น อาคโตติ อิมสฺมึ สุตฺเต อญฺญตฺถ จ วกฺขมานาย อนุปุพฺพิยา อนาคตตํ สนฺธาย วุตฺตํ. อาหริตฺวาติ ตสฺมึ ตสฺมึ สุตฺเต อฏฺฐกถาสุ จ อาคตนเยน อาหริตฺวา ทีเปตพฺโพ.
ทสสหสฺสิโลกธาตุ กมฺปีติ ปน อิทํ สติปิ อิธ ปาฬิยํ อาคตตฺเต วกฺขมานานมจฺฉริยานํ มูลภูตํ ทสฺเสตุํ วุตฺตํ, เอวํ อญฺญมฺปีทิสํ ทฏฺฐพฺพํ. ตนฺติ พทฺธา วีณา, จมฺมพทฺธา เภริโยติ ปญฺจงฺคิกตูริยสฺส นิทสฺสนมตฺตํ, จ-สทฺเทน วา อิตเรสมฺปิ สงฺคโห ทฏฺฐพฺโพ. ภิชฺชึสูติ ปาเทสุ พทฺธฏฺฐาเนสุเยว ภิชฺชึสุ. วิคจฺฉึสูติ วูปสมึสุ. สกเตโชภาสิตานีติ อติวิย สมุชฺชลาย อตฺตโน ปภาย โอภาสิตานิ อเหสุํ. น ปวตฺตีติ น สนฺที. วาโต น วายีติ ขโร วาโต น วายิ, มุทุสุโข ปน สตฺตานํ สุขาวโห วายิ. ปถวีคตา อเหสุํ อุจฺจฏฺฐาเน ฐาตุํ อวิสหนฺตา. อุตุสมฺปนฺโนติ อนุณฺหาสีตตาสงฺขาเตน อุตุนา สมฺปนฺโน. วามหตฺถํ อุเร ฐเปตฺวา ทกฺขิเณน ปุถุปาณินา หตฺถตาฬเนน สทฺทกรณํ อปฺโผฏนํ. มุเขน อุสฺเสฬนํ สทฺทมุญฺจนํ เสฬนํ. เอกทฺธชมาลา อโหสีติ เอตฺถ อิติ-สทฺโท อาทิอตฺโถ. เตน วิจิตฺตปุปฺผสุคนฺธปุปฺผวสฺสเทวา วสฺสึสุ, สูริเย ทิพฺพมาเน เอว ตารกา โอภาสึสุ, อจฺฉํ วิปฺปสนฺนํ อุทกํ ปถวิโต อุพฺภิชฺชิ, พิลาสยา ทริสยา ติรจฺฉานา อาสยโต นิกฺขมึสุ; ราคโทสโมหาปิ ตนุ ภวึสุ, ปถวิยํ รโช วูปสมิ, อนิฏฺฐคนฺโธ วิคจฺฉิ, ทิพฺพคนฺโธ วายิ, รูปิโน เทวา สรูเปเนว มนุสฺสานํ อาปาถมคมํสุ, สตฺตานํ จุตุปปาตา นาเหสุนฺติ อิเมสํ สงฺคโห ทฏฺฐพฺโพ. ยานิ มหาภินีหารสมเย อุปฺปนฺนานิ ทฺวตฺตึส ปุพฺพนิมิตฺตานิ, ตานิ อนวเสสานิ ตทา อเหสุนฺติ.
ตตฺราปีติ เตสุปิ ปถวิกมฺปาทีสุ เอวํ ปุพฺพนิมิตฺตภาโว เวทิตพฺโพ, น เกวลํ สมฺปติชาตสฺส ฐานาทีสุ เอวาติ อธิปฺปาโย. สพฺพญฺญุตญฺญาณปฏิลาภสฺส ปุพฺพนิมิตฺตํ สพฺพสฺส เญยฺยสฺส ติตฺถกรมตสฺส จ จาลนโต. เกนจิ อนุสฺสาหิตานํเยว อิมสฺมึเยว เอกจกฺกวาเฬ สนฺนิปาโต, เกนจิ อนุสฺสาหิตานํเยว เอกปฺปหาเรเนว สนฺนิปติตฺวา ธมฺมปฏิคฺคณฺหนสฺส ปุพฺพนิมิตฺตํ, ปฐมํ เทวตานํ ปฏิคฺคหณํ ทิพฺพวิหารปฏิลาภสฺส, ปจฺฉา มนุสฺสานํ ปฏิคฺคหณํ ตตฺเถว ฐานสฺส นิจฺจลสภาวโต อาเนญฺชวิหารปฏิลาภสฺส ปุพฺพนิมิตฺตํ. วีณานํ สยํ วชฺชนํ ปรูปเทเสน วินา สยเมว อนุปุพฺพวิหารปฏิลาภสฺส ปุพฺพนิมิตฺตํ. เภรีนํ วชฺชนํ จกฺกวาฬปริยนฺตาย ปริสาย ปเวทนสมตฺถสฺส ธมฺมเภริยา อนุสาวนสฺส อมตทุนฺทุภิโฆสนสฺส ปุพฺพนิมิตฺตํ. อนฺทุพนฺธนาทีนํ เฉโท มานวินิพนฺธเฉทนสฺส ปุพฺพนิมิตฺตํ; สุปฏฺฏนสมฺปาปุณนํ อตฺถาทิ อนุรูปํ อตฺถาทีสุ ญาณสฺส เภทาธิคมสฺส ปุพฺพนิมิตฺตํ.
นิพฺพานรเสนาติ กิเลสานํ นิพฺพายนรเสน. เอกรสภาวสฺสาติ สาสนสฺส สพฺพตฺถ เอกรสภาวสฺส. วาตสฺส อวายนํ กิสฺส ปุพฺพนิมิตฺตนฺติ อาห ‘‘ทฺวาสฏฺฐิทิฏฺฐิคตภินฺทนสฺสา’’ติ. อากาสาทิอปฺปติฏฺฐวิสมจญฺจลฏฺฐานํ ปหาย สกุณานํ ปถวีคมนํ ตาทิสํ มิจฺฉาคาหํ ปหาย สตฺตานํ ปาเณหิ รตนตฺตยสรณคมนสฺส ปุพฺพนิมิตฺตํ. เทวตานํ อปฺโผฏนาทีหิ กีฬนํ ปโมทนุปฺปตฺติอุทานสฺส ภววนฺตคมเนน ธมฺมสภาวโพธเนน จ ปโมทวิภาวนสฺส ปุพฺพนิมิตฺตํ. ธมฺมเวควสฺสนสฺสาติ เทสนาญาณเวเคน ธมฺมามตสฺส วสฺสนสฺส ปุพฺพนิมิตฺตํ. กายคตาสติวเสน ลทฺธชฺฌานํ ปาทกํ กตฺวา อุปฺปาทิตมคฺคผลสุขานุภโว กายคตาสติอมตปฏิลาโภ, ตสฺส ปน กายสฺสปิ อตปฺปกสุขาวหตฺตา ขุทาปิปาสาปีฬนาภาโว ปุพฺพนิมิตฺตํ วุตฺโต. อริยทฺธชมาลามาลิตายาติ สเทวกสฺส โลกสฺส อริยมคฺคโพชฺฌงฺคธชมาลาหิ มาลิตภาวสฺส ปุพฺพนิมิตฺตํ. ยํ ปเนตฺถ อนุทฺธฏํ, ตํ สุวิญฺเญยฺยเมว.
เอตฺถาติ ‘‘สมฺปติชาโต’’ติอาทินา อาคเต อิมสฺมึ ฐาเน. วิสฺสชฺชิโตว, ตสฺมา อเมฺหหิ อิธ อปุพฺพํ วตฺตพฺพํ นตฺถีติ อธิปฺปาโย. ตทา ปถวิยํ คจฺฉนฺโตปิ มหาสตฺโต อากาเสน คจฺฉนฺโต วิย มหาชนสฺส อุปฏฺฐาสีติ อยเมตฺถ นิยติ ธมฺมนิยาโม โพธิสตฺตานํ ธมฺมตาติ อิทํ นิยติวาทวเสน กถนํ. ‘‘ปุพฺเพ ปุริมชาตีสุ ตาทิสสฺส ปุญฺญสมฺภารกมฺมสฺส กตตฺตา อุปจิตตฺตา มหาชนสฺส ตถา อุปฏฺฐาสี’’ติ อิทํ ปุพฺเพกตกมฺมวาทวเสน กถนํ. อิเมสํ สตฺตานํ อุปริ อีสนสีลตาย ยถาสกํ กมฺมเมว อิสฺสโร นาม, ตสฺส นิมฺมานํ อตฺตโน ผลสฺส นิพฺพตฺตนํ, มหาปุริโสปิ สเทวกํ โลกํ อภิภวิตุํ สมตฺเถน อุฬาเรน ปุญฺญกมฺมุนา นิพฺพตฺติโต เตน อิสฺสเรน นิมฺมิโต นาม, ตสฺส จายํ นิมฺมานวิเสโส, ยทิทํ มหานุภาวตา. ยาย มหาชนสฺส ตถา อุปฏฺฐาสีติ อิทํ อิสฺสรนิมฺมานวาทวเสน กถนํ. เอวํ ตํ ตํ พหุํ วตฺวา กึ อิมาย ปริยายกถายาติ อวสาเน อุชุกเมว เอวํ พฺยากาสิ. สมฺปติชาโต ปถวิยํ กถํ ปทสา คจฺฉติ, เอวํมหานุภาโว อากาเสน มญฺเญ คจฺฉตีติ ปริกปฺปนสฺส วเสน อากาเสน คจฺฉนฺโต วิย อโหสิ. สีฆตรํ ปน สตฺตปทวีติหาเรน คตตฺตา ทิสฺสมานรูโปปิ มหาชนสฺส อทิสฺสมาโน วิย อโหสิ. อเจลกภาโว ขุทฺทกสรีรตา จ ตาทิสสฺส อิริยาปถสฺส อนนุจฺฉวิกาติ กมฺมานุภาวสญฺชนิตปาฏิหาริยวเสน อลงฺการปฏิยตฺโต วิย; โสฬสวสฺสุทฺเทสิโก วิย จ มหาชนสฺส อุปฏฺฐาสีติ เวทิตพฺพํ; พุทฺธภาวานุจฺฉวิกสฺส โพธิสตฺตานุภาวสฺส ยาถาวโต ปเวทิตตฺตา พุทฺเธน วิย…เป… อตฺตมนา อโหสิ.
ปากฏา หุตฺวาติ วิภูตา หุตฺวา. พุทฺธานํ เย เย สงฺขาเร ววตฺถเปตุกามา, เต เต อุปฺปาทกฺขเณปิ สพฺพโส สุปฺปฏิวิทิตา สุปากฏา หตฺถตเล อามลกํ วิย สุฏฺฐุ วิภูตา เอว หุตฺวา อุปฏฺฐหนฺติ. เตนาห ‘‘ยถา หี’’ติอาทิ. อโนกาสคเตติ ปริคฺคหสฺส อโนกาสกาเล ปวตฺเต. นิปฺปเทเสติ นิรวเสเส. โอกาสปฺปตฺเตติ ฐานคมนาทิกาเล อุปฺปนฺเน, เต หิ สมฺมสนสฺส โยคฺยกาเล อุปฺปตฺติยา โอกาสปฺปตฺตาติ อธิปฺปาโย. สตฺตทิวสพฺภนฺตเรติ อิทํ พุทฺธานํ ปากติกสมฺมสนวเสน วุตฺตํ, อากงฺขนฺตา ปน เต ยทา กทาจิ อุปฺปนฺนสงฺขาเร สมฺมสนฺติเยว. เสสํ สุวิญฺเญยฺยเมว.
อจฺฉริยพฺภุตสุตฺตวณฺณนาย ลีนตฺถปฺปกาสนา สมตฺตา.