๑. จูฬสุญฺญตสุตฺตวณฺณนา

๑๗๖. กาลปริจฺเฉทํ กตฺวาติ สมาปชฺชนฺเตหิ นาม กาลปริจฺเฉโท กาตพฺโพ. เถโร ปน ภควโต วตฺตกรณตฺถํ กาลปริจฺเฉทํ กโรติ, ‘‘เอตฺตเก กาเล วีติวตฺเต อิทํ นาม ภควโต กาตพฺพ’’นฺติ. โส ตตฺถกํเยว สมาปตฺตึ สมาปชฺชิตฺวา วุฏฺฐาติ, ตํ สนฺธาย วุตฺตํ ‘‘กาลปริจฺเฉทํ กตฺวา’’ติ. สุญฺญตาผลสมาปตฺตึ อปฺเปตฺวาติ เอเตน อิตเร, ‘‘น โสตาปนฺนสกทาคามี ผลสมาปตฺตึ สมาปชฺชนฺตี’’ติ วทนฺติ, ตํ วาทํ ปฏิเสเธติ. สุญฺญโตติ อตฺตสุญฺญโต จ นิจฺจสุญฺญโต จ สงฺขารา อุปฏฺฐหึสุ. เสกฺขานญฺหิ สุญฺญตาปฏิเวโธ ปาเทสิโก สุภสุขสญฺญานํ อปฺปหีนตฺตา, ตสฺมา โส เถโร สุญฺญตากถํ โสตุกาโม ชาโต. ธุเรน ธุรํ ปหรนฺเตน วิยาติ รถธุเรน รถธุรํ ปหรนฺเตน วิย กตฺวา อุชุกเมว สุญฺญตา…เป… วตฺถุํ น สกฺกาติ โยชนา. เอกํ ปทนฺติ เอกํ สุญฺญตาปทํ.

ปุพฺเพปาหนฺติอาทินา ภควา ปฐมโพธิยมฺปิ อตฺตโน สุญฺญตาวิหารพาหุลฺลํ ปกาเสตีติ ทสฺเสนฺโต ‘‘ปฐมโพธิยมฺปี’’ติ อาห. เอโกติอาทิ เถรสฺส สุญฺญตากถาย ภาชนภาวทสฺสนตฺถํ. โสตุนฺติ อฏฺฐึ กตฺวา มนสิ กตฺวา สพฺพเจตสา สมนฺนาหริตฺวา โสตุมฺปิ. อุคฺคเหตุมฺปิติ ยถาภูตํ ธมฺมํ ธารณปริปุจฺฉาปริจยวเสน หทเยน อุคฺคหิตํ สุวณฺณภาชเน ปกฺขิตฺตสีหวสา วิย อวินฏฺเฐ กาตุมฺปิ. กเถตุมฺปีติ วิตฺถาเรน ปเรสํ ทสฺเสตุมฺปิ สกฺกา. ตตฺถาติ มิคารมาตุปาสาเท. กฏฺฐรูปโปตฺถกรูปจิตฺตรูปวเสน กตาติ ถมฺภาทีสุ อุตฺติริตฺวา กตานํ กฏฺฐรูปานํ, นิยฺยูหาทีสุ ปฏิมาวเสน รจิตานํ โปตฺถกรูปานํ, สิตฺติปสฺเส จิตฺตกมฺมวเสน วิรจิตานํ จิตฺตรูปานญฺจ กตา นิฏฺฐปิตา. เวสฺสวณมนฺธาตาทีนนฺติ ปฏิมารูเปน กตานํ เวสฺสวณมนฺธาตุสกฺกาทีนํ. จิตฺตกมฺมวเสนาติ อารามาทิจิตฺตกมฺมวเสน. สณฺฐิตมฺปีติ อวยวภาเวน สณฺฐิตํ หุตฺวา ฐิตมฺปิ. ชิณฺณปฏิสงฺขรณตฺถนฺติ ชิณฺณานํ นิยฺยูหกูฏาคารปาสาทาวยวานํ อภิสงฺขรณตฺถาย ตสฺมึ ตสฺมึ ฐาเน รหสฺสสญฺญาเณน ฐปิตํ. ‘‘ปริภุญฺชิสฺสามี’’ติ ตสฺมึ ตสฺมึ กิจฺเจ วินิยุญฺชนวเสน ปริภุญฺชิตพฺพสฺส. เอตํ วุตฺตนฺติ, ‘‘อยํ มิคารมาตุปาสาโท สุญฺโญ’’ติอาทิกํ วุตฺตํ.

นิจฺจนฺติ สพฺพกาลํ รตฺติญฺจ ทิวา จ. เอกภาวํ เอกํ อสุญฺญตนฺติ ปจฺจตฺเต อุปโยควจนํ, เอกตฺตํ เอโก อสุญฺญโตติ อตฺโถ. คาโมติ ปวตฺตนวเสนาติ เคหสนฺนิเวสวีถิจจฺจรสิงฺฆาฏกาทิเก อุปาทาย คาโมติ โลกุปฺปตฺติวเสน. กิเลสวเสนาติ ตตฺถ อนุนยปฏิฆวเสน. เอเสว นโยติ อิมินา ‘‘ปวตฺตวเสน วา กิเลสวเสน วา อุปฺปนฺนํ มนุสฺสสญฺญ’’นฺติ อิมมตฺถํ อติทิสติ. เอตฺถ จ ยถา คามคฺคหเณน ฆราทิสญฺญา สงฺคหิตา, เอวํ มนุสฺสคฺคหเณน อิตฺถิปุริสาทิสญฺญา สงฺคหิตา. ยสฺมา รุกฺขาทิเก ปฏิจฺจ อรญฺญสญฺญา ตตฺถ ปพฺพตวนสณฺฑาทโย อนฺโตคธา, ตสฺมา ตตฺถ วิชฺชมานมฺปิ ตํ วิภาคํ อคฺคเหตฺวา เอกํ อรญฺญํเยว ปฏิจฺจ อรญฺญสญฺญํ มนสิ กโรติ. โอตรตีติ อนุปฺปวิสติ. อธิมุจฺจตีติ นิจฺฉิโนติ. ปวตฺตทรถาติ ตถารูปาย ปสฺสทฺธิยา อภาวโต โอฬาริกธมฺมปฺปวตฺติสิทฺธา ทรถา. กิเลสทรถาติ อนุนยปฏิฆสมฺภวา กิเลสทรถา. ทุติยปเทติ ‘‘เย อสฺสุ ทรถา มนุสฺสสญฺญํ ปฏิจฺจา’’ติ อิมสฺมึ ปเท. มนสิการสนฺตตาย, – ‘‘นายํ ปุพฺเพ วิย โอฬาริกา, ธมฺมปฺปวตฺตี’’ติ สงฺขารทสฺสนทรถานํ สุขุมตา สลฺลหุกตา จ จริตตฺถาติ อาห ‘‘ปวตฺตทรถมตฺตา อตฺถี’’ติ.

ยํ กิเลสทรถชาตํ, ตํ อิมิสฺสา ทรถสญฺญาย น โหตีติ โยชนา. ปวตฺตทรถมตฺตํ อวสิฏฺฐํ โหติ, วิชฺชมานเมว อตฺถิ อิทนฺติ ปชานาตีติ โยชนา. สุญฺญตา นิพฺพตฺตีติ สุญฺญตนฺติ ปวตฺติ. สุญฺญตา สหจริตญฺหิ สุญฺญํ, อิธ สุญฺญตาติ วุตฺตา.

๑๗๗. อสฺสาติ ภควโต เอวํ อิทานิ วุจฺจมานากาเรน จิตฺตปฺปวตฺติ อโหสิ. อจฺจนฺตสุญฺญตนฺติ ‘‘ปรมานุตฺตร’’นฺติ วุตฺตํ อรหตฺตํ เทเสสฺสามีติ. อรญฺญสญฺญาย วิเสสานธิคมนโตติ, ‘‘อรญฺญํ อรญฺญ’’นฺติ มนสิกาเรน ฌานาทิวิเสสสฺส อธิคมาภาวโต, ‘‘ปถวี’’ติ มนสิกาเรน วิเสสาธิคมนโต. อิทานิ ตเมวตฺถํ อุปมาย วิภาเวตุํ ‘‘ยถา หี’’ติอาทิ วุตฺตํ. เอวํ สนฺเตติ เอวํ วปิเต สาลิอาทโย สมฺปชฺชนฺติ. ธุวเสวนนฺติ นิยตเสวนํ ปาริหาริยกมฺมฏฺฐานํ. ปฏิจฺจาติ เอตฺถ ‘‘สมฺภูต’’นฺติ วจนเสโส อิจฺฉิโตติ อาห ‘‘ปฏิจฺจ สมฺภูต’’นฺติ. ปถวึ ปฏิจฺจ สมฺภูตา หิ สญฺญาติ.

ปถวีกสิเณ โส ปถวีสญฺญี โหติ, น ปกติปถวิยํ. ตสฺสาติ ปถวีกสิณสฺส. เตหีติ คณฺฑาทีหิ. สุฏฺฐุ วิหตนฺติ ยถา วลีนํ เลโสปิ น โหติ, เอวํ สมฺมเทว อาโกฏิตํ. นทีตฬากาทีนํ ตีรปฺปเทโส อุทกสฺส อากรฏฺเฐน กูลํ, อุนฺนตภาวโต อุคฺคตํ กูลํ วิยาติ อุกฺกูลํ, ภูมิยา อุจฺจฏฺฐานํ. วิคตํ กูลนฺติ วิกฺกูลํ, นีจฏฺฐานํ. เตนาห ‘‘อุจฺจนีจ’’นฺติ. เอกํ สญฺญนฺติ เอกํ ปถวีติสญฺญํเยว.

๑๘๒. สติปิ สงฺขารนิมิตฺตวิรเห ยาทิสานํ นิมิตฺตานํ อภาเวน ‘‘อนิมิตฺต’’นฺติ วุจฺจติ, ตานิ ทสฺเสตุํ, ‘‘นิจฺจนิมิตฺตาทิวิรหิโต’’ติ วุตฺตํ. จตุมหาภูติกํ จตุมหาภูตนิสฺสิตํ. สฬายตนปฏิสํยุตฺตํ จกฺขายตนาทิสฬายตนสหิตํ.

๑๘๓. วิปสฺสนาย ปฏิวิปสฺสนนฺติ ธมฺมานญฺจ ปุน วิปสฺสนํ. อิธาติ อตฺตโน ปจฺจกฺขภูตยถาธิคตมคฺคผลํ วทตีติ อาห – ‘‘อริยมคฺเค เจว อริยผเล จา’’ติ. อุปาทิเสสทรถทสฺสนตฺถนฺติ สพฺพโส กิเลสุปธิยา ปหีนาย ขนฺโธปธิ อวิสิฏฺฐา, ตปฺปจฺจยา ทรถา อุปาทิเสสทรถา, ตํ ทสฺสนตฺถํ. ยสฺมา วิสยโต คามสญฺญา โอฬาริกา, มนุสฺสสญฺญา สุขุมา, ตสฺมา มนุสฺสสญฺญาย คามสญฺญํ นิวตฺเตตฺวา. ยสฺมา ปน มนุสฺสสญฺญาปิ สภาควตฺถุปริคฺคหโต โอฬาริกา, สภาควตฺถุโต อรญฺญสญฺญา สุขุมา, ตสฺมา อรญฺญสญฺญาย มนุสฺสสญฺญํ นิวตฺเตตฺวา. ปถวีสญฺญาทินิวตฺตเน การณํ เหฏฺฐา สุตฺตนฺตเรสุ จ วุตฺตเมว. อนุปุพฺเพนาติ มคฺคปฺปฏิปาฏิยา. นิจฺจสาราทีนํ สพฺพโส อวตฺถุตาย อจฺจนฺตเมว สุญฺญตฺตา อจฺจนฺตสุญฺญตา.

๑๘๔. สุญฺญตผลสมาปตฺตินฺติ สุญฺญตวิโมกฺขสฺส ผลภูตตฺตา, สุญฺญตานุปสฺสนาย วเสน สมาปชฺชิตพฺพตฺตา จ สุญฺญตผลสมาปตฺตินฺติ ลทฺธนามํ อรหตฺตผลสมาปตฺตึ. ยสฺมา อตีเต ปจฺเจกสมฺพุทฺธา อเหสุํ, อนาคเต ภวิสฺสนฺติ, อิทานิ ปน พุทฺธสาสนสฺส ธรมานตฺตา ปจฺเจกพุทฺธา น วตฺตนฺติ, ตสฺมา ปจฺเจกพุทฺธคฺคหณํ อกตฺวา, ‘‘เอตรหิปิ พุทฺธพุทฺธสาวกสงฺขาตา’’อิจฺเจว วุตฺตํ. น หิ พุทฺธสาสเน ธรนฺเต ปจฺเจกพุทฺธา ภวนฺติ. เสสํ สุวิญฺเญยฺยเมว.

จูฬสุญฺญตสุตฺตวณฺณนาย ลีนตฺถปฺปกาสนา สมตฺตา.