๑๐. สงฺขารุปปตฺติสุตฺตวณฺณนา
๑๖๐. สงฺขารุปปตฺตินฺติ วิปากกฺขนฺธสญฺญิตานํ สงฺขารานํ อุปฺปตฺตึ, นิพฺพตฺตินฺติ อตฺโถ. ยสฺมา อวธารณํ เอตสฺมึ ปเท อิจฺฉิตพฺพนฺติ, ‘‘สงฺขารานํเยว อุปปตฺติ’’นฺติ วตฺวา เตน นิวตฺติตํ ทสฺเสนฺโต, ‘‘น สตฺตสฺสา’’ติ อาห. เตน สตฺโต ชีโว อุปฺปชฺชตีติ มิจฺฉาวาทํ ปฏิกฺขิปติ. เอวํ อุปฺปชฺชนกธมฺมวเสน อุปฺปตฺตึ ทสฺเสตฺวา อิทานิ อุปฺปตฺติชนกธมฺมวเสนปิ ตํ ทสฺเสตุํ, ‘‘ปุญฺญาภิสงฺขาเรน วา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ กาเมสุ ปุญฺญาภิสงฺขาเรนปิ อุปปตฺติ โหติ, สา ปน อิมสฺมึ สุตฺเต คหิตาติ. ปุญฺญาภิสงฺขาเรน วาติ วา-สทฺโท อวุตฺตตฺถาเปกฺขณวิกปฺปตฺโถ, อวุตฺตตฺถาเปกฺขาย ปน น อาคโต ‘‘อาเนญฺชาภิสงฺขาเรนา’’ติ. อถ วา อุปปตฺติ อาคตา, เอวํ กิจฺจํ อาคตํ, อาเนญฺชาภิสงฺขาโร ปเนตฺถ สรูเปน อนาคโตปิ ปุญฺญาภิสงฺขารคฺคหเณเนว คหิโตติ ทฏฺฐพฺพํ. เกจิ ปน ‘‘ปุญฺญาเนญฺชาภิสงฺขาเรนา’’ติ ปฐนฺติ. ภวูปคกฺขนฺธานนฺติ สุคติภวูปคานํ อุปาทานกฺขนฺธานํ.
๑๖๑. โลกิกา วฏฺฏนฺติ กมฺมวฏฺฏสฺส คหณโต. ภวูปปตฺติเหตุภูตา โอกปฺปนียสทฺธา จตุปาริสุทฺธิสีลํ ตาทิสํ พุทฺธวจนพาหุสจฺจํ อามิสปริจฺจาโค กมฺมสฺสกตาญาณํ กมฺมผลทิฏฺฐิ จ อิเม สทฺธาทโย เวทิตพฺพา. ฐเปตีติ ปณิทหนวเสน ฐเปติ. ปณิทหตีติ หิ อยเมตฺถ อตฺโถ. ปติฏฺฐาเปตีติ ตตฺถ สุปฺปติฏฺฐิตํ กตฺวา ฐเปติ. สหปตฺถนายาติ, ‘‘อโห วตาหํ…เป… อุปปชฺเชยฺย’’นฺติ เอวํ ปวตฺตปตฺถนาย สห. สทฺธาทโยวาติ ยถาวุตฺตา สทฺธาทโย เอว ปญฺจ ธมฺมา อุปปตฺติยา สงฺขรณฏฺเฐน สงฺขารา, ตสฺมา เอว อญฺเญหิ วิสิฏฺฐภวูปหรณฏฺเฐน วิหารา นามาติ. ตสฺมึ ฐาเนติ ตสฺมึ อุปปตฺติฏฺฐาเน.
ปญฺจธมฺมาว ตํสมงฺคีปุคฺคโล อุปปตฺตึ มคฺคติ คเวสติ เอเตนาติ มคฺโค. ปฏิปชฺชติ เอตายาติ ปฏิปทา. เจตนา ปเนตฺถ สุทฺธสงฺขารตาย สทฺธาทิคฺคหเณเนว คหิตา, ตสฺมา อวธารณํ กตํ. อุปปตฺติปกปฺปนวเสเนว ปวตฺติยา ปตฺถนาคหเณเนว ตสฺสา คหณนฺติ เกจิ. จิตฺตกรยุตฺตคตินิพฺพตฺตนธมฺมวเสน อวธารณสฺส กตตฺตา. เจตนา หิ นาม กมฺมํ, ตสฺสา อุปปตฺตินิพฺพตฺตเน วตฺตพฺพเมว นตฺถิ, ตสฺสา ปน กิจฺจกรณา สทฺธาทโย ปตฺถนา จาติ อิเม ธมฺมา สหการิโน ภวูปปตฺติยา นิยามกา โหนฺตีติ ตตฺรูปปตฺติยา ปวตฺตนฺตีติ เตสํ มคฺคาทิภาโว วุตฺโต. เตนาห ‘‘ยสฺส หี’’ติอาทิ. เตน สทฺธา ปตฺถนา จาติ อุภเย ธมฺมา สหิตา หุตฺวา กมฺมํ วิเสเสนฺตา คตึ นิยเมนฺตีติ ทสฺเสติ, ปฏิสนฺธิคฺคหณํ อนิยตํ เกวลสฺส กมฺมสฺส วเสนาติ อธิปฺปาโย. กามญฺเจตฺถ ‘‘กมฺมํ กตฺวา’’ติ วุตฺตํ, กมฺมายูหนโต ปน ปเคว ปตฺถนํ ฐเปตุมฺปิ วฏฺฏติเยว. กมฺมํ กตฺวาติ เจตฺถ ‘‘ตาเปตฺวา ภุญฺชติ, ภุตฺวา สยตี’’ติอาทีสุ วิย น กาลนิยโม, กมฺมํ กตฺวา ยทา กทาจิ ปตฺถนํ กาตุํ วฏฺฏตีติ จ อิทํ จาริตฺตทสฺสนํ วิย วุตฺตํ. ยถา หิ ภวปตฺถนา ยาว มคฺเคน น สมุจฺฉิชฺชติ, ตาว อนุปฺปนฺนาภินวกตูปจิตสฺส กมฺมสฺส ปจฺจโย โหติเยว. ปุน ตถา วิเสสปจฺจโย, ยถา นิยเมตฺวา อุปฺปาทิตา. เตน วุตฺตํ – ‘‘ยสฺส ปญฺจ ธมฺมา อตฺถิ, น ปตฺถนา ตสฺส คติ อนิพทฺธา’’ติ.
๑๖๕. สพฺพโสวาติ ‘‘อิทํ กาฬกํ สามํ เสตํ หริตํ มณฺฑลํ อปริมณฺฑลํ จตุรํสํ ปริปุณฺณํ ขุทฺทกํ มหนฺต’’นฺติอาทินา สพฺพโสว ปากฏํ โหติ.
๑๖๗. สุนฺทโรติ กาฬกาทิโทสรหิตตาย โสภโน. อากรสมฺปนฺโน สมฺปนฺนอากรุปฺปตฺติยา. โธวนาทีหีติ โธวนตาปนมชฺชนาทีหิ.
๑๖๘. โลกธาตูนํ สตสหสฺสํ อตฺตโน วเส วตฺตนโต สตสหสฺโส. ตสฺส ปน ตตฺถ โอภาสกรณํ ปากฏนฺติ อาห ‘‘อาโลกผรณพฺรหฺมา’’ติ. อยเมว นโย เหฏฺฐา ‘‘สหสฺโส พฺรหฺมา’’ติอาทีสุปิ. นิกฺเขน กตนฺติ นิกฺขปริมาเณน ชมฺโพนเทน กตํ. นิกฺขํ ปน วีสติสุวณฺณนฺติ เกจิ. ปญฺจวีสติสุวณฺณนฺติ อปเร. สุวณฺณํ นาม จตุธรณนฺติ วทนฺติ. ฆฏฺฏนมชฺชนกฺขมํ น โหติ ปริตฺตภาวโต. อติเรเกนาติ ปญฺจสุวณฺณอติเรเกน นิกฺขปฺปมาณํ อสมฺปตฺเตน. วณฺณวนฺตํ ปน น โหติ อวิปุลตาย อุฬารํ หุตฺวา อนุปฏฺฐานโต. อวณฺณวนฺตตาย เอว ผรุสธาตุกํ ขายติ. ตาสูติ ตาสุ ภูมีสุ, ยตฺถ สาขา วฑฺฒิตฺวา ฐิตา. เตติ สุวณฺณงฺกุรา. ปจิตฺวาติ ตาเปตฺวา. สมฺปหฏฺฐนฺติ สมุชฺชลีกตนฺติ อาห – ‘‘โธตฆฏฺฏิตปมชฺชิต’’นฺติ, ตมฺพมตฺติกเลปํ กตฺวา โธตญฺเจว ปาสาณาทินา ฆฏฺฏิตญฺจ เอฬกโลมาทินา ปมชฺชิตญฺจาติ อตฺโถ.
เอตเทวาติ อาโลกํ วฑฺเฒตฺวา เอตฺถ อาโลกผรณเมว. อถ วา ยํ ทิพฺพจกฺขุผรณํ, อาโลกผรณมฺปิ เอตเทว. ยตฺตกญฺหิ ฐานํ โยคี กสิณาโลเกน ผรติ; ตตฺตกํ ฐานํ ทิพฺพจกฺขุญาณํ ผุสตีติ ทิพฺพจกฺขุผรเณ ทสฺสิเต อาโลกผรณํ ทสฺสิตเมวาติ อตฺโถ. สพฺพตฺถาติ สพฺพสฺมึ ‘‘ผริตฺวา’’ติ อาคตฏฺฐาเน. อวินาเสนฺเตนาติ อสมฺภินฺเนน.
กสิณผรณํ วิยาติ กสิโณภาเสน ผรณํ วิย ทิสฺสติ อุปฏฺฐาติ, มณิปภาผรณสฺส วิย พฺรหฺมโลเก ธาตุผรณสฺส ทสฺสิตตฺตาติ อธิปฺปาโย. สรีรปภา ปน นิกฺขปภาสทิสาติ, ‘‘นิกฺโขปมฺเม สรีรผรณํ วิย ทิสฺสตี’’ติ วุตฺตํ. อฏฺฐกถา นาม นตฺถีติ ปาฬิปทสฺส อตฺถวณฺณนาย นาม นิจฺฉิตาย ภวิตพฺพํ, อวินิจฺฉิตาย ปน นตฺถิ วิยาติ อกถนํ นาม อฏฺฐกถาย อนาจิณฺณนฺติ ตสฺส วาทํ ปฏิกฺขิปิตฺวา. ยถา หิ วตฺตพฺพํ, ตถา อวตฺวา ‘‘วิยา’’ติ วจนํ กิมตฺถิยนฺติ อธิปฺปาโย. พุทฺธานํ พฺยามปฺปภา พฺยามปฺปเทเส สพฺพกาลํ อธิฏฺฐาติ วิย ตสฺส พฺรหฺมุโน สรีรผรณํ สรีราภาย ปตฺถรณํ สพฺพกาลิกํ. จตฺตาริมานิ อิตรานิ ผรณานิ อวินาเสตฺวา อญฺญมญฺญมภินฺทิตฺวา กเถตพฺพํ. ผรณปทสฺเสว เววจนํ ‘‘อธิมุจฺจเนเนว ผรณ’’นฺติ. ปตฺถรตีติ ยถาวุตฺตํ ผรณวเสน ปตฺถรติ. ชานาตีติ อธิมุจฺจนวเสน ชานาติ.
๑๖๙. อาทโยติ อาทิ-สทฺเทน สุเภ สงฺคณฺหาติ. อาภาติ ทุติยชฺฌานภูมิเก เทเว เอกชฺฌํ คเหตฺวา สาธารณโต วุตฺตํ. ตโต สุภาติ ตติยชฺฌานภูมิเก. เตนาห – ‘‘ปาฏิเยกฺกา เทวา นตฺถี’’ติอาทิ. สาธารณโต กตายปิ ปตฺถนาย ฌานงฺคํ ปริตฺตํ ภาวิตญฺเจ, ปริตฺตาเภสุ อุปปตฺติ โหติ, มชฺฌิมญฺเจ, อปฺปมาณาเภสุ, ปณีตญฺเจ, อาภสฺสเรสุ อุปปตฺติ โหตีติ ทฏฺฐพฺพํ. สุภาติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย. เหฏฺฐา วุตฺตนเยเนว สุวิญฺเญยฺโยติ อาห – ‘‘เวหปฺผลาทิวารา ปากฏาเยวา’’ติ.
กามาวจเรสุ นิพฺพตฺตตูติอาทินา สทฺธาทีนํ อชฺฌานวิปสฺสนานํ กถํ ตทธิฏฺฐานํ โหตีติ อาสงฺกติ. อิตโร สทฺธาทีนํ อชฺฌานสภาวตฺเตปิ ฌานวิปสฺสนานํ อธิฏฺฐานํ นิสฺสยปจฺจยาทิวเสน สปฺปจฺจยตฺตา พฺรหฺมโลกูปปตฺตึ นิพฺพานญฺจ อาวหนฺตีติ ทสฺเสนฺโต, ‘‘อิเม ปญฺจ ธมฺมา’’ติอาทิมาห. ตตฺถ สีลนฺติ สมฺภารสีลํ. อนาคามี สมุจฺฉินฺนโอรมฺภาคิยสํโยชโน สมาโน สเจ สพฺพโส อุปปตฺติโย อติกฺกมิตุํ น สกฺโกติ, อริยภูมีสุ เอว นิพฺพตฺตติ ยถูปจิตฌานกมฺมุนาติ อาห – ‘‘อนาคามิ…เป… นิพฺพตฺตตี’’ติ. อุปริมคฺคนฺติ อคฺคมคฺคํ ภาเวตฺวา. อาสวกฺขยนฺติ สพฺพโส อาสวานํ ขยํ ปหานํ ปาปุณาติ. เสสํ สุวิญฺเญยฺยเมว.
สงฺขารุปปตฺติสุตฺตวณฺณนาย ลีนตฺถปฺปกาสนา สมตฺตา.
นิฏฺฐิตา จ อนุปทวคฺควณฺณนา.