๒. อนุปทวคฺโค

๑. อนุปทสุตฺตวณฺณนา

๙๓. อิทฺธิมาติ คุโณ ปากโฏ ปรโตโฆเสน วินา ปาสาทกมฺปนเทวจาริกาทีหิ สยเมว ปกาสภาวโต; ธุตวาทาทิคุณานมฺปิ ตถาภาเว เอเตเนว นเยน เตสํ คุณานํ ปากฏโยคโต จ ปเรสํ นิจฺฉิตภาวโต จ. ปญฺญวโต คุณาติ ปญฺญาปเภทปภาวิเต คุณวิเสเส สนฺธาย วทติ. เต หิ เยภุยฺเยน ปเรสํ อวิสยา. เตนาห – ‘‘น สกฺกา อกถิตา ชานิตุ’’นฺติ. วิสภาคา สภาคา นาม อโยนิโสมนสิการพหุเลสุ ปุถุชฺชเนสุ, เต ปน อปฺปหีนราคโทสตาย ปรสฺส วิชฺชมานมฺปิ คุณํ มกฺเขตฺวา อวิชฺชมานํ อวณฺณเมว โฆเสนฺตีติ อาห – ‘‘วิสภาค…เป… กเถนฺตี’’ติ.

ยา อฏฺฐารสนฺนํ ธาตูนํ สมุทยโต อตฺถงฺคมโต อสฺสาทโต อาทีนวโต ยถาภูตํ ปชานนา, อยํ ธาตุกุสลตา. อายตนกุสลตายปิ เอเสว นโย. อวิชฺชาทีสุ ทฺวาทสสุ ปฏิจฺจสมุปฺปาทงฺเคสุ โกสลฺลํ ปฏิจฺจสมุปฺปาทกุสลตา. อิทํ อิมสฺส ผลสฺส ฐานํ การณํ, อิทํ อฏฺฐานํ อการณนฺติ เอวํ ฐานญฺจ ฐานโต, อฏฺฐานญฺจ อฏฺฐานโต ยถาภูตํ ปชานนา, อยํ ฐานาฏฺฐานกุสลตา. โย ปน อิเมสุ ธาตุอาทีสุ ปริญฺญาภิสมยาทิวเสน นิสฺสงฺคคติยา ปณฺฑาติ ลทฺธนาเมน ญาเณน อิโต คโต ปวตฺโต, อยํ ปณฺฑิโต นามาติ อาห – ‘‘อิเมหิ จตูหิ การเณหิ ปณฺฑิโต’’ติ. มหนฺตานํ อตฺถานํ ปริคฺคณฺหนโต มหตี ปญฺญา เอตสฺสาติ มหาปญฺโญ. เสสปเทสุปิ เอเสว นโยติ อาห – ‘‘มหาปญฺญาทีหิ สมนฺนาคโตติ อตฺโถ’’ติ.

นานตฺตนฺติ ยาหิ มหาปญฺญาทีหิ สมนฺนาคตตฺตา เถโร ‘‘มหาปญฺโญ’’ติอาทินา กิตฺตียติ, ตาสํ มหาปญฺญาทีนํ อิทํ นานตฺตํ อยํ เวมตฺตตา. ยสฺส กสฺสจิ (ที. นิ. ฏี. ๓.๒๑๖; สํ. นิ. ฏี. ๑.๑.๑๑๐; อ. นิ. ฏี. ๑.๑.๕๘๔) วิเสสโต อรูปธมฺมสฺส มหตฺตํ นาม กิจฺจสิทฺธิยา เวทิตพฺพนฺติ ตทสฺส กิจฺจสิทฺธิยา ทสฺเสนฺโต, ‘‘มหนฺเต สีลกฺขนฺเธ ปริคฺคณฺหาตีติ มหาปญฺญา’’ติอาทิมาห. ตตฺถ เหตุมหนฺตตาย ปจฺจยมหนฺตตาย นิสฺสยมหนฺตตาย ปเภทมหนฺตตาย กิจฺจมหนฺตตาย ผลมหนฺตตาย อานิสํสมหนฺตตาย จ สีลกฺขนฺธสฺส มหนฺตภาโว เวทิตพฺโพ. ตตฺถ เหตู อโลภาทโย, ปจฺจยา หิโรตฺตปฺปสทฺธาสติวีริยาทโย. นิสฺสยา สาวกโพธิปจฺเจกโพธิสมฺมาสมฺโพธินิยตตา ตํสมงฺคิโน จ ปุริสวิเสสา. ปเภโท จาริตฺตาทิวิภาโค. กิจฺจํ ตทงฺคาทิวเสน ปฏิปกฺขสฺส วิธมนํ. ผลํ สคฺคสมฺปทา นิพฺพานสมฺปทา จ. อานิสํโส ปิยมนาปตาทิ. อยเมตฺถ สงฺเขโป, วิตฺถาโร ปน วิสุทฺธิมคฺเค (วิสุทฺธิ. ๑.๙) อากงฺเขยฺยสุตฺตาทีสุ (ม. นิ. ๑.๖๔ อาทโย) จ อาคตนเยน เวทิตพฺโพ. อิมินา นเยน สมาธิกฺขนฺธาทีนมฺปิ มหนฺตตา ยถารหํ นิทฺธาเรตฺวา เวทิตพฺพา, ฐานาฏฺฐานาทีนํ ปน มหนฺตภาโว มหาวิสยตาย เวทิตพฺโพ. ตตฺถ ฐานาฏฺฐานานํ มหาวิสยตา พหุธาตุกสุตฺเต (ม. นิ. ๓.๑๒๔ อาทโย) สยเมว อาคมิสฺสติ. วิหารสมาปตฺตีนํ สมาธิกฺขนฺเธ นิทฺธาริตนเยน เวทิตพฺพา, อริยสจฺจานํ สกลสาสนสงฺคหณโต สจฺจวิภงฺเค (วิภ. ๑๘๙ อาทโย) ตํสํวณฺณนาสุ (วิภ. อฏฺฐ. ๑๘๙ อาทโย) อาคตนเยน. สติปฏฺฐานาทีนํ วิภงฺคาทีสุ (วิภ. ๓๕๕ อาทโย) ตํสํวณฺณนาทีสุ (วิภ. อฏฺฐ. ๓๕๕ อาทโย) จ อาคตนเยน. สามญฺญผลานํ มหโต หิตสฺส มหโต สุขสฺส มหโต อตฺถสฺส มหโต โยคกฺเขมสฺส นิปฺผตฺติภาวโต สนฺตปณีตนิปุณอตกฺกาวจรปณฺฑิตเวทนียภาวโต จ. อภิญฺญานํ มหาสมฺภารโต มหาวิสยโต มหากิจฺจโต มหานุภาวโต มหานิปฺผตฺติโต จ. นิพฺพานสฺส มทนิมฺมทนาทิมหตฺถสิทฺธิโต มหนฺตตา เวทิตพฺพา.

ปุถุปญฺญาติ เอตฺถาปิ วุตฺตนยานุสาเรน อตฺโถ เวทิตพฺโพ. อยํ ปน วิเสโส – นานาขนฺเธสุ ญาณํ ปวตฺตตีติ, ‘‘อยํ รูปกฺขนฺโธ นาม…เป… อยํ วิญฺญาณกฺขนฺโธ นามา’’ติ, เอวํ ปญฺจนฺนํ ขนฺธานํ นานากรณํ ปฏิจฺจ ญาณํ ปวตฺตติ. เตสุปิ ‘‘เอกวิเธน รูปกฺขนฺโธ, เอกาทสวิเธน รูปกฺขนฺโธ, เอกวิเธน เวทนากฺขนฺโธ, พหุวิเธน เวทนากฺขนฺโธ, เอกวิเธน สญฺญากฺขนฺโธ…เป… เอกวิเธน วิญฺญาณกฺขนฺโธ, พหุวิเธน วิญฺญาณกฺขนฺโธ’’ติ เอวํ เอเกกสฺส ขนฺธสฺส เอกวิธาทิวเสน อตีตาทิเภทวเสนปิ นานากรณํ ปฏิจฺจ ญาณํ ปวตฺตติ. ตถา ‘‘อิทํ จกฺขายตนํ นาม…เป… อิทํ ธมฺมายตนํ นาม. ตตฺถ ทสายตนา กามาวจรา, เทฺว จตุภูมกา’’ติ เอวํ อายตนนานตฺตํ ปฏิจฺจ ญาณํ ปวตฺตติ.

นานาธาตูสูติ ‘‘อยํ จกฺขุธาตุ นาม…เป… อยํ มโนวิญฺญาณธาตุ นาม. ตตฺถ โสฬส ธาตุโย กามาวจรา, เทฺว จตุภูมกา’’ติ เอวํ นานาธาตูสุ ปฏิจฺจ ญาณํ ปวตฺตติ. ตยิทํ อุปาทิณฺณกธาตุวเสน วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ. ปจฺเจกพุทฺธานญฺหิ ทฺวินฺนญฺจ อคฺคสาวกานํ อุปาทิณฺณกธาตูสุเยว นานากรณํ ปฏิจฺจ ญาณํ ปวตฺตติ. ตญฺจ โข เอกเทสโตว, โน นิปฺปเทสโต, อนุปาทิณฺณกธาตูนํ ปน นานากรณํ น ชานนฺติเยว. สพฺพญฺญุพุทฺธานํเยว ปน, ‘‘อิมาย นาม ธาตุยา อุสฺสนฺนตฺตา อิมสฺส รุกฺขสฺส ขนฺโธ เสโต โหติ, อิมสฺส กโณฺห, อิมสฺส พหลตฺตโจ, อิมสฺส ตนุตฺตโจ, อิมสฺส ปตฺตํ วณฺณสณฺฐานาทิวเสน เอวรูปํ, อิมสฺส ปุปฺผํ นีลํ ปีตํ โลหิตํ โอทาตํ สุคนฺธํ ทุคฺคนฺธํ, ผลํ ขุทฺทกํ มหนฺตํ ทีฆํ วฏฺฏํ สุสณฺฐานํ มฏฺฐํ ผรุสํ สุคนฺธํ มธุรํ ติตฺตกํ อมฺพิลํ กฏุกํ กสาวํ, กณฺฏโก ติขิโณ อติขิโณ อุชุโก กุฏิโล โลหิโต โอทาโต โหตี’’ติ ธาตุนานตฺตํ ปฏิจฺจ ญาณํ ปวตฺตติ.

อตฺเถสูติ รูปาทีสุ อารมฺมเณสุ. นานาปฏิจฺจสมุปฺปาเทสูติ อชฺฌตฺตพหิทฺธาเภทโต สนฺตานเภทโต จ นานปฺปเภเทสุ ปฏิจฺจสมุปฺปาทงฺเคสุ. อวิชฺชาทิองฺคานญฺหิ ปจฺเจกํ ปฏิจฺจสมุปฺปาทสญฺญิตาติ. เตนาห – สงฺขารปิฏเก ‘‘ทฺวาทส ปจฺจยา ทฺวาทส ปฏิจฺจสมุปฺปาทา’’ติ. นานาสุญฺญตมนุปลพฺเภสูติ นานาสภาเวสุ นิจฺจสาราทิวิรหโต สุญฺญสภาเวสุ, ตโต เอว อิตฺถิปุริสอตฺตอตฺตนิยาทิวเสน อนุปลพฺเภสุ สภาเวสุ. ม-กาโร เหตฺถ ปทสนฺธิกโร. นานาอตฺเถสูติ อตฺถปฏิสมฺภิทาวิสเยสุ ปจฺจยุปฺปนฺนาทินานาอตฺเถสุ. ธมฺเมสูติ ธมฺมปฏิสมฺภิทาวิสเยสุ ปจฺจยาทินานาธมฺเมสุ. นิรุตฺตีสูติ เตสํเยว อตฺถธมฺมานํ นิทฺธารณวจนสงฺขาตาสุ นานานิรุตฺตีสุ. ปฏิภาเนสูติ เอตฺถ อตฺถปฏิสมฺภิทาทีสุ วิสยภูเตสุ, ‘‘อิมานิ อิทมตฺถโชตกานี’’ติ (วิภ. ๗๒๕-๗๔๕) ตถา ตถา ปฏิภานโต ปฏิภานานีติ ลทฺธนาเมสุ ญาเณสุ. ปุถุ นานาสีลกฺขนฺเธสูติอาทีสุ สีลสฺส ปุถุตฺตํ นานตฺตญฺจ วุตฺตเมว. อิตเรสํ ปน วุตฺตนยานุสาเรน สุวิญฺเญยฺยตฺตา ปากฏเมว. ยํ ปน อภินฺนํ เอกเมว นิพฺพานํ, ตตฺถ อุปจารวเสน ปุถุตฺตํ คเหตพฺพนฺติ อาห – ‘‘ปุถุ นานาชนสาธารเณ ธมฺเม สมติกฺกมฺมา’’ติ. เตนสฺส มทนิมฺมทนาทิปริยาเยน ปุถุตฺตํ ปริทีปิตํ โหติ.

เอวํ วิสยวเสน ปญฺญาย มหตฺตํ ปุถุตฺตญฺจ ทสฺเสตฺวา อิทานิ สมฺปยุตฺตธมฺมวเสน หาสภาวํ, ปวตฺติอาการวเสน ชวนภาวํ, กิจฺจวเสน ติกฺขาทิภาวญฺจ ทสฺเสตุํ, ‘‘กตมา หาสปญฺญา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ หาสพหุโลติ ปีติพหุโล. เสสปทานิ ตสฺเสว เววจนานิ. สีลํ ปริปูเรตีติ หฏฺฐปหฏฺโฐ อุทคฺคุทคฺโค หุตฺวา ปีติสหคตาย ปญฺญาย. ปีติโสมนสฺสสหคตา หิ ปญฺญา อภิรติวเสน อารมฺมเณ ผุลฺลา วิกสิตา วิย ปวตฺตติ; น อุเปกฺขาสหคตาติ ปาติโมกฺขสีลํ ฐเปตฺวา หาสนียํ ปรํ ติวิธมฺปิ สีลํ ปริปูเรตีติ อตฺโถ. วิสุํ วุตฺตตฺตา ปุน สีลกฺขนฺธมาห. สมาธิกฺขนฺธนฺติอาทีสุปิ เอเสว นโย.

รูปํ อนิจฺจโต ขิปฺปํ ชวตีติ รูปกฺขนฺธํ อนิจฺจนฺติ สีฆํ เวเคน ปวตฺติยา ปฏิปกฺขทูรีภาเวน ปุพฺพาภิสงฺขารสฺส สาติสยตฺตา อินฺเทน วิสฺสฏฺฐวชิรํ วิย ลกฺขณํ ปฏิวิชฺฌนฺตี อทนฺธายนฺตี รูปกฺขนฺเธ อนิจฺจลกฺขณํ เวคสา ปฏิวิชฺฌติ, ตสฺมา สา ชวนปญฺญา นามาติ อตฺโถ. เสสปเทสุปิ เอเสว นโย. เอวํ ลกฺขณารมฺมณิกวิปสฺสนาวเสน ชวนปญฺญํ ทสฺเสตฺวา พลววิปสฺสนาวเสน ทสฺเสตุํ, ‘‘รูป’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ ขยฏฺเฐนาติ ยตฺถ ยตฺถ อุปฺปชฺชติ, ตตฺถ ตตฺเถว ภิชฺชนโต ขยสภาวตฺตา. ภยฏฺเฐนาติ ภยานกภาวโต. อสารกฏฺเฐนาติ อตฺตสารวิรหโต นิจฺจสาราทิวิรหโต จ. ตุลยิตฺวาติ ตุลาภูตาย วิปสฺสนาปญฺญาย ตุเลตฺวา. ตีรยิตฺวาติ ตาย เอว ตีรณภูตาย ตีเรตฺวา. วิภาวยิตฺวาติ ยาถาวโต ปกาเสตฺวา ปญฺจกฺขนฺธํ วิภูตํ กตฺวา. รูปนิโรเธติ รูปกฺขนฺธสฺส นิโรธภูเต นิพฺพาเน นินฺนโปณปพฺภารวเสน. อิทานิ สิขาปฺปตฺตวิปสฺสนาวเสน ชวนปญฺญํ ทสฺเสตุํ, ปุน ‘‘รูป’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. วุฏฺฐานคามินิวิปสฺสนาวเสนาติ เกจิ.

ญาณสฺส ติกฺขภาโว นาม สวิเสสํ ปฏิปกฺขสมุจฺฉินฺทเนน เวทิตพฺโพติ, ‘‘ขิปฺปํ กิเลเส ฉินฺทตีติ ติกฺขปญฺญา’’ติ วตฺวา เต ปน กิเลเส วิภาเคน ทสฺเสนฺโต, ‘‘อุปฺปนฺนํ กามวิตกฺก’’นฺติอาทิมาห. ติกฺขปญฺโญ หิ ขิปฺปาภิญฺโญ โหติ, ปฏิปทา จสฺส น จลตีติ อาห – ‘‘เอกสฺมึ อาสเน จตฺตาโร อริยมคฺคา อธิคตา โหนฺตี’’ติอาทิ.

‘‘สพฺเพ สงฺขารา อนิจฺจา ทุกฺขา วิปริณามธมฺมา สงฺขตา ปฏิจฺจสมุปฺปนฺนา ขยธมฺมา วยธมฺมา นิโรธธมฺมา’’ติ ยาถาวโต ทสฺสเนน สจฺจสมฺปฏิเวโธ อิชฺฌติ, น อญฺญถาติ การณมุเขน นิพฺเพธิกปญฺญํ ทสฺเสตุํ, ‘‘สพฺพสงฺขาเรสุ อุพฺเพคพหุโล โหตี’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ อุพฺเพคพหุโลติ วุตฺตนเยน สพฺพสงฺขาเรสุ อภิณฺหํ ปวตฺตสํเวโค. อุตฺตาสพหุโลติ ญาณุตฺราสวเสน สพฺพสงฺขาเรสุ พหุโส อุตฺรสฺตมานโส. เตน อาทีนวานุปสฺสนมาห. อุกฺกณฺฐนพหุโลติ ปน อิมินา นิพฺพิทานุปสฺสนํ อาห – อรติพหุโลติอาทินา ตสฺสา เอว อปราปรุปฺปตฺตึ. พหิมุโขติ สพฺพสงฺขารโต พหิภูตํ นิพฺพานํ อุทฺทิสฺส ปวตฺตญาณมุโข, ตถา วา ปวตฺติตวิโมกฺขมุโข. นิพฺพิชฺฌนํ นิพฺเพโธ, โส เอติสฺสา อตฺถิ, นิพฺพิชฺฌตีติ วา นิพฺเพธา, สาว ปญฺญา นิพฺเพธิกา. ยํ ปเนตฺถ อตฺถโต อวิภตฺตํ, ตํ เหฏฺฐา วุตฺตนยตฺตา สุวิญฺเญยฺยเมว.

ปชฺชติ เอเตน วิปสฺสนาทิโกติ ปทํ, สมาปตฺติ, ตสฺมา อนุปทนฺติ อนุสมาปตฺติโยติ อตฺโถ. ปทํ วา สมฺมสนุปคา ธมฺมา วิปสฺสนาย ปวตฺติฏฺฐานภาวโต. เตนาห ‘‘สมาปตฺติวเสน วา’’ติ. ฌานงฺควเสน วาติ ฌานงฺควเสนาติ จ อตฺโถ. อฏฺฐกถายํ ปน กมตฺโถ อิธ ปทสทฺโท, ตสฺมา อนุปทํ อนุกฺกเมนาติ อยเมตฺถ อตฺโถติ อาห ‘‘อนุปฏิปาฏิยา’’ติ. ธมฺมวิปสฺสนนฺติ ตํตํสมาปตฺติจิตฺตุปฺปาทปริยาปนฺนานํ ธมฺมานํ วิปสฺสนํ. วิปสฺสตีติ สมาปตฺติโย ฌานมุเขน เต เต ธมฺเม ยาถาวโต ปริคฺคเหตฺวา, ‘‘อิติปิ ทุกฺขา’’ติอาทินา สมฺมสติ. อทฺธมาเสน อรหตฺตํ ปตฺโต อุกฺกํสคตสฺส สาวกานํ สมฺมสนจารสฺส นิปฺปเทเสน ปวตฺติยมานตฺตา, สาวกปารมีญาณสฺส จ ตถา ปฏิปาเทตพฺพตฺตา. เอวํ สนฺเตปีติ ยทิปิ มหาโมคฺคลฺลานตฺเถโร น จิรสฺเสว อรหตฺตํ ปตฺโต; ธมฺมเสนาปติ ปน ตโต จิเรน, เอวํ สนฺเตปิ ยสฺมา โมคฺคลฺลานตฺเถโรปิ มหาปญฺโญว, ตสฺมา สาริปุตฺตตฺเถโรว มหาปญฺญตโรติ. อิทานิ ตมตฺถํ ปากฏตรํ กาตุํ, ‘‘มหาโมคฺคลฺลานตฺเถโร หี’’ติอาทิ วุตฺตํ. สมฺมสนํ จรติ เอตฺถาติ สมฺมสนจาโร, วิปสฺสนาภูมิ, ตํ สมฺมสนจารํ. เอกเทสเมวาติ สกอตฺตภาเว สงฺขาเร อนวเสสโต ปริคฺคเหตุญฺจ สมฺมสิตุญฺจ อสกฺโกนฺตํ อตฺตโน อภินีหารสมุทาคตญาณพลานุรูปํ เอกเทสเมว ปริคฺคเหตฺวา สมฺมสนฺโต. นนุ จ ‘‘สพฺพํ, ภิกฺขเว, อนภิชานํ อปริชานํ อวิราชยํ อปฺปชหํ อภพฺโพ ทุกฺขกฺขยายา’’ติ (สํ. นิ. ๔.๒๖) วจนโต วฏฺฏทุกฺขโต มุจฺจิตุกาเมน สพฺพํ ปริญฺเญยฺยํ ปริชานิตพฺพเมว? สจฺจเมตํ, ตญฺจ โข สมฺมสนุปคธมฺมวเสน วุตฺตํ. ตสฺมา สสนฺตานคเต สพฺพธมฺเม, ปรสนฺตานคเต จ เตสํ สนฺตานวิภาคํ อกตฺวา พหิทฺธาภาวสามญฺญโต สมฺมสนํ, อยํ สาวกานํ สมฺมสนจาโร. เถโร ปน พหิทฺธาธมฺเมปิ สนฺตานวิภาเคน เกจิ เกจิ อุทฺธริตฺวา สมฺมสิ, ตญฺจ โข ญาเณน ผุฏฺฐมตฺตํ กตฺวา. เตน วุตฺตํ – ‘‘ยฏฺฐิโกฏิยา อุปฺปีเฬนฺโต วิย เอกเทสเมว สมฺมสนฺโต’’ติ. ตตฺถ ญาเณน นาม ยาวตา เนยฺยํ ปวตฺติตพฺพํ, ตถา อปวตฺตนโต ‘‘ยฏฺฐิโกฏิยา อุปฺปีเฬนฺโต วิยา’’ติอาทิ วุตฺตํ. อนุปทธมฺมวิปสฺสนาย อภาวโต ‘‘เอกเทสเมว สมฺมสนฺโต’’ติ วุตฺตํ.

พุทฺธานํ สมฺมสนจาโร ทสสหสฺสิโลกธาตุยํ สตฺตสนฺตานคตา, อนินฺทฺริยพทฺธา จ สงฺขาราติ วทนฺติ, โกฏิสตสหสฺสจกฺกวาเฬสูติ อปเร. ตถา หิ อทฺธตฺตยวเสน ปฏิจฺจสมุปฺปาทนยํ โอสริตฺวา ฉตฺตึสโกฏิสตสหสฺสมุเขน พุทฺธานํ มหาวชิรญาณํ ปวตฺตํ. ปจฺเจกพุทฺธานํ สสนฺตานคเตหิ สทฺธึ มชฺฌิมเทสวาสิสตฺตสนฺตานคตา อนินฺทฺริยพทฺธา จ สมฺมสนจาโรติ วทนฺติ, ชมฺพุทีปวาสิสตฺตสนฺตานคตาติ เกจิ. ธมฺมเสนาปติโนปิ ยถาวุตฺตสาวกานํ วิปสฺสนาภูมิเยว สมฺมสนจาโร. ตตฺถ ปน เถโร สาติสยํ นิรวเสสํ อนุปทธมฺมํ วิปสฺสิ. เตน วุตฺตํ – ‘‘สาวกานํ สมฺมสนจารํ นิปฺปเทสํ สมฺมสี’’ติ.

ตตฺถ ‘‘สาวกานํ วิปสฺสนาภูมี’’ติ เอตฺถ สุกฺขวิปสฺสกา โลกิยาภิญฺญปฺปตฺตา ปกติสาวกา อคฺคสาวกา ปจฺเจกพุทฺธา สมฺมาสมฺพุทฺธาติ ฉสุ ชเนสุ สุกฺขวิปสฺสกานํ ฌานาภิญฺญาหิ อนธิคตปญฺญาเนปุญฺญตฺตา อนฺธานํ วิย อิจฺฉิตปเทโสกฺกมนํ วิปสฺสนากาเล อิจฺฉิกิจฺฉิตธมฺมวิปสฺสนา นตฺถิ. เต ยถาปริคฺคหิตธมฺมมตฺเตเยว ฐตฺวา วิปสฺสนํ วฑฺเฒนฺติ. โลกิยาภิญฺญปฺปตฺตา ปน ปกติสาวกา เยน มุเขน วิปสฺสนํ อารภนฺติ; ตโต อญฺเญน วิปสฺสนํ วิตฺถาริกํ กาตุํ สกฺโกนฺติ วิปุลญาณตฺตา. มหาสาวกา อภินีหารสมฺปนฺนตฺตา ตโต สาติสยํ วิปสฺสนํ วิตฺถาริกํ กาตุํ สกฺโกนฺติ. อคฺคสาวเกสุ ทุติโย อภินีหารสมฺปตฺติยา สมาธานสฺส สาติสยตฺตา วิปสฺสนํ ตโตปิ วิตฺถาริกํ กโรติ. ปฐโม ปน ตโต มหาปญฺญตาย สาวเกหิ อสาธารณํ วิตฺถาริกํ กโรติ. ปจฺเจกพุทฺโธ เตหิปิ มหาภินีหารตาย อตฺตโน อภินีหารานุรูปํ ตโตปิ วิตฺถาริกวิปสฺสนํ กโรนฺติ. พุทฺธานํ, สมฺมเทว, ปริปูริตปญฺญาปารมิปภาวิต-สพฺพญฺญุตญฺญาณาธิคมนสฺส อนุรูปายาติ. ยถา นาม กตวาลเวธปริจเยน สรภงฺคสทิเสน ธนุคฺคเหน ขิตฺโต สโร อนฺตรา รุกฺขลตาทีสุ อสชฺชมาโน ลกฺขเณเยว ปตติ; น สชฺชติ น วิรชฺฌติ, เอวํ อนฺตรา อสชฺชมานา อวิรชฺฌมานา วิปสฺสนา สมฺมสนียธมฺเมสุ ยาถาวโต นานานเยหิ ปวตฺตติ. ยํ มหาญาณนฺติ วุจฺจติ, ตสฺส ปวตฺติอาการเภโท คณโต วุตฺโตเยว.

เอเตสุ จ สุกฺขวิปสฺสกานํ วิปสฺสนาจาโร ขชฺโชตปภาสทิโส, อภิญฺญปฺปตฺตปกติสาวกานํ ทีปปภาสทิโส, มหาสาวกานํ โอกฺกาปภาสทิโส, อคฺคสาวกานํ โอสธิตารกาปภาสทิโส, ปจฺเจกพุทฺธานํ จนฺทปภาสทิโส, สมฺมาสมฺพุทฺธานํ รสฺมิสหสฺสปฏิมณฺฑิตสรทสูริยมณฺฑลสทิโส อุปฏฺฐาสิ. ตถา สุกฺขวิปสฺสกานํ วิปสฺสนาจาโร อนฺธานํ ยฏฺฐิโกฏิยา คมนสทิโส, โลกิยาภิญฺญปฺปตฺตปกติสาวกานํ ทณฺฑกเสตุคมนสทิโส, มหาสาวกานํ ชงฺฆเสตุคมนสทิโส, อคฺคสาวกานํ สกฏเสตุคมนสทิโส, ปจฺเจกพุทฺธานํ มหาชงฺฆมคฺคคมนสทิโส, สมฺมาสมฺพุทฺธานํ มหาสกมคฺคคมนสทิโสติ เวทิตพฺโพ.

อรหตฺตญฺจ กิร ปตฺวาติ เอตฺถ กิร-สทฺโท อนุสฺสวลทฺโธยมตฺโถติ ทีเปตุํ วุตฺโต. ปตฺวา อญฺญาสิ อตฺตโน วิปสฺสนาจารสฺส มหาวิสยตฺตา ติกฺขวิสทสูรภาวสฺส จ สลฺลกฺขเณน. กถํ ปนายํ มหาเถโร ทนฺธํ อรหตฺตํ ปาปุณนฺโต สีฆํ อรหตฺตํ ปตฺตโต ปญฺญาย อตฺตานํ สาติสยํ กตฺวา อญฺญาสีติ อาห – ‘‘ยถา หี’’ติอาทิ. มหาชฏนฺติ มหาชาลสาขํ อติวิย สิพฺพิตชาลํ. ยฏฺฐึ ปน สารํ วา อุชุํ วา น ลภติ เวณุคฺคหเณ อนุจฺจินิตฺวา เวณุสฺส คหิตตฺตา. เอวํสมฺปทนฺติ ยถา เตสุ ปุริเสสุ เอโก เวฬุคฺคหเณ อนุจฺจินิตฺวา เวฬุยฏฺฐึ คณฺหาติ, เอโก อุจฺจินิตฺวา, เอวํ นิปฺผตฺติกํ. ปธานนฺติ ภาวนานุยุญฺชนํ.

สตฺตสฏฺฐิ ญาณานีติ ปฏิสมฺภิทามคฺเค (ปฏิ. ม. ๑.๗๓ มาติกา) อาคเตสุ เตสตฺตติยา ญาเณสุ ฐเปตฺวา ฉ อสาธารณญาณานิ สุตมยญาณาทีนิ ปฏิภานปฏิสมฺภิทาญาณปริโยสานานิ สตฺตสฏฺฐิ ญาณานิ. ตานิ หิ สาวเกหิ ปวิจิตพฺพานิ, น อิตรานิ. โสฬสวิธํ ปญฺญนฺติ (สํ. นิ. อฏฺฐ. ๓.๕.๓๗๙; สํ. นิ. ฏี. ๓.๕.๓๗๙) มหาปญฺญาทิกา, นวานุปุพฺพวิหารสมาปตฺติปญฺญาติ อิทํ โสฬสวิธํ ปญฺญํ.

ตตฺราติ ตสฺส. อิทํ โหตีติ อิทํ ทานิ วุจฺจมานํ อนุปุพฺพสมฺมสนํ โหติ. วิปสฺสนาโกฏฺฐาสนฺติ วิตกฺกาทิสมฺมสิตพฺพธมฺมวิภาเคน วิภตฺตวิปสฺสนาภาคํ.

๙๔. ปฐเม ฌาเนติ อุปสิเลเส ภุมฺมํ, ตสฺมา เย ปฐเม ฌาเน ธมฺมาติ เย ปฐมชฺฌานสํสฏฺฐา ธมฺมาติ อตฺโถ. อนฺโตสมาปตฺติยนฺติ จ สมาปตฺติสหคเต จิตฺตุปฺปาเท สมาปตฺติสมญฺญํ อาโรเปตฺวา วุตฺตํ. ววตฺถิตาติ กตววตฺถนา นิจฺฉิตา. ปริจฺฉินฺนาติ ญาเณน ปริจฺฉินฺนา สลกฺขณโต ปริจฺฉิชฺช ญาตา. โอโลเกนฺโตติ ญาณจกฺขุนา ปจฺจกฺขโต ปสฺสนฺโต. อภินิโรปนํ อารมฺมเณ จิตฺตสฺส อาโรปนํ. อนุมชฺชนํ อารมฺมเณ จิตฺตสฺส อนุวิจารณํ. ผรณํ ปณีตรูเปหิ กายสฺส พฺยาปนํ, วิปฺผาริกภาโว วา. สาตนฺติ สาตมธุรตา. อธิกฺเขโป วิกฺเขปสฺส ปฏิปกฺขภูตํ สมาธานํ. ผุสนํ อินฺทฺริยวิสยวิญฺญาณสฺส ตโต อุปฺปชฺชิตฺวา อารมฺมเณ ผุสนากาเรน วิย ปวตฺติ. เวทยิตํ อารมฺมณานุภวนํ. สญฺชานนํ นีลาทิวเสน อารมฺมณสฺส สลฺลกฺขณํ. เจตยิตํ เจตโส พฺยาปาโร. วิชานนํ อารมฺมณูปลทฺธิ. กตฺตุกมฺยตา จิตฺตสฺส อารมฺมเณน อตฺถิกตา. ตสฺมึ อารมฺมเณ อธิมุจฺจนํ, สนฺนิฏฺฐานํ วา อธิโมกฺโข. โกสชฺชปกฺเข ปติตุํ อทตฺวา จิตฺตสฺส ปคฺคณฺหนํ ปคฺคาโห, อธิคฺคโหติ อตฺโถ. อารมฺมณํ อุปคนฺตฺวา ฐานํ, อนิสฺสชฺชนํ วา อุปฏฺฐานํ. สมปฺปวตฺเตสุ อสฺเสสุ สารถิ วิย สกิจฺจปสุเตสุ สมฺปยุตฺเตสุ อชฺฌุเปกฺขนํ มชฺฌตฺตตา. สมฺปยุตฺตธมฺมานํ อารมฺมเณ อนุนยนํ สํจรณํ อนุนโย. สภาวโตติ ยถาภูตสภาวโต. โสฬสนฺนํ เอว เจตฺถ ธมฺมานํ คหณํ เตสํเยว เถเรน ววตฺถาปิตภาวโต, เต เอวสฺส ตทา อุปฏฺฐหึสุ, น อิตเรติ วทนฺติ. วีริยสติคฺคหเณน เจตฺถ อินฺทฺริยภาวสามญฺญโต สทฺธาปญฺญา; สติคฺคหเณเนว เอกนฺตานวชฺชภาวสามญฺญโต ปสฺสทฺธิอาทโย ฉ ยุคฬา; อโลภาโทสา จ สงฺคหิตา ฌานจิตฺตุปฺปาทปริยาปนฺนตฺตา เตสํ ธมฺมานํ. เถเรน จ ธมฺมา ววตฺถานสามญฺญโต อารทฺธา. เต น อุปฏฺฐหึสูติ น สกฺกา วตฺตุนฺติ อปเร.

วิทิตา อุปฺปชฺชนฺตีติ อุปฺปาเทปิ เนสํ เวทนานํ ปชานนํ โหติเยวาติ อตฺโถ. เสสปททฺวเยปิ เอเสว นโย. ตํ ชานาตีติ ตํญาโณ, ตสฺส ภาโว ตํญาณตา, ญาณสฺส อตฺตสํเวทนนฺติ อตฺโถ. ตํสมานโยคกฺขมาหิ สมฺปยุตฺตธมฺมา. ญาณพหุตาติ ญาณสฺส พหุภาโว, เอกจิตฺตุปฺปาเท อเนกญาณตาติ อตฺโถ. อิทานิ ตเมวตฺถํ วิวริตุํ, ‘‘ยถา หี’’ติอาทิ วุตฺตํ. น สกฺกา ชานิตุํ อารมฺมณกรณสฺส อภาวโต. อสมฺโมหาวโพโธ จ อีทิสสฺส ญาณสฺส นตฺถิ. เอเกกเมว ญาณํ อุปฺปชฺชติ ตสฺมึ ขเณ เอกสฺเสว อาวชฺชนสฺส อุปฺปชฺชนโต, น จ อาวชฺชเนน วินา จิตฺตุปฺปตฺติ อตฺถิ. วุตฺตเญฺหตํ –

‘‘จุลฺลาสีติสหสฺสานิ, กปฺปา ติฏฺฐนฺติ เย มรู;

น เตฺวว เตปิ ชีวนฺติ, ทฺวีหิ จิตฺเตหิ สํยุตา’’ติ. (มหานิ. ๑๐, ๓๙) จ,

‘‘นตฺถิ จิตฺเต ยุคา คหี’’ติ จ –

วตฺถารมฺมณานํ ปริคฺคหิตตายาติ ยสฺมิญฺจ อารมฺมเณ เย ฌานธมฺมา ปวตฺตนฺติ, เตสํ วตฺถารมฺมณานํ ปเคว ญาเณน ปริจฺฉิชฺช คหิตตฺตา. ยถา นาม มิคสูกราทีนํ อาสเยปริคฺคหิเต ตตฺร ฐิตา มิคา วา สูกรา วา ตโต อุฏฺฐานโตปิ อาคมนโตปิ เนสาทสฺส สุขคฺคหณา โหนฺติ, เอวํสมฺปทมิทํ. เตนาห ‘‘เถเรน หี’’ติอาทิ. เตนาติ วตฺถารมฺมณานํ ปริคฺคหิตภาเวน. อสฺสาติ เถรสฺส. เตสํ ธมฺมานนฺติ ฌานจิตฺตุปฺปาทปริยาปนฺนานํ ธมฺมานํ. อุปฺปาทํ อาวชฺชนฺตสฺสาติอาทินา อุปฺปาทาทีสุ ยํ ยเทว อารพฺภ ญาณํ อุปฺปชฺชติ; ตสฺมึ ตสฺมึ ขเณ ตสฺส ตสฺเสว จสฺส ปากฏภาโว ทีปิโต. น หิ อาวชฺชเนน วินา ญาณํ อุปฺปชฺชติ. อหุตฺวา สมฺโภนฺตีติ ปุพฺเพ อวิชฺชมานา หุตฺวา สมฺภวนฺติ, อนุปฺปนฺนา อุปฺปชฺชนฺตีติ อตฺโถ. อุทยํ ปสฺสติ เตสํ ธมฺมานํ, ‘‘อหุตฺวา สมฺโภนฺตี’’ติ อุปฺปาทกฺขณสมงฺคิภาวทสฺสนโต. ปุพฺเพ อภาวโพธโก หิ อตฺตลาโภ ธมฺมานํ อุทโย. หุตฺวาติ อุปฺปชฺชิตฺวา. ปฏิเวนฺตีติ ปฏิ ขเณ ขเณ วินสฺสนฺติ. วยํ ปสฺสติ, ‘‘หุตฺวา ปฏิเวนฺตี’’ติ เตสํ ธมฺมานํ ภงฺคกฺขณสมงฺคิภาวทสฺสนโต. วิทฺธํสภาวโพธโก หิ ธมฺมานํ วิชฺชมานโต วโย.

เตสุ ธมฺเมสุ นตฺถิ เอตสฺส อุปโย ราควเสน อุปคมนนฺติ อนุปโย, อนนุโรโธ. หุตฺวา วิหรตีติ โยชนา. ตถา นตฺถิ เอตสฺส อปาโย ปฏิฆวเสน อปคมนนฺติ อนปาโย, อวิโรโธ. ‘‘เอตํ มม, เอโส เม อตฺถา’’ติ ตสฺส ตณฺหาทิฏฺฐิอภินิเวสาภาวโต ตณฺหาทิฏฺฐินิสฺสเยหิ อนิสฺสิโต. อปฺปฏิพทฺโธติ อนุปยานิสฺสิตภาวโต วิปสฺสนาย ปริพนฺธวเสน ฉนฺทราเคน น ปฏิพทฺโธ น วิพนฺธิโต. วิปฺปมุตฺโตติ ตโต เอว วิกฺขมฺภนวิมุตฺติวเสน กามราคโต วิมุตฺโต. วิสํยุตฺโต วิกฺขมฺภนวเสเนว ปฏิปกฺขธมฺเมหิ วิสํยุตฺโต.

กิเลสมริยาทา เตน กตา ภเวยฺยาติ อนฺโตสมาปตฺติยํ ปวตฺเต โสฬส ธมฺเม อารพฺภ ปวตฺตมานํ วิปสฺสนาวีถึ ภินฺทิตฺวา สเจ ราคาทโย อุปฺปชฺเชยฺยุํ; ตสฺส วิปสฺสนาวีถิยา กิเลสมริยาทา เตน จิตฺเตน, จิตฺตสมงฺคินา วา กตา ภเวยฺย. เตสูติ เตสุ ธมฺเมสุ. อสฺสาติ เถรสฺส. เอโกปีติ ราคาทีสุ เอโกปีติ จ วทนฺติ. วุตฺตากาเรน เอกจฺจานํ อนาปาถคมเน สติ วิปสฺสนา น เตสุ ธมฺเมสุ นิรนฺตรปฺปวตฺตาติ อารมฺมณมริยาทา ภเวยฺย. วิกฺขมฺภิตปจฺจนีกตฺตาติ วิปสฺสนาย ปฏิปกฺขธมฺมานํ ปเคว วิกฺขมฺภิตตฺตา อิทานิปิ วิกฺขมฺเภตพฺพา กิเลสา นตฺถีติ วุตฺตํ.

อิโตติ ปฐมชฺฌานโต. อนนฺตโรติ อุปริโม ฌานาทิวิเสโส. ตสฺส ปชานนสฺสาติ, ‘‘อตฺถิ อุตฺตริ นิสฺสรณ’’นฺติ เอวํ ปวตฺตชานนสฺส. พหุลีกรเณนาติ ปุนปฺปุนํ อุปฺปาทเนน.

สมฺปสาทนฏฺเฐนาติ กิเลสกาลุสิยาปคมเนน, ตสฺส วิจารกฺโขภวิคเมน วา เจตโส สมฺมเทว ปาสาทิกภาเวน.

วีริยํ สติ อุเปกฺขาติ อาคตฏฺฐาเน ปาริสุทฺธิอุเปกฺขา, อทุกฺขมสุขาเวทนาติ เอตฺถ ฌานุเปกฺขาติ, ‘‘สุขฏฺฐาเน เวทนุเปกฺขาวา’’ติ วุตฺตํ. สุขฏฺฐาเนติ จ ปฐมชฺฌานาทีสุ สุขสฺส วุตฺตฏฺฐาเน. ปสฺสทฺธตฺตาติ สมธุรเจตยิตภาเวน อารมฺมเณ วิสฏวิตฺถตภาวโต โย โส เจตโส อาโภโค วุตฺโต. สามญฺญผลาทีสุ สติยา ปาริสุทฺธิ, สา ถน อตฺถโต สติวินิมุตฺตา นตฺถีติ อาห ‘‘ปริสุทฺธาสติเยวา’’ติ. ปาริสุทฺธิอุเปกฺขา, น ฌานุเปกฺขาทโย.

๙๕. อีทิเสสุ ฐาเนสุ สติยา น กทาจิปิ ญาณวิรโห อตฺถีติ อาห – ‘‘ญาเณน สมฺปชาโน หุตฺวา’’ติ. ตถา หิ ตติยชฺฌาเน, ‘‘สติมา สุขวิหารี’’ติ เอตฺถ สมฺปชาโนติ อยมตฺโถ วุตฺโต เอว โหติ. น สาวกานํ อนุปทธมฺมวิปสฺสนา โหติ สงฺขาราวเสสสุขุมปฺปวตฺติยา ทุวิญฺเญยฺยตฺตา วินิพฺภุชิตฺวา คเหตุํ อสกฺกุเณยฺยภาวโต. เตนาห – ‘‘กลาปวิปสฺสนํ ทสฺเสนฺโต เอวมาหา’’ติ.

๙๖. ปญฺญาย จสฺสทิสฺวา อาสวา ปริกฺขีณา โหนฺตีติ ทสฺสนสมกาลํ ขียมานา อาสวา, ‘‘ทิสฺวา ปริกฺขีณา โหนฺตี’’ติ วุตฺตา. สมานกาเลปิ หิ เอทิโส สทฺทปฺปโยโค ทิสฺสติ –

‘‘จกฺขุญฺจ ปฏิจฺจ รูเป จ อุปฺปชฺชติ จกฺขุวิญฺญาณ’’นฺติ (ม. นิ. ๑.๒๐๔, ๔๐๐; ๓.๔๒๑, ๔๒๕, ๔๒๖; สํ. นิ. ๒.๔๓-๔๕; ๒.๔.๖๐; กถา. ๔๖๕, ๔๖๗).

‘‘นิหนฺตฺวา ติมิรํ สพฺพํ, อุคฺคเตโช สมุคฺคโต;

เวโรจโน รสฺมิมาลี, โลกจกฺขุปภงฺกโร’’ติ. (ปฏฺฐา. อนุฏี. ๑.๒๕-๓๔; วิสุทฺธิ. มหาฏี. ๒.๕๘๐) จ –

เอวมาทีสุ. เหตุอตฺโถ วา อยํ ทิสฺวาสทฺโท อสมานกตฺตุโก ยถา – ‘‘ฆตํ ปิวิตฺวา พลํ โหติ, สีหํ ทิสฺวา ภยํ โหตี’’ติ (วิสุทฺธิ. มหาฏี. ๒.๘๐๒). ทสฺสนเหตุโก หิ อาสวานํ ปริกฺขโย ปริญฺญาสจฺฉิกิริยาภาวนาภิสมเย สติ ปหานาภิสมยสฺส ลพฺภนโต. ยุคนทฺธํ อาหริตฺวาติ ปฐมชฺฌานํ สมาปชฺชิตฺวา วุฏฺฐาย ตตฺถ ฌานธมฺเม สมฺมสนฺโต สมถวิปสฺสนํ ยุคนทฺธํ ภาเวติ. เอวํ ยาว เนวสญฺญานาสญฺญายตนํ สมาปชฺชิตฺวา วุฏฺฐาย ตตฺถ สมฺมสนฺโต สมถวิปสฺสนํ ยุคนทฺธํ กตฺวา ยถา เถโร อรหตฺตํ ปาปุณิ. ตํ สนฺธาย วุตฺตํ – ‘‘อรหตฺตํ ปตฺตวาโร อิธ คหิโต’’ติ. อิธาติ อิมสฺมึ สุตฺเต. ทีฆนขสุตฺตเทสนาย (ม. นิ. ๒.๒๐๕-๒๐๖) หิ เถโร อรหตฺตํ ปตฺโต. ตทา จ อนาคามี หุตฺวา นิโรธํ สมาปชฺชตีติ วจนอวสโร นตฺถิ, ตสฺมา วุตฺตํ – ‘‘อรหตฺตํ ปตฺตวาโร อิธ คหิโต’’ติ. ยทิ เอวํ – ‘‘สพฺพโส เนวสญฺญานาสญฺญายตนํ สมติกฺกมฺม สญฺญาเวทยิตนิโรธํ อุปสมฺปชฺช วิหรตี’’ติ อิทํ กสฺมา วุตฺตนฺติ? เถเร วิชฺชมาเน ปณฺฑิตคุเณ อนวเสสโต ทสฺเสตฺวา อรหตฺตนิกูเฏน เทสนํ นิฏฺฐาเปตุํ. นิโรธสมาปชฺชนํ ปน เถรสฺส อาจิณฺณสมาจิณฺณํ. เตนาห ‘‘นิโรธํ ปน…เป… วทนฺตี’’ติ. เตน ผลสมาปตฺติมฺปิ อนฺตรา สมาปชฺชติเยวาติ ทสฺเสติ.

โวมิสฺสํ วิวริตุํ ‘‘ตตฺถสฺสา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ ‘‘นิโรธํ สมาปชฺชิสฺสามี’’ติ อาโภเคน สมถวิปสฺสนํ ยุคนทฺธํ อาหริตฺวา ฐิตสฺส นิโรธสมาปตฺติ สีสํ นาม โหติ, ตสฺส อาโภควเสน นิโรธสฺส วาโร อาคจฺฉติ. ผลสมาปตฺติ คูโฬฺห โหติ, ‘‘ผลสมาปตฺตึ สมาปชฺชิสฺสามี’’ติ อาโภคสฺส อภาวโต. ผลสมาปตฺติ สีสํ โหตีติ เอตฺถาปิ วุตฺตนเยน อตฺโถ เวทิตพฺโพ. เอเตน อาโภคปฏิพทฺธเมเตสํ อาคมนนฺติ ทีปิตนฺติ เวทิตพฺพํ. ชมฺพุทีปวาสิโน เถรา ปนาติอาทิ อฏฺฐกถารุฬฺหเมว ตํ วจนํ. อนฺโตสมาปตฺติยนฺติ นิโรธํ สมาปนฺนกาเล. ติสมุฏฺฐานิกรูปธมฺเมติ อุตุกมฺมาหารวเสน ติสมุฏฺฐานิกรูปธมฺเม.

๙๗. จิณฺณวสิตนฺติ ปฏิปกฺขทูริภาเวน สุภาวิตวสีภาวํ. นิปฺผตฺตึ ปตฺโตติ อุกฺกํสปรินิปฺผตฺตึ ปตฺโต. อุเร วายามชนิตาย โอรโส. ปภาวิตนฺติ อุปฺปาทิตํ. ธมฺเมนาติ อริยมคฺคธมฺเมน. ตสฺส หิ อธิคเมน อริยาย ชาติยา ชาโต นิพฺพตฺโตติ กตฺวา, ‘‘ธมฺมโช ธมฺมนิมฺมิโต’’ติ วุจฺจติ. ธมฺมทายสฺสาติ นววิธสฺส โลกุตฺตรธมฺมทายสฺส. อาทิยนโตติ คณฺหนโต, สสนฺตาเน อุปฺปาทนโตติ อตฺโถ. เสสํ สุวิญฺเญยฺยเมว.

อนุปทสุตฺตวณฺณนาย ลีนตฺถปฺปกาสนา สมตฺตา.

๒. ฉพฺพิโสธนสุตฺตวณฺณนา

๙๘. ขีณา ชาตีติ อตฺตโน ชาติกฺขยํ ปฏิชานนฺเตน อรหตฺตํ พฺยากตํ โหติ อรหโต ตทภาวโต. ตถา วุสิตํ พฺรหฺมจริยนฺติ มคฺคพฺรหฺมจริยวาโส เม ปริโยสิโตติ ปฏิชานนฺเตนปิ. กตํ กรณียนฺติ จตูหิ มคฺเคหิ จตูสุ สจฺเจสุ ปริญฺญาทิวเสน โสฬสวิธสฺสปิ กิจฺจสฺส อตฺตนา นิฏฺฐาปิตภาวํ ปฏิชานนฺเตนปิ. นาปรํ อิตฺถตฺตายาติ อายตึ ปุนพฺภวาภาวํ, อายตึ วา ปริญฺญาทิกรณียาภาวํ ปฏิชานนฺเตนปีติ อาห – ‘‘เอเกนปิ ปเทน อญฺญา พฺยากตาว โหตี’’ติ. ทฺวิกฺขตฺตุํ พทฺธํ ปน สุพทฺธํ วิยาติ วุตฺตํ. อิธ ปน อญฺญาพฺยากรณํ จตูหิ ปเทหิ อาคตํ, ตสฺมา วตฺตพฺพเมว เจตฺถ นตฺถีติ อธิปฺปาโย. เจตนาย ทิฏฺฐวาทิตา นาม อริยโวหาโร. สภาโวติ ปกติอตฺโถ หิ อยํ ธมฺมสทฺโท, ‘‘ชาติธมฺมา ชราธมฺมา’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๑.๒๗๔-๒๗๕) วิย ตสฺมา, อนุธมฺโมติ อริยภาวํ อนุคตา ปกตีติ อตฺโถ. ปรมปฺปิจฺฉตาย อริยา อตฺตโน คุเณ อนาวิกโรนฺตาปิ สาสนสฺส นิยฺยานิกภาวปเวทนตฺถญฺเจว สพฺรหฺมจารีนํ สมฺมาปฏิปตฺติยํ อุสฺสาหชนนตฺถญฺจ ตาทิสานํ ปรินิพฺพานสมเยเยว อาวิกโรนฺตีติ อธิปฺปาเยนาห – ‘‘ปรินิพฺพุตสฺส…เป… กาตพฺโพ’’ติ.

๙๙. ทุพฺพลนฺติ เผคฺคุ วิย สุเภชฺชนียํ พลวิรหิตํ, อสารนฺติ อตฺโถ. วิราคุตนฺติ ปลุชฺชนสภาวํ. วิคจฺฉนสภาวนฺติ วินาสคมนสภาวํ. อนิจฺจทุกฺขวิปริณามตฺตา อสฺสาสเลสสฺสปิ อภาวโต อสฺสาสวิรหิตํ. อารมฺมณกรณวเสน สมนฺนาคมนวเสน จ ยถารหํ อุเปนฺติ อุปคจฺฉนฺตีติ อุปยา, ‘‘เอตํ มม, เอโส เม อตฺตา’’ติ อุปาทิยนฺติ ทฬฺหคฺคาหํ คณฺหนฺตีติ อุปาทานา. อธิติฏฺฐติ เจตโส อภินนฺทนภูตาติ เจตโส อธิฏฺฐานํ. ตาหีติ ตณฺหาทิฏฺฐีหิ. ตนฺติ จิตฺตํ. อภินิวิสตีติ อภิรติวเสน นิวิสติ, อยเญฺหตฺถ อตฺโถ – สกฺกายธมฺเมสุ จิตฺตํ อภินิวิสติ ‘‘เอตํ มมํ, เอโส เม อตฺตา’’ติ อชฺโฌสาย ติฏฺฐติ เอตาหิ อภินิเวสาหิ, ตถา สกฺกายธมฺเมสุ จิตฺตํ อนุเสติ เอตาหีติ อนุสยา, ตณฺหาทิฏฺฐิโย. ยทคฺเคน หิ เตภูมกธมฺเมสุ ราคาทโย อนุเสนฺติ, ตทคฺเคน ตํสหคตธมฺมา ตตฺถ อนุเสนฺตีติ ปริยาเยน, ‘‘ตํ อนุเสตี’’ติ วุตฺตํ. ขยา วิราคาติ เหตุมฺหิ นิสฺสกฺกวจนนฺติ ‘‘ขเยน วิราเคนา’’ติ เหตุมฺหิ กรณวเสน อตฺโถ วุตฺโต. วิราเคนาติ จ อิติสทฺโท อาทิ อตฺโถ. เตน ‘‘นิโรเธนา’’ติ เอวมาทิกํ คหิตํ โหติ. อญฺญมญฺญเววจนาเนว อุปยาทีนํ สมุจฺเฉทสฺเสว โพธนโต.

๑๐๐. ปติฏฺฐาติ เอตฺถ เสสภูตตฺตยํ อุปาทารูปญฺจาติ ปติฏฺฐานา, นิชฺชีวฏฺเฐน ธาตุจาติ ปติฏฺฐานธาตุ. นฺหานียจุณฺณํ พาหิรอุทกํ วิย เสสภูตตฺตยํ อาพนฺธตีติ อาพนฺธนํ. ปจนียภตฺตํ พาหิรเตโช วิย เสสภูตตฺตยํ ปริปาเจตีติ ปริปาจนํ. พาหิรวาโต วิย เสสภูตตฺตยํ วิตฺถมฺเภตีติ วิตฺถมฺภนํ. ธาตุสทฺทตฺโถ วุตฺโตเยว. อสมฺผุฏฺฐธาตูติ อสมฺผุสิตภาโว เตสํ วิปริมฏฺฐตาภาวโต. วิชานนํ อารมฺมณูปลทฺธิ. อหํ อตฺตาติ อหํ, ‘‘รูปธมฺโม เม อตฺตา’’ติ อตฺตโกฏฺฐาเสน อตฺตภาเวน น อุปคมึ น คณฺหึ. นิสฺสิตนิสฺสิตาปิ นิสฺสิตา เอว นามาติ อาห ‘‘ปถวีธาตุนิสฺสิตาวา’’ติ. อตฺตนา วา ปน ตนฺนิสฺสิตาติ ‘‘เอเกน ปริยาเยนา’’ติ. อุปาทารุปมฺปิ กามํ นิสฺสิตมฺปิ โหติ. ตถาปิ ตํ นิสฺสิตํ โหติเยวาติ ตํ น อุทฺธฏํ. ปริจฺเฉทกรตฺตา ปริจฺเฉทากาสสฺส ‘‘อวินิพฺโภควเสนา’’ติ วุตฺตํ. เตน จ ตถา ปริจฺฉินฺนตฺตา สพฺพมฺปิ ภูตุปาทารูปํ อากาสธาตุนิสฺสิตํ นาม. ตํ นิสฺสาย ปวตฺติยา อุปาทารูปํ วิย ภูตรูปานิ, อรูปกฺขนฺธา วิย จ วตฺถุรูปานิ, ‘‘ตํนิสฺสิตรูปวตฺถุกา อรูปกฺขนฺธา’’ติ วุตฺตนเยน อากาสธาตุนิสฺสิตจกฺขาทิรูปธมฺมวตฺถุกา เวทนาทโย อรูปกฺขนฺธา อากาสธาตุนิสฺสิตา นามาติ อิมมตฺถํ ตถา-สทฺเทน อุปสํหรติ. อิธาปีติ อากาสธาตุนิสฺสิตปเทปิ, น ปถวีธาตุนิสฺสิตปทาทีสุ เอว. รูปารูปนฺติ สพฺพมฺปิ รูปารูปํ คหิตเมว โหติ, อคฺคหิตํ นตฺถิ. สหชาตา…เป… นิสฺสิตนฺติ อิทํ นิปฺปริยายสิทฺธํ นิสฺสยตฺตํ คเหตฺวา วุตฺตํ. เหฏฺฐา วุตฺตนเยน ปริยายสิทฺเธ นิสฺสยตฺเต คยฺหมาเน – ‘‘ปจฺฉาชาตปจฺจโยติ ปจฺฉาชาตา จิตฺตเจตสิกา ธมฺมา ปุเรชาตสฺส อิมสฺส กายสฺส ปจฺฉาชาตปจฺจเยน ปจฺจโย’’ติ (ปฏฺฐา. ๑.๑.๑๑) วจนโต สพฺพํ จตุสมุฏฺฐานิกรูปํ, ‘‘วิญฺญาณธาตุนิสฺสิต’’นฺติ วตฺตพฺพํ. ตถา อนนฺตรวิญฺญาณธาตุปจฺจยา ปวตฺตนโต, ‘‘วิญฺญาณธาตุนิสฺสิต’’นฺติ วตฺตพฺพํ.

๑๐๑. รุปฺปติ วณฺณวิการํ อาปชฺชมานํ หทยงฺคตภาวํ ปกาเสตีติ รูปนฺติ อยมตฺโถ จกฺขุทฺวาเร อาปาถคเต รูปายตเน นิปฺปริยายโต ลพฺภติ, น อาปาถมนาคเต. จกฺขุวิญฺญาณวิญฺญาตพฺพภาโว ปน อาปาถมนาคเตปิ ตสฺมึ ลพฺภเตว ตํสภาวานติวตฺถนโต. รูปายตนํ ทฺวิธา วิภชิตฺวา. เถโร ปน อาปาถํ อนาคตสฺสาปิ รูปายตนสฺส รูปภาวํ น สกฺกา ปฏิกฺขิปิตุนฺติ ทฺวิธากรณํ นานุชานนฺโต ฉนฺโนวาทํ นิทสฺเสติ, ‘‘อุปริ ฉนฺโนวาเท กินฺติ กริสฺสถา’’ติ. ตตฺถ หิ ‘‘จกฺขุํ, อาวุโส ฉนฺน, จกฺขุวิญฺญาณํ จกฺขุวิญฺญาณวิญฺญาตพฺเพ ธมฺเม’’ติ (ม. นิ. ๓.๓๙๑) อาคตํ, น เจตฺถ จกฺขุทฺวาเร อาปาถํ อาคตเมว รูปายตนํ จกฺขุวิญฺญาณวิญฺญาตพฺพปเทน คหิตํ, น อาปาถํ อนาคตนฺติ สกฺกา วิญฺญาตุํ อวิเสเสเนว รูปายตเนน ตณฺหามานทิฏฺฐิคาหาภาวสฺส โชติตตฺตา. เตนาห ‘‘น ยิทํ ลพฺภตี’’ติ. รูปเมวาติ รูปายตนเมว. ยทิ เอวํ ‘‘จกฺขุวิญฺญาณวิญฺญาตพฺเพสุ ธมฺเมสู’’ติ ปทํ กถํ เนตพฺพนฺติ อาห – ‘‘จกฺขุวิญฺญาณสมฺปยุตฺตา ปนา’’ติอาทิ. จกฺขุวิญฺญาเณน สทฺธึ วิญฺญาตพฺเพสูติ เยน มโนวิญฺญาเณน จกฺขุวิญฺญาณํ อนิจฺจนฺติอาทินา จกฺขุวิญฺญาเณน สทฺธึ เตน วิญฺญาตพฺเพสุ ตํสมฺปยุตฺตธมฺเมสูติ อตฺโถ. ตณฺหาฉนฺโทติ ตสฺสนสภาโว ฉนฺโท, น กตฺตุกมฺยตา ฉนฺโทเยวาติ ตณฺหาฉนฺโท. รชฺชนวเสนาติ วตฺถํ วิย รงฺคชาตํ จิตฺตสฺส อนุรญฺชนวเสน. อภินนฺทนวเสนาติ อารมฺมเณ อภิรมิตฺวา นนฺทนวเสน. สปฺปีติกตณฺหา หิ นนฺทีติ วุจฺจติ. ตณฺหายนวเสน ตณฺหา.

๑๐๒. อหงฺกาโรติ ‘‘เสยฺโยหมสฺมี’’ติอาทินา (ธ. ส. ๑๑๒๑, ๑๒๓๙; วิภ. ๘๓๒, ๘๖๖; สํ. นิ. ๔.๑๐๘; มหานิ. ๒๑, ๑๗๘) อหํกรณํ. เยน หิ มมํ กโรติ, เอตํ มมงฺกาโร. เสฺววาติ ‘‘อหงฺกาโร’’ติ วุตฺตมาโน. เอวํ จตุตฺถชฺฌาเน นิทฺทิฏฺเฐ สพฺพาสุ โลกิยาภิญฺญาสุ วุจฺจมานาสุ เหฏฺฐา วิชฺชาทฺวยํ วตฺตพฺพนฺติ อธิปฺปาเยน, ‘‘ปุพฺเพนิวาสํ ทิพฺพจกฺขุญฺจ อวตฺวา กสฺมา วุตฺต’’นฺติ อาห? อิตโร อิธ สพฺพวาเรสุปิ โลกุตฺตรธมฺมปุจฺฉา อธิกตา ตสฺมา ‘‘โส เอวํ สมาหิเต’’ติอาทินา ตติยา วิชฺชา กถิตาติ ทสฺเสนฺโต, ‘‘ภิกฺขู โลกิยธมฺมํ น ปุจฺฉนฺตี’’ติอาทิมาห. เอกวิสฺสชฺชิตสุตฺตํ นาเมตํ ตติยวิชฺชาย เอว อาคตตฺตา. อริยธมฺมวเสนปิสฺส สมญฺญา อตฺเถวาติ ทสฺเสนฺโต, ‘‘ฉพฺพิโสธนนฺติปิสฺส นาม’’นฺติ วตฺวา เตสุ ธมฺเมสุ เภทํ ทสฺเสตุํ, ‘‘เอตฺถ หี’’ติอาทิ วุตฺตํ. วิสุทฺธาติ ตสฺสา โจทนาย โสธนวเสน วิโสธิตา. เอกเมว กตฺวาติ เอกวารวเสเนว ปาฬิยํ เอกชฺฌํ อาคตตฺตา เอกเมว โกฏฺฐาสํ กตฺวา. ยทิ เอวํ กถํ วา ฉพฺพิโสธนตาติ อาห – ‘‘จตูหิ อาหาเรหิ สทฺธิ’’นฺติ กถํ ปเนตฺถ จตฺตาโร อาหารา คเหตพฺพาติ? เกจิ ตาว อาหุ – ‘‘สาธูติ ภาสิตํ อภินนฺทิตฺวา อนุโมทิตฺวา อุตฺตริ ปโญฺห ปุจฺฉิตพฺโพ’’ติ เหฏฺฐา อาคเตน นเยน อาหารวาโร อาหริตฺวา วตฺตพฺโพติ. ‘‘พหิทฺธา สพฺพนิมิตฺเตสู’’ติ เอตฺถ อาหารานมฺปิ สงฺคหิตตฺตา อาหารา อตฺถโต อาคตา เอวาติ อญฺเญ. อปเร ปน รูปกฺขนฺธคฺคหเณน กพฬีกาโร อาหาโร, สงฺขารกฺขนฺธคฺคหเณน ผสฺสาหาโร, มโนสญฺเจตนาหารคฺคหเณน วิญฺญาณาหาโร สรูปโตปิ คหิโตติ วทนฺติ.

‘‘ฉพฺพิโสธน’’นฺติ อิมสฺส สุตฺตสฺส สมญฺญาย อนฺวตฺถตํ ทสฺเสตฺวา อายติมฺปิ ตาทิเสน พฺยากรเณน ภิกฺขูนํ ปฏิปตฺติมฺปิ ทสฺสนตฺถํ, ‘‘อิเม ปนา’’ติอาทิ อารทฺธํ. วินยนิทฺเทสปริยาเยนาติ วินยนิทฺเทเส อาคเตน การเณน. วินเย วา อาคตนิทฺเทสานุกฺกเมน.

อธิคนฺตพฺพโต อธิคโม, ฌานาทิอธิคมปุจฺฉา. เตนาห – ‘‘ฌานวิโมกฺขาทีสู’’ติอาทิ. อุปายปุจฺฉาติ อธิคโมปายปุจฺฉา. กินฺตีติ เกน ปกาเรน วิธินาติ อตฺโถ.

กตเมสํ ตฺวํ ธมฺมานํ ลาภีติ อิทํ ปน ปุพฺเพ ‘‘กึ เต อธิคต’’นฺติ อนิทฺธาริตเภทา ฌานาทิวิเสสา ปุจฺฉิตาติ อิทานิ เตสํ นิทฺธาเรตฺวา ปุจฺฉนาการทสฺสนํ. ตสฺมาติ ยสฺมา ยถาวุตฺเตหิ อากาเรหิ อธิคมพฺยากรณํ โสเธตพฺพํ, ตสฺมา. เอตฺตาวตาวาติ เอตฺตเกน พฺยากรณมตฺเตเนว น สกฺกาโร กาตพฺโพ. พฺยากรณญฺหิ เอกจฺจสฺส อยาถาวโตปิ โหติ, ยถา นาม ชาตรูปปติรูปํ ชาตรูปํ วิย ขายตีติ ชาตรูปํ นิฆํสนตาปนเฉทเนหิ โสเธตพฺพํ เอวเมวํ อิเมสุ อิทาเนว วุตฺเตสุ ฉสุ ฐาเนสุ ปกฺขิปิตฺวา โสธนตฺถํ วตฺตพฺโพ วิโมกฺขาทีสูติ อาทิ-สทฺเทน สมาธิ-สมาปตฺติ-ญาณทสฺสน-มคฺคภาวนา-ผลสจฺฉิกิริยา สงฺคณฺหาติ.

ปากโฏ โหติ อธิคตวิเสสสฺส สติสมฺโมสาภาวโต. เสสปุจฺฉาสุปิ ‘‘ปากโฏ โหตี’’ติ ปเท เอเสว นโย. อุคฺคหปริปุจฺฉากุสลาติ สชฺฌายมคฺคสํวณฺณนาสุ นิปุณา. ยาย ปฏิปทาย ยสฺส อริยมคฺโค อาคจฺฉติ, สา ปุพฺพภาคปฏิปตฺติ อาคมนปฏิปทา. โสเธตพฺพาติ สุทฺธา อุทาหุ อสุทฺธาติ วิจารณวเสน โสเธตพฺพา. น สุชฺฌตีติ ตตฺถ ตตฺถ ปมาทปฏิปตฺติภาวโต. อปเนตพฺโพ อตฺตโน ปฏิญฺญาย. ‘‘สุชฺฌตี’’ติ วตฺวา สุชฺฌนาการํ ทสฺเสตุํ, ‘‘ทีฆรตฺต’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. ปญฺญายตีติ เอตฺถ ‘‘ยที’’ติ ปทํ อาเนตฺวา ยทิ โส ภิกฺขุ ตาย ปฏิปทาย ยทิ ปญฺญายตีติ สมฺพนฺโธ. ขีณาสวปฏิปตฺติสทิสา ปฏิปทา โหติ ทีฆรตฺตํ วิกฺขมฺภิตกิเลสตฺตา.

นทิยา สมุทฺทํ ปกฺขนฺทนฏฺฐานํ นทีมุขทฺวารํ. มทฺทมาโนติ พทรสาฬวํ สรสํ ปตฺเต ปกฺขิตฺโต หุตฺวา มทฺทมาโน. เสสํ สุวิญฺเญยฺยเมว.

ฉพฺพิโสธนสุตฺตวณฺณนาย ลีนตฺถปฺปกาสนา สมตฺตา.

๓. สปฺปุริสธมฺมสุตฺตวณฺณนา

๑๐๕. สปฺปุริสธมฺมนฺติ สปฺปุริสภาวกรํ ธมฺมํ. โส ปน ยสฺมา สปฺปุริสานํ ปเวณิโก ธมฺโม โหติ. ตสฺมา อาห – ‘‘สปฺปุริสานํ ธมฺม’’นฺติ, เอส นโย อสปฺปุริสธมฺมนฺติ เอตฺถาปิ. เอวํ ปธานํ อนุฏฺฐาตพฺพญฺจ สปฺปุริสธมฺมํ อาทึ กตฺวา มาติกํ ฐเปตฺวา อยถานุปุพฺพิยา นิทฺทิสนฺโต ‘‘กตโม จ, ภิกฺขเว, อสปฺปุริสธมฺโม’’ติอาทิมาห. ตถา ปน นิทฺทิสนฺโต อุทาหรณปุพฺพกํ เหตุํ ทสฺเสตุํ, ‘‘ยถา นามา’’ติอาทิ วุตฺตํ. เตน อิจฺฉิตพฺพปริจฺจาคปุพฺพกํ คเหตพฺพคฺคหณํ นาม ญายปฏิปตฺติ, ตสฺมา สปฺปุริสธมฺมา สมฺปาเทตพฺพาติ ทีเปนฺโต สตฺถา อยถานุปุพฺพิยา นิทฺธารียตีติ อิมมตฺถํ ทสฺเสติ. ตถา อญฺญตฺถาปิ ‘‘อเสวนา จ พาลานํ, ปณฺฑิตานญฺจ เสวนา’’ติ. เอตเทว หิ กุลทฺวยํ ‘‘อุจฺจกุล’’นฺติ วุจฺจติ นิปฺปริยายโต. ตถาหิ อนฺติมภวิกา โพธิสตฺตา ตตฺเถว ปฏิสนฺธึ คณฺหนฺติ. โสติ สามีจิปฺปฏิปนฺโน ภิกฺขุ. อนฺตรํ กริตฺวาติ ตํ การณํ กตฺวา. ปฏิปทา หิ วิญฺญูนํ ปูชาย การณํ, น อุจฺจกุลีนตา. มหากุลาติ วิปุลกุลา อุปาทิโตทิตกุลสมฺปวตฺติกาติ อตฺโถ.

๑๐๖. ยสสทฺโท ปริวารวาจโก. ยสสฺสีติ จ สาติสยปริวารวนฺตตา วุจฺจตีติ อาห ‘‘ปริวารสมฺปนฺโน’’ติ. อาธิปเตยฺยาภาวโต ปเรสํ อุปรินตฺติ เอเตสํ อีโส อีสนํ อิสฺสริยนฺติ อกฺขาตพฺพาติ อปฺเปสกฺขา. เตนาห ‘‘อปฺปปริวารา’’ติ. อภาวตฺโถ หิ อิธ อปฺป-สทฺโท.

๑๐๗. นเวว ธุตงฺคานิ อาคตานีติ เอตฺถ ยถา อุกฺกฏฺฐปํสุกูลิกสฺส เตจีวริกตา สุกรา. เอวํ อุกฺกฏฺฐปิณฺฑปาติกสฺส สปทานจาริกตา สุกรา. เอกาสนิกสฺส จ ปตฺตปิณฺฑิกขลุปจฺฉาภตฺติกตา สุกรา เอวาติ – ‘‘ปํสุกูลิโก โหตี’’ติอาทิวจเนเนว ปาฬิยา อนาคตานมฺปิ อาคตภาโว เวทิตพฺโพ ปริหรณสุกรตาย เตสมฺปิ สมาทานสมฺภวโต. เตนาห ‘‘เตรส โหนฺตี’’ติ.

๑๐๘. กามตณฺหาทิกาย ตาย ตณฺหาย นิพฺพตฺตาติ ตมฺมยา, ปุถุชฺชนา, ปกติภาวูปคมเนน เตสํ ภาโว ตมฺมยตา, ตปฺปฏิกฺเขปโต อตมฺมยตา, นิตฺตณฺหตา. ตํเยว การณํ กตฺวาติ ปฐมชฺฌาเนปิ ตณฺหาปหานํเยว การณํ กตฺวา. จิตฺเต อุปฺปาเทตฺวาติ อตมฺมยตาปริยาเยน วุตฺเต ตณฺหาย ปฏิปกฺขธมฺเม สมฺปาเทตฺวา. น มญฺญตีติ มญฺญนานํ อริยมคฺเคน สพฺพโส สมุจฺฉินฺนตฺตา กิสฺมิญฺจิ โอกาเส กามภวาทิเก เกนจิ วตฺถุนา หตฺถิอสฺสเขตฺตวตฺถาทินา ปตฺตจีวรวิหารปริเวณาทินา จ ปุคฺคลํ น มญฺญติ. เสสํ สุวิญฺเญยฺยเมว.

สปฺปุริสธมฺมสุตฺตวณฺณนาย ลีนตฺถปฺปกาสนา สมตฺตา.

๔. เสวิตพฺพาเสวิตพฺพสุตฺตวณฺณนา

๑๐๙. อญฺญมญฺญนฺติ อญฺญํ อญฺญํ. เตนาห ‘‘อญฺญํ เสวิตพฺพ’’นฺติอาทิ. สตฺตหิ ปเทหีติ สตฺตหิ วาเกฺยหิ. ปชฺชติ เอเตน ยถาธิปฺเปโต อตฺโถติ ปทํ, วากฺยํ. สาริปุตฺตตฺเถรสฺส โอกาสกรณํ ธมฺมทายาเท (ม. นิ. ๑.๓๑) วุตฺตนเยน เวทิตพฺพํ.

๑๑๓. ทิฏฺฐิเยว ปจฺจยวเสน ปฏิลทฺธตาย ทิฏฺฐิปฏิลาโภ. สญฺญาปฏิลาเภปิ เอเสว นโย. มิจฺฉาทิฏฺฐิสมฺมาทิฏฺฐิโย…เป… น คหิตา กมฺมปถปฺปตฺตานํ เตสํ มโนสมาจารภาเวน คหิตตฺตา. ยทิ เอวํ กสฺมา ทิฏฺฐิ จิตฺตุปฺปาทวาเร น คหิตาติ? กามํ มิจฺฉาทิฏฺฐิยา อวยวิภาโว ลพฺภติ, ตถาปิ จิตฺตุปฺปาทกฺขเณ โลกิยโลกุตฺตรจิตฺตุปฺปาเทสุ กมฺมปถโกฏฺฐาโส น อุทฺธโฏ.

๑๑๕. กามสญฺญาทีนนฺติ เอตฺถ อาทิ-สทฺเทน ยถา พฺยาปาทวิหึสาสญฺญา สงฺคหิตา, เอวํ อนภิชฺฌาอพฺยาปาทอวิหึสาสญฺญา สงฺคหิตา ปฐเมน อาทิสทฺเทน ‘‘อนภิชฺฌาสหคตาย สญฺญายา’’ติอาทิปาฐสฺส สงฺคหิตตฺตา.

๑๑๗. ติ กามภวาทีนํ อปริโยสานาย ปริโยสานํ อิจฺฉโตปิ ตาทิสสฺส ภวานํ อปริโยสานเมว โหติ. จตฺตาโร โหนฺติ ปุคฺคลวเสน. เตนาห ‘‘ปุถุชฺชโนปิ หี’’ติอาทิ. อกุสลา ธมฺมา วฑฺฒนฺตีติ เตสํ ปหานาย อปฺปฏิปชฺชมานสฺสาติ อธิปฺปาโย, ตโต เอว กุสลา ธมฺมา ปริหายนฺติ. เตนสฺส กิเลสทุกฺเขน วิปากทุกฺเขน จ สทุกฺขเมว อตฺตภาวํ อภินิพฺพตฺเตติ. โอรมฺภาคิยสํโยชนานิ ปหาย สุทฺธาวาเสสุ นิพฺพตฺตนารโห อนาคามี กถํ…เป… อภิวฑฺฒนฺตีติ อาห ‘‘อนาคามีปี’’ติอาทิ. สทุกฺขเมว อตฺตภาวํ อภินิพฺพตฺเตติ, ยาย ลพฺภมานอกุสลาภิวุทฺธึ กุสลปริหานิญฺจ คเหตฺวา อนาคามิโนปิ สพฺยาพชฺฌอตฺตภาวาภินิพฺพตฺตนํ วุตฺตํ. เอวํ ยถาลพฺภมานํ อกุสลปริหานึ กุสลาภิวุทฺธิญฺจ คเหตฺวา ปุถุชฺชนสฺสปิ อนฺติมภวิกสฺส อพฺยาพชฺฌอตฺตภาวาภินิพฺพตฺตนํ วุตฺตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. เตนาห ‘‘ปุถุชฺชโนปี’’ติอาทิ. อกุสลเมว หายติ,น กุสลํ ตสฺส พุทฺธิปกฺเข ฐิตตฺตา. ตตฺถาปิ วิปสฺสนเมว คพฺภํ คณฺหาเปติ, น วฏฺฏคพฺภํ อนฺติมภวิกตาย วิวฏฺฏูปนิสฺสิตตฺตา อชฺฌาสยสฺส, ญาณสฺส จ ปากคมนโต.

๑๑๙. เอกจฺจสฺสาติ สามิวจนํ ‘‘อภินนฺทตี’’ติอาทีสุ ปจฺจตฺตวเสน ปริณาเมตพฺพํ, ตถา ‘‘นิพฺพินฺทตี’’ติอาทีสุปิ. อุคฺคณฺหิตฺวาปีติ ปิ-สทฺโท ลุตฺตนิทฺทิฏฺโฐ. ภควโต ภาสิตสฺส อตฺถํ อชานนฺตา ตาว ทีฆรตฺตํ หิตสุขโต ปริพาหิรา โหนฺตุ ชานนฺตานมฺปิ สพฺเพสํ ทีฆรตฺตํ หิตาย สุขาย โหตีติ อเนกํสิกตํ โจเทนฺโต ‘‘เอวํ สนฺเตปี’’ติอาทิมาห. อิตโร สพฺเพสมฺปิ ทีฆรตฺตํ หิตาย สุขาย โหติเยวาติ, ‘‘อปฺปฏิสนฺธิกา’’ติอาทินา อเนกํสิกตํ ปริหรติ. เสสํ สุวิญฺเญยฺยเมว.

เสวิตพฺพาเสวิตพฺพสุตฺตวณฺณนาย ลีนตฺถปฺปกาสนา สมตฺตา.

๕. พหุธาตุกสุตฺตวณฺณนา

๑๒๔. ภยนฺติ (อ. นิ. ฏี. ๒.๓.๑) จิตฺตสํสปฺปตาติ อาห ‘‘จิตฺตุตฺราโส’’ติ. อุปทฺทโวติ อนฺตราโย. ตสฺส ปน วิกฺเขปการณตฺตา วุตฺตํ ‘‘อเนกคฺคตากาโร’’ติ. อุปสคฺโคติ อุปสชฺชนํ. ตโต อปฺปตีการวิฆาตาปตฺติ ยสฺมา ปตีการาภาเวน วิหญฺญมานสฺส กิญฺจิ กาตุํ อสมตฺถสฺส โอสีทนการณํ, ตสฺมา วุตฺตํ – ‘‘ตตฺถ ตตฺถ ลคฺคนากาโร’’ติ. วญฺเจตฺวา อาคนฺตุํ ยถาวุตฺเต ทิวเส อนาคจฺฉนฺเตสุ. พหิ อนิกฺขมนตฺถาย ทฺวาเร อคฺคึ ทตฺวา.

นเฬหีติ นฬจฺฉนฺนสงฺเขเปน อุปริ ฉาเทตฺวา เตหิเยว ทารุกจฺฉทนนิยาเมน ปริโตปิ ฉาทิตา. เอเสว นโยติ อิมินา ติเณหิ ฉนฺนตํ, เสสสมฺภารานํ รุกฺขมยตญฺจ อติทิสติ. วิธวาปุตฺเตติ อทนฺตภาโวปลกฺขณํ. เต หิ นิปฺปิติกา อวินีตา อสํยตา อกิจฺจการิโน โหนฺติ.

มตฺถกํ อปาเปตฺวาว นิฏฺฐาปิตาติ กสฺมา ภควา เอวมกาสีติ? อานนฺทตฺเถรสฺส ปุจฺฉาโกสลฺลทีปนตฺถเมว, ตตฺถ นิสินฺนานํ สนฺนิปติตภิกฺขูนํ เทสนาย ชานนตฺถญฺจ. เต กิร สงฺเขปโต วุตฺตมตฺถํ อชานนฺตา อนฺธการํ ปวิฏฺฐา วิย ฐิตา. ปุจฺฉานุสนฺธิวเสน ปริคฺคยฺห ชานิสฺสนฺตีติ.

๑๒๕. รูปปริคฺคโหว กถิโต, น อญฺญํ กิญฺจีติ อตฺโถ. อิทานิ ตโต สจฺจานิ นิทฺธาเรตฺวา จตุสจฺจกมฺมฏฺฐานํ ทสฺเสตุํ, ‘‘สพฺพาปี’’ติอาทิ วุตฺตํ. ปญฺจกฺขนฺธา โหนฺตีติ อทฺเธกาทส ธาตุโย รูปกฺขนฺโธ, อทฺธฏฺฐมา ธาตุโย ยถารหํ เวทนาทโย จตฺตาโร อรูปิโน ขนฺธาติ เอวํ อฏฺฐารส ธาตุโย ปญฺจกฺขนฺธา โหนฺติ. ปญฺจปิ ขนฺธา ตณฺหาวชฺชา ทุกฺขสจฺจํ. อปฺปวตฺตีติ อปฺปวตฺตินิมิตฺตํ. นิโรธปชานนาติ ปญฺญาสีเสน มคฺคกิจฺจมาห. สมฺมาทิฏฺฐิปมุโข หิ อริยมคฺโค. มตฺถกํ ปาเปตฺวา กถิตํ โหติ สมฺมสนสฺส ภูมิยา นิปฺผตฺติยา จ กถิตตฺตา. ชานาติ ปสฺสตีติ อิมินา ญาณทสฺสนํ กถิตํ ตํ ปน โลกิยํ โลกุตฺตรนฺติ ทุวิธนฺติ ตทุภยมฺปิ ทสฺเสนฺโต อาห – ‘‘สห วิปสฺสนาย มคฺโค วุตฺโต’’ติ.

เอตฺตาวตาปิ โขติ ปิ-สทฺทคฺคหเณน อญฺเญน ปริยาเยน สตฺถา ธาตุโกสลฺลํ เทเสตุกาโมติ เถโร, ‘‘สิยา ปน, ภนฺเต’’ติ ปุจฺฉตีติ ภควา ปถวีธาตุอาทิวเสนปิ ธาตุโกสลฺลํ วิภาเวติ. ตตฺถ ปถวีธาตุอาทิสทฺเทน เทสนาการณํ วิภาเวนฺโต, ‘‘ปถวีธาตุ…เป… วุตฺตา’’ติ อาห. ตาปิ หิ อาทิโต ฉ ธาตุโย. ‘‘วิญฺญาณธาตุโต นีหริตฺวา ปูเรตพฺพา’’ติ วตฺวา กถํ รูปธาตุโย นีหรียนฺตีติ โจทนํ สนฺธาย ตํ นยํ ทสฺเสตุํ, ‘‘วิญฺญาณธาตู’’ติอาทิ วุตฺตํ. กามญฺเจตฺถ กายวิญฺญาณธาตุยา อารมฺมณํ โผฏฺฐพฺพธาตุปถวีธาตุ อาทิวเสน เทสนารุฬเมว, กายธาตุ ปน นีหริตพฺพาติ เอกํสเมว นีหรณวิธึ ทสฺเสนฺโต, ‘‘เอส นโย สพฺพตฺถา’’ติ อาห. ปุริมปจฺฉิมวเสน มโนธาตูติ ปจฺฉิมภาควเสน กิริยามโนธาตุ คเหตพฺพา ตสฺสานุรูปภาวโต. นนุ เจตฺถ มโนธาตุ นามายํ มโนวิญฺญาณธาตุยา อสํสฏฺฐา, วิสุํเยว เจสา ธาตูติ? สจฺจเมตํ อฏฺฐารสธาตุเทสนาย, จิตฺตวิภตฺตินิทฺเทเส ฉวิญฺญาณกายเทสนายํ ปน สา มโนวิญฺญาณกายสงฺคหิตาวาติ ทฏฺฐพฺพํ. ยํ ปเนตฺถ วตฺตพฺพํ ตํ วิสุทฺธิมคฺคสํวณฺณนายํ (วิสุทฺธิ. มหาฏี. ๒.๕๑๗) วุตฺตนเยน เวทิตพฺพํ. อถ วา ปุริมปจฺฉิมวเสนาติ ปุเรจรานุจรวเสน. มโนธาตูติ วิปากมโนธาตุ คเหตพฺพา ปุเรจรณโต, ปรโต อุปฺปชฺชนกิริยามโนวิญฺญาณธาตุยา อนนฺตรํ มโนธาตุยา, กิริยามโนธาตุยา อนนฺตรํ มโนวิญฺญาณธาตุยา อนุปฺปชฺชนโต จ.

ธมฺมานํ ยาวเทว นิสฺสตฺตนิชฺชีววิภาวนตฺถาย สตฺถุ ธาตุเทสนาติ อญฺเญสุ สภาวธารณาทิอตฺเถสุ ลพฺภมาเนสุปิ อยเมตฺถ อตฺโถ ปธาโนติ อาห – ‘‘เอสนโย สพฺพตฺถา’’ติ. สปฺปฏิปกฺขวเสนาติ สปฺปฏิภาควเสน สุขํ ทุกฺเขน สปฺปฏิภาคํ, ทุกฺขํ สุเขน, เอวํ โสมนสฺสโทมนสฺสาติ. ยถา สุขาทีนํเยว สมุทาจาโร วิภูโต, น อุเปกฺขาย, เอวํ ราคาทีนํเยว สมุทาจาโร วิภูโต, น โมหสฺส, เตน วุตฺตํ ‘‘อวิภูตภาเวนา’’ติ. กายวิญฺญาณธาตุ ปริคฺคหิตาว โหติ ตทวินาภาวโต. เสสาสุ โสมนสฺสธาตุอาทีสุ, ปริคฺคหิตาว โหติ อวินาภาวโต เอว. น หิ โสมนสฺสาทโย มโนธาตุยา วินา วตฺตนฺติ. อุเปกฺขาธาตุโต นีหริตฺวาติ เอตฺถ จกฺขุวิญฺญาณธาตุอาทโย จตสฺโส วิญฺญาณธาตุโย ตาสํ วตฺถารมฺมณภูตา จกฺขุธาตุอาทโย จาติ อฏฺฐ รูปธาตุโย, มโนธาตุ, อุเปกฺขาสหคตา มโนวิญฺญาณธาตุ, อุเปกฺขาสหคตา เอว ธมฺมธาตูติ เอวํ ปนฺนรส ธาตุโย อุเปกฺขาธาตุโต นีหริตพฺพา. โสมนสฺสธาตุอาทโย ปน จตสฺโส ธาตุโย ธมฺมธาตุอนฺโตคธา, เอวํ สุขธาตุโต กายวิญฺญาณธาตุยา ตสฺสา วตฺถารมฺมณภูตานํ กายธาตุโผฏฺฐพฺพธาตูนญฺจ นีหรณา เหฏฺฐา ทสฺสิตนยาติ, ‘‘อุเปกฺขาธาตุโต นีหริตฺวา ปูเรตพฺพา’’อิจฺเจว วุตฺตํ.

กามวิตกฺกาทโย อิธ กามธาตุอาทิปริยาเยน วุตฺตาติ ‘‘กามธาตุอาทีนํ เทฺวธาวิตกฺเก กามวิตกฺกาทีสุ วุตฺตนเยน อตฺโถ เวทิตพฺโพ’’ติ อาห. ตตฺถ หิ ‘‘กามวิตกฺโกติ กามปฏิสํยุตฺโต วิตกฺโก, พฺยาปาทวิตกฺโกติ พฺยาปาทปฏิสํยุตฺโต วิตกฺโก, วิหึสาวิตกฺโกติ วิหึสาปฏิสํยุตฺโต วิตกฺโก, เนกฺขมฺมปฏิสํยุตฺโต วิตกฺโก เนกฺขมฺมวิตกฺโก, โส ยาว ปฐมชฺฌานา วฏฺฏติ. อพฺยาปาทปฏิสํยุตฺโต วิตกฺโก อพฺยาปาทวิตกฺโก, โส เมตฺตาปุพฺพภาคโต ปฏฺฐาย ยาว ปฐมชฺฌานา วฏฺฏติ. อวิหึสาปฏิสํยุตฺโต วิตกฺโก อวิหึสาวิตกฺโก, โส กรุณาย ปุพฺพภาคโต ปฏฺฐาย ยาว ปฐมชฺฌานา วฏฺฏตี’’ติ วุตฺตํ. อยํ ปนตฺโถ อภิธมฺเม วิตฺถารโต อาคโต เอวาติ ทสฺเสตุํ, ‘‘อภิธมฺเม’’ติอาทิ วุตฺตํ. กามธาตุโต นีหริตฺวาติ เอตฺถ กามคฺคหเณน คหิตา รูปธาตุอาทโย ฉ, ตํวิสยา สตฺตวิญฺญาณธาตุโย, ตตฺถ ปญฺจนฺนํ วิญฺญาณธาตูนํ จกฺขุธาตุอาทโย ปญฺจาติ อฏฺฐารส. เนกฺขมฺมธาตุอาทโย ปน ธมฺมธาตุอนฺโตคธา เอว.

กามตณฺหาย วิสยภูตา ธมฺมา กามธาตูติ อาห – ‘‘ปญฺจ กามาวจรกฺขนฺธา กามธาตู’’ติ. ตถา รูปตณฺหาย วิสยภูตา ธมฺมา รูปธาตุ, อรูปตณฺหาย วิสยภูตา ธมฺมา อรูปธาตูติ อาห – ‘‘จตฺตาโร อรูปาวจรกฺขนฺธา’’ติอาทิ. กามตณฺหา กาโม อุตฺตรปทโลเปน, เอวํ รูปารูปตณฺหา รูปารูปํ. อารมฺมณกรณวเสน ตา ยตฺถ อวจรนฺติ, เต กามาวจราทโยติ เอวํ กามาวจรกฺขนฺธาทีนํ กามตณฺหาทิภาโว เวทิตพฺโพ. อาทินา นเยนาติ เอเตน ‘‘อุปริโต ปรนิมฺมิตวสวตฺติเทเว อนฺโตกริตฺวา เอตฺถาวจรา’’ติอาทิปาฬึ (วิภ. ๑๐๒๐) สงฺคณฺหาติ. เอตฺถาวจราติ อวีจิปรนิมฺมิตปริจฺฉินฺโนกาสาย กามตณฺหาย วิสยภาวํ สนฺธาย วุตฺตํ, ตโทกาสตา จ ตณฺหาย ตนฺนินฺนตฺตา เวทิตพฺพา. เสสปททฺวเยปิ เอเสว นโย. ปริปุณฺณอฏฺฐารสธาตุกตฺตา กามาวจรธมฺมานํ ‘‘กามธาตุโต นีหริตฺวา ปูเรตพฺพา’’ติ วุตฺตํ. มโนวิญฺญาณธาตุธมฺมธาตุ เอกเทสมตฺตเมว หิ รูปารูปาวจรธมฺมาติ.

สมาคนฺตฺวาติ สหิตา หุตฺวา. ยตฺตกญฺหิ ปจฺจยธมฺมา อตฺตโน ผลสฺส การณํ, ตตฺถ ตนฺนิพฺพตฺตเน สมาคตา วิย โหติ เวกลฺเล ตทนิพฺพตฺตนโต. สงฺขตธาตุโต นีหริตฺวา ปูเรตพฺพา อสงฺขตาย ธาตุยา ธมฺมธาตุเอกเทสภาวโต.

๑๒๖. เอวํ ปวตฺตมานา มยํ อตฺตาติ คหณํ คมิสฺสามาติ อิมินา วิย อธิปฺปาเยน อตฺตานํ อธิกิจฺจ อุทฺทิสฺส ปวตฺตา อชฺฌตฺตา, เตสุ ภวา ตปฺปริยาปนฺนตฺตาติ อชฺฌตฺติกานิ. ตโต พหิภูตานิ พาหิรานิ. อายตนกถา ปฏิจฺจสมุปฺปาทกถา จ วิสุทฺธิมคฺเค (วิสุทฺธิ. ๒.๕๑๐, ๕๗๐, ๕๗๑) วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพาติ น วิตฺถาริตา.

๑๒๗. อวิชฺชมานํ ฐานํ อฏฺฐานํ (อ. นิ. ฏี. ๑.๑.๒๖๘; วิภ. มูลฏี. ๘๐๙), นตฺถิ ฐานนฺติ วา อฏฺฐานํ. อนวกาโสติ เอตฺถ เอเสว นโย. ตทตฺถนิคมนเมว หิ ‘‘เนตํ ฐานํ วิชฺชตี’’ติ วจนนฺติ. เตนาห ‘‘อุภเยนปี’’ติอาทิ. ยนฺติ การเณ ปจฺจตฺตวจนํ, เหตุอตฺโถ จ การณตฺโถติ อาห – ‘‘ยนฺติ เยน การเณนา’’ติ. อุกฺกฏฺฐนิทฺเทเสน เอตฺถ ทิฏฺฐิสมฺปตฺติ เวทิตพฺพาติ วุตฺตํ ‘‘มคฺคทิฏฺฐิยา สมฺปนฺโน’’ติ. กุโต ปนายมตฺโถ ลพฺภตีติ? ลิงฺคโต. ลิงฺคเญฺหตํ, ยทิทํ นิจฺจโต อุปคมนปฏิกฺเขโป. จตุภูมเกสูติ อิทํ จตุตฺถภูมกสงฺขารานํ อริยสาวกสฺส วิสยภาวูปคมนโต วุตฺตํ; น ปน เต อารพฺภ นิจฺจโต อุปคมนสพฺภาวโต. วกฺขติ จ ‘‘จตุตฺถภูมกสงฺขารา ปนา’’ติอาทินา. อภิสงฺขตสงฺขารอภิสงฺขรณกสงฺขารานํ สปฺปเทสตฺตา นิปฺปเทสสงฺขารคฺคหณตฺถํ ‘‘สงฺขตสงฺขาเรสู’’ติ วุตฺตํ. โลกุตฺตรสงฺขารานํ ปน นิวตฺตเน การณํ สยเมว วกฺขติ. เอตํ การณํ นตฺถิ เสตุฆาตตฺตา. เตชุสฺสทตฺตาติ สํกิเลสวิธมนเตชสฺส อธิกภาวโต. ตถา หิ เต คมฺภีรภาเวน ทุทฺทสา. อกุสลานํ อารมฺมณํ น โหนฺตีติ อิทํ ปกรณวเสน วุตฺตํ. อปฺปหีนวิปลฺลาสานํ สตฺตานํ กุสลธมฺมานมฺปิ เต อารมฺมณํ น โหนฺติ.

อสุเข ‘‘สุข’’นฺติ วิปลฺลาโส จ อิธ สุขโต อุปคมนสฺส ฐานนฺติ อธิปฺเปตนฺติ ทสฺเสนฺโต, ‘‘เอกนฺต…เป… วุตฺต’’นฺติ. อตฺตทิฏฺฐิวเสนาติ ปธานทิฏฺฐิมาห. ทิฏฺฐิยา นิพฺพานสฺส อวิสยภาโว เหฏฺฐา วุตฺโต เอวาติ ‘‘กสิณาทิปณฺณตฺติสงฺคหตฺถ’’นฺติ วุตฺตํ. ปริจฺเฉโทติ สงฺขารานํ ปริจฺเฉโท สงฺขารานํ ปริจฺฉิชฺชคหณํ. สฺวายํ เยสํ นิจฺจาทิโต อุปคมนํ ภวติ เตสํเยว วเสน กาตพฺโพติ ทสฺเสนฺโต ‘‘สพฺพวาเรสู’’ติอาทิมาห. สพฺพวาเรสูติ นิจฺจาทิสพฺพวาเรสุ. ปุถุชฺชโน หีติ หิ-สทฺโท เหตุอตฺโถ. ยสฺมา ยํ ยํ สงฺขารํ นิจฺจาทิวเสน ปุถุชฺชนกาเล อุปคจฺฉติ, ตํ ตํ อริยมคฺคาธิคเมน อนิจฺจาทิวเสน คณฺหนฺโต ยาถาวโต ชานนฺโต ตํ คาหํ ตํ ทิฏฺฐึ วินิเวเฐติ วิสฺสชฺเชติ. ตสฺมา ยตฺถ คาโห ตตฺถ วิสฺสชฺชนาติ จตุตฺถภูมกสงฺขารา อิธ สงฺขารคฺคหเณน น คยฺหตีติ อตฺโถ.

๑๒๘. ปุตฺตสมฺพนฺเธน มาตาปิตุสมญฺญา, ทตฺตกิตฺติมาทิวเสนปิ ปุตฺตโวหาโร โลเก ทิสฺสติ, โส จ โข ปริยายโต นิปฺปริยายสิทฺธํ ตํ ทสฺเสตุํ, ‘‘ชนิกา ว มาตา ชนโก ปิตา’’ติ วุตฺตํ. ตถา อานนฺตริยกมฺมสฺส อธิปฺเปตตฺตา ‘‘มนุสฺสภูโตว ขีณาสโว อรหาติ อธิปฺเปโต’’ติ วุตฺตํ. ‘‘อฏฺฐานเมต’’นฺติอาทินา มาตุอาทีนํเยว ชีวิตา โวโรปเน อริยสาวกสฺส อภพฺพภาวทสฺสนโต ตทญฺญํ อริยสาวโก ชีวิตา โวโรเปตีติ อิทํ อตฺถโต อาปนฺนเมวาติ มญฺญมาโน วทติ – ‘‘กึ ปน อริยสาวโก อญฺญํ ชีวิตา โวโรเปยฺยา’’ติ? ‘‘อฏฺฐานเมตํ, ภิกฺขเว, อนวกาโส, ยํ ทิฏฺฐิสมฺปนฺโน ปุคฺคโล สญฺจิจฺจ ปาณํ ชีวิตา โวโรเปยฺย, เนตํ ฐานํ วิชฺชตี’’ติ วจนโต, ‘‘เอตมฺปิ อฏฺฐาน’’นฺติ วุตฺตํ. เตนาห ‘‘สเจปิ หี’’ติอาทิ. พลทีปนตฺถนฺติ สทฺธาทิพลสมนฺนาคมทีปนตฺถํ. อริยมคฺเคนาคตสทฺธาทิพลวเสน หิ อริยสาวโก ตาทิสํ สาวชฺชํ น กโรติ.

ปญฺจหิ การเณหีติ อิทํ อตฺถนิปฺผาทกานิ เตสํ ปุพฺพภาคิยานิ จ การณานิ การณภาวสามญฺเญน เอกชฺฌํ คเหตฺวา วุตฺตํ, น ปน สพฺเพสํ ปญฺจนฺนํ สหโยคกฺขมโต. อากาเรหีติ การเณหิ. อนุสฺสาวเนนาติ อนุรูปํ สาวเนน. เภทสฺส อนุรูปํ ยถา เภโท โหติ, เอวํ ภินฺทิตพฺพานํ ภิกฺขูนํ อตฺตโน วจนสฺส สาวเนน วิญฺญาปเนน. เตนาห ‘‘นนุ ตุเมฺห’’ติอาทิ. กณฺณมูเล วจีเภทํ กตฺวาติ เอเตน ‘‘ปากฏํ กตฺวา เภทกรวตฺถุทีปนํ โวหาโร, ตตฺถ อตฺตโน นิจฺฉิตมตฺถํ รหสฺสวเสน วิญฺญาปนํ อนุสฺสาวน’’นฺติ ทสฺเสติ.

กมฺมเมว อุทฺเทโส วา ปมาณนฺติ เตหิ สงฺฆเภทสิทฺธิโต วุตฺตํ, อิตเร ปน เตสํ ปุพฺพภาคภูตา. เตนาห ‘‘โวหารา’’ติอาทิ. ตตฺถาติ โวหาเร. จุติอนนฺตรํ ผลํ อนนฺตรํ นาม, ตสฺมึ อนนฺตเร นิยุตฺตานิ ตนฺนิพฺพตฺตเนน อนนฺตรกรณสีลานิ, อนนฺตรปฺปโยชนานิ จาติ อานนฺตริยานิ, ตานิ เอว ‘‘อานนฺตริยกมฺมานี’’ติ วุตฺตานิ.

กมฺมโตติ ‘‘เอวํ อานนฺตริยกมฺมํ โหติ, เอวํ อนนฺตริยกมฺมสทิส’’นฺติ เอวํ กมฺมวิภาคโต. ทฺวารโตติ กายาทิทฺวารโต. กปฺปฏฺฐิติยโตติ ‘‘อิทํ กปฺปฏฺฐิติกวิปากํ, อิทํ น กปฺปฏฺฐิติกวิปาก’’นฺติ เอวํ กปฺปฏฺฐิติยวิภาคโต. ปากาติ ‘‘อิทเมตฺถ วิปจฺจติ, อิทํ น วิปจฺจตี’’ติ วิปจฺจนวิภาคโต. สาธารณาทีหีติ คหฏฺฐปพฺพชิตานํ สาธารณาสาธารณโต, อาทิ-สทฺเทน เวทนาทิวิภาคโต จ.

ยสฺมา มนุสฺสตฺตภาเว ฐิตสฺเสว จ กุสลธมฺมานํ ติกฺขวิสทสูรภาวาปตฺติ, ยถา ตํ ติณฺณมฺปิ โพธิสตฺตานํ โพธิตฺตยนิพฺพตฺติยํ, เอวํ มนุสฺสภาเว ฐิตสฺเสว อกุสลธมฺมานมฺปิ ติกฺขวิสทสูรภาวาปตฺตีติ อาห ‘‘มนุสฺสภูตสฺเสวา’’ติ. ปากติกมนุสฺสานมฺปิ จ กุสลธมฺมานํ วิเสสปฺปตฺติ วิมานวตฺถุอฏฺฐกถายํ (วิ. ว. อฏฺฐ. ๓) วุตฺตนเยน เวทิตพฺพา. ยถา วุตฺโต จ อตฺโถ สมานชาติยสฺส วิโกปเน กมฺมํ ครุตรํ, น ตถา วิชาติยสฺสาติ วุตฺตํ – ‘‘มนุสฺสภูตํ มาตรํ วา ปิตรํ วา’’ติ. ลิงฺเค ปริวตฺเต จ โส เอว เอกกมฺมนิพฺพตฺโต ภวงฺคปฺปพนฺโธ, ชีวิตินฺทฺริยปฺปพนฺโธ จ, น อญฺโญติ อาห ‘‘อปิ ปริวตฺตลิงฺค’’นฺติ. อรหนฺเตปิ เอเสว นโย. ตสฺส วิปากนฺติอาทิ กมฺมสฺส อานนฺตริยภาวสมตฺถนํ, จตุโกฏิกญฺเจตฺถ สมฺภวติ. ตตฺถ ปฐมา โกฏิ ทสฺสิตา, อิตราสุ วิสงฺเกตํ ทสฺเสตุํ, ‘‘โย ปนา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ยทิปิ ตตฺถ วิสงฺเกโต, กมฺมํ ปน ครุตรํ อานนฺตริยสทิสํ ภายิตพฺพนฺติ อาห – ‘‘อานนฺตริยํ อาหจฺเจว ติฏฺฐตี’’ติ. อยํ ปโญฺหติ ญาปนิจฺฉานิพฺพตฺตา กถา.

อานนฺตริยํ ผุสติ มรณาธิปฺปาเยเนว อานนฺตริยวตฺถุโน วิโกปิตตฺตา. อานนฺตริยํ น ผุสติ อานนฺตริยวตฺถุอภาวโต. สพฺพตฺถ หิ ปุริมํ อภิสนฺธิจิตฺตํ อปฺปมาณํ, วธกจิตฺตํ ปน ตทารมฺมณํ ชีวิตินฺทฺริยญฺจ อานนฺตริยนานนฺตริยภาเว ปมาณนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. สงฺคามจตุกฺกํ สมฺปตฺตวเสน โยเชตพฺพํ.

เตเนวาติ เตเนว ปโยเคน. อรหนฺตฆาโต โหติเยว อรหโต มาริตตฺตา. ปุถุชฺชนสฺเสว ทินฺนํ โหตีติ ยสฺมา ยถา วธกจิตฺตํ ปจฺจุปฺปนฺนารมฺมณมฺปิ ปพนฺธวิจฺเฉทวเสน จ ชีวิตินฺทฺริยํ อารมฺมณํ กตฺวา ปวตฺตติ, น เอวํ จาคเจตนา, สา หิ จชิตพฺพวตฺถุํ อารมฺมณํ กตฺวา จชนมตฺตเมว โหติ, อญฺญสนฺตกภาวกรณญฺจ ตสฺส จชนํ, ตสฺมา ยสฺส ตํ สนฺตกํ กตํ. ตสฺเสว ทินฺนํ โหตีติ.

โลหิตํ สโม สรตีติ อภิฆาเตน ปกุปฺปมานํ สญฺจิตํ โหติ. มหนฺตตรนฺติ ครุตรํ. สรีรปฏิชคฺคเน วิยาติ สตฺถุรูปกายปฏิชคฺคเน วิย.

อสนฺนิปติเตติ อิทํ สามคฺคิยทีปนํ. เภโท จ โหตีติ สงฺฆสฺส เภโท โหติ. วฏฺฏตีติ สญฺญายาติ อีทิสกรณํ สงฺฆสฺส เภทาย น โหตีติ สญฺญาย. นวโต อูนปริสายํ กโรนฺตสฺส ตถาติ โยเชตพฺพํ, ตถาติ อิมินา ‘‘น อานนฺตริยกมฺมนฺติ’’ อิมํ อากฑฺฒติ, น ปน ‘‘เภโท โหตี’’ติ อิทํ. เหฏฺฐิมนฺเตน หิ นวนฺนเมว วเสน สงฺฆเภโท. ธมฺมวาทิโน อนวชฺชา ยถาธมฺมํ อวฏฺฐานโต. สงฺฆเภทสฺส ปุพฺพภาโค สงฺฆราชิ.

กายทฺวารเมว ปูเรนฺติ กายกมฺมภาเวเนว ลกฺขิตพฺพโต.

‘‘สณฺฐหนฺเต หิ…เป… มุจฺจตี’’ติ อิทํ กปฺปฏฺฐกถาย น สเมติ. ตถา หิ กปฺปฏฺฐกถายํ (กถา. อฏฺฐ. ๖๕๔-๖๕๗) วุตฺตํ – ‘‘อาปายิโกติ อิทํ สุตฺตํ ยํ โส เอกํ กปฺปํ อสีติภาเค กตฺวา ตโต เอกภาคมตฺตํ กาลํ ติฏฺเฐยฺย, ตํ อายุกปฺปํ สนฺธาย วุตฺต’’นฺติ. กปฺปวินาเสเยวาติ ปน อายุกปฺปวินาเสเยวาติ อตฺเถ สติ นตฺถิ วิโรโธ. เอตฺถ จ สณฺฐหนฺเตติ อิทมฺปิ ‘‘เสฺวววินสฺสิสฺสตี’’ติ วิย อภูตปริกปฺปวเสน วุตฺตํ. เอกทิวสเมว นิรเย ปจฺจติ ตโต ปรํ กปฺปาภาเว อายุกปฺปสฺสปิ อภาวโตติ อวิโรธโต อตฺถโยชนา ทฏฺฐพฺพา. เสสานีติ สงฺฆเภทโต อญฺญานิ อานนฺตริยกมฺมานิ.

อโหสิกมฺมํ…เป… สงฺขฺยํ คจฺฉนฺติ, เอวํ สติ กถํ เนสํ อานนฺตริยตา จุติอนนฺตรํ วิปากทานาภาวโต. อถ สติ ผลทาเน จุติอนนฺตโร เอว เอเตสํ ผลกาโล, น อญฺโญติ ผลกาลนิยเมน นิยตตา นิจฺฉิตา, น ผลทานนิยเมน, เอวมฺปิ นิยตผลกาลานํ อญฺเญสมฺปิ อุปปชฺชเวทนียานํ ทิฏฺฐธมฺมเวทนียานญฺจ นิยตตา อาปชฺเชยฺย. ตสฺมา วิปากธมฺมธมฺมานํ ปจฺจยนฺตรวิกลตาทีหิ อวิปจฺจมานานมฺปิ อตฺตโน สภาเวน วิปากธมฺมตา วิย พลวตา อานนฺตริเยน วิปาเก ทินฺเน อวิปจฺจมานานมฺปิ อานนฺตริยานํ ผลทาเน นิยตสภาวา อานนฺตริยสภาวา จ ปวตฺตีติ อตฺตโน สภาเวน ผลทานนิยเมเนว นิยตตา อานนฺตริยตา จ เวทิตพฺพา. อวสฺสญฺจ อานนฺตริยสภาวา ตโต เอว นิยตสภาวา จ เตสํ ปวตฺตีติ สมฺปฏิจฺฉิตพฺพเมตํ อญฺญสฺส พลวโต อานนฺตริยสฺส อภาเว จุติอนนฺตรํ เอกนฺเตน ผลทานโต.

นนุ เอวํ อญฺเญสมฺปิ อุปปชฺชเวทนียานํ อญฺญสฺมึ วิปากทายเก อสติ จุติอนนฺตรเมกนฺเตน ผลทานโต นิยตสภาวา อนนฺตริยสภาวา จ ปวตฺติ อาปชฺชตีติ? นาปชฺชติ. อสมานชาติเกน เจโตปณิธิวเสน อุปฆาตเกน จ นิวตฺเตตพฺพวิปากตฺตา อนนฺตเร เอกนฺตผลทายกตฺตาภาวา. น ปน อานนฺตริยกานํ ปฐมชฺฌานาทีนํ ทุติยชฺฌานาทีนิ วิย อสมานชาติกํ ผลนิวตฺตกํ อตฺถิ สพฺพานนฺตริยานํ อวีจิผลตฺตา. น จ เหฏฺฐูปปตฺตึ อิจฺฉโต สีลวโต เจโตปณิธิ วิย อุปรูปปตฺติชนกกมฺมผลํ อานนฺตริยผลํ นิวตฺเตตุํ สมตฺโถ เจโตปณิธิ อตฺถิ อนิจฺฉนฺตสฺเสว อวีจิปาตนโต, น จ อานนฺตริโยปฆาตกํ กิญฺจิ กมฺมํ อตฺถิ, ตสฺมา เตสํเยว อนนฺตเร เอกนฺตวิปากชนกสภาวา ปวตฺตีติ. อเนกานิ จ อานนฺตริยานิ กตานิ เอกนฺเตเนว วิปาเก นิยตสภาวตฺตา อุปรตาวิปจฺจนสภาวาสงฺกตฺตา นิจฺฉิตานิ สภาวโต นิยตาเนว. เตสุ ปน สมานสภาเวสุ เอเกน วิปาเก ทินฺเน อิตรานิ อตฺตนา กาตพฺพกิจฺจสฺส เตเนว กตตฺตา น ทุติยํ ตติยํ วา ปฏิสนฺธึ กโรนฺติ. น สมตฺถตาวิฆาตตฺตาติ นตฺถิ เตสํ อานนฺตริยกตา นิวตฺติ; ครุตรภาโว ปน เตสุ ลพฺภเตวาติ สงฺฆเภทสฺส สิยา ครุตรภาโวติ, ‘‘เยน…เป… วิปจฺจตี’’ติ อาห. เอกสฺส ปน อญฺญานิ อุปตฺถมฺภกานิ โหนฺตีติ ทฏฺฐพฺพานิ. ปฏิสนฺธิวเสน วิปจฺจตีติ วจเนน อิตเรสํ ปวตฺติวิปากทายิตา อนุญฺญาตา วิย ทิสฺสติ. โน วา ตถา สีลวตีติ ยถา ปิตา สีลวา, ตถา สีลวตี โน วา โหตีติ โยชนา. สเจ มาตา สีลวตี, มาตุฆาโต ปฏิสนฺธิวเสน วิปจฺจตีติ โยชนา.

ปกตตฺโตติ อนุกฺขิตฺโต. สมานสํวาสโกติ อปาราชิโก. สมานสีมายนฺติ เอกสีมายํ.

สตฺถุกิจฺจํ กาตุํ อสมตฺโถติ ยํ สตฺถารา กาตพฺพกิจฺจํ อนุสาสนาทิ, ตํ กาตุํ อสมตฺโถติ ภควนฺตํ ปจฺจกฺขาย. อญฺญํ ติตฺถกรนฺติ อญฺญํ สตฺถารํ.

๑๒๙. อภิชาติอาทิสุ (อ. นิ. ฏี. ๑.๑.๒๗๗) ปกปฺปเนน เทวตูปสงฺกมนาทินา ชาตจกฺกวาเฬน สมานโยคกฺเขมํ ทสสหสฺสปริมาณํ ฐานํ ชาติเขตฺตํ, สรเสเนว อาณาปวตฺติฏฺฐานํ อาณาเขตฺตํ, วิสยภูตํ ฐานํ วิสยเขตฺตํ. ทสสหสฺสี โลกธาตูติ อิมาย โลกธาตุยา สทฺธึ อิมํ โลกธาตุํ ปริวาเรตฺวา ฐิตา ทสสหสฺสี โลกธาตุ. ตตฺตกานํเยว ชาติเขตฺตภาโว ธมฺมตาวเสน เวทิตพฺโพ. ‘‘ปริคฺคหวเสนา’’ติ เกจิ. ‘‘สพฺเพสมฺปิ พุทฺธานํ ตตฺตกํ เอว ชาติเขตฺตํ ตนฺนิวาสีนํเยว จ เทวตานํ ธมฺมาภิสมโย’’ติ จ วทนฺติ. มาตุกุจฺฉิโอกฺกมนกาลาทีนํ ฉนฺนํ เอว คหณํ นิทสฺสนมตฺตํ มหาภินีหาราทิกาเลปิ ตสฺส ปกมฺปนสฺส ลพฺภมานโต. อาณาเขตฺตํ นาม ยํ เอกชฺฌํ สํวฏฺฏติ จ วิวฏฺฏติ จ. อาณา วตฺตติ อาณาย ตนฺนิวาสีนํ เทวตานํ สิรสา สมฺปฏิจฺฉเนน, ตญฺจ โข เกวลํ พุทฺธานํ อานุภาเวเนว, น อธิปฺปายวเสน, อธิปฺปายวเสน ปน ‘‘ยาวตา วา ปน อากงฺเขยฺยา’’ติ (อ. นิ. ๓.๘๑) วจนโต ตโต ปรมฺปิ อาณา ปวตฺเตยฺย.

น อุปฺปชฺชนฺตีติ ปน อตฺถีติ, ‘‘น เม อาจริโย อตฺถิ, สทิโส เม น วิชฺชตี’’ติอาทึ (ม. นิ. ๑.๒๘๕; ๒.๓๔๑; มหาว. ๑๑; กถา. ๔๐๕; มิ. ป. ๔.๕.๑๑) อิมิสฺสํ โลกธาตุยํ ฐตฺวา วทนฺเตน ภควตา, ‘‘กึ ปนาวุโส สาริปุตฺต, อตฺเถตรหิ อญฺเญ สมณา วา พฺราหฺมณา วา ภควตา สมสมา สมฺโพธิยนฺติ, เอวํ ปุฏฺโฐ อหํ, ภนฺเต, โนติ วเทยฺย’’นฺติ (ที. นิ. ๓.๑๖๑), วตฺวา ตสฺส การณํ ทสฺเสตุํ, ‘‘อฏฺฐานเมตํ อนวกาโส, ยํ เอกิสฺสา โลกธาตุยา เทฺว อรหนฺโต สมฺมาสมฺพุทฺธา’’ติ อิมํ สุตฺตํ (ที. นิ. ๓.๑๖๑; มิ. ป. ๕.๑.๑) ทสฺเสนฺเตน ธมฺมเสนาปตินา จ พุทฺธเขตฺตภูตํ อิมํ โลกธาตุํ ฐเปตฺวา อญฺญตฺถ อนุปฺปตฺติ วุตฺตา โหตีติ อธิปฺปาโย.

เอกโตติ สห, เอกสฺมึ กาเลติ อตฺโถ. โส ปน กาโล กถํ ปริจฺฉินฺโนติ จริมภเว ปฏิสนฺธิคฺคหณโต ปฏฺฐาย ยาว ธาตุปรินิพฺพานาติ ทสฺเสนฺโต ‘‘ตตฺถา’’ติอาทิมาห. นิสินฺนกาลโต ปฏฺฐายาติ ปฏิโลมกฺกเมน วทติ. ปรินิพฺพานโต ปฏฺฐายาติ อนุปาทิเสสาย นิพฺพานธาตุยา ปรินิพฺพานโต ปฏฺฐาย. เอตฺถนฺตเรติ จริมภเว โพธิสตฺตสฺส ปฏิสนฺธิคฺคหณํ ธาตุปรินิพฺพานนฺติ เอเตสํ อนฺตเร.

อญฺญสฺส พุทฺธสฺส อุปฺปตฺติ น นิวาริตา, ตตฺถ การณํ ทสฺเสตุํ ‘‘ตีณิ หี’’ติอาทิ วุตฺตํ. ปฏิปตฺติอนฺตรธาเนน หิ สาสนสฺส โอสกฺกิตตฺตา อปรสฺส พุทฺธสฺส อุปฺปตฺติ ลทฺธาวสรา โหติ. ปฏิปทาติ ปฏิเวธาวหา ปุพฺพภาคปฏิปทา. ‘‘ปริยตฺติ ปมาณ’’นฺติ วตฺวา ตมตฺถํ โพธิสตฺตํ นิทสฺสนํ กตฺวา ทสฺเสตุํ, ‘‘ยถา’’ติอาทิ วุตฺตํ ตยิทํ หีนํ กตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. นิยฺยานิกธมฺมสฺส ฐิติญฺหิ ทสฺเสนฺโต อนิยฺยานิกธมฺมํ นิทสฺเสติ.

มาติกาย อนฺตรหิตายาติ, ‘‘โย ปน ภิกฺขู’’ติอาทินยปฺปตฺตา สิกฺขาปทปาฬิ มาติกา, ตาย อนฺตรหิตาย นิทานุทฺเทสสงฺขาเต ปาติโมกฺขุทฺเทเส ปพฺพชฺชายุปสมฺปทากมฺเมสุ จ สาสนํ ติฏฺฐตีติ อตฺโถ. อถ วา ปาติโมกฺเข ธรนฺเตเยว ปพฺพชฺชา อุปสมฺปทา จ, เอวํ สติ ตทุภยํ ปาติโมกฺเข อนฺโตคธํ ตทุภยาภาเว ปาติโมกฺขาภาวโต, ตสฺมา ตยิทํ ตยํ สาสนสฺส ฐิติเหตูติ อาห – ‘‘ปาติโมกฺขปพฺพชฺชาอุปสมฺปทาสุ ฐิตาสุ สาสนํ ติฏฺฐตี’’ติ. ยสฺมา วา อุปสมฺปทาธีนํ ปาติโมกฺขํ, อุปสมฺปทา จ ปพฺพชฺชาธีนา, ตสฺมา ปาติโมกฺเข สิทฺเธ, สิทฺธาสุ ปพฺพชฺชาอุปสมฺปทาสุ จ สาสนํ ติฏฺฐติ. ปจฺฉิมปฏิเวธโต หิ ปรํ ปฏิเวธสาสนํ, ปจฺฉิมสีลโต จ ปรํ ปฏิปตฺติสาสนํ วินฏฺฐํ นาม โหติ. โอสกฺกิตํ นามาติ ปจฺฉิมกปฏิเวธสีลเภททฺวยํ เอกโต กตฺวา ตโต ปรํ วินฏฺฐํ นาม โหตีติ อตฺโถ.

เตน กามํ ‘‘สาสนฏฺฐิติยา ปริยตฺติ ปมาณ’’นฺติ วุตฺตํ, ปริยตฺติ ปน ปฏิปตฺติเหตุกาติ ปฏิปตฺติยา อสติ อปฺปติฏฺฐา โหติ, ตสฺมา ปฏิปตฺติอนฺตรธานํ สาสโนสกฺกนสฺส วิเสสการณนฺติ ทสฺเสตฺวา ตยิทํ สาสโนสกฺกนํ ธาตุปรินิพฺพาโนสานนฺติ ทสฺเสตุํ, ‘‘ตีณิ ปรินิพฺพานานี’’ติ วุตฺตํ.

การุญฺญนฺติ ปริเทวนการุญฺญํ. ชมฺพุทีเป ทีปนฺตเรสุ เทวนาคพฺรหฺมโลเกสุ จ วิปฺปกิริตฺวา ฐิตานํ ธาตูนํ มหาโพธิปลฺลงฺเก เอกชฺฌํ สนฺนิปตนํ, รสฺมิวิสฺสชฺชนํ, ตตฺถ เตโชธาตุยา อุฏฺฐานํ, เอกชาลีภาโว จาติ สพฺพเมตํ สตฺถุ อธิฏฺฐานวเสเนว เวทิตพฺพํ.

อนจฺฉริยตฺตาติ ทฺวีสุปิ อุปฺปชฺชมาเนสุ อจฺฉริยตฺตาภาวโทสโตติ อตฺโถ. พุทฺธา นาม มชฺเฌ ภินฺนํ สุวณฺณํ วิย เอกสทิสาติ เตสํ เทสนาปิ เอกรสา เอวาติ อาห – ‘‘เทสนาย จ วิเสสาภาวโต’’ติ. เอเตนปิ อนจฺฉริยตฺตเมว สาเธติ. วิวาทภาวโตติ เอเตน วิวาทาภาวตฺถํ เทฺว เอกโต น อุปฺปชฺชนฺตีติ ทสฺเสติ.

ตตฺถาติ มิลินฺทปเญฺห. เอกํ พุทฺธํ ธาเรตีติ เอกพุทฺธธารณี. เอเตน เอวํ สภาวา เอเต พุทฺธคุณา, เยน ทุติยพุทฺธคุเณ ธาเรตุํ อสมตฺถา อยํ โลกธาตูติ ทสฺเสติ. ปจฺจยวิเสสนิปฺผนฺนานญฺหิ คุณธมฺมานํ ภาริโย วิเสโส น สกฺกา ธาเรตุนฺติ, ‘‘น ธาเรยฺยา’’ติ วตฺวา ตเมว อธารณํ ปริยายนฺตเรนปิ ปกาเสนฺโต ‘‘จเลยฺยา’’ติอาทิมาห. ตตฺถ จเลยฺยาติ ปริปฺผนฺเทยฺย. กมฺเปยฺยาติ ปเวเธยฺย. นเมยฺยาติ เอกปสฺเสน นเมยฺย. โอนเมยฺยาติ โอสีเทยฺย. วินเมยฺยาติ วิวิธํ อิโตจิโต จ นเมยฺย. วิกิเรยฺยาติ วาเตน ถุสมุฏฺฐิ วิย วิปฺปกิเรยฺย. วิธเมยฺยาติ วินสฺเสยฺย. วิทฺธํเสยฺยาติ สพฺพโส วิทฺธสฺตา ภเวยฺย. ตถาภูตา จ กตฺถจิ น ติฏฺเฐยฺยาติ อาห ‘‘น ฐานมุปคจฺเฉยฺยา’’ติ.

อิทานิ ตตฺถ นิทสฺสนํ ทสฺเสนฺโต, ‘‘ยถา, มหาราชา’’ติอาทิมาห. ตตฺถ สมุปาทิกาติ สมํ อุทฺธํ ปชฺชติ ปวตฺตตีติ สมุปาทิกา, อุทกสฺส อุปริ สมํ คามินีติ อตฺโถ. วณฺเณนาติ สณฺฐาเนน. ปมาเณนาติ อาโรเหน. กิสถูเลนาติ กิสถูลภาเวน, ปริณาเหนาติ อตฺโถ.

ฉาเทนฺตนฺติ โรเจนฺตํ รุจึ อุปฺปาเทนฺตํ. ตนฺทีกโตติ เตน โภชเนน ตนฺทีภูโต. อโนนมิตทณฺฑชาโตติ ยาวทตฺถํ โภชเนน โอนมิตุํ อสกฺกุเณยฺยตาย อโนนมิตทณฺโฑ วิย ชาโต. สกึ ภุตฺโต วเมยฺยาติ เอกมฺปิ อาโลปํ อชฺโฌหริตฺวา วเมยฺยาติ อตฺโถ.

อติธมฺมภาเรน ปถวี จลตีติ ธมฺเมน นาม ปถวี ติฏฺเฐยฺย. สา กึ เตเนว จลติ วินสฺสตีติ อธิปฺปาเยน ปุจฺฉติ. ปุน เถโร ‘‘รตนํ นาม โลเก กุฏุมฺพํ สนฺธาเรนฺตํ อภิมตญฺจ โลเกน อตฺตโน ครุสภาวตาย สกฏภงฺคสฺส การณํ อติภารภูตํ ทิฏฺฐํ. เอวํธมฺโม จ หิตสุขวิเสเสหิ ตํสมงฺคินํ ธาเรนฺโต อภิมโต จ วิญฺญูนํ คมฺภีรปฺปเมยฺยภาเวน ครุสภาวตฺตา อติภารภูโต ปถวีจลนสฺส การณํ โหตี’’ติ ทสฺเสนฺโต, ‘‘อิธ, มหาราช, เทฺว สกฏา’’ติอาทิมาห. เอเตเนว ตถาคตสฺส มาตุกุจฺฉิโอกฺกมนาทิกาเล ปถวีกมฺปนการณํ สํวณฺณิตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. เอกสกฏโต รตนนฺติ เอกสฺมา, เอกสฺส วา สกฏสฺส รตนํ, ตสฺมา สกฏโต คเหตฺวาติ อตฺโถ.

โอสาริตนฺติ อุจฺจาริตํ, วุตฺตนฺติ อตฺโถ. อคฺโคติ สพฺพสตฺเตหิ อคฺโค.

สภาวปกตีติ สภาวภูตา อกิตฺติมา ปกติ. การณมหนฺตตายาติ มหนฺเตหิ พุทฺธการกธมฺเมหิ ปารมิตาสงฺขาเตหิ การเณหิ พุทฺธคุณานํ นิพฺพตฺติโตติ วุตฺตํ โหติ. ปถวิอาทีนิ มหนฺตานิ วตฺถูนิ, มหนฺตา จ สกฺกภาวาทโย อตฺตโน อตฺตโน วิสเย เอเกกา เอว, สมฺมาสมฺพุทฺโธปิ มหนฺโต อตฺตโน วิสเย เอโกว, โก จ ตสฺส วิสโย? พุทฺธภูมิ, ยาวตกํ วา เญยฺยํ. เอวํ ‘‘อากาโส วิย อนนฺตวิสโย ภควา เอโกว โหตี’’ติ วทนฺโต ปรจกฺกวาเฬสุ ทุติยสฺส พุทฺธสฺส อภาวํ ทสฺเสติ.

อิมินาว ปเทนาติ ‘‘เอกิสฺสา โลกธาตุยา’’ติ อิมินา เอว ปเทน. ทสจกฺกวาฬสหสฺสานิ คหิตานิ ชาติเขตฺตตฺตา. เอกจกฺกวาเฬเนวาติ อิมินา เอกจกฺกวาเฬเนว. ยถา – ‘‘อิมสฺมึเยว จกฺกวาเฬ อุปฺปชฺชนฺตี’’ติ วุตฺเต อิมสฺมิมฺปิ จกฺกวาเฬ ชมฺพุทีเปเยว, ตตฺถปิ มชฺฌิมปเทเส เอวาติ ปริจฺฉินฺทิตุํ วฏฺฏติ; เอวํ ‘‘เอกิสฺสา โลกธาตุยา’’ติ ชาติเขตฺเต อธิปฺเปเตปิ อิมินาว จกฺกวาเฬน ปริจฺฉินฺทิตุํ วฏฺฏติ.

วิวาทูปจฺเฉทโตติ วิวาทูปจฺเฉทการณา. ทฺวีสุ อุปฺปนฺเนสุ โย วิวาโท ภเวยฺย, ตสฺส อนุปฺปาโทเยเวตฺถ วิวาทุปจฺเฉโท. เอกสฺมึ ทีเปติอาทินา ทีปนฺตเรปิ เอกชฺฌํ น อุปฺปชฺชนฺติ, ปเคว เอกทีเปติ ทสฺเสติ. โส ปริหาเยถาติ จกฺกวาฬสฺส ปเทเส เอว วตฺติตพฺพตฺตา ปริหาเยยฺย.

๑๓๐. มนุสฺสตฺตนฺติ มนุสฺสภาโว ตสฺเสว ปพฺพชฺชาทิคุณสมฺปตฺติอาทีนํ โยคฺคภาวโต. ลิงฺคสมฺปตฺตีติ ปุริสภาโว. เหตูติ มโนวจีปณิธานปุพฺพิกา เหตุสมฺปทา. สตฺถารทสฺสนนฺติ สตฺถุสมฺมุขีภาโว. ปพฺพชฺชาติ กมฺมกิริยวาทีสุ ตาปเสสุ, ภิกฺขูสุ วา ปพฺพชฺชา. คุณสมฺปตฺตีติ อภิญฺญาทิคุณสมฺปทา. อธิกาโรติ พุทฺธํ อุทฺทิสฺส อธิโก สกฺกาโร. ฉนฺทตาติ สมฺมาสมฺโพธึ อุทฺทิสฺส สาติสโย กตฺตุกมฺยตากุสลจฺฉนฺโท. อฏฺฐธมฺมสโมธานาติ เอเตสํ อฏฺฐนฺนํ ธมฺมานํ สมาโยเคน. อภินีหาโรติ กายปณิธานํ. สมิชฺฌตีติ นิปฺผชฺชตีติ อยเมตฺถ สงฺเขโป, วิตฺถาโร ปน ปรมตฺถทีปนิยา จริยาปิฏกวณฺณนาย (จริยา. อฏฺฐ. ปกิณฺณกกถา) วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺโพ.

สพฺพาการปริปูรเมวาติ ปริปุณฺณลกฺขณตาย สตฺตุสฺสทาทีหิ สพฺพากาเรหิ สมฺปนฺนเมว. น หิ อิตฺถิยา โกโสหิตวตฺถคุยฺหตา สมฺภวติ, ทุติยปกติ จ นาม ปฐมปกติโต นิหีนา เอว. เตเนวาห อนนฺตรวาเร ‘‘ยสฺมา’’ติอาทิ.

อิธ ปุริสสฺส ตตฺถ นิพฺพตฺตนโตติ อิมสฺมึ มนุสฺสโลเก ปุริสภูตสฺส ตตฺถ พฺรหฺมโลเก พฺรหฺมตฺตภาเวน นิพฺพตฺตนโต. เตน อสติปิ ปุริสลิงฺเค ปุริสาการา พฺรหฺมาโน โหนฺตีติ ทสฺเสติ. ตํเยว หิ ปุริสาการํ สนฺธาย วุตฺตํ – ‘‘ยํ ปุริโส พฺรหฺมตฺตํ กเรยฺยา’’ติ. เตเนวาห ‘‘สมาเนปี’’ติอาทิ. ยทิ เอวํ อิตฺถิโย พฺรหฺมโลเก น อุปฺปชฺชนฺตีติ อาห ‘‘พฺรหฺมตฺต’’นฺติอาทิ.

๑๓๑. กายทุจฺจริตสฺสาติอาทิปาฬิยา กมฺมนิยาโม นาม กถิโต. สมญฺชนํ สมงฺโค, โส เอตสฺส อตฺถีติ สมงฺคี, สมนฺนาคโต. สมญฺชนสีโล วา สมงฺคี. ปุพฺพภาเค อายูหนสมงฺคิตา, สนฺนิฏฺฐาปกเจตนาวเสน เจตนาสมงฺคิตา. เจตนาสนฺตติวเสน วา อายูหนสมงฺคิตา, ตํตํเจตนาขณวเสน เจตนาสมงฺคิตา. กตูปจิตสฺส อวิปกฺกวิปากสฺส กมฺมสฺส วเสน กมฺมสมงฺคิตา, กมฺเม ปน วิปจฺจิตุํ อารทฺเธ วิปากปฺปวตฺติวเสน วิปากสมงฺคิตา. กมฺมาทีนํ อุปฏฺฐานกาลวเสน อุปฏฺฐานสมงฺคิตา. กุสลากุสลกมฺมายูหนกฺขเณติ กุสลกมฺมสฺส จ อกุสลกมฺมสฺส จ สมีหนกฺขเณ. ตถาติ อิมินา กุสลากุสลกมฺมปทํ อากฑฺฒติ. ยถา กตํ กมฺมํ ผลทานสมตฺถํ โหติ, ตถา กตํ อุปจิตํ. วิปาการหนฺติ ทุติยภวาทีสุ วิปจฺจนารหํ. อุปฺปชฺชมานานํ อุปปตฺตินิมิตฺตํ อุปฏฺฐาตีติ โยชนา. จลตีติ ปริวตฺตติ. เอเกน หิ กมฺมุนา ตชฺเช นิมิตฺเต อุปฏฺฐาปิเต ปจฺจยวิเสสวเสน ตโต อญฺเญน กมฺมุนา อญฺญสฺส นิมิตฺตสฺส อุปฏฺฐานํ ปริวตฺตนํ.

สุนขชีวิโกติ สุนเขหิ ชีวนสีโล. ตลสนฺถรณปูชนฺติ ภูมิตลสฺส ปุปฺเผหิ สนฺตรณปูชํ. อายูหนเจตนากมฺมสมงฺคิตาวเสนาติ กายทุจฺจริตสฺส อปราปรํ อายูหเนน สนฺนิฏฺฐาปกเจตนาย ตสฺเสว ปกปฺปเน กมฺมกฺขยกรญาเณน อเขปิตตฺตา ยถูปจิตกมฺมุนา จ สมงฺคิภาวสฺส วเสน.

๑๓๒. เอวํ สสฺสิริกนฺติ วุตฺตปฺปกาเรน อเนกธาตุวิภชนาทินา นานานยวิจิตฺตตาย ปรมนิปุณคมฺภีรตาย จ อตฺถโต พฺยญฺชนโต จ สโสภํ กตฺวา.

นํ ธาเรหีติ เอตฺถ นนฺติ นิปาตมตฺตํ. ธาตุอาทิวเสน ปริวฏฺฏียนฺติ อตฺถา เอเตหีติ ปริวฏฺฏา, เทสนาเภทา. จตฺตาโร ปริวฏฺฏา เอตสฺส, เอตสฺมึ วาติ จตุปริวฏฺโฏ, ธมฺมปริยาโย. ธมฺโม จ โส ปริยตฺติภาวโต ยถาวุตฺเตนตฺเถน อาทาโสติ ธมฺมาทาโส. อุปฏฺฐานฏฺเฐน ยถาธมฺมานํ อาทาโสติปิ ธมฺมาทาโส. ยถา หิ อาทาเสน สตฺตานํ มุเข มลโทสหรณํ, เอวํ อิมินาปิ สุตฺเตน โยคีนํ มุเข มลโทสหรณํ. ตสฺมาติ ยสฺมา อิมินา สุตฺเตน กิเลเส มทฺทิตฺวา สมถาธิคเมน โยคิโน ชยปฺปตฺตา; ตสฺมา อมตปุรปฺปเวสเน อุคฺโฆสนมหาเภริตาย จ อมตทุนฺทุภิ. อิธ วุตฺตนฺติ อิมสฺมึ สุตฺเต วุตฺตํ. อนุตฺตโร สงฺคามวิชโยติ อนุตฺตรภาวโต กิเลสสงฺคามวิชโย, ‘‘วิเชติ เอเตนา’’ติ กตฺวา. เสสํ สุวิญฺเญยฺยเมว.

พหุธาตุกสุตฺตวณฺณนาย ลีนตฺถปฺปกาสนา สมตฺตา.

๖. อิสิคิลิสุตฺตวณฺณนา

๑๓๓. สมญฺญายติ เอตายาติ สมญฺญา, นามนฺติ อตฺโถ. อยมยํ นามาติ ปญฺญาเปนฺติ เอตาย, ตถาปญฺญาปนมตฺตนฺติ วา ปญฺญตฺติ, นามเมว. เตนาห ‘‘ปุริมปทสฺเสว เววจน’’นฺติ. เสเสสุปีติ ‘‘ปณฺฑวสฺส ปพฺพตสฺสา’’ติอาทีสุ ตีสุ วาเรสุปิ.

สมุฏฺฐานํ ตาว สุตฺตสฺส กเถตฺวา อตฺถสํวณฺณนํ กาตุํ ‘‘ตทา กิรา’’ติอาทิ วุตฺตํ. น ปพฺพเตหิ อตฺโถติ น ภควโต ปพฺพเตหิ กถิเตหิ อตฺโถ อตฺถิ. อิสิคิลิภาโวติ อิสิคิลินามตา. อิตีติ อิมินา การเณน, อิมํ อฏฺฐุปฺปตฺตึ อเวกฺขนฺโตติ อตฺโถ.

เจติยคพฺเภติ เจติยฆเร เจติยสฺส อพฺภนฺตเร. ยมกมหาทฺวารนฺติ ยมกกวาฏยุตฺตํ มหนฺตํ ทฺวารํ. เทฺวธา กตฺวาติ ปพฺพตสฺส อพฺภนฺตเร มณฺฑปสงฺเขเปน เลณํ นิมฺมินิตฺวา เทฺวธา กตฺวา ตทา เต ตตฺถ วสึสุ.

วสิตกาลญฺจ กเถนฺโต เตสํ มาตุยา ยาว ตติยภวโต ปฏฺฐาย สมุทาคมํ ทสฺเสตุํ, ‘‘อตีเต กิรา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ปตฺเถสีติ ตสฺสา กิร เขตฺตกุฏิยา วีหโย ภชฺชนฺติยา ตตฺถ มหากรญฺชปุปฺผปฺปมาณา มหนฺตา มโนหรา ปญฺจสตมตฺตา ลาชา ชายึสุ. สา ตา คเหตฺวา มหนฺเต ปทุมินิปตฺเต ฐเปสิ. ตสฺมิญฺจ สมเย เอโก ปจฺเจกพุทฺโธ ตสฺสา อนุคฺคหตฺถํ อวิทูเร เขตฺตปาฬิยา คจฺฉติ. สา ตํ ทิสฺวา ปสนฺนมานสา สุปุปฺผิตํ มหนฺตํ เอกํ ปทุมํ คเหตฺวา ตตฺถ ลาเช ปกฺขิปิตฺวา ปจฺเจกพุทฺธํ อุปสงฺกมิตฺวา ปญฺจปติฏฺฐิเตน วนฺทิตฺวา, ‘‘อิมสฺส, ภนฺเต, ปุญฺญสฺส อานุภาเวน อานุภาวสมฺปนฺเน ปญฺจสตปุตฺเต ลเภยฺย’’นฺติ ปญฺจ ปุตฺตสตานิ ปตฺเถสิ. ตสฺมึเยว ขเณติ ยทา สา ยถาวุตฺตํ ปตฺถนํ ปฏฺฐเปสิ; ตสฺมึเยว ขเณ ปญฺจสตา มิคลุทฺทกา สมฺภตสมฺภารา ปริปกฺกปจฺเจกโพธิญาณา ตสฺเสว ปจฺเจกพุทฺธสฺส มธุรมํสํ ทตฺวา, ‘‘เอติสฺสา ปุตฺตา ภเวยฺยามา’’ติ ปตฺถยึสุ. อตีตาสุ อเนกชาตีสุ ตสฺสา ปุตฺตภาเวน อาคตตฺตา ตถา เตสํ อโหสีติ วทนฺติ. ปาทุทฺธาเรติ ปาทุทฺธาเร ปาทุทฺธาเร. ปาทุทฺธารสีเสน เจตฺถ นิกฺขิปนํ อาห.

คพฺภมลํ นิสฺสายาติ พหิ นิกฺขนฺตํ คพฺภมลํ นิสฺสยํ กตฺวา สํเสทชภาเวน นิพฺพตฺตา. โอปปาติกภาเวนาติ เกจิ. ขยวยํ ปฏฺฐเปตฺวาติ วิปสฺสนํ อารภิตฺวา. วิปสฺสนาติ อนิจฺจานุปสฺสนาปุพฺพิกา สปฺปจฺจยนามรูปทสฺสนปุพฺพิกา จ, สงฺขาเร สมฺมสนฺตสฺส อนิจฺจลกฺขเณ ทิฏฺเฐ, ‘‘ยทนิจฺจํ ตํ ทุกฺขํ, ยํ ทุกฺขํ ตทนตฺตา’’ติ เสสลกฺขณานิ สุวิญฺเญยฺยาเนว โหนฺติ. ปจฺเจกโพธิญาณํ นิพฺพตฺตยึสูติ เทฺว อสงฺเขฺยยฺยานิ กปฺปานํ สตสหสฺสญฺจ ปจฺเจกโพธิปารมิตาย ปรินิปฺผนฺนตฺตา ญาณสฺส ปริปากตฺตา วุตฺตนเยน สยเมว วิปสฺสนํ ปวตฺเตตฺวา มตฺถกํ ปาเปตฺวา ปจฺเจกโพธิญาณํ อธิคจฺฉึสุ. สพฺเพปิ เต ตํเยว คาถํ อภาสึสูติ อาห – ‘‘อยํ เตสํ พฺยากรณคาถา อโหสี’’ติ.

สโรรุหนฺติ สรสิ ชาตํ. ปทุมปลาสปตฺตชนฺติ ขุทฺทกมหนฺเตหิ กมลทเลหิ สหชาตํ. ขุทฺทกมหนฺตกมลทลสงฺขาตานิ วา ปทุมปลาสปตฺตานิ เอตฺถ สนฺตีติ ปทุมปลาสปตฺตํ, ปทุมคจฺฉํ. ตตฺถ ชาตนฺติ ปทุมปลาสปตฺตชํ. สุปุปฺผิตนฺติ สุฏฺฐุ ปุปฺผิตํ สมฺมา วิกสิตํ. ภมรคณานุจิณฺณนฺติ ภมรคเณหิ อนุกุลญฺเจว อนุปริพฺภมิตญฺจ. อนิจฺจตายุปคตนฺติ ขเณ ขเณ วณฺณเภทาทิวเสน อนิจฺจตาย อุปคตํ. วิทิตฺวาติ วิปสฺสนาปญฺญาสหิตาย มคฺคปญฺญาย ชานิตฺวา. เอโก จเรติ ตสฺมา อญฺโญปิ มาทิโส โหตุกาโม เอวํ ปฏิปชฺชิตฺวา เอโก จเร ขคฺควิสาณกปฺโปติ.

๑๓๕. สติสารสีลสาราทิสมนฺนาคมเนน สตฺเตสุ สารภูตา. สพฺพโส วฏฺฏทุกฺขสฺส วิคตตฺตา นิทฺทุกฺขา. สมุจฺฉินฺนตณฺหตาย นิตฺตณฺหา. มานจฺฉิโทติ ถุติวจนํ.

เอเตสํ เอกนามกาเยวาติ เอเตสํ อาคตานํ ปจฺเจกพุทฺธานํ ปาฬิยํ อนาคตา อญฺเญ ปจฺเจกพุทฺธา สมานนามกา เอว. วุตฺตเมวตฺถํ ปากฏีกรณตฺถํ ‘‘อิเมสุ หี’’ติอาทิ วุตฺตํ. วิสุํ วิสุํ อวตฺวาติ ปจฺเจกํ สรูปโต อวตฺวา. อญฺเญ จาติ อสาธารณตฺตา อาห. เสสํ สุวิญฺเญยฺยเมว.

อิสิคิลิสุตฺตวณฺณนาย ลีนตฺถปฺปกาสนา สมตฺตา.

๗. มหาจตฺตารีสกสุตฺตวณฺณนา

๑๓๖. โทเสหิ อารกาติ อริยํ. เตนาห ‘‘นิทฺโทส’’นฺติ. สา ปน นิทฺโทสตา โลกุตฺตรภาเวน สวิเสสาติ อาห ‘‘โลกุตฺตร’’นฺติ. สมฺมา สุนฺทโร ปสตฺโถ นิยฺยานิโก สมาธิ สมฺมาสมาธีติ อาห – ‘‘สมฺมาสมาธินฺติ มคฺคสมาธิ’’นฺติ. อุปนิสีทติ เอตฺถ ผลํ ตปฺปฏิพทฺธวุตฺติตายาติ อุปนิสํ, การณนฺติ อาห – ‘‘สอุปนิสนฺติ สปฺปจฺจย’’นฺติ. ปริกโรติ ปริวาเรตีติ ปริกฺขาโรติ อาห – ‘‘สปริกฺขารนฺติ สปริวาร’’นฺติ.

ปริวาริตาติ สหชาตาทิปจฺจยภาเวน ปริวารนฺเตหิ วิย อุปคตา. ปุเรจาริกาติ วุฏฺฐานคามินิภาวนา สหชาตาทิปจฺจยวเสน ปจฺจยตฺตา ปุรสฺสรา. เตนาห – ‘‘วิปสฺสนาสมฺมาทิฏฺฐิ จา’’ติ. อิทานิ ตานิ กิจฺจโต ทสฺเสตุํ, ‘‘วิปสฺสนาสมฺมาทิฏฺฐี’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ ปริวีมํสคฺคหณํ ตตฺถ ตตฺถ จิตฺตุปฺปาเท วีมํสาธิปเตยฺเยน ปวตฺติยา สมฺมาทิฏฺฐิยา ปุพฺพงฺคมภาวทสฺสนตฺถํ. เตนสฺส มคฺคสมาธิสฺส นานาขณิกํ ปุพฺพงฺคมภาวํ ทสฺเสติ. วีมํสนปริโยสาเนติ ตถาปวตฺตอนุโลมญาณสฺส โอสาเน. ภูมิลทฺธํ วฏฺฏํ สมุคฺฆาฏยมานาติ อตฺตโน สนฺตาเน ทีฆรตฺตํ อนุสยิตํ กิเลสวฏฺฏํ สมุจฺฉินฺทนฺติ. วูปสมยมานาติ ตสฺเสว เววจนํ. วูปสมยมานาติ วา ตโต เอว อวสิฏฺฐมฺปิ วฏฺฏํ อปฺปวตฺติกรณวเสน วูปสเมนฺติ. เตเนวาห – ‘‘มคฺคสมฺมาทิฏฺฐิ…เป… อุปฺปชฺชตี’’ติ. สาติ สมฺมาทิฏฺฐิ. ทุวิธาปีติ ยถาวุตฺตา ทุวิธาปิ. อิธ อธิปฺเปตา วิปสฺสนาปญฺญาสหิตาย มคฺคปญฺญาย กิจฺจสฺส ทสฺสิตตฺตา.

ลกฺขเณ ปฏิวิชฺฌมาเน ลกฺขณิโก ธมฺโม ปฏิวิทฺโธ โหตีติ อาห – ‘‘มิจฺฉาทิฏฺฐึ…เป… อารมฺมณโต ปชานาตี’’ติ. วิปสฺสนาสมฺมาทิฏฺฐิยมฺปิ เอเสว นโย. กิจฺจโตติ ภาวนากิจฺจโต. สมฺมาทิฏฺฐิยํ ตทธิคตอสมฺโมหตาย อสมฺโมหโต ปชานาติ. กิจฺจโตติ ปฏิเวธกิจฺจโต. ตํ ปน สพฺพถา อสมฺมุยฺหนเมวาติ อาห ‘‘อสมฺโมหโต’’ติ. เอวํ ปชานนาติ มิจฺฉาทิฏฺฐิ มิจฺฉาทิฏฺฐีติ ยาถาวโต อวโพโธ. อสฺสาติ ตํสมงฺคิโน ปุคฺคลสฺส.

ทฺวายนฺติ -กาโร ทีฆํ กตฺวา วุตฺโต. เตนาห ‘‘ทฺวยํ วทามี’’ติ. เทฺว อวยวา เอตสฺสาติ ทฺวยํ. เตนาห ‘‘ทุวิธโกฏฺฐาสํ วทามี’’ติ. ปุญฺญสฺส เอโก ภาโค โส เอว ปุญฺญภาคิโก, ก-การสฺส ย-การํ กตฺวา อิตฺถิลิงฺควเสน ‘‘ปุญฺญภาคิยา’’ติ วุตฺตํ. อุปธิสงฺขาตสฺสาติ ขนฺธปพนฺธสงฺขาตสฺส.

อมตทฺวารนฺติ อริยมคฺคํ. ปญฺญเปตีติ นิยฺยานาทิปการโต ปญฺญเปติ. เตนาห ‘‘วิภชิตฺวา ทสฺเสตี’’ติ. ตตฺถ สมฺโมหสฺส วิทฺธํสเนน อสมฺโมหโต ทสฺเสติ. ตสฺมึ อตฺเถติ อมตทฺวารปญฺญาปเน อตฺเถ. โพชฺฌงฺคปฺปตฺตาติ โพชฺฌงฺคภาวปฺปตฺตา. มคฺคภาเวน นิยฺยานภาเวน ปวตฺติยา มคฺคปญฺญาย อฏฺฐนฺนมฺปิ สาธารณตฺตา สมุทายสฺส จ อวยโว องฺคนฺติ กตฺวา เสสธมฺเม องฺคิกภาเวน ทสฺเสนฺโต ‘‘อริยมคฺคสฺส องฺค’’นฺติ อาห. โส ภิกฺขูติ มิจฺฉาทิฏฺฐึ ‘‘มิจฺฉาทิฏฺฐี’’ติ สมฺมาทิฏฺฐึ ‘‘สมฺมาทิฏฺฐี’’ติ ชานนฺโต ภิกฺขุ. ปชหนตฺถายาติ สมุจฺเฉทวเสน ปชหนาย. ปฏิลาภตฺถายาติ มคฺคสมฺมาทิฏฺฐิยา อธิคมาย. กุสลวายาโมติ วิปสฺสนาสมฺปยุตฺโตว โกสลฺลสมฺภูโต วายาโม. สรตีติ สโต, ตํ ปนสฺส สรณํ สติสมงฺคิตายาติ อาห ‘‘สติยา สมนฺนาคโต’’ติ. กามญฺเจตฺถ วิปสฺสนาสมฺมาทิฏฺฐึ ยถาภูตา สมฺมาวายามสติโย สหชาตา จ ปุเรชาตา จ หุตฺวา ปริวาเรนฺติ, ‘‘อิติยิเม ตโย ธมฺมา สมฺมาทิฏฺฐึ อนุปริธาวนฺติ อนุปริวตฺตนฺตี’’ติ ปน วจนโต, ‘‘เอตฺถ หี’’ติอาทินา มคฺคสมฺมาทิฏฺฐิยา เอว เสสธมฺมานํ ยถารหํ สหจรณภาเวน ปริวารณํ โยชิตํ. สมฺมาสงฺกปฺปาทีนนฺติ อาทิ-สทฺเทน สมฺมาวาจากมฺมนฺตาชีวานํ คหณํ อิตเรสํ ปริวารภาเวน คหิตตฺตา. น หิ สกฺกา เต เอว ปริวาเร ปริวารวนฺเต จ กตฺวา วตฺตุํ สงฺกรโต สมฺโมหชนนโต จ. ตโยติ สมฺมาทิฏฺฐิวายามสติโย สหชาตปริวาราว โหนฺติ มคฺคกฺขณิกานํ เตสํ อธิปฺเปตตฺตา วิปสฺสนาขณวิรตีนํ อสมฺภวโต.

๑๓๗. ตกฺกนวเสน โลกสิทฺเธนาติ อธิปฺปาโย. ‘‘เอวญฺเจวญฺจ ภวิตพฺพ’’นฺติ วิวิธํ ตกฺกนํ กูเป วิย อุทกสฺส อารมฺมณสฺส อากฑฺฒนํ วิตกฺกนํ วิตกฺโก. สงฺกปฺปนวเสนาติ ตํ ตํ อารมฺมณํ คเหตฺวา กปฺปนวเสน. ตกฺกนํ กปฺปนนฺติ จ อตํสหชาตานเมวาติ ทฏฺฐพฺพํ. เอกคฺโคติ อิมินา สมาธินา ลทฺธุปการสฺเสว วิตกฺกสฺส อปฺปนาปริยาโย โหตีติ ทสฺเสติ. วิเสเสน วา อปฺปนา วิตกฺกสฺส วเสน จิตฺตํ อารมฺมณํ อภิโรเปติ, วิตกฺเก อสติ กถนฺติ อาห ‘‘วิตกฺเก ปนา’’ติอาทิ. อตฺตโนเยว ธมฺมตาย จิตฺตํ อารมฺมณํ อภิรุหตีติ, เอเตน อารมฺมณธมฺมานํ คหณํ นาม สภาวสิทฺธํ, น ธมฺมนฺตรมเปกฺขติ, วิตกฺโก ปน ปวตฺตมาโน อารมฺมณาภินิโรปนวเสเนว ปวตฺตตีติ ทสฺเสติ. เอวํ สนฺเตปิ สภาวาวิตกฺกจิตฺตุปฺปาทโต สวิตกฺกจิตฺตุปฺปาทสฺส อารมฺมณคฺคหณวิเสโส วิตกฺเกน ชาโตติ กตฺวา วิตกฺโก จิตฺตสฺส อารมฺมณคฺคหเณ วิเสสปจฺจโยติ ปากโฏยมตฺโถ. อปเร ปน ภณนฺติ – ยถา โกจิ ราชวลฺลภํ, ตํสมฺพนฺธีนํ มิตฺตํ วา นิสฺสาย ราชเคหํ อาโรหติ อนุปวิสติ, เอวํ วิตกฺกํ นิสฺสาย จิตฺตํ อารมฺมณํ อาโรหติ วิตกฺกสฺส อารมฺมณาภินิโรปนสภาวตฺตา, อญฺเญสํ ธมฺมานญฺจ อวิตกฺกสภาวโต. เตนาห ภควา – ‘‘เจตโส อภินิโรปนา’’ติ (ธ. ส. ๗).

ยทิ เอวํ กถํ อวิตกฺกจิตฺตํ อารมฺมณํ อาโรหตีติ? วิตกฺกพเลเนว. ยถา หิ โส ปุริโส ปริจเยน เตน วินาปิ นิราสงฺโก ราชเคหํ ปวิสติ, เอวํ ปริจเยน วิตกฺเกน วินาปิ อวิตกฺกํ จิตฺตํ อารมฺมณํ อาโรหติ. ปริจเยนาติ จ สนฺตาเน ปวตฺตวิตกฺกภาวนาสงฺขาเตน ปริจเยน. วิตกฺกสฺส หิ สนฺตาเน อภิณฺหํ ปวตฺตสฺส วเสน จิตฺตสฺส อารมฺมณาภิรุหนํ จิรปริจิตํ; เตน ตํ กทาจิ วิตกฺเกน วินาปิ ตตฺถ ปวตฺตเตว; ยถา ญาณสหคตํ จิตฺตํ สมฺมสนวเสน จิรปริจิตํ กทาจิ ญาณรหิตมฺปิ สมฺมสนวเสน ปวตฺตติ; ยถา วา กิเลสสหิตํ หุตฺวา ปวตฺตํ สพฺพโส กิเลสรหิตมฺปิ ปริจเยน กิเลสวาสนาวเสน ปวตฺตติ, เอวํ สมฺปทมิทํ ทฏฺฐพฺพํ.

วาจํ สงฺขโรตีติ วาจํ อุปฺปาเทติ, วจีโฆสุปฺปตฺติยา วิเสสปจฺจโย โหตีติ อตฺโถ. โลกิยวิตกฺโก ทฺวตฺตึสจิตฺตสหคโต วาจํ สงฺขโรติ วจีวิญฺญตฺติชนนโต. วจีสงฺขาโรเตฺวว ปนสฺส นามํ โหติ รุฬฺหิโต, ตํสมตฺถตานิโรธโต วา สมฺภวโต ปน สงฺขาโรติ. ‘‘โลกุตฺตรสมฺมาสงฺกปฺปํ ปริวาเรนฺตี’’ติ วตฺวา ติวิเธ สมฺมาสงฺกปฺเป กทาจิ กตมํ ปริวาเรนฺตีติ? โจทนํ สนฺธายาห ‘‘เอตฺถา’’ติอาทิ. นานาจิตฺเตสุ ลพฺภนฺติ นานาสมนฺนาหารเหตุกตฺตา, ปุพฺพภาเคเยว จ เต อุปฺปชฺชนฺตีติ. ตีณิ นามานิ ลภติ ติวิธสฺสปิ ปฏิปกฺขสฺส สมุจฺฉินฺทเนน สาติสยํ ติณฺณมฺปิ กิจฺจกรณโต. เอส นโย สมฺมาวาจาทีสุปิ.

๑๓๘. วิรมติ เอตายาติ เวรมณี วิรติ วุจฺจติ. สา มุสาวาทโต วิรมณสฺส การณภาวโต เจตนาปิ เวรสฺส มณนโต วินาสนโต วิรติปีติ อาห – ‘‘วิรติปิ เจตนาปิ วฏฺฏตี’’ติ. อารกา รมตีติ สมุจฺฉินฺเนหิ ทูรโต สมุสฺสาเรติ. วินา เตหิ รมตีติ อจฺจนฺตเมว เตหิ วินา ภวติ. ตโต ตโตติ ทิฏฺเฐ อทิฏฺฐวาทาทิโต มุสาวาทา. วิเสสโต อนุปฺปตฺติธมฺมตฺตา ปฏินิวตฺตา หุตฺวา.

๑๔๐. ติวิเธน กุหนวตฺถุนาติ ปจฺจยปฏิเสวน-สามนฺตชปฺปน-อิริยาปถปวตฺตนสงฺขาเตน ปาปิจฺฉตา นิพฺพตฺเตน ติวิเธน กุหนวตฺถุนา. เอตาย กุหนาย กรณภูตาย ปจฺจยุปฺปาทนตฺถํ นิมิตฺตํ สีลํ เอเตสนฺติ โยชนา. อตฺตวิสยลาภเหตุ อกฺโกสนขุํสนวมฺภนาทิวเสน ปิสนํ ฆฏฺฏนํ วิเหฐนํ นิปฺเปโส. อิโต ลทฺธํ อญฺญสฺส, ตโต ลทฺธํ ปรสฺส ทตฺวา เอวํ ลาเภน ลาภํ นิชิคีํสตีติ ลาเภน ลาภํ นิชิคีํสนา. ปาฬิยํ อาคโต กุหนาทิวเสน มิจฺฉาอาชีโว. โก ปน โสติ อาห ‘‘อาชีวเหตู’’ติอาทิ. ตาสํเยวาติ อวธารณํ, ‘‘อาชีโว กุปฺปมาโน กายวจีทฺวาเรสุ เอว กุปฺปตี’’ติ กตฺวา วุตฺตํ.

๑๔๑. สมฺมา ปสตฺถา โสภนา นิยฺยานิกา ทิฏฺฐิ เอตสฺสาติ สมฺมาทิฏฺฐิ, ปุคฺคโล. ตสฺส ปน ยสฺมา สมฺมาทิฏฺฐิ สจฺจาภิสมยสฺส นิพฺพานสจฺฉิกิริยาย อวสฺสโย, ตสฺมา วุตฺตํ – ‘‘มคฺคสมฺมาทิฏฺฐิยํ ฐิตสฺสา’’ติ. ปโหติ ภวติ ตาย สเหว อุปฺปชฺชติ ปวตฺตติ. ปจฺจเวกฺขณญาณํ ยาถาวโต ชานนฏฺเฐน สมฺมาญาณนฺติ อิธาธิปฺเปตํ, ตญฺจ โข มคฺคสมาธิมฺหิ ฐิเต เอว โหตีติ อิมมตฺถํ ทสฺเสตุํ อาห – ‘‘มคฺคสมฺมาสมาธิมฺหิ…เป… สมฺมาญาณํ ปโหตี’’ติอาทิ. อิมินา กึ ทสฺเสตีติ? ยถา มคฺคสมฺมาทิฏฺฐิยํ ฐิโต ปุคฺคโล, ‘‘สมฺมาทิฏฺฐี’’ติ วุตฺโต, เอวํ มคฺคผลปจฺจเวกฺขณญาเณ ฐิโต, ‘‘สมฺมาญาโณ’’ติ วุตฺโต, ตสฺส จ มคฺคผลสมฺมาสมาธิปวตฺติยา ปโหติ สมฺมาญาณสฺส สมฺมาวิมุตฺติยา ปโหตีติ อิมมตฺถํ ทสฺเสติ. ผลสมาธิ ตาว ปวตฺตตุ, มคฺคสมาธิ ปน กถนฺติ? ตมฺปิ อกุปฺปภาวตาย อจฺจนฺตสมาธิภาวโต กิจฺจนิปฺผตฺติยา ปวตฺตเตวาติ วตฺตพฺพตํ ลภติ. ฐเปตฺวา อฏฺฐผลงฺคานีติ ผลภูตานิ สมฺมาทิฏฺฐิอาทีนิ อฏฺฐงฺคานิ, ‘‘สมฺมาทิฏฺฐิสฺส สมฺมาสงฺกปฺโป ปโหตี’’ติอาทินา วิสุํ คหิตตฺตา ฐเปตฺวา. สมฺมาญาณํ ปจฺจเวกฺขณํ กตฺวาติ ปจฺจเวกฺขณญาณํ สมฺมาญาณํ กตฺวา. ผลํ กาตุนฺติ ผลธมฺมสหจริตตาย วิปากสภาวตาย จ ‘‘ผล’’นฺติ ลทฺธนาเม ผลสมฺปยุตฺตธมฺเม สมฺมาวิมุตฺตึ กาตุํ วฏฺฏตีติ วุตฺตํ. ตถา จ วุตฺตํ สลฺเลขสุตฺตวณฺณนายํ (ม. นิ. อฏฺฐ. ๑.๘๓) ‘‘ผลสมฺปยุตฺตานิ ปน สมฺมาทิฏฺฐิอาทีนิ อฏฺฐงฺคานิ ฐเปตฺวา เสสธมฺมา สมฺมาวิมุตฺตีติ เวทิตพฺพา’’ติ.

๑๔๒. นิชฺชิณฺณาติ นิชฺชีริตา, วิทฺธสฺตา วินาสิตาติ อตฺโถ. ผลํ กถิตนฺติ ‘‘สมฺมาทิฏฺฐิสฺส, ภิกฺขเว, มิจฺฉาทิฏฺฐิ นิชฺชิณฺณา โหตี’’ติ อิมินา วาเรน สามญฺญผลํ กถิตนฺติ วทนฺติ, นิชฺชีรณํ ปฏิปฺปสฺสมฺภนนฺติ อธิปฺปาโย. นิชฺชีรณํ ปน สมุจฺฉินฺทนนฺติ กตฺวา, มชฺฌิมภาณกา…เป… มคฺโค กถิโตติ วทนฺติ. ทสฺสนฏฺเฐนาติ ปริญฺญาภิสมยาทิวเสน จตุนฺนํ สจฺจานํ ปจฺจกฺขโต ทสฺสนฏฺเฐน. วิทิตกรณฏฺเฐนาติ ปจฺจกฺเขน ยถาทิฏฺฐานํ มคฺคผลานํ ปากฏกรณฏฺเฐน. ตทธิมุตฺตฏฺเฐนาติ ตสฺมึ ยถาสจฺฉิกเต นิพฺพาเน อธิมุจฺจนภาเวน.

กุสลปกฺขาติ อนวชฺชโกฏฺฐาสา. มหาวิปากทาเนนาติ มหโต วิปุลสฺส โลกุตฺตรสฺส สุขวิปากสฺส เจว กายิกาทิทุกฺขวิปากสฺส จ ทาเนน.

ยถา มหาวิปากสฺส ทาเนน มหาจตฺตารีสกํ, ตถา พหุตายปิ มหาจตฺตารีสโกติ ทสฺเสตุํ, ‘‘อิมสฺมิญฺจ ปน สุตฺเต ปญฺจ สมฺมาทิฏฺฐิโย กถิตา’’ติอาทิ วุตฺตํ. พหุอตฺโถปิ หิ มหา-สทฺโท โหติ ‘‘มหาชโน’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๒.๖๕). เอตฺถ จ ‘‘นตฺถิ ทินฺน’’นฺติอาทินา วตฺถุเภเทน ทส มิจฺฉาทิฏฺฐิธมฺมา กถิตา, วตฺถุเภเทเนว, ‘‘อตฺถิ ทินฺน’’นฺติอาทินา ทส สมฺมาทิฏฺฐิธมฺมาติ วีสติ โหติ. ยถา ‘‘สมฺมาทิฏฺฐิสฺส, ภิกฺขเว, สมฺมาสงฺกปฺโป ปโหตี’’ติอาทินา มคฺควเสน ทส สมฺมตฺตธมฺมา, ตปฺปฏิปกฺขภูตา ‘‘มิจฺฉาทิฏฺฐิสฺส มิจฺฉาสงฺกปฺโป ปโหตี’’ติอาทินา อตฺถโต ทส มิจฺฉตฺตธมฺมาติ วีสติ, ตถา ผลวเสน เตสุ เอวํ วีสติ. กถํ วาเรปิ สมฺมาทิฏฺฐิอาทโย ทสาติ วีสติ? เอวเมเต เทฺว จตฺตารีสกานิ ปุริเมน สทฺธึ ตโย จตฺตารีสกา วิภาวิตาติ เวทิตพฺพา.

๑๔๓. ปสํสิยสฺส อุชุวิปจฺจนีกํ นินฺทิยํ ปสํสนฺโตปิ อตฺถโต ปสํสิยํ นินฺทนฺโต นาม โหติ. ปสํสิยสฺส คุณปริธํสนมุเขเนว หิ นินฺทิยสฺส ปสํสาย ปวตฺตนโตติ อาห – ‘‘มิจฺฉาทิฏฺฐินามายํ โสภนาติ วทนฺโตปิ สมฺมาทิฏฺฐึ ครหติ นามา’’ติอาทิ. เอวมาทีติ อาทิสทฺเทน ‘‘นตฺถิ เหตุ นตฺถิ ปจฺจโย สตฺตานํ สํกิเลสายา’’ติ (ที. นิ. ๑.๑๖๘; ม. นิ. ๒.๒๒๗) เอวมาทึ สงฺคณฺหาติ; ตสฺมา เอวํวาทิโนติ เอวํ เหตุ ปฏิกฺเขปวาทิโนติ อตฺโถ. โอกฺกนฺตนิยามาติ โอคาฬฺหมิจฺฉตฺตนิยามา. เอวรูปํ ลทฺธึ คเหตฺวาติอาทีสุ ยํ วตฺตพฺพํ, ตํ จูฬปุณฺณมสุตฺตวณฺณนายํ วุตฺตนยเมว ตสฺมา ตตฺถ วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพํ. เอทิโส หิ ‘‘พุทฺธานมฺปิ อเตกิจฺโฉ’’ติอาทิ วุตฺตสทิโส.

อตฺตโน นินฺทาภเยนาติ ‘‘สมฺมาทิฏฺฐิญฺจ นาเมเต ครหนฺตี’’อาทินา อุปริ ปเรหิ วตฺตพฺพนินฺทาภเยน. ฆฏฺฏนภเยนาติ ตถา ปเรสํ อาสาทนาภเยน. สหธมฺเมน ปเรน อตฺตโน อุปริ กาตพฺพนิคฺคโห อุปารมฺโภ, ครหโต ปริตฺตาโส อุปารมฺภภยํ, ตํ ปน อตฺถโต อุปวาทภยํ โหตีติ อาห ‘‘อุปวาทภเยนา’’ติ. เสสํ สุวิญฺเญยฺยเมว.

มหาจตฺตารีสกสุตฺตวณฺณนาย ลีนตฺถปฺปกาสนา สมตฺตา.

๘. อานาปานสฺสติสุตฺตวณฺณนา

๑๔๔. ปุพฺเพนาติ นิสฺสกฺเก กรณวจนํ. ‘‘อปรํ วิเสส’’นฺติ วุตฺตตฺตา วิเสสวิสโย จ ปุพฺพสทฺโทติ อาห – ‘‘สีลปริปูรณาทิโต ปุพฺพวิเสสโต’’ติ.

๑๔๕. อารทฺโธ ยถานุสิฏฺฐํ ปฏิปตฺติยา อาราธิโต. ยทตฺถาย สาสเน ปพฺพชฺชา, วิเสสาปตฺติ จ, ตเทเวตฺถ อปฺปตฺตนฺติ อธิปฺเปตํ, ตํ ฌานวิปสฺสนานิมิตฺตนฺติ อาห – ‘‘อปฺปตฺตสฺส อรหตฺตสฺสา’’ติ. โกมุทีติ กุมุทวตี. ตทา กิร กุมุทานิ สุปุปฺผิตานิ โหนฺติ. เตนาห – ‘‘กุมุทานํ อตฺถิตาย โกมุที’’ติ. กุมุทานํ สมูโห, กุมุทานิ เอว วา โกมุทา, เต เอตฺถ อตฺถีติ โกมุทีติ. ปวารณสงฺคหนฺติ มหาปวารณํ อกตฺวา อาคมนียสงฺคหณํ.

อารทฺธวิปสฺสกสฺสาติ อารภิตวิปสฺสนสฺส, วิปสฺสนํ วฑฺเฒตฺวา อุสฺสุกฺกาเปตฺวา วิปสฺสิสฺส. ภิกฺขู อิธ โอสริสฺสนฺติ วุตฺถวสฺสา ปวาริตปวารณา ‘‘ภควนฺตํ วนฺทิสฺสาม, กมฺมฏฺฐานํ โสเธสฺสาม, ยถาลทฺธํ วิเสสญฺจ ปเวทิสฺสามา’’ติ อชฺฌาสเยน. อิเม ภิกฺขูติ อิเม ตรุณสมถวิปสฺสนา ภิกฺขู. วิเสสํ นิพฺพตฺเตตุํ น สกฺขิสฺสนฺติ เสนาสนสปฺปายาทิอลาเภน. อปลิพุทฺธนฺติ อญฺเญหิ อนุปทฺทุตํ. เสนาสนํ คเหตุํ น ลภนฺติ อนฺโตวสฺสภาวโต. เอกสฺส ทินฺโนปิ สพฺเพสํ ทินฺโนเยว โหติ, ตสฺมา สุตสุตฏฺฐาเนเยว เอกมาสํ วสิตฺวา โอสรึสุ.

๑๔๖. อลนฺติ ยุตฺตํ, โอปายิกนฺติ อตฺโถ, ‘‘อลเมว นิพฺพินฺทิตุ’’นฺติอาทีสุ (ที. นิ. ๒.๒๗๒; สํ. นิ. ๒.๑๒๔, ๑๒๘, ๑๓๔, ๑๔๓) วิย. ปุฏพทฺธํ ปริหริตฺวา อสิตํ ปุโฏสํ อ-การสฺส โอ-การํ กตฺวา. เตนาห ‘‘ปาเถยฺย’’นฺติ.

๑๔๗. วิปสฺสนา กถิตาติ อนิจฺจสญฺญามุเขเนว วิปสฺสนาภาวนา กถิตา. น หิ เกวลาย อนิจฺจานุปสฺสนาย วิปสฺสนากิจฺจํ สมิชฺฌติ. พหู ภิกฺขู เต จ วิตฺถารรุจิกาติ อธิปฺปาโย. เตนาห ‘‘ตสฺมา’’ติอาทิ.