๑. อนุปทสุตฺตวณฺณนา
๙๓. อิทฺธิมาติ คุโณ ปากโฏ ปรโตโฆเสน วินา ปาสาทกมฺปนเทวจาริกาทีหิ สยเมว ปกาสภาวโต; ธุตวาทาทิคุณานมฺปิ ตถาภาเว เอเตเนว นเยน เตสํ คุณานํ ปากฏโยคโต จ ปเรสํ นิจฺฉิตภาวโต จ. ปญฺญวโต คุณาติ ปญฺญาปเภทปภาวิเต คุณวิเสเส สนฺธาย วทติ. เต หิ เยภุยฺเยน ปเรสํ อวิสยา. เตนาห – ‘‘น สกฺกา อกถิตา ชานิตุ’’นฺติ. วิสภาคา สภาคา นาม อโยนิโสมนสิการพหุเลสุ ปุถุชฺชเนสุ, เต ปน อปฺปหีนราคโทสตาย ปรสฺส วิชฺชมานมฺปิ คุณํ มกฺเขตฺวา อวิชฺชมานํ อวณฺณเมว โฆเสนฺตีติ อาห – ‘‘วิสภาค…เป… กเถนฺตี’’ติ.
ยา อฏฺฐารสนฺนํ ธาตูนํ สมุทยโต อตฺถงฺคมโต อสฺสาทโต อาทีนวโต ยถาภูตํ ปชานนา, อยํ ธาตุกุสลตา. อายตนกุสลตายปิ เอเสว นโย. อวิชฺชาทีสุ ทฺวาทสสุ ปฏิจฺจสมุปฺปาทงฺเคสุ โกสลฺลํ ปฏิจฺจสมุปฺปาทกุสลตา. อิทํ อิมสฺส ผลสฺส ฐานํ การณํ, อิทํ อฏฺฐานํ อการณนฺติ เอวํ ฐานญฺจ ฐานโต, อฏฺฐานญฺจ อฏฺฐานโต ยถาภูตํ ปชานนา, อยํ ฐานาฏฺฐานกุสลตา. โย ปน อิเมสุ ธาตุอาทีสุ ปริญฺญาภิสมยาทิวเสน นิสฺสงฺคคติยา ปณฺฑาติ ลทฺธนาเมน ญาเณน อิโต คโต ปวตฺโต, อยํ ปณฺฑิโต นามาติ อาห – ‘‘อิเมหิ จตูหิ การเณหิ ปณฺฑิโต’’ติ. มหนฺตานํ อตฺถานํ ปริคฺคณฺหนโต มหตี ปญฺญา เอตสฺสาติ มหาปญฺโญ. เสสปเทสุปิ เอเสว นโยติ อาห – ‘‘มหาปญฺญาทีหิ สมนฺนาคโตติ อตฺโถ’’ติ.
นานตฺตนฺติ ยาหิ มหาปญฺญาทีหิ สมนฺนาคตตฺตา เถโร ‘‘มหาปญฺโญ’’ติอาทินา กิตฺตียติ, ตาสํ มหาปญฺญาทีนํ อิทํ นานตฺตํ อยํ เวมตฺตตา. ยสฺส กสฺสจิ (ที. นิ. ฏี. ๓.๒๑๖; สํ. นิ. ฏี. ๑.๑.๑๑๐; อ. นิ. ฏี. ๑.๑.๕๘๔) วิเสสโต อรูปธมฺมสฺส มหตฺตํ นาม กิจฺจสิทฺธิยา เวทิตพฺพนฺติ ตทสฺส กิจฺจสิทฺธิยา ทสฺเสนฺโต, ‘‘มหนฺเต สีลกฺขนฺเธ ปริคฺคณฺหาตีติ มหาปญฺญา’’ติอาทิมาห. ตตฺถ เหตุมหนฺตตาย ปจฺจยมหนฺตตาย นิสฺสยมหนฺตตาย ปเภทมหนฺตตาย กิจฺจมหนฺตตาย ผลมหนฺตตาย อานิสํสมหนฺตตาย จ สีลกฺขนฺธสฺส มหนฺตภาโว เวทิตพฺโพ. ตตฺถ เหตู อโลภาทโย, ปจฺจยา หิโรตฺตปฺปสทฺธาสติวีริยาทโย. นิสฺสยา สาวกโพธิปจฺเจกโพธิสมฺมาสมฺโพธินิยตตา ตํสมงฺคิโน จ ปุริสวิเสสา. ปเภโท จาริตฺตาทิวิภาโค. กิจฺจํ ตทงฺคาทิวเสน ปฏิปกฺขสฺส วิธมนํ. ผลํ สคฺคสมฺปทา นิพฺพานสมฺปทา จ. อานิสํโส ปิยมนาปตาทิ. อยเมตฺถ สงฺเขโป, วิตฺถาโร ปน วิสุทฺธิมคฺเค (วิสุทฺธิ. ๑.๙) อากงฺเขยฺยสุตฺตาทีสุ (ม. นิ. ๑.๖๔ อาทโย) จ อาคตนเยน เวทิตพฺโพ. อิมินา นเยน สมาธิกฺขนฺธาทีนมฺปิ มหนฺตตา ยถารหํ นิทฺธาเรตฺวา เวทิตพฺพา, ฐานาฏฺฐานาทีนํ ปน มหนฺตภาโว มหาวิสยตาย เวทิตพฺโพ. ตตฺถ ฐานาฏฺฐานานํ มหาวิสยตา พหุธาตุกสุตฺเต (ม. นิ. ๓.๑๒๔ อาทโย) สยเมว อาคมิสฺสติ. วิหารสมาปตฺตีนํ สมาธิกฺขนฺเธ นิทฺธาริตนเยน เวทิตพฺพา, อริยสจฺจานํ สกลสาสนสงฺคหณโต สจฺจวิภงฺเค (วิภ. ๑๘๙ อาทโย) ตํสํวณฺณนาสุ (วิภ. อฏฺฐ. ๑๘๙ อาทโย) อาคตนเยน. สติปฏฺฐานาทีนํ วิภงฺคาทีสุ (วิภ. ๓๕๕ อาทโย) ตํสํวณฺณนาทีสุ (วิภ. อฏฺฐ. ๓๕๕ อาทโย) จ อาคตนเยน. สามญฺญผลานํ มหโต หิตสฺส มหโต สุขสฺส มหโต อตฺถสฺส มหโต โยคกฺเขมสฺส นิปฺผตฺติภาวโต สนฺตปณีตนิปุณอตกฺกาวจรปณฺฑิตเวทนียภาวโต จ. อภิญฺญานํ มหาสมฺภารโต มหาวิสยโต มหากิจฺจโต มหานุภาวโต มหานิปฺผตฺติโต จ. นิพฺพานสฺส มทนิมฺมทนาทิมหตฺถสิทฺธิโต มหนฺตตา เวทิตพฺพา.
ปุถุปญฺญาติ เอตฺถาปิ วุตฺตนยานุสาเรน อตฺโถ เวทิตพฺโพ. อยํ ปน วิเสโส – นานาขนฺเธสุ ญาณํ ปวตฺตตีติ, ‘‘อยํ รูปกฺขนฺโธ นาม…เป… อยํ วิญฺญาณกฺขนฺโธ นามา’’ติ, เอวํ ปญฺจนฺนํ ขนฺธานํ นานากรณํ ปฏิจฺจ ญาณํ ปวตฺตติ. เตสุปิ ‘‘เอกวิเธน รูปกฺขนฺโธ, เอกาทสวิเธน รูปกฺขนฺโธ, เอกวิเธน เวทนากฺขนฺโธ, พหุวิเธน เวทนากฺขนฺโธ, เอกวิเธน สญฺญากฺขนฺโธ…เป… เอกวิเธน วิญฺญาณกฺขนฺโธ, พหุวิเธน วิญฺญาณกฺขนฺโธ’’ติ เอวํ เอเกกสฺส ขนฺธสฺส เอกวิธาทิวเสน อตีตาทิเภทวเสนปิ นานากรณํ ปฏิจฺจ ญาณํ ปวตฺตติ. ตถา ‘‘อิทํ จกฺขายตนํ นาม…เป… อิทํ ธมฺมายตนํ นาม. ตตฺถ ทสายตนา กามาวจรา, เทฺว จตุภูมกา’’ติ เอวํ อายตนนานตฺตํ ปฏิจฺจ ญาณํ ปวตฺตติ.
นานาธาตูสูติ ‘‘อยํ จกฺขุธาตุ นาม…เป… อยํ มโนวิญฺญาณธาตุ นาม. ตตฺถ โสฬส ธาตุโย กามาวจรา, เทฺว จตุภูมกา’’ติ เอวํ นานาธาตูสุ ปฏิจฺจ ญาณํ ปวตฺตติ. ตยิทํ อุปาทิณฺณกธาตุวเสน วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ. ปจฺเจกพุทฺธานญฺหิ ทฺวินฺนญฺจ อคฺคสาวกานํ อุปาทิณฺณกธาตูสุเยว นานากรณํ ปฏิจฺจ ญาณํ ปวตฺตติ. ตญฺจ โข เอกเทสโตว, โน นิปฺปเทสโต, อนุปาทิณฺณกธาตูนํ ปน นานากรณํ น ชานนฺติเยว. สพฺพญฺญุพุทฺธานํเยว ปน, ‘‘อิมาย นาม ธาตุยา อุสฺสนฺนตฺตา อิมสฺส รุกฺขสฺส ขนฺโธ เสโต โหติ, อิมสฺส กโณฺห, อิมสฺส พหลตฺตโจ, อิมสฺส ตนุตฺตโจ, อิมสฺส ปตฺตํ วณฺณสณฺฐานาทิวเสน เอวรูปํ, อิมสฺส ปุปฺผํ นีลํ ปีตํ โลหิตํ โอทาตํ สุคนฺธํ ทุคฺคนฺธํ, ผลํ ขุทฺทกํ มหนฺตํ ทีฆํ วฏฺฏํ สุสณฺฐานํ มฏฺฐํ ผรุสํ สุคนฺธํ มธุรํ ติตฺตกํ อมฺพิลํ กฏุกํ กสาวํ, กณฺฏโก ติขิโณ อติขิโณ อุชุโก กุฏิโล โลหิโต โอทาโต โหตี’’ติ ธาตุนานตฺตํ ปฏิจฺจ ญาณํ ปวตฺตติ.
อตฺเถสูติ รูปาทีสุ อารมฺมเณสุ. นานาปฏิจฺจสมุปฺปาเทสูติ อชฺฌตฺตพหิทฺธาเภทโต สนฺตานเภทโต จ นานปฺปเภเทสุ ปฏิจฺจสมุปฺปาทงฺเคสุ. อวิชฺชาทิองฺคานญฺหิ ปจฺเจกํ ปฏิจฺจสมุปฺปาทสญฺญิตาติ. เตนาห – สงฺขารปิฏเก ‘‘ทฺวาทส ปจฺจยา ทฺวาทส ปฏิจฺจสมุปฺปาทา’’ติ. นานาสุญฺญตมนุปลพฺเภสูติ นานาสภาเวสุ นิจฺจสาราทิวิรหโต สุญฺญสภาเวสุ, ตโต เอว อิตฺถิปุริสอตฺตอตฺตนิยาทิวเสน อนุปลพฺเภสุ สภาเวสุ. ม-กาโร เหตฺถ ปทสนฺธิกโร. นานาอตฺเถสูติ อตฺถปฏิสมฺภิทาวิสเยสุ ปจฺจยุปฺปนฺนาทินานาอตฺเถสุ. ธมฺเมสูติ ธมฺมปฏิสมฺภิทาวิสเยสุ ปจฺจยาทินานาธมฺเมสุ. นิรุตฺตีสูติ เตสํเยว อตฺถธมฺมานํ นิทฺธารณวจนสงฺขาตาสุ นานานิรุตฺตีสุ. ปฏิภาเนสูติ เอตฺถ อตฺถปฏิสมฺภิทาทีสุ วิสยภูเตสุ, ‘‘อิมานิ อิทมตฺถโชตกานี’’ติ (วิภ. ๗๒๕-๗๔๕) ตถา ตถา ปฏิภานโต ปฏิภานานีติ ลทฺธนาเมสุ ญาเณสุ. ปุถุ นานาสีลกฺขนฺเธสูติอาทีสุ สีลสฺส ปุถุตฺตํ นานตฺตญฺจ วุตฺตเมว. อิตเรสํ ปน วุตฺตนยานุสาเรน สุวิญฺเญยฺยตฺตา ปากฏเมว. ยํ ปน อภินฺนํ เอกเมว นิพฺพานํ, ตตฺถ อุปจารวเสน ปุถุตฺตํ คเหตพฺพนฺติ อาห – ‘‘ปุถุ นานาชนสาธารเณ ธมฺเม สมติกฺกมฺมา’’ติ. เตนสฺส มทนิมฺมทนาทิปริยาเยน ปุถุตฺตํ ปริทีปิตํ โหติ.
เอวํ วิสยวเสน ปญฺญาย มหตฺตํ ปุถุตฺตญฺจ ทสฺเสตฺวา อิทานิ สมฺปยุตฺตธมฺมวเสน หาสภาวํ, ปวตฺติอาการวเสน ชวนภาวํ, กิจฺจวเสน ติกฺขาทิภาวญฺจ ทสฺเสตุํ, ‘‘กตมา หาสปญฺญา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ หาสพหุโลติ ปีติพหุโล. เสสปทานิ ตสฺเสว เววจนานิ. สีลํ ปริปูเรตีติ หฏฺฐปหฏฺโฐ อุทคฺคุทคฺโค หุตฺวา ปีติสหคตาย ปญฺญาย. ปีติโสมนสฺสสหคตา หิ ปญฺญา อภิรติวเสน อารมฺมเณ ผุลฺลา วิกสิตา วิย ปวตฺตติ; น อุเปกฺขาสหคตาติ ปาติโมกฺขสีลํ ฐเปตฺวา หาสนียํ ปรํ ติวิธมฺปิ สีลํ ปริปูเรตีติ อตฺโถ. วิสุํ วุตฺตตฺตา ปุน สีลกฺขนฺธมาห. สมาธิกฺขนฺธนฺติอาทีสุปิ เอเสว นโย.
รูปํ อนิจฺจโต ขิปฺปํ ชวตีติ รูปกฺขนฺธํ อนิจฺจนฺติ สีฆํ เวเคน ปวตฺติยา ปฏิปกฺขทูรีภาเวน ปุพฺพาภิสงฺขารสฺส สาติสยตฺตา อินฺเทน วิสฺสฏฺฐวชิรํ วิย ลกฺขณํ ปฏิวิชฺฌนฺตี อทนฺธายนฺตี รูปกฺขนฺเธ อนิจฺจลกฺขณํ เวคสา ปฏิวิชฺฌติ, ตสฺมา สา ชวนปญฺญา นามาติ อตฺโถ. เสสปเทสุปิ เอเสว นโย. เอวํ ลกฺขณารมฺมณิกวิปสฺสนาวเสน ชวนปญฺญํ ทสฺเสตฺวา พลววิปสฺสนาวเสน ทสฺเสตุํ, ‘‘รูป’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ ขยฏฺเฐนาติ ยตฺถ ยตฺถ อุปฺปชฺชติ, ตตฺถ ตตฺเถว ภิชฺชนโต ขยสภาวตฺตา. ภยฏฺเฐนาติ ภยานกภาวโต. อสารกฏฺเฐนาติ อตฺตสารวิรหโต นิจฺจสาราทิวิรหโต จ. ตุลยิตฺวาติ ตุลาภูตาย วิปสฺสนาปญฺญาย ตุเลตฺวา. ตีรยิตฺวาติ ตาย เอว ตีรณภูตาย ตีเรตฺวา. วิภาวยิตฺวาติ ยาถาวโต ปกาเสตฺวา ปญฺจกฺขนฺธํ วิภูตํ กตฺวา. รูปนิโรเธติ รูปกฺขนฺธสฺส นิโรธภูเต นิพฺพาเน นินฺนโปณปพฺภารวเสน. อิทานิ สิขาปฺปตฺตวิปสฺสนาวเสน ชวนปญฺญํ ทสฺเสตุํ, ปุน ‘‘รูป’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. วุฏฺฐานคามินิวิปสฺสนาวเสนาติ เกจิ.
ญาณสฺส ติกฺขภาโว นาม สวิเสสํ ปฏิปกฺขสมุจฺฉินฺทเนน เวทิตพฺโพติ, ‘‘ขิปฺปํ กิเลเส ฉินฺทตีติ ติกฺขปญฺญา’’ติ วตฺวา เต ปน กิเลเส วิภาเคน ทสฺเสนฺโต, ‘‘อุปฺปนฺนํ กามวิตกฺก’’นฺติอาทิมาห. ติกฺขปญฺโญ หิ ขิปฺปาภิญฺโญ โหติ, ปฏิปทา จสฺส น จลตีติ อาห – ‘‘เอกสฺมึ อาสเน จตฺตาโร อริยมคฺคา อธิคตา โหนฺตี’’ติอาทิ.
‘‘สพฺเพ สงฺขารา อนิจฺจา ทุกฺขา วิปริณามธมฺมา สงฺขตา ปฏิจฺจสมุปฺปนฺนา ขยธมฺมา วยธมฺมา นิโรธธมฺมา’’ติ ยาถาวโต ทสฺสเนน สจฺจสมฺปฏิเวโธ อิชฺฌติ, น อญฺญถาติ การณมุเขน นิพฺเพธิกปญฺญํ ทสฺเสตุํ, ‘‘สพฺพสงฺขาเรสุ อุพฺเพคพหุโล โหตี’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ อุพฺเพคพหุโลติ วุตฺตนเยน สพฺพสงฺขาเรสุ อภิณฺหํ ปวตฺตสํเวโค. อุตฺตาสพหุโลติ ญาณุตฺราสวเสน สพฺพสงฺขาเรสุ พหุโส อุตฺรสฺตมานโส. เตน อาทีนวานุปสฺสนมาห. อุกฺกณฺฐนพหุโลติ ปน อิมินา นิพฺพิทานุปสฺสนํ อาห – อรติพหุโลติอาทินา ตสฺสา เอว อปราปรุปฺปตฺตึ. พหิมุโขติ สพฺพสงฺขารโต พหิภูตํ นิพฺพานํ อุทฺทิสฺส ปวตฺตญาณมุโข, ตถา วา ปวตฺติตวิโมกฺขมุโข. นิพฺพิชฺฌนํ นิพฺเพโธ, โส เอติสฺสา อตฺถิ, นิพฺพิชฺฌตีติ วา นิพฺเพธา, สาว ปญฺญา นิพฺเพธิกา. ยํ ปเนตฺถ อตฺถโต อวิภตฺตํ, ตํ เหฏฺฐา วุตฺตนยตฺตา สุวิญฺเญยฺยเมว.
ปชฺชติ เอเตน วิปสฺสนาทิโกติ ปทํ, สมาปตฺติ, ตสฺมา อนุปทนฺติ อนุสมาปตฺติโยติ อตฺโถ. ปทํ วา สมฺมสนุปคา ธมฺมา วิปสฺสนาย ปวตฺติฏฺฐานภาวโต. เตนาห ‘‘สมาปตฺติวเสน วา’’ติ. ฌานงฺควเสน วาติ ฌานงฺควเสนาติ จ อตฺโถ. อฏฺฐกถายํ ปน กมตฺโถ อิธ ปทสทฺโท, ตสฺมา อนุปทํ อนุกฺกเมนาติ อยเมตฺถ อตฺโถติ อาห ‘‘อนุปฏิปาฏิยา’’ติ. ธมฺมวิปสฺสนนฺติ ตํตํสมาปตฺติจิตฺตุปฺปาทปริยาปนฺนานํ ธมฺมานํ วิปสฺสนํ. วิปสฺสตีติ สมาปตฺติโย ฌานมุเขน เต เต ธมฺเม ยาถาวโต ปริคฺคเหตฺวา, ‘‘อิติปิ ทุกฺขา’’ติอาทินา สมฺมสติ. อทฺธมาเสน อรหตฺตํ ปตฺโต อุกฺกํสคตสฺส สาวกานํ สมฺมสนจารสฺส นิปฺปเทเสน ปวตฺติยมานตฺตา, สาวกปารมีญาณสฺส จ ตถา ปฏิปาเทตพฺพตฺตา. เอวํ สนฺเตปีติ ยทิปิ มหาโมคฺคลฺลานตฺเถโร น จิรสฺเสว อรหตฺตํ ปตฺโต; ธมฺมเสนาปติ ปน ตโต จิเรน, เอวํ สนฺเตปิ ยสฺมา โมคฺคลฺลานตฺเถโรปิ มหาปญฺโญว, ตสฺมา สาริปุตฺตตฺเถโรว มหาปญฺญตโรติ. อิทานิ ตมตฺถํ ปากฏตรํ กาตุํ, ‘‘มหาโมคฺคลฺลานตฺเถโร หี’’ติอาทิ วุตฺตํ. สมฺมสนํ จรติ เอตฺถาติ สมฺมสนจาโร, วิปสฺสนาภูมิ, ตํ สมฺมสนจารํ. เอกเทสเมวาติ สกอตฺตภาเว สงฺขาเร อนวเสสโต ปริคฺคเหตุญฺจ สมฺมสิตุญฺจ อสกฺโกนฺตํ อตฺตโน อภินีหารสมุทาคตญาณพลานุรูปํ เอกเทสเมว ปริคฺคเหตฺวา สมฺมสนฺโต. นนุ จ ‘‘สพฺพํ, ภิกฺขเว, อนภิชานํ อปริชานํ อวิราชยํ อปฺปชหํ อภพฺโพ ทุกฺขกฺขยายา’’ติ (สํ. นิ. ๔.๒๖) วจนโต วฏฺฏทุกฺขโต มุจฺจิตุกาเมน สพฺพํ ปริญฺเญยฺยํ ปริชานิตพฺพเมว? สจฺจเมตํ, ตญฺจ โข สมฺมสนุปคธมฺมวเสน วุตฺตํ. ตสฺมา สสนฺตานคเต สพฺพธมฺเม, ปรสนฺตานคเต จ เตสํ สนฺตานวิภาคํ อกตฺวา พหิทฺธาภาวสามญฺญโต สมฺมสนํ, อยํ สาวกานํ สมฺมสนจาโร. เถโร ปน พหิทฺธาธมฺเมปิ สนฺตานวิภาเคน เกจิ เกจิ อุทฺธริตฺวา สมฺมสิ, ตญฺจ โข ญาเณน ผุฏฺฐมตฺตํ กตฺวา. เตน วุตฺตํ – ‘‘ยฏฺฐิโกฏิยา อุปฺปีเฬนฺโต วิย เอกเทสเมว สมฺมสนฺโต’’ติ. ตตฺถ ญาเณน นาม ยาวตา เนยฺยํ ปวตฺติตพฺพํ, ตถา อปวตฺตนโต ‘‘ยฏฺฐิโกฏิยา อุปฺปีเฬนฺโต วิยา’’ติอาทิ วุตฺตํ. อนุปทธมฺมวิปสฺสนาย อภาวโต ‘‘เอกเทสเมว สมฺมสนฺโต’’ติ วุตฺตํ.
พุทฺธานํ สมฺมสนจาโร ทสสหสฺสิโลกธาตุยํ สตฺตสนฺตานคตา, อนินฺทฺริยพทฺธา จ สงฺขาราติ วทนฺติ, โกฏิสตสหสฺสจกฺกวาเฬสูติ อปเร. ตถา หิ อทฺธตฺตยวเสน ปฏิจฺจสมุปฺปาทนยํ โอสริตฺวา ฉตฺตึสโกฏิสตสหสฺสมุเขน พุทฺธานํ มหาวชิรญาณํ ปวตฺตํ. ปจฺเจกพุทฺธานํ สสนฺตานคเตหิ สทฺธึ มชฺฌิมเทสวาสิสตฺตสนฺตานคตา อนินฺทฺริยพทฺธา จ สมฺมสนจาโรติ วทนฺติ, ชมฺพุทีปวาสิสตฺตสนฺตานคตาติ เกจิ. ธมฺมเสนาปติโนปิ ยถาวุตฺตสาวกานํ วิปสฺสนาภูมิเยว สมฺมสนจาโร. ตตฺถ ปน เถโร สาติสยํ นิรวเสสํ อนุปทธมฺมํ วิปสฺสิ. เตน วุตฺตํ – ‘‘สาวกานํ สมฺมสนจารํ นิปฺปเทสํ สมฺมสี’’ติ.
ตตฺถ ‘‘สาวกานํ วิปสฺสนาภูมี’’ติ เอตฺถ สุกฺขวิปสฺสกา โลกิยาภิญฺญปฺปตฺตา ปกติสาวกา อคฺคสาวกา ปจฺเจกพุทฺธา สมฺมาสมฺพุทฺธาติ ฉสุ ชเนสุ สุกฺขวิปสฺสกานํ ฌานาภิญฺญาหิ อนธิคตปญฺญาเนปุญฺญตฺตา อนฺธานํ วิย อิจฺฉิตปเทโสกฺกมนํ วิปสฺสนากาเล อิจฺฉิกิจฺฉิตธมฺมวิปสฺสนา นตฺถิ. เต ยถาปริคฺคหิตธมฺมมตฺเตเยว ฐตฺวา วิปสฺสนํ วฑฺเฒนฺติ. โลกิยาภิญฺญปฺปตฺตา ปน ปกติสาวกา เยน มุเขน วิปสฺสนํ อารภนฺติ; ตโต อญฺเญน วิปสฺสนํ วิตฺถาริกํ กาตุํ สกฺโกนฺติ วิปุลญาณตฺตา. มหาสาวกา อภินีหารสมฺปนฺนตฺตา ตโต สาติสยํ วิปสฺสนํ วิตฺถาริกํ กาตุํ สกฺโกนฺติ. อคฺคสาวเกสุ ทุติโย อภินีหารสมฺปตฺติยา สมาธานสฺส สาติสยตฺตา วิปสฺสนํ ตโตปิ วิตฺถาริกํ กโรติ. ปฐโม ปน ตโต มหาปญฺญตาย สาวเกหิ อสาธารณํ วิตฺถาริกํ กโรติ. ปจฺเจกพุทฺโธ เตหิปิ มหาภินีหารตาย อตฺตโน อภินีหารานุรูปํ ตโตปิ วิตฺถาริกวิปสฺสนํ กโรนฺติ. พุทฺธานํ, สมฺมเทว, ปริปูริตปญฺญาปารมิปภาวิต-สพฺพญฺญุตญฺญาณาธิคมนสฺส อนุรูปายาติ. ยถา นาม กตวาลเวธปริจเยน สรภงฺคสทิเสน ธนุคฺคเหน ขิตฺโต สโร อนฺตรา รุกฺขลตาทีสุ อสชฺชมาโน ลกฺขเณเยว ปตติ; น สชฺชติ น วิรชฺฌติ, เอวํ อนฺตรา อสชฺชมานา อวิรชฺฌมานา วิปสฺสนา สมฺมสนียธมฺเมสุ ยาถาวโต นานานเยหิ ปวตฺตติ. ยํ มหาญาณนฺติ วุจฺจติ, ตสฺส ปวตฺติอาการเภโท คณโต วุตฺโตเยว.
เอเตสุ จ สุกฺขวิปสฺสกานํ วิปสฺสนาจาโร ขชฺโชตปภาสทิโส, อภิญฺญปฺปตฺตปกติสาวกานํ ทีปปภาสทิโส, มหาสาวกานํ โอกฺกาปภาสทิโส, อคฺคสาวกานํ โอสธิตารกาปภาสทิโส, ปจฺเจกพุทฺธานํ จนฺทปภาสทิโส, สมฺมาสมฺพุทฺธานํ รสฺมิสหสฺสปฏิมณฺฑิตสรทสูริยมณฺฑลสทิโส อุปฏฺฐาสิ. ตถา สุกฺขวิปสฺสกานํ วิปสฺสนาจาโร อนฺธานํ ยฏฺฐิโกฏิยา คมนสทิโส, โลกิยาภิญฺญปฺปตฺตปกติสาวกานํ ทณฺฑกเสตุคมนสทิโส, มหาสาวกานํ ชงฺฆเสตุคมนสทิโส, อคฺคสาวกานํ สกฏเสตุคมนสทิโส, ปจฺเจกพุทฺธานํ มหาชงฺฆมคฺคคมนสทิโส, สมฺมาสมฺพุทฺธานํ มหาสกมคฺคคมนสทิโสติ เวทิตพฺโพ.
อรหตฺตญฺจ กิร ปตฺวาติ เอตฺถ กิร-สทฺโท อนุสฺสวลทฺโธยมตฺโถติ ทีเปตุํ วุตฺโต. ปตฺวา อญฺญาสิ อตฺตโน วิปสฺสนาจารสฺส มหาวิสยตฺตา ติกฺขวิสทสูรภาวสฺส จ สลฺลกฺขเณน. กถํ ปนายํ มหาเถโร ทนฺธํ อรหตฺตํ ปาปุณนฺโต สีฆํ อรหตฺตํ ปตฺตโต ปญฺญาย อตฺตานํ สาติสยํ กตฺวา อญฺญาสีติ อาห – ‘‘ยถา หี’’ติอาทิ. มหาชฏนฺติ มหาชาลสาขํ อติวิย สิพฺพิตชาลํ. ยฏฺฐึ ปน สารํ วา อุชุํ วา น ลภติ เวณุคฺคหเณ อนุจฺจินิตฺวา เวณุสฺส คหิตตฺตา. เอวํสมฺปทนฺติ ยถา เตสุ ปุริเสสุ เอโก เวฬุคฺคหเณ อนุจฺจินิตฺวา เวฬุยฏฺฐึ คณฺหาติ, เอโก อุจฺจินิตฺวา, เอวํ นิปฺผตฺติกํ. ปธานนฺติ ภาวนานุยุญฺชนํ.
สตฺตสฏฺฐิ ญาณานีติ ปฏิสมฺภิทามคฺเค (ปฏิ. ม. ๑.๗๓ มาติกา) อาคเตสุ เตสตฺตติยา ญาเณสุ ฐเปตฺวา ฉ อสาธารณญาณานิ สุตมยญาณาทีนิ ปฏิภานปฏิสมฺภิทาญาณปริโยสานานิ สตฺตสฏฺฐิ ญาณานิ. ตานิ หิ สาวเกหิ ปวิจิตพฺพานิ, น อิตรานิ. โสฬสวิธํ ปญฺญนฺติ (สํ. นิ. อฏฺฐ. ๓.๕.๓๗๙; สํ. นิ. ฏี. ๓.๕.๓๗๙) มหาปญฺญาทิกา, นวานุปุพฺพวิหารสมาปตฺติปญฺญาติ อิทํ โสฬสวิธํ ปญฺญํ.
ตตฺราติ ตสฺส. อิทํ โหตีติ อิทํ ทานิ วุจฺจมานํ อนุปุพฺพสมฺมสนํ โหติ. วิปสฺสนาโกฏฺฐาสนฺติ วิตกฺกาทิสมฺมสิตพฺพธมฺมวิภาเคน วิภตฺตวิปสฺสนาภาคํ.
๙๔. ปฐเม ฌาเนติ อุปสิเลเส ภุมฺมํ, ตสฺมา เย ปฐเม ฌาเน ธมฺมาติ เย ปฐมชฺฌานสํสฏฺฐา ธมฺมาติ อตฺโถ. อนฺโตสมาปตฺติยนฺติ จ สมาปตฺติสหคเต จิตฺตุปฺปาเท สมาปตฺติสมญฺญํ อาโรเปตฺวา วุตฺตํ. ววตฺถิตาติ กตววตฺถนา นิจฺฉิตา. ปริจฺฉินฺนาติ ญาเณน ปริจฺฉินฺนา สลกฺขณโต ปริจฺฉิชฺช ญาตา. โอโลเกนฺโตติ ญาณจกฺขุนา ปจฺจกฺขโต ปสฺสนฺโต. อภินิโรปนํ อารมฺมเณ จิตฺตสฺส อาโรปนํ. อนุมชฺชนํ อารมฺมเณ จิตฺตสฺส อนุวิจารณํ. ผรณํ ปณีตรูเปหิ กายสฺส พฺยาปนํ, วิปฺผาริกภาโว วา. สาตนฺติ สาตมธุรตา. อธิกฺเขโป วิกฺเขปสฺส ปฏิปกฺขภูตํ สมาธานํ. ผุสนํ อินฺทฺริยวิสยวิญฺญาณสฺส ตโต อุปฺปชฺชิตฺวา อารมฺมเณ ผุสนากาเรน วิย ปวตฺติ. เวทยิตํ อารมฺมณานุภวนํ. สญฺชานนํ นีลาทิวเสน อารมฺมณสฺส สลฺลกฺขณํ. เจตยิตํ เจตโส พฺยาปาโร. วิชานนํ อารมฺมณูปลทฺธิ. กตฺตุกมฺยตา จิตฺตสฺส อารมฺมเณน อตฺถิกตา. ตสฺมึ อารมฺมเณ อธิมุจฺจนํ, สนฺนิฏฺฐานํ วา อธิโมกฺโข. โกสชฺชปกฺเข ปติตุํ อทตฺวา จิตฺตสฺส ปคฺคณฺหนํ ปคฺคาโห, อธิคฺคโหติ อตฺโถ. อารมฺมณํ อุปคนฺตฺวา ฐานํ, อนิสฺสชฺชนํ วา อุปฏฺฐานํ. สมปฺปวตฺเตสุ อสฺเสสุ สารถิ วิย สกิจฺจปสุเตสุ สมฺปยุตฺเตสุ อชฺฌุเปกฺขนํ มชฺฌตฺตตา. สมฺปยุตฺตธมฺมานํ อารมฺมเณ อนุนยนํ สํจรณํ อนุนโย. สภาวโตติ ยถาภูตสภาวโต. โสฬสนฺนํ เอว เจตฺถ ธมฺมานํ คหณํ เตสํเยว เถเรน ววตฺถาปิตภาวโต, เต เอวสฺส ตทา อุปฏฺฐหึสุ, น อิตเรติ วทนฺติ. วีริยสติคฺคหเณน เจตฺถ อินฺทฺริยภาวสามญฺญโต สทฺธาปญฺญา; สติคฺคหเณเนว เอกนฺตานวชฺชภาวสามญฺญโต ปสฺสทฺธิอาทโย ฉ ยุคฬา; อโลภาโทสา จ สงฺคหิตา ฌานจิตฺตุปฺปาทปริยาปนฺนตฺตา เตสํ ธมฺมานํ. เถเรน จ ธมฺมา ววตฺถานสามญฺญโต อารทฺธา. เต น อุปฏฺฐหึสูติ น สกฺกา วตฺตุนฺติ อปเร.
วิทิตา อุปฺปชฺชนฺตีติ อุปฺปาเทปิ เนสํ เวทนานํ ปชานนํ โหติเยวาติ อตฺโถ. เสสปททฺวเยปิ เอเสว นโย. ตํ ชานาตีติ ตํญาโณ, ตสฺส ภาโว ตํญาณตา, ญาณสฺส อตฺตสํเวทนนฺติ อตฺโถ. ตํสมานโยคกฺขมาหิ สมฺปยุตฺตธมฺมา. ญาณพหุตาติ ญาณสฺส พหุภาโว, เอกจิตฺตุปฺปาเท อเนกญาณตาติ อตฺโถ. อิทานิ ตเมวตฺถํ วิวริตุํ, ‘‘ยถา หี’’ติอาทิ วุตฺตํ. น สกฺกา ชานิตุํ อารมฺมณกรณสฺส อภาวโต. อสมฺโมหาวโพโธ จ อีทิสสฺส ญาณสฺส นตฺถิ. เอเกกเมว ญาณํ อุปฺปชฺชติ ตสฺมึ ขเณ เอกสฺเสว อาวชฺชนสฺส อุปฺปชฺชนโต, น จ อาวชฺชเนน วินา จิตฺตุปฺปตฺติ อตฺถิ. วุตฺตเญฺหตํ –
‘‘จุลฺลาสีติสหสฺสานิ, กปฺปา ติฏฺฐนฺติ เย มรู;
น เตฺวว เตปิ ชีวนฺติ, ทฺวีหิ จิตฺเตหิ สํยุตา’’ติ. (มหานิ. ๑๐, ๓๙) จ,
‘‘นตฺถิ จิตฺเต ยุคา คหี’’ติ จ –
วตฺถารมฺมณานํ ปริคฺคหิตตายาติ ยสฺมิญฺจ อารมฺมเณ เย ฌานธมฺมา ปวตฺตนฺติ, เตสํ วตฺถารมฺมณานํ ปเคว ญาเณน ปริจฺฉิชฺช คหิตตฺตา. ยถา นาม มิคสูกราทีนํ อาสเยปริคฺคหิเต ตตฺร ฐิตา มิคา วา สูกรา วา ตโต อุฏฺฐานโตปิ อาคมนโตปิ เนสาทสฺส สุขคฺคหณา โหนฺติ, เอวํสมฺปทมิทํ. เตนาห ‘‘เถเรน หี’’ติอาทิ. เตนาติ วตฺถารมฺมณานํ ปริคฺคหิตภาเวน. อสฺสาติ เถรสฺส. เตสํ ธมฺมานนฺติ ฌานจิตฺตุปฺปาทปริยาปนฺนานํ ธมฺมานํ. อุปฺปาทํ อาวชฺชนฺตสฺสาติอาทินา อุปฺปาทาทีสุ ยํ ยเทว อารพฺภ ญาณํ อุปฺปชฺชติ; ตสฺมึ ตสฺมึ ขเณ ตสฺส ตสฺเสว จสฺส ปากฏภาโว ทีปิโต. น หิ อาวชฺชเนน วินา ญาณํ อุปฺปชฺชติ. อหุตฺวา สมฺโภนฺตีติ ปุพฺเพ อวิชฺชมานา หุตฺวา สมฺภวนฺติ, อนุปฺปนฺนา อุปฺปชฺชนฺตีติ อตฺโถ. อุทยํ ปสฺสติ เตสํ ธมฺมานํ, ‘‘อหุตฺวา สมฺโภนฺตี’’ติ อุปฺปาทกฺขณสมงฺคิภาวทสฺสนโต. ปุพฺเพ อภาวโพธโก หิ อตฺตลาโภ ธมฺมานํ อุทโย. หุตฺวาติ อุปฺปชฺชิตฺวา. ปฏิเวนฺตีติ ปฏิ ขเณ ขเณ วินสฺสนฺติ. วยํ ปสฺสติ, ‘‘หุตฺวา ปฏิเวนฺตี’’ติ เตสํ ธมฺมานํ ภงฺคกฺขณสมงฺคิภาวทสฺสนโต. วิทฺธํสภาวโพธโก หิ ธมฺมานํ วิชฺชมานโต วโย.
เตสุ ธมฺเมสุ นตฺถิ เอตสฺส อุปโย ราควเสน อุปคมนนฺติ อนุปโย, อนนุโรโธ. หุตฺวา วิหรตีติ โยชนา. ตถา นตฺถิ เอตสฺส อปาโย ปฏิฆวเสน อปคมนนฺติ อนปาโย, อวิโรโธ. ‘‘เอตํ มม, เอโส เม อตฺถา’’ติ ตสฺส ตณฺหาทิฏฺฐิอภินิเวสาภาวโต ตณฺหาทิฏฺฐินิสฺสเยหิ อนิสฺสิโต. อปฺปฏิพทฺโธติ อนุปยานิสฺสิตภาวโต วิปสฺสนาย ปริพนฺธวเสน ฉนฺทราเคน น ปฏิพทฺโธ น วิพนฺธิโต. วิปฺปมุตฺโตติ ตโต เอว วิกฺขมฺภนวิมุตฺติวเสน กามราคโต วิมุตฺโต. วิสํยุตฺโต วิกฺขมฺภนวเสเนว ปฏิปกฺขธมฺเมหิ วิสํยุตฺโต.
กิเลสมริยาทา เตน กตา ภเวยฺยาติ อนฺโตสมาปตฺติยํ ปวตฺเต โสฬส ธมฺเม อารพฺภ ปวตฺตมานํ วิปสฺสนาวีถึ ภินฺทิตฺวา สเจ ราคาทโย อุปฺปชฺเชยฺยุํ; ตสฺส วิปสฺสนาวีถิยา กิเลสมริยาทา เตน จิตฺเตน, จิตฺตสมงฺคินา วา กตา ภเวยฺย. เตสูติ เตสุ ธมฺเมสุ. อสฺสาติ เถรสฺส. เอโกปีติ ราคาทีสุ เอโกปีติ จ วทนฺติ. วุตฺตากาเรน เอกจฺจานํ อนาปาถคมเน สติ วิปสฺสนา น เตสุ ธมฺเมสุ นิรนฺตรปฺปวตฺตาติ อารมฺมณมริยาทา ภเวยฺย. วิกฺขมฺภิตปจฺจนีกตฺตาติ วิปสฺสนาย ปฏิปกฺขธมฺมานํ ปเคว วิกฺขมฺภิตตฺตา อิทานิปิ วิกฺขมฺเภตพฺพา กิเลสา นตฺถีติ วุตฺตํ.
อิโตติ ปฐมชฺฌานโต. อนนฺตโรติ อุปริโม ฌานาทิวิเสโส. ตสฺส ปชานนสฺสาติ, ‘‘อตฺถิ อุตฺตริ นิสฺสรณ’’นฺติ เอวํ ปวตฺตชานนสฺส. พหุลีกรเณนาติ ปุนปฺปุนํ อุปฺปาทเนน.
สมฺปสาทนฏฺเฐนาติ กิเลสกาลุสิยาปคมเนน, ตสฺส วิจารกฺโขภวิคเมน วา เจตโส สมฺมเทว ปาสาทิกภาเวน.
วีริยํ สติ อุเปกฺขาติ อาคตฏฺฐาเน ปาริสุทฺธิอุเปกฺขา, อทุกฺขมสุขาเวทนาติ เอตฺถ ฌานุเปกฺขาติ, ‘‘สุขฏฺฐาเน เวทนุเปกฺขาวา’’ติ วุตฺตํ. สุขฏฺฐาเนติ จ ปฐมชฺฌานาทีสุ สุขสฺส วุตฺตฏฺฐาเน. ปสฺสทฺธตฺตาติ สมธุรเจตยิตภาเวน อารมฺมเณ วิสฏวิตฺถตภาวโต โย โส เจตโส อาโภโค วุตฺโต. สามญฺญผลาทีสุ สติยา ปาริสุทฺธิ, สา ถน อตฺถโต สติวินิมุตฺตา นตฺถีติ อาห ‘‘ปริสุทฺธาสติเยวา’’ติ. ปาริสุทฺธิอุเปกฺขา, น ฌานุเปกฺขาทโย.
๙๕. อีทิเสสุ ฐาเนสุ สติยา น กทาจิปิ ญาณวิรโห อตฺถีติ อาห – ‘‘ญาเณน สมฺปชาโน หุตฺวา’’ติ. ตถา หิ ตติยชฺฌาเน, ‘‘สติมา สุขวิหารี’’ติ เอตฺถ สมฺปชาโนติ อยมตฺโถ วุตฺโต เอว โหติ. น สาวกานํ อนุปทธมฺมวิปสฺสนา โหติ สงฺขาราวเสสสุขุมปฺปวตฺติยา ทุวิญฺเญยฺยตฺตา วินิพฺภุชิตฺวา คเหตุํ อสกฺกุเณยฺยภาวโต. เตนาห – ‘‘กลาปวิปสฺสนํ ทสฺเสนฺโต เอวมาหา’’ติ.
๙๖. ปญฺญาย จสฺสทิสฺวา อาสวา ปริกฺขีณา โหนฺตีติ ทสฺสนสมกาลํ ขียมานา อาสวา, ‘‘ทิสฺวา ปริกฺขีณา โหนฺตี’’ติ วุตฺตา. สมานกาเลปิ หิ เอทิโส สทฺทปฺปโยโค ทิสฺสติ –
‘‘จกฺขุญฺจ ปฏิจฺจ รูเป จ อุปฺปชฺชติ จกฺขุวิญฺญาณ’’นฺติ (ม. นิ. ๑.๒๐๔, ๔๐๐; ๓.๔๒๑, ๔๒๕, ๔๒๖; สํ. นิ. ๒.๔๓-๔๕; ๒.๔.๖๐; กถา. ๔๖๕, ๔๖๗).
‘‘นิหนฺตฺวา ติมิรํ สพฺพํ, อุคฺคเตโช สมุคฺคโต;
เวโรจโน รสฺมิมาลี, โลกจกฺขุปภงฺกโร’’ติ. (ปฏฺฐา. อนุฏี. ๑.๒๕-๓๔; วิสุทฺธิ. มหาฏี. ๒.๕๘๐) จ –
เอวมาทีสุ. เหตุอตฺโถ วา อยํ ทิสฺวาสทฺโท อสมานกตฺตุโก ยถา – ‘‘ฆตํ ปิวิตฺวา พลํ โหติ, สีหํ ทิสฺวา ภยํ โหตี’’ติ (วิสุทฺธิ. มหาฏี. ๒.๘๐๒). ทสฺสนเหตุโก หิ อาสวานํ ปริกฺขโย ปริญฺญาสจฺฉิกิริยาภาวนาภิสมเย สติ ปหานาภิสมยสฺส ลพฺภนโต. ยุคนทฺธํ อาหริตฺวาติ ปฐมชฺฌานํ สมาปชฺชิตฺวา วุฏฺฐาย ตตฺถ ฌานธมฺเม สมฺมสนฺโต สมถวิปสฺสนํ ยุคนทฺธํ ภาเวติ. เอวํ ยาว เนวสญฺญานาสญฺญายตนํ สมาปชฺชิตฺวา วุฏฺฐาย ตตฺถ สมฺมสนฺโต สมถวิปสฺสนํ ยุคนทฺธํ กตฺวา ยถา เถโร อรหตฺตํ ปาปุณิ. ตํ สนฺธาย วุตฺตํ – ‘‘อรหตฺตํ ปตฺตวาโร อิธ คหิโต’’ติ. อิธาติ อิมสฺมึ สุตฺเต. ทีฆนขสุตฺตเทสนาย (ม. นิ. ๒.๒๐๕-๒๐๖) หิ เถโร อรหตฺตํ ปตฺโต. ตทา จ อนาคามี หุตฺวา นิโรธํ สมาปชฺชตีติ วจนอวสโร นตฺถิ, ตสฺมา วุตฺตํ – ‘‘อรหตฺตํ ปตฺตวาโร อิธ คหิโต’’ติ. ยทิ เอวํ – ‘‘สพฺพโส เนวสญฺญานาสญฺญายตนํ สมติกฺกมฺม สญฺญาเวทยิตนิโรธํ อุปสมฺปชฺช วิหรตี’’ติ อิทํ กสฺมา วุตฺตนฺติ? เถเร วิชฺชมาเน ปณฺฑิตคุเณ อนวเสสโต ทสฺเสตฺวา อรหตฺตนิกูเฏน เทสนํ นิฏฺฐาเปตุํ. นิโรธสมาปชฺชนํ ปน เถรสฺส อาจิณฺณสมาจิณฺณํ. เตนาห ‘‘นิโรธํ ปน…เป… วทนฺตี’’ติ. เตน ผลสมาปตฺติมฺปิ อนฺตรา สมาปชฺชติเยวาติ ทสฺเสติ.
โวมิสฺสํ วิวริตุํ ‘‘ตตฺถสฺสา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ ‘‘นิโรธํ สมาปชฺชิสฺสามี’’ติ อาโภเคน สมถวิปสฺสนํ ยุคนทฺธํ อาหริตฺวา ฐิตสฺส นิโรธสมาปตฺติ สีสํ นาม โหติ, ตสฺส อาโภควเสน นิโรธสฺส วาโร อาคจฺฉติ. ผลสมาปตฺติ คูโฬฺห โหติ, ‘‘ผลสมาปตฺตึ สมาปชฺชิสฺสามี’’ติ อาโภคสฺส อภาวโต. ผลสมาปตฺติ สีสํ โหตีติ เอตฺถาปิ วุตฺตนเยน อตฺโถ เวทิตพฺโพ. เอเตน อาโภคปฏิพทฺธเมเตสํ อาคมนนฺติ ทีปิตนฺติ เวทิตพฺพํ. ชมฺพุทีปวาสิโน เถรา ปนาติอาทิ อฏฺฐกถารุฬฺหเมว ตํ วจนํ. อนฺโตสมาปตฺติยนฺติ นิโรธํ สมาปนฺนกาเล. ติสมุฏฺฐานิกรูปธมฺเมติ อุตุกมฺมาหารวเสน ติสมุฏฺฐานิกรูปธมฺเม.
๙๗. จิณฺณวสิตนฺติ ปฏิปกฺขทูริภาเวน สุภาวิตวสีภาวํ. นิปฺผตฺตึ ปตฺโตติ อุกฺกํสปรินิปฺผตฺตึ ปตฺโต. อุเร วายามชนิตาย โอรโส. ปภาวิตนฺติ อุปฺปาทิตํ. ธมฺเมนาติ อริยมคฺคธมฺเมน. ตสฺส หิ อธิคเมน อริยาย ชาติยา ชาโต นิพฺพตฺโตติ กตฺวา, ‘‘ธมฺมโช ธมฺมนิมฺมิโต’’ติ วุจฺจติ. ธมฺมทายสฺสาติ นววิธสฺส โลกุตฺตรธมฺมทายสฺส. อาทิยนโตติ คณฺหนโต, สสนฺตาเน อุปฺปาทนโตติ อตฺโถ. เสสํ สุวิญฺเญยฺยเมว.
อนุปทสุตฺตวณฺณนาย ลีนตฺถปฺปกาสนา สมตฺตา.