๒. ฉพฺพิโสธนสุตฺตวณฺณนา

๙๘. ขีณา ชาตีติ อตฺตโน ชาติกฺขยํ ปฏิชานนฺเตน อรหตฺตํ พฺยากตํ โหติ อรหโต ตทภาวโต. ตถา วุสิตํ พฺรหฺมจริยนฺติ มคฺคพฺรหฺมจริยวาโส เม ปริโยสิโตติ ปฏิชานนฺเตนปิ. กตํ กรณียนฺติ จตูหิ มคฺเคหิ จตูสุ สจฺเจสุ ปริญฺญาทิวเสน โสฬสวิธสฺสปิ กิจฺจสฺส อตฺตนา นิฏฺฐาปิตภาวํ ปฏิชานนฺเตนปิ. นาปรํ อิตฺถตฺตายาติ อายตึ ปุนพฺภวาภาวํ, อายตึ วา ปริญฺญาทิกรณียาภาวํ ปฏิชานนฺเตนปีติ อาห – ‘‘เอเกนปิ ปเทน อญฺญา พฺยากตาว โหตี’’ติ. ทฺวิกฺขตฺตุํ พทฺธํ ปน สุพทฺธํ วิยาติ วุตฺตํ. อิธ ปน อญฺญาพฺยากรณํ จตูหิ ปเทหิ อาคตํ, ตสฺมา วตฺตพฺพเมว เจตฺถ นตฺถีติ อธิปฺปาโย. เจตนาย ทิฏฺฐวาทิตา นาม อริยโวหาโร. สภาโวติ ปกติอตฺโถ หิ อยํ ธมฺมสทฺโท, ‘‘ชาติธมฺมา ชราธมฺมา’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๑.๒๗๔-๒๗๕) วิย ตสฺมา, อนุธมฺโมติ อริยภาวํ อนุคตา ปกตีติ อตฺโถ. ปรมปฺปิจฺฉตาย อริยา อตฺตโน คุเณ อนาวิกโรนฺตาปิ สาสนสฺส นิยฺยานิกภาวปเวทนตฺถญฺเจว สพฺรหฺมจารีนํ สมฺมาปฏิปตฺติยํ อุสฺสาหชนนตฺถญฺจ ตาทิสานํ ปรินิพฺพานสมเยเยว อาวิกโรนฺตีติ อธิปฺปาเยนาห – ‘‘ปรินิพฺพุตสฺส…เป… กาตพฺโพ’’ติ.

๙๙. ทุพฺพลนฺติ เผคฺคุ วิย สุเภชฺชนียํ พลวิรหิตํ, อสารนฺติ อตฺโถ. วิราคุตนฺติ ปลุชฺชนสภาวํ. วิคจฺฉนสภาวนฺติ วินาสคมนสภาวํ. อนิจฺจทุกฺขวิปริณามตฺตา อสฺสาสเลสสฺสปิ อภาวโต อสฺสาสวิรหิตํ. อารมฺมณกรณวเสน สมนฺนาคมนวเสน จ ยถารหํ อุเปนฺติ อุปคจฺฉนฺตีติ อุปยา, ‘‘เอตํ มม, เอโส เม อตฺตา’’ติ อุปาทิยนฺติ ทฬฺหคฺคาหํ คณฺหนฺตีติ อุปาทานา. อธิติฏฺฐติ เจตโส อภินนฺทนภูตาติ เจตโส อธิฏฺฐานํ. ตาหีติ ตณฺหาทิฏฺฐีหิ. ตนฺติ จิตฺตํ. อภินิวิสตีติ อภิรติวเสน นิวิสติ, อยเญฺหตฺถ อตฺโถ – สกฺกายธมฺเมสุ จิตฺตํ อภินิวิสติ ‘‘เอตํ มมํ, เอโส เม อตฺตา’’ติ อชฺโฌสาย ติฏฺฐติ เอตาหิ อภินิเวสาหิ, ตถา สกฺกายธมฺเมสุ จิตฺตํ อนุเสติ เอตาหีติ อนุสยา, ตณฺหาทิฏฺฐิโย. ยทคฺเคน หิ เตภูมกธมฺเมสุ ราคาทโย อนุเสนฺติ, ตทคฺเคน ตํสหคตธมฺมา ตตฺถ อนุเสนฺตีติ ปริยาเยน, ‘‘ตํ อนุเสตี’’ติ วุตฺตํ. ขยา วิราคาติ เหตุมฺหิ นิสฺสกฺกวจนนฺติ ‘‘ขเยน วิราเคนา’’ติ เหตุมฺหิ กรณวเสน อตฺโถ วุตฺโต. วิราเคนาติ จ อิติสทฺโท อาทิ อตฺโถ. เตน ‘‘นิโรเธนา’’ติ เอวมาทิกํ คหิตํ โหติ. อญฺญมญฺญเววจนาเนว อุปยาทีนํ สมุจฺเฉทสฺเสว โพธนโต.

๑๐๐. ปติฏฺฐาติ เอตฺถ เสสภูตตฺตยํ อุปาทารูปญฺจาติ ปติฏฺฐานา, นิชฺชีวฏฺเฐน ธาตุจาติ ปติฏฺฐานธาตุ. นฺหานียจุณฺณํ พาหิรอุทกํ วิย เสสภูตตฺตยํ อาพนฺธตีติ อาพนฺธนํ. ปจนียภตฺตํ พาหิรเตโช วิย เสสภูตตฺตยํ ปริปาเจตีติ ปริปาจนํ. พาหิรวาโต วิย เสสภูตตฺตยํ วิตฺถมฺเภตีติ วิตฺถมฺภนํ. ธาตุสทฺทตฺโถ วุตฺโตเยว. อสมฺผุฏฺฐธาตูติ อสมฺผุสิตภาโว เตสํ วิปริมฏฺฐตาภาวโต. วิชานนํ อารมฺมณูปลทฺธิ. อหํ อตฺตาติ อหํ, ‘‘รูปธมฺโม เม อตฺตา’’ติ อตฺตโกฏฺฐาเสน อตฺตภาเวน น อุปคมึ น คณฺหึ. นิสฺสิตนิสฺสิตาปิ นิสฺสิตา เอว นามาติ อาห ‘‘ปถวีธาตุนิสฺสิตาวา’’ติ. อตฺตนา วา ปน ตนฺนิสฺสิตาติ ‘‘เอเกน ปริยาเยนา’’ติ. อุปาทารุปมฺปิ กามํ นิสฺสิตมฺปิ โหติ. ตถาปิ ตํ นิสฺสิตํ โหติเยวาติ ตํ น อุทฺธฏํ. ปริจฺเฉทกรตฺตา ปริจฺเฉทากาสสฺส ‘‘อวินิพฺโภควเสนา’’ติ วุตฺตํ. เตน จ ตถา ปริจฺฉินฺนตฺตา สพฺพมฺปิ ภูตุปาทารูปํ อากาสธาตุนิสฺสิตํ นาม. ตํ นิสฺสาย ปวตฺติยา อุปาทารูปํ วิย ภูตรูปานิ, อรูปกฺขนฺธา วิย จ วตฺถุรูปานิ, ‘‘ตํนิสฺสิตรูปวตฺถุกา อรูปกฺขนฺธา’’ติ วุตฺตนเยน อากาสธาตุนิสฺสิตจกฺขาทิรูปธมฺมวตฺถุกา เวทนาทโย อรูปกฺขนฺธา อากาสธาตุนิสฺสิตา นามาติ อิมมตฺถํ ตถา-สทฺเทน อุปสํหรติ. อิธาปีติ อากาสธาตุนิสฺสิตปเทปิ, น ปถวีธาตุนิสฺสิตปทาทีสุ เอว. รูปารูปนฺติ สพฺพมฺปิ รูปารูปํ คหิตเมว โหติ, อคฺคหิตํ นตฺถิ. สหชาตา…เป… นิสฺสิตนฺติ อิทํ นิปฺปริยายสิทฺธํ นิสฺสยตฺตํ คเหตฺวา วุตฺตํ. เหฏฺฐา วุตฺตนเยน ปริยายสิทฺเธ นิสฺสยตฺเต คยฺหมาเน – ‘‘ปจฺฉาชาตปจฺจโยติ ปจฺฉาชาตา จิตฺตเจตสิกา ธมฺมา ปุเรชาตสฺส อิมสฺส กายสฺส ปจฺฉาชาตปจฺจเยน ปจฺจโย’’ติ (ปฏฺฐา. ๑.๑.๑๑) วจนโต สพฺพํ จตุสมุฏฺฐานิกรูปํ, ‘‘วิญฺญาณธาตุนิสฺสิต’’นฺติ วตฺตพฺพํ. ตถา อนนฺตรวิญฺญาณธาตุปจฺจยา ปวตฺตนโต, ‘‘วิญฺญาณธาตุนิสฺสิต’’นฺติ วตฺตพฺพํ.

๑๐๑. รุปฺปติ วณฺณวิการํ อาปชฺชมานํ หทยงฺคตภาวํ ปกาเสตีติ รูปนฺติ อยมตฺโถ จกฺขุทฺวาเร อาปาถคเต รูปายตเน นิปฺปริยายโต ลพฺภติ, น อาปาถมนาคเต. จกฺขุวิญฺญาณวิญฺญาตพฺพภาโว ปน อาปาถมนาคเตปิ ตสฺมึ ลพฺภเตว ตํสภาวานติวตฺถนโต. รูปายตนํ ทฺวิธา วิภชิตฺวา. เถโร ปน อาปาถํ อนาคตสฺสาปิ รูปายตนสฺส รูปภาวํ น สกฺกา ปฏิกฺขิปิตุนฺติ ทฺวิธากรณํ นานุชานนฺโต ฉนฺโนวาทํ นิทสฺเสติ, ‘‘อุปริ ฉนฺโนวาเท กินฺติ กริสฺสถา’’ติ. ตตฺถ หิ ‘‘จกฺขุํ, อาวุโส ฉนฺน, จกฺขุวิญฺญาณํ จกฺขุวิญฺญาณวิญฺญาตพฺเพ ธมฺเม’’ติ (ม. นิ. ๓.๓๙๑) อาคตํ, น เจตฺถ จกฺขุทฺวาเร อาปาถํ อาคตเมว รูปายตนํ จกฺขุวิญฺญาณวิญฺญาตพฺพปเทน คหิตํ, น อาปาถํ อนาคตนฺติ สกฺกา วิญฺญาตุํ อวิเสเสเนว รูปายตเนน ตณฺหามานทิฏฺฐิคาหาภาวสฺส โชติตตฺตา. เตนาห ‘‘น ยิทํ ลพฺภตี’’ติ. รูปเมวาติ รูปายตนเมว. ยทิ เอวํ ‘‘จกฺขุวิญฺญาณวิญฺญาตพฺเพสุ ธมฺเมสู’’ติ ปทํ กถํ เนตพฺพนฺติ อาห – ‘‘จกฺขุวิญฺญาณสมฺปยุตฺตา ปนา’’ติอาทิ. จกฺขุวิญฺญาเณน สทฺธึ วิญฺญาตพฺเพสูติ เยน มโนวิญฺญาเณน จกฺขุวิญฺญาณํ อนิจฺจนฺติอาทินา จกฺขุวิญฺญาเณน สทฺธึ เตน วิญฺญาตพฺเพสุ ตํสมฺปยุตฺตธมฺเมสูติ อตฺโถ. ตณฺหาฉนฺโทติ ตสฺสนสภาโว ฉนฺโท, น กตฺตุกมฺยตา ฉนฺโทเยวาติ ตณฺหาฉนฺโท. รชฺชนวเสนาติ วตฺถํ วิย รงฺคชาตํ จิตฺตสฺส อนุรญฺชนวเสน. อภินนฺทนวเสนาติ อารมฺมเณ อภิรมิตฺวา นนฺทนวเสน. สปฺปีติกตณฺหา หิ นนฺทีติ วุจฺจติ. ตณฺหายนวเสน ตณฺหา.

๑๐๒. อหงฺกาโรติ ‘‘เสยฺโยหมสฺมี’’ติอาทินา (ธ. ส. ๑๑๒๑, ๑๒๓๙; วิภ. ๘๓๒, ๘๖๖; สํ. นิ. ๔.๑๐๘; มหานิ. ๒๑, ๑๗๘) อหํกรณํ. เยน หิ มมํ กโรติ, เอตํ มมงฺกาโร. เสฺววาติ ‘‘อหงฺกาโร’’ติ วุตฺตมาโน. เอวํ จตุตฺถชฺฌาเน นิทฺทิฏฺเฐ สพฺพาสุ โลกิยาภิญฺญาสุ วุจฺจมานาสุ เหฏฺฐา วิชฺชาทฺวยํ วตฺตพฺพนฺติ อธิปฺปาเยน, ‘‘ปุพฺเพนิวาสํ ทิพฺพจกฺขุญฺจ อวตฺวา กสฺมา วุตฺต’’นฺติ อาห? อิตโร อิธ สพฺพวาเรสุปิ โลกุตฺตรธมฺมปุจฺฉา อธิกตา ตสฺมา ‘‘โส เอวํ สมาหิเต’’ติอาทินา ตติยา วิชฺชา กถิตาติ ทสฺเสนฺโต, ‘‘ภิกฺขู โลกิยธมฺมํ น ปุจฺฉนฺตี’’ติอาทิมาห. เอกวิสฺสชฺชิตสุตฺตํ นาเมตํ ตติยวิชฺชาย เอว อาคตตฺตา. อริยธมฺมวเสนปิสฺส สมญฺญา อตฺเถวาติ ทสฺเสนฺโต, ‘‘ฉพฺพิโสธนนฺติปิสฺส นาม’’นฺติ วตฺวา เตสุ ธมฺเมสุ เภทํ ทสฺเสตุํ, ‘‘เอตฺถ หี’’ติอาทิ วุตฺตํ. วิสุทฺธาติ ตสฺสา โจทนาย โสธนวเสน วิโสธิตา. เอกเมว กตฺวาติ เอกวารวเสเนว ปาฬิยํ เอกชฺฌํ อาคตตฺตา เอกเมว โกฏฺฐาสํ กตฺวา. ยทิ เอวํ กถํ วา ฉพฺพิโสธนตาติ อาห – ‘‘จตูหิ อาหาเรหิ สทฺธิ’’นฺติ กถํ ปเนตฺถ จตฺตาโร อาหารา คเหตพฺพาติ? เกจิ ตาว อาหุ – ‘‘สาธูติ ภาสิตํ อภินนฺทิตฺวา อนุโมทิตฺวา อุตฺตริ ปโญฺห ปุจฺฉิตพฺโพ’’ติ เหฏฺฐา อาคเตน นเยน อาหารวาโร อาหริตฺวา วตฺตพฺโพติ. ‘‘พหิทฺธา สพฺพนิมิตฺเตสู’’ติ เอตฺถ อาหารานมฺปิ สงฺคหิตตฺตา อาหารา อตฺถโต อาคตา เอวาติ อญฺเญ. อปเร ปน รูปกฺขนฺธคฺคหเณน กพฬีกาโร อาหาโร, สงฺขารกฺขนฺธคฺคหเณน ผสฺสาหาโร, มโนสญฺเจตนาหารคฺคหเณน วิญฺญาณาหาโร สรูปโตปิ คหิโตติ วทนฺติ.

‘‘ฉพฺพิโสธน’’นฺติ อิมสฺส สุตฺตสฺส สมญฺญาย อนฺวตฺถตํ ทสฺเสตฺวา อายติมฺปิ ตาทิเสน พฺยากรเณน ภิกฺขูนํ ปฏิปตฺติมฺปิ ทสฺสนตฺถํ, ‘‘อิเม ปนา’’ติอาทิ อารทฺธํ. วินยนิทฺเทสปริยาเยนาติ วินยนิทฺเทเส อาคเตน การเณน. วินเย วา อาคตนิทฺเทสานุกฺกเมน.

อธิคนฺตพฺพโต อธิคโม, ฌานาทิอธิคมปุจฺฉา. เตนาห – ‘‘ฌานวิโมกฺขาทีสู’’ติอาทิ. อุปายปุจฺฉาติ อธิคโมปายปุจฺฉา. กินฺตีติ เกน ปกาเรน วิธินาติ อตฺโถ.

กตเมสํ ตฺวํ ธมฺมานํ ลาภีติ อิทํ ปน ปุพฺเพ ‘‘กึ เต อธิคต’’นฺติ อนิทฺธาริตเภทา ฌานาทิวิเสสา ปุจฺฉิตาติ อิทานิ เตสํ นิทฺธาเรตฺวา ปุจฺฉนาการทสฺสนํ. ตสฺมาติ ยสฺมา ยถาวุตฺเตหิ อากาเรหิ อธิคมพฺยากรณํ โสเธตพฺพํ, ตสฺมา. เอตฺตาวตาวาติ เอตฺตเกน พฺยากรณมตฺเตเนว น สกฺกาโร กาตพฺโพ. พฺยากรณญฺหิ เอกจฺจสฺส อยาถาวโตปิ โหติ, ยถา นาม ชาตรูปปติรูปํ ชาตรูปํ วิย ขายตีติ ชาตรูปํ นิฆํสนตาปนเฉทเนหิ โสเธตพฺพํ เอวเมวํ อิเมสุ อิทาเนว วุตฺเตสุ ฉสุ ฐาเนสุ ปกฺขิปิตฺวา โสธนตฺถํ วตฺตพฺโพ วิโมกฺขาทีสูติ อาทิ-สทฺเทน สมาธิ-สมาปตฺติ-ญาณทสฺสน-มคฺคภาวนา-ผลสจฺฉิกิริยา สงฺคณฺหาติ.

ปากโฏ โหติ อธิคตวิเสสสฺส สติสมฺโมสาภาวโต. เสสปุจฺฉาสุปิ ‘‘ปากโฏ โหตี’’ติ ปเท เอเสว นโย. อุคฺคหปริปุจฺฉากุสลาติ สชฺฌายมคฺคสํวณฺณนาสุ นิปุณา. ยาย ปฏิปทาย ยสฺส อริยมคฺโค อาคจฺฉติ, สา ปุพฺพภาคปฏิปตฺติ อาคมนปฏิปทา. โสเธตพฺพาติ สุทฺธา อุทาหุ อสุทฺธาติ วิจารณวเสน โสเธตพฺพา. น สุชฺฌตีติ ตตฺถ ตตฺถ ปมาทปฏิปตฺติภาวโต. อปเนตพฺโพ อตฺตโน ปฏิญฺญาย. ‘‘สุชฺฌตี’’ติ วตฺวา สุชฺฌนาการํ ทสฺเสตุํ, ‘‘ทีฆรตฺต’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. ปญฺญายตีติ เอตฺถ ‘‘ยที’’ติ ปทํ อาเนตฺวา ยทิ โส ภิกฺขุ ตาย ปฏิปทาย ยทิ ปญฺญายตีติ สมฺพนฺโธ. ขีณาสวปฏิปตฺติสทิสา ปฏิปทา โหติ ทีฆรตฺตํ วิกฺขมฺภิตกิเลสตฺตา.

นทิยา สมุทฺทํ ปกฺขนฺทนฏฺฐานํ นทีมุขทฺวารํ. มทฺทมาโนติ พทรสาฬวํ สรสํ ปตฺเต ปกฺขิตฺโต หุตฺวา มทฺทมาโน. เสสํ สุวิญฺเญยฺยเมว.

ฉพฺพิโสธนสุตฺตวณฺณนาย ลีนตฺถปฺปกาสนา สมตฺตา.