๔๙. จตุรารกฺขนิทฺเทสวณฺณนา
๔๖๑-๒. พุทฺธานุสฺสติ …เป… มรณสฺสตีติ อิมา จตุรารกฺขา นามาติ เสโส. อารกตฺตาทินาติ อารกภาโว อารกตฺตํ, ตํ อาทิ ยสฺส ‘‘อรีนํ หตตฺตา’’ติอาทิกสฺส ตํ อารกตฺตาทิ. เตน เตน มคฺเคน สวาสนานํ อรานํ หตตฺตา อารกา สพฺพกิเลเสหิ สุวิทูรวิทูเร ฐิโตติ อา-การสฺส รสฺสตฺตํ, ก-การสฺส ห-การํ สานุนาสิกํ กตฺวา ‘‘อรห’’นฺติ ปทสิทฺธิ เวทิตพฺพา. ‘‘อารกา’’ติ จ วุตฺเต สามญฺญโชตนาย วิเสเส อวฏฺฐานโต, วิเสสตฺถินา จ วิเสสสฺส อนุปฺปโยชิตพฺพตฺตา ‘‘กิเลเสหี’’ติ ลพฺภติ.
สมฺมาติ อวิปรีตํ. สามนฺติ สยเมว, อปรเนยฺโย หุตฺวาติ อตฺโถ. ‘‘สมฺพุทฺโธ’’ติ หิ เอตฺถ สํ-สทฺโท ‘‘สย’’นฺติ เอตสฺส อตฺถสฺส โพธโก ทฏฺฐพฺโพ. พุทฺธโตติ ภาวปฺปธาโนยํ นิทฺเทโส, พุทฺธตฺตาติ อตฺโถ. ‘‘อรหํ’’ อิติ วา ‘‘สมฺมาสมฺพุทฺโธ’’ อิติ วา ภควโต นวเภเท คุเณ ยา ปุนปฺปุนํ อนุสฺสติ, สา พุทฺธานุสฺสตีติ โยชนา. ‘‘สมฺมาสมฺพุทฺโธ อิตี’’ติ วตฺตพฺเพ อ-กาโร สนฺธิวเสน อาคโต. อิติ-สทฺโท ปเนตฺถ อาทิอตฺโถ, อิจฺจาทีติ อตฺโถ. นวเภเทติ ‘‘อนุตฺตโร ปุริสทมฺมสารถี’’ติ เอกโต คเหตฺวา. เอตฺถ ปน อุปจาโร อุปฺปชฺชติ, น อปฺปนา, ตถา มรณสฺสติยํ. อิตเรสุ ปน อุภยมฺปิ อุปฺปชฺชตีติ เวทิตพฺพํ. พุทฺธานุสฺสติ.
๔๖๓-๔. ‘‘สีมฏฺฐา’’ติอาทินา เมตฺตาภาวนํ ทสฺเสติ. สีมฏฺฐสงฺเฆติ สีมายํ ติฏฺฐตีติ สีมฏฺโฐ, โสว สงฺโฆ. โคจรคามมฺหิ อิสฺสเร ชเนติ สมฺพนฺโธ. ตตฺถ มานุเส อุปาทาย สพฺพสตฺเตสูติ โยเชตพฺพํ. ตตฺถาติ ตสฺมึ คาเม. สุขิตา โหนฺตุ อเวราติ ปทจฺเฉโท. อาทินาติ ‘‘อพฺยาปชฺชา โหนฺตุ, อนีฆา โหนฺตุ, สุขี อตฺตานํ ปริหรนฺตู’’ติ อิมินา. ปริจฺฉิชฺช ปริจฺฉิชฺชาติ ‘‘อิมสฺมึ วิหาเร สพฺเพ ภิกฺขู’’ติอาทินา เอวมฺปิ ปริจฺฉินฺทิตฺวา ปริจฺฉินฺทิตฺวา. เมตฺตาภาวนา.
๔๖๕-๖. อิทานิ อสุภํ นิทฺทิสนฺโต สพฺพปฐมํ สาเธตพฺพํ สตฺตวิธมุคฺคหโกสลฺลํ ‘‘วณฺเณ’’จฺจาทินา ทสฺเสติ. สตฺตวิธญฺหิ ตํ นยโต อาคตํ วาจาสชฺฌายมนสาสชฺฌาเยหิ สทฺธึ. ตตฺถ ปฐมํ วาจาย สชฺฌายนฺเตน จตฺตาริ ตจปญฺจกาทีนิ ปริจฺฉินฺทิตฺวา อนุโลมปฺปฏิโลมวเสน กาตพฺพํ. ยถา ปน วจสา, ตเถว มนสาปิ สชฺฌาโย กาตพฺโพ. วจสา สชฺฌาโย หิ มนสา สชฺฌายสฺส ปจฺจโย. โส ปน ลกฺขณปฺปฏิเวธสฺส ปจฺจโย. ตตฺถ วณฺโณ นาม เกสาทีนํ วณฺโณ. สณฺฐานํ เตสํเยว สณฺฐานํ. โอกาโส เตสํเยว ปติฏฺโฐกาโส. ทิสา นาภิโต อุทฺธํ อุปริมทิสา, อโธ เหฏฺฐิมา. ปริจฺเฉโท นาม ‘‘อยํ โกฏฺฐาโส เหฏฺฐา จ อุปริ จ ติริยญฺจ อิมินา นาม ปริจฺฉินฺโน’’ติ เอวํ สภาคปริจฺเฉโท เจว ‘‘เกสา น โลมา, โลมา น เกสา’’ติ เอวํ อมิสฺสกตาวเสน วิสภาคปริจฺเฉโท จ. เกสาทิโกฏฺฐาเส ววตฺถเปตฺวาติ สมฺพนฺโธ. ววตฺถเปตฺวาติ วุตฺตนเยน ววตฺถเปตฺวา.
เอวํ ววตฺถเปนฺเตน ยถาวุตฺตํ สตฺตวิธํ อุคฺคหโกสลฺลํ สมฺปาเทตฺวา อฏฺฐารสวิธํ มนสิการโกสลฺลํ สมฺปาเทตพฺพนฺติ ทสฺเสตุํ ‘‘อนุปุพฺพโต’’ติอาทิมาห. ตตฺถ อปฺปนาโต ตโย จ สุตฺตนฺตาติ อิเม จตฺตาโรปิ นยโตวาคเต นาติสีฆาทีสุ ปกฺขิปิตฺวา ทสวิธตา เวทิตพฺพา. อนุปุพฺพโตติ สชฺฌายกรณโต ปฏฺฐาย อนุปฏิปาฏิยา. นาติสีฆํ นาติสณิกํ กตฺวาติ กิริยาวิเสสนํ. วิกฺเขปํ ปฏิพาหยนฺติ กมฺมฏฺฐานํ วิสฺสชฺเชตฺวา พหิทฺธา ปุถุตฺตารมฺมเณ เจตโส วิกฺเขปํ ปฏิพาหนฺโต. ปณฺณตฺตึ สมติกฺกมฺมาติ ยายํ ‘‘เกสา โลมา’’ติ ปณฺณตฺติ, ตํ อติกฺกมิตฺวา, ‘‘ปฏิกฺกูล’’นฺติ จิตฺตํ ฐเปตฺวาติ อธิปฺปาโย. อนุปุพฺพโต มุญฺจนฺตสฺสาติ โย โย โกฏฺฐาโส น อุปฏฺฐาติ, ตํ ตํ อนุกฺกเมน มุญฺจโต, ตสฺส ‘‘ภาวนา’’ติ อิมินา สมฺพนฺโธ เวทิตพฺโพ.
๔๖๗. เอวํ อุภยโกสลฺลํ สมฺปาเทตฺวา สพฺพโกฏฺฐาเส วณฺณาทิวเสน ววตฺถเปตฺวา วณฺณาทิวเสเนว ปญฺจธา ปฏิกฺกูลตา ววตฺถเปตพฺพาติ ทสฺเสตุํ ‘‘วณฺณา’’ติอาทิมาห. วณฺณ…เป… โอกาเสหิ โกฏฺฐาเส ปฏิกฺกูลาติ ภาวนา อสุภนฺติ โยชนา. ตตฺร เกสา ตาว ปกติวณฺเณน กาฬกา อทฺทาริฏฺฐกวณฺณา, สณฺฐานโต ทีฆวฏฺฏตุลาทณฺฑสณฺฐานา, ทิสโต อุปริมทิสาย ชาตา, โอกาสโต อุโภสุ ปสฺเสสุ กณฺณจูฬิกาหิ, ปุรโต นฬาฏนฺเตน, ปจฺฉโต คฬวาฏเกน ปริจฺฉินฺนา, สีสกฏาหเวฐนอลฺลจมฺมํ เกสานํ โอกาโส. ปริจฺเฉทโต เกสา สีสเวฐนจมฺเม วีหคฺคมตฺตํ ปวิสิตฺวา ปติฏฺฐิเตน เหฏฺฐา อตฺตโน มูลตเลน, อุปริ อากาเสน, ติริยํ อญฺญมญฺเญน ปริจฺฉินฺนา. เทฺว เกสา เอกโต นตฺถีติ อยํ สภาคปริจฺเฉโท. ‘‘เกสา น โลมา, โลมา น เกสา’’ติ เอวํ อวเสสเอกตึ สโกฏฺฐาเสหิ อมิสฺสีกตา เกสา นาม ปาฏิเยกฺโก เอโก โกฏฺฐาโสติ อยํ วิสภาคปริจฺเฉโท. อิทํ เกสานํ วณฺณาทิโต นิจฺฉยนํ. อิทํ ปน เนสํ วณฺณาทิวเสน ปญฺจธา ปฏิกฺกูลโต นิจฺฉยนํ – เกสา นาเมเต วณฺณโตปิ ปฏิกฺกูลา อาสยโตปิ สณฺฐานโตปิ คนฺธโตปิ โอกาสโตปิ ปฏิกฺกูลาติ เอวํ เสสโกฏฺฐาสานมฺปิ ยถาโยคํ เวทิตพฺพํ.
อุทฺธุมาตาทิวตฺถูสูติ อุทฺธุมาตกวินีลกวิปุพฺพกวิจฺฉิทฺทกวิกฺขายิตกวิกฺขิตฺตกหตวิ- กฺขิตฺตกโลหิตกปุฬวกอฏฺฐิกสงฺขาเตสุ ทเสสุ อวิญฺญาณกอสุภวตฺถูสุ อสุภาการํ คเหตฺวา ปวตฺตา ภาวนา วา อสุภนฺติ สมฺพนฺโธ. อสุภภาวนา.
๔๖๘. ‘‘มรณํ เม ภวิสฺสตี’’ติ วา ‘‘ชีวิตํ เม อุปรุชฺฌตี’’ติ วา ‘‘มรณํ มรณ’’นฺติ วา โยนิโส ภาวยิตฺวานาติ โยชนา. ชีวิตนฺติ รูปชีวิตินฺทฺริยญฺจ อรูปชีวิตินฺทฺริยญฺจ. โยนิโสติ อุปาเยน. เอวํ ปวตฺตยโตเยว หิ เอกจฺจสฺส นีวรณานิ วิกฺขมฺภนฺติ, มรณารมฺมณา สติ สณฺฐาติ, อุปจารปฺปตฺตเมว กมฺมฏฺฐานํ โหติ.
๔๖๙-๔๗๐. ยสฺส ปน เอตฺตาวตา น โหติ, เตน วธกปจฺจูปฏฺฐานาทีหิ อฏฺฐหากาเรหิ มรณํ อนุสฺสริตพฺพนฺติ ทสฺเสตุํ ‘‘วธกสฺเสวา’’ติอาทิมาห. วธกสฺส อิว อุปฏฺฐานาติ ‘‘อิมสฺส สีสํ ฉินฺทิสฺสามี’’ติ อสึ คเหตฺวา คีวาย สญฺจารยมานสฺส วธกสฺส วิย มรณสฺส อุปฏฺฐานโต. สมฺปตฺตีนํ วิปตฺติโตติ โภคสมฺปตฺติยา ชีวิตสมฺปตฺติยา จ วินาสมรณสงฺขาตวิปตฺติโต. อุปสํหรโตติ ยสมหตฺตโต ปุญฺญมหตฺตโต ถามมหตฺตโต อิทฺธิมหตฺตโต ปญฺญามหตฺตโต ปจฺเจกพุทฺธโต สมฺมาสมฺพุทฺธโตติ อิเมหิ สตฺตหากาเรหิ อตฺตโน อุปสํหรณโต. กายพหุสาธารณาติ อสีติยา กิมิกุลานํ, อเนกสตานํ โรคานํ, พาหิรานญฺจ อหิวิจฺฉิกาทีนํ มรณสฺส ปจฺจยานํ สาธารณโต. อายุทุพฺพลโตติ อสฺสาสปสฺสาสูปนิพทฺธตฺตอิริยาปถูปนิพทฺธตฺตาทินา อายุโน ทุพฺพลโต. กาลววตฺถานสฺส อภาวโตติ ‘‘อิมสฺมึเยว กาเล มริตพฺพํ, น อญฺญสฺมิ’’นฺติ เอวํ กาลววตฺถานสฺส อภาวโต. อทฺธานสฺส ปริจฺเฉทาติ ‘‘มนุสฺสานํ ชีวิตสฺส ปริจฺเฉโท นาม เอตรหิ ปริตฺโต, อทฺธา โย จิรํ ชีวติ, โส วสฺสสตํ ชีวตี’’ติ เอวํ อทฺธานสฺส กาลสฺส ปริจฺเฉทโต.
เอตฺถ ปน กมฺมฏฺฐานํ ภาเวตฺวา วิปสฺสนาย สห ปฏิสมฺภิทาหิ อรหตฺตํ ปตฺตุกาเมน พุทฺธปุตฺเตน ยํ กาตพฺพํ, ตํ อาทิกมฺมิกสฺส กุลปุตฺตสฺส วเสน อาทิโต ปฏฺฐาย สงฺเขเปโนปทิสฺสาม. จตุพฺพิธํ ตาว สีลํ โสเธตพฺพํ. ตตฺถ ติวิธา วิสุชฺฌนา อนาปชฺชนํ, อาปนฺนวุฏฺฐานํ, กิเลเสหิ จ อปฺปฏิปีฬนํ. เอวํ วิสุทฺธสีลสฺส หิ ภาวนา สมฺปชฺชติ. ยมฺปิทํ เจติยงฺคณวตฺตาทีนํ วเสน อาภิสมาจาริกสีลํ วุจฺจติ, ตมฺปิ สาธุกํ ปริปูเรตพฺพํ. ตโต –
‘‘อาวาโส จ กุลํ ลาโภ, คโณ กมฺมญฺจ ปญฺจมํ;
อทฺธานํ ญาติ อาพาโธ, คนฺโถ อิทฺธีติ เต ทสา’’ติ. (วิสุทฺธิ. ๑.๔๑) –
เอวํ วุตฺเตสุ ทสสุ ปลิโพเธสุ โย ปลิโพโธ, โย อุปจฺฉินฺทิตพฺโพ. เอวํ อุปจฺฉินฺนปลิโพเธน –
‘‘ปิโย ครุ ภาวนีโย, วตฺตา จ วจนกฺขโม;
คมฺภีรญฺจ กถํ กตฺตา, โน จาฏฺฐาเน นิโยชโก’’ติ. (อ. นิ. ๗.๓๗) –
เอวํ วุตฺตลกฺขณํ อาจริยํ อุปสงฺกมิตฺวา กมฺมฏฺฐานํ อุคฺคเหตพฺพํ. ตํ ทุวิธํ โหติ สพฺพตฺถกกมฺมฏฺฐานญฺจ ปาริหาริยกมฺมฏฺฐานญฺจ. ตตฺถ สพฺพตฺถกกมฺมฏฺฐานํ นาม ภิกฺขุสงฺฆาทีสุ เมตฺตา, มรณสฺสติ จ, ‘‘อสุภสญฺญา’’ติปิ เอเก. เอตํ ปน ตยํ สพฺพตฺถ อตฺถยิตพฺพํ อิจฺฉิตพฺพนฺติ กตฺวา, อธิปฺเปตสฺส จ โยคานุโยคกมฺมสฺส ปทฏฺฐานตฺตา ‘‘สพฺพตฺถกกมฺมฏฺฐาน’’นฺติ วุจฺจติ. อฏฺฐตึสารมฺมเณสุ ปน ยํ ยสฺส จริตานุกูลํ, ตํ ตสฺส นิจฺจํ ปริหริตพฺพตฺตา ยถาวุตฺเตเนว นเยน ‘‘ปาริหาริยกมฺมฏฺฐาน’’นฺติ วุจฺจติ, ตโต –
‘‘มหาวาสํ นวาวาสํ, ชราวาสญฺจ ปนฺถนึ;
โสณฺฑึ ปณฺณญฺจ ปุปฺผญฺจ, ผลํ ปตฺถิตเมว จ.
‘‘นครํ ทารุนา เขตฺตํ, วิสภาเคน ปฏฺฏนํ;
ปจฺจนฺตสีมาสปฺปายํ, ยตฺถ มิตฺโต น ลพฺภติ.
‘‘อฏฺฐารเสตานิ ฐานานิ, อิติ วิญฺญาย ปณฺฑิโต;
อารกา ปริวชฺเชยฺย, มคฺคํ สปฺปฏิภยํ ยถา’’ติ. (วิสุทฺธิ. ๑.๕๒) –
วุตฺตอฏฺฐารสเสนาสนโทสวชฺชิตํ ‘‘อิธ, ภิกฺขเว, เสนาสนํ นาติทูรํ โหติ นจฺจาสนฺนํ คมนาคมนสมฺปนฺนํ ทิวา อปฺปากิณฺณํ รตฺตึ อปฺปสทฺทํ อปฺปนิคฺโฆสํ อปฺปฑํสมกสวาตาตปสรีสปสมฺผสฺสํ. ตสฺมึ โข ปน เสนาสเน วิหรนฺตสฺส อปฺปกสิเรเนว อุปฺปชฺชนฺติ จีวรปิณฺฑปาตเสนาสนคิลานปจฺจยเภสชฺชปริกฺขารา. ตสฺมึ โข ปน เสนาสเน เถรา ภิกฺขู วิหรนฺติ พหุสฺสุตา อาคตาคมา ธมฺมวินยธรา มาติกาธรา. เต กาเลน กาลํ อุปสงฺกมิตฺวา ปริปุจฺฉติ ปริปญฺหติ ‘อิทํ ภนฺเต กถํ, อิมสฺส โก อตฺโถ’ติ. ตสฺส เต อายสฺมนฺโต อวิวฏญฺเจว วิวรนฺติ, อนุตฺตานีกตญฺจ อุตฺตานึ กโรนฺติ, อเนกวิหิเตสุ จ กงฺขาฐานีเยสุ ธมฺเมสุ กงฺขํ ปฏิวิโนเทนฺติ. เอวํ โข, ภิกฺขเว, เสนาสนํ ปญฺจงฺคสมนฺนาคตํ โหตี’’ติ (อ. นิ. ๑๐.๑๑) วุตฺตปญฺจงฺคสมนฺนาคตํ เสนาสนํ อุปคมฺม ตตฺถ วสนฺเตน ‘‘ทีฆานิ เกสโลมนขานิ ฉินฺทิตพฺพานิ, ชิณฺณจีวเรสุ อคฺคฬอนุวาตปริภณฺฑทานาทินา ทฬฺหีกมฺมํ วา ตนฺตจฺเฉทาทีสุ ตุนฺนกมฺมํ วา กาตพฺพํ, กิลิฏฺฐานิ รชิตพฺพานิ, สเจ ปตฺเต มลํ โหติ, ปตฺโต ปจิตพฺโพ, มญฺจปีฐาทีนิ โสเธตพฺพานี’’ติ เอวํ วุตฺตอุปจฺฉินฺนขุทฺทกปลิโพเธน กตภตฺตกิจฺเจน ภตฺตสมฺมทํ วิโนเทตฺวา รตนตฺตยคุณานุสฺสรเณน จิตฺตํ สมฺปหํเสตฺวา อาจริยุคฺคหโต เอกปทมฺปิ อสมฺมุยฺหนฺเตน มนสิ กาตพฺพนฺติ.
จตุรารกฺขนิทฺเทสวณฺณนา นิฏฺฐิตา.