๔๓. ฉนฺททานนิทฺเทสวณฺณนา

๓๙๙. กมฺมปฺปตฺเตติ อุโปสถาทิโน กมฺมสฺส ปตฺเต ยุตฺเต อนุรูเป. สงฺเฆ สมาคเตติ จตุวคฺคาทิเก สงฺเฆ เอกตฺถ สนฺนิปติเต. เอตฺถ จ ฉนฺทหารเกนาปิ สทฺธึ จตุวคฺคาทิโก เวทิตพฺโพ.

๔๐๐. ฉนฺททานาทิวิธึ ทสฺเสตุํ ‘‘เอก’’นฺติอาทิมาห. อุปาคมฺมาติ สนฺตึ อาปตฺตึ ปกาเสตฺวา ตโต ปจฺฉา อุปคนฺตฺวา. ฉนฺทํ ทเทติ วกฺขมาเนสุ ตีสุ เอเกนปิ พหิ อุโปสถํ กตฺวา อาคโต ฉนฺทํ ทเทยฺย, เกนจิ กรณีเยน สนฺนิปาตฏฺฐานํ คนฺตฺวา กายสามคฺคึ อเทนฺโต ปน ปาริสุทฺธึ เทนฺโต ฉนฺทํ ทเทยฺย.

๔๐๒. อุภินฺนํ ทาเน กึปโยชนนฺติ อาห ‘‘ปาริสุทฺธี’’ติอาทิ. ปาริสุทฺธิปฺปทาเนน สงฺฆสฺส อตฺตโน จาปิ อุโปสถํ สมฺปาเทตีติ สมฺพนฺโธ. ปริสุทฺธิ เอว ปาริสุทฺธิ, ตสฺส ปทานํ, เตน. นนุ จ ปาริสุทฺธิตาปทานมตฺตเมว อุโปสถกมฺมํ นามาติ ปาริสุทฺธิปฺปทานํ อตฺตโน อุโปสถํ สมฺปาเทตุ, กถํ สงฺฆสฺสาติ? วุจฺจเต – ปาริสุทฺธิทานสฺส ธมฺมกมฺมตาสมฺปาทเนน สงฺฆสฺสาปิ อุโปสถํ สมฺปาเทตีติ.

เอตฺถ ปน จตูสุ เอกสฺส ฉนฺทปาริสุทฺธึ อาหริตฺวา ตโย ปาริสุทฺธิอุโปสถํ กโรนฺติ, ตีสุ วา เอกสฺส ฉนฺทปาริสุทฺธึ อาหริตฺวา เทฺว ปาติโมกฺขํ อุทฺทิสนฺติ, อธมฺเมน วคฺคํ อุโปสถกมฺมํ. จตฺตาโร ปาริสุทฺธิอุโปสถํ กโรนฺติ, ตโย วา เทฺว วา ปาติโมกฺขํ อุทฺทิสนฺติ, อธมฺเมน สมคฺคํ. จตูสุ เอกสฺส อาหริตฺวา ตโย ปาติโมกฺขํ อุทฺทิสนฺติ, ตีสุ วา เอกสฺส อาหริตฺวา เทฺว ปาริสุทฺธิอุโปสถํ กโรนฺติ, ธมฺเมน วคฺคํ. สเจ ปน จตฺตาโร สนฺนิปติตฺวา ปาติโมกฺขํ อุทฺทิสนฺติ, ตโย ปาริสุทฺธิอุโปสถํ, เทฺว อญฺญมญฺญํ ปาริสุทฺธิอุโปสถํ กโรนฺติ, ธมฺเมน สมคฺคํ. ปวารณกมฺเมสุปิ ปญฺจสุ เอกสฺส ปวารณํ อาหริตฺวา จตฺตาโร คณญตฺตึ ฐเปตฺวา ปวาเรนฺติ, จตูสุ ตีสุ วา เอกสฺส อาหริตฺวา ตโย เทฺว วา สงฺฆญตฺตึ ฐเปตฺวา ปวาเรนฺติ, อธมฺเมน วคฺคํ ปวารณกมฺมนฺติอาทิ วุตฺตนยเมว. เสสกมฺมํ วิพาธตีติ อวเสสสงฺฆกิจฺจํ วิพาเธติ อลทฺธาธิปฺปายตฺตาติ อธิปฺปาโย.

๔๐๓. ทฺวยนฺติ อุโปสถกรณญฺเจว อวเสสกิจฺจญฺจ. อตฺตโน น สาเธตีติ สมฺพนฺธนียํ.

๔๐๔. หเรยฺยาติ ปุพฺเพ วุตฺตํ สุทฺธิกฉนฺทํ วา อิมํ วา ฉนฺทปาริสุทฺธึ หเรยฺย. ปรมฺปรา น หารเยติ ปรมฺปรา น อาหเรยฺย. กสฺมาติ อาห ‘‘ปรมฺปราหฏา’’ติอาทิ. เตนาติ ปฐมโต คหิตฉนฺทปาริสุทฺธิเกน. ปรมฺปราหฏาติ ยถา พิฬาลสงฺขลิกาย ปฐมํ วลยํ ทุติยํ ปาปุณาติ, ตติยํ น ปาปุณาติ, เอวํ ทุติยสฺส อาคจฺฉติ, ตติยสฺส น อาคจฺฉติ. ‘‘ปริมฺปราหฏา ฉนฺท-ปาริสุทฺธิ น คจฺฉตี’’ติ วา ปาโฐ.

๔๐๕. สพฺพูปจารนฺติ ‘‘เอกํสํ จีวรํ กตฺวา’’ ติอาทิ สพฺพํ อุปจารํ.

๔๐๖. โส อาคโต อาโรเจตฺวา สงฺฆํ ปวาเรยฺยาติ โยชนา. อถาติ อนนฺตรตฺเถ. อาคโตติ ปวารณํ คเหตฺวา อาคโต ภิกฺขุ. อาโรเจตฺวาติ ภิกฺขุสงฺฆสฺส อาโรเจตฺวา. เอวนฺติ วกฺขมานกฺกเมน.

๔๐๗-๘. คเหตฺวา หารโกติ สมฺพนฺโธ. นาหฏาติ อาหฏาว น โหตีติ อตฺโถ. หารโก สงฺฆํ ปตฺวา ตถา เหยฺย, อาหฏา โหตีติ โยชนา. ตถา เหยฺยาติ วิพฺภนฺตาทิโก ภเวยฺย.

๔๐๙. สงฺฆํ ปตฺโต ปมตฺโต วา สุตฺโต วา นาโรจเยยฺย อนาปตฺติ จาติ สมฺพนฺโธ. จ-สทฺโท ฉนฺทปาริสุทฺธิหรณํ สมฺปิณฺเฑตีติ.

ฉนฺททานนิทฺเทสวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๔๔. อุโปสถนิทฺเทสวณฺณนา

๔๑๐. ทุเว อุโปสถาติ สุลภปฺปวตฺติวเสน วุตฺตํ. ตโย ปน ทิวสวเสเนว อุโปสถา จาตุทฺทสิโก ปนฺนรสิโก สามคฺคิโกติ. ตตฺถ เหมนฺตคิมฺหวสฺสานานํ ติณฺณํ อุตูนํ ตติยสตฺตมปกฺเขสุ เทฺว เทฺว กตฺวา ฉ จาตุทฺทสิกา, เสสา ปนฺนรสิกาติ เอวํ เอกสํวจฺฉเร จตุวีสติอุโปสถา. อิทํ ตาว โลกสฺส ปกติจาริตฺตํ. ‘‘อาคนฺตุเกหิ อาวาสิกานํ อนุวตฺติตพฺพ’’นฺติอาทิวจนโต (มหาว. ๑๗๘) ปน ตถารูปปจฺจเย สติ อญฺญสฺมิมฺปิ จาตุทฺทเส อุโปสถํ กาตุํ วฏฺฏติ.

๔๑๑. สุตฺตุทฺเทโส สงฺฆสฺเสวาติ โยชนา. อธิฏฺฐานญฺจ ตํ อุโปสโถ จาติ กมฺมธารโย. เสสานนฺติ ทฺวินฺนํ ติณฺณํ วา. ‘‘ทุเว’’ติอาทินา จ จาตุทฺทโส ปนฺนรโส สามคฺคีติ ทิวสวเสน, สุตฺตุทฺเทโส อธิฏฺฐานํ ปาริสุทฺธีติ กรณปฺปกาเรน, สงฺฆุโปสโถ คณุโปสโถ ปุคฺคลุโปสโถติ ปุคฺคลวเสน จาติ นว อุโปสถา ทีปิตา โหนฺติ.

๔๑๒. ปุพฺพกิจฺเจติ –

‘‘ฉนฺทปาริสุทฺธิอุตุกฺขานํ, ภิกฺขุคณนา จ โอวาโท;

อุโปสถสฺส เอตานิ, ปุพฺพกิจฺจนฺติ วุจฺจตี’’ติ. (มหาว. อฏฺฐ. ๑๖๘) –

เอวํ อฏฺฐกถาจริเยหิ วุตฺเต ปุพฺพกรณานนฺตรํ กตฺตพฺเพ ปุพฺพกิจฺเจ.

ปุพฺพกรเณติ –

‘‘สมฺมชฺชนี ปทีโป จ, อุทกํ อาสเนน จ;

อุโปสถสฺส เอตานิ, ปุพฺพกรณนฺติ วุจฺจตี’’ติ. (มหาว. อฏฺฐ. ๑๖๘) –

เอวํ อฏฺฐกถาจริเยเหว วุตฺเต สพฺพปฐมํ กตฺตพฺเพ ปุพฺพกรเณ. ปตฺตกลฺเลติ อุโปสถาทีนํ จตุนฺนํ องฺคานํ สมฺภเวน ปตฺโต กาโล อิมสฺสาติ ปตฺตกาลํ, ปตฺตกาลเมว ปตฺตกลฺลํ. กึ ตํ? อุโปสถาทิกมฺมํ. ตํ ปน จตูหิ องฺเคหิ สงฺคหิตํ. ยถาหุ อฏฺฐกถาจริยา –

‘‘อุโปสโถ ยาวติกา จ ภิกฺขู กมฺมปฺปตฺตา,

สภาคาปตฺติโย จ น วิชฺชนฺติ;

วชฺชนียา จ ปุคฺคลา ตสฺมึ น โหนฺติ,

ปตฺตกลฺลนฺติ วุจฺจตี’’ติ. (มหาว. อฏฺฐ. ๑๖๘);

สมานิเตติ สมฺมา อานีเต ปวตฺติเตติ อตฺโถ. โสติ สุตฺตุทฺเทโส. ปญฺจธาติ นิทานุทฺเทโส ปาราชิกุทฺเทโส สงฺฆาทิเสสุทฺเทโส อนิยตุทฺเทโส วิตฺถารุทฺเทโสติ เอวํ ปญฺจธา.

๔๑๓. วินานฺตรายนฺติ ราชนฺตราโย โจรนฺตราโย อคฺยนฺตราโย อุทกนฺตราโย มนุสฺสนฺตราโย อมนุสฺสนฺตราโย วาฬนฺตราโย สรีสปนฺตราโย ชีวิตนฺตราโย พฺรหฺมจริยนฺตราโยติ (มหาว. ๑๕๐) วุตฺเตสุ ทสสุ ยํ กิญฺจิ อนฺตรายํ วินา. สงฺเขเปนาติ วินา วิตฺถารํ. ‘‘เอตฺถ ทฺวีสุ ตีสุ วา อุทฺเทเสสุ วิสเทสุ เถโรว อิสฺสโร’’ติ วุตฺตตฺตา อวตฺตนฺเตปิ วฏฺฏตีติ โยชนา. เอตฺถาติ ปญฺจสุ อุทฺเทเสสุ. อวตฺตนฺเตติ เถรสฺส วิตฺถาเรน อวตฺตมาเน อปฺปคุเณ. วฏฺฏตีติ สํขิตฺเตน อุทฺทิสิตุมฺปิ วฏฺฏติ. อิมินาว ยสฺส กสฺสจิ อุทฺเทสกสฺส อวตฺตนฺเตปิ วฏฺฏตีติ วิญฺญายติ. ทฺวีสุ วตฺตมาเนสุ อิสฺสรตฺเต อธิเก วตฺตพฺพเมว นตฺถีติ ทสฺสนตฺถํ ‘‘ตีสู’’ติ วุตฺตํ. ‘‘เถโรว อิสฺสโร’’ติอาทินา อิทํ ปริทีเปติ – เทฺว อขณฺฑา สุวิสทา วาจุคฺคตา, เถราเธยฺยํ ปาติโมกฺขํ, สเจ ปน เอตฺตกมฺปิ วิสทํ กาตุํ น สกฺโกติ, พฺยตฺตสฺส ภิกฺขุโน อายตฺตํ โหติ, ตสฺมา สยํ อุทฺทิสิตพฺพํ, อญฺญา วา อชฺเฌสิตพฺโพติ.

๔๑๔. อุทฺทิสนฺเต สมา วา อถ โถกิกา วา ยทิ อาคจฺเฉยฺยุนฺติ สมฺพนฺธนียํ. อุทฺทิสนฺเต อาวาสิเกหิ ปาติโมกฺเข อุทฺทิสฺสมาเน. สมา วา โถกิกา วาติ อาวาสิเกหิ สมา วา โถกิกา วา อาคนฺตุกา ภิกฺขู. อวเสสกํ โสตพฺพนฺติ อิมินา เอตฺตาวตาปิ อุโปสโถ กโตเยว นามาติ ทีเปติ.

๔๑๕. อุทฺทิฏฺฐมตฺเตติ อุทฺทิฏฺฐํเยว อุทฺทิฏฺฐมตฺตํ. มตฺต-สทฺโท อวธารเณ. สกลาย เอกจฺจาย วา อุฏฺฐิตาย สมา วา โถกิกา วา ยทิ อาคจฺเฉยฺยุนฺติ โยชนา. สกลายาติ สพฺพาย ปริสาย. เอสํ สนฺติเก ปาริสุทฺธึ กเรยฺยุนฺติ เอสํ อาวาสิกานํ สมีเป เต อาคนฺตุกา ภิกฺขู ปาริสุทฺธิอุโปสถํ กเรยฺยุนฺติ อตฺโถ. อถ พหุกา เจ, สพฺพวิกปฺเปสุ ปุพฺพกิจฺจํ กตฺวาติ โยชนียํ. วิกปฺปียนฺติ ปริกปฺปียนฺตีติ วิกปฺปา, อวเสสสวนปาริสุทฺธิอุโปสถวิธานา สพฺเพ จ เต วิกปฺปา เจติ สพฺพวิกปฺปา. เตสุ. ปุนุทฺทิเสติ ปุน ปาติโมกฺขํ อุทฺทิเสยฺย.

๔๑๖. อิตรานนฺติ อาคนฺตุกานํ. อิตโรติ จาตุทฺทโส. เอตฺถ ปน เยสํ ปนฺนรโส, เต อตีตํ อุโปสถํ จาตุทฺทสิกํ อกํสูติ เวทิตพฺพา. อยเมตฺถาธิปฺปาโย – ตาทิเส ปจฺจเย สติ จาตุทฺทสิกสฺส กตตฺตา เตสํ ยถาวุตฺตตติยสตฺตมปกฺขสงฺขาตจาตุทฺทสิเก สมฺปตฺเต เตรสีจาตุทฺทสีกตฺตพฺพตฺตา อนุโปสถตฺตา ปน ตตฺถ อุโปสโถ น กโตติ จาตุทฺทโสเยว ปนฺนรโส ชาโต. สมาเนตเรติ สมา อูนา อิตเรติ ปทจฺเฉโท. อิตเรติ อาคนฺตุกา. ปุริมานํ อนุวตฺตนฺตูติ อาวาสิเกหิ ‘‘อชฺชุโปสโถ ปนฺนรโส’’ติ ปุพฺพกิจฺเจ กยิรมาเน ปุริมานํ อาวาสิกานํ อนุวตฺตนฺตูติ อตฺโถ. สเจธิกาติ ยทิ อาคนฺตุกา พหุกา โหนฺติ. ปุริมาติ อาวาสิกา. เตสํ อนุวตฺตนฺตูติ เตสํ อาคนฺตุกานํ ‘‘อชฺชุโปสโถ จาตุทฺทโส’’ติ ปุพฺพกิจฺเจ กยิรมาเน อนุวตฺตนฺตุ. เสเสปีติ อาคนฺตุกานํ ปนฺนรสวาเรปิ. อยํ นโยติ ‘‘อาคนฺตุกานํ ปนฺนรโส อิตรานํ สเจตโร’’ติอาทิโก อยเมว นโย. เอตฺถ ปน เยสํ ปนฺนรโส, เต ติโรรฏฺฐโต วา อาคตา อตีตํ วา อุโปสถํ จาตุทฺทสิกํ อกํสูติ เวทิตพฺโพ.

๔๑๗. อตีตุโปสถสฺส จาตุทฺทสิยํ กตตฺตา จาตุทฺทสิยํ ปนฺนรสุโปสโถ กโตติ ปนฺนรสี อาวาสิกานํ ปาฏิปโท ชาโตติ อาห ‘‘อาวาสิกานํ ปาฏิปโท’’ติ. อิตรานนฺติ อาคนฺตุกานํ. อุโปสโถติ ปนฺนรโส อุโปสโถ. สมโถกานนฺติ อตฺตนา สมานํ วา โถกานํ วา อาคนฺตุกานํ. มูลฏฺฐาติ อาวาสิกา. กามโต เทนฺตูติ อตฺตโน อิจฺฉาย เทนฺตุ.

๔๑๘. โน เจ เทนฺตีติ ยทิ อาวาสิกา กายสามคฺคึ น เทนฺติ, เตสํ ปน อาวาสิกานํ หิยฺโย อุโปสถสฺส กตตฺตา อชฺช อุโปสถกรณํ นตฺถิ. พหูสุ อนิจฺฉาย กายสามคฺคึ ทเทยฺยาติ โยชนา. พหูสูติ อาคนฺตุเกสุ พหุเกสุ. พหิ วา วเชติ อาวาสิกภิกฺขุปริสา นิสฺสีมํ วา วเชยฺยาติ อตฺโถ.

๔๑๙. สาเวยฺย สุตฺตนฺติ ปาติโมกฺขสงฺขาตํ สุตฺตํ วายมิตฺวา สาเวยฺย.

๔๒๐. สมฺมชฺชิตุํ …เป… อุทกาสนํ ปญฺญเปตุญฺจ มหาเถเรน เปสิโต กลฺโล น กเรยฺย ตถาติ สมฺพนฺโธ. กลฺโลติ อคิลาโน. ตถาติ ทุกฺกฏํ อติทิสติ. อาสเนสุ อสติ อนฺตมโส สาขาภงฺคมฺปิ กปฺปิยํ การาเปตฺวา ปญฺญเปตพฺพํ. เตเล อสติ กปลฺเล อคฺคิปิ ชาเลตพฺโพ.

๔๒๑-๓. ปฏฺฐเปตฺวา ทกาสนนฺติ ปริโภชนียปานีโยทกญฺจ อาสนญฺจ สนฺนิหิตํ กตฺวา. คณญตฺตินฺติ อิทานิ วกฺขมานํ คเณน ฐเปตพฺพํ ญตฺตึ. เตติ อญฺเญ ทุเว ภิกฺขู. สมตฺตปุพฺพารมฺเภนาติ สมตฺโต นิฏฺฐิโต ปุพฺเพสุ อุตฺตราสงฺคเอกํสกรณาทีสุ อารมฺโภ ยสฺสาติ ติปทพหุพฺพีหิ. นเวน เต เอวมีริยาติ สมฺพนฺโธ. เตติ อิตเร เทฺว.

๔๒๔. กตฺตพฺพํ กตฺวา ปุพฺพกิจฺจาทิกํ สมฺปาเทตฺวา นโว เอวํ อีริโยติ โยชนา.

๔๒๗. ยตฺถาติ ยสฺมึ วิหาเร เอเกกสฺส ปาริสุทฺธึ หริตฺวานาติ สมฺพนฺโธ. เอเกกสฺสาติ เอตฺถ วิจฺฉายํ ทฺวิตฺตํ. กิริยาย คุเณน ทพฺเพน วา ภินฺเน อตฺเถ พฺยาปิตุํ อิจฺฉา วิจฺฉา. เอตฺถ ปน ฉนฺทปาริสุทฺธิหรณสงฺขาตาย กิริยาย จตูสุ จ ตีสุ จ ทฺวีสุ จ ภินฺนเมเกกํ พฺยาปิตุํ สมฺพนฺธิตุํ อิจฺฉาติ วิจฺฉา. อิตรีตเรติ เอตฺถาปิ กรณกิริยาวเสน เวทิตพฺพํ. ตโย เทฺว เอโก วา ตํ ตํ สงฺฆุโปสถํ คณุโปสถํ ปุคฺคลุโปสถํ วาติ วุตฺตํ โหติ. อยเมตฺถาธิปฺปาโย – จตูสุ เอกสฺส อาหริตฺวา ตโย ปาริสุทฺธิอุโปสถํ กโรนฺติ, ตีสุ วา เอกสฺส อาหริตฺวา เทฺว สงฺฆุโปสถํ กโรนฺติ, อธมฺเมน วคฺคํ อุโปสถกมฺมํ. อถ ปน เอกสฺส อาหริตฺวา ตโย สงฺฆุโปสถํ กโรนฺติ, เอกสฺส อาหริตฺวา เทฺว ปาริสุทฺธิอุโปสถํ กโรนฺติ, อธมฺเมน วคฺคํ นาม โหติ. ยทิ ปน จตฺตาโรปิ สนฺนิปติตฺวา ปาริสุทฺธิอุโปสถํ กโรนฺติ, ตโย วา เทฺว วา สงฺฆุโปสถํ กโรนฺติ, อธมฺเมน สมคฺคํ นาม โหตีติ. ตพฺพิปริยาเยน ธมฺเมน สมคฺคํ เวทิตพฺพํ.

๔๒๘. วคฺเค สมคฺเค วา ‘‘วคฺโค’’ติ สญฺญิโน วิมติสฺส วา กโรโต ทุกฺกฏนฺติ สมฺพนฺโธ. วคฺเคติ วคฺคสงฺเฆ. วิมติสฺสาติ ‘‘วคฺโค นุ โข, สมคฺโค’’ติ เอวํ เวมติกสฺส. อิมินาว กุกฺกุจฺจปกตวาโรปิ อุปลกฺขิโต. กโรโตติ อุโปสถํ กโรนฺตสฺส. เภทาธิปฺปาเยน กโรโตติ โยชนา. เอตฺถ ปน ปาปสฺส พลวตาย ถุลฺลจฺจยํ วุตฺตํ. สญฺญิโนติ สญฺญาสีเสน จิตฺตํ วุตฺตํ, จิตฺตวโตติ อตฺโถ.

๔๒๙-๓๐. ‘‘อุกฺขิตฺตสฺสา’’ติอาทินา วชฺชนียปุคฺคเล ทสฺเสติ. อุกฺขิตฺตสฺสาติ กตฺตุอตฺเถ สามิวจนํ. นิสินฺนสทฺทสฺส กมฺมสาธนตฺตา อุกฺขิตฺตาทีหิ กตฺตูหิ ภวิตพฺพนฺติ. ‘‘เสสาน’’นฺติ วิเสสนสฺส ภิกฺขูนํ พฺยภิจาเรน สาตฺถกตา. อภพฺพสฺส ปณฺฑกาทิเอกาทสวิธสฺส อภพฺพสฺส. นิสินฺนปริสายญฺจ ปาติโมกฺขํ น อุทฺทิเสติ สมฺพนฺโธ. สภาคาปตฺติโก ตถา น อุทฺทิเสติ โยเชตพฺพํ. วิกาลโภชนาทิวตฺถุโต สมาโน ภาโค โกฏฺฐาโส เอติสฺสาติ สภาคา, สา อาปตฺติ อสฺสาติ พหุพฺพีหิ.

ฉนฺเทน ปริวุตฺเถนาติ เอตฺถ จตุพฺพิธํ ปาริวาสิยํ ปริสปาริวาสิยํ รตฺติปาริวาสิยํ ฉนฺทปาริวาสิยํ อชฺฌาสยปาริวาสิยนฺติ. ตตฺถ ภิกฺขู เกนจิเทว กรณีเยน สนฺนิปติตา โหนฺติ, อถ เมฆุฏฺฐานาทินา เกนจิเทว กรณีเยน อโนกาโส, อถ ‘‘อญฺญตฺถ คจฺฉามา’’ติ ฉนฺทํ อวิสฺสชฺชิตฺวาว อุฏฺฐหนฺติ, อิทํ ปริสปาริวาสิยํ นาม กิญฺจาปิ ปริสปาริวาสิยํ, ฉนฺทสฺส ปน อวิสฺสฏฺฐตฺตา กมฺมํ กาตุํ วฏฺฏติ.

‘‘ยาว ปน สพฺเพ สนฺนิปตนฺติ, ตาว ธมฺมํ สุณิสฺสามา’’ติ เอกํ อชฺเฌสนฺติ, ตสฺมึ ธมฺมกถํ กเถนฺเตเยว อรุโณ อุคฺคจฺฉติ, สเจ จาตุทฺทสิกํ กาตุํ นิสินฺนา, ปนฺนรโสติ กาตุํ วฏฺฏติ, สเจ ปนฺนรสิกํ กาตุํ นิสินฺนา, ปาฏิปเท อนุโปสเถ อุโปสถํ กาตุํ น วฏฺฏติ, อญฺญํ ปน สงฺฆกิจฺจํ กาตุํ วฏฺฏติ, อิทํ รตฺติปาริวาสิยํ นาม.

เอวํ ปน นิสินฺเน โกจิ นกฺขตฺตปาฐโก ภิกฺขุ ‘‘อชฺช นกฺขตฺตํ ทารุณํ, อิมํ กมฺมํ มา กโรถา’’ติ วทติ, เต ตสฺส วจเนน ฉนฺทํ วิสฺสชฺเชตฺวา ตตฺเถว นิสินฺนา โหนฺติ, อถญฺโญ อาคนฺตฺวา ‘‘นกฺขตฺตํ ปฏิมาเนนฺตํ, อตฺโถ พาลํ อุปจฺจคา’’ติ (ชา. ๑.๑.๔๙) วตฺวา ‘‘กึ นกฺขตฺเตน, กโรถา’’ติ วทติ, อิทํ ฉนฺทปาริวาสิยญฺเจว อชฺฌาสยปาริวาสิยญฺจ. เอกสฺมึ ปาริวาสิเย ปุน ฉนฺทปาริสุทฺธึ อาเนตฺวา กมฺมํ กาตุํ วฏฺฏติ.

๔๓๑. อาปนฺนญฺจ เวมติกญฺจ อเทสยิตฺวา วา นาวิกตฺวา วา อุโปสถํ กาตุํ น จ กปฺปตีติ สมฺพนฺโธ. นาวิกตฺวาติ ครุกาปตฺตึ อนาวิกตฺวา. น จาติ เนว.

๔๓๒. อฏฺฐิโตโปสถาติ อฏฺฐิโต อวิสฺสฏฺโฐ อุโปสโถ ยสฺมินฺติ พหุพฺพีหิ. ตทหูติ ตสฺมึ อุโปสถทิวเส. อนฺตรายํ วา สงฺฆํ วา วินา อธิฏฺฐาตุํ สีมเมว วา น วเชติ โยชนา. อธิฏฺฐาตุนฺติ อิมินา คณุโปสถมฺปิ อุปลกฺเขติ. สีมนฺติ อิมินา นทิมฺปิ.

อุโปสถนิทฺเทสวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๔๕. ปวารณานิทฺเทสวณฺณนา

๔๓๓. ‘‘อญฺญมญฺญปฺปวารณา’’ตฺยาทีนํ อญฺญมญฺเญหิ กาตพฺพา ปวารณา. ตตฺถ ติณฺณํ จตุนฺนญฺจ คณญตฺตึ ฐเปตฺวา อญฺญมญฺญปฺปวารณา, ทฺวินฺนํ ปน อฏฺฐเปตฺวาว. อธิฏฺฐานนฺติ อธิฏฺฐานปฺปวารณา, ยุปจฺจยนฺตานํ ภาเว นิยตนปุํสกตฺตา ‘‘อธิฏฺฐาน’’นฺติ วุตฺตํ. เสสา ปญฺจาทีหิ กาตพฺพา อวเสสา สงฺฆปฺปวารณา สงฺฆวเสน ญตฺตึ ฐเปตฺวา กาตพฺพา. เอเตน นวสุ สงฺฆปฺปวารณาทโย ติสฺโส ทสฺสิตา. นว หิ ปวารณา จาตุทฺทสี ปนฺนรสี สามคฺคีติ ทิวสวเสน, เตวาจี เทฺววาจี เอกวาจีติ กตฺตพฺพาการวเสน, สงฺเฆ ปวารณา, คเณ ปวารณา, ปุคฺคเล ปวารณาติ การกวเสน จ. ตตฺถ ปุริมวสฺสํวุตฺถานํ ปุพฺพกตฺติกปุณฺณมา วา เตสํเยว สเจ ภณฺฑนการเกหิ อุปทฺทุตา ปวารณํ ปจฺจุกฺกฑฺฒนฺติ, อถ กตฺติกมาสสฺส กาฬปกฺขจาตุทฺทโส วา ปจฺฉิมกตฺติกปุณฺณมา วา ปจฺฉิมวสฺสํวุตฺถานญฺจ ปจฺฉิมกตฺติกปุณฺณมา เอว วา ปวารณาทิวสา โหนฺติ. อิทํ ปน ปกติจาริตฺตํ. ตถารูปปฺปจฺจเย สติ ทฺวินฺนํ กตฺติกปุณฺณมานํ ปุริเมสุ จาตุทฺทเสสุปิ ปวารณํ กาตุํ วฏฺฏติ. ภินฺนสฺส ปน สงฺฆสฺส สามคฺคิยํ โย โกจิ ทิวโส ปวารณาทิวโส โหติ. อิมา ทิวสวเสน ติสฺโส ปวารณา. กตฺตพฺพาการวเสน ปน วกฺขมานนเยน วิญฺญาตพฺพา.

๔๓๔. ‘‘ปุพฺพกิจฺเจ’’ติอาทีสุ –

‘‘สมฺมชฺชนี ปทีโป จ, อุทกํ อาสเนน จ;

ปวารณาย เอตานิ, ปุพฺพกรณนฺติ วุจฺจติ.

‘‘ฉนฺทปฺปวารณา อุตุกฺขานํ, ภิกฺขุคณนา จ โอวาโท;

ปวารณาย เอตานิ, ปุพฺพกิจฺจนฺติ วุจฺจติ.

‘‘ปวารณา ยาวติกา จ ภิกฺขู กมฺมปฺปตฺตา,

สภาคาปตฺติโย จ น วิชฺชนฺติ;

วชฺชนียา จ ปุคฺคลา ตสฺมึ น โหนฺติ,

ปตฺตกลฺลนฺติ วุจฺจตี’’ติ. –

เอวํ อฏฺฐกถายํ วุตฺตา ปุพฺพกิจฺจาทโย เวทิตพฺพา. ญตฺตินฺติ อิทานิ วกฺขมานํ สามญฺญํ สงฺฆญตฺตึ. เอวํ ปน ญตฺติยา ฐปิตาย การเณ สติ เตวาจิกเทฺววาจิกเอกวาจิกสมานวสฺสิกวเสนปิ ปวาเรตุํ วฏฺฏติ. อยเมว ปน ญตฺติ ‘‘สงฺโฆ ปวาเรยฺยา’’ติ เอตฺถ ‘‘สงฺโฆ เตวาจิกํ ปวาเรยฺย, สงฺโฆ เทฺววาจิกํ ปวาเรยฺย, สงฺโฆ เอกวาจิกํ ปวาเรยฺย, สงฺโฆ สมานวสฺสิกํ ปวาเรยฺยา’’ติปิ ฐเปตุํ วฏฺฏติ. จาตุทฺทสิยํ ปน สามคฺคิยญฺจ ‘‘จาตุทฺทสี สามคฺคี’’ติ วตฺตพฺพํ.

๔๓๗. เถเรสุ อุกฺกุฏิกํ นิสชฺช ปวาเรนฺเตสุ นโว ยาว สยํ ปวาเรติ, ตาว อุกฺกุฏิโก เอว อจฺฉตูติ โยชนา. อจฺฉตูติ นิสีเทยฺย.

๔๔๐-๒. ธมฺมสากจฺฉา จ กลโห จาติ ทฺวนฺโท. รตฺติยา เขปิตภาวโต เตวาจิกาย โอกาเส อสติ ทสวิเธ วา อนฺตราเย สติ ‘‘สุณาตุ เม…เป… สมานวสฺสิกํ ปวาเรยฺยา’’ติ อนุรูปโต ญตฺตึ วตฺวา ยถาฐปิตญตฺติยา อนุรูเปน ปวาเรยฺยาติ สมฺพนฺโธ เวทิตพฺโพ. อนุรูปโตติ ‘‘สุณาตุ เม…เป… ทานํ เทนฺเตหิ รตฺติ เขปิตา, สเจ…เป… รตฺติ วิภายิสฺสติ, ยทิ สงฺฆสฺส ปตฺตกลฺล’’นฺติอาทินา เตน เขปิตรตฺติยา อนุรูเปน. ‘‘สุณาตุ เม ภนฺเต สงฺโฆ, อยํ ราชนฺตราโย, สเจ สงฺโฆ เตวาจิกํ…เป… สงฺโฆ ภวิสฺสติ, อถายํ ราชนฺตราโย ภวิสฺสติ, ยทิ สงฺฆสฺส ปตฺตกลฺล’’นฺติอาทินา ราชนฺตรายาทีนํ อนุรูเปน วาติ อตฺโถ. ‘‘อถายํ พฺรหฺมจริยนฺตราโย ภวิสฺสตี’’ติ ปน เปยฺยาลวเสน อนฺเต วุตฺตํ พฺรหฺมจริยนฺตรายํ คเหตฺวา วุตฺตํ. ‘‘เทฺววาจิก’’นฺติอาทิกํ ปน วิสุํ วิสุํ วตฺตพฺพมฺปิ ลงฺฆนกฺกเมน สมฺปิณฺเฑตฺวา วุตฺตํ. วจนสมเย ปน ‘‘เทฺววาจิกํ ปวาเรยฺย’’อิจฺจาทินา วตฺตพฺพํ. อาคจฺเฉยฺยุํ ยทิ สมาอาทิกา จาติ ‘‘อาคจฺเฉยฺยุํ ยทิ สมา’’อิจฺจาทโย อุโปสเถ วุตฺตา คาถาโย จ. เอตฺถาติ เอติสฺสํ ปวารณายํ. อยเมว จ อาหรณกฺกโม –

อาคจฺเฉยฺยุํ ยทิ สมา, ปวาเรนฺเตว โถกิกา;

ปวาริตา เต สุปฺปวาริตา, อญฺเญหิ จ ปวาริยํ;

ปวาริเตสุ สกลา-เยกจฺจายุฏฺฐิตาย วา.

ปวาเรยฺยุญฺจ เต เตสํ, สนฺติเก พหุกา สเจ;

กตฺวา สพฺพวิกปฺเปสุ, ปุพฺพกิจฺจํ ปุนุทฺทิเสติ.

‘‘อาวาสิกานํ ปนฺนรโส’’ติอาทิกา คาถาโย ปน เอตฺถาปิ สมานา.

๔๔๓. ญตฺตึ วตฺวาติ วกฺขมานคณญตฺตึ วตฺวา.

๔๔๔. สมุทีริยาติ อญฺเญ เทฺว ตโย วา วกฺขมานกฺกเมน วตฺตพฺพา.

๔๔๖-๘. กตฺตพฺพํ กตฺวาติ โยเชตพฺพํ. กตฺตพฺพนฺติ ปุพฺพกิจฺจาทิกํ. นเวนปิ ‘‘อหํ ภนฺเต…เป… ปฏิกริสฺสามี’’ติ เถโร อีริโยติ โยเชตพฺพํ. เอวนฺติ อิทานิ วกฺขมานํ ปรามสติ.

๔๔๙. ‘‘ยสฺมิ’’นฺติอาทิ วุตฺตนยตฺตา อุตฺตานเมว.

๔๕๐. คาถาโยติ ‘‘วคฺเค สมคฺเค วคฺโคติ, สญฺญิโน’’ติอาทิกา เหฏฺฐา วุตฺตคาถาโย วา. อยํ ปเนตฺถ วิเสโส – กโรโตติ เอตฺถ ปวารณํ กโรโตติ อตฺโถ คเหตพฺโพ. ตติย คาถาย ‘‘ปาติโมกฺขํ น อุทฺทิเส’’ติ อปเนตฺวา ‘‘โน กเรยฺย ปวารณ’’นฺติ ปทํ ปกฺขิปิตพฺพํ. จตุตฺถคาถาย ‘‘อนุโปสเถ’’ติอาทิคาถาพนฺธํ อปเนตฺวา ‘‘เนว ปวารเณ กาตุํ, สา กปฺปติ ปวารณา’’ติ ปกฺขิปิตพฺพํ. ปญฺจมคาถาย ‘‘อฏฺฐิโตโปสถาวาสา’’ติ อปเนตฺวา ‘‘ปวารณาฐิตาวาสา’’ติ ปกฺขิปิตพฺพํ.

๔๕๑. สงฺฆมฺหิ ปวาริเตวาติ ปุริมวสฺสูปคเต สงฺฆมฺหิ ปวาริเต เอว. ปาริสุทฺธิอุโปสถํ กเรยฺยาติ น เอกสฺมึ อุโปสถคฺเค เทฺว ญตฺติโย ฐเปตพฺพาติ อธิปฺปาโย. ปจฺฉิมิกาย อุปคนฺตฺวา อปรินิฏฺฐิตวสฺโส อวุตฺโถ. อนุปาคโตติ วสฺสํ อนุปาคโต. อยเมตฺถาธิปฺปาโย – ปุริมิกาย วสฺสํ อุปคตา ปญฺจ วา อติเรกา วา ปจฺฉิมิกาย อุปคตา เตหิ สมา วา อูนตรา วา ปุริมิกาย วา อุปคเตหิ ปจฺฉิมิกาย อุปคตา โถกตรา เจว โหนฺติ, สงฺฆปฺปวารณาย คณํ ปูเรนฺติ สงฺฆปฺปวารณาวเสน ญตฺตึ ฐเปตฺวา, อถ จ อุโภปิ เอกโต หุตฺวา สงฺฆํ น ปูเรนฺติ, คณํ ปน ปูเรนฺติ, คณญตฺตึ ฐเปตฺวา ปวาเรตพฺพํ, ปจฺฉา เตสํ สนฺติเก ปาริสุทฺธิอุโปสโถ กาตพฺโพ. ยทิ ปน ปุริมิกาย เอโก, ปจฺฉิมิกาย เอโก, เอเกน เอกสฺส สนฺติเก ปวาเรตพฺพํ, เอเกน ปาริสุทฺธิอุโปสโถ กาตพฺโพ. สเจ ปุริเมหิ วสฺสูปคเตหิ ปจฺฉา วสฺสูปคตา เอเกนปิ อธิกา สงฺฆํ ปูเรนฺติ, ปฐมํ ปาติโมกฺขํ อุทฺทิสิตฺวา ปจฺฉา เตสํ สนฺติเก ปวาเรตพฺพนฺติ. คเณปิ เอเสว นโย. เอวมุปริปิ ยถาโยคํ จินฺตนียํ.

๔๕๒. จาตุมาสินิยาติ อปรกตฺติกปุณฺณมายํ. สงฺเฆนาติ ปฐมํ วสฺสูปคเตน สงฺเฆน. วุตฺถา วสฺสา เยหิ เต วุตฺถวสฺสา, ปจฺฉิมวสฺสูปคตา. สเจ อปฺปตรา สิยุนฺติ อิมินา ยทิ อธิกตรา วา สมสมา วา โหนฺติ, ปวารณาญตฺตึ ฐเปตฺวา ปจฺฉิมวสฺสูปคเตหิ ปฐมํ ปวาริเต ปจฺฉา อิตเรหิ ปาริสุทฺธิอุโปสโถ กาตพฺโพติ ทีเปตีติ.

ปวารณานิทฺเทสวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๔๖. สํวรนิทฺเทสวณฺณนา

๔๕๓. สํวรณํ จกฺขุทฺวาราทีนํ สติกวาเฏน ปิทหนํ สํวโร. ตตฺถ กิญฺจาปิ จกฺขุนฺทฺริเย สํวโร นตฺถิ, น หิ จกฺขุปสาทํ นิสฺสาย สติ อุปฺปชฺชติ, เนว ภวงฺคสมเย อาวชฺชนาทีนํ อญฺญตรสมเย, ชวนกฺขเณ ปน อุปฺปชฺชตีติ ตทา สํวโร โหติ, เอวํ โหนฺเต ปน โส จกฺขุทฺวาราทีนํ สํวโรติ วุจฺจติ. จกฺขุโสตาทิเภเทหีติ จกฺขุ จ โสตญฺจ, ตานิ อาทิ เยสํ, เตว เภทา จาติ สมาโส, เตหิ ทฺวาเรหิ. อภิชฺฌาทิปฺปวตฺติยา อจฺจนฺโตปการกตฺตา กรณตฺเถ เจตฺถ ตติยา. เอเตน จกฺขุโสตฆานชิวฺหากายมนสงฺขาตานิ ทฺวารานิ วุตฺตานิ. รูปสทฺทาทิโคจเรติ รูปสทฺทคนฺธรสโผฏฺฐพฺพธมฺมสงฺขาเต วิสเย. อภิชฺฌาโทมนสฺสาทิปฺปวตฺตินฺติ เอตฺถ ปรสมฺปตฺตึ อภิมุขํ ฌายตีติ อภิชฺฌา, พลวตณฺหา. อาทิ-สทฺเทน มิจฺฉาทิฏฺฐิอาทโย อเนเก อกุสลา ธมฺมา สงฺคหิตา.

๔๕๔. สกํ จิตฺตํ กิฏฺฐาทึ ทุปฺปสุํ วิย นิคฺคเณฺหยฺยาติ สมฺพนฺโธ. กิฏฺฐนฺติ กิฏฺฐฏฺฐาเน อุปฺปนฺนํ สสฺสํ คหิตํ. กิฏฺฐํ อทตีติ กิฏฺฐาทิ, ตํ. สมฺปชาโนติ สาตฺถกสปฺปายโคจรอสมฺโมหสงฺขาเตน จตุสมฺปชญฺเญน สมฺมา ปชาโน. อิมินา อินฺทฺริยสํวรสีลํ กถิตํ.

สํวรนิทฺเทสวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๔๗. สุทฺธินิทฺเทสวณฺณนา

๔๕๕. เทสนา สํวโร เอฏฺฐิ ปจฺจเวกฺขณนฺติ เภทโต สุทฺธิ จตุพฺพิธาติ สมฺพนฺโธ. ‘‘ปจฺจเวกฺขณํ เภทโต’’ติ วตฺตพฺเพ นิคฺคหิตโลโป ทฏฺฐพฺโพ, เทสนาสุทฺธิ สํวรสุทฺธิ ปริเยฏฺฐิสุทฺธิ ปจฺจเวกฺขณสุทฺธีติ จตุพฺพิธาติ วุตฺตํ โหติ. ตตฺถ สุชฺฌตีติ สุทฺธิ, ยถาธมฺมํ เทสนาย สุทฺธิ เทสนาสุทฺธิ. วุฏฺฐานสฺสาปิ เจตฺถ เทสนาย เอว สงฺคโห ทฏฺฐพฺโพ. มูลาปตฺตีนํ ปน อภิกฺขุตาปฏิญฺญาว เทสนาติ เหฏฺฐา วุตฺตา, สาวสฺส ปาราชิกาปนฺนสฺส วิสุทฺธิ นาม โหติ. อยญฺหิ ยสฺมา ปาราชิกํ อาปนฺโน, ตสฺมา ภิกฺขุภาเว ฐตฺวา อภพฺโพ ฌานาทีนิ อธิคนฺตุํ. ภิกฺขุภาโว หิสฺส สคฺคนฺตราโย เจว โหติ, มคฺคนฺตราโย จ. วุตฺตเญฺหตํ –

‘‘สามญฺญํ ทุปฺปรามฏฺฐํ, นิรยายูปกฑฺฒตี’’ติ. (ธ. ป. ๓๑๑);

อปรมฺปิ วุตฺตํ –

‘‘สิถิโล หิ ปริพฺพโช, ภิยฺโย อากิรเต รช’’นฺติ. (ธ. ป. ๓๑๓);

อิจฺจสฺส ภิกฺขุภาโว วิสุทฺธิ นาม น โหติ. ยสฺมา ปน คิหิอาทิโก หุตฺวา ทานสรณสีลสํวราทีหิ สคฺคมคฺคํ วา ฌานวิโมกฺขมคฺคํ วา อาราเธตุํ ภพฺโพ โหติ, ตสฺมาสฺส คิหิอาทิภาโว วิสุทฺธิ นาม โหติ. อธิฏฺฐานวิสิฏฺเฐน สํวเรน วิสุทฺธิ สํวรวิสุทฺธิ. ธมฺเมน สเมน ปจฺจยานํ เอฏฺฐิยา สุทฺธิ เอฏฺฐิสุทฺธิ. จตูสุ ปจฺจเยสุ ปจฺจเวกฺขเณน สุทฺธิ ปจฺจเวกฺขณสุทฺธิ. ‘‘จตุพฺพิธา ปาตี’’ติอาทีสุ ปาติโมกฺขสํวรสมฺมตนฺติ ‘‘ปาติโมกฺขสํวโร’’ติ สมฺมตํ สีลํ.

๔๕๖. จิตฺตาธิฏฺฐานสํวรา สุชฺฌตีติ อินฺทฺริยสํวโร สํวรสุทฺธีติ วุตฺโตติ โยชนา.

๔๕๗. อเนสนํ ปหาย ธมฺเมน อุปฺปาเทนฺตสฺส เอฏฺฐิยา สุทฺธตฺตา อาชีวนิสฺสิตํ เอฏฺฐิสุทฺธีติ วุตฺตนฺติ สมฺพนฺโธ. อุปฺปาเทนฺตสฺสาติ ปจฺจเย อุปฺปาเทนฺตสฺส.

๔๕๘. ปจฺจเวกฺขณสุชฺฌนาติ เหตุมฺหิ ปญฺจมีติ.

สุทฺธินิทฺเทสวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๔๘. สนฺโตสนิทฺเทสวณฺณนา

๔๕๙. ปํสุกูลํ ปิณฺฑิยาโลโป รุกฺขมูลํ ปูติมุตฺตเภสชฺชนฺติ อิเม จตฺตาโร ปจฺจยา อปฺปคฺฆนกตาย อปฺปา เจว กสฺสจิปิ อาลยาภาเวน อนวชฺชา จ คตคตฏฺฐาเน ลพฺภมานตาย สุลภา จาติ วุจฺจนฺติ, เตนาห ‘‘อปฺเปนา’’ติอาทิ. มตฺตญฺญูติ ปริเยสนปฺปฏิคฺคหณปริโภควิสฺสชฺชเนสุ จตูสุ มตฺตญฺญุตาวเสน ปมาณญฺญู.

๔๖๐. กถํ สนฺตุฏฺโฐติ อาห ‘‘อตีต’’นฺติอาทิ. ปจฺจุปฺปนฺเนน ยาเปนฺโตติ ยถาลาภยถาพลยถาสารุปฺปวเสน ปจฺจุปฺปนฺเนน ยถาวุตฺตจตุพฺพิธปจฺจเยน ยาเปนฺโตติ.

สนฺโตสนิทฺเทสวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๔๙. จตุรารกฺขนิทฺเทสวณฺณนา

๔๖๑-๒. พุทฺธานุสฺสติ …เป… มรณสฺสตีติ อิมา จตุรารกฺขา นามาติ เสโส. อารกตฺตาทินาติ อารกภาโว อารกตฺตํ, ตํ อาทิ ยสฺส ‘‘อรีนํ หตตฺตา’’ติอาทิกสฺส ตํ อารกตฺตาทิ. เตน เตน มคฺเคน สวาสนานํ อรานํ หตตฺตา อารกา สพฺพกิเลเสหิ สุวิทูรวิทูเร ฐิโตติ อา-การสฺส รสฺสตฺตํ, ก-การสฺส ห-การํ สานุนาสิกํ กตฺวา ‘‘อรห’’นฺติ ปทสิทฺธิ เวทิตพฺพา. ‘‘อารกา’’ติ จ วุตฺเต สามญฺญโชตนาย วิเสเส อวฏฺฐานโต, วิเสสตฺถินา จ วิเสสสฺส อนุปฺปโยชิตพฺพตฺตา ‘‘กิเลเสหี’’ติ ลพฺภติ.

สมฺมาติ อวิปรีตํ. สามนฺติ สยเมว, อปรเนยฺโย หุตฺวาติ อตฺโถ. ‘‘สมฺพุทฺโธ’’ติ หิ เอตฺถ สํ-สทฺโท ‘‘สย’’นฺติ เอตสฺส อตฺถสฺส โพธโก ทฏฺฐพฺโพ. พุทฺธโตติ ภาวปฺปธาโนยํ นิทฺเทโส, พุทฺธตฺตาติ อตฺโถ. ‘‘อรหํ’’ อิติ วา ‘‘สมฺมาสมฺพุทฺโธ’’ อิติ วา ภควโต นวเภเท คุเณ ยา ปุนปฺปุนํ อนุสฺสติ, สา พุทฺธานุสฺสตีติ โยชนา. ‘‘สมฺมาสมฺพุทฺโธ อิตี’’ติ วตฺตพฺเพ อ-กาโร สนฺธิวเสน อาคโต. อิติ-สทฺโท ปเนตฺถ อาทิอตฺโถ, อิจฺจาทีติ อตฺโถ. นวเภเทติ ‘‘อนุตฺตโร ปุริสทมฺมสารถี’’ติ เอกโต คเหตฺวา. เอตฺถ ปน อุปจาโร อุปฺปชฺชติ, น อปฺปนา, ตถา มรณสฺสติยํ. อิตเรสุ ปน อุภยมฺปิ อุปฺปชฺชตีติ เวทิตพฺพํ. พุทฺธานุสฺสติ.

๔๖๓-๔. ‘‘สีมฏฺฐา’’ติอาทินา เมตฺตาภาวนํ ทสฺเสติ. สีมฏฺฐสงฺเฆติ สีมายํ ติฏฺฐตีติ สีมฏฺโฐ, โสว สงฺโฆ. โคจรคามมฺหิ อิสฺสเร ชเนติ สมฺพนฺโธ. ตตฺถ มานุเส อุปาทาย สพฺพสตฺเตสูติ โยเชตพฺพํ. ตตฺถาติ ตสฺมึ คาเม. สุขิตา โหนฺตุ อเวราติ ปทจฺเฉโท. อาทินาติ ‘‘อพฺยาปชฺชา โหนฺตุ, อนีฆา โหนฺตุ, สุขี อตฺตานํ ปริหรนฺตู’’ติ อิมินา. ปริจฺฉิชฺช ปริจฺฉิชฺชาติ ‘‘อิมสฺมึ วิหาเร สพฺเพ ภิกฺขู’’ติอาทินา เอวมฺปิ ปริจฺฉินฺทิตฺวา ปริจฺฉินฺทิตฺวา. เมตฺตาภาวนา.

๔๖๕-๖. อิทานิ อสุภํ นิทฺทิสนฺโต สพฺพปฐมํ สาเธตพฺพํ สตฺตวิธมุคฺคหโกสลฺลํ ‘‘วณฺเณ’’จฺจาทินา ทสฺเสติ. สตฺตวิธญฺหิ ตํ นยโต อาคตํ วาจาสชฺฌายมนสาสชฺฌาเยหิ สทฺธึ. ตตฺถ ปฐมํ วาจาย สชฺฌายนฺเตน จตฺตาริ ตจปญฺจกาทีนิ ปริจฺฉินฺทิตฺวา อนุโลมปฺปฏิโลมวเสน กาตพฺพํ. ยถา ปน วจสา, ตเถว มนสาปิ สชฺฌาโย กาตพฺโพ. วจสา สชฺฌาโย หิ มนสา สชฺฌายสฺส ปจฺจโย. โส ปน ลกฺขณปฺปฏิเวธสฺส ปจฺจโย. ตตฺถ วณฺโณ นาม เกสาทีนํ วณฺโณ. สณฺฐานํ เตสํเยว สณฺฐานํ. โอกาโส เตสํเยว ปติฏฺโฐกาโส. ทิสา นาภิโต อุทฺธํ อุปริมทิสา, อโธ เหฏฺฐิมา. ปริจฺเฉโท นาม ‘‘อยํ โกฏฺฐาโส เหฏฺฐา จ อุปริ จ ติริยญฺจ อิมินา นาม ปริจฺฉินฺโน’’ติ เอวํ สภาคปริจฺเฉโท เจว ‘‘เกสา น โลมา, โลมา น เกสา’’ติ เอวํ อมิสฺสกตาวเสน วิสภาคปริจฺเฉโท จ. เกสาทิโกฏฺฐาเส ววตฺถเปตฺวาติ สมฺพนฺโธ. ววตฺถเปตฺวาติ วุตฺตนเยน ววตฺถเปตฺวา.

เอวํ ววตฺถเปนฺเตน ยถาวุตฺตํ สตฺตวิธํ อุคฺคหโกสลฺลํ สมฺปาเทตฺวา อฏฺฐารสวิธํ มนสิการโกสลฺลํ สมฺปาเทตพฺพนฺติ ทสฺเสตุํ ‘‘อนุปุพฺพโต’’ติอาทิมาห. ตตฺถ อปฺปนาโต ตโย จ สุตฺตนฺตาติ อิเม จตฺตาโรปิ นยโตวาคเต นาติสีฆาทีสุ ปกฺขิปิตฺวา ทสวิธตา เวทิตพฺพา. อนุปุพฺพโตติ สชฺฌายกรณโต ปฏฺฐาย อนุปฏิปาฏิยา. นาติสีฆํ นาติสณิกํ กตฺวาติ กิริยาวิเสสนํ. วิกฺเขปํ ปฏิพาหยนฺติ กมฺมฏฺฐานํ วิสฺสชฺเชตฺวา พหิทฺธา ปุถุตฺตารมฺมเณ เจตโส วิกฺเขปํ ปฏิพาหนฺโต. ปณฺณตฺตึ สมติกฺกมฺมาติ ยายํ ‘‘เกสา โลมา’’ติ ปณฺณตฺติ, ตํ อติกฺกมิตฺวา, ‘‘ปฏิกฺกูล’’นฺติ จิตฺตํ ฐเปตฺวาติ อธิปฺปาโย. อนุปุพฺพโต มุญฺจนฺตสฺสาติ โย โย โกฏฺฐาโส น อุปฏฺฐาติ, ตํ ตํ อนุกฺกเมน มุญฺจโต, ตสฺส ‘‘ภาวนา’’ติ อิมินา สมฺพนฺโธ เวทิตพฺโพ.

๔๖๗. เอวํ อุภยโกสลฺลํ สมฺปาเทตฺวา สพฺพโกฏฺฐาเส วณฺณาทิวเสน ววตฺถเปตฺวา วณฺณาทิวเสเนว ปญฺจธา ปฏิกฺกูลตา ววตฺถเปตพฺพาติ ทสฺเสตุํ ‘‘วณฺณา’’ติอาทิมาห. วณฺณ…เป… โอกาเสหิ โกฏฺฐาเส ปฏิกฺกูลาติ ภาวนา อสุภนฺติ โยชนา. ตตฺร เกสา ตาว ปกติวณฺเณน กาฬกา อทฺทาริฏฺฐกวณฺณา, สณฺฐานโต ทีฆวฏฺฏตุลาทณฺฑสณฺฐานา, ทิสโต อุปริมทิสาย ชาตา, โอกาสโต อุโภสุ ปสฺเสสุ กณฺณจูฬิกาหิ, ปุรโต นฬาฏนฺเตน, ปจฺฉโต คฬวาฏเกน ปริจฺฉินฺนา, สีสกฏาหเวฐนอลฺลจมฺมํ เกสานํ โอกาโส. ปริจฺเฉทโต เกสา สีสเวฐนจมฺเม วีหคฺคมตฺตํ ปวิสิตฺวา ปติฏฺฐิเตน เหฏฺฐา อตฺตโน มูลตเลน, อุปริ อากาเสน, ติริยํ อญฺญมญฺเญน ปริจฺฉินฺนา. เทฺว เกสา เอกโต นตฺถีติ อยํ สภาคปริจฺเฉโท. ‘‘เกสา น โลมา, โลมา น เกสา’’ติ เอวํ อวเสสเอกตึ สโกฏฺฐาเสหิ อมิสฺสีกตา เกสา นาม ปาฏิเยกฺโก เอโก โกฏฺฐาโสติ อยํ วิสภาคปริจฺเฉโท. อิทํ เกสานํ วณฺณาทิโต นิจฺฉยนํ. อิทํ ปน เนสํ วณฺณาทิวเสน ปญฺจธา ปฏิกฺกูลโต นิจฺฉยนํ – เกสา นาเมเต วณฺณโตปิ ปฏิกฺกูลา อาสยโตปิ สณฺฐานโตปิ คนฺธโตปิ โอกาสโตปิ ปฏิกฺกูลาติ เอวํ เสสโกฏฺฐาสานมฺปิ ยถาโยคํ เวทิตพฺพํ.

อุทฺธุมาตาทิวตฺถูสูติ อุทฺธุมาตกวินีลกวิปุพฺพกวิจฺฉิทฺทกวิกฺขายิตกวิกฺขิตฺตกหตวิ- กฺขิตฺตกโลหิตกปุฬวกอฏฺฐิกสงฺขาเตสุ ทเสสุ อวิญฺญาณกอสุภวตฺถูสุ อสุภาการํ คเหตฺวา ปวตฺตา ภาวนา วา อสุภนฺติ สมฺพนฺโธ. อสุภภาวนา.

๔๖๘. ‘‘มรณํ เม ภวิสฺสตี’’ติ วา ‘‘ชีวิตํ เม อุปรุชฺฌตี’’ติ วา ‘‘มรณํ มรณ’’นฺติ วา โยนิโส ภาวยิตฺวานาติ โยชนา. ชีวิตนฺติ รูปชีวิตินฺทฺริยญฺจ อรูปชีวิตินฺทฺริยญฺจ. โยนิโสติ อุปาเยน. เอวํ ปวตฺตยโตเยว หิ เอกจฺจสฺส นีวรณานิ วิกฺขมฺภนฺติ, มรณารมฺมณา สติ สณฺฐาติ, อุปจารปฺปตฺตเมว กมฺมฏฺฐานํ โหติ.

๔๖๙-๔๗๐. ยสฺส ปน เอตฺตาวตา น โหติ, เตน วธกปจฺจูปฏฺฐานาทีหิ อฏฺฐหากาเรหิ มรณํ อนุสฺสริตพฺพนฺติ ทสฺเสตุํ ‘‘วธกสฺเสวา’’ติอาทิมาห. วธกสฺส อิว อุปฏฺฐานาติ ‘‘อิมสฺส สีสํ ฉินฺทิสฺสามี’’ติ อสึ คเหตฺวา คีวาย สญฺจารยมานสฺส วธกสฺส วิย มรณสฺส อุปฏฺฐานโต. สมฺปตฺตีนํ วิปตฺติโตติ โภคสมฺปตฺติยา ชีวิตสมฺปตฺติยา จ วินาสมรณสงฺขาตวิปตฺติโต. อุปสํหรโตติ ยสมหตฺตโต ปุญฺญมหตฺตโต ถามมหตฺตโต อิทฺธิมหตฺตโต ปญฺญามหตฺตโต ปจฺเจกพุทฺธโต สมฺมาสมฺพุทฺธโตติ อิเมหิ สตฺตหากาเรหิ อตฺตโน อุปสํหรณโต. กายพหุสาธารณาติ อสีติยา กิมิกุลานํ, อเนกสตานํ โรคานํ, พาหิรานญฺจ อหิวิจฺฉิกาทีนํ มรณสฺส ปจฺจยานํ สาธารณโต. อายุทุพฺพลโตติ อสฺสาสปสฺสาสูปนิพทฺธตฺตอิริยาปถูปนิพทฺธตฺตาทินา อายุโน ทุพฺพลโต. กาลววตฺถานสฺส อภาวโตติ ‘‘อิมสฺมึเยว กาเล มริตพฺพํ, น อญฺญสฺมิ’’นฺติ เอวํ กาลววตฺถานสฺส อภาวโต. อทฺธานสฺส ปริจฺเฉทาติ ‘‘มนุสฺสานํ ชีวิตสฺส ปริจฺเฉโท นาม เอตรหิ ปริตฺโต, อทฺธา โย จิรํ ชีวติ, โส วสฺสสตํ ชีวตี’’ติ เอวํ อทฺธานสฺส กาลสฺส ปริจฺเฉทโต.

เอตฺถ ปน กมฺมฏฺฐานํ ภาเวตฺวา วิปสฺสนาย สห ปฏิสมฺภิทาหิ อรหตฺตํ ปตฺตุกาเมน พุทฺธปุตฺเตน ยํ กาตพฺพํ, ตํ อาทิกมฺมิกสฺส กุลปุตฺตสฺส วเสน อาทิโต ปฏฺฐาย สงฺเขเปโนปทิสฺสาม. จตุพฺพิธํ ตาว สีลํ โสเธตพฺพํ. ตตฺถ ติวิธา วิสุชฺฌนา อนาปชฺชนํ, อาปนฺนวุฏฺฐานํ, กิเลเสหิ จ อปฺปฏิปีฬนํ. เอวํ วิสุทฺธสีลสฺส หิ ภาวนา สมฺปชฺชติ. ยมฺปิทํ เจติยงฺคณวตฺตาทีนํ วเสน อาภิสมาจาริกสีลํ วุจฺจติ, ตมฺปิ สาธุกํ ปริปูเรตพฺพํ. ตโต –

‘‘อาวาโส จ กุลํ ลาโภ, คโณ กมฺมญฺจ ปญฺจมํ;

อทฺธานํ ญาติ อาพาโธ, คนฺโถ อิทฺธีติ เต ทสา’’ติ. (วิสุทฺธิ. ๑.๔๑) –

เอวํ วุตฺเตสุ ทสสุ ปลิโพเธสุ โย ปลิโพโธ, โย อุปจฺฉินฺทิตพฺโพ. เอวํ อุปจฺฉินฺนปลิโพเธน –

‘‘ปิโย ครุ ภาวนีโย, วตฺตา จ วจนกฺขโม;

คมฺภีรญฺจ กถํ กตฺตา, โน จาฏฺฐาเน นิโยชโก’’ติ. (อ. นิ. ๗.๓๗) –

เอวํ วุตฺตลกฺขณํ อาจริยํ อุปสงฺกมิตฺวา กมฺมฏฺฐานํ อุคฺคเหตพฺพํ. ตํ ทุวิธํ โหติ สพฺพตฺถกกมฺมฏฺฐานญฺจ ปาริหาริยกมฺมฏฺฐานญฺจ. ตตฺถ สพฺพตฺถกกมฺมฏฺฐานํ นาม ภิกฺขุสงฺฆาทีสุ เมตฺตา, มรณสฺสติ จ, ‘‘อสุภสญฺญา’’ติปิ เอเก. เอตํ ปน ตยํ สพฺพตฺถ อตฺถยิตพฺพํ อิจฺฉิตพฺพนฺติ กตฺวา, อธิปฺเปตสฺส จ โยคานุโยคกมฺมสฺส ปทฏฺฐานตฺตา ‘‘สพฺพตฺถกกมฺมฏฺฐาน’’นฺติ วุจฺจติ. อฏฺฐตึสารมฺมเณสุ ปน ยํ ยสฺส จริตานุกูลํ, ตํ ตสฺส นิจฺจํ ปริหริตพฺพตฺตา ยถาวุตฺเตเนว นเยน ‘‘ปาริหาริยกมฺมฏฺฐาน’’นฺติ วุจฺจติ, ตโต –

‘‘มหาวาสํ นวาวาสํ, ชราวาสญฺจ ปนฺถนึ;

โสณฺฑึ ปณฺณญฺจ ปุปฺผญฺจ, ผลํ ปตฺถิตเมว จ.

‘‘นครํ ทารุนา เขตฺตํ, วิสภาเคน ปฏฺฏนํ;

ปจฺจนฺตสีมาสปฺปายํ, ยตฺถ มิตฺโต น ลพฺภติ.

‘‘อฏฺฐารเสตานิ ฐานานิ, อิติ วิญฺญาย ปณฺฑิโต;

อารกา ปริวชฺเชยฺย, มคฺคํ สปฺปฏิภยํ ยถา’’ติ. (วิสุทฺธิ. ๑.๕๒) –

วุตฺตอฏฺฐารสเสนาสนโทสวชฺชิตํ ‘‘อิธ, ภิกฺขเว, เสนาสนํ นาติทูรํ โหติ นจฺจาสนฺนํ คมนาคมนสมฺปนฺนํ ทิวา อปฺปากิณฺณํ รตฺตึ อปฺปสทฺทํ อปฺปนิคฺโฆสํ อปฺปฑํสมกสวาตาตปสรีสปสมฺผสฺสํ. ตสฺมึ โข ปน เสนาสเน วิหรนฺตสฺส อปฺปกสิเรเนว อุปฺปชฺชนฺติ จีวรปิณฺฑปาตเสนาสนคิลานปจฺจยเภสชฺชปริกฺขารา. ตสฺมึ โข ปน เสนาสเน เถรา ภิกฺขู วิหรนฺติ พหุสฺสุตา อาคตาคมา ธมฺมวินยธรา มาติกาธรา. เต กาเลน กาลํ อุปสงฺกมิตฺวา ปริปุจฺฉติ ปริปญฺหติ ‘อิทํ ภนฺเต กถํ, อิมสฺส โก อตฺโถ’ติ. ตสฺส เต อายสฺมนฺโต อวิวฏญฺเจว วิวรนฺติ, อนุตฺตานีกตญฺจ อุตฺตานึ กโรนฺติ, อเนกวิหิเตสุ จ กงฺขาฐานีเยสุ ธมฺเมสุ กงฺขํ ปฏิวิโนเทนฺติ. เอวํ โข, ภิกฺขเว, เสนาสนํ ปญฺจงฺคสมนฺนาคตํ โหตี’’ติ (อ. นิ. ๑๐.๑๑) วุตฺตปญฺจงฺคสมนฺนาคตํ เสนาสนํ อุปคมฺม ตตฺถ วสนฺเตน ‘‘ทีฆานิ เกสโลมนขานิ ฉินฺทิตพฺพานิ, ชิณฺณจีวเรสุ อคฺคฬอนุวาตปริภณฺฑทานาทินา ทฬฺหีกมฺมํ วา ตนฺตจฺเฉทาทีสุ ตุนฺนกมฺมํ วา กาตพฺพํ, กิลิฏฺฐานิ รชิตพฺพานิ, สเจ ปตฺเต มลํ โหติ, ปตฺโต ปจิตพฺโพ, มญฺจปีฐาทีนิ โสเธตพฺพานี’’ติ เอวํ วุตฺตอุปจฺฉินฺนขุทฺทกปลิโพเธน กตภตฺตกิจฺเจน ภตฺตสมฺมทํ วิโนเทตฺวา รตนตฺตยคุณานุสฺสรเณน จิตฺตํ สมฺปหํเสตฺวา อาจริยุคฺคหโต เอกปทมฺปิ อสมฺมุยฺหนฺเตน มนสิ กาตพฺพนฺติ.

จตุรารกฺขนิทฺเทสวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๕๐. วิปสฺสนานิทฺเทสวณฺณนา

๔๗๑-๒. นามรูปนฺติ จิตฺตเจตสิกสงฺขาตํ นามญฺจ อฏฺฐวีสติวิธํ รูปญฺจ. ‘‘นมนลกฺขณํ นามํ, รุปฺปนลกฺขณํ รูปํ, นามรูปโต น อญฺโญ อตฺตาทิโก โกจิ อตฺถี’’ติ เอวํ ฌานลาภี เจ, ฌานโต วุฏฺฐาย ฌานคตํ วา วิปสฺสนายานิโก เจ, ปกิณฺณกภูตํ นามรูปํ ปริคฺคเหตฺวา. ปาติโมกฺขสํวราทิ สีลวิสุทฺธิ, จตุรารกฺขวเสน ทีปิตา โสปจารสมาธิสงฺขาตา จิตฺตวิสุทฺธิ จ วุตฺตาว นามาติ อิมินา ทิฏฺฐิวิสุทฺธิ กถิตา. ตโต ตสฺส ปจฺจยญฺจ ปริคฺคเหตฺวาติ สมฺพนฺโธ. ตสฺส ปจฺจยนฺติ ‘‘ปฏิสนฺธิกฺขเณ นามรูปทฺวยเมว อวิชฺชาตณฺหาอุปาทานกมฺเมหิ อุปฺปชฺชติ, น อิสฺสราทิการเณนา’’ติอาทินา ตสฺส การณํ, อิมินา กงฺขาวิตรณวิสุทฺธิ ทสฺสิตา.

หุตฺวา อภาวโต อนิจฺจาติ สพฺเพปิ นามรูปสงฺขารา อุปฺปชฺชิตฺวา อภาวาปชฺชนโต อนิจฺจา. อุทยพฺพยปีฬนา ทุกฺขาติ อุปฺปาทนิโรธวเสน ปีฬนโต ทุกฺขา. อวสวตฺติตฺตา อนตฺตาติ อตฺตโน วเส อวตฺตนโต อนตฺตาติ เอวํ สงฺขาเรหิ สทฺธึ ติลกฺขณํ อาโรเปตฺวา. ปุนปฺปุนํ สมฺมสนฺโตติ ยถาวุตฺตนเยน สมฺมสนฺโต สมถยานิโก วิปสฺสนายานิโก จ โยคาวจโร. อิมินา มคฺคามคฺคญาณทสฺสนวิสุทฺธิ, ปฏิปทาญาณทสฺสนวิสุทฺธิ จ ทสฺสิตา. สงฺขารานเมว หิ อุทยพฺพยาทินานุปสฺสนโต อุทยพฺพยภงฺคภยอาทีนวนิพฺพิทามุญฺจิตุกมฺยตาปฏิสงฺขานุปสฺสนาส- งฺขารุเปกฺขาญาณสงฺขาตสฺส อฏฺฐวิธสฺส ญาณสฺส วเสน สิขาปฺปตฺตํ วิปสฺสนาญาณํ ปฏิปทาญาณทสฺสนวิสุทฺธิ นาม. อนุปุพฺเพน สพฺพสํโยชนกฺขยํ ปาปุเณยฺยาติ อิมินา ญาณทสฺสนวิสุทฺธิ ทสฺสิตา. สพฺพสํโยชนกฺขยนฺติ โอรมฺภาคิยานํ ปญฺจนฺนํ สํโยชนานํ เหฏฺฐา มคฺคตฺตเยน เขปิตตฺตา, อิตเรสํ อุทฺธมฺภาคิยานํ สํโยชนานํ เขปิตตฺตา จ สพฺเพสํ สํโยชนานํ ขยนฺเต ชาตํ อรหตฺตมคฺคํ.

นิคมนกถาวณฺณนา

๔๗๓. ยสฺมา การณา ยา สิกฺขนา, อยํ ภิกฺขุกิจฺจํ, อโต ตสฺมา การณาติ อตฺโถ.

๔๗๔. นิจฺจโส โลกวิจาริโนติ นิจฺจํ โลเก วิจรโต. มาลุตสฺเสว ปริสฺสโม น สมฺโภตีติ โยชนา. มาลุตสฺเสวาติ วาตสฺส อิว. น สมฺโภตีติ น โหติ.

๔๗๕-๖. ตมฺพปณฺณิ เอว ตมฺพปณฺณิโย, เกตุ วิย เกตุ, ตมฺพปณฺณิเย เกตูติ ตปฺปุริโส. เตน รจิตา ธมฺมวินยญฺญุปสํสิตา อยํ ขุทฺทสิกฺขา ปริมาณโต คาถานํ ปญฺจมตฺเตหิ สเตหิ เอตฺตาวตา นิฏฺฐานมุปาคตาติ สมฺพนฺโธ.

นิคมนกถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

นิคมนกถา

การาปิเตติรุจิเร ปวเร วิหาเร;

มานาธิการิปุรินา ครุนา คุเณน;

วสฺสํ วสํ ทมิฬโส วิธหํ อกาสึ;

อากงฺขฏีก ชินสาสนสมฺปวุทฺธึ.

ปุญฺเญน สตฺถรจนาชนิเตน เตน;

สมฺพุทฺธสาสนวโรทยการเณน;

โลกามิเสสุ ปน เม สมยํ อลคฺโค;

สมฺพุทฺธสาสนวโรทยมาจเรยฺยํ.

อตฺเถสุ อกฺขรปเทสุ วินิจฺฉเยสุ;

ปุพฺพาปเรสุ ลิขิตํ ขลิตํ ยทตฺถิ;

โอหาย ขนฺตุมรหนฺติ วทนฺตุ สนฺตา;

ทิฏฺฐาปราธมถ วา กิมุลาลเนน.

เยนนฺตตนฺตรตนากรมนฺถเนน;

มนฺถาจโลลฺลสิตญาณวเรน ลทฺธา;

สารามตาติสุขิตา สุขยนฺติ จญฺเญ;

เต เม ชยนฺติ ครโว ครโว คุเณหิ.

ปรตฺถสมฺปาทนโต, ปุญฺเญนาธิคเตนหํ;

ปรตฺถสมฺปาทนโก, ภเวยฺยํ ชาติชาติยํ.

สิสฺโส อาห –

ปรมปฺปิจฺฉตาเนกสนฺโตโสปสเมสินํ;

สุจิสลฺเลขวุตฺตีนํ, สทารญฺญนิวาสินํ.

สาสนุชฺโชตการีนํ, อาเจรตฺตมุปาคตํ;

อุทุมฺพรคิริขฺยาตยตีนํ ยติปุงฺควํ.