๔๔. อุโปสถนิทฺเทสวณฺณนา

๔๑๑. สุตฺตุทฺเทโส สงฺฆสฺเสว. เสสานนฺติ ทฺวินฺนํ ติณฺณํ วา.

๔๑๒. ปุพฺพกรเณ ปุพฺพกิจฺเจ, ปตฺตกลฺเล สมานิเตติ สพฺพปฐมํ กตฺตพฺพํ ปุพฺพกรณํ. ตทนนฺตรํ กตฺตพฺพํ ปุพฺพกิจฺจํ นาม. เอตฺถ –

‘‘สมฺมชฺชนี ปทีโป จ, อุทกํ อาสเนน จ;

อุโปสถสฺส เอตานิ, ปุพฺพกรณนฺติ วุจฺจติ.

‘‘ฉนฺทปาริสุทฺธิอุตุกฺขานํ, ภิกฺขุคณนา จ โอวาโท;

อุโปสถสฺส เอตานิ, ปุพฺพกิจฺจนฺติ วุจฺจตี’’ติ –. (มหาว. อฏฺฐ. ๑๖๘);

เอวํ อฏฺฐกถายํ วุตฺตนเยน ปุพฺพกรณญฺจ ปุพฺพกิจฺจญฺจ เวทิตพฺพํ.

‘‘อุโปสโถ ยาวติกา จ ภิกฺขู กมฺมปฺปตฺตา,

สภาคาปตฺติโย จ น วิชฺชนฺติ;

วชฺชนียา จ ปุคฺคลา ตสฺมึ น โหนฺติ,

ปตฺตกลฺลนฺติ วุจฺจตี’’ติ –. (มหาว. อฏฺฐ. ๑๖๘);

วุตฺตวเสน ปตฺตกลฺเล สมานิเต, ปชฺชิเตติ อตฺโถ. ‘‘ปญฺจิเม, ภิกฺขเว, ปาติโมกฺขุทฺเทสา. นิทานํ อุทฺทิสิตฺวา อวเสสํ สุเตน สาเวตพฺพํ, อยํ ปฐโม ปาติโมกฺขุทฺเทโส. นิทานํ อุทฺทิสิตฺวา จตฺตาริ ปาราชิกานิ อุทฺทิสิตฺวา อวเสสํ สุเตน สาเวตพฺพํ, อยํ ทุติโย ปาติโมกฺขุทฺเทโส. นิทานํ อุทฺทิสิตฺวา จตฺตาริ ปาราชิกานิ อุทฺทิสิตฺวา เตรส สงฺฆาทิเสเส อุทฺทิสิตฺวา อวเสสํ สุเตน สาเวตพฺพํ, อยํ ตติโย ปาติโมกฺขุทฺเทโส. นิทานํ อุทฺทิสิตฺวา จตฺตาริ ปาราชิกานิ อุทฺทิสิตฺวา เตรส สงฺฆาทิเสเส อุทฺทิสิตฺวา เทฺว อนิยเต อุทฺทิสิตฺวา อวเสสํ สุเตน สาเวตพฺพํ, อยํ จตุตฺโถ ปาติโมกฺขุทฺเทโส. วิตฺถาเรเนว ปญฺจโม. อิเม โข ภิกฺขเว ปญฺจ ปาติโมกฺขุทฺเทสา’’ติ (มหาว. ๑๕๐) วุตฺตตฺตา โส สุตฺตุทฺเทโส ปญฺจธา วิภาวิโตติ อตฺโถ.

๔๑๓. วินานฺตรายนฺติ (มหาว. ๑๕๐) ราชนฺตรายาทิทสวิธํ อนฺตรายํ วินา สงฺเขเปนุทฺเทโส วินิวาริโต ปฏิกฺขิตฺโตติ อตฺโถ. เถโรวาติ สงฺฆตฺเถโรว. เอตฺถาติ ปญฺจสุ อุทฺเทเสสุ. ‘‘ทฺวีสุ วา ตีสุ วา วิสเทสุ เถโรว อิสฺสโร’’ติ อฏฺฐกถายํ วุตฺตตฺตา อวตฺตนฺเตปิ อนฺตราเย สํขิตฺเตน อุทฺทิสิตุํ วฏฺฏตีติ อธิปฺปาโย. กตฺถ วุตฺตนฺติ เจ? ‘‘โย ตตฺถ ภิกฺขุ พฺยตฺโต ปฏิพโล, ตสฺสาเธยฺย’’นฺติ (มหาว. ๑๕๕) วุตฺตปาฬิยา อฏฺฐกถายํ ‘‘โย ตตฺถ ภิกฺขุ พฺยตฺโต ปฏิพโลติ เอตฺถ กิญฺจาปิ ทหรสฺสาปิ พฺยตฺตสฺส ปาติโมกฺโข อนุญฺญาโต, อถ โข เอตฺถ อยมธิปฺปาโย – สเจ สงฺฆตฺเถรสฺส ปญฺจ วา จตฺตาโร วา ตโย วา ปาติโมกฺขุทฺเทสา นาคจฺฉนฺติ, เทฺว ปน อขณฺฑา สุวิสทา วาจุคฺคตา โหนฺติ, เถรายตฺโตว ปาติโมกฺโข. สเจ ปน เอตฺตกมฺปิ วิสทํ กาตุํ น สกฺโกติ, พฺยตฺตสฺส ภิกฺขุโน อายตฺโตว โหตี’’ติ อตฺโถ วุตฺโต. ปาฬิยมฺปิ วุตฺตเมว ‘‘เตหิ, ภิกฺขเว, ภิกฺขูหิ เอโก ภิกฺขุ สามนฺตา อาวาสา สชฺชุกํ ปาเหตพฺโพ ‘คจฺฉ, อาวุโส, สํขิตฺเตน วา วิตฺถาเรน วา ปาติโมกฺขํ ปริยาปุณิตฺวา อาคจฺฉา’’’ติ (มหาว. ๑๖๓).

๔๑๔. อุทฺทิสนฺเต วาติ (มหาว. ๑๗๒) ปาติโมกฺเข อุทฺทิสิยมาเน สมา วา โถกตรา วา ยทิ อาคจฺเฉยฺยุํ, อุทฺทิฏฺฐํ สุอุทฺทิฏฺฐํ, เตหิ สทฺธึ นิสีทิตฺวา อวเสสกํ โสตพฺพนฺติ อตฺโถ.

๔๑๕. อุทฺทิฏฺฐมตฺเต (มหาว. ๑๗๒) วา สกลาย วา เอกจฺจาย วา ปริสาย วุฏฺฐิตาย สมา วา โถกตรา วา ยทิ อาคจฺเฉยฺยุนฺติ สมฺพนฺโธ. ปาริสุทฺธินฺติ ปาริสุทฺธิอุโปสถํ. กเรยฺเยสนฺติ กเรยฺย เอสํ, เอเตสํ สนฺติเกติ อตฺโถ. พหุกาถ เจติ อถ พหุกา เจ, ปุน อาคตา พหุกา เจติ อตฺโถ,. ‘‘อุทฺทิสฺสมาเน, อุทฺทิฏฺฐมตฺเต เอกจฺจาย วุฏฺฐิตาย สกลาย วุฏฺฐิตายา’’ติ (มหาว. ๑๗๒) อาคเตสุ สพฺพวิกปฺเปสุ ปุพฺพกิจฺจํ กตฺวา ปุน อาทิโต ปฏฺฐาย ปาติโมกฺขํ อุทฺทิเสติ อตฺโถ.

๔๑๖. อิตรานนฺติ อาคนฺตุกานํ. สเจตโรติ สเจ จาตุทฺทสิโกติ อตฺโถ. สมาเนตเรนุวตฺตนฺตูติ สมา วา อูนา วา อิตเร อาคนฺตุกา ปุริมานํ อาวาสิกานํ อนุวตฺตนฺตูติ อตฺโถ. สเจธิกาติ อาคนฺตุกา สเจ อธิกา, ปุริมา อาวาสิกา อนุวตฺตนฺตูติ อตฺโถ. เสเสปฺยยํ นโยติ ‘‘อาคนฺตุกานํ ปนฺนรโส โหติ, อาวาสิกานํ จาตุทฺทโส’’ติ อิตเรปิ สมโถกา อาคนฺตุกา อาวาสิกานํ อนุวตฺตนฺตูติอาทินา นเยน วินิจฺฉโย เวทิตพฺโพติ อตฺโถ.

๔๑๗. มูลฏฺฐาติ อาวาสิกา. สมโถกานํ อาคนฺตุกานํ. สามคฺคึ เทนฺตุ กามโตติ ยทิ อิจฺฉนฺติ, เทนฺตูติ อตฺโถ.

๔๑๘. โน เจ เทนฺติ, อาคนฺตุเกหิ พหิ คนฺตฺวาน อุโปสโถ กาตพฺโพติ อตฺโถ. อนิจฺฉาย สามคฺคี เทยฺยาติ สมฺพนฺโธ.

๔๑๙. ‘‘น ภิกฺขเว ปาติโมกฺขุทฺเทสเกน สญฺจิจฺจ น สาเวตพฺพํ. โย น สาเวยฺย, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสา’’ติวุตฺตตฺตา (มหาว. ๑๕๔) ‘‘สาเวยฺย สุตฺต’’นฺติ วุตฺตํ. ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, ปาติโมกฺขุทฺเทสเกน วายมิตุํ กถํ สาเวยฺยนฺติ, วายมนฺตสฺส อนาปตฺตี’’ติ (มหาว. ๑๕๔) วุตฺตตฺตา ‘‘สญฺจิจฺจ อสฺสาเวนฺตสฺส ทุกฺกฏ’’นฺติ วุตฺตํ.

๔๒๐. ตถาติ ทุกฺกฏนฺติ อตฺโถ. กลฺโลติ อคิลาโน. เปสิโตติ อาณตฺโต. ‘‘น ภิกฺขเว เถเรน อาณตฺเตน อคิลาเนน น สมฺมชฺชิตพฺพํ. โย น สมฺมชฺเชยฺย, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสา’’ติอาทิ (มหาว. ๑๕๙) วุตฺตํ.

๔๒๑-๓. อิทานิ ปาริสุทฺธิอุโปสถํ ทสฺเสตุํ ‘‘สมฺมชฺชิตฺวา’’ติอาทิ วุตฺตํ. อญฺชลึ (มหาว. ๑๖๘) ปคฺคยฺหาติ สมฺพนฺโธ. เตติ อวเสสา เทฺว เอวํ สมุทีริยา วตฺตพฺพาติ อตฺโถ. เอกํสํ อุตฺตราสงฺคาทิกรณวเสน สมตฺตปุพฺพารมฺเภน เต เทฺว ภิกฺขู นเวน เอวมีริยา วตฺตพฺพาติ อตฺโถ.

๔๒๔-๕. อิทานิ ทฺวีหิ กตฺตพฺพํ ทสฺเสตุํ ‘‘ทฺวีสุ เถเรนา’’ติ วุตฺตํ.

๔๒๖. เอตฺตาวตา ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, จตุนฺนํ ปาติโมกฺขํ อุทฺทิสิตุ’’นฺติ (มหาว. ๑๖๘) จ ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, ติณฺณํ ปาริสุทฺธิอุโปสถํ กาตุ’’นฺติ (มหาว. ๑๖๘) จ ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, ทฺวินฺนํ ปาริสุทฺธิอุโปสถํ กาตุ’’นฺติ (มหาว. ๑๖๘) จ วุตฺตํ สงฺฆุโปสถญฺจ ปาริสุทฺธิอุโปสถญฺจ ทสฺเสตฺวา อิทานิ ยตฺถ เอโก ภิกฺขุ วิหรติ, ตสฺส อนุญฺญาตํ อธิฏฺฐานุโปสถํ ทสฺเสตุํ ‘‘ปุพฺพกิจฺจ’’นฺติอาทิมาห. เอตฺถ จ ปุพฺพกิจฺจํ นาม สมฺมชฺชนาทิกํเยว.

๔๒๗. สงฺฆุโปสถปาริสุทฺธิอุโปสถอธิฏฺฐานอุโปสถานํ วเสน ตํ ตํ อุโปสถํ ยทิ กยิรุนฺติ สมฺพนฺโธ.

๔๒๘. วคฺเค (มหาว. ๑๗๓) จ สมคฺเค จ ‘‘วคฺโค’’ติ สญฺญิโน จ ‘‘วคฺโค นุ โข, สมคฺโค นุ โข’’ติ เอวํ วิมติสฺส จ ทุกฺกฏํ, ‘‘นสฺสนฺเตเต วินสฺสนฺเตเต, โก เตหิ อตฺโถ’’ติ เอวํ อนาคตานํ ภิกฺขูนํ อตฺถิภาวํ ญตฺวา เภทาธิปฺปาเยน อุโปสถํ กโรโต ถุลฺลจฺจยํ โหตีติ อตฺโถ. ตทุภเยปิ ‘‘สมคฺโค’’ติ สญฺญิโน อนาปตฺติ.

๔๒๙-๔๓๐. เสสสหธมฺมิกา นาม ภิกฺขุํ ฐเปตฺวา อวเสสา จตฺตาโร. อภพฺพสฺสาติ เอตฺถ ปณฺฑกเถยฺยสํวาสก ติตฺถิยปกฺกนฺตก ติรจฺฉานคต มาตุฆาตก ปิตุฆาตก อรหนฺตฆาตก ภิกฺขุนิทูสก สงฺฆเภทก โลหิตุปฺปาทกอุภโตพฺยญฺชนกา อภพฺพา คหิตา. เอตฺถ ปน นาคมาณวกาทโย ติรจฺฉานคตปกฺขิกาติ เวทิตพฺพา. เอเตสํ นิสินฺนปริสายญฺจ ปาติโมกฺขํ น อุทฺทิเสติ สมฺพนฺโธ.

ตถาติ โย ปน สงฺโฆ สภาคาปตฺติโก, โสปิ น อุทฺทิเส, ปริวุตฺเถน ฉนฺเทนปิ น อุทฺทิเสติ อตฺโถ. เอตฺถ ปน จตุพฺพิธํ ปาริวาสิยํ ปริสปาริวาสิยํ รตฺติปาริวาสิยํ ฉนฺทปาริวาสิยํ อชฺฌาสยปาริวาสิยนฺติ.

เอตฺถ ปน ภิกฺขู เกนจิเทว กรณีเยน สนฺนิปติตา เมฆาทีหิ อุปทฺทุตา ‘‘อโนกาสา มยํ, อญฺญตฺร คจฺฉามา’’ติ ฉนฺทํ อวิสฺสชฺเชตฺวาว อุฏฺฐหนฺติ. อิทํ ปริสปาริวาสิยํ. กิญฺจาปิ ปริสปาริวาสิยํ, ฉนฺทสฺส ปน อวิสฺสฏฺฐตฺตา กมฺมํ กาตุํ วฏฺฏติ.

ปุนปิ ภิกฺขูนํ ‘‘อุโปสถาทีนิ กริสฺสามา’’ติ รตฺตึ สนฺนิปติตฺวา ธมฺมํ สุณนฺตานํเยว อรุโณ อุคฺคจฺฉติ. สเจ ‘‘จาตุทฺทสิกํ กริสฺสามา’’ติ นิสินฺนา, ‘‘ปนฺนรโส’’ติ กาตุํ วฏฺฏติ. สเจ ปนฺนรสิกํ กาตุํ นิสินฺนา, ปาฏิปเท อนุโปสเถ อุโปสถํ กาตุํ น วฏฺฏติ, อญฺญํ ปน สงฺฆกิจฺจํ กาตุํ วฏฺฏติ. อิทํ รตฺติปาริวาสิยํ นาม.

ปุน ภิกฺขู ‘‘ยํกิญฺจิเทว อพฺภานาทิกมฺมํ กริสฺสามา’’ติ สนฺนิปติตา โหนฺติ, ตเตฺรโก นกฺขตฺตปาฐโก เอวํ วทติ ‘‘อชฺช นกฺขตฺตํ ทารุณ’’นฺติ, เต ตสฺส วจเนน ฉนฺทํ วิสฺสชฺเชตฺวา ตตฺเถว นิสินฺนา โหนฺติ. อถญฺโญ อาคนฺตฺวา ‘‘กึ นกฺขตฺเตน, กโรถา’’ติ วทติ. อิทํ ฉนฺทปาริวาสิยญฺเจว อชฺฌาสยปาริวาสิยญฺจ. ตสฺมึ ปาริวาสิเย ปุน ฉนฺทปาริสุทฺธึ อนาเนตฺวา กมฺมํ กาตุํ น วฏฺฏติ. อิทํ สนฺธาย ‘‘ฉนฺเทน ปริวุตฺเถนา’’ติ วุตฺตํ.

๔๓๑. อาปนฺนมาปตฺตึ (มหาว. ๑๖๙; มหาว. อฏฺฐ. ๑๖๙) อเทสยิตฺวาน วา ‘‘อหํ, อาวุโส, อิตฺถนฺนามาย อาปตฺติยา เวมติโก, ยทา นิพฺเพมติโก ภวิสฺสามิ, ตํ อาปตฺตึ ปฏิกริสฺสามี’’ติ วตฺวา วิมตึ อนาวิกตฺวาน วา ‘‘น จ ภิกฺขเว อนุโปสเถ อุโปสโถ กาตพฺโพ อญฺญตฺร สงฺฆสามคฺคิยา’’ติ (มหาว. ๑๘๓) วุตฺตตฺตา อนุโปสเถปิ วา กาตุํ น จ กปฺปตีติ อตฺโถ.

๔๓๒. ‘‘น จ ภิกฺขเว ตทหุโปสเถ สภิกฺขุกา อาวาสา อภิกฺขุโก อาวาโส วา อนาวาโส วา คนฺตพฺโพ อญฺญตฺร สงฺเฆน อญฺญตฺร อนฺตรายา’’ติ (มหาว. ๑๘๑) วุตฺตตฺตา ‘‘อฏฺฐิโตโปสถาวาสา’’ติ (มหาว. อฏฺฐ. ๑๘๑) วุตฺตํ. น วเช น คจฺเฉ. อธิฏฺฐาตุํ สีมเมว วาติ สเจ วิหาเร อุโปสถํ กโรนฺติ, อุโปสถาธิฏฺฐานตฺถํ สีมาปิ นทีปิ น คนฺตพฺพา. สเจ ปเนตฺถ โกจิ ภิกฺขุ โหติ, ตสฺส สนฺติกํ คนฺตุํ วฏฺฏติ. วิสฺสฏฺฐอุโปสถาปิ อาวาสา คนฺตุํ วฏฺฏติ, เอวํ คโต อธิฏฺฐาตุมฺปิ ลภตีติ. อุโปสถวินิจฺฉโย.

อุโปสถนิทฺเทสวณฺณนา นิฏฺฐิตา.