ขุทฺทสิกฺขา-ปุราณฏีกา

คนฺถารมฺภกถา

โย จิรํ ทีฆมทฺธานํ, วิทิตฺวา ทุกฺขิตํ ชนํ;

ตถาปิ นาวพุชฺฌนฺตมนุกมฺปาย โจทิโต.

โพธาย ปณิธึ กตฺวา, ปตฺโต สมฺโพธิมุตฺตมํ;

ตสฺส ปาเท นมสฺสิตฺวา, ธมฺมํ สงฺฆญฺจ สาธุกํ.

ปุพฺพาจริยปาเทสุ, ฐเปตฺวา สีสมตฺตโน;

เถเรน ธมฺมสิรินา, ถิรสีเลน ยา กตา.

‘‘อาทิโต อุปสมฺปนฺนสิกฺขิตพฺพ’’นฺติอาทินา;

ขุทฺทสิกฺขา สมาเสน, ตสฺสา อตฺถวินิจฺฉยํ.

ลิขิสฺสามิ หิตตฺถาย, อาทิกมฺมิกภิกฺขุนํ;

ตตฺถ ยุตฺตํ คเหตพฺพมยุตฺตํ ตุชฺฌิตพฺพกนฺติ;

คนฺถารมฺภกถาวณฺณนา

(ก) เอตฺถาห – กตมา ขุทฺทสิกฺขา, กถํ สิกฺขิตพฺพา, กสฺมา สิกฺขิตพฺพา, เก สิกฺขนฺติ, เก สิกฺขิตสิกฺขาติ? วุจฺจเต – อธิสีลอธิจิตฺตอธิปญฺญาวเสน ติสฺโส สิกฺขา, คนฺถวเสเนตฺถ สงฺขิปิตฺวา วุตฺตตฺตา ตทฺทีปโน คนฺโถ ‘‘ขุทฺทสิกฺขา’’ติ วุจฺจติ, อถ วา ‘‘ขุทฺทํ อเนลกํ มธุปฏล’’นฺติอาทีนิ วิย สิกฺขากามานํ มธุรตาย ขุทฺทา จ ตา สิกฺขา จาติ ขุทฺทสิกฺขา, อถ วา ‘‘ขุทฺทปุตฺตมฺหิ สมณ โปส ม’’นฺติอาทีสุ วิย พหุวิธตฺตาปิ ขุทฺทา จ ตา สิกฺขิตพฺพโต สิกฺขา จาติ ขุทฺทสิกฺขา. อธิสีลสิกฺขา ปเนตฺถ จาริตฺตวาริตฺตวเสน ทุวิธมฺปิ สีลํ ยถานุสิฏฺฐํ ปฏิปชฺชมาเนน ตปฺปฏิปกฺเข กิเลเส ตทงฺคปฺปหานวเสน ปชหนฺเตน สิกฺขิตพฺพา, อธิจิตฺตสิกฺขา ปน ยถาวุตฺเตสุ อารมฺมเณสุ อภิโยคกรณวเสน ฌานปฺปฏิปกฺขานํ นีวรณคณานํ วิกฺขมฺภนปฺปหานํ กุรุมาเนน สิกฺขิตพฺพา, อธิปญฺญาสิกฺขา ปน ยถานุรูปํ สมุจฺเฉทวเสน สานุสเย กิเลเส สมุจฺฉินฺทนฺเตน สิกฺขิตพฺพา.

กสฺมา สิกฺขิตพฺพาติ เอตฺถ –

ชาติอาทีหิ ทุกฺเขหิ, อเนเกหิ อุปทฺทุตํ;

ขนฺธโลกํ ชหิตฺวาน, ปตฺตุํ เขมํ ปุรํ สิวํ.

กลฺยาณปุถุชฺชเนน สห สตฺต เสกฺขา สิกฺขนฺติ. อรหนฺโต สิกฺขิตสิกฺขา.

เย วีตโมหา มุนิปุงฺควสฺส;

สิสฺเสสุ อคฺคา มุนินา ปสตฺถา;

เต ตีสุ สิกฺขาสุ สมตฺตสิกฺขา;

ตโต ปเร เกน สมตฺตสิกฺขาติ.

อาทิโตติ เอตฺถ อาทิมฺหิเยวาติ อตฺโถ, อาทิโต ปฏฺฐายาติ วา. อุปสมฺปนฺเนน จ อุปสมฺปนฺนาย จ สิกฺขิตพฺพํ อุปสมฺปนฺนสิกฺขิตพฺพํ. สห มาติกาย สมาติกํ. ปุพฺเพ วุตฺตปฺปการํ ขุทฺทสิกฺขํ ปวกฺขามิ อาทเรน, ปกาเรน วา วกฺขามิ รตนตฺตยํ วนฺทิตฺวาติ อตฺโถ. อปิจ เถโร อาทิโตติ วจเนน สทฺธาปพฺพชิตานํ กุลปุตฺตานํ อาลสิยโทเสน อปฺปฏิปชฺชนฺตานํ อญฺญาณโทเสน อญฺญถา ปฏิปชฺชนฺตานํ สํเวคํ ชเนติ. กถํ? อติทุลฺลภํ ขณสมวายํ ปฏิลภิตฺวา ตงฺขณํ น กุสีเตน วา นิรตฺถกกถาปสุเตน วา วีตินาเมตพฺพํ, กึ กาตพฺพํ? อาทิโต ปฏฺฐาย นิรนฺตรเมว ตีสุ สิกฺขาสุ อาทโร ชเนตพฺโพติ. เอตฺถาห – กึ ตํ รตนตฺตยํ นาม, ยํ วนฺทิตฺวา เถโร ขุทฺทสิกฺขํ ปวกฺขตีติ? วุจฺจเต – พุทฺธรตนํ ธมฺมรตนํ สงฺฆรตนนฺติ อิมานิ ตีณิ รตนานิ. ตานิ หิ รติชนนฏฺเฐน ‘‘รตนานี’’ติ วุจฺจนฺติ. อปิจ –

‘‘จิตฺตีกตํ มหคฺฆญฺจ, อตุลํ ทุลฺลภทสฺสนํ;

อโนมสตฺตปริโภคํ, รตนํ เตน วุจฺจตี’’ติ. (ที. นี. อฏฺฐ. ๒.๓๓; สํ. นิ. อฏฺฐ. ๓.๕.๒๒๓; ขุ. ปา. อฏฺฐ. ๖.๓; สุ. นิ. อฏฺฐ. ๑.๒๒๖; มหานิ. อฏฺฐ. ๕๐; อุทา. อฏฺฐ. ๔๕) –

อิมิสฺสา คาถาย วเสน รตนตฺโถ เวทิตพฺโพ.

มาติกาวณฺณนา

(ข-ช) อิทานิ ‘‘สมาติก’’นฺติ วุตฺตตฺตา มาติกํ ตาว ทสฺเสตุํ ‘‘ปาราชิกา จ จตฺตาโร’’ติอาทิ อารทฺธํ. สพฺพสิกฺขานํ ปน มูลภูตตฺตา อธิสีลสิกฺขาว ปฐมํ วุตฺตา. ‘‘สีเล ปติฏฺฐายา’’ติ (สุํ. นิ. ๑.๑.๒๓, ๑๙๒; เปฏโก. ๒๒; มิ. ป. ๒.๑.๙) หิ วุตฺตํ. ตตฺราปิ มหาสาวชฺชตฺตา, มูลจฺเฉชฺชวเสน ปวตฺตนโต จ สพฺพปฐมํ ชานิตพฺพาติ ปาราชิกาว ปฐมํ วุตฺตาติ. อิทานิ ยถานิกฺขิตฺตานิ มาติกาปทานิ ปฏิปาฏิยา วิตฺถาเรตฺวา ทสฺเสตุํ ‘‘ปาราชิกา จ จตฺตาโร’’ติ ปฐมปทํ อุทฺธฏํ, ตสฺสายมตฺโถ – ปาราชิกาติ ปราชิตา ปราชยมาปนฺนา, สิกฺขาปทํ อติกฺกมิตฺวา เตเนว อาปตฺตึ อาปชฺชิตฺวา, ตาย วา ปราชยมาปาทิตานเมตํ อธิวจนํ, เต ปน จตฺตาโรติ วุตฺตํ โหติ.

๑. ปาราชิกนิทฺเทสวณฺณนา

๑-๒. อิทานิ เต ทสฺเสตุํ ‘‘มคฺคตฺตเย’’ติอาทิ อารทฺธํ. ตตฺถ มนุสฺสามนุสฺสติรจฺฉานคตานํ วเสน ติสฺโส อิตฺถิโย, ตโย อุภโตพฺยญฺชนกา, ตโย ปณฺฑกา, ตโย ปุริสาติ ปาราชิกวตฺถุภูตานํ นิมิตฺตานํ นิสฺสยา ทฺวาทสมตฺตา โหนฺติ, เตสํ วจฺจมคฺคปฺปสฺสาวมคฺคมุขมคฺควเสน ตโย มคฺคา. ตตฺถ มนุสฺสิตฺถิยา ตโย, อมนุสฺสิตฺถิยา ตโย, ติรจฺฉานคติตฺถิยา ตโยติ นว, ตถา มนุสฺสอุภโตพฺยญฺชนกาทีนํ. มนุสฺสปณฺฑกาทีนํ ปน วจฺจมคฺคมุขมคฺควเสน เทฺว เทฺว กตฺวา ฉ, ตถา มนุสฺสปุริสาทีนนฺติ สพฺเพสํ วเสน ตึส มคฺคา โหนฺติ. เต สพฺเพ ปริคฺคเหตฺวา อิธ ‘‘มคฺคตฺตเย’’ติ วุตฺตํ, ตสฺมึ มคฺคตฺตเยติ อตฺโถ. อนิกฺขิตฺตสิกฺโขติ ภิกฺขุภาวโต จวิตุกามตาจิตฺเตน ยถาลกฺขณํ อปจฺจกฺขาตสิกฺโขติ อตฺโถ. สนฺถตสนฺถเตติ วตฺถาทีสุ เยน เกนจิ สนฺถเต วา อสนฺถเต วา. อลฺโลกาเสติ มคฺคตฺตยสฺส ปกติวาเตน อสมฺผุฏฺฐปฺปเทเส. นิมิตฺตนฺติ องฺคชาตํ. สํสนฺถตํ วา อสนฺถตํ วาติ อตฺตโน องฺคชาตํ วตฺถาทีนํ อญฺญตเรน ปฏิจฺฉนฺนํ วา อปฺปฏิจฺฉนฺนํ วา. อุปาทิณฺณนฺติ อนฏฺฐกายปฺปสาทํ. วุตฺตปฺปกาเร มคฺคตฺตเย ปเวสนฺโต จุโต ปาราชิโกติ สมฺพนฺโธ. นฏฺฐกายปฺปสาทํ ปน ปีฬกํ วา จมฺมขิลํ วา โลมํ วา ปเวสนฺตสฺส ทุกฺกฏํ, มนุสฺสานํ ปน ชีวมานกสรีเร อกฺขินาสากณฺณจฺฉิทฺทวตฺถิโกเสสุ สตฺถกาทีหิ กตวเณ วา เมถุนราเคน ติลพีชมตฺตมฺปิ องฺคชาตํ ปเวสนฺตสฺส ถุลฺลจฺจยํ, อวเสสสรีเรสุ อุปกจฺฉกาทีสุ จ ทุกฺกฏํ. ติรจฺฉานคตานํ หตฺถิอสฺสโคณคทฺรภโอฏฺฐมหึสาทีนํ นาสาย ถุลฺลจฺจยํ, ตถา เตสํ วตฺถิโกเสสุ. สพฺเพสมฺปิ ติรจฺฉานคตานํ อกฺขิกณฺณวเณสุ ทุกฺกฏํ, ตถา เตสํ อวเสสสรีเรสุปิ.

อิทานิ ปเวสนํ นาม น เกวลํ อตฺตุปกฺกเมเนว โหติ, ภิกฺขุปจฺจตฺถิกาทีนํ ปน วเสน ปรูปกฺกเมนาปิ โหติ, ตตฺถาปิ เสวนจิตฺเต สติ ปาราชิโก โหตีติ ทสฺสนตฺถํ ‘‘อถ วา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตสฺสตฺโถ – โย ภิกฺขุ ปเวสนปวิฏฺฐฐิตอุทฺธารณกฺขเณสุ สาทิยติ, ตสฺมึ ขเณ เสวนจิตฺตํ อุปฏฺฐเปติ, โสปิ ปาราชิโก โหติ. โย ปน ภิกฺขุ สพฺพโส อสาทิยนฺโต อาสีวิสมุขํ องฺคารกาสุญฺจ ปวิฏฺฐํ วิย มญฺญติ, โส นิปฺปราโธ โหติ. เอตฺถ ฐิตํ นาม สุกฺกวิสฺสฏฺฐิสมยปฺปวตฺติ.

ปฐมํ.

๓-๔. อิทานิ ทุติยํ ทสฺเสตุํ ‘‘อาทิเยยฺยา’’ติอาทิมาห. ‘‘อาทิเยยฺยา’’ติอาทีนํ ปทานํ ‘‘อทินฺนํ เถยฺยจิตฺเตน ภเว ปาราชิโก’’ติ อิมินา สมฺพนฺโธ. อาทิเยยฺยาติ อารามาทึ อภิยุญฺชิตฺวา โย ภิกฺขุ คเณฺหยฺย, โส ภเว ปาราชิโกติ อตฺโถ. เอวํ เสเสสุปิ. หเรยฺยาติ เวตเนน วา มิตฺตภาเวน วา อญฺญสฺส ภณฺฑํ หรนฺโต ปุน เถยฺยจิตฺเต อุปฺปนฺเน ‘‘สีเส ภารํ เถยฺยจิตฺโต อามสตี’’ติอาทินา คเณฺหยฺยาติ อตฺโถ. อวหเรยฺยาติ ‘‘อุปนิกฺขิตฺตํ ภณฺฑํ ‘เทหิ เม ภณฺฑ’นฺติ วุจฺจมาโน ‘นาหํ คณฺหามี’’ติอาทินา อวหเรยฺย. อิริยาปถํ โกเปยฺยาติ ‘‘สหภณฺฑหารกํ เนสฺสามี’’ติ เตเนว ปุริเสน ตํ เนตุํ ตสฺส คมนปถํ วาเรตฺวา อญฺเญน มคฺเคน ตํ สนฺตชฺเชตฺวา เนติ, เอวํ เนนฺตสฺส ตสฺส ปุริสสฺส ปฐมปาเท ถุลฺลจฺจยํ, ทุติยปาทุทฺธาเร ปาราชิกํ. ‘‘ถลฏฺฐํ ภณฺฑํ เถยฺยจิตฺโต อามสตี’’ติอาทินา ฐานา จาเวยฺย. ปริกปฺปิตฏฺฐานํ วา สุงฺกฆาตํ วา อติกฺกาเมนฺโต สงฺเกตํ วีตินาเมยฺย. ยํ กิญฺจิ ปรปริคฺคหิตํ สสฺสามิกํ ภณฺฑํ เตหิ สามิเกหิ กาเยน วา วาจาย วา น ทินฺนนฺติ อทินฺนํ.

อิทานิ น อิมินาว อากาเรน อวหารโก ปาราชิโก โหติ, อญฺญถาปิ โหตีติ ทสฺเสตุํ ‘‘อถ วา’’ติอาทิ วุตฺตํ. เถยฺยาวหารโก จ พลาวหารโก จ กุสาวหารโก จ ปฏิจฺฉนฺนาวหารโก จ ปริกปฺปาวหารโก จ ภเว ปาราชิโกติ สมฺพนฺโธ. ตตฺถ เถยฺยาวหาโร นาม สนฺธิจฺเฉทาทีหิ วา กํสกูฏมานกูฏตุลากูฏาทีหิ วา วญฺเจตฺวา คหณํ. ปสยฺหาวหาโร พลาวหาโร. กุสสงฺกมนํ กตฺวา ปรโกฏฺฐาสคฺคหณํ กุสาวหาโร. ปรภณฺฑํ ปํสุอาทินา ปฏิจฺฉาเทตฺวา สามิเกสุ อปสฺสิตฺวา คเตสุ ปจฺจาคนฺตฺวา คหณํ ปฏิจฺฉนฺนาวหาโร. ปริกปฺปาวหาโร ปน ทุวิโธ ภณฺโฑกาสวเสน. ตตฺถ ‘‘สาฏโก เจ, คณฺหิสฺสามิ, สุตฺตญฺเจ, น คณฺหิสฺสามี’’ติ ภณฺฑํ ปริกปฺเปตฺวา อนฺธกาเร ปสิพฺพกํ คณฺหาติ. ตตฺถ เจ สาฏโก โหติ, อุทฺธาเรเยว ปาราชิกํ. สเจ สุตฺตํ โหติ, รกฺขติ, ปุน ‘‘สุตฺต’’นฺติ ญตฺวาปิ ‘‘ยํ ลทฺธํ, ตํ คเหตพฺพ’’นฺติ อุคฺคณฺหนฺโต อุทฺธาเรเยว ปาราชิกํ, อยํ ภณฺฑปริกปฺโป. โอกาสปริกปฺโป คพฺภทฺวารปฺปมุขวิหาราทีนํ วเสน ปริจฺเฉทํ กโรติ ‘‘สเจ มํ เอตฺถนฺตเร ปสฺสนฺติ, ทสฺสามิ, โน เจ ปสฺสนฺติ, คณฺหิตฺวา คจฺฉามี’’ติ, ตสฺส ตํ ปริกปฺปิตปริจฺเฉทํ อติกฺกมนฺตสฺส ปทวาเรน ปาราชิกํ เวทิตพฺพํ, อยํ โอกาสปริกปฺโป.

อิทานิ อิมสฺมึ อทินฺนาทาเน วินิจฺฉยนยํ ทสฺเสตุํ ‘‘ภณฺฑกาลคฺฆเทเสหี’’ติอาทิ วุตฺตํ. เอตฺถาติ อทินฺนาทาเน. นิจฺฉโยติ วินิจฺฉโย กาตพฺโพติ อตฺโถ. ตตฺถ เกนจิ ภิกฺขุนา ‘‘มยา อิทํ นาม ภณฺฑํ เถยฺยจิตฺเตน คหิต’’นฺติ วุตฺเต วินยธเรน สหสาว ตํ อาปตฺตึ อนาโรเปตฺวา ตสฺส ภณฺฑสฺส สามิกอสฺสามิกภาวํ อุปปริกฺขิตฺวา ยทิ สสฺสามิกํ, ตสฺส ภณฺฑสฺส อคฺฆวเสน อาปตฺติยา กาเรตพฺโพ. สเจ นิราลยกาเล คหิตํ, ปาราชิเกน น กาเรตพฺโพ, อยํ ภณฺฑวเสน วินิจฺฉโย.

กาโลติ อวหารกาโล. ตเทว หิ ภณฺฑํ กทาจิ มหคฺฆํ โหติ, กทาจิ อปฺปคฺฆํ, ตสฺมา ยสฺมึ กาเล อวหฏํ, ตสฺมึ กาเล โย ตสฺส อคฺโฆ, เตน อคฺเฆน อาปตฺติยา กาเรตพฺโพ, อยํ กาลวเสน วินิจฺฉโย.

อคฺโฆติ ภณฺฑคฺโฆ. นวภณฺฑสฺส หิ โย อคฺโฆ, โส ปจฺฉา ปริหายติ, ตสฺมา สพฺพทา ภณฺฑํ ปกติอคฺฆวเสเนว น กาเรตพฺพํ, อยํ อคฺฆวเสน วินิจฺฉโย. เทโสติ อวหารเทโส. ภณฺฑุฏฺฐานเทเส หิ ภณฺฑํ อปฺปคฺฆํ โหติ, อญฺญตฺถ มหคฺฆํ, ตสฺมา ยสฺมึ เทเส ภณฺฑํ อวหฏํ, ตสฺมึเยว เทเส อคฺเฆน กาเรตพฺโพ, อยํ เทสวเสน วินิจฺฉโย.

ปริโภเคนปิ สาฏกาทิกสฺส ภณฺฑสฺส อคฺโฆ ปริหายติ, ตสฺมา ตสฺส ปริโภควเสน ปริหีนาปริหีนภาโว อุปปริกฺขิตพฺโพ, อยํ ปริโภควเสน วินิจฺฉโย.

ทุติยํ.

๕. อิทานิ ตติยํ ทสฺเสตุํ ‘‘มนุสฺสวิคฺคห’’นฺติอาทิ อารทฺธํ. ตตฺถ มนุสฺสวิคฺคหนฺติ ปฏิสนฺธิวิญฺญาเณน สทฺธึ อุปฺปนฺนํ กลลรูปํ อาทึ กตฺวา ปกติยา วีสติวสฺสสตายุกสฺส สตฺตสฺส ยาว มรณกาลา เอตฺถนฺตเร อนุปุพฺเพน วุทฺธิปฺปตฺโต อตฺตภาโว, เอโส มนุสฺสวิคฺคโห นาม, เอวรูปํ มนุสฺสวิคฺคหนฺติ อตฺโถ. จิจฺจาติ วธกเจตนาวเสน สญฺเจเตตฺวา ปกปฺเปตฺวา อภิวิตริตฺวา วีติกฺกโมติ อตฺโถ. ชีวิตา วา วิโยชเยติ วุตฺตปฺปการํ มนุสฺสวิคฺคหํ กลลกาเลปิ ตาปนมทฺทเนหิ วา เภสชฺชสมฺปทาเนน วา ตโต วา อุทฺธมฺปิ ตทนุรูเปน อุปกฺกเมน สนฺตติวิโกปนวเสน โย ชีวิตา วิโยเชยฺย, โส จุโต ภเวติ สมฺพนฺโธ. กิญฺจ ภิยฺโย – ‘‘สตฺถหารกํ วา’’ติอาทิ วุตฺตํ. เอตฺถ หรตีติ หารกํ, กึ หรติ? ชีวิตํ, หริตพฺพนฺติ วา หารกํ, อุปนิกฺขิปิตพฺพนฺติ อตฺโถ, สตฺถญฺจ ตํ หารกญฺจาติ สตฺถหารกํ. อสฺสาติ มนุสฺสวิคฺคหสฺส. ยถา มนุสฺสวิคฺคโห อิจฺฉิติจฺฉิตกฺขเณ ตํ อสิอาทิสตฺถํ ปฏิลภติ, ตถา สยํ มรณเจตโน มรณาธิปฺปาโย หุตฺวา อุปนิกฺขิเปยฺย. โสปิ จุโต ภเวติ อตฺโถ. เอเตน ถาวรปฺปโยคํ ทสฺเสติ.

๖-๗. อิทานิ ‘‘มรณวณฺณํ วา สํวณฺเณยฺยา’’ติอาทิวิธึ ทสฺเสตุํ ‘‘คาเหยฺย มรณูปายํ, วเทยฺย มรเณ คุณ’’นฺติ วุตฺตํ. ตตฺถ ‘‘สตฺถํ วา อาหร, วิสํ วา ขาท, รชฺชุยา วา อุพฺพนฺธิตฺวา กาลํ กโรหี’’ติอาทินา นเยน มรณตฺถาย อุปายํ คาเหยฺย. มรณสํวณฺณนา ปเนตฺถ พหุวิธา ‘‘กาเยน สํวณฺเณติ, วาจาย กายวาจาย ทูเตน เลขาย วา สํวณฺเณตี’’ติ วุตฺตตฺตา. ตตฺถ กาเยน สํวณฺเณติ นาม กาเยน วิญฺญาเปติ. ‘‘โย ปปาเต ปปตนาทีนิ กตฺวา มรติ, โส ธนํ วา ลภติ, ยสํ วา ลภติ, สคฺคํ วา คจฺฉตี’’ติอาทินา นเยน สํวณฺเณติ, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส. ตสฺส วจนํ สุตฺวา โกจิ ‘‘มริสฺสามี’’ติ ทุกฺขํ เวทนํ อุปฺปาเทติ, ถุลฺลจฺจยํ. มรติ เจ, ปาราชิกํ. เอวํ เสเสสุปิ. ทูเตน สํวณฺณนายํ ปน ทูตสฺส สาสนํ อาโรจาเปติ ‘‘เอวํ อาโรเจหี’’ติ, ‘‘โย เอวํ มรติ, โส ธนํ วา ลภตี’’ติ สพฺพํ ปุริมสทิสเมว. เลขาย สํวณฺเณติ นาม คิริปพฺพตปุราณาทิเลขํ ลิขติ, ‘‘โย เอวํ มรตี’’ติอาทิ วุตฺตนยเมว. เอตฺถาปิ โย มรณูปายํ วา คาเหยฺย, มรเณ วา คุณํ วเทยฺย, โส จุโต ภเวติ สมฺพนฺโธ.

อิทานิ ปน อิมสฺส มนุสฺสวิคฺคหสฺส ฉพฺพิเธ ปโยเค ทสฺเสตุํ ‘‘ปโยคา’’ติอาทิ อารทฺธํ. สาหตฺถิกนิสฺสคฺคิกอาณตฺติกถาวรอิทฺธิมยวิชฺชามยานํ วเสน ตสฺส มนุสฺสวิคฺคหสฺส ฉปฺปโยคาติ อธิปฺปาโย. ตตฺถ สาหตฺถิโกติ สยํ มาเรนฺตสฺส กาเยน วา กายปฺปฏิพทฺเธน วา ปหรณํ. นิสฺสคฺคิโกติ ทูเร ฐิตํ มาเรตุกามสฺส กายาทีหิ อุสุสตฺติยนฺตปาสาณาทีนํ นิสฺสชฺชนํ. อาณตฺติโกติ ‘‘อสุกํ นาม มาเรหี’’ติ อญฺญํ อาณาเปนฺตสฺส อาณาปนํ. ถาวโรติ โอปาตกฺขณนํ, อปสฺเสนสํวิธานํ, อสิอาทีนํ อุปนิกฺขิปนํ, ตฬากาทีสุ วิสสมฺปโยชนํ, รูปูปหาโรติ เอวมาทิ. กมฺมวิปากชาย อิทฺธิยา ปโยชนํ อิทฺธิปโยคํ. มารณตฺถาย วิชฺชานํ ปริชปฺปนํ วิชฺชามโยติ.

อิทานิ อิเมสุ ฉสุ ปโยเคสุ อาณตฺติยํ สงฺเกตวิสงฺเกตตํ ทสฺเสตุํ ‘‘กาลวตฺถาวุธิริยาปถา’’ติอาทิมาห. ตตฺถ กาโลติ ปุพฺพณฺหสายนฺหาทิกาโล จ โยพฺพนถาวริยาทิกาโลปิ จ. อิเมสุ ยํ กิญฺจิ กาลํ นิยเมตฺวา ‘‘อิมสฺมึ นาม กาเล มาเรหี’’ติ อาณตฺโต สเจ ตสฺมึเยว กาเล มาเรติ, อาณตฺติกฺขเณเยว ปาราชิกํ. สเจ นิยมิตกาลโต ปุเร วา ปจฺฉา วา มาเรติ, อาณาปโก มุจฺจติ. วตฺถูติ มาเรตพฺโพ ปุคฺคโล. สเจ อาณตฺโต ตเมว มาเรติ, อาณาปกสฺส อาณตฺติกฺขเณเยว ปาราชิกํ. อถ อญฺญํ มาเรติ, อาณาปโก มุจฺจติ. เอวํ เสเสสุปิ วุตฺตนเยเนว วินิจฺฉโย เวทิตพฺโพ. อาวุธนฺติ อสิอาทิ. อิริยาปโถติ มาเรตพฺพสฺส คมนํ วา นิสชฺชา วาติ เอวมาทิโก. กิริยาวิเสโสติ วิชฺฌนํ วา เฉทนํ วา เภทนํ วา สูลาโรปนํ วาติ เอวมาทิโก. โอกาโสติ คาโม วา วนํ วา เคหํ วาติ เอวมาทิโก. อิเมสุ ยถา ยถา วธโก อาณตฺโต, ตถา ตถา กเต อาณาปกสฺส อาปตฺติ, อญฺญถา กเต วิสงฺเกโต โหติ. อาณตฺติยํ ปน อยํ วิเสโส ‘‘อธิฏฺฐายาติ อธิฏฺฐหิตฺวา อาณาเปติ ‘เอวํ วิชฺฌ, เอวํ ปหร, เอวํ ฆาเตหี’’ติ วุตฺตาย ปาฬิยา ลพฺภตีติ ญาตพฺโพ.

ตติยํ.

๘-๙. อิทานิ จตุตฺถํ ทสฺเสตุํ ‘‘ฌานาทิเภท’’นฺติอาทิมาห. ตสฺสตฺโถ – ‘‘ฌานํ วิโมกฺโข สมาธิ สมาปตฺติ ญาณทสฺสนํ มคฺคภาวนา ผลสจฺฉิกิริยา กิเลสปฺปหานํ วินีวรณตา จิตฺตสฺส สุญฺญาคาเร อภิรตี’’ติ เอวํ วุตฺตํ อุตฺตริมนุสฺสธมฺมํ อตฺตนิ นตฺถิตาย โนสนฺตํ ‘‘มยิ อตฺถี’’ติ อตฺตนิ วา ตํ ‘‘อหํ เอตฺถ สนฺทิสฺสามี’’ติ อตฺตานํ วา ตตฺถ อุปเนตฺวา ทีเปนฺโต จุโต ภเว. โกฏฺฐาสํ วาติ เอตฺถ ‘‘ฌานลาภี, วิโมกฺขลาภี, สมาธิลาภี, สมาปตฺติลาภีมฺหี’’ติ เอวมาทินา นเยน โกฏฺฐาสโต วาติ อตฺโถ. เอเกกํ วาติ ‘‘ปฐมสฺส ฌานสฺส ลาภี, ทุติยสฺส ฌานสฺส ลาภีมฺหี’’ติ เอวมาทินา นเยน เอเกกํ วาติ อตฺโถ. ‘‘อตีตภเว โสตาปนฺโนมฺหี’’ติ วทโต อตีตภวํ สนฺธาย กถิตตฺตา ปาราชิกํ นตฺถิ, ตสฺมา ‘‘ปจฺจุปฺปนฺนภวสฺสิต’’นฺติ วุตฺตํ, ตสฺส ปจฺจุปฺปนฺนภวนิสฺสิตํ กตฺวาติ อตฺโถ. อญฺญาปเทสรหิตนฺติ ‘‘โย เต วิหาเร วสติ, โส ภิกฺขุ ปฐมสฺส ฌานสฺส ลาภี’’ติอาทินา นเยน อญฺญาปเทสํ วินาติ อตฺโถ. เอวํ ทีเปนฺโต หิ ถุลฺลจฺจยมาปชฺชติ. ทีเปนฺโตติ ‘‘ปฐมํ ฌานํ สมาปชฺชึ, สมาปชฺชามิ, สมาปนฺโน, ปฐมสฺส ฌานสฺส ลาภีมฺหิ, วสีมฺหิ, สจฺฉิกตํ อสฺสา’’ติ เอวมาทินา นเยน ทีเปนฺโตติ อตฺโถ. ‘‘อธิคโต’’ติ มาโน อธิมาโน, โส ยสฺส นตฺถิ, โส อนธิมานิโก. เกน เอวํ ทีเปนฺโตติ เจ? ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘กาเยน วาจา’’ติอาทิ วุตฺตํ, กาเยน วา วาจาย วา ตทุภเยน วาติ อตฺโถ. วิญฺญตฺติปเถติ ยตฺถ ฐิโต มนุสฺสชาติโก คหฏฺโฐ วา ปพฺพชิโต วา ตสฺส วจนํ ปกติโสเตน สุตฺวา สมนนฺตรเมว ‘‘อิมํ นาม เอส วทตี’’ติ ชานาติ, ตตฺถ ฐตฺวา ทีเปนฺโต จุโต ภเว, น เทวพฺรหฺมาทีสุ อญฺญตเรน ญาเตติ อตฺโถ.

จตุตฺถํ.

๑๐. อิทานิ จตุนฺนมฺปิ สาธารณวินิจฺฉยํ วตฺตุํ ‘‘ปาราชิเกเต จตฺตาโร’’ติอาทิมาห. ตตฺถายํ สงฺเขโป – จตฺตาโรปิ เอเต ปาราชิกา ‘‘เอกกมฺมํ เอกุทฺเทโส สมสิกฺขตา’’ติ เอวํ วุตฺตสํวาสสฺส อภพฺพตาย อสํวาสา, ยถาปุเร ปุพฺเพ คิหิกาเล จ อนุปสมฺปนฺนกาเล จ อสํวาสิกา, เอวํ ปจฺฉา ปาราชิกํ อาปนฺนาปิ อสํวาสาติ. กิญฺจ ภิยฺโย – อภพฺพา ภิกฺขุภาวาย ปุน เตน อตฺตภาเวน อุปสมฺปทาย อวตฺถุตาย อุปสมฺปนฺนา ภวิตุมฺปิ อภพฺพาติ อตฺโถ. กึ วิยาติ เจ? สีสจฺฉินฺโนว ชีวิตุํ, ยถาปิ สีสจฺฉินฺโน เตน อตฺตภาเวน ปุน ชีวิตุํ อภพฺโพ, เอวมิเม จตฺตาโรติ อธิปฺปาโย.

๑๑. อิทานิ อิเมสุ จตูสุ ปาราชิเกสุ เย ปริยายาณตฺตีหิ สมฺภวนฺติ, เต ทสฺเสตุํ ‘‘ปริยาโย จา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ ปริยาโยติ มรณาธิปฺปายสฺส กายปโยโค วา วจีปโยโค วา. ตสฺมา ‘‘โย อีทิเส มุหุตฺเต สตฺถํ วา อาหริตฺวา วิสํ วา ขาทิตฺวา โสพฺภาทีสุ วา ปปติตฺวา มรติ, โส ธนํ วา ลภติ, ยสํ วา ลภตี’’ติอาทินา นเยน มรณํ อภินนฺทนฺโต ‘‘อิทํ สุตฺวา โย โกจิ มรตู’’ติ โย ปริยาเยน วทติ, ตํ สุตฺวา สเจ โกจิ ตถา มรติ, ปาราชิกํ. นิยมิเตน ปน ยํ สนฺธาย วุตฺตํ, ตสฺเสว มรเณ ปาราชิกํ. อาณตฺติ ปน วุตฺตตฺถาเยว. ตติเย มนุสฺสวิคฺคหปาราชิเก ลพฺภตีติ สมฺพนฺโธ. ทุติเย ปน อทินฺนาทาเน อาณตฺติ เอว ลพฺภติ, น ปริยาโยติ อตฺโถ. กสฺมา นํ ปริยาเยน นาปชฺชตีติ? ยถา มนุสฺสวิคฺคเห ‘‘มรณวณฺณํ วา สํวณฺเณยฺยา’’ติ วุตฺตํ, ตถา อิธ อทินฺนาทาเน ‘‘วณฺณํ วา สํวณฺเณยฺยา’’ติ อวุตฺตตฺตา. เสเสสูติ ปฐมจตุตฺเถสุ ปริยายาณตฺติทฺวยํ น ลพฺภตีติ อตฺโถ.

๑๒. อิทานิ จตูสุปิ ยถาสมฺภวํ องฺคเภทํ ทสฺเสตุํ ‘‘เสเวตุกามตาจิตฺต’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ เมถุนธมฺมสฺสาติ เมถุนธมฺมปาราชิกสฺส. พุธาติ วินยธรา.

๑๓. มนุสฺสสนฺติ มนุสฺสสนฺตกตา. เอเตน เปตติรจฺฉานคตปริคฺคเหสุ อนาปตฺตีติ ทีปิตํ โหติ. ตถาสญฺญีติ มนุสฺสสนฺตกวเสน ปรปริคฺคหิตสญฺญีติ อตฺโถ. วตฺถุโน ครุตาติ ปญฺจมาสกํ วา อติเรกปญฺจมาสกํ วา ตทคฺฆนกํ ภณฺฑํ วา โหตีติ อตฺโถ. อวหาโร จาติ ปญฺจวีสติยา อวหาเรสุ เยน เกนจิ อวหาโร โหตีติ อตฺโถ. อทินฺนาทานเหตุโยติ อทินฺนาทานปาราชิกสฺส เอตานิ ปญฺจ องฺคานีติ อธิปฺปาโย.

๑๔. ปาโณ มานุสฺสโกติ มนุสฺสชาติกปาโณ. ตสฺมึ ปาเณ ปาณสญฺญิตา. ฆาตเจตนาติ วธกเจตนา. ปโยโคติ ตํสมุฏฺฐิโต สาหตฺถิกาทีนํ ฉนฺนํ ปโยคานํ อญฺญตรปโยโค. เตน ปโยเคน มรณํ. ปญฺเจเต วธเหตุโยติ มนุสฺสวิคฺคหปาราชิกสฺส ปญฺจ องฺคานีติ อตฺโถ.

๑๕. อสนฺตตาติ อุตฺตริมนุสฺสธมฺมสฺส อตฺตนิ อสนฺตตา จาติ อตฺโถ. ปาปมิจฺฉตายาโรจนาติ อิมินา โย เกวลํ ปาปมิจฺฉตํ วินา มนฺทตฺตา โมมูหตฺตา ภณติ, ตสฺส อนาปตฺตีติ ทีปิตํ โหติ. ตสฺสาติ ยสฺส อาโรเจติ, ตสฺส มนุสฺสชาติตา จ. ‘‘โย เต วิหาเร วสติ, โส ภิกฺขุ อรหา’’ติอาทินา (ปริ. ๑๖๐, ๓๓๖) นาญฺญาปเทโส จ. ตเทวาติ ตทา เอว ตงฺขเณเยว ชานนํ. อสนฺตทีปเนติ อุตฺตริมนุสฺสธมฺมาโรจนปาราชิเกติ อตฺโถ.

๑๖. อิทานิ ‘‘ปาราชิกา จ จตฺตาโร’’ติ เอตฺถ จ-สทฺเทน สงฺคหิเตหิ สทฺธึ สโมธาเนตฺวา ทสฺเสตุํ ‘‘อสาธารณา จตฺตาโร’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ อุพฺภชาณุมณฺฑลิกา วชฺชปฺปฏิจฺฉาทิกา อุกฺขิตฺตานุวตฺติกา อฏฺฐวตฺถุกาติ อิเม จตฺตาโร ภิกฺขุนีนํ ภิกฺขูหิ อสาธารณา นาม. เอตาสุ อุพฺภชาณุมณฺฑลิกา นาม ยา กายสํสคฺคราเคน อวสฺสุตา เตเนว ราเคน อวสฺสุตสฺส มนุสฺสปุริสสฺส อกฺขกานํ อโธ, ชาณุมณฺฑลานํ กปฺปรานญฺจ อุปริ เยน เกนจิ สรีราวยเวน อามสนาทึ สาทิยติ, ตสฺสา อธิวจนํ. ยา ปน ภิกฺขุนี อญฺญิสฺสา ภิกฺขุนิยา ปาราชิกสงฺขาตํ วชฺชํ ชานํ ปฏิจฺฉาเทติ, สา วชฺชปฺปฏิจฺฉาทิกา นาม. สมคฺเคน ปน สงฺเฆน อุกฺขิตฺตํ ภิกฺขุํ ยา ภิกฺขุนี ยํทิฏฺฐิโก โส โหติ, ตสฺสา ทิฏฺฐิยา คหณวเสน อนุวตฺตติ, สา อุกฺขิตฺตานุวตฺติกา นาม. ยา ปน กายสํสคฺคราเคน ตินฺตา ตถาวิธสฺเสว ปุริสสฺส หตฺถคฺคหณํ วา สงฺฆาฏิกณฺณคฺคหณํ วา สาทิยติ, กายสํสคฺคสงฺขาตสฺส อสทฺธมฺมสฺส ปฏิเสวนตฺถาย ปุริสสฺส หตฺถปาเส สนฺติฏฺฐติ วา, ตตฺถ ฐตฺวา สลฺลปติ วา, สงฺเกตํ วา คจฺฉติ, ปุริสสฺส อาคมนํ วา สาทิยติ, เกนจิ วา ปฏิจฺฉนฺโนกาสํ ปวิสติ, หตฺถปาเส ฐตฺวา กายํ อุปสํหรติ, อยํ อฏฺฐวตฺถุกา นามาติ เวทิตพฺพา.

อภพฺพกา เอกาทสาติ เอตฺถ ปณฺฑโก เถยฺยสํวาสโก ติตฺถิยปกฺกนฺตโก ติรจฺฉานคโต มาตุฆาตโก ปิตุฆาตโก อรหนฺตฆาตโก ภิกฺขุนิทูสโก สงฺฆเภทโก โลหิตุปฺปาทโก อุภโตพฺยญฺชนโกติ อิเม เอกาทส อภพฺพปุคฺคลา นาม. วิพฺภนฺตา ภิกฺขุนีติ ยทา ภิกฺขุนี วิพฺภมิตุกามา หุตฺวา เสตวตฺถํ วา กาสายเมว วา คิหินิวาสนากาเรน นิวาเสติ, ตทา ปาราชิกมาปนฺนา นาม โหติ, ปุน อุปสมฺปทํ น ลภติ, สา จ ปาราชิกาติ อตฺโถ. มุทุปิฏฺฐิโก นาม กตปริกมฺมาย มุทุกาย ปิฏฺฐิยา สมนฺนาคโต. โส เอตฺตาวตา น ปาราชิโก, อถ โข ยทา อนภิรติยา ปีฬิโต อตฺตโน องฺคชาตํ อตฺตโน มุขมคฺควจฺจมคฺเคสุ อญฺญตรํ ปเวเสติ, ตทา ปาราชิโก โหติ.

๑๗-๑๘. ลมฺพีติ องฺคชาตสฺส ทีฆตฺตา เอวํ วุตฺโต. โสปิ ยทา อนภิรติยา ปีฬิโต อตฺตโน องฺคชาตํ อตฺตโน มุเข วา วจฺจมคฺเค วา ปเวเสติ, ตทา ปาราชิโก โหติ. มุเขน คณฺหนฺโตติ เอตฺถ โย อนภิรติยา ปีฬิโต ปรสฺส สุตฺตสฺส วา ปมตฺตสฺส วา องฺคชาตํ อตฺตโน มุเขน คณฺหาติ, โส จาติ อตฺโถ. ตตฺเถวาติ ปรสฺส องฺคชาเตวาติ อตฺโถ. โย อนภิรติยา ปีฬิโต ปรสฺส องฺคชาตํ กมฺมนิยํ ทิสฺวา อตฺตโน วจฺจมคฺเคน ตสฺส อุปริ นิสีทติ, ตํ อตฺตโน วจฺจมคฺคํ ปเวเสติ, โส จาติ อตฺโถ. เอเต จตฺตาโร อนุโลมิกา เมถุนสฺสาติ สมฺพนฺโธ. กถมิติ เจ? มคฺเค มคฺคปฺปเวสนสทิสตาย, น อุภินฺนํ ราควเสน สทิสภาวูปคตานํ ทฺวยํทฺวยสมาปตฺติสทิสตาย. อิธาคตา จตฺตาโรติ เมถุนธมฺมาทิวเสน ปาราชิกา จตฺตาโร จาติ เอวํ สโมธานโต จตุวีสติ ปาราชิกาติ อตฺโถ.

เอตฺถาห – มาตุฆาตกปิตุฆาตกอรหนฺตฆาตกา ตติยปาราชิกํ อาปนฺนา, ภิกฺขุนิทูสโก ลมฺพีอาทโย จตฺตาโร ปฐมปาราชิกํ อาปนฺนาเยวาติ กตฺวา กุโต จตุวีสตีติ? อธิปฺปาโย ปเนตฺถ อตฺถิ, มาตุฆาตกาทโย หิ จตฺตาโร อิธ อนุปสมฺปนฺนาเยว อธิปฺเปตา, ลมฺพีอาทโย จตฺตาโร กิญฺจาปิ ปฐมปาราชิเกน สงฺคหิตา, ยสฺมา เอเกน ปริยาเยน เมถุนธมฺมํ อปฺปฏิเสวิโนปิ โหนฺติ, ตสฺมา วิสุํ วุตฺตาติ. ปาราชิกวินิจฺฉโย.

ปาราชิกนิทฺเทสวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๒. สงฺฆาทิเสสนิทฺเทสวณฺณนา

๑๙. อิทานิ สงฺฆาทิเสสํ ปกาเสตุํ ‘‘ครุกา นวา’’ติอาทิ อารทฺธํ. ครุกาติ สงฺฆาทิเสสา อิธ อธิปฺเปตา, อญฺญตฺถ ปน ปาราชิกาปิ สงฺคยฺหนฺติ. กสฺมา ‘‘เตรสา’’ติ อวตฺวา ‘‘นวา’’ติ วุตฺตนฺติ เจ? วีติกฺกมกฺขเณเยว อาปชฺชิตพฺพตฺตา ปฐมาปตฺติกา วุตฺตา, ยาวตติยกา ปน จตฺตาโร สงฺฆาทิเสสา สงฺฆายตฺตตฺตา จิเรน อาปชฺชนฺตีติ น วุตฺตา. ตตฺถ โมเจตุกามตาติ โมเจตุกามตายาติ อตฺโถ ‘‘อลชฺชิตา’’ติอาทีสุ วิย. อิมินา ปน นเยน โมจนสฺสาโท มุจฺจนสฺสาโท มุตฺตสฺสาโท เมถุนสฺสาโท ผสฺสสฺสาโท กณฺฑูวนสฺสาโท ทสฺสนสฺสาโท นิสชฺชนสฺสาโท วาจสฺสาโท เคหสิตเปมํ วนภงฺคิยนฺติ เอกาทส อสฺสาทา วุตฺตา, เตสุ เอกํเยว โมจนสฺสาทํ คเหตฺวา เสสา ปฏิกฺขิตฺตา โหนฺติ.

เตสํ อสฺสาทานํ วเสน เอวํ วินิจฺฉโย เวทิตพฺโพ – โมเจตุํ อสฺสาโท โมจนสฺสาโท. โมจนสฺสาทเจตนาย นิมิตฺเต อุปกฺกมติ, มุจฺจติ, สงฺฆาทิเสโส. น มุจฺจติ เจ, ถุลฺลจฺจยํ. มุจฺจนสฺสาเท สเจ อตฺตโน ธมฺมตาย มุจฺจมานํ อสฺสาเทติ, น อุปกฺกมติ, อนาปตฺติ. สเจ มุจฺจมานํ อสฺสาเทนฺโต อุปกฺกมิตฺวา โมเจติ, สงฺฆาทิเสโสว. อตฺตโน ธมฺมตาย มุตฺเต อสฺสาโท มุตฺตสฺสาโท. เอตฺถาปิ อุปกฺกมสฺส นตฺถิตาย อนาปตฺติ. เอวํ สพฺพตฺถ. เมถุนสฺสาเทน อิตฺถึ คณฺหนฺตสฺส มุตฺเตปิ อนาปตฺติ, อยํ เมถุนสฺสาโท. ผสฺสสฺสาโท ทุวิโธ อชฺฌตฺติโก พาหิโร จาติ. ตตฺถ อชฺฌตฺติเก ตาว อตฺตโน นิมิตฺตํ ‘‘ถทฺธํ มุทุกนฺติ ชานิสฺสามี’’ติ วา โลลภาเวน วา กีฬาปยโต สเจ มุจฺจติ, อนาปตฺติ. พาหิรผสฺสสฺสาเท กายสํสคฺคราเคน มาตุคามํ ผุสโต อาลิงฺคโต จ มุตฺเต อนาปตฺติ. กณฺฑูวนสฺสาเท ททฺทุกจฺฉาทีนํ วเสน ขชฺชมานํ นิมิตฺตํ กณฺฑูวนสฺสาเทน กณฺฑูวโต มุตฺเตปิ อนาปตฺติ. ทสฺสนสฺสาเท มาตุคามสฺส อโนกาสํ อุปนิชฺฌายโต มุตฺเตปิ อนาปตฺติ. นิสชฺชนสฺสาเท มาตุคาเมน สทฺธึ รโห นิสินฺนสฺส มุตฺเตปิ อนาปตฺติ. วาจาย อสฺสาโท วาจสฺสาโท. เตน อสฺสาเทน มาตุคามํ เมถุนปฺปฏิสํยุตฺตาหิ วาจาหิ โอภาสนฺตสฺส มุตฺเตปิ อนาปตฺติ. เคหสิตเปเม มาตาทีนํ มาตาทิเปเมน อาลิงฺคนาทึ กโรนฺตสฺส มุตฺเตปิ อนาปตฺติ. วนภงฺเค จ สนฺถวกรณตฺถาย อิตฺถิยา เปสิตํ ปุปฺผาทิวนภงฺคสญฺญิตํ ปณฺณาการํ ‘‘อิตฺถนฺนามาย นาม อิทํ เม เปสิต’’นฺติ อสฺสาเทน อามสนฺตสฺส มุตฺเตปิ อนาปตฺติ. เอเตสุ ปน โมจนสฺสาทวเสเนว อุปกฺกมนฺตสฺส อาปตฺติ, เสสานํ วเสน อนาปตฺตีติ เวทิตพฺพํ.

สุกฺกสฺสาติ ‘‘นีลํ ปีตกํ โลหิตกํ โอทาตํ ตกฺกวณฺณํ ทกวณฺณํ เตลวณฺณํ ขีรวณฺณํ ทธิวณฺณํ สปฺปิวณฺณ’’นฺติ (ปารา. ๒๓๗) เอวํ อาคเตสุ ทสสุ วณฺเณสุ ยสฺส กสฺสจิ สุกฺกสฺสาติ อธิปฺปาโย. อุปกฺกมฺมาติ ‘‘อชฺฌตฺตรูเป โมเจติ, พหิทฺธารูเป โมเจติ, อชฺฌตฺตพหิทฺธารูเป โมเจติ, อากาเส กฏึ กมฺเปนฺโต โมเจตี’’ติ (ปารา. ๒๓๗) เอวํ วุตฺเตสุ จตูสุ อุปาเยสุ อญฺญตเรน อุปาเยน ‘‘ราคูปตฺถมฺเภ โมเจติ, วจฺจูปตฺถมฺเภ โมเจติ, ปสฺสาวูปตฺถมฺเภ โมเจติ, วาตูปตฺถมฺเภ โมเจติ, อุจฺจาลิงฺคปาณกทฏฺฐูปตฺถมฺเภ โมเจตี’’ติ เอวํ วุตฺเตสุ ปญฺจสุ กาเลสุ กิสฺมิญฺจิ กาเล องฺคชาเต กมฺมนิยํ ปตฺเต ‘‘อาโรคฺยตฺถาย โมเจติ, สุขตฺถาย โมเจติ, เภสชฺชตฺถาย, ทานตฺถาย, ปุญฺญตฺถาย, ยญฺญตฺถาย, สคฺคตฺถาย, พีชตฺถาย, วีมํสตฺถาย, ทวตฺถาย โมเจตี’’ติ (ปารา. ๒๓๗) เอวํ วุตฺเตสุ ทสสุ อธิปฺปาเยสุ เยน เกนจิ อธิปฺปาเยน หตฺถาทีสุ เยน เกนจิ อุปกฺกมิตฺวาติ อตฺโถ. วิโมจยนฺติ อนฺตมโส ยํ เอกา ขุทฺทกมกฺขิกา ปิเวยฺย, ตตฺตกมฺปิ โมเจนฺโตติ อตฺโถ. อญฺญตฺร สุปินนฺเตนาติ ยา สุปินนฺเต สุกฺกวิสฺสฏฺฐิ โหติ, ตํ ฐเปตฺวาติ อตฺโถ. สมโณติ โย โกจิ อุปสมฺปนฺโน. ครุกนฺติ สงฺฆาทิเสสํ. ผุเสติ อาปชฺเชยฺยาติ อตฺโถ.

สุกฺกวิสฺสฏฺฐิสิกฺขาปทํ ปฐมํ.

๒๐. อิทานิ กายสํสคฺคํ ทีเปตุํ ‘‘อิตฺถิสญฺญี’’ติอาทิ อารทฺธํ. ตตฺถ อิตฺถิสญฺญีติ ตทหุชาตายปิ มนุสฺสิตฺถิยา อิตฺถิสญฺญีเยว หุตฺวาติ อตฺโถ. สเจ ตตฺถ เวมติโก วา ปณฺฑกปุริสติรจฺฉานคตสญฺญี วา โหติ, ถุลฺลจฺจยํ, ตถา อิตฺถิยา กาเยน กายปฺปฏิพทฺธามสเน จ กายปฺปฏิพทฺเธน กายามสเน จ ยกฺขีเปตีปณฺฑกานํ กาเยน กายามสเน จ. ปุริสติรจฺฉานคติตฺถีนํ ปน กาเยน กายามสเนปิ ทุกฺกฏํ, ตถา ยกฺขีอาทีนํ กาเยน กายปฺปฏิพทฺธาทีสุ จ. มติตฺถิยา ปน ถุลฺลจฺจยํ. กายสํสคฺคราควาติ อิมินา มาตุเปมาทึ โมกฺขาธิปฺปายญฺจ ปฏิกฺขิปติ. สมฺผุสนฺโตติ กายสํสคฺคราเคน อุปกฺกมฺม อนฺตมโส โลเมนปิ มนุสฺสิตฺถึ สมฺผุสนฺโตติ อตฺถสมฺพนฺโธ. อิมินา โย อิตฺถิยา อาลิงฺคโตปิ กาเยน น วายมติ, เกวลํ ผสฺสํเยว อนุภวติ, ตสฺส อนาปตฺตีติ ทีปิตํ โหติ.

กายสํสคฺคสิกฺขาปทํ ทุติยํ.

๒๑. อิทานิ ทุฏฺฐุลฺลวาจํ ปกาเสตุํ ‘‘ตถา สุณนฺติ’’นฺติอาทิ อารทฺธํ. ตตฺถ ตถาติ อิตฺถิสญฺญี. มนุสฺสิตฺถึ สุณนฺตินฺติ สมฺพนฺโธ. สุณนฺตินฺติ อิมินา ปฏิพลายปิ อิตฺถิยา อวิญฺญตฺติปเถ ฐิตาย ทูเตน วา ปณฺเณน วา อาโรเจนฺตสฺส ทุฏฺฐุลฺลวาจาปตฺติน โหตีติ ทีปิตํ โหติ. วิญฺญุญฺจาติ อิมินา ยา มหลฺลิกาปิ พาลาปิ เอฬมูคาปิ อสทฺธมฺมปฺปฏิสํยุตฺตํ กถํ น ชานาติ, สา อิธ นาธิปฺเปตาติ ทสฺเสติ. วจฺจมคฺคปสฺสาวมคฺคานํ วเสน มคฺคํ วา เมถุนํ วา อารพฺภาติ สมฺพนฺโธ. ทุฏฺฐุลฺลวาจาย ราโค ทุฏฺฐุลฺลวาจาราโค, เตน ทุฏฺฐุลฺลวาจาราเคน. ตํ อสฺสาเทนฺโต โอภาเสตฺวา ทุรุตฺตวจนํ วตฺวา ครุกํ ผุเสติ อตฺโถ.

กถํ เทฺว มคฺเค อารพฺภ ปสํสติ ครหติ? ตตฺถ ปสํสายปิ ตาว ‘‘อิตฺถิลกฺขเณน สุภลกฺขเณน สมนฺนาคตาสี’’ติ วทติ, น ตาวสีสํ เอติ. ‘‘ตว วจฺจมคฺโค จ ปสฺสาวมคฺโค จ สุโภ สุสณฺฐาโน ทสฺสนีโย, อีทิเสน นาม อิตฺถิลกฺขเณน สุภลกฺขเณน สมนฺนาคตาสี’’ติ วทติ, สีสํ เอติ, สงฺฆาทิเสโส โหตีติ อตฺโถ. ครหเณ ปน ‘‘สิขรณีสิ, สมฺภินฺนาสิ, อุภโตพฺยญฺชนาสี’’ติ อิมานิ ตีณิ สุทฺธานิเยว สีสํ เอนฺติ วจฺจมคฺคปสฺสาวมคฺคานํ นิยตวจนตฺตา อจฺโจฬาริกตฺตา จ. อญฺญานิ ปน ‘‘อนิมิตฺตาสิ, นิมิตฺตมตฺตาสี’’ติอาทีนิ มคฺคานํ อนิยตวจนตฺตา เมถุเนน ฆเฏตฺวา วุตฺตานิ เอว สีสํ เอนฺติ. เมถุนปฺปฏิสํยุตฺเต ‘‘เทหิ เม, อรหสิ เม ทาตุ’’นฺติอาทีหิ ปน สีสํ น เอติ, ‘‘เมถุนธมฺมํ เทหี’’ติอาทินา เมถุนธมฺเม ฆฏิเตเยว สงฺฆาทิเสโส. อิตฺถิยา วจฺจมคฺคปสฺสาวมคฺเค ฐเปตฺวา อธกฺขกํ อุพฺภชาณุมณฺฑลํ อาทิสฺส วณฺณาทิภณเน ถุลฺลจฺจยํ, ตถา ยกฺขีเปตีปณฺฑเกสุ วจฺจมคฺคปสฺสาวมคฺเค เมถุเนปิ. อิเมสํ ปน ยกฺขีอาทีนํ อธกฺขกาทิเก วุตฺตปฺปกาเร ปเทเส ทุํกฺกฏํ, ตถา อิตฺถิยาทีนํ อุพฺภกฺขเก อโธชาณุมณฺฑเล กายปฺปฏิพทฺเธ จาติ.

ทุฏฺฐุลฺลวาจาสิกฺขาปทํ ตติยํ.

๒๒. อิทานิ อตฺตกามปาริจริยํ ทสฺเสตุํ ‘‘วตฺวา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ วตฺวาติ ทุฏฺฐุลฺโลภาสเน วุตฺตปฺปการํ อิตฺถึ อิตฺถิสญฺญีเยว หุตฺวา วตฺวาติ อตฺโถ. อตฺตกามุปฏฺฐานวณฺณนฺติ เอตฺถ เมถุนธมฺมสงฺขาเตน กาเมน อุปฏฺฐานํ กามุปฏฺฐานํ, อตฺตโน อตฺถาย กามุปฏฺฐานํ อตฺตกามุปฏฺฐานํ, อตฺตนา วา กามิตํ อิจฺฉิตนฺติ อตฺตกามํ, สยํ เมถุนราควเสน ปตฺถิตนฺติ อตฺโถ, อตฺตกามญฺจ ตํ อุปฏฺฐานญฺจาติ อตฺตกามุปฏฺฐานํ, ตสฺส วณฺโณ อตฺตกามุปฏฺฐานวณฺโณ, ตํ อตฺตกามุปฏฺฐานวณฺณํ. ‘‘เอตทคฺคํ, ภคินิ, ปาริจริยานํ ยา มาทิสํ สีลวนฺตํ กลฺยาณธมฺมํ พฺรหฺมจารึ เอเตน ธมฺเมน ปริจเรยฺยา’’ติ เอวํ วตฺวาติ สมฺพนฺโธ. เมถุนราคิโนติ อิมินา คิลานปจฺจยาทีหิ อุปฏฺฐานสฺส วณฺณํ ภณโต อนาปตฺตีติ ทีปิตํ โหติ. วาจา เมถุนยุตฺเตนาติ เอตฺถ เมถุนยุตฺเตเนว วาจาย เมถุนยาจเน ครุกํ โหติ, น อญฺญถาติ อธิปฺปาโย.

อตฺตกามปาริจริยสิกฺขาปทํ จตุตฺถํ.

๒๓. อิทานิ สญฺจริตฺตํ ทสฺเสตุํ ‘‘ปฏิคฺคเหตฺวา’’ติอาทิ อารทฺธํ. ตตฺถ ปฏิคฺคเหตฺวาติ อิตฺถิยา วา ปุริเสน วา อุภินฺนํ มาตาทีหิ วา ‘‘ภนฺเต, อิตฺถนฺนามํ อิตฺถึ วา ปุริสํ วา เอวํ ภณาหี’’ติ วุตฺโต เตสํ วจนํ ‘‘สาธู’’ติ วา ‘‘โหตู’’ติ วา ‘‘ภณามี’’ติ วา เยน เกนจิ อากาเรน วจีเภทํ กตฺวา, สีสกมฺปนาทีหิ วา สมฺปฏิจฺฉิตฺวาติ อตฺโถ. สนฺเทสนฺติ เอตฺถ ปน อิตฺถี ทสวิธา มาตุรกฺขิตา ปิตุรกฺขิตา มาตาปิตุรกฺขิตา ภาตุรกฺขิตา ภคินิรกฺขิตา ญาติรกฺขิตา โคตฺตรกฺขิตา ธมฺมรกฺขิตา สารกฺขา สปริทณฺฑาติ. ทส ภริยาโย ธนกฺกีตา ฉนฺทวาสินี โภควาสินี ปฏวาสินี โอทปตฺตกินี โอภฏจุมฺพฏกา ทาสี จ ภริยา จ กมฺมการี จ ภริยา จ ธชาหฏา มุหุตฺติกา จาติ.

ตาสุ มาตุรกฺขิตา ภิกฺขุํ ปหิณติ ‘‘คจฺฉ, ภนฺเต, อิตฺถนฺนามํ พฺรูหิ ‘โหมิ อิตฺถนฺนามสฺส ภริยา ธนกฺกีตา…เป… มุหุตฺติกา จา’’ติ, อยํ อิตฺถิยา สนฺเทโส นาม. สเจ มาตุรกฺขิตาย มาตาปิตาภาตาภคินิอาทโย ภิกฺขุํ ปหิณนฺติ ‘‘คจฺฉ, ภนฺเต, อิตฺถนฺนามํ พฺรูหิ ‘โหตุ อิตฺถนฺนามสฺส ภริยา ธนกฺกีตา…เป… มุหุตฺติกา จา’’ติ, อยมฺปิ อิตฺถิยา สนฺเทโสเยว นาม. เอวํ ปิตุรกฺขิตาทีสุปิ นโย เนตพฺโพ. ปุริโส ภิกฺขุํ ปหิณติ ‘‘คจฺฉ, ภนฺเต, อิตฺถนฺนามํ มาตุรกฺขิตํ พฺรูหิ…เป… สปริทณฺฑํ พฺรูหิ ‘โหตุ กิร อิตฺถนฺนามสฺส ภริยา ธนกฺกีตา…เป… มุหุตฺติกา จา’’ติ, อยํ ปุริสสฺส สนฺเทโส นาม. สเจ ปุริสสฺส มาตาปิตาภาตาภคินิอาทโย ภิกฺขุํ ปหิณนฺติ ‘‘คจฺฉ, ภนฺเต, อิตฺถนฺนามํ มาตุรกฺขิตํ พฺรูหิ…เป… สปริทณฺฑํ พฺรูหิ ‘โหตุ อิตฺถนฺนามสฺส ภริยา ธนกฺกีตา…เป… มุหุตฺติกา จา’’ติ, อยมฺปิ ปุริสสฺส สนฺเทโสเยว นาม, อาณาปนนฺติ อตฺโถ.

วีมํสิตฺวาติ เอตฺถ วุตฺตปฺปกาเรน สาสนํ คเหตฺวา ตสฺสา อิตฺถิยา วา ปุริสสฺส วา เตสํ อวสฺสาโรจนกานํ มาตาปิตาภาตาภคินิอาทีนํ วา อาโรเจตฺวาติ อตฺโถ. หรนฺติ ยตฺถ ปหิโต, ตตฺถ คนฺตฺวา ตสฺสา อิตฺถิยา วา ปุริสสฺส วา อาโรเจติ, สา อิตฺถี วา ปุริโส วา ‘‘สาธู’’ติ สมฺปฏิจฺฉตุ วา, มา วา, ลชฺชาย วา ตุณฺหี โหตุ, ปุน อาคนฺตฺวา ตสฺสา อิตฺถิยา วา ปุริสสฺส วา หรนฺโต ครุกํ ผุเสติ สมฺพนฺโธ. เอตฺตาวตา ‘‘ปฏิคฺคณฺหติ วีมํสติ ปจฺจาหรตี’’ติ วุตฺตํ องฺคตฺตยํ สมฺปาทิตํ โหติ. อิมาย ติวงฺคสมฺปตฺติยา สงฺฆาทิเสโส, อิโต เยหิ เกหิจิ ทฺวีหิ องฺเคหิ ถุลฺลจฺจยํ, เอเกน ทุกฺกฏํ. ยกฺขีเปตีปณฺฑเกสุ องฺคตฺตเยนปิ ถุลฺลจฺจยเมว, เอเกน วา ทฺวีหิ วา ทุกฺกฏนฺติ.

สญฺจริตฺตสิกฺขาปทํ ปญฺจมํ.

๒๔. อิทานิ กุฏิการสิกฺขาปทํ อาวิ กาตุํ ‘‘สํยาจิตปริกฺขาร’’นฺติอาทิ อารทฺธํ. ตตฺรายํ สงฺเขปตฺโถ – ‘‘วาสึ เทถ, ผรสุํ เทถา’’ติอาทินา สยํ ปวตฺติตยาจนาย คหิตปริกฺขารํ สํยาจิตปริกฺขารํ ปทภาชเน วุตฺตนเยน สงฺฆํ ติกฺขตฺตุํ ยาจิตฺวา ลทฺธภิกฺขูหิ วา สงฺเฆเนว วา ตตฺถ คนฺตฺวา สารมฺภานารมฺภสปริกฺกมนาปริกฺกมนภาวํ ญตฺวา อเทสิตวตฺถุกํ ‘‘กุฏิ นาม อุลฺลิตฺตา วา โหติ อวลิตฺตา วา อุลฺลิตฺตาวลิตฺตา วา’’ติ (ปารา. ๓๔๙) เอวํ วุตฺตลกฺขณํ กุฏึ. ‘‘ตตฺริทํ ปมาณํ, ทีฆโส ทฺวาทส วิทตฺถิโย สุคตวิทตฺถิยา, ติริยํ สตฺตนฺตรา’’ติ (ปารา. ๓๔๘) เอวํ วุตฺตปมาณาติกฺกนฺตํ, ‘‘มยฺหํ วาสาคารํ เอสา’’ติ เอวํ อตฺตา อุทฺเทโส เอติสฺสาติ อตฺตุทฺเทสา, ตํ อตฺตุทฺเทสํ กตฺวา ครุํ สงฺฆาทิเสสํ ผุเสติ สมฺพนฺโธ. อยํ ปเนตฺถ วินิจฺฉโย – อเทสิตวตฺถุกํ ปมาณาติกฺกนฺตํ กุนฺถกิปิลฺลิกาทีนํ อาสเย กตตฺตา สารมฺภํ ทฺวีหิ พลีพทฺเทหิ ยุตฺเตน สกเฏน คนฺตุํ อสกฺกุเณยฺยตาย อปริกฺกมนํ อุลฺลิตฺตาทิเภทํ กุฏึ อตฺตโน วสนตฺถาย กโรนฺโต วา การาเปนฺโต วา ‘‘อิทานิ นิฏฺฐานํ คมิสฺสตี’’ติ ปฐมปิณฺฑทาเน ถุลฺลจฺจยํ, ทุติยปิณฺฑทาเนน เลเป ฆฏิเต เทฺว จ สงฺฆาทิเสเส เทฺว จ ทุกฺกฏานิ, สเจ เทสิตวตฺถุกาเยว วา ปมาณาติกฺกนฺตาเยว วา โหติ, เอกํ สงฺฆาทิเสสํ เทฺว จ ทุกฺกฏานิ อาปชฺชตีติ.

กุฏิการสิกฺขาปทํ ฉฏฺฐํ.

๒๕. อิทานิ วิหารการสิกฺขาปทํ ทสฺเสตุํ ‘‘มหลฺลก’’นฺติอาทิ อารทฺธํ. ตตฺถ มหลฺลกนฺติ สสฺสามิกภาเวน สํยาจิตกุฏิโต มหนฺตภาโว เอตสฺส อตฺถิ, ยสฺมา วา วตฺถุํ เทสาเปตฺวา ปมาณาติกฺกเมนาปิ กาตุํ วฏฺฏติ, ตสฺมา ปมาณมหนฺตตายปิ มหลฺลโก, ตํ มหลฺลกํ วิหารํ วา กตฺวาติ อตฺโถ. เอตฺถ ปน อเทสิตวตฺถุกภาเวน เอโก สงฺฆาทิเสโส, เสสํ อนนฺตรสทิสเมว. อิธ จ ตตฺถ จ วาสาคารํ ฐเปตฺวา อุโปสถาคารํ วา ชนฺตาฆรํ วา อคฺคิสาลํ วา ภวิสฺสตีติ เอวมาทินา นเยน กโรนฺตสฺส อนาปตฺติ.

วิหารการสิกฺขาปทํ สตฺตมํ.

๒๖. อิทานิ อมูลกสิกฺขาปทํ ปกาเสตุํ ‘‘อมูลเกนา’’ติอาทิ อารทฺธํ. ตตฺถ อมูลเกนาติ ยํ โจทเกน จุทิตกมฺหิ ปุคฺคเล อทิฏฺฐํ อสุตํ อปริสงฺกิตํ, อิทํ เอเตสํ ทสฺสนสวนปริสงฺกาสงฺขาตานํ มูลานํ อภาวโต อมูลกํ, เตน อมูลเกน วตฺถุนาติ สมฺพนฺโธ. ตตฺถ อทิฏฺฐํ นาม อตฺตโน ปสาทจกฺขุนา วา ทิพฺพจกฺขุนา วา อทิฏฺฐํ. อสุตํ นาม ตเถว เกนจิ วุจฺจมานํ น สุตํ. อปริสงฺกิตํ นาม จิตฺเตน อปริสงฺกิตํ, ตํ ปน ทิฏฺฐสุตมุตวเสน ติวิธํ. ตตฺถ ภิกฺขุญฺจ มาตุคามญฺจ ตถารูเป ฐาเน ทิสฺวา ‘‘อทฺธา อิเมหิ กต’’นฺติ วา ‘‘กริสฺสนฺตี’’ติ วา ปริสงฺกติ, อิทํ ทิฏฺฐปริสงฺกิตํ นาม. อนฺธกาเร ปฏิจฺฉนฺโนกาเส วา ภิกฺขุสฺส จ มาตุคามสฺส จ วจนํ สุตฺวา ทุติยสฺส อตฺถิภาวํ อชานนฺโต ปุพฺเพ วุตฺตนเยน ปริสงฺกติ, อิทํ สุตปริสงฺกิตํ นาม. ธุตฺเตหิ อิตฺถีหิ สทฺธึ ปจฺจนฺตวิหาเรสุ ปุปฺผคนฺธสุราทีหิ อนุภวิตฺวา คตฏฺฐานํ ทิสฺวา ‘‘เกน นุ โข อิทํ กต’’นฺติ วีมํสนฺโต ตตฺร เกนจิ ภิกฺขุนา คนฺธาทีหิ ปูชา กตา โหติ, เภสชฺชตฺถาย อริฏฺฐํ วา ปีตํ, โส ตสฺส คนฺธํ ฆายิตฺวา ‘‘อยํ โส ภวิสฺสตี’’ติ ปริสงฺกติ, อิทํ มุตปริสงฺกิตํ นาม. เอวํ ติวิธาย ปริสงฺกาย อภาเวน อปริสงฺกิตนฺติ อตฺโถ.

โจเทนฺโตติ ‘‘ปาราชิกํ ธมฺมํ อาปนฺโนสิ, อสฺสมโณสิ, อสกฺยปุตฺติโยสี’’ติอาทีหิ วจเนหิ สยํ โจเทนฺโตติ อตฺโถ. เอวํ โจเทนฺตสฺส วาจาย วาจาย สงฺฆาทิเสโส. โจทาเปนฺโต วาติ อตฺตนา ตสฺส สมีเป ฐตฺวา อญฺญํ ภิกฺขุํ อาณาเปตฺวา โจทาเปนฺโต ตสฺส อาณตฺตสฺส วาจาย วาจาย ครุํ ผุเสติ อตฺโถ. อถ โสปิ จาวนาธิปฺปาเยน ‘‘มยาปิ ทิฏฺฐํ อตฺถี’’ติอาทินา นเยน โจเทติ, ทฺวินฺนมฺปิ วาจาย อาปตฺติ. วตฺถุนา อนฺติเมน จาติ ภิกฺขุโน อนุรูเปสุ เอกูนวีสติยา ปาราชิเกสุ อญฺญตเรนาติ อตฺโถ. จาเวตุนฺติ พฺรหฺมจริยา จาเวตุํ, โย สุทฺธํ วา อสุทฺธํ วา กตูปสมฺปทํ ปุคฺคลํ สุทฺธทิฏฺฐิโก สมาโน จาวนาธิปฺปาเยน โจเทติ วา โจทาเปติ วา, ตสฺส สงฺฆาทิเสโสติ อธิปฺปาโย. สุณมานนฺติ อิมินา ปรมฺมุขา ทูเตน วา ปณฺเณน วา โจเทติ. โจเทนฺตสฺส น รุหตีติ ทีปิตํ โหติ. ปรมฺมุขา ปน สตฺตหิ อาปตฺติกฺขนฺเธหิ วทนฺตสฺส ทุกฺกฏํ.

อมูลกสิกฺขาปทํ อฏฺฐมํ.

๒๗. อิทานิ อญฺญภาคิยสิกฺขาปทํ ทสฺเสตุํ ‘‘อญฺญสฺส กิริย’’นฺติอาทิมาห. ตตฺถ อญฺญสฺส กิริยนฺติ อญฺญสฺส ขตฺติยาทิชาติกสฺส ปาราชิกสฺส วีติกฺกมสงฺขาตํ กิริยํ ทิสฺวาติ สมฺพนฺโธ. เตน เลเสนาติ ‘‘ทส เลสา ชาติเลโส นามเลโส โคตฺตเลโส ลิงฺคเลโส อาปตฺติเลโส ปตฺตเลโส จีวรเลโส อุปชฺฌายเลโส อาจริยเลโส เสนาสนเลโส’’ติ (ปารา. ๓๙๔) เอวํ วุตฺเตสุ ทสสุ เลเสสุ โย ตสฺมึ ปุคฺคเล ทิสฺสติ, เตน เลเสน ตทญฺญํ ปุคฺคลํ พฺรหฺมจริยา จาเวตุํ อนฺติมวตฺถุนา โจเทนฺโต ครุกํ ผุเสติ อตฺโถ. ตตฺถ อญฺญมฺปิ วตฺถุํ ลิสฺสติ สิลิสฺสติ โวหารมตฺเตเนว อีสกํ อลฺลียตีติ เลโส, ชาติเยว เลโส ชาติเลโส. เอส นโย เสสปเทสุปิ. เลเสน โจเทนฺโต กถํ โจเทติ? อญฺโญ ขตฺติยชาติโก อิมินา โจทเกน ปาราชิกํ ธมฺมํ อชฺฌาปชฺชนฺโต ทิฏฺโฐ โหติ, โส อญฺญํ อตฺตโน เวรึ ขตฺติยชาติกํ ภิกฺขุํ ปสฺสิตฺวา ตํ ขตฺติยชาติเลสํ คเหตฺวา เอวํ โจเทติ ‘‘ขตฺติโย มยา ทิฏฺโฐ ปาราชิกํ ธมฺมํ อชฺฌาปชฺชนฺโต, ตฺวมฺปิ ขตฺติโย ปาราชิกํ ธมฺมํ อาปนฺโนสี’’ติ วา ‘‘โส ตฺวํ ขตฺติโย, นาญฺโญ, ปาราชิกํ ธมฺมํ อชฺฌาปนฺโนสี’’ติ วา โจเทติ. เอวํ นามเลสาทโยปิ เวทิตพฺพา.

อญฺญภาคิยสิกฺขาปทํ นวมํ.

๒๘. เอตฺตาวตา ‘‘ครุกา นวา’’ติ อุทฺทิฏฺเฐ วิตฺถารโต ทสฺเสตฺวา อิทานิ เตสุ อาปนฺเนสุ ปฏิปชฺชนาการํ ทสฺเสตุํ ‘‘ฉาเทติ ชานมาปนฺน’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. ตสฺสายํ ปิณฺฑตฺโถ – โย ภิกฺขุ ‘‘อยํ อิตฺถนฺนามา อาปตฺตี’’ติ อาปตฺติวเสน วา ‘‘อิทํ ภิกฺขูนํ น วฏฺฏตี’’ติ เอวํ วตฺถุวเสน วา ชานมาปนฺนํ อาปตฺตึ ยาว ฉาเทติ, ตาว เตน ภิกฺขุนา อกามา ปริวาโส วสิตพฺโพติ. จเรยฺยาติ มานตฺตํ สมาทาย วเสยฺย. กิตฺตกํ ทิวสนฺติ เจ? ฉ รตฺติโย. มานตฺตวาโส ปน สงฺเฆเยว, น คเณ, น ปุคฺคเล, เตน วุตฺตํ ‘‘สงฺเฆ’’ติ. ปริวุตฺโถติ ‘‘ตโย โข อุปาลิ ปาริวาสิกสฺส ภิกฺขุโน รตฺติจฺเฉทา สหวาโส วิปฺปวาโส อนาโรจนา’’ติ (จูฬว. ๘๓) เอวํ วุตฺตํ รตฺติจฺเฉทํ อกตฺวา ปริวุตฺโถติ อตฺโถ. ตตฺถ สหวาโสติ ปกตตฺเตน ภิกฺขุนา สทฺธึ เอกจฺฉนฺเน อุทกปาตฏฺฐานพฺภนฺตเร วาโส. วิปฺปวาโส นาม อญฺญํ ปกตตฺตํ ภิกฺขุํ วินา วาโส. อนาโรจนาติ อาคนฺตุกาทีนํ อนาโรจนา. เอเตสุ ตีสุ เอเกนาปิ รตฺติจฺเฉโท โหติ เอว. เอตฺถ ปน อุปจารสีมคตานํ อาโรเจตพฺพํ, น พหิ ฐิตานํ, พหิ ฐิตานมฺปิ สเจ สทฺทํ สุณาติ, ปสฺสติ, ทูรํ วา คนฺตฺวา อาโรเจตพฺพเมว, อนาโรเจนฺตสฺส รตฺติจฺเฉโท เจว วตฺตเภเท ทุกฺกฏญฺจ โหติ. อชานนฺตสฺเสว อุปจารสีมํ ปวิสิตฺวา คจฺฉนฺติ เจ, รตฺติจฺเฉโทว โหติ, น วตฺตเภโท.

จิณฺณมานตฺตนฺติ ‘‘จตฺตาโร โข, อุปาลิ, มานตฺตจาริกสฺส ภิกฺขุโน รตฺติจฺเฉทา สหวาโส วิปฺปวาโส อนาโรจนา อูเน คเณ จรณ’’นฺติ (จูฬว. ๙๒) เอวํ วุตฺตํ รตฺติจฺเฉทํ อกตฺวา จิณฺณมานตฺตํ ปรินิฏฺฐิตมานตฺตนฺติ อตฺโถ. เอตฺถ ปน สหวาสาทโย ปริวาเส วุตฺตปฺปการา เอว. ‘‘อูเน คเณ จรณ’’นฺติ เอตฺถ คโณ จตฺตาโร วา อติเรกา วา ภิกฺขู, ตสฺมา สเจปิ ตีหิ ภิกฺขูหิ สทฺธึ วสติ, รตฺติจฺเฉโท โหติเยว, ‘‘สเจ ปน เตน เตสํ อตฺถิภาวํ ทิสฺวา อาโรจิเต ปกฺกมนฺติ, อูเน คเณ จรณโทโส น โหตี’’ติ (จูฬว. อฏฺฐ. ๙๗) อฏฺฐกถาสุ วุตฺตํ กิร. อพฺเภยฺยาติ ตํ ภิกฺขุํ วีสติคโณ สงฺโฆ อพฺเภยฺย สมฺปฏิจฺเฉยฺย, อพฺภานกมฺมวเสน โอสาเรยฺยาติ อตฺโถ. สเจ เอเกนปิ อูโน วีสติคโณ ภิกฺขุสงฺโฆ ตํ ภิกฺขุํ อพฺเภยฺย, โส จ ภิกฺขุ น อพฺภิโต, เต จ ภิกฺขู คารยฺหา, ทุกฺกฏํ อาปชฺชนฺตีติ อตฺโถ.

๒๙. อิทานิ ยถา ฉาทิตา อาปตฺติ ฉนฺนา โหติ, ตํ ปการํ ทสฺเสตุํ ‘‘อาปตฺตี’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถายํ ปทโยชนา – อาปตฺติตา จ อนุกฺขิตฺตตา จ อนนฺตรายตา จ ปหุตฺตตา จ อาปตฺตินุกฺขิตฺตอนนฺตรายปหุตฺตตาโย, เอตาสุ จตูสุ ตถาสญฺญิตา จ ฉาเทตุกาโม หุตฺวา ฉาทนา จาติ เอวํ ทสหงฺเคหิ อรุณุคฺคมมฺหิ ฉนฺนา โหตีติ. เอตฺถ ปน อาปตฺติอาทีสุ จตูสุ อาปตฺติสญฺญิตา จ อนุกฺขิตฺตสญฺญิตา จ อนนฺตรายสญฺญิตา จ ปหุตฺตสญฺญิตา จาติ เอวํ สญฺญาวเสน โยเชตฺวา อฏฺฐงฺคานิ คเหตพฺพานิ, ฉาเทตุกาโมติ อิทเมกํ, ฉาทนาติ อิทเมกนฺติ เอวํ ทส.

เอเตสุ ปน อาทิโต ปฏฺฐาย อยํ วินิจฺฉโย – ‘‘อาปตฺติ จ โหติ อาปตฺติสญฺญี จา’’ติ เอตฺถ ยํ อาปนฺโน, สา เตรสนฺนํ อญฺญตรา โหติ, โสปิ จ ตตฺถ ครุกาปตฺติสญฺญีเยว หุตฺวา ชานนฺโต ฉาเทติ, ฉนฺนา โหติ. สเจ ตตฺถ อนาปตฺติสญฺญี วา อญฺญาปตฺติสญฺญี วา เวมติโก วา โหติ, อจฺฉนฺนาว โหติ. ติวิธํ ปน อุกฺเขปนียกมฺมํ, เตน อกโต อนุกฺขิตฺโต. โส เจ ปกตตฺตสญฺญี หุตฺวา ฉาเทติ, ฉนฺนา โหติ. สเจ อปกตตฺตสญฺญี ฉาเทติ, อจฺฉนฺนา โหติ. อปกตตฺเตน ปน ปกตตฺตสญฺญินาปิ อปกตตฺตสญฺญินาปิ ฉาทิตํ อจฺฉาทิตเมว โหตีติ. อนนฺตรายิโกติ ยสฺส ทสสุ ราชโจรอคฺคิอุทกมนุสฺสามนุสฺสวาฬสรีสปชีวิตพฺรหฺมจริยนฺตราเยสุปิ เอโกปิ นตฺถิ, โส เจ อนนฺตรายิกสญฺญี หุตฺวา ฉาเทติ, ฉนฺนา โหติ. สเจ โส อนฺธการภีรุโก อนนฺตราเย เอว วาฬาทิอนฺตรายสญฺญี หุตฺวา ฉาเทติ, อจฺฉนฺนาว โหติ. ปหูติ โย สกฺโกติ สภาคภิกฺขุโน สมีปํ คนฺตุญฺเจว อาโรจิตุญฺจ, โส เจ ปหุสญฺญี หุตฺวา ฉาเทติ, ฉนฺนา โหติ. โย ปน อปหุ หุตฺวา ปหุสญฺญี, ปหุ วา อปหุสญฺญี หุตฺวา ฉาเทติ, อจฺฉนฺนาว โหตีติ.

อรุณุคฺคมมฺหีติ เอตฺถ ปุเรภตฺตํ วา อาปตฺตึ อาปนฺโน โหติ ปจฺฉาภตฺตํ วา, ยาว อรุณํ น อุคฺคจฺฉติ, ตาว อาโรเจตพฺพา. สเจ ปน อรุณพฺภนฺตเร สตกฺขตฺตุมฺปิ ฉาเทตุกามตา อุปฺปชฺชติ, อจฺฉนฺนาว โหติ. อาโรเจนฺโต ปน สภาคสงฺฆาทิเสสํ อาปนฺนสฺส อาโรเจตุํ น วฏฺฏติ. สเจ อาโรเจติ, อาปตฺติ ปน อาวิกตา โหติ, อาโรจนปจฺจยา ปน อญฺญํ ทุกฺกฏํ อาปตฺตึ อาปชฺชติ. อิมินา อญฺญมฺปิ วตฺถุสภาคาปตฺตึ อาโรเจตุํ น วฏฺฏตีติ ทีปิโต โหติ. อาโรเจนฺเตน ปน ‘‘อหํ ตว สนฺติเก เอกํ อาปตฺตึ อาวิ กโรมี’’ติ วา ‘‘อาจิกฺขามี’’ติ วา ‘‘อาโรเจมี’’ติ วา ‘‘เอกํ อาปตฺตึ อาปนฺนภาวํ ชานาหี’’ติ วา ‘‘เอกํ ครุกาปตฺตึ อาวิ กโรมี’’ติ วา อาทินา นเยน วตฺตพฺพํ, เอตฺตาวตา อจฺฉนฺนาว โหติ. สเจ ‘‘ลหุกาปตฺตึ อาโรเจมี’’ติ วทติ, ฉนฺนาว โหตีติ. สงฺฆาทิเสสวินิจฺฉโย.

สงฺฆาทิเสสนิทฺเทสวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๓. จีวรนิทฺเทสวณฺณนา

๓๐. เอวํ ครุเก สิกฺขิตพฺพาการํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ จีวเรสุ ทสฺเสตุํ ‘‘จีวร’’นฺติ อุทฺธฏํ. ตตฺถ ชาติโต ฉ จีวรานิ (มหาว. ๓๓๙; ปารา. อฏฺฐ. ๒.๔๖๒-๔๖๓; กงฺขา. อฏฺฐ. กถินสิกฺขาปทวณฺณนา), ตานิ กานีติ เจ, ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘โขมา’’ติอาทิ อารทฺธํ. ตตฺถ โขมํ นาม โขมวากสุตฺเตหิ กตํ วตฺถํ. สาณํ นาม สาณวาเกหิ กตํ วตฺถํ. ภงฺคํ นาม โขมสุตฺตาทีหิ ปญฺจหิ มิสฺเสตฺวา กตํ วตฺถํ. ปาเฏกฺกํ วากมยเมว วาติ วทนฺติ. กมฺพลํ นาม มนุสฺสโลมํ วาฬโลมํ ฐเปตฺวา โลเมหิ วายิตฺวา กตํ วตฺถํ. ฉเฬตานีติ ฉ เอตานิ. สห อนุโลเมหีติ สานุโลมานิ. ชาติโต ปน กปฺปิยานิ ฉ จีวรานีติ วุตฺตํ โหติ.

๓๑. อิทานิ เตสํ อนุโลมานิ ทสฺเสตุํ ‘‘ทุกูล’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ (มหาว. อฏฺฐ. ๓๐๕) ทุกูลํ สาณสฺส อนุโลมํ วากมยตฺตา. ปฏฺฏุณฺณนฺติ ปฏฺฏุณฺณเทเส ปาณเกหิ สญฺชาตวตฺถํ. โสมารเทเส, จีนเทเส ชาตํ โสมารจีนชํ ปฏนฺติ สมฺพนฺโธ. อิมานิ ตีณิปิ โกเสยฺยสฺส อนุโลมานิ ปาณเกหิ กตสุตฺตมยตฺตา. อิทฺธิชนฺติ เอหิภิกฺขูนํ ปุญฺญิทฺธิยา นิพฺพตฺตจีวรํ. ตํ ปน โขมาทีนํ อญฺญตรํ โหติ. กปฺปรุกฺเขหิ นิพฺพตฺตํ ชาลินิยา เทวกญฺญาย อนุรุทฺธตฺเถรสฺส ทินฺนวตฺถาทิกํ เทวทินฺนํ. ตมฺปิ โขมาทีหิ นิพฺพตฺตวตฺถสทิสตฺตา ฉนฺนมฺปิ อนุโลมํ โหติเยว กปฺปาสิกสฺส วา, อิทฺธิชมฺปิ ตเถว เวทิตพฺพํ. ตสฺส ตสฺสาติ โขมาทิกสฺส. อนุโลมิกนฺติ อนุรูปํ.

๓๒-๓๓. เอวํ ชาติโต สานุโลมานิ ฉ จีวรานิ ทสฺเสตฺวา อิทานิ เตสุ อธิฏฺฐานาทิกํ วิธานํ ทสฺเสตุํ ‘‘ติจีวร’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. เอตฺถ (กงฺขา. อฏฺฐ. กถินสิกขาปทวณฺณนา; มหาว. ๓๕๘) ธิฏฺฐานโต ปุพฺเพ ติจีวรํ นาม ปาเฏกฺกํ นตฺถิ สงฺฆาฏิอาทิปฺปโหนกสฺส ปจฺจตฺถรณาทิวเสนาปิ อธิฏฺฐาตุํ อนุญฺญาตตฺตา. ตสฺมา ‘‘ติจีวรํ อธิฏฺเฐยฺย น วิกปฺเปยฺยา’’ติ เอตฺถ ‘‘อิมํ สงฺฆาฏิ’’นฺติ เอวํ นาเม คหิเต ‘‘อธิฏฺฐาน’’มิจฺเจว วตฺตพฺพํ, ‘‘วิกปฺเปมี’’ติ ปน น วตฺตพฺพนฺติ อธิปฺปาโย. เอวํ เสเสสุปิ. มุขปุญฺฉนญฺจ นิสีทนญฺจ มุขปุญฺฉนนิสีทนํ. กณฺฑุจฺฉาทินฺติ กณฺฑุปฺปฏิจฺฉาทึ อธิฏฺเฐยฺย, น วิกปฺเปยฺยาติ สมฺพนฺโธ. เอตฺถาติ อิเมสุ นวสุ จีวเรสุ. ติจีวรนฺติ ติจีวราธิฏฺฐานนเยน อธิฏฺฐิตติจีวรํ. วินา อลทฺธสมฺมุติโก ภิกฺขุ อวิปฺปวาสสมฺมุติอลทฺธฏฺฐาเน เอกาหมฺปิ หตฺถปาสํ วิชหิตฺวา น วเสยฺยาติ อตฺโถ. ‘‘น ภิกฺขเว จาตุมาสํ นิสีทเนน วิปฺปวสิตพฺพํ, โย วิปฺปวเสยฺย, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสา’’ติ ขุทฺทกกฺขนฺธเก (จูฬว. ๒๖๓) วุตฺตตฺตา จาตุมาสํ นิสีทนํ วินา น วเสยฺยาติ อตฺโถ.

๓๔. อิทานิ อธิฏฺฐานวิธึ ทสฺเสตุํ ‘‘อิมํ สงฺฆาฏิ’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ มิจฺจธิฏฺฐเยติ อิติ อธิฏฺฐเย, ‘‘อิมํ สงฺฆาฏึ อธิฏฺฐามี’’ติ เอวํ สงฺฆาฏึ อธิฏฺฐเยติ อตฺโถ. อหตฺถปาสเมตนฺติ ทูเร ฐิตํ ปน ฐปิโตกาสํ สลฺลกฺเขตฺวา สเจ เอกํ, ‘‘เอต’’นฺติ, พหูนิ เจ, ‘‘เอตานี’’ติ วตฺวา อธิฏฺฐเยติ อตฺถสมฺพนฺโธ. เสเสสุปิ อยํ นโยติ ยถา ‘‘อิมํ สงฺฆาฏึ อธิฏฺฐามี’’ติ วุตฺตํ, เอวํ ‘‘อิมํ อุตฺตราสงฺคํ, อิมํ กณฺฑุปฺปฏิจฺฉาทึ อธิฏฺฐามี’’ติ เอวํ อตฺตโน นาเมเนว วตฺวา สมฺมุขาปิ ปรมฺมุขาปิ วุตฺตนเยน อธิฏฺฐาตพฺพนฺติ วุตฺตํ โหติ.

๓๕. อิทานิ สเจ ปุพฺเพ อธิฏฺฐิตํ ติจีวรํ นิสีทนํ วสฺสิกสาฏิกํ กณฺฑุปฺปฏิจฺฉาทีติ อิเมสุ ฉสุ จีวเรสุ อญฺญตรํ จีวรํ อตฺถิ, ปุน ตถาวิธํ จีวรํ อธิฏฺฐหิตฺวา ปริหริตุํ อิจฺฉนฺเตน ‘‘เทฺว ปน น วฏฺฏนฺตี’’ติ (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๔๖๙; กงฺขา. อฏฺฐ. กถินสิกฺขาปทวณฺณนา) วุตฺตตฺตา ปุพฺเพ อธิฏฺฐิตํ ปจฺจุทฺธริตฺวา อธิฏฺฐาตพฺพนฺติ ทสฺเสตุํ ‘‘อธิฏฺฐหนฺโต’’ติอาทิ วุตฺตํ, ตํ อุตฺตานเมว. ปตฺตาธิฏฺฐหเน ตถาติ ‘‘อิมํ ปตฺตํ, เอตํ ปตฺต’’นฺติ เอวํ นามมตฺตเมว วิเสโส. เสสํ ตาทิสเมวาติ อตฺโถ.

๓๖. เอตํ อิมํ ว สงฺฆาฏึ สํเสติ เอตฺถ สเจ อนฺโตคพฺเภ วา สามนฺตวิหาเร วา โหติ, ฐปิตฏฺฐานํ สลฺลกฺเขตฺวา ‘‘เอตํ สงฺฆาฏึ อธิฏฺฐามี’’ติ วาจา ภินฺทิตพฺพา, สเจ หตฺถปาเส โหติ, ‘‘อิมํ สงฺฆาฏิ’’นฺติ เตสํ เตสํ นามวเสน วาจา ภินฺทิตพฺพาติ อตฺโถ. ปจฺจุทฺธาเรปิ เอเสว นโย. เอตฺถ ปน ‘‘เทฺว จีวรสฺส อธิฏฺฐานา กาเยน วา อธิฏฺเฐติ, วาจาย วา อธิฏฺเฐตี’’ติ (ปริ. ๓๒๒) วุตฺตตฺตา สงฺฆาฏิอาทิกํ หตฺเถน คเหตฺวา ‘‘อิมํ สงฺฆาฏึ อธิฏฺฐามี’’ติอาทินา นเยน จิตฺเตน อาโภคํ กตฺวา กายวิการํ กโรนฺเตน กาเยน อธิฏฺฐาตพฺพํ, เยน เกนจิ สรีราวยเวน อผุสนฺตสฺส น วฏฺฏติ. วาจาย อธิฏฺฐหนฺเตน วจีเภทํ กตฺวาว อธิฏฺฐาตพฺพํ. ตถา ปตฺเตปิ. วิทูติ ปณฺฑิโต.

๓๗-๘. อิทานิ เตสํ ปมาณปริจฺเฉทํ ทสฺเสตุํ ‘‘สงฺฆาฏิ ปจฺฉิมนฺเตนา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ ทีฆโต มุฏฺฐิปญฺจกโต (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๔๖๙; กงฺขา. อฏฺฐ. กถินสิกฺขาปทวณฺณนา) ปฏฺฐาย ‘‘ตตฺริทํ สุคตสฺส สุคตจีวรปฺปมาณํ, ทีฆโส นว วิทตฺถิโย สุคตวิทตฺถิยา, ติริยํ ฉ วิทตฺถิโย’’ติ (ปาจิ. ๕๔๘) เอวํ วุตฺตสุคตจีวรูนาปิ วฏฺฏติ. ติริยํ ปน มุฏฺฐิตฺติกํ. จ-สทฺเทน อติเรกมฺปิ วฏฺฏตีติ อตฺโถ. อุตฺตราสงฺคสฺสปิ เอตเทว ปมาณนฺติ ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘ตถา เอกํสิกสฺสาปี’’ติ วุตฺตํ. อนฺตรวาสกสฺส ปน ‘‘ปารุปเนนปิ หิ สกฺกา นาภึ ปฏิจฺฉาเทตุ’’นฺติ (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๔๖๙) อฏฺฐกถาวจนโต ‘‘ทฺวิหตฺโถ วา’’ติ วุตฺตํ.

๓๙. นิสีทนสฺส ทีเฆนาติ เอตฺถ (ปาจิ. ๕๓๑ อาทโย; ปาจิ. อฏฺฐ. ๕๓๑; กงฺขา. อฏฺฐ. นิสีทนสิกฺขาปทวณฺณนา) นิสีทนนฺติ สนฺถตสทิสํ สนฺถริตฺวา เอกสฺมึ อนฺเต วุตฺตปฺปมาเณน ทฺวีสุ ฐาเนสุ ผาเลตฺวา กตาหิ ตีหิ ทสาหิ ยุตฺตสฺส ปริกฺขารสฺเสตํ นามํ.

๔๐. กณฺฑุปฺปฏิจฺฉาทิ (ปาจิ. ๕๓๘; มหาว. ๓๕๔; ปาจิ. อฏฺฐ. ๕๓๗; กงฺขา. อฏฺฐ. กณฺฑุปฺปฏิจฺฉาทิสิกฺขาปทวณฺณนา) นาม ยสฺส อโธนาภิอุพฺภชาณุมณฺฑลํ กณฺฑุ วา ปิฬกา วา อสฺสาโว วา ถุลฺลกจฺฉุ วา อาพาโธ, ตสฺส ปฏิจฺฉาทนตฺถาย อนุญฺญาตํ จีวรํ. คาถาโย สุวิญฺเญยฺยาว.

๔๑. อฑฺฒเตยฺยาวาติ (ปาจิ. ๕๔๔) เอตฺถ ตโต อุทฺธํ น วฏฺฏตีติ อตฺโถ.

๔๒. เอตฺถาติ สงฺฆาฏิโต ปฏฺฐาย ยาว วสฺสิกสาฏิกา, ตาว ทสฺสิตจีวเรสูติ อตฺโถ. ตทุตฺตรินฺติ ตโต เตสํ จีวรานํ วุตฺตปฺปมาณโต อุตฺตรึ กโรนฺตสฺส เฉทนปาจิตฺติ โหตีติ ปาฐเสโส, ตํ อติเรกํ ฉินฺทิตฺวา ปุน ปาจิตฺติยํ เทเสตพฺพนฺติ อตฺโถ. ปจฺจตฺถรณมุขโจฬาติ เอตฺถ ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, ยาว มหนฺตํ ปจฺจตฺถรณํ อากงฺขติ, ตาว มหนฺตํ ปจฺจตฺถรณํ กาตุ’’นฺติ (มหาว. ๓๕๓) วุตฺตตฺตา ปจฺจตฺถรณสฺส ปมาณปริจฺเฉโท นตฺถิ,. มุขปุญฺฉนโจฬสฺส ปน อุกฺกฏฺฐวเสน วา อนฺติมวเสน วา ปมาณปริจฺเฉโท น วุตฺโต, ตสฺมา ตมฺปิ อปฺปมาณิกํ. เตน วุตฺตํ ‘‘อากงฺขิตปฺปมาณิกา’’ติ, อิจฺฉิตปฺปมาณิกาติ อตฺโถ. ยาว เอกํ โธวียติ, ตาว อญฺญํ ปริโภคตฺถาย อิจฺฉิตพฺพนฺติ เทฺวปิ วฏฺฏนฺติ.

๔๓. น ทีปิตนฺติ กตฺถ น ทีปิตํ? อฏฺฐกถาสุ. กสฺมาติ เจ? ‘‘เตน โข ปน สมเยน ภิกฺขูนํ ปริปุณฺณํ โหติ ติจีวรํ, อตฺโถ จ โหติ ปริสฺสาวเนหิปิ ถวิกาหิปิ. ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ. อนุชานามิ, ภิกฺขเว, ปริกฺขารโจฬก’’นฺติ (มหาว. ๓๕๗) พหูนํ ปตฺตถวิกปริสฺสาวนาทีนํ สงฺคหวเสน วุตฺตตฺตา ปาเฏกฺกํ นิธานมุขนฺติ. ยสฺมา ปน ภควตา ‘‘ยํ ยํ ลพฺภติ, ตํ ตํ อิมินา วิธาเนน อธิฏฺฐหิตฺวา ปุน เยน เยน ปริสฺสาวนาทินา อตฺโถ โหติ, ตํ ตํ กตฺวา คณฺหนฺตู’’ติ อนุกมฺปาย อนุญฺญาตํ, ตสฺมา วิกปฺปนุปคปจฺฉิมจีวรปฺปมาณํ ถวิกมฺปิ ปฏปริสฺสาวนมฺปิ พหูนิปิ เอกโต กตฺวา ‘‘อิมานิ จีวรานิ ปริกฺขารโจฬานิ อธิฏฺฐามี’’ติ วตฺวา อธิฏฺฐาตุมฺปิ วฏฺฏติเยว. ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘ตถา วตฺวา’’ติ, ‘‘ปริกฺขารโจฬ’’นฺติ วตฺวาติ อตฺโถ. วิกปฺปิยนฺติ วิกปฺปนุปคํ.

๔๔. อหตกปฺปานนฺติ (มหาว. ๓๔๘) เอกวารํ โธวิตกานํ.

๔๕. อุตุทฺธฏานนฺติ อุตุโต ทีฆกาลโต อุทฺธฏานํ, กตวตฺถกิจฺจานํ ปิโลติกานนฺติ วุตฺตํ โหติ. เสสาติ อุตฺตราสงฺคอนฺตรวาสกา. ปํสุ วิย กุจฺฉิตภาวํ ปฏิกฺกูลภาวํ อุลติ คจฺฉตีติ ปํสุกูลํ, โจฬขณฺฑานเมตํ นามํ, ตสฺมึ ปํสุกูเล ยถารุจีติ อตฺโถ. กสฺมาติ เจ? ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, อหตานํ ทุสฺสานํ อหตกปฺปานํ ทิคุณํ สงฺฆาฏึ เอกจฺจิยํ อุตฺตราสงฺคํ เอกจฺจิยํ อนฺตรวาสกํ, อุตุทฺธฏานํ ทุสฺสานํ จตุคฺคุณํ สงฺฆาฏึ ทิคุณํ อุตฺตราสงฺคํ ทิคุณํ อนฺตรวาสกํ, ปํสุกูเล ยาวทตฺถํ, ปาปณิเก อุสฺสาโห กรณีโย’’ติ วุตฺตตฺตา, ตสฺมา สุสานาทีสุ ปติตปํสุกูเล จ อนฺตราปเณ ปติตปิโลติกจีวเร จ ปฏปริจฺเฉโท นตฺถิ, ปฏสตมฺปิ วฏฺฏตีติ สิทฺธํ.

๔๖. อิทานิ ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, ฉินฺนกํ สงฺฆาฏึ ฉินฺนกํ อุตฺตราสงฺคํ ฉินฺนกํ อนฺตรวาสก’’นฺติ (มหาว. ๓๔๕) วตฺวา ปุน ‘‘เตน โข ปน สมเยน อญฺญตรสฺส ภิกฺขุโน ติจีวเร กยิรมาเน สพฺพํ ฉินฺนกํ นปฺปโหติ. ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ. อนุชานามิ, ภิกฺขเว, เทฺว ฉินฺนกานิ เอกํ อจฺฉินฺนกนฺติ. เทฺว ฉินฺนกานิ เอกํ อจฺฉินฺนกํ นปฺปโหติ. อนุชานามิ, ภิกฺขเว, เทฺว อจฺฉินฺนกานิ เอกํ ฉินฺนกนฺติ. เอกํ ฉินฺนกํ นปฺปโหติ. อนุชานามิ, ภิกฺขเว, อนฺวาธิกมฺปิ อาโรเปตุํ. น จ, ภิกฺขเว, สพฺพํ อจฺฉินฺนกํ ธาเรตพฺพํ, โย ธาเรยฺย, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสา’’ติ (มหาว. ๓๖๐) เอวํ วุตฺตวิธานํ ทสฺเสตุํ ‘‘ตีสู’’ติอาทิ อารทฺธํ. ตสฺส อตฺโถ – ตีสุ จีวเรสุ ยํ ฉินฺทิตฺวา สิพฺพิตุํ สพฺพปจฺฉิมปฺปมาณํ ปโหติ, ตํ ฉินฺทิตพฺพํ. สพฺเพสุ ปน อปฺปโหนฺเตสุ อนฺวาธิกํ อาทิเยยฺยาติ. ตตฺถ อนฺวาธิ นาม อนุวาตํ วิย สํหริตฺวา จีวรสฺส อุปริ สงฺฆาฏิอากาเรน อาโรเปตพฺพํ. อาคนฺตุกปตฺตนฺติปิ วทนฺติ. อิทํ ปน อปฺปโหนเก อนุญฺญาตํ. สเจ ปโหติ, น วฏฺฏนฺติ, ฉินฺทิตพฺพเมว. อนาทิณฺณนฺติ อนาโรปิตํ อนฺวาธิกํ. น ธาเรยฺยาติ ติจีวราธิฏฺฐานวเสน อธิฏฺฐหิตฺวา น ธาเรตพฺพนฺติ อธิปฺปาโย.

๔๗-๘. อิทานิ อุโทสิตสิกฺขาปทนยํ ทสฺเสตุํ ‘‘คาเม’’ติอาทิ วุตฺตํ. เอตฺถ ปน สเจ คาโม (ปารา. ๔๗๘; ปารา. อฏฺฐ. ๒.๔๗๗-๔๗๘; กงฺขา. อฏฺฐ. อุโทสิตสิกฺขาปทวณฺณนา) เอกสฺส รญฺโญ วา โภชกสฺส วา วเสน เอกกุลสฺส โหติ, ปาการาทินา ปริกฺขิตฺตตฺตา เอกูปจาโร จ, เอวรูเป คาเม จีวรํ นิกฺขิปิตฺวา ตสฺมึ คาเม ยถารุจิตฏฺฐาเน วสิตุํ ลพฺภติ. สเจ โส คาโม อปริกฺขิตฺโต, ยสฺมึ ฆเร จีวรํ นิกฺขิตฺตํ โหติ, ตสฺมึ ฆเร วสิตพฺพํ, ตสฺส วา ฆรสฺส สมนฺตโต หตฺถปาสา น วิชหิตพฺพํ.

สเจ โส คาโม เวสาลิกุสินาราทโย วิย นานาราชูนํ วา โภชกานํ วา โหติ, วุตฺตปฺปกาเรน ปริกฺขิตฺโต จ, เอวรูเป คาเม ยสฺมึ ฆเร จีวรํ นิกฺขิตฺตํ, ตสฺมึ ฆเร วา วตฺถพฺพํ. ยสฺสา วีถิยา ตํ ฆรํ โหติ, ตสฺสา วีถิยา ตสฺส ฆรสฺส สมฺมุขาฏฺฐาเน สภาเย วา นครทฺวาเร วา วตฺถพฺพํ, เตสํ สภายทฺวารานํ หตฺถปาสา วา น วิชหิตพฺพํ. สเจ อปริกฺขิตฺโต, ยสฺมึ ฆเร นิกฺขิตฺตํ, ตตฺถ วา ตสฺส หตฺถปาเส วา วตฺถพฺพํ.

นิเวสนาทโย หมฺมิยปริโยสานา คามปริกฺเขปโต พหิ สนฺนิวิฏฺฐาติ เวทิตพฺพา. อิตรถา เตสํ คามคฺคหเณเนว คหิตตฺตา คามสฺส เอกกุลนานากุลเอกูปจารนานูปจารตาวเสเนว วินิจฺฉโย วตฺตพฺโพ สิยา. นิเวสนาทีนํ วเสเนว ปาฬิยํ (ปารา. ๔๗๘ อาทโย) อตฺโถ วิภตฺโต, น คามวเสน. อุโทสิตวินิจฺฉเย อยํ นโย วุตฺโตเยว.

นิเวสเนติ เอตฺถ สเจ เอกกุลสฺส นิเวสนํ โหติ ปริกฺขิตฺตญฺจ, อนฺโตนิเวสเน จีวรํ นิกฺขิปิตฺวา อนฺโตนิเวสเน วตฺถพฺพํ. อปริกฺขิตฺตญฺเจ โหติ, ยสฺมึ คพฺเภ จีวรํ นิกฺขิตฺตํ, ตสฺมึ วตฺถพฺพํ, ตสฺส คพฺภสฺส หตฺถปาสา วา น วิชหิตพฺพํ. สเจ นานากุลสฺส โหติ ปริกฺขิตฺตญฺจ, ยสฺมึ คพฺเภ จีวรํ นิกฺขิตฺตํ, ตสฺมึ คพฺเภ วตฺถพฺพํ, สพฺเพสํ สาธารณทฺวารมูเล วา เตสํ คพฺภทฺวารมูเล วา เตสํ คพฺภทฺวารมูลานํ วา หตฺถปาสา น วิชหิตพฺพํ. อปริกฺขิตฺตญฺเจ โหติ, ยสฺมึ คพฺเภ จีวรํ นิกฺขิตฺตํ, ตสฺมึ คพฺเภ วตฺถพฺพํ, หตฺถปาสา วา น วิชหิตพฺพํ.

อุโทสิโตติ ยานาทีนํ ภณฺฑานํ สาลา. ปาสาโทติ ทีฆปาสาโท. หมฺมิยนฺติ มุณฺฑจฺฉทนปาสาโท. นาวา ปน ถลํ อาโรเปตฺวา นิกฺขิตฺตาปิ โหติ, สมุทฺเท ฐิตาปิ. สเจ เอกกุลสฺส นาวา โหติ, อนฺโตนาวาย จีวรํ นิกฺขิปิตฺวา อนฺโตนาวาย วตฺถพฺพํ. นานากุลสฺส นาวา โหติ นานาคพฺภา นานาโอวรกา, ยสฺมึ โอวรเก จีวรํ นิกฺขิตฺตํ, ตสฺมึ วตฺถพฺพํ, จีวรสฺส หตฺถปาสา วา น วิชหิตพฺพํ.

อฏฺโฏติ ปฏิราชาทีนํ ปฏิพาหนตฺถํ อิฏฺฐกาหิ กโต พหลภิตฺติโก จตุปญฺจภูมิโก ปติสฺสยวิเสโส. มาโฬติ เอกกูฏสงฺคหิโต จตุรสฺสปาสาโท. อิเมสุ ปน อุโทสิตาทีสุ มาฬปริโยสาเนสุ นิเวสเน วุตฺตนเยเนว วินิจฺฉโย เวทิตพฺโพ. นิเวสนนฺติ ปน อุโทสิตาทีนํ วเสน อกตาย ปติสฺสยวิกติยา อธิวจนํ.

อาราโม นาม ปุปฺผารามผลารามาทิโก. สเจ เอกกุลสฺส อาราโม โหติ ปริกฺขิตฺโต จ, อนฺโตอาราเม จีวรํ นิกฺขิปิตฺวา อนฺโตอาราเม วตฺถพฺพํ. สเจ อปริกฺขิตฺโต, จีวรสฺส หตฺถปาสา น วิชหิตพฺพํ. สเจ นานากุลสฺส อาราโม โหติ ปริกฺขิตฺโต จ, ทฺวารมูเล วา วตฺถพฺพํ, ทฺวารมูลสฺส หตฺถปาสา วา น วิชหิตพฺพํ. อปริกฺขิตฺโต เจ, จีวรสฺส หตฺถปาสา น วิชหิตพฺพํ.

สตฺโถ นาม ชงฺฆสตฺถสกฏสตฺถานมญฺญตโร. สเจ เอกกุลสฺส สตฺโถ โหติ, สตฺเถ จีวรํ นิกฺขิปิตฺวา ปุรโต วา ปจฺฉโต วา สตฺตพฺภนฺตรา น วิชหิตพฺพา, ปสฺสโต อพฺภนฺตรํ น วิชหิตพฺพํ. อพฺภนฺตรํ นาม อฏฺฐวีสติหตฺถํ โหติ. สเจ คจฺฉนฺโต สตฺโถ สกเฏ วา ภคฺเค, โคเณ วา นฏฺเฐ อนฺตรา ฉิชฺชติ, ยสฺมึ โกฏฺฐาเส จีวรํ นิกฺขิปิตพฺพํ, ตตฺถ วสิตพฺพํ. สเจ นานากุลสฺส โหติ, สตฺเถ จีวรํ นิกฺขิปิตฺวา จีวรสฺส หตฺถปาสา น วิชหิตพฺพํ.

เขตฺตขเลสุ อาราเม วุตฺตสทิโสว วินิจฺฉโย. ทุเมติ รุกฺขมูเล. สเจ เอกกุลสฺส รุกฺขมูลํ โหติ, ยํ มชฺฌนฺหิกกาเล สมนฺตา ฉายา ผรติ, ตสฺมึ ฐาเน อวิรเฬ ปเทเส ตสฺส ฉายาย ผุฏฺโฐกาสสฺส อนฺโต เอว นิกฺขิปิตพฺพํ. สเจ วิรฬสาขสฺส ปน รุกฺขสฺส อาตเปน ผุฏฺโฐกาเส ฐเปติ, อรุณุคฺคมเน สเจ โส ภิกฺขุ ตสฺส หตฺถปาเส น โหติ, อญฺญสฺมึ วา ฐาเน ตสฺส ฉายายปิ โหติ, นิสฺสคฺคิยํ โหติเยว. นานากุลสฺส เจ โหติ, จีวรสฺส หตฺถปาสา น วิชหิตพฺพํ.

อชฺโฌกาเส ปน วิญฺฌาฏวีอาทีสุ อรญฺเญสุปิ สมุทฺทมชฺเฌ มจฺฉพนฺธานํ อคมนปเถสุ ทีปเกสุปิ จีวรํ ฐเปตฺวา ตโต สมนฺตา สตฺตพฺภนฺตเร ปเทเส ยตฺถ กตฺถจิ วสิตพฺพํ. สเจ สตฺตพฺภนฺตรโต เกสคฺคมตฺตมฺปิ อติกฺกมิตฺวา อรุณํ อุฏฺฐเปติ, นิสฺสคฺคิยํ โหติ.

เอตฺถ ปน ปาฬิยํ ‘‘คาโม เอกูปจาโร นานูปจาโร’’ติอาทินา (ปารา. ๔๗๗) อวิเสเสน มาติกํ นิกฺขิปิตฺวาปิ คามนิเวสนอุโทสิตเขตฺตธญฺญกรณอารามวิหารานํ เอกูปจารนานูปจารตา ‘‘คาโม เอกูปจาโร นาม เอกกุลสฺส คาโม โหติ ปริกฺขิตฺโต จ อปริกฺขิตฺโต จา’’ติอาทินา (ปารา. ๔๗๘) ปริกฺขิตฺตาปริกฺขิตฺตวเสน วิภตฺตา. อฏฺฏมาฬปาสาทหมฺมิยนาวาสตฺถรุกฺขมูลอชฺโฌกาสานมฺปิ เอวํ อวตฺวา ‘‘เอกกุลสฺส อฏฺโฏ โหติ, นานากุลสฺส อฏฺโฏ โหตี’’ติอาทินา (ปารา. ๔๘๔) นเยน เอกกุลนานากุลวเสน จ อนฺเต ‘‘อชฺโฌกาโส เอกูปจาโร นาม อคามเก อรญฺเญ สมนฺตา สตฺตพฺภนฺตรา เอกูปจาโร, ตโต ปรํ นานูปจาโร’’ติ (ปารา. ๔๙๔) จ เอวํ เอกูปจารนานูปจารตา วิภตฺตา. ตสฺมา คามาทีสุ ปริกฺขิตฺตํ เอกูปจารํ, อปริกฺขิตฺตํ นานูปจารนฺติ จ อฏฺฏาทีสุ ยํ เอกกุลสฺส, ตํ เอกูปจารํ นานากุลสฺส นานูปจารนฺติ จ คเหตพฺพํ. อชฺโฌกาสปเท วุตฺตนเยน คเหตพฺพํ.

ภิกฺขุสมฺมุติยาญฺญตฺราติ ยํ คิลานสฺส ภิกฺขุโน จีวรํ อาทาย ปกฺกมิตุํ อสกฺโกนฺตสฺส ญตฺติทุติเยน กมฺเมน อวิปฺปวาสสมฺมุติ ทียติ, ตํ ฐเปตฺวาติ อตฺโถ. ลทฺธสมฺมุติกสฺส ปน ยาว โรโค น วูปสมฺมติ, ตสฺมึ วูปสนฺเต อญฺโญ วา กุปฺปติ, อนาปตฺติเยว.

๔๙. ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, กณฺฑุปฺปฏิจฺฉาทึ ยาว อาพาธา อธิฏฺฐาตุํ, ตโต ปรํ วิกปฺเปตุํ. วสฺสิกสาฏิกํ วสฺสานํ จาตุมาสํ อธิฏฺฐาตุํ, ตโต ปรํ วิกปฺเปตุ’’นฺติ (มหาว. ๓๕๘) วุตฺตตฺตา โรคปริยนฺตา กณฺฑุปฺปฏิจฺฉาทิ, วสฺสานปริยนฺตา วสฺสิกสาฏิกาติ อตฺโถ. เสสาติ ติจีวราทโย กาลวเสน อปริยนฺติกาติ อตฺโถ.

๕๐. ปจฺจตฺถรณาทิตฺตยํ สทสมฺปิ อทสมฺปิ รตฺตมฺปิ อรตฺตมฺปิ อาทิณฺณกปฺปมฺปิ อนาทิณฺณกปฺปมฺปิ ลพฺภตีติ อตฺโถ. นิสีทนนฺติ นิสีทนญฺจ รตฺตํ อนาทิณฺณกปฺปญฺจ ลพฺภตีติ อธิปฺปาโย. ปจฺจตฺถรณปริกฺขารมุขปุญฺฉนโจฬานิ ปน นีลมฺปิ ปีตกมฺปิ โลหิตกมฺปิ ปุปฺผทสาทิกมฺปิ วฏฺฏนฺติ, ตสฺมา ‘‘สทสมฺปี’’ติอาทิ วุตฺตํ. เอวรูปํ ปน นิวาเสตุํ วา ปารุปิตุํ วา น วฏฺฏติ, เกวลํ ปจฺจตฺถรณาทิวเสน อธิฏฺฐานมตฺตํ กาตุํ วฏฺฏติ.

๕๑. ติจีวรํ กณฺฑุปฺปฏิจฺฉาทิ วสฺสิกสาฏิกาติ อิทํ ปน เสสจีวรปญฺจกํ อทสํ รชิตํเยว กปฺปติ, ตญฺจ อาทิณฺณกปฺปเมวาติ อตฺโถ. สทสํว นิสีทนนฺติ อิทํ ปน ปุพฺเพ ‘‘สทสมฺปี’’ติ เอตฺถ วุตฺตตฺตา อทสมฺปิ นิสีทนํ วฏฺฏตีติ สมฺโมหนิวารณตฺถํ วุตฺตนฺติ วทนฺติ.

๕๒. อนธิฏฺฐิตนฺติ ติจีวราทิวเสน อนธิฏฺฐิตํ. อนิสฺสฏฺฐํ นาม อญฺเญสํ อวิสฺสชฺชิตํ, ตํ ปน วิกปฺเปตฺวา ปริภุญฺชิตพฺพนฺติ อตฺโถ.

อิทานิ วิกปฺปนุปคสฺส ปมาณํ เหฏฺฐิมปริจฺเฉเทน ทสฺเสตุํ ‘‘หตฺถทีฆ’’นฺติอาทิมาห. ตตฺถ ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, อายาเมน อฏฺฐงฺคุลํ สุคตงฺคุเลน จตุรงฺคุลวิตฺถตํ ปจฺฉิมํ จีวรํ วิกปฺเปตุ’’นฺติ (มหาว. ๓๕๘) วุตฺตตฺตา ทีฆโต เอกหตฺถํ ปุถุลโต อุปฑฺฒหตฺถํ วิกปฺเปตพฺพนฺติ อธิปฺปาโย.

๕๓. ติจีวรสฺสาติ วินยติจีวรสฺส, น ธุตงฺคติจีวรสฺส. ตสฺส ปน อิเมสุ นวสุ จีวรตฺตยเมว ลพฺภติ, น อญฺญํ ลพฺภติ. สพฺพเมตนฺติ สพฺพํ อธิฏฺฐานวิธานญฺจ ปริหรณวิธานญฺจาติ อตฺโถ. ปริกฺขารโจฬิโย สพฺพนฺติ ติจีวราทิกํ นววิธมฺปิ จีวรํ. ตถา วตฺวาติ ‘‘ปริกฺขารโจฬ’’นฺติ วตฺวา. อธิฏฺฐตีติ อธิฏฺฐาติ. กึ ปน ติจีวรํ ปริกฺขารโจฬํ อธิฏฺฐาตุํ วฏฺฏตีติ? อาม วฏฺฏติ, ‘‘ปริกฺขารโจฬํ นาม ปาเฏกฺกํ นิธานมุขเมตนฺติ ติจีวรํ ปริกฺขารโจฬํ อธิฏฺฐหิตฺวา ปริภุญฺชิตุํ วฏฺฏติ. อุโทสิตสิกฺขาปเท ปน ติจีวรํ อธิฏฺฐหิตฺวา ปริหรนฺตสฺส ปริหาโร วุตฺโต’’ติ อฏฺฐกถายํ (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๔๖๙) วุตฺตํ, ตสฺมา ติจีวรํ ปริกฺขารโจฬํ อธิฏฺฐหนฺเตน ปจฺจุทฺธริตฺวา ปุน อธิฏฺฐาตพฺพํ.

๕๔. อิทานิ เอเตสํ อธิฏฺฐานวิชหนาการํ ทสฺเสตุํ ‘‘อจฺเฉทวิสฺสชฺชนคาหวิพฺภมา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ อจฺเฉโทติ โจราทีหิ อจฺฉินฺทนํ. วิสฺสชฺชนนฺติ อญฺเญสํ ทานํ. กถํ ปน ทินฺนํ, กถํ คหิตํ สุทินฺนํ สุคฺคหิตญฺจ โหตีติ? สเจ ‘‘อิทํ ตุยฺหํ เทมิ ททามิ ทชฺชามิ โอโณเชมิ ปริจฺจชามิ นิสฺสชฺชามิ วิสฺสชฺชามี’’ติ วา ‘‘อิตฺถนฺนามสฺส เทมิ…เป… วิสฺสชฺชามี’’ติ วา วทติ, สมฺมุขาปิ ปรมฺมุขาปิ ทินฺนํเยว โหติ. ‘‘ตุยฺหํ คณฺหาหี’’ติ วุตฺเต ‘‘มยฺหํ คณฺหามี’’ติ วทติ, สุทินฺนํ สุคฺคหิตญฺจ. ‘‘ตว สนฺตกํ กโรหิ, ตว สนฺตกํ โหตุ, ตว สนฺตกํ กริสฺสตี’’ติ วุตฺเต ‘‘มมสนฺตกํ กโรมิ, มม สนฺตกํ โหตุ, มม สนฺตกํ กริสฺสามี’’ติ วทติ, ทุทฺทินฺนํ ทุคฺคหิตญฺจ. สเจ ปน ‘‘ตว สนฺตกํ กโรหี’’ติ วุตฺเต ‘‘สาธุ, ภนฺเต, มยฺหํ คณฺหามี’’ติ คณฺหาติ, สุคฺคหิตํ.

คาโหติ วิสฺสาสคฺคาโห (ปารา. อฏฺฐ. ๑.๑๓๑). โส ปน เอวํ เวทิตพฺโพ – ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, ปญฺจหงฺเคหิ สมนฺนาคตสฺส วิสฺสาสํ คเหตุํ. สนฺทิฏฺโฐ จ โหติ, สมฺภตฺโต จ, อาลปิโต จ, ชีวติ จ, ชานาติ จ ‘คหิเต เม อตฺตมโน ภวิสฺสตี’’’ติ (มหาว. ๓๕๖). ตตฺถ สนฺทิฏฺโฐติ ทิฏฺฐมตฺตกมิตฺโต. สมฺภตฺโตติ ทฬฺหมิตฺโต. อาลปิโตติ ‘‘มม สนฺตกํ ยํ อิจฺฉสิ, ตํ คเณฺหยฺยาสิ, อาปุจฺฉิตฺวา คหเณ การณํ นตฺถี’’ติ วุตฺโต. ชีวตีติ อนุฏฺฐานเสยฺยาย สยิโตปิ ยาว ชีวิตินฺทฺริยุปจฺเฉทํ น ปาปุณาติ. คหิเต จ อตฺตมโนติ คหิเต จ ตุฏฺฐจิตฺโต. เอวรูปสฺส สนฺตกํ ‘‘คหิเต เม อตฺตมโน ภวิสฺสตี’’ติ ชานนฺเตน คเหตุํ วฏฺฏติ. อนวเสสปริยาทานวเสน เจตานิ ปญฺจ องฺคานิ วุตฺตานิ, วิสฺสาสคฺคาโห ปน ตีหิ องฺเคหิ รุหติ. กถํ? สนฺทิฏฺโฐ ชีวติ คหิเต อตฺตมโน, สมฺภตฺโต ชีวติ คหิเต อตฺตมโน, อาลปิโต ชีวติ คหิเต อตฺตมโนติ เอวํ.

โย ปน ชีวติ, น จ คหิเต อตฺตมโน โหติ, ตสฺส สนฺตกํ วิสฺสาสภาเวน คหิตมฺปิ ปุน ทาตพฺพํ. ททนฺเตน มตกธนํ ตาว เย ตสฺส ธเน อิสฺสรา คหฏฺฐา วา ปพฺพชิตา วา, เตสํ ทาตพฺพํ. โย ปน ปฐมํเยว ‘‘สุฏฺฐุ กตํ ตยา มม สนฺตกํ คณฺหนฺเตนา’’ติ วจีเภเทน วา จิตฺตุปฺปาทมตฺเตน วา อนุโมทิตฺวา ปจฺฉา เกนจิ การเณน กุปิโต, โส ปจฺจาหราเปตุํ น ลภติ. โยปิ อทาตุกาโม, จิตฺเตน ปน อธิวาเสติ, น กิญฺจิ วทติ, โสปิ ปุน ปจฺจาหราเปตุํ น ลภติ. โย ปน ‘‘มยา ตุมฺหากํ สนฺตกํ คหิต’’นฺติ วา ‘‘ปริภุตฺต’’นฺติ วา วุตฺเต นาธิวาเสติ, ‘‘ปฏิเทหี’’ติ ภณติ, โส ปจฺจาหราเปตุํ ลภติ.

วิพฺภมาติ อิมินา ภิกฺขุนิยาเยว อธิฏฺฐานวิชหนํ คหิตํ โหติ. สา ปน ยทา วิพฺภมติ, ตทา อสฺสมณี โหติ. ภิกฺขุ ปน วิพฺภมนฺโตปิ ยาว สิกฺขํ น ปจฺจกฺขาติ, ตาว ภิกฺขุเยวาติ อธิฏฺฐานํ น วิชหตีติ. ลิงฺคสิกฺขาติ ลิงฺคปริวตฺตนญฺจ สิกฺขาปจฺจกฺขานญฺจาติ อตฺโถ. สพฺเพสูติ นวสุ จีวเรสุ. อธิฏฺฐานวิโยคการณาติ อธิฏฺฐานวิชหนการณา, อิเมสุ อญฺญตเรน อธิฏฺฐานํ วิชหตีติ อตฺโถ.

กิญฺจ ภิยฺโย (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๔๖๙) – ติจีวรสฺส ปน วินิพฺพิทฺธฉิทฺทญฺจ อธิฏฺฐานวิชหนํ กโรตีติ อตฺโถ. ตตฺถ สงฺฆาฏิอุตฺตราสงฺคานํ ทีฆนฺตโต วิทตฺถิปฺปมาณสฺส ติริยนฺตโต อฏฺฐงฺคุลปฺปมาณสฺส ปเทสสฺส โอรโต กนิฏฺฐงฺคุลินขปิฏฺฐิปฺปมาณกํ ฉิทฺทํ อธิฏฺฐานํ ภินฺทติ. อนฺตรวาสกสฺส ทีฆนฺตโต วิทตฺถิปฺปมาณสฺเสว ติริยนฺตโต จตุรงฺคุลปฺปมาณสฺส ปเทสสฺส โอรโต ฉิทฺทํ อธิฏฺฐานํ ภินฺทติ, ปรโต ปน น ภินฺทติ. ตสฺมา ฉิทฺเท ชาเต ติจีวรํ อติเรกจีวรํ โหติ, สูจิกมฺมํ กตฺวา ปุน อธิฏฺฐาตพฺพํ. อิตเรสํ ปน ฉิทฺเทน วิชหนํ นาม นตฺถิ. โย ปน ติจีวเรปิ ทุพฺพลฏฺฐาเน ปฐมํ อคฺคฬํ ทตฺวา ปจฺฉา ทุพฺพลฏฺฐานํ ฉินฺทิตฺวา อปเนติ, อธิฏฺฐานํ น ภิชฺชติ. มณฺฑลปริวตฺตเนปิ เอเสว นโย. โย ปน อุโภ โกฏิโย มชฺเฌ กโรนฺโต สเจ ปฐมํ ฉินฺทิตฺวา ปจฺฉา ฆเฏติ, อธิฏฺฐานํ วิชหติ, อถ ฆเฏตฺวา ฉินฺทติ, น วิชหติ. รชเกหิ โธวาเปตฺวา เสตกํ กโรนฺตสฺสาปิ น วิชหติ เอว.

๕๕. อิทานิ อกปฺปิยจีวรานิ ทสฺเสตุํ ‘‘กุสวากผลกานี’’ติอาทิ อารทฺธํ. ตตฺถ กุสจีรํ (มหาว. ๓๗๑; มหาว. อฏฺฐ. ) นาม กุเส คนฺเถตฺวา กตจีวรํ. วากจีรํ นาม ตาปสานํ วกฺกลํ. ผลกจีรํ นาม ผลกานิ สิพฺพิตฺวา กตจีวรํ. เกสกมฺพลนฺติ เกเสหิ ตนฺตํ วายิตฺวา กตกมฺพลํ. วาลกมฺพลนฺติ จมรวาเลหิ วายิตฺวา กตกมฺพลํ. อุลูกปกฺขนฺติ อุลูกสกุณสฺส ปกฺเขหิ กตนิวาสนํ. อชินกฺขิปนฺติ สโลมํ สขุรํ อชินมิคจมฺมํ. อิเมสุ สตฺตสุ วตฺเถสุ ยํ กิญฺจิ ธารยโต ถุลฺลจฺจยนฺติ อตฺโถ. ยถา อิเมสุ ถุลฺลจฺจยํ, ตถา อกฺกนาฬํ นิวาเสนฺตสฺส. อกฺกนาฬํ นาม อกฺกทณฺเฑ วากาทีหิ คนฺเถตฺวา กตจีวรํ. ‘‘น ภิกฺขเว อกฺกนาฬํ นิวาเสตพฺพํ, โย นิวาเสยฺย, อาปตฺติ ถุลฺลจฺจยสฺสา’’ติ (มหาว. ๓๗๑) หิ วุตฺตํ.

๕๖. กทเลรกกฺกทุสฺเส โปตฺถเก จาปีติ เอตฺถ กทลิเอรกอกฺกมกจิวาเกหิ กตานิ วตฺถานิ เอวํ วุตฺตานีติ เวทิตพฺพานิ. เอเตสุ โปตฺถโกเยว ปาฬิยํ อาคโต, อิตรานิ ตคฺคติกตฺตา อฏฺฐกถาสุ ปฏิกฺขิตฺตานิ. อิเมสุ จตูสุปิ ทุกฺกฏเมว. ‘‘น ภิกฺขเว นคฺคิยํ ติตฺถิยสมาทานํ สมาทิยิตพฺพํ, โย สมาทิเยยฺย, อาปตฺติ ถุลฺลจฺจยสฺสา’’ติ (มหาว. ๓๗๐) วุตฺตตฺตา นคฺคิยมฺปิ น กปฺปติ เอว. สพฺพเมว นีลกํ สพฺพนีลกํ. เอวํ เสเสสุปิ. เอตฺถ นีลํ อุมาปุปฺผวณฺณํ โหติ. มญฺเชฏฺฐกํ มญฺเชฏฺฐกวณฺณเมว. ปีตกํ กณิการปุปฺผวณฺณํ. โลหิตกํ ชยสุมนปุปฺผวณฺณํ. กณฺหกํ อทฺทาริฏฺฐกวณฺณํ.

๕๗. มหารงฺคํ นาม สตปทิปิฏฺฐิวณฺณํ. มหานามํ นาม รตฺตสมฺภินฺนวณฺณํ โหติ. ปทุมปุปฺผวณฺณนฺติปิ วุตฺตํ, มนฺทรตฺตนฺติ อตฺโถ. ติรีฏเกติ รุกฺขตเจ. อจฺฉินฺนทีฆทสเกติ สพฺพโส อจฺฉินฺนทสเก จ มชฺเฌ ฉินฺนทสเก จาติ อตฺโถ. อญฺญมญฺญํ สํสิพฺพิตฺวา กตทสํ ผลทสํ นาม. เกตกปุปฺผาทิปุปฺผสทิสาหิ ทสาหิ ยุตฺตํ ปุปฺผทสํ นาม. เอเตสุปิ ‘‘โปตฺถเก จาปี’’ติ เอตฺถ วุตฺตอปิ-สทฺเทน ทุกฺกฏนฺติ เวทิตพฺพํ. ตถาติ ยถา เอเตสุ กทลิทุสฺสาทีสุ ปุปฺผทสาวสาเนสุ ทุกฺกฏํ, ตถา กญฺจุกเวฐเนสุปิ ยํ กิญฺจิ ธาเรนฺตสฺส ทุกฺกฏนฺติ อตฺโถ.

เอเตสุ ปน อยํ วินิจฺฉโย (มหาว. อฏฺฐ. ๓๗๒) – สพฺพนีลกาทีนิ รชนานิ วเมตฺวา ปุน รชิตฺวา ธาเรตพฺพานิ, น สกฺกา เจ วเมตุํ, ปจฺจตฺถรณาทีนิ วา กาเรตพฺพานิ, ติปฏฺฏจีวรสฺส มชฺเฌ วา ทาตพฺพานิ. อจฺฉินฺนทสกาทีนิ ทสา ฉินฺทิตฺวา ธาเรตพฺพานิ. กญฺจุกํ วิชเฏตฺวา รชิตฺวา ปริภุญฺชิตพฺพํ. เวฐเนปิ เอเสว นโย. ติรีฏกํ ปาทปุญฺฉนํ กาตพฺพํ. สพฺพนฺติ อิมํ วุตฺตปฺปการํ กุสจีราทิกํ อกปฺปิยจีวรํ อจฺฉินฺนจีวโร ลภตีติ อตฺโถ. วุตฺตมฺปิ เจตํ ปริวาเร.

‘‘อกปฺปกตํ นาปิ รชนาย รตฺตํ,

เตน นิวตฺโถ เยน กามํ วเชยฺย;

น จสฺส โหติ อาปตฺติ,

โส จ ธมฺโม สุคเตน เทสิโต;

ปญฺหา เมสา กุสเลหิ จินฺติตา’’ติ. (ปริ. ๔๘๑);

อยญฺหิ ปโญฺห อจฺฉินฺนจีวรภิกฺขุํ สนฺธาย วุตฺโต, ตสฺมา หิ ยํ กิญฺจิ อกปฺปิยจีวรํ นิวาเสตฺวา วา ปารุปิตฺวา วา อจฺฉินฺนจีวรเกน อญฺญํ ปริเยสิตพฺพํ. เอตฺถ ปน ‘‘อิธ ปน, ภิกฺขเว, มนุสฺสา นิสฺสีมคตานํ ภิกฺขูนํ จีวรํ เทนฺติ ‘อิมํ จีวรํ อิตฺถนฺนามสฺส เทมา’ติ, อนุชานามิ, ภิกฺขเว, สาทิตุํ, น ตาว ตํ คณนูปคํ, ยาว น หตฺถํ คจฺฉตี’’ติ (มหาว. ๒๕๙) วุตฺตตฺตา ยาว อาหริตฺวา ตํ น ทินฺนํ, ‘‘ตุมฺหากํ, ภนฺเต, จีวรํ อุปฺปนฺน’’นฺติ ปหิณิตฺวา วา นาโรจิตํ, ตาว คณนํ น อุเปติ, อนธิฏฺฐิตํ วฏฺฏติ. ปตฺเตปิ เอเสว นโย. อาเนตฺวา ทินฺเน วา อาโรจิเต วา ปริหาโร นตฺถิ, ทสาหํ อธิฏฺฐาตพฺพํ. จีวรวินิจฺฉโย.

จีวรนิทฺเทสวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๔. รชนนิทฺเทสวณฺณนา

๕๘. อิทานิ เตสํ จีวรานํ รชนวิธานํ ทสฺเสตุํ ‘‘รชนานิ จา’’ติ วุตฺตํ. ตตฺถ ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, ฉ รชนานิ มูลรชนํ ขนฺธรชนํ ตจรชนํ ปตฺตรชนํ ปุปฺผรชนํ ผลรชน’’นฺติ (มหาว. ๓๔๔) เอวํ ภควตา อนุญฺญาตตฺตา ‘‘ฉปฺปการานิ อนุญฺญาตานิ สตฺถุนา’’ติ วุตฺตํ.

๕๙. ตตฺถ มูเลติ มูลรชเนติ อตฺโถ. หลิทฺทึ วิวชฺชิย สพฺพํ ลพฺภนฺติ สมฺพนฺโธ. เอวํ เสเสสุปิ. ตุงฺคหารโก นาม เอโก สกณฺฏกรุกฺโข, ตสฺส หริตาลวณฺณํ ขนฺธรชนํ โหติ. คิหิปริภุตฺตํ ปน อลฺลิปตฺเตน เอกวารํ รชิตุํ วฏฺฏติ. ผลรชเน อกปฺปิยํ นาม นตฺถิ, สพฺพํ วฏฺฏตีติ. รชนวินิจฺฉโย.

รชนนิทฺเทสวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๕. ปตฺตนิทฺเทสวณฺณนา

๖๐. อิทานิ ภาชนวิกตึ ทสฺเสตุํ ‘‘ปตฺโต จา’’ติ อุทฺธฏํ. เอตฺถ ปน ปฐมคาถา สุวิญฺเญยฺยา.

๖๑. ทุติเย ‘‘มคธนาฬิทฺวยตณฺฑุลสาธิต’’นฺติ วตฺตพฺเพ วิภตฺติโลปํ อกตฺวา คาถาพนฺธสุขตฺถํ ‘‘มคเธ นาฬิทฺวยตณฺฑุลสาธิต’’นฺติ วุตฺตํ, ปจิตนฺติ อตฺโถ. เอตฺถ (ปารา. ๖๐๒; ปารา. อฏฺฐ. ๒.๖๐๒; กงฺขา. อฏฺฐ. ปตฺตสิกฺขาปทวณฺณนา) มคธนาฬิ นาม อฑฺฒเตรสปลํ คณฺหาติ. โอทนนฺติ เอตฺถ สพฺพปฺปการสมฺปนฺนํ อวสฺสาวิโตทนํ คเหตพฺพํ. โอทนสฺส จตุตฺถภาคปฺปมาณํ นาติฆนํ นาติตนุกํ หตฺถหาริยมุคฺคสูปญฺจ อาโลปสฺส อาโลปสฺส อนุรูปํ ยาว จริมกาโลปปฺปโหนกํ มจฺฉมํสาทิพฺยญฺชนญฺจ โย ปตฺโต คณฺหาติ, โส อุกฺกฏฺโฐ นามาติ อตฺโถ. สปฺปิเตลตกฺกรสกญฺชิกาทีนิ ปน คณนูปคานิ น โหนฺติ, ตานิ หิ โอทนคติกาเนว โหนฺติ, เนว หาเปตุํ, น วฑฺเฒตุํ สกฺโกนฺติ. เอวเมตํ สพฺพํ ปกฺขิตฺตํ สเจ ปตฺตสฺส เหฏฺฐิมราชิสมํ ติฏฺฐติ, สุตฺเตน วา หีเรน วา ฉินฺทนฺตสฺส สุตฺตสฺส วา หีรสฺส วา เหฏฺฐิมนฺตํ ผุสติ, อยํ อุกฺกฏฺโฐ นาม ปตฺโต. สเจ ตํ ราชึ อติกฺกมิตฺวา ถูปีกตํ ติฏฺฐติ, อยํ อุกฺกฏฺโฐมโก นาม ปตฺโต. สเจ ตํ ราชึ น สมฺปาปุณาติ, อนฺโตคตเมว โหติ, อยํ อุกฺกฏฺฐุกฺกฏฺโฐ นาม ปตฺโต.

๖๒. ‘‘มชฺฌิโม นาม ปตฺโต นาฬิโกทนํ คณฺหาตี’’ติ วุตฺตตฺตา ‘‘มชฺฌิโม ตสฺสุปฑฺโฒ วา’’ติ วุตฺตํ. เอตฺถาปิ วุตฺตปฺปกาเรน มชฺฌิโม มชฺฌิโมมโก มชฺฌิมุกฺกฏฺโฐติ ปตฺตตฺติกํ เวทิตพฺพํ. ‘‘โอมโก นาม ปตฺโต ปตฺโถทนํ คณฺหาตี’’ติ (ปารา. ๖๐๒) วจนโต ‘‘ตโตปฑฺโฒ’’ติ วุตฺตํ. มคธนาฬิยา อุปฑฺฒนาฬิโกทนญฺจ ตทูปิยํ สูปํ พฺยญฺชนญฺจ คณฺหาติ, โส โอมโก นาม. อิธาปิ โอมโก โอมโกมโก โอมกุกฺกฏฺโฐติ ปตฺตตฺติกํ เวทิตพฺพํ. อิเมสุ ปน นวสุ ปตฺเตสุ อุกฺกฏฺฐุกฺกฏฺโฐ จ โอมโกมโก จ อปตฺโต. เอเตสุ อธิฏฺฐาตพฺพกิจฺจํ นตฺถิ, เสสา สตฺต ปตฺตา อธิฏฺฐาตพฺพา, วิกปฺเปตพฺพา จาติ อตฺโถ.

๖๓. อติเรกปตฺโตติ (ปารา. ๖๐๑) อนธิฏฺฐิโต อวิกปฺปิโต. สโกติ สสนฺตโก. กปฺโปติ กปฺปิโย. อยเมเวตฺถ สงฺเขโป – โย ปตฺโต กากณิกมตฺตสฺสาปิ มูลสฺส ทาตพฺพสฺส นตฺถิตาย สโก. อโยปตฺโต ปญฺจหิ ปาเกหิ มตฺติกาปตฺโต ทฺวีหิ ปาเกหิ ปกฺกตฺตา กปฺโป. โส ทสาหปรมํ กาลํ อนธิฏฺฐิโต อวิกปฺปิโต ธาเรยฺโยติ.

๖๔. อจฺเฉทาทโย จีวเร วุตฺตปฺปเภทาเยว. ฉิทฺเทนาติ (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๖๐๘; กงฺขา. อฏฺฐ. ปตฺตสิกฺขาปทวณฺณนา) เอตฺถ ยสฺส ปตฺตสฺส มุขวฏฺฏิโต เหฏฺฐา ทฺวงฺคุลปฺปเทเส เยน ฉิทฺเทน กงฺคุสิตฺถํ นิกฺขมติ, ตตฺตเกน ฉิทฺเทน ภิชฺชติ. ตสฺมึ ปน อยจุณฺณาทีหิ ปฏิปากติเก กเต ทสาหพฺภนฺตเร ปุน อธิฏฺฐาตพฺพํ. ปตฺตาธิฏฺฐานมุชฺฌตีติ ปตฺโต อธิฏฺฐานํ อุชฺฌติ.

๖๕. อิทานิ ปริหรณวิธึ ทสฺเสตุํ ‘‘ปตฺตํ น ปฏิสาเมยฺย โสทก’’นฺติอาทิ อารทฺธํ. โสทกํ (จูฬว. ๒๕๔) ปตฺตํ น ปฏิสาเมยฺย, อาตเป จ โสทกํ ปตฺตํ น โอตเปติ อธิปฺปาโย. น นิทเหติ นิรุทกํ กตฺวาปิ อติกาลํ น นิทเหติ อธิปฺปาโย. ภุมฺยาติ ภูมิยํ. น ฐเปติ ตฏฺฏิกาจมฺมขณฺฑาทีสุ เยน เกนจิ อนตฺถตาย ปํสุสกฺขรมิสฺสาย ภูมิยา น ฐเปยฺยาติ อตฺโถ. โน จ ลคฺคเยติ เอตฺถปิ นาคทนฺตาทีสุ (จูฬว. ๒๕๔) ยตฺถ กตฺถจิ ลคฺคนฺตสฺส ทุกฺกฏเมว.

๖๖. มิฑฺฒนฺเตติ (จูฬว. ๒๕๔; จูฬว. อฏฺฐ. ๒๕๔) มิฑฺฒปริยนฺเต. สเจ ปน ปริวตฺเตตฺวา ตตฺเถว ปติฏฺฐาติ, เอวรูปาย วิตฺถิณฺณาย มิฑฺฒิยา อพฺภนฺตรปริจฺเฉเท ฐเปตุํ วฏฺฏติ, น ปริยนฺเต. ปริภณฺฑนฺเตติ พาหิรปสฺเส กตาย ตนุกมิฑฺฒิยา อนฺเตติ อตฺโถ. องฺเก วาติ (จูฬว. ๒๕๔) ทฺวินฺนํ อูรูนํ มชฺเฌ. เอตฺถ ปน อํสพทฺธเก อํสกูเฏ ลคฺเคตฺวา องฺเก ฐเปตุํ วฏฺฏติ, น อิตรถา. อาตปตฺตเกติ ฉตฺเต. เอตฺถ ภตฺตปูโรปิ อํสกูเฏ ลคฺคิตปตฺโตปิ ฐเปตุํ น วฏฺฏติ.