๘. อริฏฺฐสิกฺขาปทวณฺณนา
ตํตํสมฺปตฺติยา (สารตฺถ. ฏี. ปาจิตฺติย ๓.๔๑๗) วิพนฺธนวเสน สตฺตสนฺตานสฺส อนฺตเร เวมชฺเฌ เอติ อาคจฺฉตีติ อนฺตราโย, ทิฏฺฐธมฺมิกาทิอนตฺโถ, อนติกฺกมนตฺเถน ตสฺมึ อนฺตราเย นิยุตฺตา, อนฺตรายํ วา ผลํ อรหนฺติ, อนฺตรายสฺส วา กรณสีลาติ อนฺตรายิกา. เตนาห ‘‘สคฺคโมกฺขานํ อนฺตรายํ กโรนฺตีติ อนฺตรายิกา’’ติ (ม. นิ. อฏฺฐ. ๑.๒๓๔). เต กมฺมกิเลสวิปากอุปวาทปญฺญตฺติวีติกฺกมวเสน ปญฺจวิธาติ เอตฺถ จ ปญฺจานนฺตริยกมฺมํ กมฺมนฺตรายิกํ นาม, ตถา ภิกฺขุนิทูสกกมฺมํ. ตํ ปน โมกฺขสฺเสว อนฺตรายํ กโรติ, น สคฺคสฺส. นิยตมิจฺฉาทิฏฺฐิธมฺมา กิเลสนฺตรายิกา นาม. ปณฺฑกติรจฺฉานคตอุภโตพฺยญฺชนกานํ ปฏิสนฺธิธมฺมา วิปากนฺตรายิกา นาม. อริยูปวาทา อุปวาทนฺตรายิกา นาม. เต ปน ยาว อริเย น ขมาเปนฺติ, ตาวเทว, น ตโต ปรํ. สญฺจิจฺจ อาปนฺนา อาปตฺติโย ปญฺญตฺติวีติกฺกมนฺตรายิกา นาม. ตาปิ ยาว ภิกฺขุภาวํ วา ปฏิชานาติ, น วุฏฺฐาติ วา น เทเสติ วา, ตาวเทว, น ตโต ปรํ.
ตตฺรายํ (ม. นิ. อฏฺฐ. ๑.๒๓๔; ปาจิ. อฏฺฐ. ๔๑๗) อริฏฺโฐ ภิกฺขุ พหุสฺสุโต ธมฺมกถิโก เสสนฺตรายิเก ชานาติ, วินเย ปน อโกวิทตฺตา ปณฺณตฺติวีติกฺกมนฺตรายิเก น ชานาติ, ตสฺมา รโหคโต เอวํ จินฺเตสิ ‘‘อิเม อาคาริกา ปญฺจ กามคุเณ ปริภุญฺชนฺตา โสตาปนฺนาปิ สกทาคามิโนปิ อนาคามิโนปิ โหนฺติ, ภิกฺขูปิ มนาปิกานิ จกฺขุวิญฺเญยฺยานิ รูปานิ ปสฺสนฺติ…เป… กายวิญฺเญยฺเย โผฏฺฐพฺเพ ผุสนฺติ, มุทุกานิ อตฺถรณปาวุรณาทีนิ ปริภุญฺชนฺติ, เอตํ สพฺพํ วฏฺฏติ. กสฺมา? อิตฺถิรูปา…เป… อิตฺถิโผฏฺฐพฺพา เอว น วฏฺฏนฺติ, เอเตปิ วฏฺฏนฺตี’’ติ เอวํ รเสน รสํ สํสนฺทิตฺวา สจฺฉนฺทราคปริโภคญฺจ นิจฺฉนฺทราคปริโภคญฺจ เอกํ กตฺวา ถูลวาเกหิ สทฺธึ อติสุขุมสุตฺตํ ฆเฏนฺโต วิย, สาสเปน สทฺธึ สิเนรุํ อุปสํหรนฺโต วิย จ ปาปกํ ทิฏฺฐิคตํ อุปฺปาเทตฺวา ‘‘กึ ภควตา มหาสมุทฺทํ พนฺธนฺเตน วิย มหตา อุสฺสาเหน ปฐมปาราชิกํ ปญฺญตฺตํ, นตฺถิ เอตฺถ โทโส’’ติ สพฺพญฺญุตญฺญาเณน สทฺธึ ปฏิวิรุชฺฌนฺโต ภพฺพปุคฺคลานํ อาสํ ฉินฺทนฺโต ชินสฺส อาณาจกฺเก ปหารมทาสิ. เตนาห ‘‘เตสู’’ติอาทิ.
ตตฺถ เตสูติ ยถาวุตฺเตสุ อนฺตราเยสุ. อฏฺฐิกงฺกลูปมา กามาติ เอตฺถ อฏฺฐิกงฺกลํ (สารตฺถ. ฏี. ปาจิตฺติย ๓.๔๑๗) นาม อุรฏฺฐิ วา ปิฏฺฐิกณฺฏกํ วา สีสฏฺฐิ วา. ตญฺหิ นิมฺมํสตฺตา ‘‘กงฺกล’’นฺติ วุจฺจติ. วิคตมํสาย หิ อฏฺฐิสงฺขลิกาย เอกฏฺฐิมฺหิ วา กงฺกลสทฺโท นิรุโฬฺห, ตํสทิสา กามา อปฺปสฺสาทฏฺเฐนาติ อตฺโถ. อาทิสทฺเทน ‘‘มํสเปสูปมา กามา, ติณุกฺกูปมา กามา, องฺคารกาสูปมา กามา, สุปินกูปมา กามา, ยาจิตกูปมา กามา, รุกฺขผลูปมา กามา, อสิสูนูปมา กามา, สตฺติสูลูปมา กามา, สปฺปสิรูปมา กามา’’ติ (ม. นิ. ๑.๒๓๔, ๒๓๖; ๒.๔๓-๔๘; ปาจิ. ๔๑๗; จูฬว. ๖๕) เอเตสํ คหณํ.
ตตฺถ มํสเปสูปมา กามา (ปาจิ. อฏฺฐ. ๔๑๗) พหุสาธารณฏฺเฐน. ติณุกฺกูปมา กามา อนุทหนฏฺเฐน. องฺคารกาสูปมา กามา มหาภิตาปนฏฺเฐน. สุปินกูปมา กามา อิตฺตรปจฺจุปฏฺฐานฏฺเฐน. ยาจิตกูปมา กามา ตาวกาลิกฏฺเฐน. รุกฺขผลูปมา กามา สพฺพงฺคปจฺจงฺคปลิภญฺชนฏฺเฐน. อสิสูนูปมา อธิกุฏฺฏนฏฺเฐน. สตฺติสูลูปมา วินิวิชฺฌนฏฺเฐน. สปฺปสิรูปมา สาสงฺกสปฺปฏิภยฏฺเฐน.
ตเถวาติ ‘‘มา อายสฺมา’’ติอาทีหิ. อิตเรสนฺติ โส สงฺฆมชฺฌํ อากฑฺฒิตฺวา เยหิ ‘‘มา อายสฺมา’’ติอาทินา วุตฺโต, ตตฺถ เตหิ อญฺเญสํ สุตานํ ภิกฺขูนํ. ญตฺติจตุตฺเถน กมฺเมนาติ ‘‘สุณาตุ เม, ภนฺเต, สงฺโฆ, อิตฺถนฺนามสฺส ภิกฺขุโน เอวรูปํ ปาปกํ ทิฏฺฐิคตํ อุปฺปนฺน’’นฺติอาทินา (ปาจิ. ๔๒๐) ปทภาชนิยํ วุตฺเตน ญตฺติจตุตฺเถน กมฺเมน.
อริฏฺฐสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.