กงฺขาวิตรณี-อภินวฏีกา
คนฺถารมฺภกถา
ติโลกติลกํ พุทฺธํ, วนฺเท สุทฺธคุณากรํ;
กรุณาสีตลีภูต-หทยํ มหิโตทยํ.
เตนาปิ ธมฺมราเชน, โลเกกาจริเยน โย;
ปูชิโต ตญฺจ สทฺธมฺมํ, วนฺเท คมฺภีรมุตฺตมํ.
มุนินฺทจนฺทสทฺธมฺม-รํสีหิ วิมเลหิ โย;
โพธิโตหํ สทา วนฺเท, ตํ สงฺฆํ กุมุทากรํ.
วินเย นยคมฺภีเร, สพฺพถา ปารทสฺสินา;
วาทินา ทุตฺตราคาธ-สพฺพสตฺถมหณฺณเว.
ยา กตา พุทฺธโฆเสน, เถเรน ถิรเจตสา;
กงฺขาวิตรณี นาม, มาติกฏฺฐกถา สุภา.
ถิราเนกคุโณเฆน, เถเรน วินยญฺญุนา;
กลฺยาณาจารยุตฺเตน, ธีมตา มุนิสูนุนา;
วินยฏฺฐิติกาเมน, สุเมเธนาภิยาจิโต.
ตมหํ วณฺณยิสฺสามิ, สุวิสุทฺธมนากุลํ;
สาธโว ตํ นิสาเมถ, สกฺกจฺจํ มม ภาสโตติ.
คนฺถารมฺภกถาวณฺณนา
สพฺพกุสลธมฺมปฺปมุขสฺส วิปุโลฬารคุณวิเสสาวหสฺส ปรมคมฺภีรสฺส ปาติโมกฺขสฺส อตฺถสํวณฺณนํ กตฺตุกาโมยมาจริโย ปฐมํ ตาว ‘‘พุทฺธํ ธมฺม’’นฺติอาทินา รตนตฺตยปฺปณามกรเณน อตฺตโน จิตฺตสนฺตานํ ปุนาติ. วิสุทฺธจิตฺตสนฺตานนิสฺสยา หิ ปญฺญา ติกฺขวิสทภาวปฺปตฺติยา ยถาธิปฺเปตสํวณฺณนาย ปริโยสานคมนสมตฺถา โหตีติ. อปิจ รตนตฺตยปฺปณาเมน วิธุตสพฺพกิพฺพิเส จิตฺตสนฺตาเน ภวนฺตรูปจิตานิปิ อนฺตรายิกกมฺมานิ ปจฺจยเวกลฺลโต ยถาธิปฺเปตาย อตฺถสํวณฺณนาย นาลมนฺตรายกรณายาติปิ อาจริยสฺส รตนตฺตยวนฺทนา.
ตตฺถ พุทฺธสทฺทสฺส ตาว ‘‘พุชฺฌิตา สจฺจานีติ พุทฺโธ, โพเธตา ปชายาติ พุทฺโธ’’ติอาทินา (มหานิ. ๑๙๒; จูฬนิ. ปารายนตฺถุติคาถานิทฺเทส ๙๗; ปฏิ. ม. ๑.๑๖๒) นิทฺเทสนเยน อตฺโถ เวทิตพฺโพ. อถ วา สวาสนาย อญฺญาณนิทฺทาย อจฺจนฺตวิคมโต, พุทฺธิยา วา วิกสิตภาวโต พุทฺธวาติ พุทฺโธ ชาครณวิกสนตฺถวเสน. อถ วา กสฺสจิปิ เญยฺยธมฺมสฺส อนวพุทฺธสฺส อภาเวน, เญยฺยวิเสสสฺส จ กมฺมภาเวน อคฺคหณโต กมฺมวจนิจฺฉาย อภาเวน อวคมนตฺถวเสเนว กตฺตุนิทฺเทโส ลพฺภตีติ พุทฺธวาติ พุทฺโธ ยถา ‘‘ทิกฺขิโต น ททาตี’’ติ. อตฺถโต ปน ปารมิตาปริภาวิเตน สยมฺภุญาเณน สหวาสนาย วิคตวิทฺธสฺตนิรวเสสุปกฺกิเลโส มหากรุณาสพฺพญฺญุตญฺญาณาทิอปริเมยฺยคุณคณาธาโรว ขนฺธสนฺตาโน พุทฺโธ. ยถาห –
‘‘พุทฺโธติ โย โส ภควา สยมฺภู อนาจริยโก ปุพฺเพ อนนุสฺสุเตสุ ธมฺเมสุ สามํ สจฺจานิ อภิสมฺพุชฺฌิ, ตตฺถ จ สพฺพญฺญุตํ ปตฺโต, พเลสุ จ วสีภาว’’นฺติ (มหานิ. ๑๙๒; จูฬนิ. ปารายนตฺถุติคาถานิทฺเทส ๙๗; ปฏิ. ม. ๑.๑๖๑),
ตํ พุทฺธํ.
ธาเรตีติ ธมฺโม. อยญฺหิ ยถานุสิฏฺฐํ ปฏิปชฺชมาเน อปายทุกฺเข, สํสารทุกฺเข จ อปตมาเน ธาเรตีติ, ตนฺนิพฺพตฺตกกิเลสวิทฺธํสนญฺเจตฺถ ธารณํ. เอวญฺจ กตฺวา อริยมคฺโค, ตสฺส ตทตฺถสิทฺธิเหตุตาย นิพฺพานญฺจาติ อุภยเมว นิปฺปริยายโต ธาเรติ. อริยผลญฺจ ปน ตํสมุจฺฉินฺนกิเลสปฏิปฺปสฺสมฺภเนน ตทนุกูลตาย, ปริยตฺติธมฺโม จ ตทธิคมเหตุตายาติ อุภยมฺปิ ปริยายโต ธาเรตีติ เวทิตพฺพํ, ตํ ธมฺมํ. จ-สทฺโท สมุจฺจยตฺโถ. เตน ยถาวุตฺตํ พุทฺธํ, อิมญฺจ ธมฺมํ วนฺทิตฺวาติ พุทฺธรตเนน สห วนฺทนกิริยาย ธมฺมรตนํ สมุจฺจิโนติ.
น เกวลํ อิทํ ทฺวยเมวาติ อาห ‘‘สงฺฆญฺจา’’ติ. อริเยน ทิฏฺฐิสีลสามญฺเญน สํหโต ฆฏิโตติ สงฺโฆ, อฏฺฐอริยปุคฺคลสมูโห. เตหิ เตหิ วา มคฺคผเลหิ กิเลสทรถานํ สมุจฺเฉทปฏิปฺปสฺสมฺภนวเสน สมฺมเทว ฆาติตตฺตา สงฺโฆ, โปถุชฺชนิกสงฺฆสฺสาปิ ปุพฺพภาคปฺปฏิปทาย ฐิตตฺตา ปุริมเจตนาย วิย ทาเน เอตฺเถว สงฺคโห ทฏฺฐพฺโพ. โสปิ หิ กิญฺจาปิ อริเยน ทิฏฺฐิสีลสามญฺเญน อสํหโต, นิยฺยานิกปกฺขิเยน ปน โปถุชฺชนิเกน สํหตตฺตา ทกฺขิเณยฺยปณิปาตารโห สงฺโฆเยวาติ, ตํ สงฺฆํ. จ-สทฺทสฺสตฺโถ เอตฺถาปิ วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺโพ.
กึวิสิฏฺฐํ พุทฺธํ, ธมฺมํ, สงฺฆญฺจาติ อาห ‘‘วนฺทนามานปูชาสกฺการภาชน’’นฺติ. อิทญฺจ วิเสสนํ ปจฺเจกํ โยเชตพฺพํ ‘‘วนฺทนามานปูชาสกฺการภาชนํ. พุทฺธํ…เป… วนฺทนามานปูชาสกฺการภาชนํ สงฺฆญฺจา’’ติ. ตตฺถ สเทวเกน โลเกน อรหตาทีหิ คุเณหิ เสฏฺฐภาเวน กริยมาโน ปณาโม วนฺทนา, สมฺมาโน มาโน, คนฺธปุปฺผาทีหิ อุปหาโร ปูชา, อภิสงฺขตปจฺจยทานํ สกฺกาโร, วนฺทนา จ มาโน จ ปูชา จ สกฺกาโร จ วนฺทนามานปูชาสกฺการา, เตสํ มหปฺผลภาวกรเณน ภาชนตฺตา อาธารตฺตา วนฺทนามานปูชาสกฺการภาชนํ. อิมินา รตนตฺตยสฺส อรหตาทีหิ คุเณหิ อสมภาวํ ทสฺเสติ. ตนฺทสฺสนมฺปิ ตกฺกตสฺส นิปจฺจการสฺส สสนฺตานปวนาทิวเสน ยถาธิปฺเปตาย อตฺถสํวณฺณนาย นิปฺผาทนสมตฺถภาวทีปนตฺถนฺติ เวทิตพฺพํ.
วิปฺปสนฺเนน เจตสา วนฺทิตฺวาติ อรหตาทิอเนกปฺปการคุณวิเสสานุสฺสรณวเสน วิวิเธน, วิเสเสน วา ปสนฺเนน มนสา สทฺธึ กายวาจาหิ กรณภูตาหิ อภิวนฺทิยาติ อตฺโถ, ตีหิ ทฺวาเรหิ นมสฺสิตฺวาติ วุตฺตํ โหติ. ติวิธา จายํ วนฺทนา กายวจีมโนวนฺทนานํ วเสน. ตตฺถ พุทฺธาทิคุณารมฺมณา กามาวจรกุสลกิริยานํ อญฺญตรเจตนา กายวจีวิญฺญตฺติโย สมุฏฺฐาเปตฺวา กายวจีทฺวารวเสน อุปฺปนฺนา กายวจีวนฺทนาติ วุจฺจติ, อุภยวิญฺญตฺติโย ปน อสมุฏฺฐาเปตฺวา มโนทฺวารวเสน อุปฺปนฺนา มโนวนฺทนาติ. อิมสฺส ปทสฺส ‘‘วณฺณนํ วณฺณยิสฺสามี’’ติ อิมินา สมฺพนฺโธ.
เอวํ รตนตฺตยสฺส ปณามํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ อตฺตโน นิสฺสยภูตานํ อฏฺฐกถาจริยานญฺจ ปณามํ ทสฺเสนฺโต ‘‘เถรวํสปฺปทีปาน’’นฺติอาทิมาห. ตตฺถ กตญฺชลี ปุพฺพาจริยสีหานํ นโม กตฺวาติ สมฺพนฺโธ. กโต อญฺชลิ กรปุโฏ เอเตนาติ กตญฺชลี. ฉนฺทานุรกฺขณตฺถเญฺหตฺถ ทีโฆ, กตญฺชลี หุตฺวาติ วุตฺตํ โหติ. ปุพฺพาจริยา โปราณฏฺฐกถาการา ตมฺพปณฺณิยา มหาเถรา, เต เอว ปริสฺสยสหนโต, ปฏิปกฺขภูตกิเลสหนนโต, ปรวาทิมิเคหิ อปธํสนียโต จ สีหสทิสตฺตา สีหาติ ปุพฺพาจริยสีหา, เตสํ ปุพฺพาจริยสีหานํ. กีทิสา เต ปุพฺพาจริยสีหา, เยสํ ตยา นโม กรียตีติ อาห ‘‘เถรวํสปฺปทีปาน’’นฺติอาทิ. ตตฺถ เถรวํสปฺปทีปานนฺติ ถิเรหิ สีลกฺขนฺธาทีหิ สมนฺนาคตาติ เถรา, มหากสฺสปาทโย, เตสํ วํโส อนฺวโยติ เถรวํโส. เอเตน ภินฺนลทฺธิกานํ สตฺตรสเภทานํ มหาสงฺฆิกาทีนํ วํสํ ปฏิกฺขิปติ, เถรวํสปริยาปนฺนา หุตฺวา ปน อาคมาธิคมสมฺปนฺนตฺตา ปญฺญาปชฺโชเตน ตสฺส เถรวํสสฺส ทีปนโต เถรวํสปฺปทีปา, ปุพฺพาจริยสีหา, เตสํ เถรวํสปฺปทีปานํ. อสํหีรตฺตา ถิรานํ. วินยกฺกเมติ อารมฺภานุรูปวจนเมตํ, เต ปน สุตฺตาภิธมฺเมสุปิ ถิรา เอว.
เอวํ อฏฺฐกถาจริยานมฺปิ ปณามํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ สํวณฺเณตพฺพธมฺมวิเสสสฺส อภิธานานิสํสํ, เทสกสมฺปตฺติโย จ ทสฺเสนฺโต ‘‘ปาโมกฺข’’นฺติอาทิมาห. ตตฺถ มเหสินา ยํ ปาติโมกฺขํ ปกาสิตนฺติ สมฺพนฺโธ. ตตฺถ มเหสินาติ มหนฺเต สีลาทิเก ปญฺจ ธมฺมกฺขนฺเธ เอสี คเวสีติ มเหสิ. มหนฺเตหิ เอสิโตติ วา ปุถุชฺชนเสขาเสขอิสีหิ วิสิฏฺฐตฺตา มหนฺโต อิสีติ วา มเหสิ, สมฺมาสมฺพุทฺโธ, เตน มเหสินา. ปาติโมกฺขนฺติ สตฺตาปตฺติกฺขนฺธสํวรภูตํ สิกฺขาปทสีลํ, ตทฺทีปนโต อุภโตวิภงฺคสุตฺตสงฺขาตํ คนฺถปาติโมกฺขเมว วา. กิมฺภูตนฺติ อาห ‘‘ปาโมกฺข’’นฺติอาทิ. ปมุเข สาธูติ ปโมกฺขํ, ปโมกฺขเมว ปาโมกฺขํ, วชฺชปฏิปกฺขตฺตา อนวชฺชานํ สมาธิปญฺญาสงฺขาตานํ ปริตฺตมหคฺคตโลกุตฺตรานํ กุสลานํ ธมฺมานํ อาทิ ปติฏฺฐาภูตนฺติ อตฺโถ. ‘‘สีเล ปติฏฺฐาย นโร สปญฺโญ, จิตฺตํ ปญฺญญฺจ ภาวย’’นฺติ (สํ. นิ. ๑.๒๓, ๑๙๒; เปฏโก. ๒๒; มิ. ป. ๒.๑.๙) หิ วุตฺตํ. มุขมิวาติ มุขํ, ทฺวารํ. ยถา หิ สตฺตานํ ขชฺชโภชฺชเลยฺยเปยฺยวเสน จตุพฺพิโธปิ อาหาโร มุเขน ปวิสิตฺวา องฺคปจฺจงฺคานิ ผรติ, เอวํ โยคิโนปิ จาตุภูมกกุสลํ สีลมุเขน ปวิสิตฺวา อตฺถสิทฺธึ สมฺปาเทติ. เตน วุตฺตํ ‘‘มุขมิวาติ มุข’’นฺติ. อถ วา มุขํ ทฺวารํ โมกฺขปฺปเวสาย นิพฺพานสจฺฉิกิริยายาติ อตฺโถ. วุตฺตญฺหิ –
‘‘อวิปฺปฏิสารตฺถานิ โข, อานนฺท, กุสลานิ สีลานี’’ติ (อ. นิ. ๑๑.๑).
ตถา –
‘‘อวิปฺปฏิสาโร ปาโมชฺชตฺถาย, ปาโมชฺชํ ปีตตฺถาย, ปีติ ปสฺสทฺธตฺถาย, ปสฺสทฺธิ สุขตฺถาย, สุขํ สมาธตฺถาย, สมาธิ ยถาภูตญาณทสฺสนตฺถาย, ยถาภูตญาณทสฺสนํ นิพฺพิทตฺถาย, นิพฺพิทา วิราคตฺถาย, วิราโค วิมุตฺตตฺถาย, วิมุตฺติ วิมุตฺติญาณทสฺสนตฺถาย, วิมุตฺติญาณทสฺสนํ อนุปาทาปรินิพฺพานตฺถายา’’ติ (ปริ. ๓๖๖) จ.
เอวํ สํวณฺเณตพฺพธมฺมสฺส อภิธานาทึ ทสฺเสตฺวา อิทานิ สํวณฺณนาย นิมิตฺตํ ทสฺเสตุํ ‘‘สูรเตนา’’ติอาทินา จตุตฺถคาถมาห. ตตฺถ สูรเตนาติ โสภเน รโตติ สูรโต อุ-การสฺส ทีฆํ กตฺวา, เตน สูรเตน, โสภเน กายิกวาจสิกกมฺเม รเตนาติ อตฺโถ, วินีเตนาติ วุตฺตํ โหติ. นิวาเตนาติ นีจวุตฺตินา. สุจิสลฺเลขวุตฺตินาติ สุจิภูตา กิเลสสลฺลิขนสมตฺถา วุตฺติ ปฏิปตฺติ เอตสฺสาติ สุจิสลฺเลขวุตฺติ, เตน สุจิสลฺเลขวุตฺตินา, ปริสุทฺธาย อปฺปิจฺฉวุตฺติยา สมนฺนาคเตนาติ อตฺโถ. วินยาจารยุตฺเตนาติ วาริตฺตจาริตฺตสีลสมฺปนฺเนน. อถ วา วินโยติ เจตฺถ ปาติโมกฺขสํวราทิเภโท สํวรวินโย. อาจาโรติ อาจารโคจรนิทฺเทเส อาคตสมณสารุปฺปาจาโร. โสณตฺเถเรนาติ เอตฺถ โสโณติ ตสฺส นามํ. ถิเรหิ สีลกฺขนฺธาทีหิ สมนฺนาคตตฺตา เถโร. ยาจิโตติ อภิยาจิโต. เถโร หิ ปาติโมกฺขสฺส คมฺภีรตาย ทุรวคาหตํ, อาจริยสฺส จ ตํสํวณฺณนาย สามตฺถิยํ ญตฺวา ‘‘ปาติโมกฺขสฺส ตยา อตฺถสํวณฺณนา กาตพฺพา. เอวญฺหิ สาสนสฺส สุจิรฏฺฐิติกตา โหตี’’ติ สานิสํสคารเวน ยาจนํ อกาสิ. ตทสฺส ยาจนํ อตฺตโน สํวณฺณนาย นิทานภูตํ ทสฺเสนฺโต ‘‘ยาจิโต’’ติ อาห.
เอตฺถ จ ‘‘สูรเตนา’’ติ อิมินาสฺส โสรจฺจํ วุจฺจติ. ‘‘นิวาเตนา’’ติ อิมินา นีจมนตา นิวาตวุตฺติตา, ยาย นิวาตวุตฺติตาย สมนฺนาคโต ปุคฺคโล นิหตมาโน, นิหตทปฺโป, ปาทปุญฺฉนโจฬกสโม, ภินฺนวิสาณูสภสโม, อุทฺธฏทาฐสปฺปสโม จ หุตฺวา สโณฺห สขิโล สุขสมฺภาโส โหติ. ‘‘สุจิสลฺเลขวุตฺตินา’’ติ อิมินา อินฺทฺริยสํวรปจฺจยสนฺนิสฺสิตอาชีวปาริสุทฺธิสีลํ. ‘‘วินยาจารยุตฺเตนา’’ติ อิมินา ปาติโมกฺขสํวรสีลํ วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ. เอวมเนกคุเณหิ ตสฺส อภิตฺถวนํ ยถาวุตฺตคุณสมนฺนาคตสฺส สพฺรหฺมจาริโน อชฺเฌสนํ น สกฺกา ปฏิพาหิตุนฺติ ปรมคมฺภีรสฺสาปิ ปาติโมกฺขสฺส อตฺถสํวณฺณนายํ ปวตฺตาติ ทสฺสนตฺถํ. กิญฺจ – ตาทิสสฺส อชฺเฌสนํ นิสฺสาย กริยมานา อตฺถสํวณฺณนา ตสฺส อชฺเฌสนาธิปจฺเจน, มมญฺจ อุสฺสาหสมฺปตฺติยา น จิเรน ปริโยสานํ คจฺฉตีติ กตนฺติ เวทิตพฺพํ.
เอวํ สํวณฺณนาย นิมิตฺตํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ ตสฺสวเน โสตุชนสฺสาทรํ ชเนตุํ ตปฺปโยชนกรณปฺปการนิสฺสยาภิธานาทึ ทสฺเสนฺโต ‘‘ตตฺถา’’ติอาทิคาถาทฺวยมาห. ตตฺถ ตตฺถาติ ‘‘ยํ มเหสินา ปาติโมกฺขํ ปกาสิต’’นฺติ วุตฺตํ, ตสฺมึ ปาติโมกฺเข. สญฺชาตกงฺขานนฺติ ปทปทตฺถวินิจฺฉยวเสน สญฺชาตกงฺขานํ, สมุปฺปนฺนสํสยานนฺติ อตฺโถ. กงฺขาวิตรณตฺถายาติ ยถาวุตฺตสํสยสฺส อติกฺกมนตฺถาย. ตสฺสาติ ปาติโมกฺขสฺส. วณฺณียติ อตฺโถ กถียติ เอตายาติ วณฺณนา, อฏฺฐกถา, ตํ วณฺณนํ. อิมสฺส จ ‘‘วณฺณยิสฺสามี’’ติ อิมินา สมฺพนฺโธ. กึภูตนฺติ อาห ‘‘ปริปุณฺณวินิจฺฉย’’นฺติอาทิ. ปริปุณฺณวินิจฺฉยนฺติ ขนฺธกปริวารปทภาชนาทิวเสน อสาธารณวินิจฺฉยสฺส จ นิทานาทิวเสน สตฺตรสปฺปเภทสฺส จ สพฺพสิกฺขาปทสาธารณวินิจฺฉยสฺส ปกาสนโต สมฺปุณฺณวินิจฺฉยํ.
มหาวิหารวาสีนนฺติ มหาเมฆวนุยฺยานภูมิภาเค ปติฏฺฐิโต วิหาโร มหาวิหาโร, โย สตฺถุโน มหาโพธินา วิภูสิโต, ตตฺถ วสนฺติ สีเลนาติ มหาวิหารวาสิโน, เตสํ มหาวิหารวาสีนํ. วาจนามคฺคนิสฺสิตนฺติ กถามคฺคนิสฺสิตํ, อฏฺฐกถานิสฺสิตนฺติ อตฺโถ, มหาวิหารวาสีนํ สีหฬฏฺฐกถานยํ อิธ นิสฺสายาติ วุตฺตํ โหติ. วณฺณยิสฺสามีติ ปวตฺตยิสฺสามิ. นาเมนาติ อตฺตโน คุณนาเมน. กงฺขาวิตรนฺติ เอตายาติ กงฺขาวิตรณี, ตํ กงฺขาวิตรณึ. สุภนฺติ อตฺถพฺยญฺชนสมฺปนฺนตฺตา สุนฺทรํ, สทฺทลกฺขณสุภโต, วินิจฺฉยสุภโต, วิญฺเญยฺยสุภโต จ สุภํ ปริสุทฺธํ. เอตฺถ จ ‘‘กงฺขาวิตรณตฺถายา’’ติ อิมินา ปโยชนํ ทสฺเสติ, ปุริปุณฺณวินิจฺฉย’’นฺติ อิมินา สํวณฺณนาปฺปการํ, ‘‘มหาวิหารวาสีนํ วาจนามคฺคนิสฺสิต’’นฺติ อิมินา สํวณฺณนาย นิสฺสยวิสุทฺธึ นิกายนฺตรลทฺธิสงฺกรโทสวิวชฺชนโต, ‘‘วณฺณยิสฺสามี’’ติ อิมินา อตฺตโน อชฺฌาสยํ ทสฺเสตีติ ทฏฺฐพฺพํ. ‘‘วตฺตยิสฺสามี’’ติปิ ปาโฐ.
คนฺถารมฺภกถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
นิทานวณฺณนา
เอวํ รตนตฺตยปณามาทิสหิตํ สญฺญาทิกํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ ‘‘ปาติโมกฺขสฺส วณฺณนํ วณฺณยิสฺสามี’’ติ วุตฺตตฺตา ปาติโมกฺขํ ตาว วจนตฺถโต, สรูปเภทโต, คนฺถเภทโต, อุทฺเทสวิภาคโต, อุทฺเทสปริจฺเฉทโต จ ววตฺถเปตฺวา ตทุทฺเทสกฺกเมนายํ วณฺณนา ภวิสฺสตีติ ทสฺเสตุํ ‘‘ตตฺถ ปาติโมกฺข’’นฺติอาทิ อารทฺธํ.
ตตฺถ ตตฺถาติ ตสฺมึ คาถาปเท. ปอติโมกฺขนฺติ ปการโต อติวิย สีเลสุ มุขภูตํ. อติปโมกฺขนฺติ ตเมว ปทํ อุปสคฺคพฺยตฺตเยน วทติ. อถ วา ป อติ โมกฺขนฺติ ปทจฺเฉโท, ตสฺส อุปสคฺคพฺยตฺตเยนตฺถมาห ‘‘อติปโมกฺข’’นฺติ. เอวํ ปเภทโต ปทวณฺณนํ กตฺวา สทฺทตฺถโต วทติ ‘‘อติเสฏฺฐํ อติอุตฺตมนฺติ อตฺโถ’’ติ. เอตฺถ จ สีลปาติโมกฺขํ สพฺพคุณานํ มูลภาวโต เสฏฺฐํ, คนฺถปาติโมกฺขํ ปน เสฏฺฐคุณสหจรณโต เสฏฺฐนฺติ เวทิตพฺพํ. อุตฺตมนฺติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย. อิตีติ เอวํ. อิมินา ยถาวุตฺตวจนตฺถํ นิทสฺเสติ. นิทสฺสนตฺโถ หิ อยํ อิติ-สทฺโท ‘‘สพฺพมตฺถีติ โข, กจฺจาน, อยเมโก อนฺโต, สพฺพํ นตฺถีติ โข, กจฺจาน, อยํ ทุติโย อนฺโต’’ติอาทีสุ (สํ. นิ. ๒.๑๕; ๓.๙๐) วิย. อิมินาติ อาสนฺนปจฺจกฺขวจนํ อิติ-สทฺเทน อนนฺตรนิทสฺสิตสฺส, ปฏิคฺคาหเกหิ จ โสตวิญฺญาณาทิวีถิยา ปฏิปนฺนสฺส วจนตฺถสฺส วจนโต. อถ วา อิมินาติ อาสนฺนปจฺจกฺขภาวกรณวจนํ ยถาวุตฺตสฺส วจนตฺถสฺส อภิมุขีกรณโต. วจนตฺเถนาติ ‘‘อติเสฏฺฐ’’นฺติ สทฺทตฺเถน. เอกวิธมฺปีติ เอกโกฏฺฐาสมฺปิ. สีลคนฺถเภทโต ทุวิธํ โหตีติ ปุน สีลคนฺถสงฺขาเตน ปเภเทน ทุวิธํ โหติ, สีลปาติโมกฺขํ, คนฺถปาติโมกฺขญฺจาติ ทุวิธํ โหตีติ อตฺโถ.
อิทานิ ตทุภยสฺสาปิ สุตฺเต อาคตภาวํ ทสฺเสตุํ ‘‘ตถา หี’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ ปาติ รกฺขตีติ ปาติ, ตํ โมกฺเขติ โมเจติ อาปายิกาทีหิ ทุกฺเขหีติ ปาติโมกฺขํ, สํวรณํ สํวโร, กายวาจาหิ อวีติกฺกโม, ปาติโมกฺขเมว สํวโร ปาติโมกฺขสํวโร, ปาติโมกฺขสํวเรน สํวุโต สมนฺนาคโต ปาติโมกฺขสํวรสํวุโต. วิหรตีติ วตฺตติ.
อาทิเมตนฺติ เอตํ สิกฺขาปทสีลํ ปุพฺพุปฺปตฺติอตฺเถน อาทิ. วุตฺตมฺปิ เจตํ –
‘‘ตสฺมาติห ตฺวํ, อุตฺติย, อาทิเมว วิโสเธหิ กุสเลสุ ธมฺเมสุ. โก จาทิ กุสลานํ ธมฺมานํ? สีลญฺจ สุวิสุทฺธํ, ทิฏฺฐิ จ อุชุกา’’ติ (สํ. นิ. ๕.๓๘๒).
ยถา หิ นครวฑฺฒกี นครํ มาเปตุกาโม ปฐมํ นครฏฺฐานํ โสเธติ, ตโต อปรภาเค วีถิจตุกฺกสิงฺฆาฏกาทิปริจฺเฉเทน วิภชิตฺวา นครํ มาเปติ, ยถา วา ปน รชโก ปฐมํ ตีหิ ขาเรหิ วตฺถํ โธวิตฺวา ปริสุทฺเธ วตฺเถ ยทิจฺฉกํ รงฺคชาตํ อุปเนติ, ยถา วา ปน เฉโก จิตฺตกาโร รูปํ ลิขิตุกาโม อาทิโตว ภิตฺติปริกมฺมํ กโรติ, ตโต อปรภาเค รูปํ สมุฏฺฐาเปติ, เอวเมว โยคาวจโร อาทิโตว สีลํ วิโสเธตฺวา อปรภาเค สมถวิปสฺสนาทโย ธมฺเม สจฺฉิกโรติ. ตสฺมา สีลํ ‘‘อาที’’ติ วุตฺตํ. ‘‘มุขเมต’’นฺติอาทีนิ วุตฺตตฺถาเนว. อาทิสทฺเทน ‘‘ปาติโมกฺเข จ สํวโร’’ติอาทิปาฬึ (ที. นิ. ๒.๙๐; ธ. ป. ๑๘๕) สงฺคณฺหาติ.
สีลนฺติ จาริตฺตวาริตฺตวเสน ทุวิธํ วินยปิฏกปริยาปนฺนํ สิกฺขาปทสีลํ, ธมฺมโต ปน สีลํ นาม ปาณาติปาตาทีหิ วา วิรมนฺตสฺส, วตฺตปฏิปตฺตึ วา ปูเรนฺตสฺส เจตนาทโย ธมฺมา เวทิตพฺพา. วุตฺตเญฺหตํ ปฏิสมฺภิทายํ ‘‘กึ สีลนฺติ เจตนา สีลํ เจตสิกํ สีลํ สํวโร สีลํ อวีติกฺกโม สีล’’นฺติ (ปฏิ. ม. ๑.๓๙) ‘‘อุภยานิ โข ปนสฺส ปาติโมกฺขานี’’ติ ภิกฺขุภิกฺขุนีปาติโมกฺขวเสน อุภยานิ ปาติโมกฺขานิ, เทฺว มาติกาติ อตฺโถ. อสฺสาติ ภิกฺขุโนวาทกสฺส. วิตฺถาเรนาติ อุภโตวิภงฺเคน สทฺธึ. สฺวาคตานีติ สุฏฺฐุ อาคตานิ. อาทิสทฺเทน ‘‘ปาติโมกฺขํ อุทฺทิเสยฺยา’’ติอาทิปาฬึ (มหาว. ๑๓๔) สงฺคณฺหาติ. ตตฺถาติ เตสุ สีลคนฺถปาติโมกฺเขสุ. โยติ อนิยมนิทฺเทโส, โย โกจิ ปุคฺคโล. นนฺติ วินยปริยาปนฺนสีลํ. รกฺขตีติ สมาทิยิตฺวา อวิโกเปนฺโต ปาเลติ. ตํ ‘‘ปาตี’’ติ ลทฺธนามํ ปาติโมกฺขสีเล ฐิตํ. โมเจตีติ สหการิการณภาวโต โมกฺเขติ. อปาเย ชาตํ อาปายิกํ, ทุกฺขํ, ตํ อาทิ เยสํ ตานิ อาปายิกาทีนิ. อาทิสทฺเทน ตทญฺญํ สพฺพํ สํสารทุกฺขํ สงฺคณฺหาติ. อตฺตานุวาทาทีหีติ อตฺตานํ อนุวาโท อตฺตานุวาโท, โส อาทิ เยสํ ตานิ อตฺตานุวาทาทีนิ, เตหิ อตฺตานุวาทาทีหิ. อาทิสทฺเทน ปรานุวาททณฺฑทุคฺคติภยานิ สงฺคณฺหาติ. ตสฺส ปาติโมกฺขสฺส โชตกตฺตาติ ตสฺส สีลปาติโมกฺขสฺส ทีปนตฺตา. อาทิมฺหิ ปน วุตฺโต วจนตฺโถติ ‘‘อติเสฏฺฐ’’นฺติอาทินา อาทิมฺหิ วุตฺโต วจนตฺโถ. อุภินฺนมฺปิ สาธารโณ โหติ สีลปาติโมกฺขํ สพฺพคุณานํ มูลภาวโต เสฏฺฐํ, คนฺถปาติโมกฺขํ เสฏฺฐคุณสหจรณโต เสฏฺฐนฺติ.
ตตฺถาติ เตสุ สีลปาติโมกฺขคนฺถปาติโมกฺเขสุ. ‘‘อยํ วณฺณนา’’ติ วกฺขมานวณฺณนมาห. คนฺถปาติโมกฺขสฺส ตาว ยุชฺชตุ, กถํ สีลปาติโมกฺขสฺส ยุชฺชตีติ อาห ‘‘คนฺเถ หี’’ติอาทิ. หีติ การณตฺเถ นิปาโต. ตสฺสาติ คนฺถสฺส. อตฺโถติ สีลํ. วณฺณิโตว โหตีติ คนฺถวณฺณนามุเขน อตฺถสฺเสว วณฺณนโต. อิทํ วุตฺตํ โหติ – ยสฺมา คนฺเถ วณฺณิเต ตทวินาภาวโต ตสฺสตฺโถ วณฺณิโต โหติ, ตสฺมา สีลปาติโมกฺขสฺสปิ ยุชฺชตีติ.
เอวํ สรูปเภทโต ววตฺถเปตฺวา อิทานิ คนฺถเภทโต ววตฺถเปตุํ ‘‘ตํ ปเนต’’นฺติอาทิมาห. ตตฺถาติ เตสุ ภิกฺขุปาติโมกฺขภิกฺขุนีปาติโมกฺเขสุ ทฺวีสุ. อุทฺเทสา ปริจฺฉิชฺชนฺติ เยหิ วกฺขมานวจนปฺปพนฺเธหิ, เต อุทฺเทสปริจฺเฉทา, เตหิ. ววตฺถิตนฺติ อสงฺกรโต ฐิตํ.
เอวํ คนฺถเภทโต ววตฺถเปตฺวา อิทานิ อุทฺเทสวิภาคโต ววตฺถเปตุํ ‘‘ตตฺถา’’ติอาทิมาห. อุทฺทิสียติ สรูเปน กถียติ เอตฺถ, เอเตนาติ วา อุทฺเทโส, นิทานสฺส อุทฺเทโสติ นิทานุทฺเทโส. เอวํ เสเสสุปิ. วิตฺถาโรว อุทฺเทโส วิตฺถารุทฺเทโส.
อิทานิ นิทานุทฺเทสาทีนํ ปริจฺเฉททสฺสนตฺถํ ‘‘ตตฺถ นิทานุทฺเทโส’’ติอาทิ อารทฺธํ. ตตฺถ ตตฺถาติ เตสุ ปญฺจสุ อุทฺเทเสสุ. นิทานุทฺเทโส อุทฺทิฏฺโฐ โหตีติ สมฺพนฺโธ. ยํ ปเนตฺถ นิทานุทฺเทสปริจฺเฉทํ ทสฺเสนฺเตน ‘‘สุณาตุ เม, ภนฺเต, สงฺโฆ…เป… อาวิกตา หิสฺส ผาสุ โหตี’’ติ อิธาคตนิทานปาฬึ ทสฺเสตฺวา ตทนนฺตรํ อุทฺเทสกาเล วตฺตพฺพสฺสาปิ ‘‘อุทฺทิฏฺฐํ โข อายสฺมนฺโต นิทาน’’นฺติ อิมสฺส ปาฐสฺส โยชนํ อกตฺวา ‘‘ตตฺถายสฺมนฺเต ปุจฺฉามี’’ติอาทินา อนุสาวนาทิกเมว โยเชตฺวา ทสฺสิตํ, ตํ ปน อปริปุณฺณนิทานปาฬิทสฺสนปุพฺพกนิทานุทฺเทสปริจฺเฉททสฺสนตฺถํ, ขุทฺทกเปยฺยาลวเสน วา ปากฏตฺตา ตสฺส อโยชนํ กตนฺติ เวทิตพฺพํ, อุทฺเทสกาเล ปน โยเชตฺวาว วตฺตพฺพํ. วกฺขติ หิ ‘‘ตํ ปเนตํ ปาราชิกาทีนํ อวสาเน ทิสฺสติ, น นิทานาวสาเน. กิญฺจาปิ น ทิสฺสติ, อถ โข อุทฺเทสกาเล ‘อาวิกตา หิสฺส ผาสุ โหตี’ติ วตฺวา ‘อุทฺทิฏฺฐํ โข อายสฺมนฺโต นิทานํ, ตตฺถายสฺมนฺเต ปุจฺฉามี’ติอาทินา นเยน วตฺตพฺพเมวา’’ติอาทิ. อวเสเส สุเตน สาวิเตติ อวสิฏฺฐํ ปาราชิกุทฺเทสาทิจตุกฺกํ ‘‘สุตา โข ปนายสฺมนฺเตหิ จตฺตาโร ปาราชิกา ธมฺมา…เป… อวิวทมาเนหิ สิกฺขิตพฺพ’’นฺติ เอวํ สุตวเสน สาวิเต.
เอเตเนว นเยน เสสา ตโย ปาติโมกฺขุทฺเทสปริจฺเฉทา เวทิตพฺพาติ ทสฺเสตุํ ‘‘ปาราชิกุทฺเทสาทีน’’นฺติอาทิมาห. ปาราชิกุทฺเทสาทีนํ ปริจฺเฉทา โยเชตพฺพาติ สมฺพนฺโธ. นิทานสฺส อาทิโต ปฏฺฐาย ปาราชิกาทีนิ โอสาเปตฺวาติ นิทานํ, ปาราชิกญฺจ, ตทุภยํ สงฺฆาทิเสสญฺจ, ตํติกํ อนิยตญฺจาติ เอวํ ยถากฺกมํ อุทฺทิสิตฺวา ปาราชิกาทีนิ ปริโยสาเปตฺวา. โยเชตพฺพาติ ‘‘อวเสเส สุเตน สาวิเต อุทฺทิฏฺโฐ โหติ ปาราชิกุทฺเทโส’’ติอาทินา โยเชตพฺพา. อวเสสํ สุเตน สาเวตพฺพนฺติ วจนโตติ อุโปสถกฺขนฺธเก –
‘‘ปญฺจิเม, ภิกฺขเว, ปาติโมกฺขุทฺเทสา นิทานํ อุทฺทิสิตฺวา อวเสสํ สุเตน สาเวตพฺพํ, อยํ ปฐโม ปาติโมกฺขุทฺเทโส. นิทานํ อุทฺทิสิตฺวา จตฺตาริ ปาราชิกานิ อุทฺทิสิตฺวา อวเสสํ สุเตน สาเวตพฺพํ, อยํ ทุติโย ปาติโมกฺขุทฺเทโส’’ติอาทีสุ (มหาว. ๑๕๐) –
เอวํ วุตฺตตฺตา. ยสฺมึ วิปฺปกเตติ ยสฺมึ อุทฺเทเส อปริโยสิเต. อนฺตราโย อุปฺปชฺชตีติ ทสสุ อนฺตราเยสุ โย โกจิ อนฺตราโย อุปฺปชฺชติ. ทส อนฺตรายา นาม – ราชนฺตราโย, โจรนฺตราโย, อคฺยนฺตราโย, อุทกนฺตราโย, มนุสฺสนฺตราโย, อมนุสฺสนฺตราโย, วาฬนฺตราโย, สรีสปนฺตราโย, ชีวิตนฺตราโย, พฺรหฺมจริยนฺตราโยติ. ตตฺถ สเจ ภิกฺขูสุ ‘‘อุโปสถํ กริสฺสามา’’ติ (มหาว. อฏฺฐ. ๑๕๐) นิสินฺเนสุ ราชา อาคจฺฉติ, อยํ ราชนฺตราโย. โจรา อาคจฺฉนฺติ, อยํ โจรนฺตราโย. ทวทาโห วา อาคจฺฉติ, อาวาเส วา อคฺคิ อุฏฺฐหติ, อยํ อคฺยนฺตราโย. เมโฆ วา อุฏฺฐหติ, โอโฆ วา อาคจฺฉติ, อยํ อุทกนฺตราโย. พหู มนุสฺสา อาคจฺฉนฺติ, อยํ มนุสฺสนฺตราโย. ภิกฺขุํ ยกฺโข คณฺหาติ, อยํ อมนุสฺสนฺตราโย. พฺยคฺฆาทโย จณฺฑมิคา อาคจฺฉนฺติ, อยํ วาฬนฺตราโย. ภิกฺขุํ สปฺปาทโย ฑํสนฺติ, อยํ สรีสปนฺตราโย. ภิกฺขุ คิลาโน วา โหติ, กาลํ วา กโรติ, เวริโน วา ตํ มาเรตุกามา คณฺหนฺติ, อยํ ชีวิตนฺตราโย. มนุสฺสา เอกํ วา พหู วา ภิกฺขู พฺรหฺมจริยา จาเวตุกามา คณฺหนฺติ, อยํ พฺรหฺมจริยนฺตราโย. อิติ ยํ วุตฺตํ ‘‘อนฺตราโย อุปฺปชฺชตีติ ทสสุ อนฺตราเยสุ โย โกจิ อนฺตราโย อุปฺปชฺชตี’’ติ, ตสฺสตฺโถ ปกาสิโต โหตีติ.
เตน สทฺธินฺติ วิปฺปกตุทฺเทเสน สทฺธึ. อวเสสํ สุเตน สาเวตพฺพํ อุทฺทิฏฺฐอุทฺเทสาเปกฺขตฺตา อวเสสวจนสฺส. ยถาห ‘‘นิทานํ อุทฺทิสิตฺวา’’ติอาทิ (มหาว. ๑๕๐). เตนาห ‘‘นิทานุทฺเทเส ปนา’’ติอาทิ. สุเตน สาเวตพฺพํ นาม นตฺถิ อุโปสถสฺส อนฺตราโยว โหตีติ อธิปฺปาโย. อนิยตุทฺเทโส ปริหายตีติ ภิกฺขุนีนํ อนิยตสิกฺขาปทปญฺญตฺติยา อภาวโต. ตทภาโว จ ‘‘อิทเมว ลกฺขณํ ตตฺถาปิ อนุคต’’นฺติ กตฺวาติ เวทิตพฺพํ. เสสนฺติ อวเสสุทฺเทสปริจฺเฉททสฺสนํ. เอเตสํ ทฺวินฺนํ ปาติโมกฺขานนฺติ สมฺพนฺโธ. ตาวาติ ปฐมํ. อิทนฺติ อิทานิ วตฺตพฺพํ พุทฺธิยํ วิปริวตฺตมานํ สามญฺเญน ทสฺเสติ, อิทํ อกฺขรปทนิยมิตคนฺถิตํ วจนํ วุจฺจติ กถียตีติ อตฺโถ. กึ ตนฺติ อาห, ‘‘สุณาตุ เมติอาทีน’’นฺติอาทิ.
ตตฺถ สุณาตุ เมติอาทีนนฺติ ‘‘สุณาตุ เม, ภนฺเต, สงฺโฆ อชฺชุโปสโถ’’ติอาทีนํ ภิกฺขุปาติโมกฺเข อาคตานํ สุตฺตปทานํ. อตฺถนิจฺฉยนฺติ อภิเธยฺยตฺถสฺส เจว อธิปฺปายตฺถสฺส จ นิจฺฉยนํ, ววตฺถาปนนฺติ อตฺโถ. อิมาย หิ อฏฺฐกถาย เตสํ อภิเธยฺยตฺโถ เจว อธิปฺปายตฺโถ จ อเนกธา ววตฺถาปียติ. อถ วา นิจฺฉินฺโนติ นิจฺฉโย. คณฺฐิฏฺฐาเนสุ ขีลมทฺทนากาเรน ปวตฺตา วิมติจฺเฉทกถา, อตฺโถ จ นิจฺฉโย จ อตฺถนิจฺฉโย, ตํ อตฺถนิจฺฉยํ, มยา วุจฺจมานํ อตฺถญฺจ วินิจฺฉยญฺจาติ วุตฺตํ โหติ. สีลสมฺปนฺนาติ สมนฺตโต ปนฺนํ ปตฺตํ ปุณฺณนฺติ สมฺปนฺนํ, สีลํ สมฺปนฺนเมเตสนฺติ สีลสมฺปนฺนา, ปริปุณฺณสีลาติ อตฺโถ. อถ วา สมฺมเทว ปนฺนา คตา อุปาคตาติ สมฺปนฺนา, สีเลน สมฺปนฺนา สีลสมฺปนฺนา, ปาติโมกฺขสํวเรน อุเปตาติ อตฺโถ. อธิสีลอธิจิตฺตอธิปญฺญาสงฺขาตา ติสฺโสปิ สิกฺขิตพฺพฏฺเฐน สิกฺขา, ตํ กาเมนฺตีติ สิกฺขากามา. สุณนฺตุ เมติ เต สพฺเพปิ ภิกฺขโว มม สนฺติกา นิสาเมนฺตุ. อิมินา อตฺตโน สํวณฺณนาย สกฺกจฺจํ สวเน นิโยเชติ. สกฺกจฺจสวนปฏิพทฺธา หิ สพฺพาปิ สาสนสมฺปตฺตีติ. เอตฺถ จ สีลสมฺปนฺนานํ สิกฺขากามานํเยว ภิกฺขูนํ คหณํ ตทญฺเญสํ อิมิสฺสา สํวณฺณนาย อภาชนภาวโต. น หิ เต วินยํ โสตพฺพํ, ปฏิปชฺชิตพฺพญฺจ มญฺญิสฺสนฺติ.
เอตฺถาติ เอตสฺมึ คาถาปเท, เอเตสํ วา คาถาย สงฺคหิตานํ ‘‘สุณาตุ เม’’ติอาทีนํ ปทานมนฺตเร. สวเน อาณตฺติวจนํ สวนาณตฺติวจนํ. กิญฺจาปิ สวนาณตฺติวจนํ, ตถาปิ ปาติโมกฺขุทฺเทสเกน เอวํ วตฺตพฺพนฺติ ภควตา วุตฺตตฺตา ภควโต อาณตฺติ, น อุทฺเทสกสฺสาติ นวกตเรนาปิ อิทํ วตฺตุํ วฏฺฏติ สงฺฆคารเวน, สงฺฆพหุมาเนน จ สหิตตฺตา สคารวสปฺปติสฺสวจนํ. สงฺโฆ หิ สุปฺปฏิปนฺนตาทิคุณวิเสสยุตฺตตฺตา อุตฺตมํ คารวปฺปติสฺสวฏฺฐานํ. อิทญฺจ สพฺพํ เกน กตฺถ กทา วุตฺตนฺติ อาห ‘‘สพฺพเมว เจต’’นฺติอาทิ. ปาติโมกฺขุทฺเทสํ อนุชานนฺเตนาติ –
‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, ปาติโมกฺขํ อุทฺทิสิตุํ, เอวญฺจ ปน, ภิกฺขเว, อุทฺทิสิตพฺพํ, พฺยตฺเตน ภิกฺขุนา ปฏิพเลน สงฺโฆ ญาเปตพฺโพ ‘สุณาตุ เม, ภนฺเต, สงฺโฆ’’’ติ (มหาว. ๑๓๓-๑๓๔) –
เอวมาทินา อนุชานนฺเตน. ราชคเหติ เอวํนามเก นคเร. ตญฺหิ มนฺธาตุมหาโควินฺทาทีหิ ปริคฺคหิตตฺตา ‘‘ราชคห’’นฺติ วุจฺจติ. ตํ ปเนตํ พุทฺธกาเล, จกฺกวตฺติกาเล จ นครํ โหติ, เสสกาเล สุญฺญํ โหติ ยกฺขปริคฺคหิตํ, เตสํ วสนฏฺฐานํ หุตฺวา ติฏฺฐติ. ตสฺมาติ ยสฺมา อิทํ ปาติโมกฺขุทฺเทสเกน วตฺตพฺพวจนํ, ตสฺมา. กึ เต อุโภปิ ปาติโมกฺขํ อุทฺทิสนฺติ, เยเนวํ วตฺตพฺพนฺติ อาห ‘‘สงฺฆตฺเถโร วา หี’’ติอาทิ. เถราธิกนฺติ เถราธีนํ, เถรายตฺตํ ภวิตุนฺติ อตฺโถ. ‘‘เถราเธยฺย’’นฺติ วา ปาโฐ, โสเยวตฺโถ. ตตฺถาติ ติสฺสํ ปริสายํ. พฺยตฺโตติ ปญฺญาเวยฺยตฺติเยน สมนฺนาคโต, ปคุณมาติโกติ อตฺโถ. ปฏิพโลติ วตฺตุํ สมตฺโถ, อภีโตติ วุตฺตํ โหติ. เอตฺถ จ กิญฺจาปิ ทหรสฺสาปิ พฺยตฺตสฺส ปาติโมกฺโข อนุญฺญาโต, อถ โข เอตฺถายํ อธิปฺปาโย – สเจ เถรสฺส ปญฺจ วา จตฺตาโร วา ตโย วา ปาติโมกฺขุทฺเทสา นาคจฺฉนฺติ, เทฺว ปน อกฺขณฺฑา สุวิสทา วาจุคฺคตา โหนฺติ, เถรายตฺโตว ปาติโมกฺโข. สเจ ปน เอตฺตกมฺปิ วิสทํ กาตุํ น สกฺโกติ, พฺยตฺตสฺส ภิกฺขุโน อายตฺโตติ.
อิทานิ ‘‘สงฺโฆ’’ติ อวิเสเสน วุตฺตตฺตา อิธาธิปฺเปตสงฺฆํ วิเสเสตฺวา ทสฺเสตุํ ‘‘สงฺโฆติ อิมินา ปน ปเทนา’’ติอาทิมาห กิญฺจาปีติ อนุคฺคหตฺเถ นิปาโต, ตสฺส ยทิ นามาติ อตฺโถ เวทิตพฺโพ. ทกฺขนฺติ เอตาย สตฺตา ยถาธิปฺเปตาหิ สมฺปตฺตีหิ วฑฺฒนฺตีติ ทกฺขิณา, ปรโลกํ สทฺทหิตฺวา ทาตพฺพํ ทานํ, ตํ ทกฺขิณํ อรหติ, ทกฺขิณาย วา หิโต, ยสฺมา นํ มหปฺผลการิตาย วิโสเธตีติ ทกฺขิเณยฺโย, ทิฏฺฐิสีลสงฺฆาเตน สํหโตติ สงฺโฆ, ทกฺขิเณยฺโย จ โส สงฺโฆ จาติ ทกฺขิเณยฺยสงฺโฆ. สมฺมุติยา จตุวคฺคาทิวินยปญฺญตฺติยา สิทฺโธ สงฺโฆ สมฺมุติสงฺโฆ. อวิเสเสนาติ ‘‘อริยา’’ติ วา ‘‘ปุถุชฺชนา’’ติ วา อวิเสเสตฺวา สามญฺเญน. โสติ สมฺมุติสงฺโฆ. อิธาติ อิมิสฺสํ อุโปสถญตฺติยํ. อธิปฺเปโต อุโปสถญตฺติยา อวิเสสตฺตา. นนุ จ โสปิ ปญฺจวิโธ โหติ, ตตฺถ กตโม อิธาธิปฺเปโตติ อนุโยคํ สนฺธายาห ‘‘โส ปเนสา’’ติอาทิ. กมฺมวเสนาติ วินยกมฺมวเสน. ปญฺจ วิธา ปการา อสฺส สมฺมุติสงฺฆสฺสาติ ปญฺจวิโธ. ตถา หิ วิธยุตฺตคตปฺปการสทฺเท สมานตฺเถ วณฺณยนฺติ. จตุนฺนํ วคฺโค สมูโหติ จตุวคฺโค, จตุปริมาณยุตฺโต วา วคฺโค จตุวคฺโค. เอวํ ปญฺจวคฺคาทิ.
อิทานิ เยสํ กมฺมานํ วเสนายํ ปญฺจวิโธ โหติ, ตํ วิเสเสตฺวา ทสฺเสตุํ ‘‘ตตฺถา’’ติอาทิมาห. ตตฺถ ตตฺถาติ ปญฺจวิเธ สงฺเฆ. มชฺฌิเมสุ ชนปเทสุ อุปสมฺปทกมฺมสฺส ทสวคฺคกรณียตฺตา วุตฺตํ ‘‘ฐเปตฺวา…เป… อุปสมฺปทญฺจา’’ติ. ‘‘ตถา’’ติ อิมินา ‘‘น กิญฺจิ สงฺฆกมฺมํ กาตุํ น วฏฺฏตี’’ติ อิมมตฺถํ อติทิสติ. ยทิ เอวํ กิมตฺถํ อติเรกวีสติวคฺโค วุตฺโตติ อาห ‘‘โส ปนา’’ติอาทิ. อติเรกตเรนาติ จตุวคฺคาทิกรณียํ ปญฺจวคฺคาทินา อติเรกตเรน, ทสวคฺคกรณียญฺจ เอกาทสวคฺคาทินา อติเรกตเรน. ทสฺสนตฺถนฺติ ญาปนตฺถํ. อิทเมว จาเนน กตฺตพฺพํ กมฺมนฺติ ‘‘กมฺมวเสน ปญฺจวิโธ’’ติ วุตฺตํ. กมฺมสฺสานิยเม กถเมตํ ยุชฺเชยฺยาติ อีทิสี โจทนา อนวกาสาติ ทฏฺฐพฺพํ. อิมสฺมึ ปนตฺเถติ อุโปสเถ.
อุโปสถสทฺโท ปนายํ ปาติโมกฺขุทฺเทสสีลอุปวาสปญฺญตฺติทิวเสสุ วตฺตติ. ตถา เหส ‘‘อายามาวุโส กปฺปิน, อุโปสถํ คมิสฺสามา’’ติอาทีสุ (ที. นิ. อฏฺฐ. ๑.๑๕๐; ม. นิ. อฏฺฐ. ๓.๘๕) ติโมกฺขุทฺเทเส อาคโต, ‘‘เอวํ อฏฺฐงฺคสมนฺนาคโต โข, วิสาเข, อุโปสโถ อุปวุตฺโถ’’ติอาทีสุ (อ. นิ. ๘.๔๓) สีเล, ‘‘สุทฺธสฺส เว สทา ผคฺคุ, สุทฺธสฺสุโปสโถ สทา’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๑.๗๙) อุปวาเส, ‘‘อุโปสโถ นาม นาคราชา’’ติอาทีสุ (ที. นิ. ๒.๒๔๖) ปญฺญตฺติยํ, ‘‘น, ภิกฺขเว, ตทหุโปสเถ สภิกฺขุกา อาวาสา’’ติอาทีสุ (มหาว. ๑๘๑) ทิวเส, อิธาปิ ทิวเสเยว วตฺตมาโน อธิปฺเปโตติ อาห ‘‘อชฺช อุโปสถทิวโส’’ติอาทิ. อุปวสนฺติ เอตฺถาติ อุโปสโถ. อุปวสนฺตีติ สีเลน วา สพฺพโส อาหารสฺส อภุญฺชนสงฺขาเตน อนสเนน วา ขีรปานมธุปานาทิมตฺเตน วา อุเปตา หุตฺวา วสนฺตีติ อตฺโถ.
สพฺเพสมฺปิ วากฺยานํ เอว-การตฺถสหิตตฺตา ‘‘อุโปสโถ’’ติ เอตสฺส ‘‘อุโปสโถ เอวา’’ติ อยมตฺโถ ลพฺภตีติ อาห ‘‘เอเตน อนุโปสถทิวสํ ปฏิกฺขิปตี’’ติ. อิมินา อวธารเณน นิรากตํ ทสฺเสติ, อถ วา สทฺทนฺตรตฺถาโปหนวเสน สทฺโท อตฺถํ วทตีติ ‘‘อุโปสโถ’’ติ เอตสฺส ‘‘อนุโปสโถ น โหตี’’ติ อยมตฺโถติ วุตฺตํ ‘‘เอเตน อนุโปสถทิวสํ ปฏิกฺขิปตี’’ติ. ‘‘เอส นโย ปนฺนรโส’’ติ อิมินา อญฺญํ อุโปสถทิวสํ ปฏิกฺขิปตีติ เอตฺถาปิ. เอเตนาติ ‘‘อุโปสโถ’’ติ เอเตน สทฺเทน. ปญฺจทสนฺนํ ติถีนํ ปูรณวเสน ปนฺนรโส. ปนฺนรโสติ อิมินา อญฺญํ อุโปสถทิวสํ ปฏิกฺขิปตี’’ติ สํขิตฺเตน วุตฺตมตฺถํ วิตฺถารโต ทสฺเสตุํ ‘‘ทิวสวเสน หี’’ติอาทิมาห. จตุทฺทสิยํ นิยุตฺโต จาตุทฺทสิโก. เอวํ ปนฺนรสิโก. สามคฺคิอุโปสโถ นาม สงฺฆสามคฺคิกตทิวเส กาตพฺพอุโปสโถ. เหมนฺตคิมฺหวสฺสานานํ ติณฺณํ อุตูนนฺติ เอตฺถ เหมนฺตอุตุ นาม อปรกตฺติกสฺส กาฬปกฺขปาฏิปทโต ปฏฺฐาย ผคฺคุนปุณฺณมปริโยสานา จตฺตาโร มาสา, คิมฺหอุตุ นาม ผคฺคุนสฺส กาลปกฺขปาฏิปทโต ปฏฺฐาย อาสาฬฺหปุณฺณมปริโยสานา จตฺตาโร มาสา, วสฺสานอุตุ นาม อาสาฬฺหสฺส กาฬปกฺขปาฏิปทโต ปฏฺฐาย อปรกตฺติกปุณฺณมปริโยสานา จตฺตาโร มาสา. ตติยสตฺตมปกฺเขสุ เทฺว เทฺว กตฺวา ฉ จาตุทฺทสิกาติ เหมนฺตสฺส อุตุโน ตติเย จ สตฺตเม จ ปกฺเข เทฺว จาตุทฺทสิกา, เอวมิตเรสํ อุตูนนฺติ ฉ จาตุทฺทสิกา. เสสา ปนฺนรสิกาติ เสสา อฏฺฐารส ปนฺนรสิกา. โหนฺติ เจตฺถ –
‘‘กตฺติกสฺส จ กาฬมฺหา, ยาว ผคฺคุนปุณฺณมา;
‘เหมนฺตกาโล’ติ วิญฺเญยฺโย, อฏฺฐ โหนฺติ อุโปสถา.
‘‘ผคฺคุนสฺส จ กาฬมฺหา, ยาว อาสาฬฺหปุณฺณมา;
‘คิมฺหกาโล’ติ วิญฺเญยฺโย, อฏฺฐ โหนฺติ อุโปสถา.
‘‘อาสาฬฺหสฺส จ กาฬมฺหา, ยาว กตฺติกปุณฺณมา;
‘วสฺสกาโล’ติ วิญฺเญยฺโย, อฏฺฐ โหนฺติ อุโปสถา.
‘‘อุตูนํ ปน ติณฺณนฺนํ, ปกฺเข ตติยสตฺตเม;
‘จาตุทฺทโส’ติ ปาติโมกฺขํ, อุทฺทิสนฺติ นยญฺญุโน’’ติ.
ปกติยา นพหุตราวาสิกาทิปจฺจเยน กาตพฺพํ ปกติจาริตฺตํ. พหุตราวาสิกาทิปจฺจเย ปน สติ อญฺญสฺมึ จาตุทฺทเสปิ กาตุํ วฏฺฏติ. เตนาห ‘‘สกิ’’นฺติอาทิ. สกินฺติ เอกสฺมึ วาเร. อาวาสิกานํ อนุวตฺติตพฺพนฺติ อาวาสิเกหิ ‘‘อชฺชุโปสโถ จาตุทฺทโส’’ติ ปุพฺพกิจฺเจ กริยมาเน อนุวตฺติตพฺพํ, น ปฏิกฺโกสิตพฺพํ. อาทิสทฺเทน ‘‘อาวาสิเกหิ อาคนฺตุกานํ อนุวตฺติตพฺพ’’นฺติ (มหาว. ๑๗๘) วจนํ, ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, เตหิ ภิกฺขูหิ เทฺว ตโย อุโปสเถ จาตุทฺทสิเก กาตุํ, กถํ มยํ เตหิ ภิกฺขูหิ ปฐมตรํ ปวาเรยฺยามา’’ติ (มหาว. ๒๔๐) วจนญฺจ สงฺคณฺหาติ. เอตฺถ จ ปฐมสุตฺตสฺส เอเกกสฺส อุตุโน ตติยสตฺตมปกฺขสฺส จาตุทฺทเส วา อวเสสสฺส ปนฺนรเส วา สกึ ปาติโมกฺขํ อุทฺทิสิตพฺพนฺติ ปกติจาริตฺตวเสนปิ อตฺถสมฺภวโต ‘‘อาคนฺตุเกหี’’ติอาทีนิ สุตฺตานิ ทสฺสิตานีติ เวทิตพฺพํ. ตถารูปปจฺจเย สตีติ อญฺญสฺมิมฺปิ จาตุทฺทสิเก อุโปสถํ กาตุํ อนุรูเป ‘‘อาวาสิกา พหุตรา โหนฺตี’’ติ เอวมาทิเก ปจฺจเย สติ. อญฺญสฺมิมฺปิ จาตุทฺทเสติ ติณฺณํ อุตูนํ ตติยสตฺตมปกฺขจาตุทฺทสโต อญฺญสฺมึ จาตุทฺทเส.
น เกวลํ อุโปสถทิวสาว โหนฺตีติ อาห ‘‘ปุริมวสฺสํวุฏฺฐานํ ปนา’’ติอาทิ. มา อิติ จนฺโท วุจฺจติ ตสฺส คติยา ทิวสสฺส มินิตพฺพโต, โส เอตฺถ สพฺพกลาปาริปูริยา ปุณฺโณติ ปุณฺณมา, ปุพฺพกตฺติกาย ปุณฺณมา ปุพฺพกตฺติกปุณฺณมา, อสฺสยุชปุณฺณมา. สา หิ ปจฺฉิมกตฺติกํ นิวตฺเตตุํ เอวํ วุตฺตา. เตสํเยวาติ ปุริมวสฺสํวุฏฺฐานํเยว. ภณฺฑนการเกหีติ กลหการเกหิ. ปจฺจุกฺกฑฺฒนฺตีติ อุกฺกฑฺฒนฺติ. ภณฺฑนการเกหิ อนุวาทวเสน อสฺสยุชปุณฺณมาทึ ปริจฺจชนฺตา ปวารณํ กาฬปกฺขํ, ชุณฺหปกฺขนฺติ อุทฺธํ กฑฺฒนฺตีติ อตฺโถ. ‘‘สุณนฺตุ เม อายสฺมนฺโต อาวาสิกา, ยทายสฺมนฺตานํ ปตฺตกลฺลํ, อิทานิ อุโปสถํ กเรยฺยาม, ปาติโมกฺขํ อุทฺทิเสยฺยาม, อาคเม กาเฬ ปวาเรยฺยามา’’ติ (มหาว. ๒๔๐) ‘‘สุณนฺตุ เม อายสฺมนฺโต อาวาสิกา, ยทายสฺมนฺตานํ ปตฺตกลฺลํ, อิทานิ อุโปสถํ กเรยฺยาม, ปาติโมกฺขํ อุทฺทิเสยฺยาม, อาคเม ชุเณฺห ปวาเรยฺยามา’’ติ จ เอวํ ญตฺติยา ปวารณํ อุกฺกฑฺฒนฺตีติ วุตฺตํ โหติ.
อถาติ อนนฺตรตฺเถ นิปาโต. จตุทฺทสนฺนํ ปูรโณ จาตุทฺทโส, ทิวโส. ยํ สนฺธาย ‘‘อาคเม ชุเณฺห ปวาเรยฺยามา’’ติ ญตฺตึ ฐปยึสุ, ตสฺมึ ปน อาคเม ชุเณฺห โกมุทิยา จาตุมาสินิยา อวสฺสํ ปวาเรตพฺพํ. น หิ ตํ อติกฺกมิตฺวา ปวาเรตุํ ลพฺภติ. วุตฺตเญฺหตํ –
‘‘เต เจ, ภิกฺขเว, ภิกฺขู ภณฺฑนการกา กลหการกา วิวาทการกา ภสฺสการกา สงฺเฆ อธิกรณการกา ตมฺปิ ชุณฺหํ อนุวเสยฺยุํ, เตหิ, ภิกฺขเว, ภิกฺขูหิ สพฺเพเหว อาคเม ชุเณฺห โกมุทิยา จาตุมาสินิยา อกามา ปวาเรตพฺพ’’นฺติ (มหาว. ๒๔๐).
เตเนวาห ‘‘ปจฺฉิมวสฺสํวุฏฺฐานญฺจ ปจฺฉิมกตฺติกปุณฺณมา เอวา’’ติ. ยทิ หิ ตํ อติกฺกมิตฺวา ปวาเรยฺย, ทุกฺกฏาปตฺตึ อาปชฺเชยฺย. วุตฺตเญฺหตํ ‘‘น จ, ภิกฺขเว, อปวารณาย ปวาเรตพฺพํ อญฺญตฺร สงฺฆสามคฺคิยา’’ติ (มหาว. ๒๓๓). วิสุทฺธิปวารณาโยคโต ปวารณาทิวสา. ปิสทฺเทน น เกวลํ ปวารณาทิวสาเยว, อถ โข อุโปสถทิวสาปิ โหนฺตีติ ทสฺเสติ. อิทานิ โย โส สามคฺคิอุโปสถทิวโส วุตฺโต, ตญฺจ ตปฺปสงฺเคน สามคฺคิปวารณาทิวสญฺจ ทสฺเสนฺโต ‘‘ยทา ปนา’’ติอาทิมาห. โอสาริเต ตสฺมึ ภิกฺขุสฺมินฺติ อุกฺขิตฺตเก ภิกฺขุสฺมึ โอสาริเต, ตํ คเหตฺวา สีมํ คนฺตฺวา อาปตฺตึ เทสาเปตฺวา กมฺมวาจาย กมฺมปฺปฏิปฺปสฺสทฺธิวเสน ปเวสิเตติ วุตฺตํ โหติ. ตสฺส วตฺถุสฺสาติ ตสฺส อธิกรณสฺส. ตทา ฐเปตฺวา…เป… อุโปสถทิวโส นาม โหตีติ สมฺพนฺโธ. กึ การณนฺติ อาห ‘‘ตาวเทวา’’ติอาทิ. ตตฺถ ตาวเทวาติ ตํ ทิวสเมว. วจนโตติ โกสมฺพกกฺขนฺธเก (มหาว. ๔๗๕) วุตฺตตฺตา. ยตฺถ ปน ปตฺตจีวราทีนํ อตฺถาย อปฺปมตฺตเกน การเณน วิวทนฺตา อุโปสถํ วา ปวารณํ วา ฐเปนฺติ, ตตฺถ ตสฺมึ อธิกรเณ วินิจฺฉิเต ‘‘สมคฺคา ชาตมฺหา’’ติ อนฺตรา สามคฺคิอุโปสถํ กาตุํ น ลภนฺติ. กโรนฺเตหิ อนุโปสเถ อุโปสโถ กโต นาม โหติ. กตฺติกมาสพฺภนฺตเรติ เอตฺถ กตฺติกมาโส นาม ปุพฺพกตฺติกมาสสฺส กาฬปกฺขปาฏิปทโต ปฏฺฐาย ยาว อปรกตฺติกปุณฺณมา, ตาว เอกูนตึสรตฺติทิโว, ตสฺสพฺภนฺตเร, ตโต ปจฺฉา วา ปน ปุเร วา น วฏฺฏติ. อยเมว โย โกจิ ทิวโสเยว. อิธาปิ โกสมฺพกกฺขนฺธเก สามคฺคิยา สทิสาว สามคฺคี เวทิตพฺพา. เย ปน กิสฺมิญฺจิเทว อปฺปมตฺตเก ปวารณํ ฐเปตฺวา สมคฺคา โหนฺติ, เตหิ ปวารณายเมว ปวารณา กาตพฺพา, ตาวเทว น กาตพฺพา. กโรนฺเตหิ อปฺปวารณาย ปวารณา กตา โหติ. น กาตพฺโพเยวาติ นิยเมน ยทิ กโรติ, ทุกฺกฏนฺติ ทสฺเสติ. ตตฺถ หิ อุโปสถกรเณ ทุกฺกฏํ. วุตฺตเญฺหตํ ‘‘น, ภิกฺขเว, อนุโปสเถ อุโปสโถ กาตพฺโพ อญฺญตฺร สงฺฆสามคฺคิยา’’ติ (มหาว. ๑๘๓).
‘‘ปตฺตกาลเมว ปตฺตกลฺล’’นฺติ อิมินา สกตฺเถ ภาวปฺปจฺจโยติ ทสฺเสติ. นาสตีติ อนฺวยโต วุตฺตเมว พฺยติเรกโต ทฬฺหํ กโรติ.
อนุรูปาติ อรหา อนุจฺฉวิกา, สามิโนติ วุตฺตํ โหติ. สพฺพนฺติเมนาติ สพฺพเหฏฺฐิเมน จตฺตาโร, น เตหิ วินา ตํ อุโปสถกมฺมํ กรียติ, น เตสํ ฉนฺโท วา ปาริสุทฺธิ วา เอติ. อวเสสา ปน สเจปิ สหสฺสมตฺตา โหนฺติ, สเจ สมานสํวาสกา, สพฺเพ ฉนฺทารหาว โหนฺติ, ฉนฺทปาริสุทฺธึ ทตฺวา อาคจฺฉนฺตุ วา, มา วา, กมฺมํ น กุปฺปติ. ปกตตฺตาติ อนุกฺขิตฺตา, ปาราชิกํ อนชฺฌาปนฺนา จ. หตฺถปาโส นาม ทิยฑฺฒหตฺถปฺปมาโณ.
สีมา จ นาเมสา กตมา, ยตฺถ หตฺถปาสํ อวิชหิตฺวา ฐิตา กมฺมปฺปตฺตา นาม โหนฺตีติ อนุโยคํ สนฺธาย สีมํ ทสฺเสนฺโต วิภาควนฺตานํ สภาววิภาวนํ วิภาคทสฺสนมุเขเนว โหตีติ ‘‘สีมา จ นาเมสา’’ติอาทิมาห. สมฺภินฺทนฺเตนาติ มิสฺสีกโรนฺเตน. อชฺโฌตฺถรนฺเตนาติ มทฺทนฺเตน, อนฺโต กโรนฺเตนาติ วุตฺตํ โหติ. อิมา วิปตฺติสีมาโย นามาติ สมฺพนฺโธ. กสฺมา วิปตฺติสีมาโย นามาติ อาห ‘‘เอกาทสหี’’ติอาทิ. อากาเรหีติ การเณหิ. วจนโตติ กมฺมวคฺเค (ปริ. ๔๘๒ อาทโย) กถิตตฺตา. สงฺฆกมฺมํ นาเมตํ วีสติวคฺคกรณียปรมนฺติ อาห ‘‘ยตฺถ เอกวีสติ ภิกฺขู นิสีทิตุํ น สกฺโกนฺตี’’ติ. ยสฺสํ สีมายํ เหฏฺฐิมปริจฺเฉเทน กมฺมารเหน สทฺธึ เอกวีสติ ภิกฺขู ปริมณฺฑลากาเรน นิสีทิตุํ น สกฺโกนฺติ, อยํ อติขุทฺทกา นามาติ อตฺโถ. เอวรูปา จ สีมา สมฺมตาปิ อสมฺมตา, คามเขตฺตสทิสาว โหติ, ตตฺถ กตํ กมฺมํ กุปฺปติ. เอส นโย เสสสีมาสุปิ.
สมฺมตาติ พทฺธา, วาจิตกมฺมวาจาติ อตฺโถ. กมฺมวาจาย วาจนเมว หิ พนฺธนํ นาม. นิมิตฺตํ น อุปคจฺฉตีติ อนิมิตฺตุปโค, ตํ อนิมิตฺตุปคํ, อนิมิตฺตารหนฺติ วุตฺตํ โหติ. ตจสารรุกฺโข นาม ตาลนาฬิเกราทิกา. ปํสุปุญฺชวาลุกาปุญฺชานนฺติ ปํสุราสิวาลุการาสีนํ มชฺเฌ. นิทฺธารเณ เจตํ สามิวจนํ. โปตฺถเกสุ ปน กตฺถจิ ‘‘ปํสุปุญฺชํ วา วาลุกาปุญฺชํ วา อญฺญตร’’นฺติ ปาโฐ ทิสฺสติ, โส ปน อปาโฐ. น หิ โส ‘‘อญฺญตร’’นฺติ อิมินา ยุชฺชตีติ. อนฺตราติ นิมิตฺตุปคนิมิตฺตานมนฺตรา. เอตฺถ จ ยา ตีหิ นิมิตฺเตหิ พชฺฌมานา อนิมิตฺตุปเคสุ ตจสารรุกฺขาทีสุ อญฺญตรํ อนฺตรา เอกํ นิมิตฺตํ กตฺวา สมฺมตา, สา ขณฺฑนิมิตฺตา นาม โหติ. ยา ปน จตุปญฺจนิมิตฺตาทีหิ พชฺฌมานา อิเมสุ ตจสารรุกฺขาทีสุ อญฺญตรํ อนฺตรา เอกํ นิมิตฺตํ กตฺวา สมฺมตา, สา ขณฺฑนิมิตฺตา นาม น โหตีติ วิญฺญายติ นิมิตฺตุปคานํ นิมิตฺตานํ ติณฺณํ สพฺภาวโต. อฏฺฐกถาสุ ปน อวิเสเสน วุตฺตํ, ตสฺมา อุปปริกฺขิตฺวา คเหตพฺพํ. สพฺเพน สพฺพนฺติ สพฺพปฺปกาเรน. นิมิตฺตานํ พหิ ฐิเตน สมฺมตาติ เตสํ พหิ ฐิเตน วาจิตกมฺมวาจา. นิมิตฺตานิ ปน อนฺโต จ พหิ จ ฐตฺวา กิตฺเตตุํ วฏฺฏนฺติ.
เอวํ สมฺมตาปีติ นิมิตฺตานิ กิตฺเตตฺวา กมฺมวาจาย สมฺมตาปิ. อิมสฺส ‘‘อสมฺมตาว โหตี’’ติ อิมินา สมฺพนฺโธ. สพฺพา, ภิกฺขเว, นที อสีมาติ ยา กาจิ นทีลกฺขณปฺปตฺตา นที นิมิตฺตานิ กิตฺเตตฺวา ‘‘เอตํ พทฺธสีมํ กโรมา’’ติ กตาปิ อสีมา, พทฺธสีมา น โหตีติ อตฺโถ. อตฺตโน สภาเวน ปน สา พทฺธสีมาสทิสา. สพฺพตฺถ สงฺฆกมฺมํ กาตุํ วฏฺฏติ. สมุทฺทชาตสฺสเรสุปิ เอเสว นโย. ‘‘สํสฏฺฐวิฏปา’’ติ อิมินา อญฺญมญฺญสฺส อาสนฺนตํ ทีเปติ. พทฺธา โหตีติ ปจฺฉิมทิสาภาเค สีมํ สนฺธาย วุตฺตํ. ตสฺสา ปเทสนฺติ ตสฺสา เอกเทสํ. ยตฺถ ฐตฺวา ภิกฺขูหิ กมฺมํ กาตุํ สกฺกา โหติ, ตาทิสํ เอกเทสนฺติ วุตฺตํ โหติ. ยตฺถ ปน ฐิเตหิ กมฺมํ กาตุํ น สกฺกา, ตาทิสํ ปเทสํ อนฺโต กริตฺวา พนฺธนฺตา สีมาย สีมํ สมฺภินฺทนฺติ นาม, น ตุ อชฺโฌตฺถรนฺติ นามาติ คเหตพฺพํ. คณฺฐิปเทสุ ปน ‘‘สมฺภินฺทนํ ปเรสํ สีมาย เอกํ วา เทฺว วา นิมิตฺเต กิตฺเตตฺวา เลขามตฺตํ คเหตฺวา พนฺธนํ. อชฺโฌตฺถรณํ นาม ปเรสํ สีมาย นิมิตฺเต กิตฺเตตฺวา ตํ สกลํ วา ตสฺเสกเทสํ วา อนฺโต กโรนฺเตน ตสฺสา พหิ เอกิสฺสํ ทฺวีสุ วา ทิสาสุ นิมิตฺเต กิตฺเตตฺวา พนฺธน’’นฺติ วุตฺตํ.
ปพฺพตาทีนํ นิมิตฺตานํ สมฺปทา นิมิตฺตสมฺปตฺติ. ปพฺพโตว นิมิตฺตํ ปพฺพตนิมิตฺตํ. เอวํ เสเสสุปิ. เอวํ วุตฺเตสูติ อุโปสถกฺขนฺธเก (มหาว. ๑๓๘ อาทโย) สีมาสมฺมุติยํ วุตฺเตสุ. อิเมหิ จ ปน อฏฺฐหิ นิมิตฺเตหิ อสมฺมิสฺเสหิปิ อญฺญมญฺญมิสฺเสหิปิ สีมํ สมฺมนฺนิตุํ วฏฺฏติ. เตนาห ‘‘ตสฺมึ ตสฺมึ ทิสาภาเค ยถาลทฺธานิ นิมิตฺตุปคานิ นิมิตฺตานี’’ติ. เอเกน, ปน ทฺวีหิ วา นิมิตฺเตหิ สมฺมนฺนิตุํ น วฏฺฏติ, ตีณิ ปน อาทึ กตฺวา วุตฺตปฺปการานํ นิมิตฺตานํ สเตนาปิ วฏฺฏติ. ‘‘ปุรตฺถิมาย ทิสาย กึ นิมิตฺต’’นฺติ วินยธเรน ปุจฺฉิตพฺพํ, ‘‘ปพฺพโต, ภนฺเต’’ติ วุตฺเต ปุน วินยธเรเนว ‘‘เอโส ปพฺพโต นิมิตฺต’’นฺติ เอวํ นิมิตฺตํ กิตฺเตตพฺพํ. ‘‘เอตํ ปพฺพตํ นิมิตฺตํ กโรม, นิมิตฺตํ กริสฺสาม, นิมิตฺตํ กโต, นิมิตฺตํ โหตุ, โหติ ภวิสฺสตี’’ติ เอวํ ปน กิตฺเตตุํ น วฏฺฏติ. ปาสาณาทีสุปิ เอเสว นโย. เตนาห ‘‘ปุรตฺถิมาย ทิสาย กึ นิมิตฺต’’นฺติอาทิ. ‘‘ปพฺพโต, ภนฺเต, อุทกํ, ภนฺเต’’ติ เอวํ ปน อุปสมฺปนฺโน วา อาจิกฺขตุ, อนุปสมฺปนฺโน วา, วฏฺฏติเยว. อาทิสทฺเทน ‘‘ปุรตฺถิมาย อนุทิสาย กึ นิมิตฺตํ? ปาสาโณ, ภนฺเต, เอโส ปาสาโณ นิมิตฺตํ. ทกฺขิณาย ทิสาย, ทกฺขิณาย อนุทิสาย, ปจฺฉิมาย ทิสาย, ปจฺฉิมาย อนุทิสาย, อุตฺตราย ทิสาย, อุตฺตราย อนุทิสาย กึ นิมิตฺตํ? อุทกํ, ภนฺเต, เอตํ อุทกํ นิมิตฺต’’นฺติ อิทํ สงฺคณฺหาติ. เอตฺถ ปน อฏฺฐตฺวา ปุน ‘‘ปุรตฺถิมาย ทิสาย กึ นิมิตฺตํ? ปพฺพโต, ภนฺเต, เอโส ปพฺพโต นิมิตฺต’’นฺติ เอวํ ปฐมํ กิตฺติตนิมิตฺตํ กิตฺเตตฺวาว ฐเปตพฺพํ. เอวญฺหิ นิมิตฺเตน นิมิตฺตํ ฆฏิตํ โหติ. สมฺมา กิตฺเตตฺวาติ อญฺญมญฺญนามวิปริยาเยน, อนิมิตฺตานํ นาเมน จ อกิตฺเตตฺวา ยถาวุตฺเตเนว นเยน กิตฺเตตฺวา. สมฺมตาติ ‘‘สุณาตุ เม, ภนฺเต’’ติอาทินา นเยน อุโปสถกฺขนฺธเก (มหาว. ๑๓๙ อาทโย) วุตฺตาย ปริสุทฺธาย ญตฺติทุติยกมฺมวาจาย พทฺธา. ตตฺถ นิมิตฺตานิ สกึ กิตฺติตานิปิ กิตฺติตาเนว โหนฺติ. อนฺธกฏฺฐกถายํ ปน ติกฺขตฺตุํ สีมมณฺฑลํ สมฺพนฺธนฺเตน นิมิตฺตํ กิตฺเตตพฺพ’’นฺติ (มหาว. อฏฺฐ. ๑๓๘) วุตฺตํ.
ตตฺราติ เตสุ อฏฺฐสุ นิมิตฺเตสุ. นิมิตฺตุปคตาติ นิมิตฺตโยคฺยตา. ‘‘หตฺถิปฺปมาณโต ปฏฺฐายา’’ติ วจนโต หตฺถิปฺปมาโณปิ นิมิตฺตุปโคเยว. หตฺถี ปน สตฺตรตโน วา อฑฺฒฏฺฐรตโน (สารตฺถ. ฏี. มหาวคฺค ๓.๑๓๘) วา. ตโต โอมกตโรติ ตโต หตฺถิปฺปมาณโต ขุทฺทกตโร. สเจ จตูสุ ทิสาสุ จตฺตาโร วา ตีสุ วา ตโย ปพฺพตา โหนฺติ, จตูหิ, ตีหิ วา ปพฺพตนิมิตฺเตเหว สมฺมนฺนิตุมฺปิ วฏฺฏติ, ทฺวีหิ ปน นิมิตฺเตหิ, เอเกน วา สมฺมนฺนิตุํ น วฏฺฏติ. อิโต ปเรสุ ปาสาณนิมิตฺตาทีสุปิ เอเสว นโย. ตสฺมา ปพฺพตนิมิตฺตํ กโรนฺเตน ปุจฺฉิตพฺพํ ‘‘เอกาพทฺโธ, น เอกาพทฺโธ’’ติ. สเจ เอกาพทฺโธ โหติ, น กาตพฺโพ. ตญฺหิ จตูสุ วา อฏฺฐสุ วา ทิสาสุ กิตฺเตนฺเตนาปิ เอกเมว นิมิตฺตํ กิตฺติตํ โหติ. ตสฺมา โย เอวํ จกฺกสณฺฐาเนน วิหารํ ปริกฺขิปิตฺวา ฐิโต ปพฺพโต, ตํ เอกทิสาย กิตฺเตตฺวา อญฺญาสุ ทิสาสุ ตํ พหิทฺธา กตฺวา อนฺโต อญฺญานิ นิมิตฺตานิ กิตฺเตตพฺพานิ. สเจ ปพฺพตสฺส ตติยภาคํ วา อุปฑฺฒํ วา อนฺโตสีมาย กตฺตุกามา โหนฺติ, ปพฺพตํ อกิตฺเตตฺวา ยตฺตกํ ปเทสํ อนฺโต กตฺตุกามา, ตสฺส ปรโต ตสฺมึเยว ปพฺพเต ชาตรุกฺขวมฺมิกาทีสุ อญฺญตรํ นิมิตฺตํ กิตฺเตตพฺพํ. สเจ โยชนทฺวิโยชนปฺปมาณํ สพฺพํ ปพฺพตํ อนฺโต กตฺตุกามา โหนฺติ, ปพฺพตสฺส ปรโต ภูมิยํ ชาตรุกฺขวมฺมิกาทีนิ นิมิตฺตานิ กิตฺเตตพฺพานิ (มหาว. อฏฺฐ. ๑๓๘; วิ. สงฺค. อฏฺฐ. ๑๕๘).
สงฺขํ คจฺฉตีติ คณนํ โวหารํ คจฺฉตีติ อตฺโถ. ทฺวตฺตึสปลคุฬปิณฺฑปริมาโณติ ถูลตาย, น ตุลคณนาย. ตตฺถ ‘‘เอกปลํ นาม ทสกลญฺช’’นฺติ วทนฺติ. อิฏฺฐกา มหนฺตาปิ น วฏฺฏติ. ตถา อนิมิตฺตุปคปาสาณานํ ราสิ, ปเคว ปํสุวาลุการาสิ. ภูมิสโม ขลมณฺฑลสทิโส ปิฏฺฐิปาสาโณ วา ภูมิโต ขาณุโก วิย อุฏฺฐิตปาสาโณ วา โหติ, โสปิ ปมาณูปโค เจ, วฏฺฏติ. ‘‘ปิฏฺฐิปาสาโณ ปน อติมหนฺโตปิ ปาสาณสงฺขเมว คจฺฉตีติ อาห ‘‘ปิฏฺฐิปาสาโณ ปนา’’ติอาทิ. ตสฺมา สเจ มหโต ปิฏฺฐิปาสาณสฺส เอกํ ปเทสํ อนฺโตสีมายํ กตฺตุกามา โหนฺติ, ตํ อกิตฺเตตฺวา ตสฺสุปริ อญฺโญ ปาสาโณ กิตฺเตตพฺโพ. สเจ ปิฏฺฐิปาสาณุปริ วิหารํ กโรนฺติ, วิหารมชฺเฌน จ ปิฏฺฐิปาสาโณ วินิวิชฺฌิตฺวา คจฺฉติ, เอวรูโป ปิฏฺฐิปาสาโณ น วฏฺฏติ. สเจ หิ ตํ กิตฺเตนฺติ, นิมิตฺตสฺสุปริ วิหาโร โหติ, นิมิตฺตญฺจ นาม พหิสีมายํ โหติ, วิหาโรปิ พหิสีมายํ อาปชฺชติ. วิหารํ ปริกฺขิปิตฺวา ฐิตปิฏฺฐิปาสาโณ ปน เอกตฺถ กิตฺเตตฺวา อญฺญตฺถ น กิตฺเตตพฺโพ.
วนนิมิตฺเต ติณวนํ วา ตจสารรุกฺขวนํ วา น วฏฺฏตีติ อาห ‘‘อนฺโตสาเรหี’’ติอาทิ. อนฺโตสารา นาม อมฺพชมฺพุปนสาทโย. อนฺโตสารมิสฺสเกหีติ อนฺโต สาโร เยสํ เต อนฺโตสารา, เตหิ มิสฺสกา อนฺโตสารมิสฺสกา, เตหิ. จตุปญฺจรุกฺขมตฺตมฺปีติ เหฏฺฐิมปริจฺเฉทนาห. อุกฺกํสโต ปน โยชนสติกมฺปิ วนํ วฏฺฏติ. เอตฺถ ปน จตุรุกฺขมตฺตญฺเจ, ตโย สารโต, เอโก อสารโต. ปญฺจรุกฺขมตฺตญฺเจ, ตโย สารโต, เทฺว อสารโตติ คเหตพฺพํ. สเจ ปน วนมชฺเฌ วิหารํ กโรนฺติ, ตํ วนํ น กิตฺเตตพฺพํ. เอกเทสํ อนฺโตสีมายํ กตฺตุกาเมหิปิ วนํ อกิตฺเตตฺวา ตตฺถ รุกฺขปาสาณาทโย กิตฺเตตพฺพา, วิหารํ ปริกฺขิปิตฺวา ฐิตวนํ เอกตฺถ กิตฺเตตฺวา อญฺญตฺถ น กิตฺเตตพฺพํ (มหาว. อฏฺฐ. ๑๓๘).
รุกฺขนิมิตฺเตปิ ตจสารรุกฺโข น วฏฺฏตีติ อาห ‘‘อนฺโตสาโร’’ติ. ‘‘ภูมิยํ ปติฏฺฐิโต’’ติ อิมินา กุฏสราวาทีสุ ฐิตํ ปฏิกฺขิปติ. ตโต อปเนตฺวา ปน ตงฺขณมฺปิ ภูมิยํ โรเปตฺวา โกฏฺฐกํ กตฺวา อุทกํ อาสิญฺจิตฺวา กิตฺเตตุํ วฏฺฏติ, นวมูลสาขานิคฺคมนํ อการณํ. ขนฺธํ ฉินฺทิตฺวา โรปิเต ปน เอตํ ยุชฺชติ. สูจิทณฺฑกปฺปมาโณติ ‘‘สีหฬทีเป เลขนทณฺฑปฺปมาโณ’’ติ วทนฺติ (สารตฺถ. ฏี. มหาวคฺค ๓.๑๓๘), โส จ กนิฏฺฐงฺคุลิปริมาโณติ ทฏฺฐพฺโพ. อิทํ ปน รุกฺขนิมิตฺตํ กิตฺเตนฺเตน ‘‘รุกฺโข’’ติปิ, ‘‘สากรุกฺโข, สาลรุกฺโข’’ติปิ วตฺตุํ วฏฺฏติ. เอกาพทฺธํ ปน สุปฺปติฏฺฐิตนิโคฺรธสทิสํ รุกฺขํ เอกตฺถ กิตฺเตตฺวา อญฺญตฺถ กิตฺเตตุํ น วฏฺฏติ.
มคฺคนิมิตฺเต อรญฺญเขตฺตนทีตฬากมคฺคาทโย น วฏฺฏนฺตีติ อาห ‘‘ชงฺฆมคฺโค วา โหตู’’ติอาทิ. โย ปน ชงฺฆมคฺโค สกฏมคฺคโต โอกฺกมิตฺวา ปุน สกฏมคฺคเมว โอตรติ, เย วา ชงฺฆมคฺคสกฏมคฺคา อวลญฺชิตา, เต น วฏฺฏนฺติ. เตนาห ‘‘ชงฺฆสตฺถสกฏสตฺเถหี’’ติอาทิ. เอตฺถ จ สเจ สกฏมคฺคสฺส อนฺติมจกฺกมคฺคํ นิมิตฺตํ กโรนฺติ, มคฺโค พหิสีมาย โหติ. สเจ พาหิรจกฺกมคฺคํ นิมิตฺตํ กโรนฺติ, พาหิรจกฺกมคฺโคว พหิสีมาย โหติ, เสสํ อนฺโตสีมํ ภชตีติ เวทิตพฺพํ. สเจปิ เทฺว มคฺคา นิกฺขมิตฺวา ปจฺฉา สกฏธุรมิว เอกีภวนฺติ, ทฺวิธา ภินฺนฏฺฐาเน วา สมฺพนฺธฏฺฐาเน วา สกึ กิตฺเตตฺวา ปุน น กิตฺเตตพฺพา. เอกาพทฺธนิมิตฺตเญฺหตํ โหติ.
สเจ วิหารํ ปริกฺขิปิตฺวา จตฺตาโร มคฺคา จตูสุ ทิสาสุ คจฺฉนฺติ, มชฺเฌ เอกํ กิตฺเตตฺวา อปรํ กิตฺเตตุํ น วฏฺฏติ. เอกาพทฺธนิมิตฺตเญฺหตํ. โกณํ วินิวิชฺฌิตฺวา คตํ ปน ปรภาเค กิตฺเตตุํ วฏฺฏติ. วิหารมชฺเฌน วินิวิชฺฌิตฺวา คตมคฺโค ปน น กิตฺเตตพฺโพ. กิตฺติเต ปน นิมิตฺตสฺส อุปริ วิหาโร โหติ. อิมญฺจ มคฺคํ กิตฺเตนฺเตน ‘‘มคฺโค ปชฺโช ปโถ’’ติอาทินา (จูฬนิ. ปารายนตฺถุติคาถานิทฺเทส ๑๐๑) วุตฺเตสุ ทสสุ นาเมสุ เยน เกนจิ นาเมน กิตฺเตตุํ วฏฺฏติ. ปริขาสณฺฐาเนน วิหารํ ปริกฺขิปิตฺวา คตมคฺโค เอกตฺถ กิตฺเตตฺวา อญฺญตฺถ กิตฺเตตุํ น วฏฺฏติ.
ยํ ปน อพทฺธสีมาลกฺขเณ นทึ วกฺขามาติ ‘‘ยสฺสา ธมฺมิกานํ ราชูนํ กาเล’’ติอาทินา (กงฺขา. อฏฺฐ. นิทานวณฺณนา) อุทกุกฺเขปสีมายํ นทิยา วกฺขมานตฺตา วุตฺตํ. ยา ปน นที มคฺโค วิย สกฏธุรสณฺฐาเนน วา ปริขาสณฺฐาเนน วา วิหารํ ปริกฺขิปิตฺวา คตา, นํ เอกตฺถ กิตฺเตตฺวา อญฺญตฺถ กิตฺเตตุํ น วฏฺฏติ. วิหารสฺส จตูสุ ทิสาสุ อญฺญมญฺญํ วินิวิชฺฌิตฺวา คเต นทีจตุกฺเกปิ เอเสว นโย. อสมฺมิสฺสนทิโย ปน จตสฺโสปิ กิตฺเตตุํ วฏฺฏติ. สเจ วตึ กโรนฺโต วิย รุกฺขปาเท นิขณิตฺวา วลฺลิปลาลาทีหิ นทีโสตํ รุมฺภนฺติ, อุทกมฺปิ อชฺโฌตฺถริตฺวา อาวรณํ ปวตฺตติเยว, นิมิตฺตํ กาตุํ วฏฺฏติ. ยถา ปน อุทกํ นปฺปวตฺตติ, เอวํ เสตุมฺหิ กเต อปฺปวตฺตมานา นที นิมิตฺตํ กาตุํ น วฏฺฏติ. ปวตฺตนฏฺฐาเน นทีนิมิตฺตํ, อปฺปวตฺตนฏฺฐาเน อุทกนิมิตฺตํ กาตุํ วฏฺฏติ.
ยา ปน ทุพฺพุฏฺฐิกาเล วา คิเมฺห วา นิรุทกภาเวน นปฺปวตฺตติ, สา วฏฺฏติ. มหานทิโต อุทกมาติกํ นีหรนฺติ, สา กุนฺนทีสทิสา หุตฺวา ตีณิ สสฺสานิ สมฺปาเทนฺตี นิจฺจํ ปวตฺตติ. กิญฺจาปิ ปวตฺตติ, นิมิตฺตํ กาตุํ น วฏฺฏติ. ยา ปน มูเล มหานทิโต นิคฺคตาปิ กาลนฺตเรน เตเนว นิคฺคตมคฺเคน นทึ ภินฺทิตฺวา สยเมว คจฺฉติ, คจฺฉนฺตี จ ปรโต สุสุมาราทิสมากิณฺณา นาวาทีหิ สญฺจริตพฺพา นที โหติ, ตํ นิมิตฺตํ กาตุํ วฏฺฏติ.
อสนฺทมานนฺติ อปฺปวตฺตมานํ. สนฺทมานํ นาม โอฆนทีอุทกวาหกมาติกาสุ อุทกํ. วุตฺตปริจฺเฉทกาลํ อติฏฺฐนฺตนฺติ ‘‘ยาว กมฺมวาจาปริโยสานา สณฺฐมานก’’นฺติ วุตฺตปริจฺเฉทกาลํ อติฏฺฐนฺตํ. ภาชนคตนฺติ นาวาจาฏิอาทีสุ ภาชเนสุ คตํ. ยํ ปน อนฺธกฏฺฐกถายํ ‘‘คมฺภีเรสุ อาวาฏาทีสุ อุกฺเขปิมํ อุทกํ นิมิตฺตํ น กาตพฺพ’’นฺติ (มหาว. อฏฺฐ. ๑๓๘; วิ. สงฺค. อฏฺฐ. ๑๕๘) วุตฺตํ, ตํ ทุวุตฺตํ, อตฺตโน มติมตฺตเมว. ฐิตํ ปน อนฺตมโส สูกรขตายปิ คามทารกานํ กีฬนวาปิยมฺปิ สเจ ยาว กมฺมวาจาปริโยสานํ ติฏฺฐติ, อปฺปํ วา โหตุ, พหุ วา, วฏฺฏติเยว. ตสฺมึ ปน ฐาเน นิมิตฺตสญฺญากรณตฺถํ ปาสาณวาลิกาปํสุอาทิราสิ วา ปาสาณตฺถมฺโภ วา ทารุตฺถมฺโภ วา กาตพฺโพ.
เอวํ นิมิตฺตสมฺปตฺติยุตฺตตํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ เยหิ อากาเรหิ พทฺธา ปริสาสมฺปตฺติยุตฺตา นาม โหติ, ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘ปริสาสมฺปตฺติยา ยุตฺตา นามา’’ติอาทิมาห. อิมสฺส ปน กมฺมสฺส จตุวคฺคกรณียตฺตา ‘‘จตูหิ ภิกฺขูหี’’ติ วุตฺตํ. อิมญฺจ สีมํ พนฺธิตุกาเมหิ สามนฺตวิหาเรสุ ภิกฺขู ตสฺส ตสฺส วิหารสฺส สีมาปริจฺเฉทํ ปุจฺฉิตฺวา พทฺธสีมวิหารานํ สีมาย สีมนฺตริกํ, อพทฺธสีมวิหารานํ สีมาย อุปจารํ ฐเปตฺวา ทิสาจาริกภิกฺขูนํ นิสฺสญฺจารสมเย สเจ เอกสฺมึ คามเขตฺเต สีมํ พนฺธิตุกามา, เย ตตฺถ พทฺธสีมวิหารา, เตสุ ภิกฺขูนํ ‘‘มยํ อชฺช สีมํ พนฺธิสฺสาม, ตุเมฺห สกสกสีมาปริจฺเฉทโต มา นิกฺขมิตฺถา’’ติ เปเสตพฺพํ. เย อพทฺธสีมวิหารา, เตสุ ภิกฺขู เอกชฺฌํ สนฺนิปาตาเปตพฺพา, ฉนฺทารหานํ ฉนฺโท อาหราเปตพฺโพ. เตน วุตฺตํ ‘‘ยาวติกา ตสฺมึ คามเขตฺเต’’ติอาทิ. ตสฺมึ คามเขตฺเตติ ยสฺมึ คามเขตฺเต ฐตฺวา กมฺมวาจํ วาเจนฺติ, ตสฺมึ คามเขตฺเต. ‘‘สเจ อญฺญานิปิ คามเขตฺตานิ อนฺโต กตฺตุกามา, เตสุ คาเมสุ เย ภิกฺขู วสนฺติ, เตหิปิ อาคนฺตพฺพํ, อนาคจฺฉนฺตานํ ฉนฺโท อาหริตพฺโพ’’ติ มหาสุมตฺเถโร อาห. มหาปทุมตฺเถโร ปนาห ‘‘นานาคามเขตฺตานิ นาม ปาฏิเยกฺกํ พทฺธสีมาสทิสานิ, น ตโต ฉนฺทปาริสุทฺธิ อาคจฺฉติ. อนฺโตนิมิตฺตคเตหิ ปน ภิกฺขูหิ อาคนฺตพฺพ’’นฺติ วตฺวา ปุน อาห ‘‘สมานสํวาสกสีมาสมฺมนฺนนกาเล อาคมนมฺปิ อนาคมนมฺปิ วฏฺฏติ, อวิปฺปวาสสีมาสมฺมนฺนนกาเล ปน อนฺโตนิมิตฺตคเตหิ อาคนฺตพฺพํ. อนาคจฺฉนฺตานํ ฉนฺโท อาหริตพฺโพ’’ติ (มหาว. อฏฺฐ. ๑๓๘).
อิทานิ เยหิ อากาเรหิ สมฺมตา กมฺมวาจาสมฺปตฺติยุตฺตา นาม โหติ, ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘กมฺมวาจาสมฺปตฺติยา ยุตฺตา นามา’’ติอาทิมาห. อาทิสทฺเทน. ‘‘ยทิ สงฺฆสฺส ปตฺตกลฺลํ, สงฺโฆ เอเตหิ นิมิตฺเตหิ สีมํ สมฺมนฺเนยฺย สมานสํวาสํ เอกูโปสถํ, เอสา ญตฺติ. สุณาตุ เม, ภนฺเต, สงฺโฆ, ยาวตา สมนฺตา นิมิตฺตา กิตฺติตา, สงฺโฆ เอเตหิ นิมิตฺเตหิ สีมํ สมฺมนฺนติ สมานสํวาสํ เอกูโปสถํ, ยสฺสายสฺมโต ขมติ เอเตหิ นิมิตฺเตหิ สีมาย สมฺมุติ สมานสํวาสาย เอกูโปสถาย, โส ตุณฺหสฺส. ยสฺส นกฺขมติ, โส ภาเสยฺย. สมฺมตา สีมา สงฺเฆน เอเตหิ นิมิตฺเตหิ สมานสํวาสา เอกูโปสถา, ขมติ สงฺฆสฺส, ตสฺมา ตุณฺหี, เอวเมตํ ธารยามี’’ติ (มหาว. ๑๓๙) อิมํ ปาฬิเสสํ สงฺคณฺหาติ. วุตฺตายาติ อุโปสถกฺขนฺธเก วุตฺตาย. ญตฺติโทสอนุสฺสาวนโทเสหิ วิรหิตตฺตา ปริสุทฺธาย.
ขณฺฑสีมา (มหาว. อฏฺฐ. ๑๓๘; สารตฺถ. ฏี. มหาวคฺค ๓.๑๓๘; วชิร. ฏี. มหาวคฺค ๑๓๘) นาม ขุทฺทกสีมา. สมานสํวาสกตฺถํ สมฺมตา สีมา สมานสํวาสกสีมา. อวิปฺปวาสตฺถํ สมฺมตา สีมา อวิปฺปวาสสีมา. อิมาสุ ปน ตีสุ สีมํ สมฺมนฺนนฺเตหิ ปพฺพชฺชุปสมฺปทาทีนํ สงฺฆกมฺมานํ สุขกรณตฺถํ ปฐมํ ขณฺฑสีมา พนฺธิตพฺพา. ตํ ปน พนฺธนฺเตหิ วตฺตํ ชานิตพฺพํ. สเจ หิ โพธิเจติยภตฺตสาลาทีนิ สพฺพวตฺถูนิ ปติฏฺฐาเปตฺวา กตวิหาเร พนฺธนฺติ, วิหารมชฺเฌ พหูนํ สโมสรณฏฺฐาเน อพนฺธิตฺวา วิหารปจฺจนฺเต วิวิตฺโตกาเส พนฺธิตพฺพา. อกตวิหาเร พนฺธนฺเตหิ โพธิเจติยาทีนํ สพฺพวตฺถูนํ ฐานํ สลฺลกฺเขตฺวา ยถา ปติฏฺฐิเตสุ วตฺถูสุ วิหารปจฺจนฺเต วิวิตฺโตกาเส โหติ, เอวํ พนฺธิตพฺพา. สา เหฏฺฐิมปริจฺเฉเทน สเจ เอกวีสติภิกฺขู คณฺหาติ, วฏฺฏติ. ตโต โอรํ น วฏฺฏติ. ปรํ ภิกฺขุสหสฺสํ คณฺหนฺตีปิ วฏฺฏติ. ตํ พนฺธนฺเตหิ สีมามาฬกสฺส สมนฺตา นิมิตฺตุปคา ปาสาณา ฐเปตพฺพา, น ขณฺฑสีมาย ฐิเตหิ มหาสีมา พนฺธิตพฺพา, น มหาสีมาย ฐิเตหิ ขณฺฑสีมา. ขณฺฑสีมายเมว ปน ฐตฺวา ขณฺฑสีมา พนฺธิตพฺพา, มหาสีมายเมว ฐตฺวา มหาสีมา.
ตตฺรายํ พนฺธนวิธิ – สมนฺตา ‘‘เอโส ปาสาโณ นิมิตฺต’’นฺติ เอวํ นิมิตฺตานิ กิตฺเตตฺวา กมฺมวาจาย สีมา สมฺมนฺนิตพฺพา. อถ ตสฺสา เอว ทฬฺหีกมฺมตฺถํ อวิปฺปวาสกมฺมวาจา กาตพฺพา. เอวญฺหิ ‘‘สีมํ สมูหนิสฺสามา’’ติ อาคตา สมูหนิตุํ น สกฺขิสฺสนฺติ. สีมํ สมฺมนฺนิตฺวา พหิ สีมนฺตริกปาสาณา ฐเปตพฺพา, สีมนฺตริกา ปจฺฉิมโกฏิยา จตุรงฺคุลปฺปมาณาปิ (มหาว. อฏฺฐ. ๑๓๘; วิ. สงฺค. อฏฺฐ. ๑๖๓) วฏฺฏติ. สเจ ปน วิหาโร มหา โหติ, เทฺวปิ ติสฺโสปิ ตตุตฺตริปิ ขณฺฑสีมาโย พนฺธิตพฺพา.
เอวํ ขณฺฑสีมํ สมฺมนฺนิตฺวา มหาสีมาสมฺมุติกาเล ขณฺฑสีมโต นิกฺขมิตฺวา มหาสีมายํ ฐตฺวา สมนฺตา อนุปริยายนฺเตหิ สีมนฺตริกปาสาณา กิตฺเตตพฺพา. ตโต อวเสสนิมิตฺเต กิตฺเตตฺวา หตฺถปาสํ อวิชหนฺเตหิ กมฺมวาจาย สมานสํวาสกสีมํ สมฺมนฺนิตฺวา ตสฺสา ทฬฺหีกมฺมตฺถํ อวิปฺปวาสกมฺมวาจาปิ กาตพฺพา. เอวญฺหิ ‘‘สีมํ สมูหนิสฺสามา’’ติ อาคตา สมูหนิตุํ น สกฺขิสฺสนฺติ. สเจ ปน ขณฺฑสีมาย นิมิตฺตานิ กิตฺเตตฺวา ตโต สีมนฺตริกาย นิมิตฺตานิ กิตฺเตตฺวา มหาสีมาย นิมิตฺตานิ กิตฺเตนฺติ, เอวํ ตีสุ ฐาเนสุ นิมิตฺตานิ กิตฺเตตฺวา ยํ สีมํ อิจฺฉนฺติ, ตํ ปฐมํ พนฺธิตุํ วฏฺฏติ. เอวํ สนฺเตปิ ยถาวุตฺตนเยน ขณฺฑสีมโตว ปฏฺฐาย พนฺธิตพฺพา. เอวํ พทฺธาสุ ปน สีมาสุ ขณฺฑสีมายํ ฐิตา ภิกฺขู มหาสีมายํ กมฺมํ กโรนฺตานํ น โกเปนฺติ, มหาสีมายํ วา ฐิตา ขณฺฑสีมายํ กโรนฺตานํ. สีมนฺตริกาย ปน ฐิตา อุภินฺนมฺปิ น โกปนฺติ. คามเขตฺเต ฐตฺวา กมฺมํ กโรนฺตานํ ปน สีมนฺตริกาย ฐิตา โกเปนฺติ. สีมนฺตริกา หิ คามเขตฺตํ ภชติ. อวิปฺปวาสสีมาสมฺมนฺนเน กเต สติ สา จ อวิปฺปวาสสีมา นาม โหติ. เตนาห ‘‘ตสฺสาเยว ปเภโท’’ติ. ตสฺสาเยวาติ พทฺธสีมาย เอว.
อยํ ปน วิเสโส – ‘‘ฐเปตฺวา คามญฺจ คามูปจารญฺจา’’ติ (มหาว. ๑๔๔) วจนโต อวิปฺปวาสสีมา คามญฺจ คามูปจารญฺจ น โอตรติ, สมานสํวาสกสีมา ปน ตตฺถาปิ โอตรติ. สมานสํวาสกสีมา เจตฺถ อตฺตโน ธมฺมตาย คจฺฉติ, อวิปฺปวาสสีมา ปน ยตฺถ สมานสํวาสกสีมา, ตตฺเถว คจฺฉติ. น หิ ตสฺสา วิสุํ นิมิตฺตกิตฺตนํ อตฺถิ. ตตฺถ สเจ อวิปฺปวาสาย สมฺมุติกาเล คาโม อตฺถิ, ตํ สา น โอตรติ. สเจ ปน สมฺมตาย สีมาย ปจฺฉา คาโม นิวิสติ, โสปิ สีมาสงฺขเมว คจฺฉติ. ยถา จ ปจฺฉา นิวิฏฺโฐ, เอวํ ปฐมํ นิวิฏฺฐสฺส ปจฺฉา วฑฺฒิตปฺปเทโสปิ สีมาสงฺขเมว คจฺฉติ. สเจปิ สีมาสมฺมุติกาเล เคหานิ กตานิ, ‘‘ปวิสิสฺสามา’’ติ อาลโยปิ อตฺถิ, มนุสฺสา ปน อปฺปวิฏฺฐา, โปราณคามํ วา สเคหเมว ฉฑฺเฑตฺวา อญฺญตฺถ คตา, อคาโมเยว เอส, สีมา โอตรติ. สเจ ปน เอกมฺปิ กุลํ ปวิฏฺฐํ วา อคตํ วา อตฺถิ, คาโมเยว, สีมา น โอตรติ.
เอวํ พทฺธสีมํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ อพทฺธสีมํ ทสฺเสนฺโต ‘‘อพทฺธสีมา ปนา’’ติอาทิมาห. คาโม เอว สีมา คามสีมา. คามคฺคหเณน เจตฺถ นิคมนครานมฺปิ สงฺคโห เวทิตพฺโพ. ยตฺตเก ปเทเส ตสฺส คามสฺส คามโภชกา พลึ ลภนฺติ, โส ปเทโส อปฺโป วา โหตุ, มหนฺโต วา, เอกํ คามเขตฺตํ นาม. ยมฺปิ เอกสฺมึเยว คามเขตฺเต เอกํ ปเทสํ ‘‘อยํ วิสุํ คาโม โหตู’’ติ ปริจฺฉินฺทิตฺวา ราชา กสฺสจิ เทติ, โสปิ วิสุํคามสีมา โหติเยว. ตสฺมา สา จ อิตรา จ ปกติคามสีมา พทฺธสีมาสทิสาว โหติ. เกวลํ ปน ติจีวรวิปฺปวาสปริหารํ น ลภตีติ (มหาว. อฏฺฐ. ๑๔๗).
อคามเก อรญฺเญติ วิญฺฌาฏวิสทิเส อรญฺเญ. เตนาห ‘‘อคามกํ นามา’’ติอาทิ. อยํ ปน สีมา ติจีวรวิปฺปวาสปริหารมฺปิ ลภติ. มจฺฉพนฺธานนฺติ เกวฏฺฏานํ. อคมนปเถสูติ คนฺตุํ อสกฺกุเณยฺยปเถสุ. ยตฺถ ตทเหว คนฺตฺวา ตทเหว ปจฺจาคนฺตุํ น สกฺกา โหติ, ตาทิเสสูติ วุตฺตํ โหติ. เตสํ คมนปริยนฺตสฺส โอรโต ปน คามสีมาสงฺขํ คจฺฉติ. ตตฺถ คามสีมํ อโสเธตฺวา กมฺมํ กาตุํ น วฏฺฏติ. มชฺเฌ ฐิตานํ สพฺพทิสาสุ สตฺตพฺภนฺตราติ มชฺเฌ ฐิตานํ ภิกฺขูนํ ฐิโตกาสโต สพฺพทิสาสุ สตฺตพฺภนฺตรา. ตตฺถาติ เตสุ อพฺภนฺตเรสุ. ตสฺมาติ ยสฺมา ปริสวเสน วฑฺฒติ, ตสฺมา. อุปจารตฺถายาติ สีโมปจารตฺถาย. สีมาภาวํ ปฏิกฺขิปิตฺวาติ พทฺธสีมาภาวํ ปฏิกฺขิปิตฺวา. สมาโน สํวาโส เอตฺถาติ สมานสํวาสา. เอโก อุโปสโถ เอตฺถาติ เอกูโปสถา. เอตฺถ จ อุโปสถสฺส วิสุํ คหิตตฺตา อวเสสกมฺมวเสน สมานสํวาสตา เวทิตพฺพา. วุตฺตาติ อพทฺธสีมาปริจฺเฉทํ ทสฺเสตุํ อุโปสถกฺขนฺธเก (มหาว. ๑๔๙) วุตฺตา. อนุ อนุ อฑฺฒมาสํ อนฺวฑฺฒมาสํ, อฑฺฒมาเส อฑฺฒมาเสติ อตฺโถ. เอวํ ‘‘อนุทสาห’’นฺติอาทีสุปิ. เทเวติ เมเฆ. วลาหเกสุ วิคตมตฺเตสูติ ภาเวนภาวลกฺขเณ ภุมฺมํ. โสตนฺติ อุทกปฺปวาโห วุจฺจติ. ติตฺเถน วา อติตฺเถน วา โอตริตฺวาติ ปาฐเสโส. ติมณฺฑลํ ปฏิจฺฉาเทตฺวาติ ยถา ติมณฺฑลปฏิจฺฉาทนํ โหติ, เอวํ นิวาเสตฺวา. อุตฺตรนฺติยาติ ยตฺถ กตฺถจิ อุตฺตรนฺติยา. ภิกฺขุนีวิภงฺเค (ปาจิ. ๖๙๒) ภิกฺขุนิยา วเสน นทีลกฺขณสฺส ปาฬิยํ อาคตตฺตา ‘‘ภิกฺขุนิยา’’ติ วุตฺตํ, น ปน วิเสสสพฺภาวโต.
เกนจิ ขณิตฺวา อกโตติ อนฺตมโส ติรจฺฉาเนนปิ ขณิตฺวา อกโต. นทึ วา สมุทฺทํ วา ภินฺทิตฺวาติ นทีกูลํ วา สมุทฺทเวลํ วา ภินฺทิตฺวา. เอตํ ลกฺขณนฺติ ‘‘ยตฺถ นทิยํ วุตฺตปฺปกาเร วสฺสกาเล อุทกํ สนฺติฏฺฐตี’’ติ (กงฺขา. อฏฺฐ. นิทานวณฺณนา) วุตฺตปฺปการลกฺขณํ. โลณีปิ ชาตสฺสรสงฺขเมว คจฺฉติ. ยตฺถ ปน วุตฺตปฺปกาเร วสฺสกาเล วสฺเส ปจฺฉินฺนมตฺเต ปิวิตุํ วา หตฺถปาเท โธวิตุํ วา อุทกํ น โหติ สุกฺขติ, อยํ ชาตสฺสโร คามเขตฺตสงฺขเมว คจฺฉติ.
อุทกุกฺเขปาติ กรณตฺเถ นิสฺสกฺกวจนนฺติ อาห ‘‘อุทกุกฺเขเปนา’’ติ. กถํ ปน อุทกํ ขิปิตพฺพนฺติ อาห ‘‘ตตฺถา’’ติอาทิ. มชฺฌิเมน ปุริเสนาติ ถามมชฺฌิเมน ปุริเสน. อยํ อุทกุกฺเขโป นามาติ อยํ อุทกุกฺเขเปน ปริจฺฉินฺนา สีมา นามาติ อตฺโถ. ยาว ปริสา วฑฺฒติ, ตาว อยํ สีมาปิ วฑฺฒติ, ปริสปริยนฺตโต อุทกุกฺเขโปเยว ปมาณํ. สเจ ปน นที นาติทีฆา โหติ, ปภวโต ปฏฺฐาย ยาว มุขทฺวารํ สพฺพตฺถ สงฺโฆ นิสีทติ, อุทกุกฺเขปสีมากมฺมํ นตฺถิ. สกลาปิ นที เอเตสํเยว ภิกฺขูนํ ปโหติ.
ปกติวสฺสกาเลติ ปุพฺเพ วุตฺตปฺปกาเร ปกติวสฺสกาเล. จตูสุ มาเสสูติ วสฺสานสฺส จตูสุ มาเสสุ. อติวุฏฺฐิกาเล โอเฆน โอตฺถโตกาโส น คเหตพฺโพ. โส หิ คามสีมาสงฺขเมว คจฺฉติ. อนฺโตนทิยํ ชาตสฺสเร ชาตปิฏฺฐิปาสาณทีปเกสุปิ อยเมว วินิจฺฉโย เวทิตพฺโพ. สเจ ปน นที ปริปุณฺณา โหติ สมติตฺถิกา, อุทกสาฏิกํ นิวาเสตฺวาปิ อนฺโตนทิยํเยว กมฺมํ กาตพฺพํ. สเจ น สกฺโกนฺติ, นาวายปิ ฐตฺวา กาตพฺพํ. คจฺฉนฺติยา ปน นาวาย กาตุํ น วฏฺฏติ. กสฺมา? อุทกุกฺเขปมตฺตเมว หิ สีมา, ตํ นาวา สีฆเมว อติกฺกาเมติ. เอวํ สติ อญฺญิสฺสา สีมาย ญตฺติ, อญฺญิสฺสา อนุสฺสาวนา โหติ, ตสฺมา นาวํ อริตฺเตน วา ฐเปตฺวา, ปาสาเณ วา ลมฺพิตฺวา, อนฺโตนทิยํ ชาตรุกฺเข วา พนฺธิตฺวา กมฺมํ กาตพฺพํ. อนฺโตนทิยํ พทฺธอฏฺฏเกปิ อนฺโตนทิยํ ชาตรุกฺเขปิ ฐิเตหิ กมฺมํ กาตุํ วฏฺฏติ.
สเจ ปน รุกฺขสฺส สาขา วา ตโต นิกฺขนฺตปาโรโห วา พหินทีตีเร วิหารสีมาย วา คามสีมาย วา ปติฏฺฐิโต, สีมํ วา โสเธตฺวา, สาขํ วา ฉินฺทิตฺวา กมฺมํ กาตพฺพํ. พหินทีตีเร ชาตรุกฺขสฺส อนฺโตนทิยํ ปวิฏฺฐสาขาย วา ปาโรเห วา นาวํ พนฺธิตฺวา กมฺมํ กาตุํ น วฏฺฏติ. กโรนฺเตหิ สีมา วา โสเธตพฺพา, สาขํ ฉินฺทิตฺวา วา ตสฺส พหิปติฏฺฐิตภาโค นาเสตพฺโพ. นทีตีเร ปน ขาณุกํ โกฏฺเฏตฺวา ตตฺถ พนฺธนาวาย น วฏฺฏติเยว.
นทิยํ เสตุํ กโรนฺติ, สเจ อนฺโตนทิยํเยว เสตุ วา เสตุปาทา วา, เสตุมฺหิ ฐิเตหิ กมฺมํ กาตุํ วฏฺฏติ. สเจ ปน เสตุ วา เสตุปาทา วา พหิตีเร ปติฏฺฐิตา, กมฺมํ กาตุํ น วฏฺฏติ, สีมํ โสเธตฺวา กมฺมํ กาตพฺพํ. อถ เสตุปาทา อนฺโต, เสตุ ปน อุภินฺนมฺปิ ตีรานํ อุปริอากาเส ฐิโต, วฏฺฏติ. ชาตสฺสเรปิ เอเสว นโย.
‘‘ยสฺมึ ปเทเส ปกติวีจิโย โอตฺถริตฺวา สณฺฐหนฺตี’’ติ เอเตน ยํ ปเทสํ อุทฺธํ วฑฺฒนกอุทกํ วา ปกติวีจิโย วา เวเคน อาคนฺตฺวา โอตฺถรนฺติ, ตตฺถ กมฺมํ กาตุํ น วฏฺฏตีติ (มหาว. อฏฺฐ. ๑๔๗) ทสฺเสติ. สเจ อูมิเวโค พาธติ, นาวาย วา อฏฺฏเก วา ฐตฺวา กาตพฺพํ. เตสุ วินิจฺฉโย นทิยํ วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺโพ. สเจ ปน สมุทฺโท คามสีมํ วา นิคมสีมํ วา โอตฺถริตฺวา ติฏฺฐติ, สมุทฺโทว โหติ. ตตฺถ กมฺมํ กาตุํ วฏฺฏติ. ตโต ปฏฺฐาย กปฺปิยภูมีติ โอตฺถริตฺวา สณฺฐิตอุทกนฺตโต ปฏฺฐาย อนฺโต นทีชาตสฺสรสมุทฺโท นามาติ อตฺโถ. ทุพฺพุฏฺฐิกาเลติ วสฺสานเหมนฺเต สนฺธาย วุตฺตํ. สุกฺเขสุปีติ นิรุทเกสุปิ. ยถา จ วาปิขณเน, เอวํ อาวาฏโปกฺขรณีอาทีนํ ขณเนปิ คามเขตฺตํ โหติเยวาติ ทฏฺฐพฺพํ. วปฺปํ วา กโรนฺตีติ ลาพุติปุสกาทิวปฺปํ วา กโรนฺติ. ตํ ฐานนฺติ ยตฺถ วาปิอาทิกํ กตํ, ตํ ฐานํ. อญฺญํ ปน กปฺปิยภูมิ. สเจ ปน ชาตสฺสรํ ปูเรตฺวา ถลํ กโรนฺติ, เอกสฺมึ ทิสาภาเค ปาฬึ พนฺธิตฺวา สพฺพเมว นํ มหาตฬากํ วา กโรนฺติ, สพฺโพปิ อชาตสฺสโร โหติ. คามสีมาสงฺขเมว คจฺฉติ.
สเจ นทิมฺปิ วินาเสตฺวา ตฬากํ กโรนฺติ, เหฏฺฐา ปาฬิ พทฺธา, อุทกํ อาคนฺตฺวา ตฬากํ ปูเรตฺวา ติฏฺฐติ, เอตฺถ กมฺมํ กาตุํ น วฏฺฏติ. อุปริ ปวตฺตนฏฺฐาเน ฉฑฺฑิตํ อุทกํ นทึ โอตฺถริตฺวา สนฺทนฏฺฐานโต ปฏฺฐาย วฏฺฏติ. กาจิ นที กาลนฺตเรน อุปฺปติตฺวา คามนิคมสีมํ โอตฺถริตฺวา ปวตฺตติ, นทีเยว โหติ, กมฺมํ กาตุํ วฏฺฏติ. สเจ วิหารสีมํ โอตฺถรติ ‘‘วิหารสีมา’’เตฺวว สงฺขํ คจฺฉติ. ตสฺมาติ ยสฺมา อนฺโต คจฺฉติ, ตสฺมา. สมนฺตา อุทกุกฺเขปปริจฺเฉโท กาตพฺโพติ ปโหนกฏฺฐานํ สนฺธาย วุตฺตํ. ยตฺถ ปน กุนฺนทีอาทีสุ นปฺปโหติ, ตตฺถ ปโหนกฏฺฐานโต อุทกุกฺเขปปริจฺเฉโท กาตพฺโพ. อุปจารตฺถายาติ สีโมปจารตฺถาย.
กสฺมา ปน อญฺญเมกํ สตฺตพฺภนฺตรํ, อญฺโญ เอโก อุทกุกฺเขโป จ อุปจารตฺถาย ฐเปตพฺโพติ อาห ‘‘อยํ หี’’ติอาทิ. อิทํ วุตฺตํ โหติ (สารตฺถ. ฏี. มหาวคฺค ๓.๑๔๗; วิ. วิ. ฏี. มหาวคฺค ๒.๑๔๗) – ยสฺมา อยํ สตฺตพฺภนฺตรสีมา จ อุทกุกฺเขปสีมา จ ภิกฺขูนํ ฐิโตกาสโต ปฏฺฐาย ลพฺภติ, เต จ ภิกฺขู น สพฺพทา เอกสทิสา, กทาจิ วฑฺฒนฺติ, กทาจิ ปริหายนฺติ. ยทา จ วฑฺฒนฺติ, ตทา สีมาสงฺกโร โหติ. ตสฺมา อญฺญเมกํ สตฺตพฺภนฺตรํ, อญฺโญ เอโก อุทกุกฺเขโป จ อุปจารตฺถาย ฐเปตพฺโพติ. ยํ ปน มหาอฏฺฐกถายํ ‘‘ตโต อธิกํ วฏฺฏติเยว, อูนกํ ปน น วฏฺฏตี’’ติ (มหาว. อฏฺฐ. ๑๔๗) วุตฺตํ, ตมฺปิ เอตทตฺถเมว, น ปน ตตฺถ กตสฺส กมฺมสฺส กุปฺปตฺตาติ คเหตพฺพํ. ปริจฺเฉทโต พหิ อญฺญํ ตตฺตกํเยว ปริจฺเฉทํ อนติกฺกมิตฺวา ฐิโตปีติ อตฺตโน สตฺตพฺภนฺตเรน, อุทกุกฺเขเปน วา โย เตสํ สตฺตพฺภนฺตรสฺส, อุทกุกฺเขปสฺส วา ปริจฺเฉโท, ตโต พหิ อญฺญํ ตตฺตกํเยว ปริจฺเฉทํ อนติกฺกมิตฺวา ฐิโตปีติ อตฺโถ. กถเมตํ วิญฺญายตีติ อาห ‘‘อิทํ สพฺพอฏฺฐกถาสุ สนฺนิฏฺฐาน’’นฺติ, อิทํ ‘‘กมฺมํ โกเปตี’’ติ มหาอฏฺฐกถาทีสุ ววตฺถานนฺติ อตฺโถ. ‘‘อิติ อิม’’นฺติอาทิ ยถาวุตฺตสฺส นิคมนํ. โหติ เจตฺถ –
‘‘พทฺธาพทฺธวเสเนธ, สีมา นาม ทฺวิธา ตหึ;
ติสมฺปตฺติยุตฺตา วชฺชิ-เตกาทส วิปตฺติกา;
พทฺธสีมา ติธา ขณฺฑา-ทิโต คามาทิโต ปรา’’ติ.
สภาคาปตฺติ จ นาเมสา ทุวิธา วตฺถุสภาคา, อาปตฺติสภาคาติ. ตตฺถ อิธ วตฺถุสภาคา อธิปฺเปตา, เนตราติ ทสฺเสตุํ ‘‘ยํ สพฺโพ สงฺโฆ วิกาลโภชนาทินา’’ติอาทิมาห. ลหุกาปตฺตินฺติ ลหุเกน วินยกมฺเมน วิสุชฺฌนโต ลหุกา ถุลฺลจฺจยปาจิตฺติยปาฏิเทสนียทุกฺกฏทุพฺภาสิตสงฺขาตา ปญฺจาปตฺติโย. วตฺถุสภาคาย สงฺฆาทิเสสาปตฺติยาปิ สติ อุโปสถกมฺมํ ปตฺตกลฺลํ น โหติเยว. ยถาห ‘‘สภาคสงฺฆาทิเสสํ อาปนฺนสฺส ปน สนฺติเก อาวิ กาตุํ น วฏฺฏติ. สเจ อาวิ กโรติ, อาปตฺติ อาวิกตา โหติ, ทุกฺกฏา ปน น มุจฺจตี’’ติ (จูฬว. อฏฺฐ. ๑๐๒). ตสฺสา ปน อเทสนาคามินิโต เอวํ วุตฺตํ. วตฺถุสภาคาติ วตฺถุวเสน สมานภาคา, เอกโกฏฺฐาสาติ วุตฺตํ โหติ. อิมเมว วตฺถุสภาคํ เทเสตุํ น วฏฺฏติ ‘‘น, ภิกฺขเว, สภาคา อาปตฺติ เทเสตพฺพา, โย เทเสยฺย, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสา’’ติ (มหาว. ๑๖๙) วุตฺตตฺตา, น ปน อาปตฺติสภาคํ. เตนาห ‘‘วิกาลโภชนปจฺจยา อาปนฺนํ ปนา’’ติอาทิ. อาปตฺติสภาคนฺติ อาปตฺติยา สมานภาคํ.
สามนฺตา อาวาสาติ สามนฺตอาวาสํ, สมีปวิหารนฺติ อตฺโถ. สชฺชุกนฺติ ตทเหวาคมนตฺถาย. ปาเหตพฺโพติ เปเสตพฺโพ. อิจฺเจตํ กุสลนฺติ อิติ เอตํ สุนฺทรํ ภทฺทกํ, ลทฺธกปฺปนฺติ วุตฺตํ โหติ. โน เจ ลเภถาติ วิหารานํ ทูรตาย วา มคฺเค ปริปนฺถาทินา วา ยทิ น ลเภถ. ‘‘ตสฺส สนฺติเก ปฏิกริสฺสตี’’ติ อิมินา วจเนน สภาคาปตฺติ อาวิ กาตุมฺปิ น ลพฺภตีติ ทีปิตํ โหติ. ยทิ ลเภยฺย, อาวิ กตฺวาปิ อุโปสถํ กเรยฺย. ยทิ ปน สพฺโพ สงฺโฆ สภาคํ สงฺฆาทิเสสํ อาปนฺโน โหติ, ญตฺตึ ฐเปตฺวา อุโปสถํ กาตุํ น วฏฺฏติ, อุโปสถสฺส อนฺตราโยว โหติ. อุโภปิ ทุกฺกฏํ อาปชฺชนฺติ ‘‘น, ภิกฺขเว, สภาคา อาปตฺติ เทเสตพฺพา, โย เทเสยฺย, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส. น, ภิกฺขเว, สภาคา อาปตฺติ ปฏิคฺคเหตพฺพา, โย ปฏิคฺคเณฺหยฺย, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสา’’ติ (มหาว. ๑๖๙) วุตฺตตฺตา. วิมติ สํสโย, ตตฺถ นิยุตฺโต เวมติโก. ‘‘ปุน นิพฺเพมติโก หุตฺวา เทเสตพฺพเมวา’’ติ เนว ปาฬิยํ, น จ อฏฺฐกถายํ อตฺถิ, เทสิเต ปน โทโส นตฺถิ. วุตฺตนเยเนวาติ ‘‘ปาริสุทฺธึ อายสฺมนฺโต อาโรเจถา’’ติอาทินา นเยน สาปตฺติกสฺส อุโปสถกรเณ ปญฺญตฺตํ ทุกฺกฏํ อาปชฺชนฺตีติ วุตฺตนเยเนว. กสฺมา สภาคาปตฺติเยว วุตฺตาติ อาห ‘‘เอตาสุ หี’’ติอาทิ. วิสภาคาปตฺตีสุ วิชฺชมานาสุปิ ปตฺตกลฺลํ โหติเยวาติ วิสภาคาสุ ปน วิชฺชมานาสุ เตสํเยว ปุคฺคลานํ อาปตฺติ, น สงฺฆสฺสาติ สงฺฆสฺส ปตฺตกลฺลํ โหติเยว.
อนฺติมวตฺถุอชฺฌาปนฺนโก นาม จตุนฺนํ ปาราชิกานํ อญฺญตรํ อชฺฌาปนฺนโก. ปณฺฑกาทีนํ วินิจฺฉโย ปรโต ปาราชิกุทฺเทเส อาวิ ภวิสฺสติ. ติรจฺฉานคโตติ อนฺตมโส สกฺกํ เทวราชานํ อุปาทาย โย โกจิ นาคมาณวกาทิโก อมนุสฺสชาติโก เวทิตพฺโพ, น อสฺสโคณาทโย. เตนาห ‘‘เอตฺถ จา’’ติอาทิ. ตตฺถ เอตฺถาติ เอติสฺสํ วชฺชนียปุคฺคลกถายํ. ยสฺส อุปสมฺปทา ปฏิกฺขิตฺตาติ ‘‘ติรจฺฉานคโต, ภิกฺขเว, อนุปสมฺปนฺโน, น อุปสมฺปาเทตพฺโพ’’ติ (มหาว. ๑๑๑) ยสฺส นาคสุปณฺณาทิโน ติรจฺฉานคตสฺส อุปสมฺปทา ปฏิกฺขิตฺตา, โส อิธาปิ ติรจฺฉานคโต นามาติ อตฺโถ. ตตฺถ หิ อนฺตมโส เทเว อุปาทาย นาคมาณวกาทิโก โย โกจิ อมนุสฺสชาติโก ‘‘ติรจฺฉานคโต’’ติ อธิปฺเปโต. วุตฺตญฺหิ สมนฺตปาสาทิกายํ ‘‘ติรจฺฉานคโต, ภิกฺขเวติ เอตฺถ นาโค วา โหตุ สุปณฺณมาณวกาทีนํ วา อญฺญตโร, อนฺตมโส สกฺกํ เทวราชานํ อุปาทาย โย โกจิ อมนุสฺสชาติโย, โส สพฺโพว อิมสฺมึ อตฺเถ ‘ติรจฺฉานคโต’ติ เวทิตพฺโพ’’ติ (มหาว. อฏฺฐ. ๑๑๑). ติตฺถํ วุจฺจติ ลทฺธิ, ตํ เอเตสํ อตฺถีติ ติตฺถิกา, ติตฺถิกา เอว ติตฺถิยา, อิโต อญฺญลทฺธิกาติ อตฺโถ.
สุตฺตสฺส อุทฺเทโส สุตฺตุทฺเทโส. ปาริสุทฺธิ เอว อุโปสโถ ปาริสุทฺธิอุโปสโถ. เอเสว นโย อธิฏฺฐานุโปสโถติ เอตฺถาปิ. โสติ ปาติโมกฺขุทฺเทโส. โอวาโทว ปาติโมกฺขํ, ตสฺส อุทฺเทโส สรูเปน กถนํ โอวาทปาติโมกฺขุทฺเทโส. ‘‘อิมสฺมึ วีติกฺกเม อยํ นาม อาปตฺตี’’ติ เอวํ อาปตฺติวเสน อาณาปนํ ปญฺญาปนํ อาณา, เสสํ อนนฺตรสทิสเมว.
ขนฺตี ปรมํ ตโป ติติกฺขา…เป… วุตฺตา ติสฺโส คาถาโย นาม –
‘‘ขนฺตี ปรมํ ตโป ติติกฺขา;
นิพฺพานํ ปรมํ วทนฺติ พุทฺธา;
น หิ ปพฺพชิโต ปรูปฆาตี;
น สมโณ โหติ ปรํ วิเหฐยนฺโต.
‘‘สพฺพปาปสฺส อกรณํ, กุสลสฺส อุปสมฺปทา;
สจิตฺตปริโยทปนํ, เอตํ พุทฺธาน สาสนํ.
‘‘อนูปวาโท อนูปฆาโต, ปาติโมกฺเข จ สํวโร;
มตฺตญฺญุตา จ ภตฺตสฺมึ, ปนฺตญฺจ สยนาสนํ;
อธิจิตฺเต จ อาโยโค, เอตํ พุทฺธาน สาสน’’นฺติ.(ที. นิ. ๒.๙๐; ธ. ป. ๑๘๓-๑๘๕) –
อิมา ติสฺโส คาถาโย.
ตตฺถ ขนฺตี ปรมํ ตโปติ (ที. นิ. อฏฺฐ. ๒.๙๐; ธ. ป. อฏฺฐ. ๒.๑๘๕) อธิวาสนขนฺติ นาม ปรมํ ตโป. ติติกฺขาติ ขนฺติยา เอว เววจนํ, ติติกฺขาสงฺขาตา อธิวาสนขนฺติ อุตฺตมํ ตโปติ อตฺโถ. นิพฺพานํ ปรมํ วทนฺตีติ สพฺพากาเรน ปน นิพฺพานํ ‘‘ปรม’’นฺติ วทนฺติ พุทฺธา. น หิ ปพฺพชิโต ปรูปฆาตีติ โย อธิวาสนขนฺติวิรหิตตฺตา ปรํ อุปฆาเตติ พาธติ วิหึสติ, โส ปพฺพชิโต นาม น โหติ. จตุตฺถปาโท ปน ตสฺเสว เววจนํ. ‘‘น หิ ปพฺพชิโต’’ติ เอตสฺส หิ ‘‘นสมโณ โหตี’’ติ เววจนํ. ‘‘ปรูปฆาตี’’ติ เอตสฺส ‘‘ปรํ วิเหฐยนฺโต’’ติ เววจนํ. อถ วา ปรูปฆาตีติ สีลูปฆาตี. สีลญฺหิ อุตฺตมฏฺเฐน ‘‘ปร’’นฺติ วุจฺจติ. โย จ สมโณ ปรํ ยํ กญฺจิ สตฺตํ วิเหฐยนฺโต ปรูปฆาตี โหติ, อตฺตโน สีลวินาสโก, โส ปพฺพชิโต นาม น โหตีติ อตฺโถ. อถ วา โย อธิวาสนขนฺติยา อภาวา ปรูปฆาตี โหติ, ปรํ อนฺตมโส ฑํสมกสมฺปิ สญฺจิจฺจ ชีวิตา โวโรเปติ, โส น หิ ปพฺพชิโต. กึ การณา? มลสฺส อปพฺพาชิตตฺตา. ‘‘ปพฺพาชยมตฺตโน มลํ, ตสฺมา ‘ปพฺพชิโต’ติ วุจฺจตี’’ติ (ธ. ป. ๓๘๘) อิทญฺหิ ปพฺพชิตลกฺขณํ. โยปิ น เหว โข อุปฆาเตติ น มาเรติ, อปิจ ทณฺฑาทีหิ วิเหเฐติ, โส ปรํ วิเหฐยนฺโต สมโณ น โหติ. กึ การณา? วิเหสาย อสมิตตฺตา. ‘‘สมิตตฺตา หิ ปาปานํ, ‘สมโณ’ติ ปวุจฺจตี’’ติ (ธ. ป. ๒๖๕) อิทญฺหิ สมณลกฺขณํ.
ทุติยคาถาย สพฺพปาปสฺสาติ สพฺพากุสลสฺส. อกรณนฺติ อนุปฺปาทนํ. กุสลสฺสาติ จตุภูมกกุสลสฺส. อุปสมฺปทาติ อุปสมฺปาทนํ ปฏิลาโภ. สจิตฺตปริโยทปนนฺติ อตฺตโน จิตฺตสฺส โวทาปนํ ปภสฺสรภาวกรณํ สพฺพโส ปริโสธนํ, ตํ ปน อรหตฺเตน โหติ. อิติ สีลสํวเรน สพฺพปาปํ ปหาย โลกิยโลกุตฺตราหิ สมถวิปสฺสนาหิ กุสลํ สมฺปาเทตฺวา อรหตฺตผเลน จิตฺตํ ปริโยทาเปตพฺพนฺติ เอตํ พุทฺธานํ สาสนํ โอวาโท อนุสิฏฺฐิ.
ตติยคาถาย อนูปวาโทติ วาจาย กสฺสจิ อนุปวทนํ. อนูปฆาโตติ กาเยน กสฺสจิ อุปฆาตสฺส อกรณํ. ปาติโมกฺเขติ ยํ ตํ ปาติโมกฺขํ ปอติโมกฺขํ อติปโมกฺขํ อุตฺตมํ สีลํ, ปาติ วา อคติวิเสเสหิ, โมกฺเขติ ทุคฺคติภเยหิ. โย วา นํ ปาติ, ตํ โมกฺเขตีติ ‘‘ปาติโมกฺข’’นฺติ วุจฺจติ, ตสฺมึ ปาติโมกฺเข จ. สํวโรติ สตฺตนฺนํ อาปตฺติกฺขนฺธานํ อวีติกฺกมลกฺขโณ สํวโร. มตฺตญฺญุตาติ ปฏิคฺคหณปริโภควเสน ปมาณญฺญุตา. ปนฺตญฺจ สยนาสนนฺติ ชนสงฺฆฏฺฏนวิรหิตํ นิชฺชนสมฺพาธํ วิวิตฺตํ, เสนาสนญฺจ. เอตฺถ จ ทฺวิหิเยว ปจฺจเยหิ จตุปจฺจยสนฺโตโส ทีปิโตติ เวทิตพฺโพ ปจฺจยสนฺโตสสามญฺเญน อิตรทฺวยสฺสาปิ ลกฺขณหารนเยน โชติตตฺตา. อธิจิตฺเต จ อาโยโคติ วิปสฺสนาปาทกํ อฏฺฐสมาปตฺติจิตฺตํ, ตโตปิ มคฺคผลจิตฺตเมว อธิจิตฺตํ, ตสฺมึ ยถาวุตฺเต อธิจิตฺเต อาโยโค จ อนุโยโค จาติ อตฺโถ. เอตํ พุทฺธาน สาสนนฺติ เอตํ ปรสฺส อนุปวทนํ, อนุปฆาตนํ, ปาติโมกฺเข สํวโร, ปฏิคฺคหณปริโภเคสุ มตฺตญฺญุตา, อฏฺฐสมาปตฺติวสิภาวาย วิวิตฺตเสนาสนเสวนญฺจ พุทฺธานํ สาสนํ โอวาโท อนุสิฏฺฐีติ. อิมา ปน ติสฺโส คาถา สพฺพพุทฺธานํ ปาติโมกฺขุทฺเทสคาถาโย โหนฺตีติ เวทิตพฺพา. ตํ พุทฺธา เอว อุทฺทิสนฺติ, น สาวกา.
‘‘สุณาตุ เม, ภนฺเต, สงฺโฆ’’ติอาทินา (มหาว. ๑๓๔) นเยน วุตฺตํ อาณาปาติโมกฺขํ นาม. ตํ สาวกา เอว อุทฺทิสนฺติ, น พุทฺธา สงฺฆกมฺมํ กโรนฺติ, น จ ตตฺถ ปริยาปนฺนาติ อาห ‘‘ตํ สาวกา เอว อุทฺทิสนฺติ, น พุทฺธา’’ติ. อิมสฺมึ อตฺเถติ ‘‘ปาติโมกฺขํ อุทฺทิเสยฺยา’’ติ เอตสฺมึ อตฺเถ.
อนุปคโต นาม ตตฺเถว อุปสมฺปนฺโน, อสติยา ปุริมิกาย อนุปคโต วา. จาตุมาสินิยนฺติ จาตุมาสิยํ. สา หิ จตุนฺนํ มาสานํ ปาริปูริภูตาติ จาตุมาสี, สา เอว ‘‘จาตุมาสินี’’ติ วุจฺจติ, ตสฺสํ จาตุมาสินิยํ. ปจฺฉิมกตฺติกปุณฺณมาสินิยนฺติ อตฺโถ. กายสามคฺคินฺติ กาเยน สมคฺคภาวํ, หตฺถปาสูปคมนนฺติ วุตฺตํ โหติ.
อยํ ปเนตฺถ วินิจฺฉโย – สเจ ปุริมิกาย ปญฺจ ภิกฺขู วสฺสํ อุปคตา, ปจฺฉิมิกายปิ ปญฺจ, ปุริเมหิ ญตฺตึ ฐเปตฺวา ปวาริเต ปจฺฉิเมหิ เตสํ สนฺติเก ปาริสุทฺธิอุโปสโถ กาตพฺโพ, น เอกสฺมึ อุโปสถคฺเค เทฺว ญตฺติโย ฐเปตพฺพา. สเจปิ ปจฺฉิมิกาย อุปคตา จตฺตาโร, ตโย, เทฺว, เอโก วา โหติ, เอเสว นโย. อถ ปุริมิกาย จตฺตาโร, ปจฺฉิมิกายปิ จตฺตาโร, ตโย, เทฺว, เอโก วา, เอเสว นโย. อถ ปุริมิกาย ตโย, ปจฺฉิมิกาย ตโย, เทฺว วา, เอเสว นโย. อิทเญฺหตฺถ ลกฺขณํ – สเจ ปุริมิกาย อุปคเตหิ ปจฺฉิมิกาย อุปคตา โถกตรา เจว โหนฺติ สมสมา จ, สงฺฆปฺปวารณาย จ คณํ ปูเรนฺติ, สงฺฆปฺปวารณาวเสน ญตฺตึ ฐเปตฺวา ปุริเมหิ ปวาเรตพฺพา. สเจ ปน ปุริมิกาย ตโย, ปจฺฉิมิกาย เอโก โหติ, เตน สทฺธึ เต จตฺตาโร โหนฺติ, จตุนฺนํ สงฺฆญตฺตึ ฐเปตฺวา ปวาเรตุํ น วฏฺฏติ. คณญตฺติยา ปน โส คณปูรโก โหติ, ตสฺมา คณวเสน ญตฺตึ ฐเปตฺวา ปุริเมหิ ปวาเรตพฺพํ, อิตเรน เตสํ สนฺติเก ปาริสุทฺธิอุโปสโถ กาตพฺโพ. สเจ ปุริมิกาย เทฺว, ปจฺฉิมิกาย เทฺว วา เอโก วา, เอตฺถาปิ เอเสว นโย. สเจ ปุริมิกาย เอโก, ปจฺฉิมิกายปิ เอโก, เอเกน เอกสฺส สนฺติเก ปวาเรตพฺพํ, เอเกน ปาริสุทฺธิอุโปสโถ กาตพฺโพ. สเจ ปุริมวสฺสูปคเตหิ ปจฺฉิมวสฺสูปคตา เอเกนปิ อธิกตรา โหนฺติ, ปฐมํ ปาติโมกฺขํ อุทฺทิสิตฺวา ปจฺฉา โถกตเรหิ เตสํ สนฺติเก ปวาเรตพฺพํ. กตฺติกจาตุมาสินิปวารณาย ปน สเจ ปฐมํ วสฺสูปคเตหิ มหาปวารณาย ปวาริเตหิ ปจฺฉา อุปคตา อธิกตรา วา สมสมา วา โหนฺติ, ปวารณาญตฺตึ ฐเปตฺวา ปวาเรตพฺพํ. เตหิ ปวาริเต ปจฺฉา อิตเรหิ ปาริสุทฺธิอุโปสโถ กาตพฺโพ. อถ มหาปวารณาย ปวาริตา พหู โหนฺติ, ปจฺฉา วสฺสูปคตา โถกา วา เอโก วา, ปาติโมกฺเข อุทฺทิฏฺเฐ ปจฺฉา เตสํ สนฺติเก เตน ปวาเรตพฺพนฺติ.
เอกํสํ อุตฺตราสงฺคํ กริตฺวาติ เอกสฺมึ อํเส สาธุกํ อุตฺตราสงฺคํ กริตฺวาติ อตฺโถ. อญฺชลึ ปคฺคเหตฺวาติ ทสนขสโมธานสมุชฺชลํ อญฺชลึ อุกฺขิปิตฺวา. สเจ ปน ตตฺถ ปาริวาสิโกปิ อตฺถิ, สงฺฆนวกฏฺฐาเน นิสีทิตฺวา ตตฺเถว นิสินฺเนน อตฺตโน ปาฬิยา ปาริสุทฺธิอุโปสโถ กาตพฺโพ. ปาติโมกฺเข อุทฺทิสิยมาเน ปน ปาฬิยา อนิสีทิตฺวา ปาฬึ วิหาย หตฺถปาสํ อมุญฺจนฺเตน นิสีทิตพฺพํ. ปวารณายปิ เอเสว นโย.
สพฺพํ ปุพฺพกรณียนฺติ สมฺมชฺชนาทึ นววิธํ ปุพฺพกิจฺจํ. ยถา จ สพฺโพ สงฺโฆ สภาคาปตฺตึ อาปชฺชิตฺวา ‘‘สุณาตุ เม, ภนฺเต, สงฺโฆ…เป… ปฏิกริสฺสตี’’ติ (มหาว. ๑๗๑) ญตฺตึ ฐเปตฺวา อุโปสถํ กาตุํ ลภติ, เอวเมตฺถาปิ ตีหิ ‘‘สุณนฺตุ เม อายสฺมนฺตา อิเม ภิกฺขู สภาคํ อาปตฺตึ อาปนฺนา, ยทา อญฺญํ ภิกฺขุํ สุทฺธํ อนาปตฺติกํ ปสฺสิสฺสนฺติ, ตทา ตสฺส สนฺติเก ตํ อาปตฺตึ ปฏิกริสฺสนฺตี’’ติ คณญตฺตึ ฐเปตฺวา, ทฺวีหิปิ ‘‘อญฺญํ สุทฺธํ ปสฺสิตฺวา ปฏิกริสฺสามา’’ติ วตฺวา อุโปสถํ กาตุํ วฏฺฏติ. เอเกนาปิ ‘‘ปริสุทฺธํ ลภิตฺวา ปฏิกริสฺสามี’’ติ อาโภคํ กตฺวา กาตุํ วฏฺฏติ. ตทหูติ ตสฺมึ อหุ, ตสฺมึ ทิวเสติ อตฺโถ. นานาสํวาสเกหีติ ลทฺธินานาสํวาสเกหิ. อนาวาโส นาม นวกมฺมสาลาทิโก โย โกจิ ปเทโส. อญฺญตฺร สงฺเฆนาติ สงฺฆปฺปโหนเกหิ ภิกฺขูหิ วินา. อญฺญตฺร อนฺตรายาติ ปุพฺเพ วุตฺตํ ทสวิธมนฺตรายํ วินา. สพฺพนฺติเมน ปน ปริจฺเฉเทน อตฺตจตุตฺเถน อนฺตราเย วา สติ คนฺตุํ วฏฺฏติ. ยถา จ อาวาสาทโย น คนฺตพฺพา, เอวํ สเจ วิหาเร อุโปสถํ กโรนฺติ, อุโปสถาธิฏฺฐานตฺถํ สีมาปิ นทีปิ น คนฺตพฺพา. สเจ ปเนตฺถ โกจิ ภิกฺขุ โหติ, ตสฺส สนฺติกํ คนฺตุํ วฏฺฏติ. วิสฺสฏฺฐอุโปสถาปิ อาวาสา คนฺตุํ วฏฺฏติ. เอวํ คโต อธิฏฺฐาตุมฺปิ ลภติ. อารญฺญเกนาปิ ภิกฺขุนา อุโปสถทิวเส คาเม ปิณฺฑาย จริตฺวา อตฺตโน วิหารเมว อาคนฺตพฺพํ. สเจ อญฺญํ วิหารํ โอกฺกมติ, ตตฺถ อุโปสถํ กตฺวาว อาคนฺตพฺพํ, อกตฺวา อาคนฺตุํ น วฏฺฏติ. ยํ ชญฺญา ‘‘อชฺเชว ตตฺถ คนฺตุํ สกฺโกมี’’ติ (มหาว. อฏฺฐ. ๑๘๑) เอวรูโป ปน อาวาโส คนฺตพฺโพ. ตตฺถ ภิกฺขูหิ สทฺธึ อุโปสถํ กโรนฺเตนาปิ หิ อิมินา เนว อุโปสถนฺตราโย กโต ภวิสฺสตีติ.
อุทกํ อาสเนน จาติ อาสเนน สห ปานียปริโภชนียํ อุทกญฺจาติ อตฺโถ. สงฺฆสนฺนิปาตโต ปฐมํ กตฺตพฺพํ ปุพฺพกรณํ. ปุพฺพกรณโต ปจฺฉา กตฺตพฺพมฺปิ อุโปสถกมฺมโต ปฐมํ กตฺตพฺพตฺตา ปุพฺพกิจฺจํ. อุภยมฺปิ เจตํ อุโปสถกมฺมโต ปฐมํ กตฺตพฺพตฺตา ‘‘ปุพฺพกิจฺจ’’มิจฺเจว เอตฺถ วุตฺตนฺติ อาห ‘‘เอวํ ทฺวีหิ นาเมหิ นววิธํ ปุพฺพกิจฺจํ ทสฺสิต’’นฺติ. กึ ตํ กตนฺติ ปุจฺฉตีติ อาห ‘‘น หี’’ติอาทิ. ตํ อกตฺวา อุโปสถํ กาตุํ น วฏฺฏติ ‘‘น, ภิกฺขเว, เถเรน อาณตฺเตน อคิลาเนน น สมฺมชฺชิตพฺพํ, โย น สมฺมชฺเชยฺย, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสา’’ติอาทิ (มหาว. ๑๕๙) วจนโต. เตเนวาห ‘‘ตสฺมา เถเรน อาณตฺเตนา’’ติอาทิ.
สเจ ปน อาณตฺโต สมฺมชฺชนึ ตาวกาลิกมฺปิ น ลภติ, สาขาภงฺคํ กปฺปิยํ กาเรตฺวา สมฺมชฺชิตพฺพํ. ตมฺปิ อลภนฺตสฺส ลทฺธกปฺปิยํ โหติ. ปานียํ ปริโภชนียํ อุปฏฺฐาเปตพฺพนฺติ อาคนฺตุกานํ อตฺถาย ปานียปริโภชนียํ อุปฏฺฐาเปตพฺพํ. อาสนํ ปญฺญาเปตพฺพนฺติ ปีฐผลกาทิอาสนํ ปญฺญาเปตพฺพํ. สเจ อุโปสถาคาเร อาสนานิ นตฺถิ, สํฆิกาวาสโตปิ อาหริตฺวา ปญฺญาเปตฺวา ปุน หริตพฺพานิ. อาสเนสุ อสติ กฏสารเกปิ ตฏฺฏิกาโยปิ ปญฺญาเปตุํ วฏฺฏติ. ตฏฺฏิกาสุปิ อสติ สาขาภงฺคานิ กปฺปิยํ กาเรตฺวา ปญฺญาเปตพฺพานิ. กปฺปิยการกํ อลภนฺตสฺส ลทฺธกปฺปิยํ โหติ. ปทีโป กาตพฺโพติ ปทีเปตพฺโพ, ปทีปุชฺชลนํ กาตพฺพนฺติ วุตฺตํ โหติ. อาณาเปนฺเตน ปน ‘‘อสุกสฺมึ นาม โอกาเส เตลํ วา วฏฺฏิ วา กปลฺลิกา วา อตฺถิ, ตํ คเหตฺวา กโรหี’’ติ วตฺตพฺโพ. สเจ เตลาทีนิ นตฺถิ, ปริเยสิตพฺพานิ. ปริเยสิตฺวา อลภนฺตสฺส ลทฺธกปฺปิยํ โหติ. อปิจ กปาเล อคฺคิปิ ชาเลตพฺโพ. อาณาเปนฺเตน จ กิญฺจิ กมฺมํ กโรนฺโต วา สทากาลเมว เอโก วา ภารนิตฺถรณโก วา สรภาณกธมฺมกถิกาทีสุ อญฺญตโร วา น อาณาเปตพฺโพ, อวเสสา ปน วาเรน อาณาเปตพฺพา. เตนาห ‘‘เถเรนาปิ ปติรูปํ ญตฺวา อาณาเปตพฺพ’’นฺติ.
พหิ อุโปสถํ กตฺวา อาคเตนาติ นทิยา วา สีมาย วา ยตฺถ กตฺถจิ อุโปสถํ กตฺวา อาคเตน ฉนฺโท ทาตพฺโพ, ‘‘กโต มยา อุโปสโถ’’ติ อจฺฉิตุํ น ลภตีติ อธิปฺปาโย. กิจฺจปฺปสุโต วาติ คิลานุปฏฺฐากาทิกิจฺจปฺปสุโต วา. สเจ คิลาโน ฉนฺทปาริสุทฺธึ ทาตุํ น สกฺโกติ, มญฺเจน วา ปีเฐน วา สงฺฆมชฺฌํ อาเนตฺวา อุโปสโถ กาตพฺโพ. สเจ คิลานุปฏฺฐากานํ ภิกฺขูนํ เอวํ โหติ ‘‘สเจ โข มยํ อิมํ คิลานํ ฐานา จาเวสฺสาม, อาพาโธ วา อภิวฑฺฒิสฺสติ, กาลกิริยา วา ภวิสฺสตี’’ติ, น เตฺวว โส คิลาโน ฐานา จาเวตพฺโพ, สงฺเฆน ตตฺถ คนฺตฺวา อุโปสโถ กาตพฺโพ, น เตฺวว วคฺเคน สงฺเฆน อุโปสโถ กาตพฺโพ. กเรยฺย เจ, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส. สเจ พหู ตาทิสา คิลานา โหนฺติ, สงฺเฆน ปฏิปาฏิยา ฐตฺวา สพฺเพ หตฺถปาเส กาตพฺพา. สเจ ทูเร ทูเร โหนฺติ, สงฺโฆ นปฺปโหติ, ตํ ทิวสํ อุโปสโถ น กาตพฺโพ, น เตฺวว วคฺเคน สงฺเฆน อุโปสโถ กาตพฺโพ. ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, ตทหุโปสเถ ปาริสุทฺธึ เทนฺเตน ฉนฺทมฺปิ ทาตุํ, สนฺติ สงฺฆสฺส กรณีย’’นฺติ (มหาว. ๑๖๕) วุตฺตตฺตา ภควโต อาณํ กโรนฺเตน ‘‘ฉนฺทํ ทมฺมี’’ติ วุตฺตํ. ‘‘ฉนฺทหารโก เจ, ภิกฺขเว, ทินฺเน ฉนฺเท ตตฺเถว ปกฺกมติ, อญฺญสฺส ทาตพฺโพ ฉนฺโท’’ติอาทิวจนโต (มหาว. ๑๖๕) ปุน อตฺตโน ฉนฺททานปริสฺสมวิโนทนตฺถํ ‘‘ฉนฺทํ เม หรา’’ติ วุตฺตํ. ‘‘ฉนฺทหารโก เจ, ภิกฺขเว, ทินฺเน ฉนฺเท สงฺฆปฺปตฺโต สญฺจิจฺจ น อาโรเจติ, อาหโฏ โหติ ฉนฺโท, ฉนฺทหารกสฺส อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสา’’ติ (มหาว. ๑๖๕) วุตฺตตฺตา ทุกฺกฏโต ตํ โมเจตุํ ‘‘ฉนฺทํ เม อาโรเจหี’’ติ วุตฺตํ.
กาเยน วา วาจาย วา อุภเยน วา วิญฺญาเปตพฺโพติ มนสา จินฺเตตฺวา กายปฺปโยคํ กโรนฺเตน เยน เกนจิ องฺคปจฺจงฺเคน วา, วาจํ ปน นิจฺฉาเรตุํ สกฺโกนฺเตน ตเถว วาจาย วา, อุภยถาปิ สกฺโกนฺเตน กายวาจาหิ วา วิญฺญาเปตพฺโพ, ชานาเปตพฺโพติ อตฺโถ. ‘‘อยํ อตฺโถ’’ติ วจนโต ปน ยาย กายจิปิ ภาสาย วิญฺญาเปตุํ วฏฺฏติ, ปาริสุทฺธิทาเนปิ ฉนฺททาเน วุตฺตสทิโสว วินิจฺฉโย. ตํ ปน เทนฺเตน ปฐมํ สนฺตี อาปตฺติ เทเสตพฺพา. น หิ สาปตฺติโก สมาโน ‘‘ปาริสุทฺธึ ทมฺมิ, ปาริสุทฺธึ เม หร, ปาริสุทฺธึ เม อาโรเจหี’’ติ (มหาว. ๑๖๔) วตฺตุํ ลภติ. ‘‘สนฺติ สงฺฆสฺส กรณียานี’’ติ วตฺตพฺเพ วจนวิปลฺลาเสน ‘‘สนฺติ สงฺฆสฺส กรณีย’’นฺติ วุตฺตํ. เตสญฺจ อตฺตโน จ ฉนฺทปาริสุทฺธึ เทตีติ เอตฺถ ฉนฺโท จ ฉนฺทปาริสุทฺธิ จ ฉนฺทปาริสุทฺธิ, ตํ เทตีติ สรูเปกเสสนเยน อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. อิตราติ อญฺเญสํ ฉนฺทปาริสุทฺธิ. พิฬาลสงฺขลิกา ฉนฺทปาริสุทฺธีติ เอตฺถ พิฬาลสงฺขลิกา นาม พิฬาลพนฺธนํ. ตตฺถ หิ สงฺขลิกาย ปฐมวลยํ ทุติยวลยํเยว ปาปุณาติ, น ตติยํ, เอวมยมฺปิ ฉนฺทปาริสุทฺธิ ทายเกน ยสฺส ทินฺนา, ตโต อญฺญตฺถ น คจฺฉตีติ (สารตฺถ. ฏี. มหาวคฺค ๓.๑๖๔; วิ. วิ. ฏี. มหาวคฺค ๒.๑๖๔). ตสฺมา สา พิฬาลสงฺขลิกสทิสตฺตา ‘‘พิฬาลสงฺขลิกา’’ติ วุตฺตา. พิฬาลสงฺขลิกคฺคหณญฺเจตฺถ ยาสํ กาสญฺจิ สงฺขลิกานํ อุปลกฺขณมตฺตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ.
อุตุกฺขานนฺติ ตํ ตํ กิริยํ อรติ วตฺเตตีติ อุตุ, ตสฺส อกฺขานํ อุตุกฺขานํ, อุตุอาจิกฺขนนฺติ อตฺโถ. ยถา จ ตสฺส อาจิกฺขนํ, ตํ สรูปโต ทสฺเสตุํ ‘‘เหมนฺตาทีน’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. คณนาติ กลนา. ภิกฺขุนีนํ อฏฺฐครุธมฺเมหิ โอวทนํ ภิกฺขุโนวาโท. เสฺว อุโปสโถติ อาคนฺตฺวาติ ‘‘เสฺว อุโปสโถ โหตี’’ติ วุตฺเต อชฺเชว อาคนฺตฺวา ปนฺนรสิเก อุโปสเถ ปกฺขสฺส จาตุทฺทสิยํ, จาตุทฺทสิเก เตรสิยํ อาคนฺตฺวาติ วุตฺตํ โหติ. มหาปจฺจริยํ ปน ‘‘ปกฺขสฺส เตรสิยํเยว อาคนฺตฺวา ‘อยํ อุโปสโถ จาตุทฺทสิโก วา ปนฺนรสิโก วา’ติ ปุจฺฉิตพฺพ’’นฺติ (ปาจิ. อฏฺฐ. ๑๔๙) วุตฺตํ. เอวํ ปุจฺฉิเตน จ ภิกฺขุนา สเจ จาตุทฺทสิยํ อุโปสถํ กโรนฺติ, ‘‘จาตุทฺทสิโก ภคินี’’ติ วตฺตพฺพํ. สเจ ปนฺนรสิยํ กโรนฺติ, ‘‘ปนฺนรสิโก ภคินี’’ติ วตฺตพฺพํ. ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, ฐเปตฺวา พาลํ, ฐเปตฺวา คิลานํ, ฐเปตฺวา คมิกํ อวเสเสหิ โอวาทํ คเหตุ’’นฺติ (จูฬว. ๔๑๔) วุตฺตตฺตา ‘‘ตํ ฐเปตฺวา’’ติอาทิมาห. ตตฺถ อาโรจนวิธานํ อชานนฺโต พาโล. จาตุทฺทสิกปนฺนรสิเกสุ อุโปสเถสุ วา ปาฏิปเท วา คนฺตุกาโม คมิโย, ทุติยปกฺขทิวสโต ปน ปฏฺฐาย ตโต อุทฺธํ คจฺฉนฺโต อิธ คมิโย นาม น โหติ. อรญฺเญ นิวาโส อสฺสาติ อารญฺญิโก. โสปิ ‘‘อหํ อรญฺญวาสี, เสฺว อุโปสโถ, วิหาเร น วสามี’’ติ อปฺปฏิคฺคหิตุํ น ลภติ. ยทิ น คเณฺหยฺย, ทุกฺกฏํ อาปชฺเชยฺย. วุตฺตเญฺหตํ ‘‘น, ภิกฺขเว, โอวาโท น คเหตพฺโพ, โย น คเณฺหยฺย, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสา’’ติ (จูฬว. ๔๑๔). เตน ปน ปจฺจาหรณตฺถาย สงฺเกโต กาตพฺโพ. วุตฺตเญฺหตํ ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, อารญฺญิเกน ภิกฺขุนา โอวาทํ คเหตุํ, สงฺเกตญฺจ กาตุํ อตฺร ปติหริสฺสามี’’ติ (จูฬว. ๔๑๕). ตสฺมา อารญฺญิเกน ภิกฺขุนา สเจ ภิกฺขุนีนํ วสนคาเม ภิกฺขา ลพฺภติ, ตตฺเถว จริตฺวา ภิกฺขุนิโย ทิสฺวา อาโรเจตฺวา คนฺตพฺพํ. โน จสฺส ตตฺถ ภิกฺขา สุลภา โหติ, สามนฺตคาเม จริตฺวา ภิกฺขุนีนํ คามํ อาคมฺม ตเถว กาตพฺพํ. สเจ ทูรํ คนฺตพฺพํ โหติ, สงฺเกโต กาตพฺโพ ‘‘อหํ อสุกํ นาม ตุมฺหากํ คามทฺวาเร สภํ วา มณฺฑปํ วา รุกฺขมูลํ วา อุปสงฺกมิสฺสามิ, ตตฺร อาคจฺเฉยฺยาถา’’ติ. ภิกฺขุนีหิ ตตฺร คนฺตพฺพํ, อคนฺตุํ น ลพฺภติ. วุตฺตเญฺหตํ ‘‘น, ภิกฺขเว, ภิกฺขุนิยา สงฺเกตํ น คนฺตพฺพํ, ยา น คจฺเฉยฺย, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสา’’ติ (จูฬว. ๔๑๕). อุโปสถคฺเคติ อุโปสถกรณฏฺฐาเน. อฏฺฐหิ องฺเคหีติ –
‘‘สีลวา โหติ, ปาติโมกฺขสํวรสํวุโต วิหรติ อาจารโคจรสมฺปนฺโน, อณุมตฺเตสุ วชฺเชสุ ภยทสฺสาวี สมาทาย สิกฺขติ สิกฺขาปเทสุ. พหุสฺสุโต โหติ สุตธโร สุตสนฺนิจโย, เย เต ธมฺมา อาทิกลฺยาณา มชฺเฌกลฺยาณา ปริโยสานกลฺยาณา สาตฺถํ สพฺยญฺชนํ เกวลปริปุณฺณํ ปริสุทฺธํ พฺรหฺมจริยํ อภิวทนฺติ, ตถารูปาสฺส ธมฺมา พหุสฺสุตา โหนฺติ, ธาตา วจสา ปริจิตา, มนสา อนุเปกฺขิตา, ทิฏฺฐิยา สุปฺปฏิวิทฺธา. อุภยานิ โข ปนสฺส ปาติโมกฺขานิ วิตฺถาเรน สฺวาคตานิ โหนฺติ สุวิภตฺตานิ สุปฺปวตฺตีนิ สุวินิจฺฉิตานิ สุตฺตโส อนุพฺยญฺชนโส. กลฺยาณวาโจ โหติ กลฺยาณวากฺกรโณ. เยภุยฺเยน ภิกฺขุนีนํ ปิโย โหติ มนาโป. ปฏิพโล โหติ ภิกฺขุนิโย โอวทิตุํ. น โข ปเนตํ ภควนฺตํ อุทฺทิสฺส ปพฺพชิตาย กาสายวตฺถวสนาย ครุธมฺมํ อชฺฌาปนฺนปุพฺโพ โหติ. วีสติวสฺโส วา โหติ อติเรกวีสติวสฺโส วา’’ติ (ปาจิ. ๑๔๗) –
อิเมหิ อฏฺฐหิ องฺเคหิ. ปาสาทิเกนาติ ปสาทาวเหน นิทฺโทเสน กายวจีมโนกมฺเมน. สมฺปาเทตูติ ติวิธํ สิกฺขํ สมฺปาเทตุ. ยทา ปน ตาหิ ภิกฺขุนีหิ ปาติโมกฺขุทฺเทสกํเยว ทิสฺวา โอวาโท ยาจิโต, ตทา อุโปสถคฺเค สนฺนิปติเตหิ ภิกฺขุสงฺเฆหิ ปุพฺพกิจฺจวเสน ‘‘อตฺถิ กาจิ ภิกฺขุนิโย โอวาทํ ยาจมานา’’ติ ปุจฺฉิเต ‘‘เอวํ วเทหี’’ติ อตฺตนา วตฺตพฺพวจนํ อญฺเญน กถาเปตฺวา ‘‘อตฺถิ โกจิ ภิกฺขุ ภิกฺขุโนวาทโก สมฺมโต’’ติอาทึ สยํ วตฺวา ปุน สยเมว คนฺตฺวา ภิกฺขุนีนํ อาโรเจตพฺพํ. อญฺเญน วา ภิกฺขุนา ตสฺมึ ทิวเส ปาติโมกฺขํ อุทฺทิสาเปตพฺพํ. อิทนฺติ ‘‘ตาหี’’ติ พหุวจนํ. เอกโต สเหว.
ญตฺติฏฺฐปเกน วาติ ยตฺถ ติณฺณํ วสนฏฺฐาเน ปาติโมกฺขุทฺเทโส นตฺถิ, ตตฺถ ญตฺติฏฺฐปนเกน วา. อิตเรน วาติ ยตฺถ เทฺว ภิกฺขู วสนฺติ, เอโก วา, ตตฺถ อิตเรน วา ภิกฺขุนา สเจ สยเมว สมฺมโต, ‘‘อห’’นฺติ วตฺตพฺพํ. ตเถวาติ อุโปสถคฺเค วุตฺตสทิสเมว. ‘‘อาโรเจตฺวาวา’’ติ อิมินา อนาโรจนํ ปฏิกฺขิปติ. ‘‘น, ภิกฺขเว, โอวาโท น อาโรเจตพฺโพ, โย น อาโรเจยฺย, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสา’’ติ (จูฬว. ๔๑๕) วจนโต โอวาทํ คเหตฺวา อุโปสถคฺเค อนาโรเจตุํ น วฏฺฏติ.
ปริสุทฺธภาวนฺติ อาปตฺติยา ปริสุทฺธตํ. อาโรเจถาติ อาวิ กโรถ. เอตฺถ สิยาติ ‘‘ปาติโมกฺขํ อุทฺทิสิสฺสามี’’ติ เอตสฺมึ ปเท อยมนุโยโค ภเวยฺย. กึ ตํ, ยํ สิยาติ อาห ‘‘สงฺโฆ อุโปสถํ กเรยฺยา’’ติอาทิ. ปุพฺเพนาปรํ สนฺธิยตีติ ปุพฺพวจเนน อปรํ วจนํ สนฺธานํ คจฺฉติ. สามคฺคิยาติ กายจิตฺเตหิ สหิตตาย. คณสฺสาติ อุทฺเทสกํ ฐเปตฺวา จตุวคฺเค เสสภิกฺขูนํ. สงฺฆสฺส อุทฺทิฏฺฐํ โหตีติ สงฺเฆน อุทฺทิฏฺฐํ โหติ. กรณตฺเถ เจตํ สามิวจนํ. เอตฺถาติ ปาติโมกฺขุทฺเทเส. ลกฺขณนฺติ สภาโว.
เถรา จ นวา จ มชฺฌิมา จาติ เอตฺถ ทสวสฺสา, อติเรกทสวสฺสา จ เถรา. อูนปญฺจวสฺสา นวา. ปญฺจวสฺสา, อติเรกปญฺจวสฺสา จ มชฺฌิมา. อฏฺฐึ กตฺวาติ อตฺตานํ เตน ปาติโมกฺเขน อตฺถิกํ กตฺวา, ตํ วา ปาติโมกฺขํ ‘‘อิทํ มยฺหํ ปาติโมกฺข’’นฺติ อตฺถึ กตฺวา. มนสิ กริตฺวาติ จิตฺเต ฐเปตฺวา. โสตทฺวารวเสนาติ โสตทฺวาริกชวนวิญฺญาณวเสน. สพฺพเจตสา สมนฺนาหรามาติ จิตฺตสฺส โถกมฺปิ พหิ คนฺตุํ อเทนฺตา สพฺเพน จิตฺเตน อาวชฺเชม, สลฺลกฺเขมาติ อตฺโถ. มนสิ กโรมาติ อาวชฺเชม, สมนฺนาหรามาติ อตฺโถ. โส จ โข มนสิกาโร น เอตฺถ อารมฺมณปฺปฏิปาทนลกฺขโณ, อถ โข วีถิปฺปฏิปาทนชวนปฺปฏิปาทนมนสิการปุพฺพกจิตฺเต ฐปนลกฺขโณติ อาห ‘‘เอกคฺคจิตฺตา หุตฺวา จิตฺเต ฐเปยฺยามา’’ติ. น สเมตีติ น สํคจฺฉติ. กสฺมา น สํคจฺฉตีติ อาห ‘‘สมคฺคสฺส หี’’ติอาทิ. กิญฺจ ภิยฺโยติ อาห ‘‘ปาติโมกฺขุทฺเทสโก จา’’ติอาทิ. สงฺฆปริยาปนฺโนติ สงฺเฆ ปริยาปนฺโน อนฺโตคโธ.
อิทานิ ตํ ทสฺเสตุนฺติ สมฺพนฺโธ. อายสฺมนฺโตติ สนฺนิปติตานํ ปิยวจเนน อาลปนํ.
อลชฺชิตาติ อลชฺชิตาย, อลชฺชนภาเวนาติ อตฺโถ. ตติยตฺเถ หิ อิทํ ปจฺจตฺตวจนํ. ‘‘อญฺญาณตา’’ติอาทีสุปิ เอเสว นโย. กุกฺกุจฺจปฺปกตตาติ กุกฺกุจฺเจน อภิภูตตาย. สติสมฺโมสาติ สติวิปฺปวาสโต. วีติกฺกมนฺติ สิกฺขาปทวีติกฺกมนํ.
สญฺจิจฺจาติ สญฺเจเตตฺวา, อกปฺปิยภาวํ ชานนฺโตเยว วีติกฺกมจิตฺตํ เปเสตฺวาติ อตฺโถ. ปริคูหตีติ นิคูหติ น เทเสติ น วุฏฺฐาติ. ลชฺชาย ปริคูหนฺโต อลชฺชี น โหติ, ‘‘กึ อิมินา’’ติ อนาทริเยน ปริคูหนฺโต อลชฺชี โหตีติ ทสฺเสติ. อคติคมนญฺจ คจฺฉตีติ ภณฺฑภาชนียฏฺฐานาทีสุ ฉนฺทาคติอาทิเภทํ อคติคมนญฺจ คจฺฉติ. อลชฺชิปุคฺคโลติ อชฺฌตฺติกสมุฏฺฐานลชฺชาวิรหิโต ปุคฺคโล. เอตฺถ จ ‘‘สญฺจิจฺจา’’ติ อิมินา อนาทริยวเสเนว อาปตฺตึ อาปชฺชนฺโต, อาปนฺนญฺจ อาปตฺตึ ปริคูหนฺโต, ภณฺฑภาชนียฏฺฐานาทีสุ อคติคมนํ คจฺฉนฺโต จ อลชฺชี โหติ, น อิตโรติ ทสฺเสติ.
มนฺโทติ มนฺทปญฺโญ, อปญฺญสฺเสเวตํ นามํ. โมมูโหติ อติสํมูโฬฺห. วิราเธตีติ น ราเธติ น สาเธติ. กุกฺกุจฺเจติ วินยสํสเย. กปฺปิยํ เจ กตฺตพฺพํ สิยาติ วินยธรํ ปุจฺฉิตฺวา เตน วตฺถุํ โอโลเกตฺวา มาติกํ, ปทภาชนํ, อนฺตราปตฺตึ, อนาปตฺติญฺจ โอโลเกตฺวา ‘‘กปฺปติ, อาวุโส, มา เอตฺถ กงฺขี’’ติ วุตฺเต กตฺตพฺพํ ภเวยฺย.
สหเสยฺยจีวรวิปฺปวาสาทีนีติ เอตฺถ สหเสยฺยา นาม อนุปสมฺปนฺเนน อุตฺตริทิรตฺตติรตฺตํ สหเสยฺยาปตฺติ, วิปฺปวาโส นาม เอกรตฺตฉารตฺตวเสน วิปฺปวาโส. อาทิสทฺเทน สตฺตาหาติกฺกมาทีสุ อาปตฺตึ สงฺคณฺหาติ. สตฺตนฺนํ อาปตฺติกฺขนฺธานนฺติ ปาราชิกสงฺฆาทิเสสถุลฺลจฺจยปาจิตฺติยปาฏิเทสนียทุกฺกฏทุพฺภาสิตสงฺขาตานํ สตฺตนฺนํ อาปตฺติกฺขนฺธานํ.
เทเสตุ วา ปกาเสตุ วาติ สงฺฆมชฺเฌ วา คณมชฺเฌ วา เอกปุคฺคเล วา เทเสตุ วา ปกาเสตุ วา. เอตฺถ จ ปาราชิกาปตฺติเทสนา นาม ภิกฺขุภาวสฺส ปริจฺจาโค. วุฏฺฐานํ ปน เทสนาวิเสสตฺตา ‘‘เทสนา’’ติ ทฏฺฐพฺพํ. ปกาเสตุ วาติ อาโรเจตุ วา.
เอวํ อนาปนฺนา วาติ เอวํ ฉนฺนํ อาการานํ อญฺญตเรน อนาปนฺนา วา. วุฏฺฐิตา วาติ ปริวาสาทินา วุฏฺฐิตา วา. อาโรจิตา วาติ อาวิกตา วา. อาโรเจนฺโต จ ‘‘ตุยฺหํ สนฺติเก เอกํ อาปตฺตึ อาวิกโรมี’’ติ วา ‘‘อาจิกฺขามี’’ติ วา ‘‘อาโรเจมี’’ติ วา ‘‘มม เอกํ อาปตฺตึ อาปนฺนภาวํ ชานาหี’’ติ วา วทตุ, ‘‘เอกํ ครุกํ อาปตฺตึ อาวิกโรมี’’ติ วา อาทินา นเยน วทตุ, สพฺเพหิปิ อากาเรหิ อาโรจิตาว โหติ. สเจ ปน ครุกาปตฺตึ อาวิกโรนฺโต ‘‘ลหุกาปตฺตึ อาวิกโรมี’’ติอาทินา นเยน วทติ, อนาวิกตา โหติ อาปตฺติ. วตฺถุํ อาโรเจติ, อาปตฺตึ อาโรเจติ, อุภยํ อาโรเจติ, ติวิเธนาปิ อาโรจิตาว โหติ. อสนฺติยา อาปตฺติยาติ ภาเวนภาวลกฺขเณ ภุมฺมํ. ตุณฺหีภาเวนาปิ หีติ เอตฺถ น เกวลํ ‘‘อาม, มยํ ปริสุทฺธา’’ติ วุตฺเตเยว, อถ โข ตุณฺหีภาเวนาปีติ อปิสทฺทสฺส อตฺโถ เวทิตพฺโพ.
กึ ตํ ยาวตติยานุสาวิตํ นาม, กถญฺเจตํ ยาวตติยานุสาวิตํ โหตีติ วิจารณายํ อาจริยานํ มติเภทมุเขน ตมตฺถํ ทสฺเสตุํ ‘‘ยาวตติยํ อนุสาวิตํ โหตีติ เอตฺถา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ ยเทตํ ติกฺขตฺตุํ อนุสาวิตนฺติ สมฺพนฺโธ. อตฺถพฺยญฺชนเภทโตติ อรียติ ญายตีติ อตฺโถ, อภิเธยฺยํ, พฺยญฺชียติ อตฺโถ อเนนาติ พฺยญฺชนํ, อกฺขรํ, อตฺโถ จ พฺยญฺชนญฺจ อตฺถพฺยญฺชนานิ, เตสํ เภโท อตฺถพฺยญฺชนเภโท, ตโต, อตฺถสฺส จ พฺยญฺชนสฺส จ วิสทิสตฺตาติ อตฺโถ.
อิทานิ ตเมวตฺถํ วิภาเวตุํ ‘‘อนุสาวนญฺหิ นามา’’ติอาทิมาห. หีติ การณตฺเถ นิปาโต. ตสฺส ปน ‘‘อภินฺน’’นฺติ อิมินา สมฺพนฺโธ เวทิตพฺโพ. เตนาติ ภินฺนตฺตา. อสฺสาติ ‘‘ยสฺส สิยา’’ติอาทิวจนตฺตยสฺส. อวสฺสญฺเจตเมวํ สมฺปฏิจฺฉิตพฺพํ, อญฺญถา อติปฺปสงฺโคปิ สิยาติ ทสฺเสตุํ ‘‘ยทิ เจต’’นฺติอาทิมาห. เอตนฺติ ‘‘ยสฺส สิยา’’ติอาทิวจนตฺตยํ. อปเร ‘‘อนุสาวิต’’นฺติ ปทํ น อตีตตฺถํ ทีเปติ, อถ โข อนาคตตฺถํ. ธาตฺวตฺถสมฺพนฺโธ กาลนฺตรวิหิโตปิ ปจฺจโย กาลนฺตเร สาธุ โหตีติ วิกปฺเปสุํ. เตนาห ‘‘อปเร ‘อนุสาวิต’นฺติ ปทสฺสา’’ติอาทิ. อุปริ อุทฺเทสาวสาเนติ ปาราชิกุทฺเทสาวสาเน. อตฺถยุตฺตีนํ อภาวโตติ อนาคตตฺถสฺส จ การณสฺส จ อภาวโต. อิทานิ ตเมว วิภาเวตุํ ‘‘อิทํ หี’’ติอาทิมาห. กถเมตํ วิญฺญายตีติ อาห ‘‘ยทิ จสฺสา’’ติอาทิ. อยนฺติ อนาคตกาโล. อนุสาวิตํ เหสฺสตีติ วเทยฺยาติ อนุปฺปโยคํ อนาคตกาลํ กตฺวา ‘‘อนุสาวิตํ เหสฺสตี’’ติ พุทฺโธ วเทยฺย. อยํ เหตฺถาธิปฺปาโย – ยทิ เจตฺถ ธาตฺวตฺถสมฺพนฺโธ ต-ปจฺจโย สิยา, ตถา สติ ธาตฺวตฺถสมฺพนฺโธ นาม วิเสสนวิเสสฺยภาโว, โส จ อนุปฺปโยคสฺส สมานตฺถภาเว สติ อุปฺปชฺชติ, นาสตีติ ‘‘เหสฺสตี’’ติ อนุปฺปโยคํ วเทยฺย, น จ วุตฺตํ. ตสฺมา อนาคตํ น ทีเปติ, อตีตกาลเมว ทีเปตีติ. อนุสาวิยมาเนติ วจนโตติ ‘‘อนุสาวิยมาเน’’ติ วตฺตมานกาลวจนโต. ยทิ เอวํ ‘‘ยาวตติยํ อนุสาวิตํ โหตี’’ติ กิมิทนฺติ อาห ‘‘ยาวตติย’’นฺติอาทิ. กึ เตน ลกฺขียติ, เยเนตํ ลกฺขณวจนมตฺตํ สิยาติ อาห ‘‘เตนา’’ติอาทิ. เตนาติ ลกฺขณวจนมตฺเตน เหตุนา.
ตเทตนฺติ ปาติโมกฺขํ. ตํ ปเนตนฺติ ‘‘ตตฺถายสฺมนฺเต ปุจฺฉามี’’ติอาทิกํ ยาวตติยานุสาวนํ. น ทิสฺสตีติ โนปลพฺภติ. อิมเมว จ อตฺถนฺติ อิมํ อเมฺหหิ วุตฺตเมวตฺถํ. ยทิ หิ ‘‘ยสฺส สิยา อาปตฺตี’’ติอาทิวจนตฺตยํ ยาวตติยานุสาวนํ สิยา, ตเทว อุโปสถกฺขนฺธเก (มหาว. ๑๓๒ อาทโย) วเทยฺย, น ปน ‘‘สกิมฺปิ อนุสาวิตํ โหตี’’ติอาทิกนฺติ อธิปฺปาโย. นนุ จายํ วินิจฺฉโย อฏฺฐกถาสุ น อาคโต, อถ กุโต ลทฺโธติ อาห ‘‘อยเมตฺถา’’ติอาทิ. วินยฏฺฐาเนสุ กตปริจยานํ อาจริยานํ ตํ ตํ อตฺถํ ญาเปนฺตี ปเวณิ อาจริยปรมฺปรา, ตาย อาภโต อานีโต อาจริยปรมฺปราภโต.