๗. สปฺปาณกวคฺโค

๑. สญฺจิจฺจสิกฺขาปทวณฺณนา

ปาจิตฺติยนฺติ อนฺตมโส มญฺจปีฐํ โสเธนฺโต มงฺคุลพีชเกปิ ปาณสญฺญี นิกฺการุณิกตาย ตํ ภินฺทนฺโต อปเนติ (ปาจิ. อฏฺฐ. ๓๘๒), ปาจิตฺติยํ. เตนาห ‘‘ตํ ขุทฺทกมฺปี’’ติอาทิ. อุปกฺกมมหนฺตตาย อกุสลํ มหนฺตํ โหตีติ พหุกฺขตฺตุํ ปวตฺตชวเนหิ ลทฺธาเสวนาย สนฺนิฏฺฐาปกเจตนาย วเสน ปโยคสฺส มหนฺตตฺตา อกุสลํ มหนฺตํ โหติ, มหาสาวชฺชํ โหตีติ อธิปฺปาโย.

สญฺจิจฺจสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๒. สปฺปาณกสิกฺขาปทวณฺณนา

เอตฺถ จ ปฏงฺคปาณกานํ ปตนํ ญตฺวาปิ สุทฺธจิตฺตตาย ปทีปุชฺชลเน วิย สปฺปาณกภาวํ ญตฺวาปิ อุทกสญฺญาย ปริภุญฺชิตพฺพโต ปณฺณตฺติวชฺชตา เวทิตพฺพา.

สปฺปาณกสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๓. อุกฺโกฏนสิกฺขาปทวณฺณนา

ตสฺส ตสฺส ภิกฺขุโนติ เยน เยน วูปสมิตํ, ตสฺส ตสฺส ภิกฺขุโน. ‘‘อกตํ กมฺม’’นฺติอาทีนิ วทนฺโตติ ‘‘อกตํ กมฺมํ, ทุกฺกฏํ กมฺมํ, ปุน กาตพฺพํ กมฺมํ, อนิหตํ ทุนฺนิหตํ ปุน นิหนิตพฺพ’’นฺติ (ปาจิ. ๓๙๔) วทนฺโต. ยถาฐิตภาเวน ปติฏฺฐาตุํ น ทเทยฺยาติ เตสํ ปวตฺติ อาการทสฺสนตฺถํ วุตฺตํ. เตนาห ‘‘ยํ ปน ธมฺเมน อธิกรณํ นิหตํ, ตํ สุนิหตเมวา’’ติ.

อุกฺโกฏนสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๔. ทุฏฺฐุลฺลสิกฺขาปทวณฺณนา

จตฺตาริ ปาราชิกานิ อตฺถุทฺธารวเสน ปทภาชนิยํ ทสฺสิตานีติ อาห ‘‘ทุฏฺฐุลฺลนฺติ สงฺฆาทิเสสํ อธิปฺเปต’’นฺติ. เยน เกนจิ อุปาเยนาติ ‘‘สามํ วา ชานาติ, อญฺเญ วา ตสฺส อาโรเจนฺติ, โส วา อาโรเจตี’’ติ (ปาจิ. ๓๙๙) วุตฺเตสุ เยน เกนจิ อุปาเยน. ปาจิตฺติยํ ธุรํ นิกฺขิตฺตมตฺเตเยวาติ อธิปฺปาโย. สเจ ปจฺฉาปิ อาโรเจติ, ธุรนิกฺเขปเน อาปตฺติโต น มุจฺจติ. เตนาห ‘‘สเจปี’’ติอาทิ. สมณสตมฺปิ อาปชฺชติเยวาติ สมณสตมฺปิ สุตฺวา ยทิ ฉาเทติ, ปาจิตฺติยํ อาปชฺชติเยวาติ อตฺโถ. เยนสฺส อาโรจิตนฺติ เยน ทุติเยน อสฺส ตติยสฺส อาโรจิตํ. ตสฺเสวาติ ตสฺส ทุติยสฺเสว. อาโรเจตีติ ปฏิจฺฉาทนตฺถเมว ‘‘มา กสฺสจิ อาโรเจสี’’ติ วทติ. โกฏิฉินฺนา โหตีติ (สารตฺถ. ฏี. ปาจิตฺติย ๓.๓๙๙) ยสฺมา ปฏิจฺฉาทนปจฺจยา อาปตฺตึ อาปชฺชิตฺวาว ทุติเยน ตติยสฺส อาโรจิตํ, ตสฺมา ตปฺปจฺจยา ปุน เตน อาปชฺชิตพฺพาปตฺติยา อภาวโต อาปตฺติยา โกฏิ ฉินฺนา นาม โหติ.

อาทิปเทติ ทุฏฺฐุลฺลาปตฺติสญฺญี, เวมติโก, อทุฏฺฐุลฺลาปตฺติสญฺญีติ อิเมสุ ตีสุ ‘‘ทุฏฺฐุลฺลาปตฺติสญฺญี ปฏิจฺฉาเทตี’’ติ (ปาจิ. ๔๐๐) อิมสฺมึ ปฐมปเท. อิตเรสุ ทฺวีสูติ ‘‘เวมติโก ปฏิจฺฉาเทติ, อทุฏฺฐุลฺลาปตฺติสญฺญี ปฏิจฺฉาเทตี’’ติ อิเมสุ ปเทสุ. อทุฏฺฐุลฺลายาติ อวเสสปญฺจาปตฺติกฺขนฺเธ. อนุปสมฺปนฺนสฺส ทุฏฺฐุลฺเล วา อทุฏฺฐุลฺเล วา อชฺฌาจาเรติ อนุปสมฺปนฺนสฺส ปุริมปญฺจสิกฺขาปทวีติกฺกมสงฺขาเต ทุฏฺฐุลฺเล วา อิตรสฺมึ อทุฏฺฐุลฺเล วา อชฺฌาจาเร. ยํ ปน สมนฺตปาสาทิกายํ ‘‘อนุปสมฺปนฺนสฺส สุกฺกวิสฏฺฐิ จ กายสํสคฺโค จาติ อยํ ทุฏฺฐุลฺลอชฺฌาจาโร นามา’’ติ (ปาจิ. อฏฺฐ. ๔๐๐) วุตฺตํ, ตํ ทุฏฺฐุลฺลาโรจนสิกฺขาปทฏฺฐกถาย (ปาจิ. อฏฺฐ. ๗๘ อาทโย) น สเมติ, น จาปิ เอวํ วตฺตุํ ยุชฺชติ ‘‘อาโรจเน อนุปสมฺปนฺนสฺส ทุฏฺฐุลฺลํ อญฺญถา อธิปฺเปตํ, ปฏิจฺฉาทเน อญฺญถา’’ติ (สารตฺถ. ฏี. ปาจิตฺติย ๔๐๐) วิเสสการณสฺสานุปลพฺภนโต, ตสฺมา ตํ อุปปริกฺขิตพฺพํ.

ทุฏฺฐุลฺลสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๕. อูนวีสติวสฺสสิกฺขาปทวณฺณนา

คพฺภวีโสปิ หิ ‘‘ปริปุณฺณวีโส’’ เตฺวว สงฺขํ คจฺฉตีติ อาห ‘‘ปฏิสนฺธิคฺคหณโต ปฏฺฐายา’’ติอาทิ. ตตฺถ ปฏิสนฺธิคฺคหณโต ปฏฺฐายาติ ยํ มาตุกุจฺฉิสฺมึ ปฐมํ จิตฺตํ อุปฺปนฺนํ ปฐมํ วิญฺญาณํ ปาตุภูตํ, ตํ อาทึ กตฺวา. โสติ โย ปุคฺคโล อูนวีสติวสฺโส อุปสมฺปาทิโต, โส ปุคฺคโล. อญฺญํ อุปสมฺปาเทตีติ อุปชฺฌาโย วา กมฺมวาจาจริโย วา หุตฺวา อญฺญํ ปุคฺคลํ อุปสมฺปาเทติ. ตนฺติ อูนวีสติวสฺสํ ปุคฺคลํ. สีมํ วา สมฺมนฺนตีติ นวํ สีมํ พนฺธติ.

อูนวีสติวสฺสสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๖. เถยฺยสตฺถสิกฺขาปทวณฺณนา

ราชานํ วา วญฺเจตฺวาติ ราชานํ เถเนตฺวา รญฺโญ สนฺตกํ กิญฺจิ คเหตฺวา, ‘‘อิทานิ ตสฺส น ทสฺสามา’’ติ มคฺคปฺปฏิปนฺนา อกตกมฺมา เจว กตกมฺมา จ โจราติ วุตฺตํ โหติ. เอส นโย สุงฺกํ ปริหริตุกามาติ เอตฺถาปิ.

กาลวิสงฺเกเตนาติ กาลสฺส วิสงฺเกเตน, ทิวสวิสงฺเกเตนาติ วุตฺตํ โหติ. มคฺควิสงฺเกเตน, ปน อฏวิวิสงฺเกเตน วา คจฺฉโต อาปตฺติเยว.

เถยฺยสตฺถสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๗. สํวิธานสิกฺขาปทวณฺณนา

มาตุคาเมนาติ อิตฺถิยา. เอกโตอุปสมฺปนฺนา, ปน สิกฺขมานา, สามเณรี จาติ อิมา ติสฺโสปิ อิธ สงฺคหํ คจฺฉนฺติ. อิมาสํ ปน ติสฺสนฺนํ สมโย รกฺขติ. อยเมตาสํ, มาตุคามสฺส จ วิเสโสติ เวทิตพฺพํ.

สํวิธานสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๘. อริฏฺฐสิกฺขาปทวณฺณนา

ตํตํสมฺปตฺติยา (สารตฺถ. ฏี. ปาจิตฺติย ๓.๔๑๗) วิพนฺธนวเสน สตฺตสนฺตานสฺส อนฺตเร เวมชฺเฌ เอติ อาคจฺฉตีติ อนฺตราโย, ทิฏฺฐธมฺมิกาทิอนตฺโถ, อนติกฺกมนตฺเถน ตสฺมึ อนฺตราเย นิยุตฺตา, อนฺตรายํ วา ผลํ อรหนฺติ, อนฺตรายสฺส วา กรณสีลาติ อนฺตรายิกา. เตนาห ‘‘สคฺคโมกฺขานํ อนฺตรายํ กโรนฺตีติ อนฺตรายิกา’’ติ (ม. นิ. อฏฺฐ. ๑.๒๓๔). เต กมฺมกิเลสวิปากอุปวาทปญฺญตฺติวีติกฺกมวเสน ปญฺจวิธาติ เอตฺถ จ ปญฺจานนฺตริยกมฺมํ กมฺมนฺตรายิกํ นาม, ตถา ภิกฺขุนิทูสกกมฺมํ. ตํ ปน โมกฺขสฺเสว อนฺตรายํ กโรติ, น สคฺคสฺส. นิยตมิจฺฉาทิฏฺฐิธมฺมา กิเลสนฺตรายิกา นาม. ปณฺฑกติรจฺฉานคตอุภโตพฺยญฺชนกานํ ปฏิสนฺธิธมฺมา วิปากนฺตรายิกา นาม. อริยูปวาทา อุปวาทนฺตรายิกา นาม. เต ปน ยาว อริเย น ขมาเปนฺติ, ตาวเทว, น ตโต ปรํ. สญฺจิจฺจ อาปนฺนา อาปตฺติโย ปญฺญตฺติวีติกฺกมนฺตรายิกา นาม. ตาปิ ยาว ภิกฺขุภาวํ วา ปฏิชานาติ, น วุฏฺฐาติ วา น เทเสติ วา, ตาวเทว, น ตโต ปรํ.

ตตฺรายํ (ม. นิ. อฏฺฐ. ๑.๒๓๔; ปาจิ. อฏฺฐ. ๔๑๗) อริฏฺโฐ ภิกฺขุ พหุสฺสุโต ธมฺมกถิโก เสสนฺตรายิเก ชานาติ, วินเย ปน อโกวิทตฺตา ปณฺณตฺติวีติกฺกมนฺตรายิเก น ชานาติ, ตสฺมา รโหคโต เอวํ จินฺเตสิ ‘‘อิเม อาคาริกา ปญฺจ กามคุเณ ปริภุญฺชนฺตา โสตาปนฺนาปิ สกทาคามิโนปิ อนาคามิโนปิ โหนฺติ, ภิกฺขูปิ มนาปิกานิ จกฺขุวิญฺเญยฺยานิ รูปานิ ปสฺสนฺติ…เป… กายวิญฺเญยฺเย โผฏฺฐพฺเพ ผุสนฺติ, มุทุกานิ อตฺถรณปาวุรณาทีนิ ปริภุญฺชนฺติ, เอตํ สพฺพํ วฏฺฏติ. กสฺมา? อิตฺถิรูปา…เป… อิตฺถิโผฏฺฐพฺพา เอว น วฏฺฏนฺติ, เอเตปิ วฏฺฏนฺตี’’ติ เอวํ รเสน รสํ สํสนฺทิตฺวา สจฺฉนฺทราคปริโภคญฺจ นิจฺฉนฺทราคปริโภคญฺจ เอกํ กตฺวา ถูลวาเกหิ สทฺธึ อติสุขุมสุตฺตํ ฆเฏนฺโต วิย, สาสเปน สทฺธึ สิเนรุํ อุปสํหรนฺโต วิย จ ปาปกํ ทิฏฺฐิคตํ อุปฺปาเทตฺวา ‘‘กึ ภควตา มหาสมุทฺทํ พนฺธนฺเตน วิย มหตา อุสฺสาเหน ปฐมปาราชิกํ ปญฺญตฺตํ, นตฺถิ เอตฺถ โทโส’’ติ สพฺพญฺญุตญฺญาเณน สทฺธึ ปฏิวิรุชฺฌนฺโต ภพฺพปุคฺคลานํ อาสํ ฉินฺทนฺโต ชินสฺส อาณาจกฺเก ปหารมทาสิ. เตนาห ‘‘เตสู’’ติอาทิ.

ตตฺถ เตสูติ ยถาวุตฺเตสุ อนฺตราเยสุ. อฏฺฐิกงฺกลูปมา กามาติ เอตฺถ อฏฺฐิกงฺกลํ (สารตฺถ. ฏี. ปาจิตฺติย ๓.๔๑๗) นาม อุรฏฺฐิ วา ปิฏฺฐิกณฺฏกํ วา สีสฏฺฐิ วา. ตญฺหิ นิมฺมํสตฺตา ‘‘กงฺกล’’นฺติ วุจฺจติ. วิคตมํสาย หิ อฏฺฐิสงฺขลิกาย เอกฏฺฐิมฺหิ วา กงฺกลสทฺโท นิรุโฬฺห, ตํสทิสา กามา อปฺปสฺสาทฏฺเฐนาติ อตฺโถ. อาทิสทฺเทน ‘‘มํสเปสูปมา กามา, ติณุกฺกูปมา กามา, องฺคารกาสูปมา กามา, สุปินกูปมา กามา, ยาจิตกูปมา กามา, รุกฺขผลูปมา กามา, อสิสูนูปมา กามา, สตฺติสูลูปมา กามา, สปฺปสิรูปมา กามา’’ติ (ม. นิ. ๑.๒๓๔, ๒๓๖; ๒.๔๓-๔๘; ปาจิ. ๔๑๗; จูฬว. ๖๕) เอเตสํ คหณํ.

ตตฺถ มํสเปสูปมา กามา (ปาจิ. อฏฺฐ. ๔๑๗) พหุสาธารณฏฺเฐน. ติณุกฺกูปมา กามา อนุทหนฏฺเฐน. องฺคารกาสูปมา กามา มหาภิตาปนฏฺเฐน. สุปินกูปมา กามา อิตฺตรปจฺจุปฏฺฐานฏฺเฐน. ยาจิตกูปมา กามา ตาวกาลิกฏฺเฐน. รุกฺขผลูปมา กามา สพฺพงฺคปจฺจงฺคปลิภญฺชนฏฺเฐน. อสิสูนูปมา อธิกุฏฺฏนฏฺเฐน. สตฺติสูลูปมา วินิวิชฺฌนฏฺเฐน. สปฺปสิรูปมา สาสงฺกสปฺปฏิภยฏฺเฐน.

ตเถวาติ ‘‘มา อายสฺมา’’ติอาทีหิ. อิตเรสนฺติ โส สงฺฆมชฺฌํ อากฑฺฒิตฺวา เยหิ ‘‘มา อายสฺมา’’ติอาทินา วุตฺโต, ตตฺถ เตหิ อญฺเญสํ สุตานํ ภิกฺขูนํ. ญตฺติจตุตฺเถน กมฺเมนาติ ‘‘สุณาตุ เม, ภนฺเต, สงฺโฆ, อิตฺถนฺนามสฺส ภิกฺขุโน เอวรูปํ ปาปกํ ทิฏฺฐิคตํ อุปฺปนฺน’’นฺติอาทินา (ปาจิ. ๔๒๐) ปทภาชนิยํ วุตฺเตน ญตฺติจตุตฺเถน กมฺเมน.

อริฏฺฐสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๙. อุกฺขิตฺตสมฺโภคสิกฺขาปทวณฺณนา

อกตานุธมฺเมนาติ อุกฺขิปิตฺวา อโนสาริเตน. เตนาห ‘‘อนุธมฺโม วุจฺจตี’’ติอาทิ. เอตฺถ อนุธมฺโมติ โอสารณา วุจฺจตีติ สมฺพนฺโธ. อุกฺเขปนียกมฺมสฺสานุรูโป, ปจฺฉา กตฺตพฺโพ วา ธมฺโมติ อนุธมฺโม. อนุโลมวตฺตํ ทิสฺวาติ ‘‘น อุปสมฺปาเทตพฺพํ, น นิสฺสโย ทาตพฺโพ’’ติอาทิกํ (จูฬว. ๗๐) อฏฺฐารสวิธํ วตฺตํ ทิสฺวา, เอเตสุ อฏฺฐารสสุ อนุโลมวตฺเตสุ วตฺตนฺตํ ทิสฺวาติ อธิปฺปาโย. อามิสสมฺโภคํ วา ธมฺมสมฺโภคํ วาติ เอตฺถ ยํ กิญฺจิ อามิสสฺส ทานํ, ปฏิคฺคหณญฺจ อามิสสมฺโภโค. ธมฺมสฺส อุทฺทิสนํ, อุทฺทิสาปนญฺจ ธมฺมสมฺโภโค. สํวเสยฺยาติ ‘‘อุโปสถํ วา ปวารณํ วา สงฺฆกมฺมํ วา’’ติ (ปาจิ. ๔๒๕) เอวํ ปทภาชนิยํ วุตฺตํ ติวิธํ สํวาสํ กเรยฺย. ยสฺมา ปเนตฺถ อุโปสถปวารณาปิ สงฺเฆหิเยว กาตพฺพตฺตา สงฺฆกมฺมานิเยว โหนฺติ, ตสฺมา ‘‘อุโปสถาทิกํ สงฺฆกมฺมํ กเรยฺยา’’ติ วุตฺตํ. ปโยเค ปโยเคติ ทาเน ทาเน, คหเณ คหเณ จาติ อตฺโถ.

ปณฺณตฺตึ อชานนฺเตน อรหตาปิ กิริยาพฺยากตจิตฺเตน อาปชฺชิตพฺพตฺตา ‘‘ติจิตฺต’’นฺติ วุตฺตํ.

อุกฺขิตฺตสมฺโภคสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๑๐. กณฺฏกสิกฺขาปทวณฺณนา

ปิเรติ (สารตฺถ. ฏี. ปาจิตฺติย ๓.๔๒๘) นิปาตปทํ สมฺโพธเน วตฺตมานํ ปรสทฺเทน สมานตฺถํ วทนฺตีติ อาห ‘‘ปร อมามกา’’ติ, อมฺหากํ อนชฺฌตฺติกภูตาติ อตฺโถ. ปิเรติ วา ‘‘ปรโต’’ติ อิมินา สมานตฺถํ นิปาตปทํ, ตสฺมา จร ปิเรติ ปรโต คจฺฉ, มา อิธ ติฏฺฐาติ เอวเมตฺถ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ.

กณฺฏกสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

สปฺปาณกวคฺโค สตฺตโม.