๘. สหธมฺมิกวคฺโค

๑. สหธมฺมิกสิกฺขาปทวณฺณนา

สหธมฺมิกํ วุจฺจมาโนติ สหธมฺมิเกน วุจฺจมาโน. กรณตฺเถ เจตํ อุปโยควจนํ. ‘‘ปญฺจหิ สหธมฺมิเกหิ สิกฺขิตพฺพตฺตา, เตสํ วา สนฺตกตฺตา ‘สหธมฺมิก’นฺติ ลทฺธนาเมน พุทฺธปญฺญตฺเตน สิกฺขาปเทน วุจฺจมาโนติ อตฺโถ’’ติ (กงฺขา. อฏฺฐ. ทุพฺพจสิกฺขาปทวณฺณนา; ปารา. อฏฺฐ. ๒.๔๒๕-๔๒๖) ทุพฺพจสิกฺขาปเท วุตฺตตฺตา ‘‘สหธมฺมิกํ วุจฺจมาโนติ อิมสฺสตฺโถ ทุพฺพจสิกฺขาปเท วุตฺโต’’ติ วุตฺตํ. อนาทริยภยาติ อนาทรกรเณ ภยา, ตตฺถ ปาจิตฺติยภยาติ อตฺโถ. เลเสน เอวํ วทนฺตสฺสาติ อุชุกํ ‘‘น สิกฺขิสฺสามี’’ติ อวตฺวา ‘‘ยาว น อญฺญํ ภิกฺขุ’’นฺติอาทินา เลเสน วทนฺตสฺส.

สหธมฺมิกสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๒. วิเลขนสิกฺขาปทวณฺณนา

ขุทฺทเกหิ จ อนุขุทฺทเกหิ จาติ สงฺฆาทิเสสาทีหิ ขุทฺทเกหิ เจว ถุลฺลจฺจยาทีหิ อนุขุทฺทเกหิ จ. ฐเปตฺวา หิ จตฺตาริ ปาราชิกานิ อวเสสานิ สพฺพานิ สิกฺขาปทานิ ปริยาเยน ขุทฺทกานิ เจว โหนฺติ อนุขุทฺทกานิ จ. วุตฺตเญฺหตํ ปญฺจสติกกฺขนฺธเก (จูฬว. ๔๔๑) –

‘‘กตมานิ ปน, ภนฺเต, ขุทฺทานุขุทฺทกานิ สิกฺขาปทานีติ? เอกจฺเจ เถรา เอวมาหํสุ – ‘จตฺตาริ ปาราชิกานิ ฐเปตฺวา อวเสสานิ ขุทฺทานุขุทฺทกานิ สิกฺขาปทานี’ติ. เอกจฺเจ เถรา เอวมาหํสุ – ‘จตฺตาริ ปาราชิกานิ ฐเปตฺวา เตรส สงฺฆาทิเสเส ฐเปตฺวา อวเสสานิ ขุทฺทานุขุทฺทกานิ สิกฺขาปทานี’ติ. เอกจฺเจ เถรา เอวมาหํสุ – ‘จตฺตาริ ปาราชิกานิ ฐเปตฺวา เตรส สงฺฆาทิเสเส ฐเปตฺวา เทฺว อนิยเต ฐเปตฺวา อวเสสานิ ขุทฺทานุขุทฺทกานิ สิกฺขาปทานี’ติ. เอกจฺเจ เถรา เอวมาหํสุ – ‘‘จตฺตาริ ปาราชิกานิ ฐเปตฺวา เตรส สงฺฆาทิเสเส ฐเปตฺวา เทฺว อนิยเต ฐเปตฺวา ตึส นิสฺสคฺคิเย ปาจิตฺติเย ฐเปตฺวา อวเสสานิ ขุทฺทานุขุทฺทกานิ สิกฺขาปทานี’ติ. เอกจฺเจ เถรา เอวมาหํสุ – ‘จตฺตาริ ปาราชิกานิ ฐเปตฺวา เตรส สงฺฆาทิเสเส ฐเปตฺวา เทฺว อนิยเต ฐเปตฺวา ตึส นิสฺสคฺคิเย ปาจิตฺติเย ฐเปตฺวา เทฺวนวุติปาจิตฺติเย ฐเปตฺวา อวเสสานิ ขุทฺทานุขุทฺทกานิ สิกฺขาปทานี’ติ. เอกจฺเจ เถรา เอวมาหํสุ ‘จตฺตาริ ปาราชิกานิ ฐเปตฺวา เตรส สงฺฆาทิเสเส ฐเปตฺวา เทฺว อนิยเต ฐเปตฺวา ตึส นิสฺสคฺคิเย ปาจิตฺติเย ฐเปตฺวา เทฺวนวุติปาจิตฺติเย ฐเปตฺวา จตฺตาโร ปาฏิเทสนีเย ฐเปตฺวา อวเสสานิ ขุทฺทานุขุทฺทกานิ สิกฺขาปทานี’’’ติ.

ยํ ปน นาคเสนตฺเถเรน มิลินฺทรญฺญา ปุฏฺเฐน วุตฺตํ ‘‘ทุกฺกฏํ, มหาราช, ขุทฺทกํ สิกฺขาปทํ, ทุพฺภาสิตํ อนุขุทฺทก’’นฺติ (มิ. ป. ๔.๒.๑), ตตฺถ อนฺติมโกฏฺฐาสเมว คเหตฺวา วุตฺตํ. ตํ วาทปโถปจฺเฉทนตฺถนฺติ ทฏฺฐพฺพํ.

สํวตฺตนมริยาทปริจฺเฉทวจนนฺติ สํวตฺตนสฺส มริยาทา อวธิ สํวตฺตนมริยาทา, ตาย นิยมวเสน โย ปริจฺเฉโท, ตสฺส วจนํ สํวตฺตนมริยาทปริจฺเฉทวจนํ. อิทานิ ตํ มริยาทํ วิวริตฺวา ทสฺเสตุํ ‘‘อิทํ วุตฺตํ โหตี’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ อุทฺทิสนฺตีติ อาจริยา อตฺตโน รุจิยา อุทฺทิสนฺติ. อุทฺทิสาเปนฺตีติ อาจริยํ ยาจิตฺวา อนฺเตวาสิกา อุทฺทิสาเปนฺติ. สชฺฌายนฺตีติ ธาเรนฺติ. กุกฺกุจฺจวิปฺปฏิสาโรติ กุกฺกุจฺจสงฺขาโต วิปฺปฏิสาโร. วิเหสาวิจิกิจฺฉามโนวิเลขาติ วิเหสาวิจิกิจฺฉาสงฺขาตา มโนวิเลขา. ครหเณติ นินฺทเน.

อนุปสมฺปนฺนสฺส วิวณฺณเนติ อนุปสมฺปนฺนสฺส สนฺติเก นินฺทโต ตสฺส ตสฺมึ วิมตึ อุปฺปาเทตุํ วินยวิวณฺณเน.

วิเลขนสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๓. โมหนสิกฺขาปทวณฺณนา

ตสฺมึ อนาจาเรติ ตสฺมึ อนาจาเร อาจิณฺเณ. โมกฺโข นตฺถีติ ตสฺสา อาปตฺติยา โมกฺโข นตฺถิ. ตสฺส เตติ ตสฺส ตว. อลาภาติ เย อญฺเญสํ ปาติโมกฺเข อุทฺทิสฺสมาเน สาธุกํ อฏฺฐึ กตฺวา มนสิกรณสฺส อานิสํสสญฺญิตา ทิฏฺฐธมฺมิกสมฺปรายิกา จ ลาภา อิจฺฉิตพฺพา, เต สพฺเพ ตุยฺหํ อลาภา เอว โหนฺติ. ทุลฺลทฺธนฺติ ปุญฺญวิเสเสน ลทฺธมฺปิ มนุสฺสตฺตํ ทุลฺลทฺธํ. สาธุกนฺติ สุฏฺฐุ. อฏฺฐึ กตฺวาติ อตฺถิกภาวํ กตฺวา, อตฺถิโก หุตฺวาติ วุตฺตํ โหติ. ญตฺติทุติเยน กมฺเมนาติ ‘‘สุณาตุ เม, ภนฺเต, สงฺโฆ’’ติอาทินา (ปาจิ. ๔๔๖) ปทภาชนิยํ วุตฺเตน โมหาโรปนเกน ญตฺติทุติเยน กมฺเมน.

อธมฺมกมฺเมติ เอตฺถ โมหาโรปนกมฺมํ อธิปฺเปตํ.

โมหนสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๔. ปหารสิกฺขาปทวณฺณนา

ปหารํ ทเทยฺยาติ อนฺตมโส อุปฺปลปตฺตํ อุปาทาย กายกายปฺปฏิพทฺธนิสฺสคฺคิยานํ อญฺญตเรน ปหารํ ทเทยฺย. เอวํ ปน ปหาเร ทินฺเน หตฺโถ วา ภิชฺชตุ, ปาโท วา สีสํ วา, มรตุ วา, ปาจิตฺติยเมว. เตนาห ‘‘ปหริตุกามตายา’’ติอาทิ.

อนุปสมฺปนฺเนติ คหฏฺเฐ วา ปพฺพชิเต วา อิตฺถิยา วา ปุริเส วา อนฺตมโส ติรจฺฉานคเตปิ. สเจ ปน รตฺตจิตฺโต อิตฺถึ ปหรติ, สงฺฆาทิเสโส. เกนจิ วิเหฐิยมานสฺสาติ มนุสฺเสน วา ติรจฺฉานคเตน วา วิเหฐิยมานสฺส. โมกฺขาธิปฺปายสฺสาติ ตโต อตฺตโน โมกฺขํ ปตฺถยมานสฺส. สเจปิ อนฺตรามคฺเค (ปาจิ. อฏฺฐ. ๔๕๓) โจรํ วา ปจฺจตฺถิกํ วา วิเหเฐตุกามํ ทิสฺวา ‘‘อุปาสก, เอตฺเถว ติฏฺฐ, มา อาคมิตฺถา’’ติ วตฺวา วจนํ อนาทิยิตฺวา อาคจฺฉนฺตํ ‘‘คจฺฉ เร’’ติ มุคฺคเรน วา สตฺถเกน วา ปหริตฺวา ยาติ, โส เจ เตน ปหาเรน มรติ, อนาปตฺติเยว. วาฬมิเคสุปิ เอเสว นโย.

ปหารสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๕. ตลสตฺติกสิกฺขาปทวณฺณนา

ตลสตฺติกนฺติ ตลเมว ตลสตฺติกํ. ‘‘โปถนสมตฺถฏฺเฐน สตฺติก’’นฺติ (วชิร. ฏี. ปาจิตฺติย ๔๕๖) เอเก. อุจฺจาเรยฺยาติ อุกฺขิเปยฺย. นปหริตุกามตาย ทินฺนตฺตา ทุกฺกฏนฺติ เอตฺถ ปหริตุกามตาย ปหริเต ปุริมสิกฺขาปเทน ปาจิตฺติยํ. อุจฺจาเรตุกามตาย เกวลํ อุคฺคิรณมตฺเต กเต อิมินา ปาจิตฺติยํ. อิมินา ปน วิรชฺฌิตฺวา ปหาโร ทินฺโน, ตสฺมา ทุกฺกฏํ. เอตฺถ ปน ‘‘ติรจฺฉานคตาทีนํ อสุจิกรณาทีนิ ทิสฺวา กุชฺฌิตฺวาปิ อุคฺคิรนฺตสฺส โมกฺขาธิปฺปาโยเยวา’’ติ (สารตฺถ. ฏี. ปาจิตฺติย ๓.๔๗๑) วทนฺติ.

ตลสตฺติกสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๖. อมูลกสิกฺขาปทวณฺณนา

ฉฏฺฐสิกฺขาปทํ อุตฺตานเมว.

อมูลกสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๗. สญฺจิจฺจสิกฺขาปทวณฺณนา

กุกฺกุจฺจํ อุปฺปาเทนฺตสฺสาติ (วชิร. ฏี. ปาจิตฺติย ๔๖๘) สํสยํ ชเนนฺตสฺส. ปโร กุกฺกุจฺจํ อุปฺปาเทตุ วา, มา วา, ตํ อปฺปมาณํ. มญฺเญติ ตกฺกยามิ. อาทิสทฺเทน ‘‘วิกาเล มญฺเญ ตยา ภุตฺตํ, มชฺชํ มญฺเญ ตยา ปีตํ, มาตุคาเมน สทฺธึ รโห มญฺเญ ตยา นิสินฺน’’นฺติอาทีนํ (ปาจิ. ๔๖๖) คหณํ. อนุปสมฺปนฺเนติ สามเณเร.

สญฺจิจฺจสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๘. อุปสฺสุติสิกฺขาปทวณฺณนา

สุยฺยตีติ สุติ, สทฺโท, สุติยา สมีปํ อุปสฺสุตีติ อาห ‘‘สุติสมีป’’นฺติ, สทฺทสมีปนฺติ อตฺโถ. ยตฺถ ปน ฐิเตน สกฺกา โหติ สทฺทํ โสตุํ, ตตฺถ ติฏฺฐนฺโต สทฺทสมีเป ติฏฺฐติ นามาติ อาห ‘‘ยตฺถ ฐตฺวา’’ติอาทิ. อถ วา อุเปจฺจ สุยฺยติ เอตฺถาติ อุปสฺสุติ, ฐานํ, ยํ ฐานํ อุปคเตน สกฺกา โหติ กเถนฺตานํ สทฺทํ โสตุํ, ตตฺถาติ เอวมฺเปตฺถ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. ตุริตคมเนปีติ ปจฺฉโต คจฺฉนฺตสฺส ปุรโต คจฺฉนฺตานํ สทฺทสวนตฺถํ สีฆคมเนปิ. โอหียมาเนปีติ ปุรโต คจฺฉนฺตสฺส ปจฺฉโต คจฺฉนฺตานํ วจนสวนตฺถํ โอหียมาเนปิ.

วูปสมิสฺสามีติ อุปสมํ คมิสฺสามิ, กลหํ น กริสฺสามิ. อตฺตานํ ปริโมเจสฺสามีติ มม อการกภาวํ กเถตฺวา อตฺตานํ ปริโมเจสฺสามิ. สิยา กิริยนฺติ กทาจิ โสตุกามตาย คมนวเสน สมุฏฺฐานโต สิยา กิริยํ. สิยา อกิริยนฺติ กทาจิ ฐิตฏฺฐานํ อาคนฺตฺวา มนฺตยมานานํ อชานาปนวเสน สมุฏฺฐานโต สิยา อกิริยํ.

อุปสฺสุติสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๙. กมฺมปฺปฏิพาหนสิกฺขาปทวณฺณนา

ธมฺมิกานนฺติ ธมฺเมน วินเยน สตฺถุสาสเนน กตตฺตา ธมฺโม เอเตสุ อตฺถีติ ธมฺมิกานิ, เตสํ ธมฺมิกานํ. กมฺมานนฺติ จตุนฺนํ สงฺฆกมฺมานํ. เตนาห ‘‘ธมฺเมนา’’ติอาทิ. ตตฺถ ธมฺเมนาติ ภูเตน วตฺถุนา. วินเยนาติ โจทนาย เจว สารณาย จ. สตฺถุสาสเนนาติ ญตฺติสมฺปทาย เจว อนุสฺสวนาสมฺปทาย จ. สมคฺคสฺส สงฺฆสฺสาติ สีมฏฺฐกสงฺฆํ โสเธตฺวา ฉนฺทารหานํ ฉนฺทํ อาหริตฺวา กตฺตพฺพตฺตา กาเยน เจว จิตฺเตน จ เอกีภูตสฺส สงฺฆสฺส. ตํ ตํ วตฺถุนฺติ อวณฺณภณนาทึ ตํ ตํ วตฺถุ.

โอสาเรนฺติ สงฺฆมชฺฌํ เอเตนาติ โอสารณํ. นิสฺสาเรนฺติ สงฺฆมฺหา เอเตนาติ นิสฺสารณํ. ภณฺฑุกมฺมนฺติ มุณฺฑกรณํ, เกสจฺเฉทนาปุจฺฉนนฺติ อตฺโถ. กมฺมเมว ลกฺขณํ กมฺมลกฺขณํ. โอสารณาทโย วิย กมฺมญฺจ หุตฺวา อญฺญญฺจ นามํ น ลภติ, กมฺมเมว หุตฺวา ลกฺขียตีติ กมฺมลกฺขณนฺติ อตฺโถ. ‘‘โอสารณํ นิสฺสารณ’’นฺติ (ปริ. อฏฺฐ. ๔๙๕-๔๙๖) เจตฺถ ปทสิลิฏฺฐตาเยตํ วุตฺตํ. ปฐมํ ปน นิสฺสารณา โหติ, ปจฺฉา โอสารณาติ อาห ‘‘ตตฺถ กณฺฏกสามเณรสฺสา’’ติอาทิ. กณฺฏกสามเณรสฺส นาสนา วิย นิสฺสารณาติ ยถา กณฺฏกสามเณรสฺส ทณฺฑกมฺมนาสนา นิสฺสารณา, ตถา พุทฺธสฺส วา ธมฺมสฺส วา สงฺฆสฺส วา อวณฺณํ ภณโต, อกปฺปิยํ ‘‘กปฺปิย’’นฺติ ทีปยโต, มิจฺฉาทิฏฺฐิกสฺส อนฺตคฺคาหิกาย ทิฏฺฐิยา สมนฺนาคตสฺส อญฺญสฺสาปิ สามเณรสฺส –

‘‘สงฺฆํ, ภนฺเต, ปุจฺฉามิ ‘อยํ อิตฺถนฺนาโม สามเณโร พุทฺธสฺส วา ธมฺมสฺส วา สงฺฆสฺส วา อวณฺณวาที มิจฺฉาทิฏฺฐิโก, ยํ อญฺเญ สามเณรา ลภนฺติ ทิรตฺตติรตฺตํ ภิกฺขูหิ สทฺธึ สหเสยฺยํ, ตสฺส อลาภาย นิสฺสารณา รุจฺจติ สงฺฆสฺสา’ติ. ทุติยมฺปิ…เป… ตติยมฺปิ, ภนฺเต, สงฺฆํ ปุจฺฉามิ ‘อยํ อิตฺถนฺนาโม สามเณโร…เป… รุจฺจติ สงฺฆสฺสา’ติ, จร ปิเร วินสฺสา’’ติ (ปริ. อฏฺฐ. ๔๙๕-๔๙๖) –

กตฺตพฺพนาสนา นิสฺสารณาติ อตฺโถ. ตาทิสํเยว สมฺมาวตฺตนฺตํ ทิสฺวา ปเวสนา โอสารณาติ ตาทิสํเยว อปเรน สมเยน ‘‘อหํ, ภนฺเต, พาลตาย อญฺญาณตาย อลกฺขิกตาย เอวํ อกาสึ, สฺวาหํ สงฺฆํ ขมาเปมี’’ติ ขมาเปนฺตํ ทิสฺวา ยาวตติยํ ยาจาเปตฺวา –

‘‘สงฺฆํ, ภนฺเต, ปุจฺฉามิ ‘อยํ อิตฺถนฺนาโม สามเณโร พุทฺธสฺส วา ธมฺมสฺส วา สงฺฆสฺส วา อวณฺณวาที มิจฺฉาทิฏฺฐิโก, ยํ อญฺเญ สามเณรา ลภนฺติ ภิกฺขูหิ สทฺธึ ทิรตฺตติรตฺตํ สหเสยฺยํ, ตสฺส อลาภาย นิสฺสาริโต, สฺวายํ อิทานิ โสรโต นิวาตวุตฺติ ลชฺชิธมฺมํ โอกฺกนฺโต หิโรตฺตปฺเป ปติฏฺฐิโต กตทณฺฑกมฺโม อจฺจยํ เทเสติ, อิมสฺส สามเณรสฺส ยถา ปุเร กายสมฺโภคสามคฺคิทานํ รุจฺจติ สงฺฆสฺสา’ติ. ทุติยมฺปิ…เป… ตติยมฺปิ, ภนฺเต, สงฺฆํ ปุจฺฉามิ…เป… รุจฺจติ สงฺฆสฺสา’’ติ (ปริ. อฏฺฐ. ๔๙๕-๔๙๖) –

ปเวสนา โอสารณาติ อตฺโถ.

เกสจฺเฉทนาปุจฺฉนนฺติ สีมาปริยาปนฺเน ภิกฺขู สนฺนิปาตาเปตฺวา ปพฺพชฺชาเปกฺขํ ตตฺถ เนตฺวา ‘‘สงฺฆํ, ภนฺเต, อิมสฺส ทารกสฺส ภณฺฑุกมฺมํ อาปุจฺฉามี’’ติ ติกฺขตฺตุํ วา ทฺวิกฺขตฺตุํ วา สกึ วา วจนํ. อิธ จ ‘‘อิมสฺส ทารกสฺส ภณฺฑุกมฺมํ อาปุจฺฉามา’’ติปิ ‘‘อิมสฺส สมณกรณํ อาปุจฺฉามา’’ติปิ ‘‘อิมสฺส ปพฺพาชนํ อาปุจฺฉามา’’ติปิ ‘‘อยํ สมโณ โหตุกาโม’’ติปิ ‘‘อยํ ปพฺพชิตุกาโม’’ติปิ วตฺตุํ วฏฺฏติเยว.

มุขรสฺสาติ มุเขน ขรสฺส. ยํ อวนฺทิยกมฺมํ อนุญฺญาตนฺติ สมฺพนฺโธ. อูรุํ วิวริตฺวา ทสฺสนาทิวตฺถูสูติ –

‘‘เตน โข ปน สมเยน ฉพฺพคฺคิยา ภิกฺขู ภิกฺขุนิโย กทฺทโมทเกน โอสิญฺจนฺติ ‘อปฺเปว นาม อเมฺหสุ สารชฺเชยฺยุ’นฺติ, กายํ วิวริตฺวา ภิกฺขุนีนํ ทสฺเสนฺติ, อูรุํ วิวริตฺวา ภิกฺขุนีนํ ทสฺเสนฺติ, องฺคชาตํ วิวริตฺวา ภิกฺขุนีนํ ทสฺเสนฺติ, ภิกฺขุนิโย โอภาเสนฺติ, ภิกฺขุนีหิ สทฺธึ สมฺปโยเชนฺติ ‘อปฺเปว นาม อเมฺหสุ สารชฺเชยฺยุ’’’นฺติ (จูฬว. ๔๑๑) –

อิเมสุ วตฺถูสุ.

อจฺฉินฺนจีวรกาทีนนฺติ อจฺฉินฺนจีวรชิณฺณจีวรนฏฺฐจีวรคิลานพหุสฺสุตสงฺฆภารนิตฺถรกาทีนํ. จีวราทีนีติ จีวรเภสชฺชเสนาสนาทีนิ. ปริภุญฺชิตพฺพานีติ ปริภุญฺชิตพฺพานิ มูลตจปตฺตองฺกุรปุปฺผผลาทีนิ. อปเนตพฺพานิปิ วตฺถูนีติ อาวาสกรณาทิอตฺถํ หริตพฺพานิปิ ฉายูปคผลูปครุกฺขาทีนิ. ตถารูปํ วา ธมฺมิกํ กติกํ กโรนฺเตหีติ จีวรปิณฺฑปาตตฺถาย ทินฺนโต อาวาสชคฺคนาทิกํ ตาทิสํ วา อญฺญมฺปิ ธมฺมิกํ กติกํ กโรนฺเตหิ.

เนว สุตฺตํ อาคจฺฉตีติ น มาติกา อาคจฺฉติ. โน สุตฺตวิภงฺโคติ วินโยปิ น ปคุโณ. พฺยญฺชนจฺฉายาย อตฺถํ ปฏิพาหตีติ (จูฬว. อฏฺฐ. ๒๓๓) พฺยญฺชนมตฺตเมว คเหตฺวา อตฺถํ ปฏิเสเธติ. ชาตรูปรชตเขตฺตวตฺถุปฺปฏิคฺคหณาทีสุ วินยธเรหิ ภิกฺขูหิ อาปตฺติยา การิยมาเน ทิสฺวา ‘‘กึ อิเม อาปตฺติยา กาเรถ, นนุ ‘ชาตรูปรชตปฺปฏิคฺคหณา ปฏิวิรโต โหตี’ติ (ที. นิ. ๑.๑๐, ๑๙๔) เอวํ สุตฺเต ปฏิวิรติมตฺตเมว วุตฺตํ, นตฺถิ เอตฺถ อาปตฺตี’’ติ วทติ. อปโร ธมฺมกถิโก สุตฺตสฺส อาคตตฺตา โอลมฺเพตฺวา นิวาเสนฺตานํ อาปตฺติยา อาโรปิยมานาย ‘‘กึ อิเมสํ อาปตฺตึ อาโรเปถ, นนุ ‘ปริมณฺฑลํ นิวาเสสฺสามีติ สิกฺขา กรณียา’ติ (ปาจิ. ๕๗๖) เอวํ สิกฺขากรณมตฺตเมว วุตฺตํ, นตฺถิ เอตฺถ อาปตฺตี’’ติ วทติ. อุพฺพาหิก วินิจฺฉเยติ สมถกฺขนฺธเก วุตฺตอุพฺพาหิกวินิจฺฉเย ‘‘สีลวา โหตี’’ติอาทิกาย หิ ทสงฺคสมฺปตฺติยา สมนฺนาคเต เทฺว ตโย ภิกฺขู อุจฺจินิตฺวา วินิจฺฉโย อุพฺพาหิกวินิจฺฉโยติ ทฏฺฐพฺโพ.

ปวารณปฺปจฺจุกฺกฑฺฒนาติ ปวารณาย อุกฺกสฺสนา, อุทฺธํ กฑฺฒนาติ อตฺโถ. ติณวตฺถารกสมเถ สพฺพสงฺคาหิกญตฺติ จาติ ‘‘สุณาตุ เม, ภนฺเต, สงฺโฆ, อมฺหากํ ภณฺฑนชาตานํ…เป… ฐเปตฺวา คิหิปฺปฏิสํยุตฺต’’นฺติ (จูฬว. ๒๑๒-๒๑๓) เอวํ ติณวตฺถารกสมเถ กตา สพฺพปฐมา สพฺพสงฺคาหิกญตฺติ จ.

อลาภาย ปริสกฺกนาทิเกหีติ จตุนฺนํ ปจฺจยานํ อลาภตฺถาย ปโยคกรณาทิเกหิ. อาทิสทฺเทน ‘‘อนตฺถาย ปริสกฺกนํ, อนาวาสาย ปริสกฺกนํ, อกฺโกสนปริภาสนํ, ภิกฺขู ภิกฺขูหิ เภทนํ, พุทฺธสฺส อวณฺณภณนํ, ธมฺมสฺส อวณฺณภณนํ, สงฺฆสฺส อวณฺณภณน’’นฺติ (จูฬว. ๒๖๕) อวเสสํ สตฺตงฺคํ สงฺคณฺหาติ. อฏฺฐหงฺเคหิ สมนฺนาคตสฺสาติ อฏฺฐหิ เจว องฺเคหิ เอเกเกนปิ องฺเคน จ สมนฺนาคตสฺส. อสมฺโภคกรณตฺถนฺติ เตน ทินฺนสฺส เทยฺยธมฺมสฺส อปฺปฏิคฺคหณตฺถํ. ปตฺตนิกฺกุชฺชนวเสนาติ กมฺมวาจาย ปตฺตนิกฺกุชฺชนวเสน, น อโธมุขฏฺฐปนวเสน. ปตฺตุกฺกุชฺชนวเสนาติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย. ตสฺเสวาติ โย ปตฺตนิกฺกุชฺชนวเสน กตนิสฺสารโณ, ตสฺเสว อุปาสกสฺส. สมฺมาวตฺตนฺตสฺสาติ เยน สมนฺนาคตสฺส ปตฺตุกฺกุชฺชนํ, เตน สมนฺนาคตสฺส. สาติ ยถาวุตฺตา นิสฺสารณา, โอสารณา จ.

สูจิยาทิอปฺปมตฺตกํ ตํตทตฺถิกานํ วิสฺสชฺเชติ เทตีติ อปฺปมตฺตกวิสฺสชฺชโก. สาฏิยคฺคาหาปโกติ วสฺสิกสาฏิยคฺคาหาปโก. กมฺมํ กโรนฺเต อารามิเก เปสนตฺถาย ทาตพฺพา สมฺมุติ อารามิกเปสกสมฺมุติ. เอส นโย สามเณรเปสกสมฺมุตีติ เอตฺถาปิ.

ตชฺชนียกมฺมาทีนํ สตฺตนฺนนฺติ ตชฺชนียํ, นิยสํ, ปพฺพาชนียํ, ปฏิสารณียํ, ติวิธญฺจ อุกฺเขปนียนฺติ ตชฺชนียาทีนํ สตฺตนฺนํ. อฏฺฐยาวตติยกาติ ภิกฺขูนํ วเสน จตฺตาโร, ภิกฺขุนีนํ วเสน จตฺตาโรติ อฏฺฐ สงฺฆาทิเสสา.

ญตฺติกมฺมาทิวเสนาติ ญตฺติกมฺมญตฺติทุติยกมฺมญตฺติจตุตฺถกมฺมวเสน. ‘‘กริยมานํ ทฬฺหตรํ โหติ, ตสฺมา กาตพฺพ’’นฺติ เอกจฺเจ วทนฺติ. เอวํ ปน สติ กมฺมสงฺกโร โหติ, ตสฺมา น กาตพฺพนฺติ ปฏิกฺขิตฺตเมว. สเจ ปน อกฺขรปริหีนํ วา ปทปริหีนํ วา ทุรุตฺตปทํ วา โหติ, ตสฺส โสธนตฺถํ ปุนปฺปุนํ วตฺตุํ วฏฺฏติ. อิทํ อกุปฺปกมฺมสฺส ทฬฺหีกมฺมํ โหติ, กุปฺปกมฺเม กมฺมํ หุตฺวา ติฏฺฐติ. สกลกฺขเณเนวาติ ญตฺติญฺจ จตสฺโส จ กมฺมวาจาโย สาเวตฺวาว. น เสสกมฺมวเสนาติ อปโลกนกมฺมาทินา อวเสสกมฺมวเสน น กาตพฺพํ.

กมฺมปฺปฏิพาหนสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๑๐. ฉนฺทํอทตฺวาคมนสิกฺขาปทวณฺณนา

อาโรจิตํ วตฺถุ อวินิจฺฉิตนฺติ อาโรจิตวตฺถุ อาปตฺติกภาเวน น วินิจฺฉิตํ. เอตฺถ จ โจทเกน จ จุทิตเกน จ อตฺตโน กถา กถิตา, อนุวิชฺชโก สมฺมโต, เอตฺตาวตา วตฺถุเมว อาโรจิตํ โหตีติ ทฏฺฐพฺพํ. ฉนฺทํ อทตฺวา อุฏฺฐายาสนา ปกฺกเมยฺยาติ ‘‘กถํ อิทํ กมฺมํ กุปฺปํ อสฺส, วคฺคํ อสฺส, น กเรยฺยา’’ติ (ปาจิ. ๔๘๑) อิมินา อธิปฺปาเยน ฉนฺทํ อทตฺวา นิสินฺนาสนโต อุฏฺฐาย คจฺเฉยฺย. เตนาห ‘‘โย ภิกฺขู’’ติอาทิ. กิริยากิริยนฺติ เอตฺถ คมนํ กิริยํ, ฉนฺทสฺส อทานํ อกิริยํ.

ฉนฺทํอทตฺวาคมนสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๑๑. ทุพฺพลสิกฺขาปทวณฺณนา

ยถาสนฺถุตนฺติ ยถามิตฺตํ. เตนาห ‘‘โย โย’’ติ อาทิ. ตตฺถ มิตฺตสนฺทิฏฺฐสมฺภตฺตวเสนาติ มิตฺตสนฺทิฏฺฐสมฺภตฺตานํ วเสน. ตตฺถ มิตฺตา มิตฺตาว. สนฺทิฏฺฐา ตตฺถ ตตฺถ สงฺคมฺม ทิฏฺฐมตฺตา นาติทฬฺหมิตฺตา. สมฺภตฺตา สุฏฺฐุ ภตฺตา สิเนหวนฺโต ทฬฺหมิตฺตาติ ทฏฺฐพฺพา.

ปญฺจ ครุภณฺฑานีติ ราสิวเสน ปญฺจ ครุภณฺฑานิ, สรูปวเสน ปเนตานิ พหูนิ โหนฺติ. เตนาห ‘‘ราสิวเสน ปญฺจ ครุภณฺฑานิ วุตฺตานี’’ติ. อาราโม (จูฬว. อฏฺฐ. ๓๒๑; วิ. สงฺค. อฏฺฐ. ๒๒๗) นาม ปุปฺผาราโม วา ผลาราโม วา. อารามวตฺถุ นาม เตสํเยว อารามานํ อตฺถาย ปริจฺฉินฺทิตฺวา ฐปิโตกาโส, เตสุ วา อาราเมสุ วินฏฺเฐสุ เตสํ โปราณกภูมิภาโค. วิหาโร นาม ยํ กิญฺจิ ปาสาทาทิเสนาสนํ. วิหารวตฺถุ นาม ตสฺส ปติฏฺฐาโนกาโส. มญฺโจ นาม มสารโก พุนฺทิกาพทฺโธ, กุฬีรปาทโก, อาหจฺจปาทโกติ อิเมสํ ปุพฺเพ วุตฺตานํ จตุนฺนํ มญฺจานํ อญฺญตโร. ปีฐํ นาม มสารกาทีนํเยว จตุนฺนํ ปีฐานํ อญฺญตรํ. ภิสิ นาม อุณฺณภิสิอาทีนํ ปญฺจนฺนํ ภิสีนํ อญฺญตรา. พิพฺโพหนํ นาม รุกฺขตูลลตาตูลโปฏกิตูลานํ อญฺญตเรน ปุณฺณํ. โลหกุมฺภี นาม กาฬโลเหน วา ตมฺพโลเหน วา เยน เกนจิ โลเหน กตา กุมฺภี. โลหภาณกาทีสุปิ เอเสว นโย. เอตฺถ ปน ภาณกนฺติ อรญฺชโร วุจฺจติ. วารโกติ ฆโฏ. กฏาหํ กฏาหเมว. วาสิอาทีสุ, วลฺลิอาทีสุ จ ทุวิญฺเญยฺยํ นาม นตฺถิ. เอวํ –

ทฺวิสงฺคหานิ เทฺว โหนฺติ, ตติยํ จตุสงฺคหํ;

จตุตฺถํ นวโกฏฺฐาสํ, ปญฺจมํ อฏฺฐเภทนํ.

อิติ ปญฺจหิ ราสีหิ, ปญฺจนิมฺมลโลจโน;

ปญฺจวีสวิธํ นาโถ, ครุภณฺฑํ ปกาสยิ. (จูฬว. อฏฺฐ. ๓๒๑; วิ. สงฺค. อฏฺฐ. ๒๒๗);

วิสฺสชฺเชตุํ วา วิภชิตุํ วา น วฏฺฏตีติ มูลจฺเฉชฺชวเสน วิสฺสชฺเชตุํ วา วิภชิตุํ วา น วฏฺฏนฺติ. ปริวตฺตนวเสน ปน วิสฺสชฺชนฺตสฺส, วิภชนฺตสฺส จ อนาปตฺติ. เตนาห ‘‘ถาวเรนา’’ติอาทิ. ตตฺถ ถาวเรน ถาวรนฺติ อารามอารามวตฺถุวิหารวิหารวตฺถุนา อารามํ อารามวตฺถุํ วิหารํ วิหารวตฺถุํ. อิตเรนาติ อถาวเรน, ปจฺฉิมราสิตฺตเยนาติ วุตฺตํ โหติ. อกปฺปิเยนาติ สุวณฺณมยมญฺจาทินา เจว อกปฺปิยภิสิพิพฺโพหเนหิ จ. มหคฺฆกปฺปิเยนาติ ทนฺตมยมญฺจาทินา เจว ปาวาราทินา จ. อิตรนฺติ อถาวรํ. กปฺปิยปริวตฺตเนน ปริวตฺเตตุนฺติ ยถา อกปฺปิยํ น โหติ, เอวํ ปริวตฺเตตุํ.

ตตฺรายํ ปริวตฺตนนโย (จูฬว. อฏฺฐ. ๓๒๑; วิ. สงฺค. อฏฺฐ. ๒๒๘) – สงฺฆสฺส นาฬิเกราราโม ทูเร โหติ, กปฺปิยการกาว พหุตรํ ขาทนฺติ, ยมฺปิ น ขาทนฺติ, ตโต สกฏเวตนํ ทตฺวา อปฺปเมว อาหรนฺติ. อญฺเญสํ ปน ตสฺสารามสฺส อวิทูเร คามวาสีนํ มนุสฺสานํ วิหารสฺส สมีเป อาราโม โหติ, เต สงฺฆํ อุปสงฺกมิตฺวา สเกน อาราเมน ตํ อารามํ ยาจนฺติ, สงฺเฆน ‘‘รุจฺจติ สงฺฆสฺสา’’ติ อปโลเกตฺวา สมฺปฏิจฺฉิตพฺโพ. สเจปิ ภิกฺขูนํ รุกฺขสหสฺสํ โหติ, มนุสฺสานํ ปญฺจสตานิ, ‘‘ตุมฺหากํ อาราโม ขุทฺทโก’’ติ น วตฺตพฺพํ. กิญฺจาปิ อยํ ขุทฺทโก, อถ โข อิตรโต พหุตรํ อายํ เทติ. สเจปิ สมกเมว เทติ, เอวมฺปิ อิจฺฉิติจฺฉิตกฺขเณ ปริภุญฺชิตุํ สกฺกาติ คเหตพฺพเมว. สเจ ปน มนุสฺสานํ พหุตรา รุกฺขา โหนฺติ, ‘‘นนุ ตุมฺหากํ พหุตรา รุกฺขา’’ติ วตฺตพฺพํ. สเจ ‘‘อติเรกํ อมฺหากํ ปุญฺญํ โหตุ, สงฺฆสฺส เทมา’’ติ วทนฺติ, ชานาเปตฺวา สมฺปฏิจฺฉิตุํ วฏฺฏติ. ภิกฺขูนํ รุกฺขา ผลธาริโน, มนุสฺสานํ รุกฺขา น ตาว ผลํ คณฺหนฺติ. กิญฺจาปิ น คณฺหนฺติ, น จิเรน คณฺหิสฺสนฺตีติ สมฺปฏิจฺฉิตพฺพเมว. มนุสฺสานํ รุกฺขา ผลธาริโน, ภิกฺขูนํ รุกฺขา น ตาว ผลํ คณฺหนฺติ, ‘‘นนุ ตุมฺหากํ รุกฺขา ผลธาริโน’’ติ วตฺตพฺพํ. สเจ ‘‘คณฺหถ, ภนฺเต, อมฺหากํ ปุญฺญํ ภวิสฺสตี’’ติ เทนฺติ, ชานาเปตฺวา สมฺปฏิจฺฉิตุํ วฏฺฏติ. เอวํ อาราเมน อาราโม ปริวตฺเตตพฺโพ, เอเตเนว นเยน อารามวตฺถุปิ วิหาโรปิ วิหารวตฺถุปิ อาราเมน ปริวตฺเตตพฺพํ. อารามวตฺถุนา จ มหนฺเตน วา ขุทฺทเกน วา อารามํ อารามวตฺถุํ วิหารํ วิหารวตฺถุนฺติ.

กถํ วิหาเรน (จูฬว. อฏฺฐ. ๓๒๑; วิ. สงฺค. อฏฺฐ. ๒๒๘) วิหาโร ปริวตฺเตตพฺโพ? สงฺฆสฺส อนฺโตคาเม เคหํ โหติ, มนุสฺสานํ วิหารมชฺเฌ ปาสาโท, อุโภปิ อคฺเฆน สมกา. สเจ มนุสฺสา เตน ปาสาเทน ตํ เคหํ ยาจนฺติ, สมฺปฏิจฺฉิตุํ วฏฺฏติ. ภิกฺขูนํ เจ มหคฺฆตรํ เคหํ โหติ, ‘‘มหคฺฆตรํ อมฺหากํ เคห’’นฺติ วุตฺเต ‘‘กิญฺจาปิ มหคฺฆตรํ ปพฺพชิตานํ อสารุปฺปํ, น สกฺกา ตตฺถ ปพฺพชิเตหิ วสิตุํ, อิทํ ปน สารุปฺปํ, คณฺหถา’’ติ วทนฺติ, เอวมฺปิ สมฺปฏิจฺฉิตุํ วฏฺฏติ. สเจ ปน มนุสฺสานํ มหคฺฆํ โหติ ‘‘นนุ ตุมฺหากํ เคหํ มหคฺฆ’’นฺติ วตฺตพฺพํ. ‘‘โหตุ, ภนฺเต, อมฺหากํ ปุญฺญํ ภวิสฺสติ, คณฺหถา’’ติ วุตฺเต ปน สมฺปฏิจฺฉิตุํ วฏฺฏติ. เอวํ วิหาเรน วิหาโร ปริวตฺเตตพฺโพ. เอเตเนว นเยน วิหารวตฺถุปิ อาราโมปิ อารามวตฺถุปิ วิหาเรน ปริวตฺเตตพฺพํ. วิหารวตฺถุนา จ มหคฺเฆน วา อปฺปคฺเฆน วา วิหารํ วิหารวตฺถุํ อารามํ อารามวตฺถุํ. เอวํ ตาว ถาวเรน ถาวรปริวตฺตนํ เวทิตพฺพํ.

อิตเรน อิตรปริวตฺตเน ปน มญฺจปีฐํ มหนฺตํ วา โหตุ, ขุทฺทกํ วา (จูฬว. อฏฺฐ. ๓๒๑; วิ. สงฺค. อฏฺฐ. ๒๒๘), อนฺตมโส จตุรงฺคุลปาทกํ คามทารเกหิ ปํสฺวาคารเกสุ กีฬนฺเตหิ กตมฺปิ สงฺฆสฺส ทินฺนกาลโต ปฏฺฐาย ครุภณฺฑํ โหติ. สเจปิ ราชา วา ราชมหามตฺตาทโย วา เอกปฺปหาเรเนว มญฺจสตํ วา มญฺจสหสฺสํ วา เทนฺติ, สพฺเพ กปฺปิยมญฺจา สมฺปฏิจฺฉิตพฺพา, สมฺปฏิจฺฉิตฺวา วุฑฺฒปฺปฏิปาฏิยา ‘‘สงฺฆิกปริโภเคน ปริภุญฺชถา’’ติ ทาตพฺพา, น ปุคฺคลิกปริโภเคน ทาตพฺพา. อติเรกมญฺเจ ภณฺฑาคาราทีสุ ปญฺญเปตฺวา ปตฺตจีวรํ นิกฺขิปิตฺวา ปริภุญฺชิตุมฺปิ วฏฺฏติ. พหิสีมาย ‘‘สงฺฆสฺส เทมา’’ติ ทินฺนมญฺโจ สงฺฆตฺเถรสฺส วสนฏฺฐาเน ทาตพฺโพ. ตตฺถ เจ พหู มญฺจา โหนฺติ, มญฺเจน กมฺมํ นตฺถิ. ยสฺส วสนฏฺฐาเน กมฺมํ อตฺถิ, ตตฺถ ‘‘สงฺฆิกปริโภเคน ปริภุญฺชถา’’ติ ทาตพฺโพ, น ปุคฺคลิกโภเคน. มหคฺเฆน สตคฺฆนเกน วา สหสฺสคฺฆนเกน วา มญฺเจน อญฺญํ มญฺจสตํ ลภติ, ปริวตฺเตตฺวา คเหตพฺพํ. น เกวลํ มญฺเจน มญฺโจเยว, อารามอารามวตฺถุวิหารวิหารวตฺถุปีฐภิสิพิพฺโพหนานิปิ ปริวตฺเตตุํ วฏฺฏติ. เอเสว นโย ปีฐภิสิพิพฺโพหเนสุปิ. วรเสนาสนาทีนํ สํรกฺขณตฺถนฺติ สเจ ทุพฺภิกฺขํ โหติ, ภิกฺขู ปิณฺฑปาเตน น ยาเปนฺติ, เอตฺถ ราชโรคโจรภยานิ, อญฺญตฺถ คจฺฉนฺตานํ วิหารา ปลุชฺชนฺติ, ตาลนาฬิเกราทิเก วินาเสนฺติ, เสนาสนปจฺจยํ สนฺธาย ยาเปตุํ สกฺกา โหติ, เอวรูเป กาเล วรเสนาสนาทีนํ สํรกฺขณตฺถํ. ลามกานิ วิสฺสชฺเชตุนฺติ ลามกํ ลามกํ วิสฺสชฺเชตุํ, ลามกโกฏิยา วิสฺสชฺเชตุนฺติ อธิปฺปาโย. วิสฺสชฺเชตฺวา ปริภุญฺชิตุํ วฏฺฏตีติ วิสฺสชฺเชตฺวา ตโต ลทฺธยาคุภตฺตจีวราทีนิ ปริภุญฺชิตุํ วฏฺฏติ. กาฬโลหตมฺพโลหกํสโลหวฏฺฏโลหานนฺติ เอตฺถ กํสโลหํ, วฏฺฏโลหญฺจ กิตฺติมโลหํ. ตีณิ หิ กิตฺติมโลหานิ กํสโลหํ, วฏฺฏโลหํ, อารกูฏนฺติ. ตตฺถ ติปุตมฺเพ มิสฺเสตฺวา กตํ กํสโลหํ, สีตตมฺเพ มิสฺเสตฺวา กตํ วฏฺฏโลหํ, รสกตมฺเพ มิสฺเสตฺวา กตํ อารกูฏํ. เตน วุตฺตํ ‘‘กํสโลหํ, วฏฺฏโลหญฺจ กิตฺติมโลห’’นฺติ. ตโต อติเรกนฺติ ตโต อติเรกคฺคณฺหนโก.

สรโกติ มชฺเฌ มกุฬํ ทสฺเสตฺวา มุขวฏฺฏิวิตฺถตํ กตฺวา ปิฏฺฐิโต นาเมตฺวา กาตพฺพํ เอกํ ภาชนํ. ‘‘สราว’’นฺติปิ วทนฺติ. อาทิสทฺเทน กญฺจนกาทีนํ คิหิอุปกรณานํ คหณํ. ตานิ หิ ขุทฺทกานิปิ ครุภณฺฑาเนว คิหิอุปกรณตฺตาติ. ปิ-สทฺเทน ปเคว มหนฺตานีติ ทสฺเสติ. อิมานิ ปน ภาชนียานิ ภิกฺขูปกรณตฺตาติ อธิปฺปาโย. ยถา จ เอตานิ, เอวํ กุณฺฑิกาปิ ภาชนียา. วกฺขติ หิ ‘‘ยถา จ มตฺติกาภณฺเฑ, เอวํ โลหภณฺเฑปิ กุณฺฑิกา ภาชนียโกฏฺฐาสเมว ภชตี’’ติ (กงฺขา. อฏฺฐ. ทุพฺพลสิกฺขาปทวณฺณนา). สงฺฆิกปริโภเคนาติ อาคนฺตุกานํ วุฑฺฒตรานํ ทตฺวา ปริโภเคน. คิหิวิกฏาติ คิหีหิ วิกตา ปญฺญตฺตา, อตฺตโน วา สนฺตกกรเณน วิรูปํ กตา. ปุคฺคลิกปริโภเคน น วฏฺฏตีติ อาคนฺตุกานํ อทตฺวา อตฺตโน สนฺตกํ วิย คเหตฺวา ปริหริตฺวา ปริภุญฺชิตุํ น วฏฺฏติ. ปิปฺผลิโกติ กตฺตริ. อารกณฺฏกํ สูจิเวธกํ. ตาฬํ ยนฺตํ. กตฺตรยฏฺฐิเวธโก กตฺตรยฏฺฐิวลยํ. ยถา ตถา ฆนกตํ โลหนฺติ โลหวฏฺฏิ โลหคุโฬ โลหปิณฺฑิ โลหจกฺกลิกนฺติ เอวํ ฆนกตํ โลหํ. ขีรปาสาณมยานีติ มุทุกขีรวณฺณปาสาณมยานิ.

คิหิวิกฏานิปิ น วฏฺฏนฺติ อนามาสตฺตา. ปิ-สทฺเทน ปเคว สงฺฆิกปริโภเคน วา ปุคฺคลิกปริโภเคน วาติ ทสฺเสติ. เสนาสนปริโภโค ปน สพฺพกปฺปิโย. ตสฺมา ชาตรูปาทิมยา สพฺเพปิ เสนาสนปริกฺขารา อามาสา. เตนาห ‘‘เสนาสนปริโภเค ปนา’’ติอาทิ.

เสสาติ ตโต มหตฺตรี วาสิ. ยา ปนาติ ยา กุทารี ปน. กุทาโล อนฺตมโส จตุรงฺคุลมตฺโตปิ ครุภณฺฑเมว. นิขาทนํ จตุรสฺสมุขํ วา โหตุ, โทณิมุขํ วา วงฺกํ วา อุชุกํ วา, อนฺตมโส สมฺมุญฺชนิทณฺฑกเวธนมฺปิ ทณฺฑพนฺธํ เจ, ครุภณฺฑเมว. เตนาห ‘‘กุทาโล ทณฺฑพนฺธนิขาทนํ วา อครุภณฺฑํ นาม นตฺถี’’ติ. สิปาฏิกา นาม ขุรโกโส. สิขรํ ปน ทณฺฑพนฺธนิขาทนํ อนุโลเมตีติ อาห ‘‘สิขรมฺปิ นิขาทเนเนว สงฺคหิต’’นฺติ. สเจ ตมฺปิ ปน อทณฺฑกํ ผลมตฺตํ, ภาชนียํ. อุปกฺขเรติ วาสิอาทิภณฺฑานิ.

ปตฺตพนฺธโก นาม ปตฺตสฺส คณฺฐิกาทิการโก. ‘‘ปฏิมาสุวณฺณาทิปตฺตการโก’’ติปิ วทนฺติ. ติปุจฺเฉทนกสตฺถํ, สุวณฺณจฺเฉทนกสตฺถํ, กตปริกมฺมจมฺมจฺฉินฺทนกขุทฺทกสตฺถนฺติ อิมานิ เจตฺถ ตีณิ ปิปฺผลิกํ อนุโลเมนฺตีติ อาห ‘‘อยํ ปน วิเสโส’’ติอาทิ. อิตรานีติ มหากตฺตริอาทีนิ.

อฑฺฒพาหุปฺปมาณาติ (สารตฺถ. ฏี. จูฬวคฺค ๓.๓๒๑) กปฺปรโต ปฏฺฐาย ยาว อํสกูฏปฺปมาณา, วิทตฺถิจตุรงฺคุลปฺปมาณาติ วุตฺตํ โหติ. ตตฺถชาตกาติ สงฺฆิกภูมิยํ ชาตา. อารกฺขสํวิธาเนน รกฺขิตตฺตา รกฺขิตา จ สา มญฺชูสาทีสุ ปกฺขิตฺตํ วิย ยถา ตํ น นสฺสติ, เอวํ โคปนโต โคปิตา จาติ รกฺขิตโคปิตา. ตตฺถชาตกาปิ ปน อรกฺขิตา ครุภณฺฑเมว น โหติ. ‘‘สงฺฆกมฺเม จ เจติยกมฺเม จ กเต’’ติ อิมินา สงฺฆสนฺตเกน เจติยสนฺตกํ รกฺขิตุํ, ปริวตฺติตุญฺจ วฏฺฏตีติ ทีเปติ. สุตฺตํ ปนาติ วฏฺฏิตญฺเจว อวฏฺฏิตญฺจ สุตฺตํ.

อฏฺฐงฺคุลสูจิทณฺฑมตฺโตติ อนฺตมโส ทีฆโส อฏฺฐงฺคุลมตฺโต, ปริณาหโต สีหฬปณฺณสูจิทณฺฑมตฺโต. เอตฺถาติ เวฬุภณฺเฑ. ทฑฺฒํ เคหํ เยสํ เตติ ทฑฺฒเคหา. น วาเรตพฺพาติ ‘‘มา คณฺหิตฺวา คจฺฉถา’’ติ น นิเสเธตพฺพา. เทสนฺตรคเตน สมฺปตฺตวิหาเร สงฺฆิกาวาเส ฐเปตพฺพา.

อวเสสญฺจ ฉทนติณนฺติ มุญฺชปพฺพเชหิ อวเสสํ ยํ กิญฺจิ ฉทนติณํ. ยตฺถ ปน ติณํ นตฺถิ, ตตฺถ ปณฺเณหิ ฉาเทนฺติ (จูฬว. อฏฺฐ. ๓๒๑). ตสฺมา ปณฺณมฺปิ ติเณเนว สงฺคหิตนฺติ อาห ‘‘ฉทนติณสงฺเขปคเตสู’’ติอาทิ. อฏฺฐงฺคุลปฺปมาโณปีติ วิตฺถารโต อฏฺฐงฺคุลปฺปมาโณ. ลิขิตโปตฺถโก ปน ครุภณฺฑํ น โหติ.

เวฬุมฺหิ วุตฺตปฺปมาโณติ ‘‘อฏฺฐงฺคุลสูจิทณฺฑกมตฺโตปี’’ติ เวฬุภณฺเฑ วุตฺตปฺปมาโณ. สงฺฆสฺส ทินฺโน วาติ ทารุทุลฺลภฏฺฐาเน สงฺฆสฺส ทินฺโน วา. กุรุนฺทิยํ วุตฺตกฺกเมน ทารุภณฺฑวินิจฺฉยํ วตฺวา อิทานิ มหาอฏฺฐกถายํ วุตฺตกฺกเมน วตฺตุํ ‘‘อปิจา’’ติอาทิมาห. อาสนฺทิกาทีนีติ เอตฺถ อาสนฺทิโกติ จตุรสฺสปีฐํ วุจฺจติ. ‘‘อุจฺจกมฺปิ อาสนฺทิก’’นฺติ วจนโต เอกโตภาเคน ทีฆปีฐเมว หิ อฏฺฐงฺคุลปาทกํ วฏฺฏติ. จตุรสฺสาสนฺทิโก ปน ปมาณาติกฺกนฺโตปิ วฏฺฐตีติ เวทิตพฺโพ. อาทิสทฺเทน ‘‘สตฺตงฺโค, ภทฺทปีฐกํ, เอฬกปาทกปีฐํ, อามลกวฏฺฏกปีฐํ, ผลกํ, โกจฺฉํ, ปลาลปีฐก’’นฺติ (จูฬว. อฏฺฐ. ๓๒๑) อิเม สงฺคณฺหนฺตีติ เวทิตพฺพํ. เตนาห ‘‘อนฺตมโส’’ติอาทิ. ปณฺเณหิ วาติ กทลิปณฺณาทีหิ วา. พฺยคฺฆจมฺโมนทฺธมฺปิ วาฬรูปปริกฺขิตฺตํ รตนปริสิพฺพิตํ โกจฺฉกํ ครุภณฺฑเมว.

ฆฏฺฏนผลกํ นาม ยตฺถ ฐเปตฺวา รชิตจีวรํ หตฺเถน ฆฏฺเฏนฺติ. ฆฏฺฏนมุคฺคโร นาม อนุวาตาทิฆฏฺฏนโกติ วทนฺติ. ทณฺฑมุคฺคโร นาม เยน รชิตจีวรํ โปเถนฺติ. อมฺพณนฺติ ผลเกหิ โปกฺขรณี วิย กตํ ปานียภาชนํ. รชนโทณีติ ปกฺกรชนํ อากิริตฺวา ฐปนภาชนํ.

อกปฺปิยจมฺมนฺติ สีหาทีนํ จมฺมํ. ‘‘ภูมตฺถรณํ กาตุํ วฏฺฏตี’’ติ อิทํ อกปฺปิยจมฺมํ สนฺธาย วุตฺตํ. ‘‘ปจฺจตฺถรณคติก’’นฺติ อิมินา มญฺจปีเฐปิ อตฺถริตุํ วฏฺฏตีติ ทีเปติ. ปาวาราทิปจฺจตฺถรณมฺปิ ครุภณฺฑนฺติ เอเก. โนติ อปเร. วีมํสิตฺวา คเหตพฺพํ. กปฺปิยจมฺมานีติ มิคาทีนํ จมฺมานิ.

สพฺพํ จกฺกยุตฺตยานนฺติ รถสกฏาทิกํ สพฺพจกฺกยุตฺตยานํ. วิสงฺขริตจกฺกํ ปน ยานํ ภาชนียํ. อนุญฺญาตวาสิ นาม ยา สิปาฏิกาย ปกฺขิปิตฺวา ปริหริตุํ สกฺกาติ วุตฺตา. มุฏฺฐิปณฺณนฺติ ตาลปตฺตํ. ตญฺหิ มุฏฺฐินา คเหตฺวา ปริหรนฺตีติ ‘‘มุฏฺฐิปณฺณ’’นฺติ วุจฺจติ. มุฏฺฐิปณฺณนฺติ ฉตฺตจฺฉทนปณฺณเมวาติ เกจิ. อรณิสหิตนฺติ อรณิยุคฬํ, อุตฺตรารณี, อธรารณีติ อรณิทฺวยนฺติ อตฺโถ.

ผาติกมฺมํ กตฺวาติ อนฺตมโส ตํอคฺฆนกวาลิกายปิ ถาวรํ วฑฺฒิกมฺมํ กตฺวา. ผาติกมฺมํ อกตฺวา คณฺหนฺเตน ตตฺเถว วลญฺเชตพฺโพ. คมนกาเล สงฺฆิเก อาวาเส ฐเปตฺวา คนฺตพฺพํ. อสติยา คเหตฺวา คเตน ปหิณิตฺวา ทาตพฺโพ. เทสนฺตรคเตน สมฺปตฺตวิหาเร สงฺฆิกาวาเส ฐเปตพฺโพ. เอตฺถาติ มตฺติกาภณฺเฑ. กุณฺฑิกาติ อโยกุณฺฑิกา เจว ตมฺพโลหกุณฺฑิกา จ. ภาชนียโกฏฺฐาสเมว ภชตีติ ภาชนียปกฺขเมว เสวติ, น ตุ ครุภณฺฑนฺติ อตฺโถ. กญฺจนโก ปน ครุภณฺฑเมวาติ อธิปฺปาโย. อิตรนฺติ ครุภณฺฑํ.

ทุพฺพลสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๑๒. ปริณามนสิกฺขาปทวณฺณนา

ทฺวาทสเม น กิญฺจิ วตฺตพฺพํ อตฺถิ.

ปริณามนสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

สหธมฺมิกวคฺโค อฏฺฐโม.