๙. รตนวคฺโค
๑. อนฺเตปุรสิกฺขาปทวณฺณนา
อนิกฺขนฺตราชเก อนิคฺคตรตนเกติ เอตฺถ ‘‘สยนิฆเร’’ติ ปาฐเสโส ทฏฺฐพฺโพติ อาห ‘‘อนิกฺขนฺโต ราชา อิโต’’ติอาทิ. ตตฺถ อิโตติ สยนิฆรโต. สยนิฆเรติ สยนียฆเร. ยตฺถ รญฺโญ สยนํ ปญฺญตฺตํ โหติ, อนฺตมโส สาณิปาการปริกฺขิตฺตมฺปิ, ตสฺมินฺติ วุตฺตํ โหติ. รติชนนฏฺเฐน รตนํ, หตฺถิอาทิ. อิธ ปน อิตฺถิรตนํ อธิปฺเปตนฺติ อาห ‘‘รตนํ วุจฺจติ มเหสี’’ติ.
อุโภสูติ ราชมเหสีสุ. กิริยากิริยนฺติ เอตฺถ อินฺทขีลาติกฺกโม กิริยํ, อปฺปฏิสํวิทิตํ อกิริยนฺติ ทฏฺฐพฺพํ.
อนฺเตปุรสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๒. รตนสิกฺขาปทวณฺณนา
มุตฺตาทิทสวิธนฺติ ‘‘มุตฺตา มณิ เวฬุริโย สงฺโข สิลา ปวาฬํ รชตํ ชาตรูปํ โลหิตงฺโก มสารคลฺล’’นฺติ (ปาจิ. ๕๐๖) ทสวิธํ รตนํ. อชฺฌาวสเถติ เคเห. เตนาห ‘‘ปริกฺขิตฺตสฺสา’’ติอาทิ, ปริกฺขิตฺตสฺส อาวสถสฺสาติ อตฺโถ. อาวสโถติ เจตฺถ อนฺโตคาเม นิวิฏฺฐเคหํ อธิปฺเปตํ. อาราเม นิวิฏฺฐเคหํ ปน อชฺฌารามคฺคหเณเนว คหิตํ. ‘‘อาวสโถติ เจตฺถ อนฺโตอาราเม วา โหตุ, อญฺญตฺถ วา, อตฺตโน วสนฏฺฐานํ วุจฺจตี’’ติ (สารตฺถ. ฏี. ปาจิตฺติย ๓.๕๐๖) เกจิ. สพฺเพสมฺปิ อตฺถาย ทุกฺกฏเมวาติ อตฺตโน วา เตสํ สงฺฆาทีนํ วา อตฺถาย อุคฺคณฺหนฺตสฺส วา อุคฺคณฺหาเปนฺตสฺส วา ทุกฺกฏเมว. สเจ ปน มาตาปิตูนํ สนฺตกํ อวสฺสํ ปฏิสาเมตพฺพํ กปฺปิยภณฺฑํ โหติ, อตฺตโน อตฺถาย คเหตฺวา ปฏิสาเมตพฺพนฺติ อาห ‘‘ตาทิสํ ปนา’’ติอาทิ. ตาทิสนฺติ ยํ มาตาปิตูนํ สนฺตกํ อวสฺสํ ปฏิสาเมตพฺพํ กปฺปิยภณฺฑํ, ตาทิสํ. ฉนฺเทนปิ ภเยนปีติ วฑฺฒกิอาทีสุ ฉนฺเทนปิ, ราชวลฺลเภสุ ภเยนปิ.
ตาทิเส ฐาเนติ มหาวิหารสทิสสฺส มหารามสฺส ปาการปริกฺขิตฺเต ปริเวเณ. สญฺญาณํ กตฺวาติ ‘‘เอตฺตกา กหาปณา’’ติอาทินา รูเปน วา ลญฺฉนาทินิมิตฺเตน วา สญฺญาณํ กตฺวา, สลฺลกฺเขตฺวาติ อตฺโถ. ปติรูปานํ ภิกฺขูนํ หตฺเถติ ลชฺชีนํ กุกฺกุจฺจกานํ ภิกฺขูนํ หตฺเถ. โลลชาติกานญฺหิ หตฺเถ ฐเปตุํ น ลพฺภติ. เนว ปกฺกมตีติ เนว ตมฺหา อาวาสา ปกฺกมติ. ‘‘ถาวรํ เสนาสนํ วา’’ติอาทินา อตฺตโน จีวราทิมูลํ น กาตพฺพนฺติ (ปาจิ. อฏฺฐ. ๕๐๖) ทสฺเสติ. ตํ ทสฺเสตฺวาติ ยํ ถาวรเสนาสนาทิ กตํ, ตํ อุปาสก ตว สนฺตเกน อิทํ นาม กตนฺติ เอวํ ทสฺเสตฺวา. สมาทเปตฺวาติ อญฺญํ สมาทเปตฺวา, ‘‘อุทฺทิสฺส อริยา ติฏฺฐนฺติ, เอสา อริยาน ยาจนา’’ติ วุตฺตนเยน ยาจิตฺวาติ อตฺโถ.
อนุญฺญาตฏฺฐาเนติ อชฺฌารามอชฺฌาวสเถ. อามาสนฺติ อามสิตพฺพญฺเจว ปฏิสาเมตพฺพญฺจ วตฺถาทิ.
รตนสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๓. วิกาลคามปฺปเวสนสิกฺขาปทวณฺณนา
จาริตฺเตติ จาริตฺตสิกฺขาปเท. อุปจารนฺติ ทุติยเลฑฺฑุปาตํ. อญฺญํ คามํ คจฺฉนฺตานํ ปุน อาปุจฺฉนกิจฺจํ นตฺถีติ อุสฺสาหํ อปฺปฏิปฺปสฺสมฺเภตฺวา อญฺญํ คามํ คจฺฉนฺตานํ คามสตมฺปิ โหตุ, ปุน อาปุจฺฉนกิจฺจํ นตฺถีติ อตฺโถ. เตนาห ‘‘สเจ ปนา’’ติอาทิ. อุสฺสาหนฺติ คามปฺปวิสนุสฺสาหํ. อนฺตรารามาทีสุ (ปาจิ. อฏฺฐ. ๕๑๕) น เกวลํ อนาปุจฺฉา คจฺฉนฺตสฺเสว, กายพนฺธนํ อพนฺธิตฺวา สงฺฆาฏึ อปารุปิตฺวา คจฺฉนฺตสฺสาปิ อนาปตฺติ. อาปทาสูติ สีโห วา พฺยคฺโฆ วา อาคจฺฉติ, เมโฆ วา อุฏฺเฐติ, อญฺโญ วา โกจิ อุปทฺทโว อุปฺปชฺชติ, อนาปตฺติ. เอวรูปาสุ อาปทาสุ พหิคามโต อนฺโตคามํ ปวิสิตุํ วฏฺฏติ.
วิกาลคามปฺปเวสนสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๔. สูจิฆรสิกฺขาปทวณฺณนา
ตํ อสฺส อตฺถีติ (สารตฺถ. ฏี. ปาจิตฺติย ๓.๕๑๗) ปฐมํ ภินฺทิตฺวา ปจฺฉา เทเสตพฺพตฺตา ตํ เภทนกํ อสฺส ปาจิตฺติยสฺส อตฺถีติ.
อรณิเกติ อรณิธนุเก. วิเธติ เวธเก. วาสิชเฏติ วาสิทณฺฑเก จ.
สูจิฆรสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๕. มญฺจปีฐสิกฺขาปทวณฺณนา
อฏฺฐงฺคุลปาทกนฺติ ภาวนปุํสกนิทฺเทโส. ‘‘เฉทนกํ เภทนกสทิสเมวา’’ติ อิมินา ‘‘เฉทนเมว เฉทนกํ, ตํ อสฺส อตฺถีติ เฉทนก’’นฺติ อิมมตฺถํ อติทิสติ.
ยถา ปมาณเมว อุปริ ทิสฺสติ, เอวํ นิขณิตฺวา วาติ สเจ ปน น ฉินฺทิตุกาโม โหติ, ยถา ปมาณเมว อุปริ ทิสฺสติ, เอวํ ภูมิยํ นิขณิตฺวา วา. อฏฺฏกํ วา พนฺธิตฺวาติ อุกฺขิปิตฺวา ตุลาสงฺฆาเต ฐเปตฺวา อฏฺฏํ กตฺวา.
มญฺจปีฐสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๖. ตูโลนทฺธสิกฺขาปทวณฺณนา
จิมิลิกํ ปตฺถริตฺวา ตูลํ ปกฺขิปิตฺวาติ มญฺจปีฐานํ อุปริ จิมิลิกํ ปตฺถริตฺวา ตสฺส อุปริ ตูลํ ปกฺขิปิตฺวาติ อตฺโถ. อุปริ จิมิลิกายาติ อุปริมภาเค จิมิลิกาย.
สีสปฺปมาณนฺติ (จูฬว. อฏฺฐ. ๒๙๗; สารตฺถ. ฏี. จูฬวคฺค ๓.๒๙๗) ยตฺถ คลวาฏกโต ปฏฺฐาย สพฺพสีสํ อุปทหนฺติ, ตํ สีสปฺปมาณํ. ตญฺจ อุกฺกฏฺฐปริจฺเฉทโต ติริยํ มุฏฺฐิรตนํ โหติ, ทีฆโต ทฺวิรตนนฺติ ทสฺเสตุํ ‘‘ยสฺส วิตฺถารโต ตีสุ โกเณสู’’ติอาทิมาห. ทฺวินฺนํ อนฺตรํ วิทตฺถิ จตุรงฺคุลํ โหตีติ ทฺวินฺนํ โกณานํ อนฺตรํ มินิยมานํ วิทตฺถิ เจว จตุรงฺคุลญฺจ โหติ. มชฺเฌ มุฏฺฐิรตนนฺติ พิพฺโพหนสฺส มชฺฌํ ติริยโต มุฏฺฐิรตนปฺปมาณํ โหติ. อยญฺหิ สีสปฺปมาณสฺส อุกฺกฏฺฐปริจฺเฉโท. ตโต อุทฺธํ น วฏฺฏติ, เหฏฺฐา วฏฺฏติ. อคิลานสฺส สีสูปธานญฺจ ปาทูปธานญฺจาติ ทฺวยเมว วฏฺฏติ. คิลานสฺส พิพฺโพหนานิ สนฺถริตฺวา อุปริ ปจฺจตฺถรณํ ทตฺวา นิปชฺชิตุมฺปิ วฏฺฏติ.
ตูโลนทฺธสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๗. นิสีทนสิกฺขาปทวณฺณนา
สตฺตมํ อุตฺตานเมว.
นิสีทนสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๘. กณฺฑุปฺปฏิจฺฉาทิสิกฺขาปทวณฺณนา
อโธนาภิอุพฺภชาณุมณฺฑลนฺติ นาภิยา เหฏฺฐา ชาณุมณฺฑลานํ อุปริ. กณฺฑุปีฬกอสฺสาวถุลฺลกจฺฉาพาธานนฺติ เอตฺถ กณฺฑูติ กจฺฉุ. ปีฬกาติ โลหิตตุณฺฑิกา สุขุมปีฬกา. อสฺสาโวติ อริสภคนฺทลมธุเมหานํ วเสน อสุจิปคฺฆรณํ. ถุลฺลกจฺฉาพาโธติ มหาปีฬกาพาโธ วุจฺจติ.
กณฺฑุปฺปฏิจฺฉาทิสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๙-๑๐. วสฺสิกสาฏิกนนฺทสิกฺขาปทวณฺณนา
นวมํ ทสมญฺจ อุตฺตานเมว.
วสฺสิกสาฏิกนนฺทสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
รตนวคฺโค นวโม.
อิติ กงฺขาวิตรณิยา ปาติโมกฺขวณฺณนาย
วินยตฺถมญฺชูสายํ ลีนตฺถปฺปกาสนิยํ
ปาจิตฺติยวณฺณนา นิฏฺฐิตา.