๙. อุกฺขิตฺตสมฺโภคสิกฺขาปทวณฺณนา

อกตานุธมฺเมนาติ อุกฺขิปิตฺวา อโนสาริเตน. เตนาห ‘‘อนุธมฺโม วุจฺจตี’’ติอาทิ. เอตฺถ อนุธมฺโมติ โอสารณา วุจฺจตีติ สมฺพนฺโธ. อุกฺเขปนียกมฺมสฺสานุรูโป, ปจฺฉา กตฺตพฺโพ วา ธมฺโมติ อนุธมฺโม. อนุโลมวตฺตํ ทิสฺวาติ ‘‘น อุปสมฺปาเทตพฺพํ, น นิสฺสโย ทาตพฺโพ’’ติอาทิกํ (จูฬว. ๗๐) อฏฺฐารสวิธํ วตฺตํ ทิสฺวา, เอเตสุ อฏฺฐารสสุ อนุโลมวตฺเตสุ วตฺตนฺตํ ทิสฺวาติ อธิปฺปาโย. อามิสสมฺโภคํ วา ธมฺมสมฺโภคํ วาติ เอตฺถ ยํ กิญฺจิ อามิสสฺส ทานํ, ปฏิคฺคหณญฺจ อามิสสมฺโภโค. ธมฺมสฺส อุทฺทิสนํ, อุทฺทิสาปนญฺจ ธมฺมสมฺโภโค. สํวเสยฺยาติ ‘‘อุโปสถํ วา ปวารณํ วา สงฺฆกมฺมํ วา’’ติ (ปาจิ. ๔๒๕) เอวํ ปทภาชนิยํ วุตฺตํ ติวิธํ สํวาสํ กเรยฺย. ยสฺมา ปเนตฺถ อุโปสถปวารณาปิ สงฺเฆหิเยว กาตพฺพตฺตา สงฺฆกมฺมานิเยว โหนฺติ, ตสฺมา ‘‘อุโปสถาทิกํ สงฺฆกมฺมํ กเรยฺยา’’ติ วุตฺตํ. ปโยเค ปโยเคติ ทาเน ทาเน, คหเณ คหเณ จาติ อตฺโถ.

ปณฺณตฺตึ อชานนฺเตน อรหตาปิ กิริยาพฺยากตจิตฺเตน อาปชฺชิตพฺพตฺตา ‘‘ติจิตฺต’’นฺติ วุตฺตํ.

อุกฺขิตฺตสมฺโภคสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.