๑๐. ทนฺตโปนสิกฺขาปทวณฺณนา

กาเยนาติ หตฺถาทีสุ เยน เกนจิ สรีราวยเวน, อนฺตมโส ปาทงฺคุลิยาปิ คณฺหนฺโต กาเยน คณฺหาติ นามาติ เวทิตพฺโพ. ทาเนปิ เอเสว นโย. กายปฺปฏิพทฺเธนาติ ปตฺตาทีสุ เยน เกนจิ สรีรสมฺพทฺเธน อุปกรเณน. ทาเนปิ เอเสว นโย. กฏจฺฉุอาทีสุ เยน เกนจิ อุปกรเณน ทินฺนํ กายปฺปฏิพทฺเธน ทินฺนํเยว โหติ. อญฺญตเรนาติ กาเยน วา กายปฺปฏิพทฺเธน วา นิสฺสคฺคิเยน วาติ อตฺโถ. ตตฺถ นิสฺสคฺคิเยนาติ (ปาจิ. อฏฺฐ. ๒๖๕) กายโต จ กายปฺปฏิพทฺธโต จ โมเจตฺวา หตฺถปาเส ฐิตสฺส กาเย วา กายปฺปฏิพทฺเธ วา ปาติยมานญฺหิ นิสฺสคฺคิเยน ปโยเคน ทินฺนํ นาม โหติ. ตสฺสาติ ปฏิคฺคหิตกสฺส. วุตฺตวิปลฺลาสวเสนาติ วุตฺตสฺส ปฏิปกฺขวเสน. อิทํ วุตฺตํ โหติ – ยํ กายกายปฺปฏิพทฺธนิสฺสคฺคิยานํ อญฺญตเรน ทิยฺยมาเน กาเยน วา กายปฺปฏิพทฺเธน วา คณฺหาติ, เอตํ ปฏิคฺคหิตํ นามาติ.

สํหาริเมนาติ ถามมชฺฌิเมน ปุริเสน สํหาริเมน, อิมินา อสํหาริเม ผลเก วา ปาสาเณ วา ปฏิคฺคหณํ น รุหตีติ ทสฺเสติ. ธาเรตุํ สมตฺเถนาติ สนฺธาเรตุํ โยคฺเคน, อิมินา สุขุเมสุ ตินฺติณิกาทิปณฺเณสุ ปฏิคฺคหณํ น รุหตีติ ทสฺเสติ. อตตฺถชาตกรุกฺขปณฺเณนาติ ชาตฏฺฐานโต จุเตน ปทุมินิปณฺณาทินา, อิมินา ปน มหนฺเตปิ ตตฺถชาตเก ปทุมินิปณฺเณ วา กึสุกปณฺณาทิมฺหิ วา ปฏิคฺคเหตุํ น วฏฺฏติ. น หิ ตํ กายปฺปฏิพทฺธสงฺขํ คจฺฉตีติ ทสฺเสติ. ยถา จ ตตฺถชาตเก, เอวํ ขาณุเก พนฺธิตฺวา ฐปิตมญฺจาทิมฺหิปิ. นนุ ปฏิพทฺธปฺปฏิพทฺเธนาปิ ปตฺตาธาราทินา ปฏิคฺคณฺหนฺตสฺส ปฏิคฺคหณํ รุหติ, อถ กสฺมา กายกายปฺปฏิพทฺเธหิเยว ปฏิคฺคหณํ อิธ วุตฺตํ, น ปฏิพทฺธปฺปฏิพทฺเธนาปีติ อาห ‘‘ปฏิพทฺธปฺปฏิพทฺธํ นาม อิธ นตฺถี’’ติ. เกจิ ปน ‘‘อาธารเกน ปฏิคฺคหณํ กายปฺปฏิพทฺธปฺปฏิพทฺเธน ปฏิคฺคหณํ นาม โหติ, ตสฺมา น วฏฺฏตี’’ติ วทนฺติ, ตํ วจนมตฺตเมว. อตฺถโต ปน สพฺพมฺปิ ตํ กายปฺปฏิพทฺธเมว โหตีติ ทสฺเสติ.

อกลฺลโกติ คิลาโน. มุเขน ปฏิคฺคณฺหาตีติ สหตฺเถน คเหตฺวา ปริภุญฺชิตุํ อสกฺโกนฺโต มุเขน ปฏิคฺคณฺหาติ. อภิหฏภาชนโต ปติตรชมฺปิ วฏฺฏติ อภิหฏตฺตาติ อธิปฺปาโห.

ตสฺมึ ฐตฺวาติ ตาทิเส หตฺถปาเส ฐตฺวา. ยนฺติ ยํ ภารํ. มชฺฌิโม ปุริโสติ ถามมชฺฌิมปุริโส. วินเย ปญฺญตฺตํ ทุกฺกฏํ วินยทุกฺกฏํ. ตํ อนุปสมฺปนฺนสฺส ทตฺวาติ ปิณฺฑาย จริตฺวา วิหารํ วา อาสนสาลํ วา คนฺตฺวา ตํ ภิกฺขํ อนุปสมฺปนฺนสฺส ทตฺวา, อิทญฺจ ปุพฺพาโภคสฺส อนุรูปวเสน วุตฺตํ. ยสฺมา ปน ตํ ‘‘อนุปสมฺปนฺนสฺส ทสฺสามี’’ติ จิตฺตุปฺปาทมตฺเตน ตํสนฺตกํ นาม น โหติ, ตสฺมา วินาปิ ตสฺส ทานาทึ ปฏิคฺคเหตฺวา ปริภุญฺชิตุํ วฏฺฏติ.

อสฺสุเขฬสิงฺฆาณิกาทีสูติ เอตฺถ อสฺสุ นาม อกฺขิชลํ. เขโฬ นาม ลาลา. สิงฺฆาณิกาติ อนฺโตสีสโต ปูติเสมฺหภาวํ อาปนฺนํ มตฺถลุงฺคํ คลิตฺวา ตาลุมตฺถกวิวเรน โอตริตฺวา นาสาปุเฏ ปูเรตฺวา ฐิตํ วุจฺจติ, อาทิสทฺเทน มุตฺตกรีสเสมฺหทนฺตมลอกฺขิคูถกณฺณคูถกานํ, สรีเร อุฏฺฐิตโลณสฺส จ คหณํ. ฐานโตติ อกฺขิกูปาทิโต. อนฺตรา เจ คณฺหาติ, กึ โหตีติ อาห ‘‘อุคฺคหิตกํ นาม โหตี’’ติ, ทุฏฺฐุ คหิตกํ นาม โหตีติ อตฺโถ. ผลินินฺติ ผลวนฺตํ. ตตฺถชาตกผลินิสาขาย วาติ ตสฺมึ รุกฺเข ชาตาย ผลินิสาขาย วา. ทุรุปจิณฺณทุกฺกฏนฺติ ‘‘น กตฺตพฺพ’’นฺติ วาริตสฺส กตตฺตา ทุฏฺฐุ อาจิณฺณํ จริตนฺติ ทุรุปจิณฺณํ, ตสฺมึ ทุกฺกฏํ ทุรุปจิณฺณทุกฺกฏญฺจ อาปชฺชตีติ อตฺโถ.

อาหรียตีติ อาหาโร, อชฺโฌหริตพฺพํ ยํ กิญฺจิ, อิธ ปน จตฺตาริ กาลิกานิ อธิปฺเปตานีติ อาห ‘‘ยํ กิญฺจี’’ติอาทิ. ตตฺถ อรุณุคฺคมนโต ยาว ฐิตมชฺฌนฺหิกา ภุญฺชิตพฺพโต ยาว กาโล อสฺสาติ ยาวกาลิกํ. อรุณุคฺคมนโต ยาว ยามาวสานา ปิปาสาย สติ ปิปาสจฺเฉทนตฺถํ ปาตพฺพโต ยาโม กาโล อสฺสาติ ยามกาลิกํ. ยาว สตฺตาหํ นิทหิตฺวา ปริภุญฺชิตพฺพโต สตฺตาหํ กาโล อสฺสาติ สตฺตาหกาลิกํ. ยาวชีวมฺปิ ปริหริตฺวา ปริภุญฺชิตพฺพโต ยาว ชีวํ เอตสฺสาติ ยาวชีวิกํ. เตนาห ‘‘ตตฺถา’’ติอาทิ.

วนมูลปตฺตปุปฺผผลาทีติ เอตฺถ ตาว มูลํ นาม มูลกขารกจจฺจุตมฺพกาทีนํ เตสุ เตสุ ชนปเทสุ ปกติอาหารวเสน มนุสฺสานํ ขาทนียตฺถญฺเจว โภชนียตฺถญฺจ ผรณกํ สูเปยฺยปณฺณมูลํ. ปตฺตํ นาม มูลกขารกจจฺจุตมฺพกาทีนํ ตาทิสํเยว ปตฺตํ. ปุปฺผํ นาม มูลกขารกาทีนํ ตาทิสํเยว ปุปฺผํ. ผลํ นาม ปนสลพุชาทีนํ เตสุ เตสุ ชนปเทสุ ปกติอาหารวเสน มนุสฺสานํ ขาทนียตฺถญฺเจว โภชนียตฺถญฺจ ผรณกํ ผลํ. อาทิสทฺเทน กนฺทมูลาทีนํ คหณํ.

อมฺพปานนฺติ (มหาว. อฏฺฐ. ๓๐๐) อาเมหิ วา ปกฺเกหิ วา อมฺเพหิ กตปานํ. ตตฺถ อาเมหิ กโรนฺเตน อมฺพตรุณาทีนิ ภินฺทิตฺวา อุทเก ปกฺขิปิตฺวา อาตเป อาทิจฺจปาเกน ปจิตฺวา ปริสฺสาเวตฺวา ตทหุปฏิคฺคหิเตหิ มธุสกฺกรกปฺปูราทีหิ โยเชตฺวา กาตพฺพํ. เอวํ กตํ ปุเรภตฺตเมว กปฺปติ. อนุปสมฺปนฺเนน กตํ ลภิตฺวา ปน ปุเรภตฺตํ ปฏิคฺคหิตํ ปุเรภตฺตํ สามิสปริโภเคนาปิ วฏฺฏติ, ปจฺฉาภตฺตํ นิรามิสปริโภเคน ยาว อรุณุคฺคมนา วฏฺฏติ. เอส นโย สพฺพปาเนสุ.

เตสุ ปน ชมฺพุปานนฺติ ชมฺพุผเลหิ กตปานํ. โจจปานนฺติ อฏฺฐิเกหิ กทลิผเลหิ กตปานํ. โมจปานนฺติ อนฏฺฐิเกหิ กทลิผเลหิ กตปานํ. มธุกปานนฺติ มธุกานํ ชาติรเสน กตปานํ. ตํ ปน อุทกสมฺภินฺนํ วฏฺฏติ, สุทฺธํ น วฏฺฏติ. มุทฺทิกาปานนฺติ มุทฺทิกา อุทเก มทฺทิตฺวา อมฺพปานํ วิย กตปานํ. สาลูกปานนฺติ รตฺตุปฺปลนีลุปฺปลาทีนํ สาลูเก มทฺทิตฺวา กตปานํ. ผารุสกปานนฺติ ผารุสเกหิ อมฺพปานํ วิย กตปานํ. อิมินาว นเยน เวตฺตปานาทีนิ เวทิตพฺพานิ. เอตานิ จ ปน สพฺพานิ ปานานิ อคฺคิปากานิ น วฏฺฏนฺติ. เตนาห ‘‘สีโตทเกนา’’ติอาทิ. อวเสเสสุปิ อนุญฺญาตผลปตฺตปุปฺผรเสสูติ ธญฺญผลปกฺกสากมธุกปุปฺผรสโต อวเสเสสุ ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, สพฺพํ ผลรสํ ฐเปตฺวา ธญฺญผลรส’’นฺติอาทินา (มหาว. ๓๐๐) อนุญฺญาตเกสุ ผลปตฺตปุปฺผรเสสุปิ.

ขาทนียตฺถนฺติ ขาทนีเยน กตฺตพฺพกิจฺจํ. เนว ผรตีติ น นิปฺผาเทติ. อนาหาเรปิ อุทเก อาหารสญฺญายาติ ‘‘อาหารํ อาหเรยฺยา’’ติ ปทสฺส ปทภาชเน (ปาจิ. ๒๖๕) วุตฺตมตฺถํ สมฺมา อสลฺลกฺเขตฺวา ‘‘อาหรียตีติ อาหาโร’’ติ อนาหาเรปิ อุทเก อาหารสญฺญาย กุกฺกุจฺจายนฺตานํ. ทนฺตโปเน จ ‘‘มุขทฺวารํ อาหฏํ อิท’’นฺติ สญฺญายาติ มุขทฺวารํ อนาหฏมฺปิ ทนฺตโปนํ ‘‘มุขทฺวารํ อาหฏํ อิทํ ทนฺตโปน’’นฺติ วิปลฺลตฺถสญฺญาย กุกฺกุจฺจายนฺตานํ. ยถาสุขํ ปาตุนฺติ ปฏิคฺคเหตฺวา วา อปฺปฏิคฺคเหตฺวา วา ยถากามํ ปาตุํ. ทนฺตโปนปริโภเคนาติ ทนฺตกฏฺฐปริโภเคน, ทนฺตโธวนาทินาติ อตฺโถ, อิมินา ตสฺส ปน รสํ คิลิตุํ น วฏฺฏตีติ ทสฺเสติ.

จตฺตาริ มหาวิกฏานีติ คูถํ, มุตฺตํ, ฉาริกา, มตฺติกา (มหาว. ๒๖๘) จ ‘‘อาสยาทิวเสน วิรูปานิ ชาตานี’’ติ กตฺวา วิกฏานีติ วา อปกติโภชนตฺตา วิกฏานิ ‘‘วิรูปานิ ชาตานี’’ติ วา อตฺโถ. สติ ปจฺจเยติ การเณ สติ, สปฺปทฏฺเฐติ อตฺโถ. ธูมาทิอพฺโพหาริกาภาโวติ ธูมปุปฺผคนฺธทนฺตขยาทิอพฺโพหาริกาภาโว.

ทนฺตโปนสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

โภชนวคฺโค จตุตฺโถ.