๕. อเจลกวคฺโค

๑. อเจลกสิกฺขาปทวณฺณนา

อเจลกสฺสาติ ยสฺส กสฺสจิ ปพฺพชฺชาสมาปนฺนสฺส นคฺคสฺส. ปริพฺพาชกสฺสาติ ฐเปตฺวา ภิกฺขุญฺจ สามเณรญฺจ อวเสสสฺส ยสฺส กสฺสจิ ปพฺพชฺชาสมาปนฺนสฺส. ปริพฺพาชิกายาติ ฐเปตฺวา ภิกฺขุนึ, สิกฺขมานํ, สามเณริญฺจ อวเสสาย ยาย กายจิ ปพฺพชฺชาสมาปนฺนาย. เอเต จ สพฺเพ อญฺญติตฺถิยา เวทิตพฺพา. เตนาห ‘‘เอเตสํ อเจลกาทีนํ อญฺญติตฺถิยาน’’นฺติ.

เตสนฺติ อญฺญติตฺถิยานํ. ภาชนํ นิกฺขิปิตฺวาติ อามิสภริตํ ภาชนํ นิกฺขิปิตฺวา. พาหิราเลปนฺติ เตลาทึ.

อเจลกาทโย ยสฺมา, ติตฺถิยาว มตา อิธ;

ตสฺมา ติตฺถิยนาเมน, ติกจฺเฉโท กโต ตโย.

อติตฺถิยสฺส นคฺคสฺส, ตถา ติตฺถิยลิงฺคิโน;

คหฏฺฐสฺสาปิ ภิกฺขุสฺส, กปฺปตีติ วินิจฺฉโย.

อติตฺถิยสฺส จิตฺเตน, ติตฺถิยสฺส จ ลิงฺคิโน;

โสตาปนฺนาทิโน ทาตุํ, กปฺปตีตีธ โน มติ.

อเจลกสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๒. อุยฺโยชนสิกฺขาปทวณฺณนา

คามํ วา นิคมํ วาติ เอตฺถ นครมฺปิ คามคฺคหเณเนว คหิตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. ปวิสิสฺสามาติ เอตฺถ คเหตฺวา ‘‘คนฺตฺวา’’ติ ปาฐเสโส, อสมนฺนาหาโร วา ตสฺสา อิตฺถิยา ตสฺมึ คาเม สนฺนิหิตภาวํ อชานนฺโต วา ‘‘เอหาวุโส, คามํ วา นิคมํ วา ปิณฺฑาย ปวิสิสฺสามา’’ติ ภิกฺขุํ คเหตฺวา คนฺตฺวาติ อตฺโถ. ยํ กิญฺจิ อามิสนฺติ ยาคุอาทิกํ ยํ กิญฺจิ อามิสํ. อุยฺโยเชยฺยาติ อตฺตโน กีฬานุรูปํ อิตฺถึ ทิสฺวา อุยฺโยเชยฺย ปหิเณยฺย. เตนาห ‘‘มาตุคาเมน สทฺธิ’’นฺติอาทิ. อาทิสทฺเทน วุตฺตาวเสสํ กายวจีทฺวารวีติกฺกมํ สงฺคณฺหาติ. ‘‘คจฺฉา’’ติอาทีนิ วตฺวาติ ‘‘คจฺฉาวุโส, น เม ตยา สทฺธึ กถา วา นิสชฺชา วา ผาสุ โหติ, เอกกสฺส เม กถา วา นิสชฺชา วา ผาสุ โหตี’’ติ (ปาจิ. ๒๗๕) วตฺวา. เอตํ อนาจารเมวาติ เอตํ ยถาวุตฺตํ หสนาทิอนาจารเมว. น อญฺญํ ปติรูปํ การณนฺติ ฐเปตฺวา วุตฺตปฺปการํ อนาจารํ อุภินฺนํ เอกโต น ยาปนาทึ อญฺญํ ปติรูปการณํ ปจฺจยํ กริตฺวา น โหตีติ อตฺโถ. อสฺสาติ อุยฺโยชกสฺส. โสติ โย อุยฺโยชิโต, โส.

อนุปสมฺปนฺเนติ สามเณเร. โสว อิธ อนุปสมฺปนฺโนติ อธิปฺเปโตติ วทนฺติ. อุภินฺนมฺปีติ อุปสมฺปนฺนสฺส วา อนุปสมฺปนฺนสฺส วาติ ทฺวินฺนมฺปิ. กลิสาสนาโรปเนติ (ปาจิ. อฏฺฐ. ๒๗๗) กลีติ โกโธ, ตสฺส สาสนํ อาณํ กลิสาสนํ, ตสฺสาโรปเนติ อตฺโถ, ‘‘อปฺเปว นาม อิมินาปิ อุพฺพาโฬฺห ปกฺกเมยฺยา’’ติ โกธวเสน ฐานนิสชฺชาทีสุ โทสํ ทสฺเสตฺวา ‘‘ปสฺสถ โภ อิมสฺส ฐานํ นิสชฺชํ อาโลกิตํ วิโลกิตํ, ขาณุ วิย ติฏฺฐติ, สุนโข วิย นิสีทติ, มกฺกโฏ วิย อิโต จิโต จ วิโลเกตี’’ติ เอวํ อมนาปวจนสฺส ภณเนติ วุตฺตํ โหติ. สุทฺธจิตฺเตน ปเนวํ ภณเน โทโส นตฺถิ. เอวมาทีหีติ เอตฺถ อาทิสทฺเทน ‘‘มหคฺฆํ ภณฺฑํ ปสฺสิตฺวา โลภธมฺมํ อุปฺปาเทสฺสตี’’ติ อุยฺโยเชติ, ‘‘มาตุคามํ ปสฺสิตฺวา อนภิรตึ อุปฺปาเทสฺสตี’’ติ อุยฺโยเชติ, ‘‘คิลานสฺส วา โอหิยฺยกสฺส วา วิหารปาลสฺส วา ยาคุํ วา ภตฺตํ วา ขาทนียํ วา นีหรา’’ติ อุยฺโยเชติ, ‘‘น อนาจารํ อาจริตุกาโม สติ กรณีเย อุยฺโยเชตี’’ติ (ปาจิ. ๒๗๘) เอเตสํ คหณํ.

อุยฺโยชนสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๓. สโภชนสิกฺขาปทวณฺณนา

‘‘สโภชเน’’ติ พาหิรตฺถสมาโสยํ, อุภสทฺเท อุการสฺส จ โลโปติ อาห ‘‘สห อุโภหิ ชเนหี’’ติอาทิ. ตตฺถ อุโภหิ ชเนหีติ ชายา จ ปติ จาติ อุโภหิ ชเนหิ. ภุญฺชิตพฺพนฺติ วา โภชนํ, อิตฺถี จ ปุริโส จ, เตน สห วตฺตตีติ สโภชนนฺติ อาห ‘‘อถ วา’’ติอาทิ. ราคปริยุฏฺฐิตสฺสาติ เมถุนาธิปฺปายสฺส. สยนิฆรนฺติ สยนียฆรํ, วาสเคหนฺติ อตฺโถ. มหลฺลกสฺสาติ มหลฺลกสฺส สยนิฆรสฺส. ปิฏฺฐสงฺฆาฏโตติ ทฺวารพาหโต ขุทฺทกสฺส วาติ ยถา ตถา วา กตสฺส ขุทฺทกสฺส สยนิฆรสฺส. เวมชฺฌํ อติกฺกมิตฺวา นิสีเทยฺยาติ ปิฏฺฐิวํสํ อติกฺกมิตฺวา นิสีเทยฺย. ขุทฺทกํ (สารตฺถ. ฏี. ปาจิตฺติย ๓.๒๘๐) นาม สยนิฆรํ วิตฺถารโต ปญฺจหตฺถปฺปมาณํ โหติ, ตสฺส จ มชฺฌิมฏฺฐานํ ปิฏฺฐสงฺฆาฏโต อฑฺฒเตยฺยหตฺถปฺปมาณเมว โหติ, ตสฺมา ตาทิเส สยนิฆเร ปิฏฺฐสงฺฆาฏโต หตฺถปาสํ วิชหิตฺวา นิสินฺโน ปิฏฺฐิวํสํ อติกฺกมิตฺวา นิสินฺโน นาม โหติ. เอวํ นิสินฺโน จ เวมชฺฌํ อติกฺกมิตฺวา นิสินฺโน นาม โหติ. เตน วุตฺตํ ปาฬิยํ ‘‘ปิฏฺฐิวํสํ อติกฺกมิตฺวา นิสีทตี’’ติ (ปาจิ. ๒๘๑). สจิตฺตกญฺเจตฺถ อนุปวิสิตฺวา นิสีทนจิตฺเตน ทฏฺฐพฺพํ.

สโภชนสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๔-๕. รโหปฏิจฺฉนฺนรโหนิสชฺชสิกฺขาปทวณฺณนา

จตุตฺถปญฺจมสิกฺขาปเท ยํ วตฺตพฺพํ สิยา, ตํ สพฺพํ อนิยตทฺวเย วุตฺตเมวาติ อาห ‘‘เสโส กถานโย อนิยตทฺวเย วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺโพ’’ติ.

รโหปฏิจฺฉนฺนรโหนิสชฺชสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๖. จาริตฺตสิกฺขาปทวณฺณนา

อนฺโตอุปจารสีมาย ทสฺสนูปจาเร ภิกฺขุํ ทิสฺวาติ ยตฺถ ฐิตสฺส กุลานิ ปยิรุปาสนจิตฺตํ อุปฺปนฺนํ, ตโต ปฏฺฐาย คจฺฉนฺโต อนฺโตอุปจารสีมาย ทสฺสนูปจาเร ภิกฺขุํ ปสฺเส วา อภิมุเข วา ทิสฺวา. ปกติวจเนนาติ ยํ ทฺวาทสหตฺถพฺภนฺตเร ฐิเตน โสตุํ สกฺกา, ตาทิเสน วจเนน, อิโต จิโต จ ปริเยสิตฺวา อาโรจนกิจฺจํ ปน นตฺถิ. โย หิ เอวํ ปริเยสิตพฺโพ, โส อสนฺโตเยว. เตนาห ‘‘ตาทิส’’นฺติอาทิ. อนาปุจฺฉิตฺวาติ อนาโรเจตฺวา.

อนฺตรารามภิกฺขุนุปสฺสยติตฺถิยเสยฺยปฏิกฺกมนภตฺติยฆรานีติ เอตฺถ อนฺตรารามนฺติ อนฺโตคาเม วิหาโร. ปฏิกฺกมนนฺติ อาสนสาลา. ภตฺติยฆรนฺติ นิมนฺติตฆรํ วา สลากภตฺตาทิทายกานํ วา ฆรํ. อาปทาสูติ ชีวิตพฺรหฺมจริยนฺตราเยสุ. กิริยากิริยนฺติ เอตฺถ กุเลสุ จาริตฺตาปชฺชนํ กิริยํ, อนาปุจฺฉนํ อกิริยนฺติ เวทิตพฺพํ.

จาริตฺตสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๗. มหานามสิกฺขาปทวณฺณนา

สพฺพญฺเจตํ วตฺถุวเสน วุตฺตนฺติ ‘‘อคิลาเนน ภิกฺขุนา จตุมาสปจฺจยปวารณา สาทิตพฺพา อญฺญตฺร ปุนปวารณาย อญฺญตฺร นิจฺจปวารณายา’’ติ (ปาจิ. ๓๐๖) เอตํ สพฺพํ สิกฺขาปทนิทานสงฺขาตสฺส วตฺถุโน วเสน วุตฺตํ. ตตฺถ หิ มหานาเมน สกฺเกน ‘‘อิจฺฉามหํ, ภนฺเต, สงฺฆํ จตุมาสํ เภสชฺเชน ปวาเรตุ’’นฺติอาทินา (ปาจิ. ๓๐๓) อุสฺสนฺนุสฺสนฺเนน จ เภสชฺเชน จตุมาสํ ปุน นิจฺจํ ปวารณา กตา, ตสฺมา ภควตา ตสฺส วเสน เอวํ วุตฺตนฺติ วุตฺตํ โหติ. อญฺญตฺร ปุนปวารณายาติ ยทิ ปุนปวารณา อตฺถิ, ตํ ฐเปตฺวา. อญฺญตฺร นิจฺจปวารณายาติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย. ยทิ ปน ตาปิ อตฺถิ, สาทิตพฺพาวาติ อธิปฺปาโย. เตนาห ‘‘อยํ ปเนตฺถ อตฺโถ’’ติอาทิ. ตตฺถาติ ติสฺสํ ปวารณายํ. เภสชฺเชหิ วา ปริจฺเฉโท กโต โหตีติ ‘‘สปฺปิ เตล’’นฺติ เอวมาทินา นามวเสน วา ‘‘ปตฺเถน นาฬิยา อาฬฺหเกนา’’ติอาทินา ปริมาณวเสน วา ‘‘เอตฺตกานิ วา เภสชฺชานิ วิญฺญาเปตพฺพานี’’ติ เภสชฺเชหิ ปริจฺเฉโท กโต โหติ. นเภสชฺชกรณีเยติ มิสฺสกภตฺเตนาปิ เจ ยาเปตุํ สกฺโกติ, นเภสชฺชกรณียํ นาม โหติ. อญฺญํ เภสชฺชนฺติ สปฺปินา ปวาริโต เตลํ, อาฬฺหเกน ปวาริโต โทณํ.

ยถาภูตํ อาจิกฺขิตฺวาติ ‘‘อิเมหิ ตยา เภสชฺเชหิ ปวาริตมฺหา, อมฺหากญฺจ อิมินา จ อิมินา จ เภสชฺเชน อตฺโถ, ยาสุ ตยา รตฺตีสุ ปวาริตมฺหา, ตา รตฺติโย วีติวตฺตา, อมฺหากญฺจ เภสชฺเชน อตฺโถ’’ติ ยถาภูตํ อาโรเจตฺวา. เอวญฺจ วิญฺญาเปตุํ คิลาโนว ลภติ, น อิตโร.

มหานามสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๘. อุยฺยุตฺตเสนาสิกฺขาปทวณฺณนา

จตุรงฺคินินฺติ หตฺถิอสฺสรถปตฺตีติ จตฺตาริ องฺคานิ เอติสฺสาติ จตุรงฺคินี, ตํ จตุรงฺคินึ. ‘‘ทฺวาทสปุริโส หตฺถี, ติปุริโส อสฺโส, จตุปุริโส รโถ, จตฺตาโร ปุริสา สรหตฺถา ปตฺตี’’ติ (ปาจิ. ๓๑๔) อยํ ปจฺฉิมโกฏิยา จตุรงฺคสมนฺนาคตา เสนา นาม, อีทิสํ เสนนฺติ อตฺโถ. ตํ ปน วิชหิตฺวาติ เกนจิ อนฺตริตา วา นินฺนํ โอรุฬฺหา วา น ทิสฺสติ, อิธ ฐตฺวาน สกฺกา ทฏฺฐุนฺติ ตํ ทสฺสนูปจารํ วิชหิตฺวา อญฺญํ ฐานํ คนฺตฺวา.

เสนาทสฺสนวตฺถุสฺมินฺติ เสนํ ทสฺสนาย คมนวตฺถุสฺมึ. อยเมว วา ปาโฐ. หตฺถิอาทีสุ เอกเมกนฺติ หตฺถิอาทีสุ จตูสุ องฺเคสุ เอกเมกํ, อนฺตมโส เอกปุริสารุฬฺหหตฺถิมฺปิ เอกมฺปิ สรหตฺถํ ปุริสนฺติ อตฺโถ. อนุยฺยุตฺตา นาม ราชา อุยฺยานํ วา นทึ วา คจฺฉติ, เอวํ อนุยฺยุตฺตา โหติ. ตถารูปปฺปจฺจเยติ ‘‘มาตุโล เสนาย คิลาโน โหตี’’ติอาทิเก (ปาจิ. ๓๑๒) อนุรูปการเณ สติ. อาปทาสูติ ชีวิตพฺรหฺมจริยนฺตราเยสุ ‘‘เอตฺถ คโต มุจฺจิสฺสามี’’ติ คจฺฉโต อนาปตฺติ.

อุยฺยุตฺตเสนาสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๙. เสนาวาสสิกฺขาปทวณฺณนา

ปฏิเสนารุทฺธายาติ ยถา สญฺจาโร ฉิชฺชติ, เอวํ ปฏิเสนาย รุทฺธาย เสนาย. เกนจิ ปลิพุทฺธสฺสาติ เวริเกน วา อิสฺสเรน วา เกนจิ รุทฺธสฺส.

เสนาวาสสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๑๐. อุยฺโยธิกสิกฺขาปทวณฺณนา

สมฺปหารฏฺฐานสฺสาติ ยุทฺธภูมิยา. พลสฺส อคฺคํ ชานนฺตีติ ‘‘เอตฺตกา หตฺถี, เอตฺตกา อสฺสา, เอตฺตกา รถา, เอตฺตกา ปตฺตี’’ติ (ปาจิ. ๓๒๔) พลสฺส โกฏฺฐาสํ ชานนฺติ. ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, วิหารคฺเคนา’’ติอาทีสุ (จูฬว. ๓๑๘) วิย โกฏฺฐาสตฺโถ เหตฺถ อคฺคสทฺโท. เตนาห ‘‘พลคณนฏฺฐานนฺติ อตฺโถ’’ติ. เสนาย วิยูหนฺติ ‘‘อิโต หตฺถี โหนฺตุ, อิโต อสฺสา โหนฺตุ, อิโต รถา โหนฺตุ, อิโต ปตฺตี โหนฺตู’’ติ (ปาจิ. ๓๒๔) เสนาย ฐปนํ, ราสึ กตฺวา ฐปนนฺติ อตฺโถ. เตนาห ‘‘เสนาสนฺนิเวสสฺเสตํ นาม’’นฺติ. ทฺวาทสปุริโส หตฺถีติ จตฺตาโร อาโรหกา, เอเกกปาทรกฺขกา เทฺว เทฺวติ เอวํ ทฺวาทสปุริโส หตฺถี. ติปุริโส อสฺโสติ เอโก อาโรหโก, เทฺว ปาทรกฺขกาติ เอวํ ติปุริโส อสฺโส. จตุปุริโส รโถติ เอโก สารถิ, เอโก โยโธ, เทฺว อาณิรกฺขกาติ เอวํ จตุปุริโส รโถติ.

อุยฺโยธิกสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

อเจลกวคฺโค ปญฺจโม.