๖. สุราปานวคฺโค
๑. สุราปานสิกฺขาปทวณฺณนา
ปิฏฺฐาทีหิ กตํ มชฺชํ สุราติ ปิฏฺฐปูวโอทนกิณฺณสมฺภาเรหิ กตํ มชฺชํ สุราติ อตฺโถ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – ปิฏฺฐสุรา, ปูวสุรา, โอทนสุรา, กิณฺณปกฺขิตฺตา, สมฺภารสํยุตฺตาติ (ปาจิ. ๓๒๘) อิมานิ ปญฺจ สุรา นามาติ. ตตฺถ ปิฏฺฐํ ภาชเน ปกฺขิปิตฺวา ตชฺชํ อุทกํ ทตฺวา มทฺทิตฺวา กตา ปิฏฺฐสุรา (สารตฺถ. ฏี. ปาจิตฺติย ๓.๓๒๖-๓๒๘). เอวํ เสสาสุปิ. กิณฺณาติ ปน ตสฺสา สุราย พีชํ วุจฺจติ. เย ‘‘สุราโมทกา’’ติปิ วุจฺจนฺติ, เต ปกฺขิปิตฺวา กตา กิณฺณปกฺขิตฺตา. หรีตกิสาสปาทินานาสมฺภาเรหิ สํโยชิตา สมฺภารสํยุตฺตา.
ปุปฺผาทีหิ กโต อาสโว เมรยนฺติ ปุปฺผผลมธุคุฬสมฺภาเรหิ กโต จิรปริวาสิโต เมรยนฺติ อตฺโถ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – ปุปฺผาสโว, ผลาสโว, มธฺวาสโว, คุฬาสโว, สมฺภารสํยุตฺโตติ ปญฺจเมรยํ นามาติ. ตตฺถ มธุกตาลนาฬิเกราทิ ปุปฺผรโส จิรปริวาสิโต ปุปฺผาสโว. ปนสาทิผลรโส ผลาสโว. มุทฺทิการโส มธฺวาสโว. สมนฺตปาสาทิกายํ ปน ‘‘ผลาสโว นาม มุทฺทิกาผลาทีนิ มทฺทิตฺวา เตสํ รเสน กโต. มธฺวาสโว นาม มุทฺทิกานํ ชาติรเสน กโต, มกฺขิกามธุนาปิ กรียตีติ วทนฺตี’’ติ (ปาจิ. อฏฺฐ. ๓๒๘) วุตฺตํ. อุจฺฉุรโส คุฬาสโว. หรีตกามลกกฏุกภณฺฑาทินานาสมฺภารานํ รโส จิรปริวาสิโต สมฺภารสํยุตฺโต. เอตฺถ จ สุราย, เมรยสฺส จ สมาเนปิ สมฺภารสํโยเค มทฺทิตฺวา กตา สุรา, จิรปริวาสิตมตฺเตน เมรยนฺติ เอวมิเมสํ นานากรณํ ทฏฺฐพฺพํ. พีชโต ปฏฺฐายาติ สมฺภาเร ปฏิยาเทตฺวา จาฏิยํ ปกฺขิตฺตกาลโต เจว ตาลนาฬิเกราทีนํ ปุปฺผรสสฺส อภินวกาลโต จ ปฏฺฐาย.
โลณโสวีรกํ วา สุตฺตํ วาติ อิเม เทฺว อเนเกหิ เภสชฺเชหิ อภิสงฺขตา อาสววิเสสา. วาสคฺคาหาปนตฺถนฺติ สุคนฺธภาวคาหาปนตฺถํ. วตฺถุํ อชานนตาย เจตฺถ อจิตฺตกตา เวทิตพฺพา. อกุสเลเนว ปาตพฺพตาย โลกวชฺชํ. ยํ ปเนตฺถ วตฺตพฺพํ สิยา, ตํ สพฺพํ ปฐมปาราชิกวณฺณนาย วุตฺตนยเมว.
สุราปานสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๒. องฺคุลิปโตทกสิกฺขาปทวณฺณนา
หสาธิปฺปายสฺสาติ ขิฑฺฑาธิปฺปายสฺส, อิมินา กายสํสคฺคาธิปฺปายํ ปฏิกฺขิปติ.
เอตฺถ จ ภิกฺขุนิมฺปิ หสาธิปฺปาเยน ผุสโต ภิกฺขุสฺส ทุกฺกฏํ. ตถา ภิกฺขุมฺปิ ผุสนฺติยา ภิกฺขุนิยาติ อาห ‘‘อิธ ปน ภิกฺขุนีปิ ภิกฺขุสฺส, ภิกฺขุ จ ภิกฺขุนิยา อนุปสมฺปนฺโน เอวา’’ติ. กายปฺปฏิพทฺธาทีสุ สพฺพตฺถาติ ‘‘กาเยน กายปฺปฏิพทฺเธ, กายปฺปฏิพทฺเธน กาเย, กายปฺปฏิพทฺเธน กายปฺปฏิพทฺเธ, นิสฺสคฺคิเยน กาเย, นิสฺสคฺคิเยน กายปฺปฏิพทฺเธ, นิสฺสคฺคิเยน นิสฺสคฺคิเย’’ติ (ปาจิ. ๓๓๒) สพฺพตฺถ. สติ กรณีเย อามสโตติ สติ กรณีเย ปุริสํ อามสโต อนาปตฺติ. อิตฺถี ปน สติ กรณีเยปิ อามสิตุํ น วฏฺฏติ.
องฺคุลิปโตทกสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๓. หสธมฺมสิกฺขาปทวณฺณนา
อุปริโคปฺผเกติ โคปฺผกานํ อุปริภาคปฺปมาเณ. หสาธิปฺปาโยติ กีฬาธิปฺปาโย. เยน เยน องฺเคนาติ หตฺถปาทาทีสุ เยน เยน องฺเคน. ตถา นาวาย กีฬโตติ ผิยาริตฺตาทีหิ นาวํ ปาเชนฺตสฺส วา ตีเร อุสฺสาเรนฺตสฺส วา ทุกฺกฏนฺติ อตฺโถ.
หสธมฺมสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๔. อนาทริยสิกฺขาปทวณฺณนา
ทุวิธเญฺหตฺถ อนาทริยํ ปุคฺคลานาทริยญฺจ ธมฺมานาทริยญฺจาติ อาห ‘‘ปุคฺคลสฺส วา’’ติอาทิ. ตตฺถ โย ภิกฺขุ อุปสมฺปนฺเนน ปญฺญตฺเตน วุจฺจมาโน ‘‘อยํ อุกฺขิตฺตโก วา วมฺภิโต วา ครหิโต วา, อิมสฺส วจนํ อกตํ ภวิสฺสตี’’ติ (ปาจิ. ๓๔๒) อนาทริยํ กโรติ, อยํ ปุคฺคเล อนาทริยํ กโรติ นาม. โย ปน ปญฺญตฺเตน วุจฺจมาโน ‘‘กถายํ นสฺเสยฺย วา วินสฺเสยฺย วา อนฺตรธาเยยฺย วา’’ติ, ตํ วา นสิกฺขิตุกาโม อนาทริยํ กโรติ, อยํ ธมฺเม อนาทริยํ กโรติ นาม. เตนาห ‘‘ตสฺมา’’ติอาทิ.
อิทํ น สลฺเลขาย สํวตฺตตีติ สมฺมา กิเลเส ลิขตีติ สลฺเลโข, อปฺปิจฺฉตา, ตทตฺถํ นยิทํ สํวตฺตติ. อาทิสทฺเทน ‘‘อิทํ น ธุตตฺถาย สํวตฺตติ, น ปาสาทิกตาย, น อปจยาย, น วีริยารมฺภาย สํวตฺตตี’’ติ (ปาจิ. ๓๔๓) อิทํ สงฺคณฺหาติ. อปญฺญตฺเตนาติ สุตฺเต วา อภิธมฺเม วา อาคเตน. ปเวณิอาคตนฺติ สงฺคีติกาลโต ปฏฺฐาย มหากสฺสปาทิอาจริยปรมฺปราย อาคตํ. สเจ ปน ยสฺมา อุจฺฉุรโส สตฺตาหกาลิโก, ตสฺส กสโฏ ยาวชีวิโก, ทฺวินฺนํเยว สมวาโย อุจฺฉุยฏฺฐิ, ตสฺมา วิกาเล อุจฺฉุยฏฺฐึ ขาทิตุํ วฏฺฏติ คุฬหรีตกํ วิยาติ เอวมาทิกํ คารยฺหาจริยุคฺคหํ คเหตฺวา ‘‘เอวํ อมฺหากํ อาจริยานํ อุคฺคโห ปริปุจฺฉา’’ติ ภณติ, อาปตฺติเยว.
อนาทริยสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๕. ภึสาปนสิกฺขาปทวณฺณนา
รูปาทีนีติ ภยานกานิ รูปสทฺทคนฺธรสโผฏฺฐพฺพานิ. ภยานกกถนฺติ โจรกนฺตารวาฬกนฺตารปิสาจกนฺตารปฺปฏิสํยุตฺตกถํ.
ภึสาปนสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๖. โชติสิกฺขาปทวณฺณนา
อคิลาโนติ ยสฺส วินา อคฺคินา ผาสุ โหติ, โส อิธ อคิลาโน นาม. โชตินฺติ อคฺคึ.
ภคฺเคสูติ เอวํนามเก ชนปเท. ภคฺคานาม ชานปทิโน ราชกุมารา, เตสํ นิวาโส เอโกปิ ชนปโท รุฬฺหิสทฺเทน ‘‘ภคฺคา’’ติ วุจฺจติ. เตน วุตฺตํ ‘‘ภคฺเคสูติ เอวํนามเก ชนปเท’’ติ. ตถา ปติลาตํ อุกฺขิปนฺตสฺสาติ ฑยฺหมานํ อลาตํ ปติตํ อุกฺขิปนฺตสฺส ตถา ทุกฺกฏนฺติ อตฺโถ. ตญฺจาติ ทุกฺกฏํ ปรามสติ. อวิชฺฌาตนฺติ อนิพฺพุตาลาตํ. ปทีปโชติกชนฺตาฆเรติ ปทีปุชฺชลนปตฺตปจนเสทกมฺมาทีสุ โชติกรเณ อคฺคิสาลายญฺจ สมาทหนฺตสฺส อนาปตฺตีติ อตฺโถ. ตถารูปปฺปจฺจเยติ ฐเปตฺวา ปทีปาทีนิ อญฺญสฺมิมฺปิ ตถารูปปจฺจเย. อาปทาสูติ ทุฏฺฐวาฬมิคอมนุสฺเสหิ อุปทฺทเวสุ.
โชติสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๗. นหานสิกฺขาปทวณฺณนา
‘‘ทิยฑฺโฒ มาโส เสโส คิมฺหาน’’นฺติ ‘‘วสฺสานสฺส ปฐโม มาโส’’อิจฺเจเต อฑฺฒเตยฺยมาสา อุณฺหสมโย, ปริฬาหสมโยติ คิมฺหานํ เสโส ทิยฑฺโฒ มาโส อุณฺหสมโย, วสฺสานสฺส ปฐโม มาโส ปริฬาหสมโยติ เอวํ เอเต อฑฺฒเตยฺยมาสา กเมน อุณฺหสมโย, ปริฬาหสมโย นาม โหตีติ อตฺโถ เตเนว ปทภาชนิยํ ‘‘อุณฺหสมโย นาม ทิยฑฺโฒ มาโส เสโส คิมฺหาน’’นฺติ, ‘‘ปริฬาหสมโย นาม วสฺสานสฺส ปฐโม มาโส’’ติ วุตฺตํ. ยทา วินา นหาเนน น ผาสุ โหติ, อยํ คิลานสมโย. ปทภาชนิยํ (ปาจิ. ๓๖๔) ปน คิลาเน นิจฺฉิเต คิลานกาโล นิจฺฉิโตว โหตีติ ‘‘ยสฺส วินา นหาเนน น ผาสุ โหติ, ‘คิลานสมโย’ติ นหายิตพฺพ’’นฺติ วุตฺตํ. ปริเวณสมฺมชฺชนมตฺตมฺปีติ อนฺตมโส ปริเวณสมฺมชฺชนมตฺตมฺปิ.
วาลุกํ อุกฺกิริตฺวาติ สุกฺขาย นทิยา วาลิกํ อุตฺติริตฺวา. อาวาเฏสุปีติ ปิ-สทฺเทน นทิยํ วตฺตพฺพเมว นตฺถีติ ทสฺเสติ. อาปทาสูติ ภมราทีหิ อนุพนฺเธสุ.
นหานสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๘. ทุพฺพณฺณกรณสิกฺขาปทวณฺณนา
ลาภสทฺโทยํ กมฺมสาธโน ‘‘โก ภวตา ลาโภ ลทฺโธ’’ติอาทีสุ วิย, โส เจตฺถ อตีตกาลิโกติ อาห ‘‘อลพฺภีติ ลโภ’’ติ, ลทฺธนฺติ อตฺโถ. ‘‘ลโภ เอว ลาโภ’’ติ อิมินา สกตฺเถ ณปจฺจโยติ ทสฺเสติ. กึ อลพฺภีติ กึ ลทฺธํ. นวนฺติ อภินวํ. เอตฺตาวตา จ นวญฺจ ตํ จีวรญฺจาติ นวจีวรํ, นวจีวรํ ลาโภ เอเตนาติ นวจีวรลาโภติ เอวเมตฺถ สมาโส ทฏฺฐพฺโพติ. ยทิ เอวํ กถํ ‘‘นวํ จีวรลาเภนา’’ติ วุตฺตนฺติ อาห ‘‘อิติ นวจีวรลาเภนา’’ติอาทิ. เอตฺถ จ ‘‘วิกปฺปนุปคํ ปจฺฉิม’’นฺติ น วุตฺตตฺตา จีวรนฺติ ยํ นิวาเสตุํ วา ปารุปิตุํ วา สกฺกา โหติ, ตเทว เวทิตพฺพนฺติ อาห ‘‘นิวาสนปารุปนุปคํ จีวร’’นฺติ. ‘‘ทุพฺพณฺณกรณํ อาทาตพฺพ’’นฺติ เอตํ กปฺปพินฺทุํ สนฺธาย วุตฺตํ, น นีลาทีหิ สกลจีวรํ ทุพฺพณฺณกรณํ, ตญฺจ ปน กปฺปํ อาทิยนฺเตน จีวรํ รชิตฺวา จตูสุ วา โกเณสุ, ตีสุ วา ทฺวีสุ วา เอกสฺมึ วา โกเณ โมรสฺส อกฺขิมณฺฑลมตฺตํ วา มงฺคุลปิฏฺฐิมตฺตํ วา อาทาตพฺพนฺติ อาห ‘‘ตสฺสา’’ติอาทิ. กํสนีเลนาติ จมฺมการนีเลน. มหาปจฺจริยํ ปน ‘‘อโยมลํ โลหมลํ, เอตํ กํสนีลํ นามา’’ติ (ปาจิ. อฏฺฐ. ๓๖๘) วุตฺตํ. ปตฺตนีเลนาติ เยน เกนจิ นีลวณฺเณน ปณฺณรเสน. กปฺปพินฺทุํ อาทิยิตฺวาติ วฏฺฏํ เอกํ กปฺปพินฺทุํ อาทิยิตฺวา.
ปาฬิกปฺปกณฺณิกกปฺปาทโย ปน สพฺพฏฺฐกถาสุ ปฏิสิทฺธา. อคฺคฬาทีนิ กปฺปกตจีวเร ปน ปจฺฉา อาโรเปตฺวา กปฺปกรณกิจฺจํ นตฺถีติ อาห ‘‘ปจฺฉา อาโรปิเตสู’’ติอาทิ. อคฺคฬอนุวาตปริภณฺเฑสูติ อุทฺธริตฺวา อลฺลิยาปนกขณฺฑปิฏฺฐิอนุวาตกุจฺฉิอนุวาเตสุ. กิริยากิริยนฺติ นิวาสนปารุปนโต, กปฺปสฺส อนาทานโต กิริยากิริยํ.
ทุพฺพณฺณกรณสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๙. วิกปฺปนสิกฺขาปทวณฺณนา
สมฺมุเขน วิกปฺปนา สมฺมุขวิกปฺปนา. ปรมฺมุเขน วิกปฺปนา ปรมฺมุขวิกปฺปนา. สนฺนิหิตาสนฺนิหิตภาวนฺติ อาสนฺนทูรภาวํ. อาสนฺนทูรภาโว จ อธิฏฺฐาเน วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺโพ.
มิตฺโตติ ทฬฺหมิตฺโต. สนฺทิฏฺโฐติ ทิฏฺฐมตฺโต นาติทฬฺหมิตฺโต. อกตปจฺจุทฺธารนฺติ ‘‘มยฺหํ สนฺตกํ ปริภุญฺช วา วิสฺสชฺเชหิ วา’’ติอาทินา อกตปจฺจุทฺธารํ. เยน วินยกมฺมํ กตนฺติ เยน สทฺธึ วินยกมฺมํ กตํ.
ปริโภเคน กายกมฺมํ, อปจฺจุทฺธาราปเนน วจีกมฺมนฺติ อาห ‘‘สมุฏฺฐานาทีนิ ปฐมกถินสทิสาเนวา’’ติ. กิริยากิริยนฺติ เอตฺถ ปริภุญฺชนํ กิริยํ. อปจฺจุทฺธาราปนํ อกิริยํ.
วิกปฺปนสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๑๐. อปนิธานสิกฺขาปทวณฺณนา
อธิฏฺฐานุปคนฺติ อธิฏฺฐานโยคฺคํ อโยปตฺตญฺเจว มตฺติกาปตฺตญฺจ. สูกรนฺตกํ นาม กุญฺจิกาโกโส วิย อนฺโต สุสิรํ กตฺวา โกฏฺฏิตํ.
อญฺญํ ปริกฺขารนฺติ ปาฬิยา อนาคตปตฺตตฺถวิกาทึ. ธมฺมกถํ กตฺวาติ ‘‘สมเณน นาม อนิหิตปริกฺขาเรน ภวิตุํ น วฏฺฏตี’’ติ เอวํ ‘‘ธมฺมกถํ กเถตฺวา ทสฺสามี’’ติ นิกฺขิปโต อนาปตฺติ.
อปนิธานสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
สุราปานวคฺโค ฉฏฺโฐ.