๔. โภชนวคฺโค
๑. อาวสถสิกฺขาปทวณฺณนา
‘‘อคิลาโน’’ติ เอตฺถ อนฺตมโส ทฺวิคาวุตํ คนฺตุํ สมตฺโถ อธิปฺเปโตติ อาห ‘‘อทฺธโยชนมฺปิ คนฺตุํ สมตฺเถนา’’ติ. อาวสถปิณฺโฑติ อาวสเถ ปิณฺโฑ, สาลาทีสุ อโนทิสฺส ยาวทตฺถํ ปญฺญตฺตํ ปญฺจนฺนํ โภชนานํ อญฺญตรํ โภชนนฺติ อตฺโถ. เตนาห ‘‘อิเมสํ วา’’ติอาทิ. ตตฺถ อิเมสํ วาติ อิเมสํ ปาสณฺฑานํ วา. เอตฺตกานํ วาติ อิมสฺมึ ปาสณฺเฑ เอตฺตกานํ ปาสณฺฑานํ วา. ปาสณฺฑนฺติ ฉนฺนวุติวิธํ สมณปริพฺพาชกาทึ. เต หิ ตณฺหาปาสญฺเจว ทิฏฺฐิปาสญฺจ เฑนฺติ โอฑฺเฑนฺตีติ ปาสณฺฑาติ วุจฺจนฺติ. อโนทิสฺสาติ อนุทฺทิสิตฺวา, อปริจฺฉินฺทิตฺวาติ อตฺโถ. สาลาทีสุ ยตฺถ กตฺถจีติ สาลารุกฺขมูลอพฺโภกาสาทีสุ ยตฺถ กตฺถจิ ฐาเนสุ. เอกทิวสเมว ภุญฺชิตพฺโพติ เอกทิวสํ สกึเยว ภุญฺชิตพฺโพ, เอกสฺมึ ทิวเส ปุนปฺปุนํ ภุญฺชิตุํ น วฏฺฏติ. ทุติยทิวสโต ปฏฺฐายาติ ภุตฺตทิวสสฺส ทุติยทิวสโต ปฏฺฐาย. อชฺโฌหาเร อชฺโฌหาเร ปาจิตฺติยนฺติ อาโลเป อาโลเป กพเฬ กพเฬ ปาจิตฺติยํ. นานากุเลหิ (ปาจิ. อฏฺฐ. ๒๐๖) ปน นานาฏฺฐาเนสุ ปญฺญตฺตํ, เอกสฺมึ ฐาเน เอกทิวสํ ภุญฺชิตฺวา ทุติยทิวเส อญฺญตฺถ ภุญฺชิตุํ วฏฺฏติ, ปฏิปาฏึ ปน เขเปตฺวา ปุน อาทิโต ปฏฺฐาย ภุญฺชิตุํ น วฏฺฏติ. เอกปูคนานาปูคเอกคามนานาคาเมสุปิ เอเสว นโย. โยปิ เอกกุลสฺส วา นานากุลานํ วา เอกโต ปญฺญตฺโต ตณฺฑุลาทีนํ อภาเวน อนฺตรนฺตรา ฉิชฺชติ, โสปิ น ภุญฺชิตพฺโพ. สเจ ปน ‘‘น สกฺโกม ทาตุ’’นฺติ อุปจฺฉินฺทิตฺวา ปุน กลฺยาณจิตฺเต อุปฺปนฺเน ทาตุํ อารภนฺติ, เอตํ ปุน เอกทิวสํ ภุญฺชิตุํ วฏฺฏติ.
ติกปาจิตฺติยนฺติ อคิลาเน อคิลานสญฺญิเวมติกคิลานสญฺญีนํ วเสน ตีณิ ปาจิตฺติยานิ. คิลานสฺส คิลานสญฺญิโนติ คิลานสฺส ปน ‘‘คิลาโน อห’’นฺติ สญฺญิโน อนุวสิตฺวา ภุญฺชนฺตสฺส อนาปตฺติ. สกึ ภุญฺชตีติ เอกทิวสํ ภุญฺชติ. ‘‘คจฺฉนฺโต วา’’ติ อิทํ อทฺธโยชนวเสน คเหตพฺพํ, ตถา ‘‘ปจฺจาคจฺฉนฺโต’’ติ (สารตฺถ. ฏี. ปาจิตฺติย ๓.๒๐๘) อิทมฺปีติ วทนฺติ. เกนจิ อุปทฺทเวนาติ นทิปูรโจรภยาทินา เกนจิ อุปทฺทเวน. อญฺญนฺติ ยาคุขชฺชกผลาผลาทิเภทํ ยํ กิญฺจิ อญฺญํ. อนุวสิตฺวาติ ปุน วสิตฺวา.
อาวสถสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๒. คณโภชนสิกฺขาปทวณฺณนา
คณโภชเนติ คเณน ลทฺธตฺตา คณสฺส สนฺตเก โภชเน. เตนาห ‘‘คณสฺส โภชเน’’ติ. นนุ เจตฺถ ‘‘คณสฺส โภชเน’’ติ วุจฺจติ, โส จ โข คโณ ‘‘กตฺถจิ ทฺวีหิ, กตฺถจิ ตีหี’’ติอาทินา อเนกธา อธิปฺเปโต, อิธ กติหีติ อาห ‘‘อิธ จา’’ติอาทิ. ตํ ปเนตํ คณโภชนํ ทฺวีหิ ปกาเรหิ ปสวติ นิมนฺตนโต วา วิญฺญตฺติโต วาติ อาห ‘‘เตสํ นิมนฺตนโต วา’’ติอาทิ. ตตฺถ นิมนฺตนโต วาติ อกปฺปิยนิมนฺตนโต วา. โอทนาทีนํ ปญฺจนฺนนฺติ โอทนสตฺตุกุมฺมาสมจฺฉมํสานํ ปญฺจนฺนํ.
‘‘โอทเนน นิมนฺเตมิ, โอทนํ เม คณฺหถา’’ติอาทินา นเยน เยน เกนจิ เววจเนน วา ภาสนฺตเรน วา ปญฺจนฺนํ โภชนานํ นามํ คเหตฺวา นิมนฺเตตีติ สมฺพนฺโธ. จตฺตาโรติ เอกฏฺฐาเน วา นานาฏฺฐาเนสุ วา ฐิเต จตฺตาโร ภิกฺขู. ลกฺขณวจนญฺเจตํ, ตสฺมา จตฺตาโร วา ตโต วา อธิเก ภิกฺขูติ อตฺโถ. เววจเนน วาติ ภตฺตอนฺนาทิปริยายสทฺเทน วา. ภาสนฺตเรน วาติ อนฺธทมิฬาทิภาสนฺตเรน วา. ปญฺจนฺนํ โภชนานํ นามํ คเหตฺวาติ ปญฺจนฺนํ โภชนานํ อญฺญตรสฺส นามํ คเหตฺวา. โอทเนน นิมนฺเตมีติ ตุเมฺห ภนฺเต โอทเนน นิมนฺเตมิ. อาทิสทฺเทน ‘‘อากงฺขถ โอโลเกถ อธิวาเสถ ปฏิมาเนถ, สตฺตุนา นิมนฺเตมิ, สตฺตุํ เม คณฺหถ อากงฺขถ โอโลเกถ อธิวาเสถ ปฏิมาเนถา’’ติอาทีนํ (ปาจิ. อฏฺฐ. ๒๑๗-๒๑๘) คหณํ. เอกโต วาติ เอกตฺถ ฐิเต วา นิสินฺเน วา ภิกฺขู ทิสฺวา ‘‘ตุเมฺห, ภนฺเต, โอทเนน นิมนฺเตมี’’ติอาทินา เอวํ เอกโต นิมนฺติตา. นานาโต วา นิมนฺติตาติ จตฺตาริ ปริเวณานิ วา วิหาเร วา คนฺตฺวา นานาโต วา นิมนฺติตา. เอกฏฺฐาเน ฐิเตสุเยว วา เอโก ปุตฺเตน, เอโก ปิตราติ เอวมฺปิ นิมนฺติตา นานาโตเยว นิมนฺติตา นาม โหนฺติ. เอกโต คณฺหนฺติติ อญฺญมญฺญสฺส ทฺวาทสหตฺถูปจาเร ฐิตา คณฺหนฺติ.
กสฺมา ปน นานาโต ภุตฺเตปิ คณโภชนํ โหตีติ อาห ‘‘ปฏิคฺคหณเมว เหตฺถ ปมาณ’’นฺติ. ยทิ เอวํ อถ กสฺมา ปาฬิยํ ‘‘คณโภชนํ นาม ยตฺถ จตฺตาโร ภิกฺขู ปญฺจนฺนํ โภชนานํ อญฺญตเรน โภชเนน นิมนฺติตา ภุญฺชนฺติ, เอตํ คณโภชนํ นามา’’ติ (ปาจิ. ๒๑๘) วุตฺตํ? ตํ ปฏิคฺคหณนิยมนตฺถเมว. น หิ อปฺปฏิคฺคหิตกํ ภิกฺขู ภุญฺชนฺตีติ ‘‘ภุญฺชนฺตี’’ติ ปทํ ปฏิคฺคหณนิยมวจนํ โหติ. เอกโต วา นานาโต วา วิญฺญาเปตฺวาติ จตฺตาโร ภิกฺขู เอกโต ฐิตา วา นิสินฺนา วา อุปาสกํ ทิสฺวา ‘‘อมฺหากํ จตุนฺนมฺปิ ภตฺตํ เทหี’’ติ วา ปาเฏกฺกํ ปวิสิตฺวา ‘‘มยฺหํ ภตฺตํ เทหิ, มยฺหํ ภตฺตํ เทหี’’ติ วา เอกโต วา นานาโต วา วิญฺญาเปตฺวา. ตสฺส ทุวิธสฺสาปีติ ยญฺจ นิมนฺตนโต ลทฺธํ คณโภชนํ, ยญฺจ วิญฺญตฺติโต ลทฺธํ, ตสฺส ทุวิธสฺสาปิ คณโภชนสฺส. เอวํ ปฏิคฺคหเณติ เอกโต ปฏิคฺคหเณ.
ปาทานมฺปิ ผลิตตฺตาติ (ปาจิ. อฏฺฐ. ๒๑๗-๒๑๘) อนฺตมโส ปาทานมฺปิ ยถา มหาจมฺมสฺส ปรโต มํสํ ทิสฺสติ, เอวํ ผลิตตฺตา. น สกฺกา ปิณฺฑาย จริตุนฺติ วาลิกาย วา สกฺขราย วา ผุฏฺฐมตฺเต ทุกฺขุปฺปตฺติโต อนฺโตคาเม ปิณฺฑาย จริตุํ น สกฺโกติ. จีวเร กริยมาเนติ สาฏกญฺจ สุตฺตญฺจ ลภิตฺวา จีวเร กริยมาเน. ยํ กิญฺจิ จีวเร กตฺตพฺพกมฺมนฺติ จีวรวิจารณฉินฺทนโมฆสุตฺตาโรปนาทิ ยํ กิญฺจิ จีวเร กตฺตพฺพํ กมฺมํ, อนฺตมโส สูจิเวธนมฺปีติ อธิปฺปาโย. ‘‘อทฺธโยชนมฺปี’’ติอาทิ อวกํสโต วุตฺตํ. โย ปน ทูรํ คนฺตุกาโม, ตตฺถ วตฺตพฺพเมว นตฺถิ, คจฺฉนฺโต อทฺธโยชนพฺภนฺตเร คาวุเตปิ ภุญฺชิตุํ ลภติ, คโต ปน เอกทิวสํ. ยทา นาวํ อภิรุหิตุกาโม วา โหติ อารุโฬฺห วา โอรุโฬฺห วา, อยํ นาวาภิรุหนสมโย นามาติ อาห ‘‘นาวาภิรุหนสมเยปิ เอเสว นโย’’ติ. อยํ ปน วิเสโส – อภิรุเฬฺหน อิจฺฉิตฏฺฐานํ คนฺตฺวาปิ ยาว น โอโรหติ, ตาว ภุญฺชิตพฺพํ. จตฺตาโร ภิกฺขูติ อนฺติมปริจฺเฉโท. ยตฺถ ปน สตํ วา สหสฺสํ วา สนฺนิปติตํ, ตตฺถ วตฺตพฺพเมว นตฺถิ. ตสฺมา ตาทิเส กาเล ‘‘มหาสมโย’’ติ อธิฏฺฐหิตฺวา ภุญฺชิตพฺพํ. โย โกจิ ปพฺพชิโตติ สหธมฺมิเกสุ วา ติตฺถิเยสุ วา อญฺญตโร.
เย จ เทฺว ตโย เอกโต คณฺหนฺตีติ เยปิ อกปฺปิยนิมนฺตนํ สาทิยิตฺวา เทฺว วา ตโย วา เอกโต คณฺหนฺติ, เตสมฺปิ อนาปตฺติ. ปณีตโภชนสูโปทนวิญฺญตฺตีหิ ปน อาปตฺติเยวาติ วทนฺติ, อุปปริกฺขิตพฺพํ. นิจฺจภตฺตาทีสูติ นิจฺจภตฺเต สลากภตฺเต ปกฺขิเก อุโปสถิเก ปาฏิปทิเก. ตตฺถ นิจฺจภตฺตนฺติ ธุวภตฺตํ วุจฺจติ. ‘‘นิจฺจภตฺตํ คณฺหถา’’ติ วทนฺติ, พหูนมฺปิ เอกโต คณฺหิตุํ วฏฺฏติ. สลากภตฺตาทีสุปิ เอเสว นโย.
คณโภชนสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๓. ปรมฺปรโภชนสิกฺขาปทวณฺณนา
คณโภชเน วุตฺตนเยเนวาติ ภิกฺขุํ อุปสงฺกมิตฺวา ‘‘ตุเมฺห, ภนฺเต, โอทเนน นิมนฺเตมิ, โอทนํ เม คณฺหถา’’ติอาทินา (ปาจิ. อฏฺฐ. ๒๑๗-๒๑๘) นเยน เยน เกนจิ เววจเนน วา ภาสนฺตเรน วา ปญฺจนฺนํ โภชนานํ อญฺญตรสฺส นามํ คเหตฺวา นิมนฺเตตีติ วุตฺเตเนว นเยน. นิมนฺติตสฺสาติ อกปฺปิยนิมนฺตเนน นิมนฺติตสฺส. อวิกปฺเปตฺวาติ สมฺมุขาสมฺมุขวเสน อวิกปฺเปตฺวา, อปริจฺจชิตฺวาติ อตฺโถ. อยญฺหิ ภตฺตวิกปฺปนา นาม สมฺมุขาปรมฺมุขาปิ วฏฺฏติ. เตนาห ‘‘โย ภิกฺขุ ปญฺจสุ สหธมฺมิเกสู’’ติอาทิ.
อญฺญตฺร นิมนฺตนโภชนวตฺถุสฺมินฺติ อญฺญตฺร ปฐมํ นิมนฺติตา หุตฺวา อญฺญสฺมึ นิมนฺตเน ภุญฺชนวตฺถุสฺมึ. ยทิ ติวิธา อนุปญฺญตฺติ, อถ กสฺมา ปริวาเร ‘‘จตสฺโส อนุปญฺญตฺติโย’’ติ วุตฺตนฺติ อาห ‘‘ปริวาเร ปนา’’ติอาทิ. วิกปฺปนมฺปิ คเหตฺวาติ วิกปฺปนานุชานนมฺปิ อนุปญฺญตฺติสมานนฺติ อนุปญฺญตฺติภาเวน คเหตฺวา. เอกสํสฏฺฐานีติ เอกสฺมึ มิสฺสิตานิ. อิทํ วุตฺตํ โหติ (ปาจิ. อฏฺฐ. ๒๒๙) – เทฺว ตีณิ กุลานิ นิมนฺเตตฺวา เอกสฺมึ ฐาเน นิสีทาเปตฺวา อิโต จิโต จ อาหริตฺวา ภตฺตํ อากิรนฺติ, สูปพฺยญฺชนํ อากิรนฺติ, เอกมิสฺสกํ โหติ, เอตฺถ อนาปตฺตีติ. สเจ ปน มูลนิมนฺตนํ เหฏฺฐา โหติ, ปจฺฉิมํ ปจฺฉิมํ อุปริ, ตํ อุปริโต ปฏฺฐาย ภุญฺชนฺตสฺส อาปตฺติ. หตฺถํ ปน อนฺโต ปเวเสตฺวา ปฐมนิมนฺตนโต เอกมฺปิ กพฬํ อุทฺธริตฺวา ภุตฺตกาลโต ปฏฺฐาย ยถา ตถา วา ภุญฺชนฺตสฺส อนาปตฺติ. เทฺว ตีณิ นิมนฺตนานิ เอกโต วา กตฺวา ภุญฺชตีติ เทฺว ตีณิ นิมนฺตนานิ เอกโต ปกฺขิปิตฺวา มิสฺเสตฺวา เอกํ กตฺวา ภุญฺชตีติ อตฺโถ. ‘‘สกเลน คาเมน วา’’ติอาทีสุ สกเลน คาเมน เอกโต หุตฺวา นิมนฺติตสฺเสว ยตฺถ กตฺถจิ ภุญฺชโต อนาปตฺติ. ปูเคปิ เอเสว นโย. นิมนฺติยมาโน วา ‘‘ภิกฺขํ คเหสฺสามี’’ติ วทตีติ ‘‘ภตฺตํ คณฺหา’’ติ นิมนฺติยมาโน ‘‘น มยฺหํ ตว ภตฺเตน อตฺโถ, ภิกฺขํ คเหสฺสามี’’ติ ภณติ. กิริยากิริยนฺติ เอตฺถ โภชนํ กิริยํ, อวิกปฺปนํ อกิริยํ.
ปรมฺปรโภชนสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๔. กาณมาตาสิกฺขาปทวณฺณนา
ปเหณกตฺถายาติ ปณฺณาการตฺถาย. ปาเถยฺยตฺถายาติ มคฺคํ คจฺฉนฺตานํ อนฺตรามคฺคตฺถาย. สตฺตูติ พทฺธสตฺตุ, อพทฺธสตฺตุ จ. ทฺวตฺติปตฺตปูเร ปฏิคฺคเหตฺวาติ มุขวฏฺฏิยา เหฏฺฐิมเลขาย สมํ ปูเร ทฺวตฺติปตฺตปูเร คเหตฺวาติ อตฺโถ. อิมสฺส จตฺถสฺส เหฏฺฐา วุตฺตนเยเนว ปากฏตฺตา ตตฺถ กตฺตพฺพปฺปการเมว ทสฺเสตุํ ‘‘เอตฺถา’’ติอาทิมาห. เสสนฺติ ตโต เอกปตฺตโต อญฺญํ ปตฺตํ. สเจ ตโย ปตฺตปูรา คหิตา เทฺว, สเจ เทฺว คหิตา, เอกนฺติ วุตฺตํ โหติ.
คมเน วา ปฏิปฺปสฺสทฺเธติ อนฺตรามคฺเค อุปทฺทวํ ทิสฺวา, อนตฺถิกตาย วา ‘‘มยํ อิทานิ น เปสิสฺสาม น คมิสฺสามา’’ติ เอวํ คมเน อุปจฺฉินฺเน เทนฺตานนฺติ อตฺโถ.
กาณมาตาสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๕. ปฐมปวารณาสิกฺขาปทวณฺณนา
ภุตฺตวาติ กตภตฺตกิจฺโจ. สาสปมตฺตมฺปิ อชฺโฌหริตนฺติ เอวํ ปริตฺตมฺปิ โภชนํ สงฺขาทิตฺวา วา อสงฺขาทิตฺวา วา คิลิตํ. ปวาริโตติ ปฏิกฺเขปิโต. โย หิ ภุญฺชนฺโต ปริเวสเกน อุปนีตํ โภชนํ อนิจฺฉนฺโต ปฏิกฺขิปติ, โส เตน ปวาริโต ปฏิกฺขิปิโต นาม โหติ. พฺยญฺชนํ ปน อนาทิยิตฺวา อตฺถมตฺตเมว ทสฺเสตุํ ‘‘กตปฺปวารโณ กตปฺปฏิกฺเขโปติ อตฺโถ’’ติ วุตฺตํ. โสปิ จ ปฏิกฺเขโป ยสฺมา น ปฏิกฺเขปมตฺเตน, อถ โข ปญฺจงฺควเสน. เตนสฺส ปทภาชเน ‘‘อสนํ ปญฺญายตี’’ติอาทิ (ปาจิ. ๒๓๙) วุตฺตํ.
โภชนํ ปญฺญายตีติ ปญฺจนฺนํ โภชนานํ อญฺญตรํ ปตฺตาทีสุ ทิสฺสติ. เตนาห ‘‘ปวารณปฺปโหนกํ เจ โภชน’’นฺติอาทิ. สาลีติ (ปาจิ. อฏฺฐ. ๒๓๘-๒๓๙) อนฺตมโส นีวารํ อุปาทาย สพฺพาปิ สาลิชาติ. วีหีติ สพฺพาปิ วีหิชาติ. ยวโคธุเมสุ เภโท นตฺถิ. กงฺคูติ เสตรตฺตกาฬเภทา สพฺพาปิ กงฺคุชาติ. วรโกติ อนฺตมโส วรกโจรกํ อุปาทาย สพฺพาปิ เสตวณฺณา วรกชาติ. กุทฺรูสโกติ กาฬโกทฺรโว เจว สามากาทิเภทา จ สพฺพาปิ ติณธญฺญชาติ.
นีวารวรกโจรกา เจตฺถ ‘‘ธญฺญานุโลมา’’ติ วทนฺติ. ยาคุนฺติ อมฺพิลยาคุขีรยาคุอาทิเภทํ ยํ กิญฺจิ ยาคุํ. อิมินาว ปายาสสฺสาปิ คหิตตฺตา ‘‘อมฺพิลปายาสาทีสุ อญฺญตรํ ปจามาติ วา’’ติ น วุตฺตํ. ปวารณํ ชเนตีติ อนติริตฺตโภชนาปตฺตินิพนฺธนํ ปฏิกฺเขปํ สาเธติ. สเจ ปน โอธิ น ปญฺญายติ, ยาคุสงฺคหํ คจฺฉติ, ปวารณํ น ชเนติ. ปุน ปวารณํ ชเนติ ฆนภาวคมนโต ปฏฺฐาย โภชนสงฺคหิตตฺตาติ อธิปฺปาโย.
อุทกกญฺชิกขีราทีนิ อากิริตฺวาติ อุทกญฺเจว กญฺชิกญฺจ ขีราทีนิ จ อากิริตฺวา เตหิ สทฺธึ อมทฺทิตฺวา ภตฺตมิสฺสเก กตฺวา. เตนาห ‘‘ยาคุํ คณฺหถา’’ติอาทิ. สเจ ปน ภตฺเต อุทกกญฺชิกขีราทีนิ อากิริตฺวา มทฺทิตฺวา ‘‘ยาคุํ คณฺหถา’’ติ เทนฺติ, ปวารณา น โหติ. ยาคุยาปีติ เอวํ ยาคุสงฺคหํ คตาย วา อญฺญาย วา ยาคุยาปิ. สุทฺธรสโก, ปน รสกยาคุ วา น ชเนติ.
ปญฺจนฺนํ โภชนานํ อญฺญตรวเสน วิปฺปกตโภชนภาวสฺส อุปจฺฉินฺนตฺตา ‘‘เทฺวปิ ขาทิตานิ โหนฺติ…เป… น ปวาเรตี’’ติ วุตฺตํ. อกปฺปิยมํสํ (ปาจิ. อฏฺฐ. ๒๓๘-๒๓๙), อกปฺปิยโภชนญฺจ พุทฺธปฏิกุฏฺฐํ ปฏิกฺขิปโต ปวารณาย อวตฺถุตาย น ปวารณา โหตีติ อาห ‘‘โย ปนา’’ติอาทิ. ยญฺหิ ภิกฺขุโน ขาทิตุํ วฏฺฏติ, ตํ เอว ปฏิกฺขิปโต ปวารณา โหติ. อิทํ ปน ชานนฺโต อกปฺปิยตฺตา ปฏิกฺขิปติ. อชานนฺโตปิ ปฏิกฺขิปิตพฺพฏฺฐาเน ฐิตเมว ปฏิกฺขิปติ นาม, ตสฺมา น ปวาเรติ. สเจ ปน อกปฺปิยมํสํ ขาทนฺโต กปฺปิยมํสํ วา โภชนํ วา ปฏิกฺขิปติ, ปวาเรติ. กสฺมา? วตฺถุตาย. ยญฺหิ เตน ปฏิกฺขิตฺตํ, ตํ ปวารณาย วตฺถุ. ยํ ปน ขาทติ, ตํ กิญฺจาปิ ปฏิกฺขิปิตพฺพฏฺฐาเน ฐิตํ, ขาทิยมานํ ปน มํสภาวํ น ชหติ, ตสฺมา ปวาเรติ. โก ปน วาโท กปฺปิยมํสํ ขาทโต กปฺปิยมํสโภชนปฺปฏิกฺเขเป. เอส นโย อกปฺปิยโภชนํ ขาทโต กปฺปิยโภชนปฺปฏิกฺเขเป.
โภชเน สตีติ ปญฺจสุ โภชเนสุ เอกสฺมิมฺปิ โภชเน สติ. อญฺญํ วุตฺตลกฺขณํ โภชนนฺติ ปตฺตาทิคตโต อญฺญํ วุตฺตลกฺขณํ ปญฺจสุ โภชเนสุ เอกมฺปิ โภชนํ. ‘‘นิรเปกฺโข โหตี’’ติ เอตสฺเสว วิวรณํ ‘‘ยํ ปตฺตาทีสู’’ติอาทิ. น เกวลํ นิรเปกฺโข วาติ อาห ‘‘อญฺญตฺร วา’’ติอาทิ. โส ปฏิกฺขิปนฺโตปิ น ปวาเรตีติ ตสฺมึ เจ อนฺตเร อญฺญํ โภชนํ อภิหฏํ, ตํ โส ปฏิกฺขิปนฺโตปิ น ปวาเรติ. กสฺมา? วิปฺปกตโภชนภาวสฺส อุปจฺฉินฺนตฺตา.
‘‘อุปนาเมตี’’ติ (ปาจิ. อฏฺฐ. ๒๓๘-๒๓๙) อิมินา กายาภิหารํ ทสฺเสติ. หตฺเถ วา อาธารเก วาติ เอตฺถ วา-สทฺโท อวุตฺตวิกปฺปตฺโถ, เตน ‘‘อูรูสุ วา’’ติ วิกปฺเปติ. ทูเร นิสินฺนสฺส ทหรภิกฺขุสฺส ปตฺตํ เปเสตฺวา ‘‘อิโต โอทนํ คณฺหาหี’’ติ วทติ, คณฺหิตฺวา ปน คโต ตุณฺหี ติฏฺฐติ, ตมฺปิ ปฏิกฺขิปโต เอเสว นโย. กสฺมา? ภิกฺขุสฺส ทูรภาวโต, ทูตสฺส จ อนภิหรณโต. สเจ ปน คเหตฺวา อาคโต ภิกฺขุ ‘‘อิมํ ภตฺตํ คณฺหา’’ติ วทติ, ตํ ปฏิกฺขิปโต ปวารณา โหติ. เอวํ วุตฺเตปีติ ‘‘ภตฺตํ คณฺหา’’ติ วุตฺเตปิ.
ภตฺตปจฺฉึ คเหตฺวา ปริวิสนฺตสฺสาติ เอเกน หตฺเถน ภตฺตปจฺฉึ คเหตฺวา เอเกน หตฺเถน กฏจฺฉุํ คเหตฺวา ปริวิสนฺตสฺส. อญฺโญ ‘‘อหํ ธาเรสฺสามี’’ติ คหิตมตฺตกเมว กโรตีติ อญฺโญ อาคนฺตฺวา ‘‘อหํ ปจฺฉึ ธาเรสฺสามิ, ตฺวํ โอทนํ เทหี’’ติ วตฺวา คหิตมตฺตกเมว กโรติ. อภิหฏาว โหตีติ ปริเวสเกเนว อภิหฏาว โหติ. อิทานิ อสติ ตสฺส ทาตุกามาภิหาเร คหณสมเยปิ ปฏิกฺขิปโต น โหตีติ ทสฺเสตุํ ‘‘สเจ ปนา’’ติอาทิ วุตฺตํ. อุทฺธเฏติ อุทฺธเฏ ภตฺเต. กฏจฺฉุอภิหาโรเยว หิ ตสฺส อภิหาโรติ อธิปฺปาโย. อนนฺตรสฺส ทิยฺยมาเนติ อนนฺตรสฺส ภิกฺขุโน ภตฺเต ทิยฺยมาเน. กายวิกาเรนาติ ‘‘องฺคุลึ วา หตฺถํ วา มจฺฉิกพีชนึ วา จีวรกณฺณํ วา จาเลติ, ภมุกาย วา อาการํ กโรติ, กุทฺโธ วา โอโลเกตี’’ติ (ปาจิ. อฏฺฐ. ๒๓๘-๒๓๙) เอวํ วุตฺเตน องฺคุลิจลนาทินา กายวิกาเรน. ‘‘อลํ มา เทหี’’ติอาทินา วจีวิกาเรนาติ ‘‘อล’’นฺติ วา ‘‘น คณฺหามี’’ติ วา ‘‘มา อากิรา’’ติ วา ‘‘อปคจฺฉา’’ติ วา เอวํ เยน เกนจิ วจีวิกาเรน.
อภิหเฏ ปน ภตฺเต ปวารณาย ภีโต หตฺเถ อปเนตฺวา ปุนปฺปุนํ ปตฺเต โอทนํ อากิรนฺตํ ‘‘อากิร อากิร, โกฏฺเฏตฺวา ปูเรหี’’ติ วทโต ปวารณา น โหติ. เอส นโย ภตฺตํ อภิหรนฺตํ ภิกฺขุํ สลฺลกฺเขตฺวา ‘‘กึ, อาวุโส, อิโตปิ กิญฺจิ คณฺหิสฺสสิ, ทมฺมิ เต กิญฺจี’’ติ วทโตปิ.
‘‘รสํ ปฏิคฺคณฺหถา’’ติ อปฺปวารณาชนกสฺส นามํ คเหตฺวา วุตฺตตฺตา ‘‘ตํ สุตฺวา ปฏิกฺขิปโต ปวารณา นตฺถี’’ติ วุตฺตํ. มํสรสนฺติ เอตฺถ ปน น เกวลํ มํสสฺส รสํ ‘‘มํสรส’’มิจฺเจว วิญฺญายติ, อถ โข มํสญฺจ รสญฺจ มํสรสนฺติ เอวํ ปวารณาชนกนามวเสนาปิ. ตสฺมา ตํ ปฏิกฺขิปโต ปวารณาว โหตีติ อาห ‘‘มํสรสนฺติ วุตฺเต ปน ปฏิกฺขิปโต ปวารณา โหตี’’ติ. ปรโต มจฺฉมํสํ พฺยญฺชนนฺติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย. ยสฺมึ อิริยาปเถ ปวาเรติ, ตํ อวิโกเปนฺเตเนว ภุญฺชิตพฺพนฺติ โย คจฺฉนฺโต (ปาจิ. อฏฺฐ. ๒๓๘-๒๓๙) ปวาเรติ, เตน คจฺฉนฺเตเนว ภุญฺชิตพฺพํ. กทฺทมํ วา อุทกํ วา ปตฺวา ฐิเตน อติริตฺตํ กาเรตพฺพํ. สเจ อนฺตรา นที ปูรา โหติ, นทิตีเร คุมฺพํ อนุปริยายนฺเตน ภุญฺชิตพฺพํ. อถ นาวา วา เสตุ วา อตฺถิ, ตํ อภิรุหิตฺวาปิ จงฺกมนฺเตเนว ภุญฺชิตพฺพํ, คมนํ น อุปจฺฉินฺทิตพฺพํ. เอส นโย อิตรอิริยาปเถสุปิ. ตํ ตํ อิริยาปถํ โกเปนฺเตน อติริตฺตํ กาเรตพฺพํ. โย อุกฺกุฏิโกว นิสีทิตฺวา ปวาเรติ, เตน อุกฺกุฏิเกเนว ภุญฺชิตพฺพํ. ตสฺส ปน เหฏฺฐา ปลาลปีฐํ วา กิญฺจิ วา นิสีทนํ ทาตพฺพํ. ปีฐเก นิสีทิตฺวา ปวาริเตน ปน อาสนํ อจาเลตฺวาว จตสฺโส ทิสา ปริวตฺตนฺเตน ภุญฺชิตุํ ลพฺภติ. มญฺเจ นิสีทิตฺวา ปวาริเตน อิโต วา เอตฺโต วา สํสริตุํ น ลพฺภติ. สเจ ปน สห มญฺเจน อุกฺขิปิตฺวา อญฺญตฺร เนนฺติ, วฏฺฏติ. นิปชฺชิตฺวา ปวาริเตนาปิ นิปนฺเนเนว ภุญฺชิตพฺพํ. ปริวตฺตนฺเตน เยน ปสฺเสน นิปนฺโน, ตสฺส ฐานํ นาติกฺกเมตพฺพํ.
อลเมตํ สพฺพนฺติ เอตํ สพฺพํ อลํ ปริยตฺตํ, อิทมฺปิ เต อธิกํ, อิโต อญฺญํ น ลจฺฉสีติ อธิปฺปาโย. โย อติริตฺตํ กโรตีติ โย ‘‘อลเมตํ สพฺพ’’นฺติ อติริตฺตํ กโรติ. ปฏิปกฺขนเยนาติ ‘‘กปฺปิยกตํ, ปฏิคฺคหิตกตํ, อุจฺจาริตกตํ, หตฺถปาเส กตํ, ภุตฺตาวินา กตํ, ภุตฺตาวินา ปวาริเตน อาสนา อวุฏฺฐิเตน กตํ ‘อลเมตํ สพฺพ’นฺติ วุตฺต’’นฺติ (ปาจิ. ๒๓๙) อิเมหิ สตฺตหิ วินยกมฺมากาเรหิ ยํ อติริตฺตํ กปฺปิยํ กตํ, ยญฺจ คิลานาติริตฺตํ, ตทุภยมฺปิ อติริตฺตนฺติ เอวํ ตสฺเสว ปฏิปกฺขนเยน. เอตฺถ จ ‘‘อลเมตํ สพฺพ’’นฺติ ติกฺขตฺตุํ วตฺตพฺพํ, อยํ กิร อาจิณฺโณ. วินยธรา ปน ‘‘สกึ เอว วตฺตพฺพ’’นฺติ วทนฺติ.
กสฺมา ตํ โส ปุน กาตุํ น ลภตีติ อาห ‘‘ยญฺหี’’ติอาทิ. ตตฺถ ยญฺหิ อกตนฺติ เยน ปฐมํ กปฺปิยํ กตํ, เตน ยํ อกตํ, ตํ กาตพฺพํ. ปฐมภาชเน ปน กาตุํ น ลพฺภติ. เยน จ อกตนฺติ อญฺเญน ภิกฺขุนา เยน ปฐมํ น กตํ, เตน จ กาตพฺพนฺติ อตฺโถ. วุตฺตนฺติ สีหฬฏฺฐกถาสุ วุตฺตํ. อญฺญสฺมึ ปน ภาชเนติ ยสฺมึ ปน ภาชเน ปฐมํ กตํ, ตโต อญฺญสฺมึ ปตฺเต วา กุณฺเฑ วา ปจฺฉิยํ วา ยตฺถ กตฺถจิ ปุรโต ฐเปตฺวา โอนามิตภาชเน.
อญฺญตฺร ภุญฺชนวตฺถุสฺมินฺติ ภุตฺตาวินา ปวาริเตน หุตฺวา อญฺญตฺร ภุญฺชนวตฺถุสฺมึ. ติกปาจิตฺติยนฺติ อนติริตฺเต อนติริตฺตสญฺญิเวมติกอติริตฺตสญฺญีนํ วเสน ตีณิ ปาจิตฺติยานิ. อชฺโฌหรโต จ ทุกฺกฏนฺติ อชฺโฌหรโต อชฺโฌหาเร อชฺโฌหาเร ทุกฺกฏํ. สเจ ปน อามิสสํสฏฺฐานิ โหนฺติ, อาหารตฺถายปิ อนาหารตฺถายปิ ปฏิคฺคเหตฺวา อชฺโฌหรนฺตสฺส ปาจิตฺติยเมว. เตสํ อนุญฺญาตปริโภควเสนาติ ยามกาลิกาทีนํ อนุญฺญาตปริโภควเสน, ยามกาลิกํ ปิปาสาย สติ ปิปาสจฺเฉทนตฺถํ, สตฺตาหกาลิกํ ยาวชีวิกญฺจ เตน เตน อุปสเมตพฺพเก อาพาเธ สติ ตสฺส อุปสมนตฺถนฺติ วุตฺตํ โหติ. อิทมฺปิ อชฺโฌหรณโต กายกมฺมํ, วาจาย ‘‘อติริตฺตํ กโรถ ภนฺเต’’ติ อการาปเนน วจีกมฺมนฺติ อาห ‘‘สมุฏฺฐานาทีนิ ปฐมกถินสทิสาเนวา’’ติ. กิริยากิริยนฺติ เอตฺถ ปฏิกฺขิปิตฺวา ภุญฺชนํ กิริยํ. อติริตฺตสฺส อกรณํ อกิริยนฺติ เวทิตพฺพํ.
ปฐมปวารณาสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๖. ทุติยปวารณาสิกฺขาปทวณฺณนา
สุตฺวา วาติ อญฺเญน วา เตเนว วา อาโรจิตํ สุตฺวา. ‘‘ภุตฺตสฺมึ ปาจิตฺติย’’นฺติ (ปาจิ. ๒๔๓) วุตฺตตฺตา โภชนปริโยสาเน ปาจิตฺติย’’นฺติ วุตฺตํ.
ทุติยปวารณาสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๗. วิกาลโภชนสิกฺขาปทวณฺณนา
วิกาเลติ เอตฺถ อรุณุคฺคมนโต ปฏฺฐาย ยาว มชฺฌนฺหิโก, อยํ พุทฺธาทีนํ อริยานํ อาจิณฺณสมาจิณฺโณ โภชนสฺส กาโล นาม. ตทญฺโญ วิกาโล ‘‘วิคโต กาโล’’ติ กตฺวา. เตนาห ‘‘วิคเต กาเล’’ติอาทิ. ฐิตมชฺฌนฺหิโกปิ (ปาจิ. อฏฺฐ. ๒๔๘-๒๔๙) กาลสงฺคหํ คจฺฉติ. ตโต ปฏฺฐาย ปน ขาทิตุํ วา ภุญฺชิตุํ วา น สกฺกา. สหสา ปิวิตุํ สกฺกา ภเวยฺย, กุกฺกุจฺจเกน ปน น กาตพฺพํ. กาลปริจฺเฉทชานนตฺถญฺจ กาลตฺถมฺโภ โยเชตพฺโพ. กาลพฺภนฺตเรว ภตฺตกิจฺจํ กาตพฺพํ. ‘‘ยํ กิญฺจิ…เป… ขาทนียํ วา’’ติ อิมินา ยํ ตาว สกฺขลิโมทกาทิ ปุพฺพณฺณาปรณฺณมยํ, ตตฺถ วตฺตพฺพเมว นตฺถีติ ทสฺเสติ. โภชนียํ นาม ปญฺจ โภชนานิ.
สติ ปจฺจเยติ ปิปาสาทิการเณ วิชฺชมาเน. โรมฏฺฐกสฺสาติ โรมฏฺฐกสฺส ภิกฺขุโน อชฺโฌหริตฺวา อุคฺคิริตฺวา มุเขว ฐปิโต พหิ มุขทฺวารา วินิคฺคโต โภชนสฺส มคฺคา พหิ นิคฺคโต ‘‘โรมฏฺโฐ’’ติ ปวุจฺจติ. อิธ ปน อชฺโฌหริตฺวา อุคฺคิริตฺวา มุเขว ฐปิโตติ อธิปฺเปโต. เตนาห ‘‘น จ, ภิกฺขเว’’ติอาทิ. ฐเปตฺวา โรมฏฺฐกํ เสสานํ อาคตํ อุคฺคารํ มุเข สนฺธาเรตฺวา คิลนฺตานํ อาปตฺติ. สเจ ปน อสนฺธาเรนฺตเมว ปรคลํ คจฺฉติ, วฏฺฏติ.
วิกาลโภชนสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๘. สนฺนิธิการกสิกฺขาปทวณฺณนา
‘‘กาโร กรณํ กิริยาติ อตฺถโต เอก’’นฺติ เอเตน การสทฺทสฺส ภาวตฺถตํ ทสฺเสติ. สมฺมา นิธานํ ฐปนํ สนฺนิธิ. ‘‘ปฏิคฺคเหตฺวา เอกรตฺตํ วีตินามิตสฺเสตํ นาม’’นฺติ อิมินา ปฏิคฺคเหตฺวา เอกรตฺตํ วีตินามิเต อิมสฺส ทุทฺโธตภาวํ ทสฺเสติ. กิญฺจาปิ ยามกาลิกํ ขาทนียํ, โภชนียํ วา น โหติ, ‘‘อนาปตฺติ ยามกาลิกํ ยาเม นิทหิตฺวา ภุญฺชตี’’ติอาทิ วจนโต ปน ตตฺถาปิ ยามาติกฺกเม สนฺนิธิปจฺจยา ปาจิตฺติเยน ภวิตพฺพนฺติ ‘‘ยํ กิญฺจิ ยาวกาลิกํ วา ยามกาลิกํ วา’’ติ วุตฺตํ. อิทานิ ทุทฺโธตภาวเมว วิภาเวตุํ ‘‘ยํ องฺคุลิยา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ ยํ องฺคุลิยา ฆํสนฺตสฺส เลขา ปญฺญายตีติ ยํ ปตฺตํ โธตํ องฺคุลิยา ฆํสนฺตสฺส ปตฺเต องฺคุลิเลขา ปญฺญายติ, โส ปตฺโต ทุทฺโธโต โหตีติ อตฺโถ. เตลวณฺณปตฺเต ปน องฺคุลิเลขา ปญฺญายติ, สา อพฺโพหาริกา. เสฺนโหติ เตลํ. สนฺทิสฺสตีติ ยาคุยา อุปริ สนฺทิสฺสติ. ตาทิเส ปตฺเตปีติ ปฏิคฺคหณํ อวิสฺสชฺชิตฺวา สยํ วา อญฺเญน วา โภชนํ นีหริตฺวา น สมฺมา โธเต ปตฺเตปิ. ปุนทิวเส ภุญฺชนฺตสฺส ปาจิตฺติยนฺติ ปตฺเต ลคฺคํ อวิชหิตปฺปฏิคฺคหณํ โหตีติ ทุติยทิวเส ภุญฺชนฺตสฺส ปาจิตฺติยํ. ปริจฺจตฺเต ปน ปตฺเต ปุนทิวเส ภุญฺชนฺตสฺส อนาปตฺติ.
ยํ ปนาติ ยํ โภชนํ ปน. อปริจฺจตฺตเมว หีติ อนเปกฺขวิสฺสชฺชเนน วา อนุปสมฺปนฺนสฺส นิรเปกฺขทาเนน วา อปริจฺจตฺตเมว. กปฺปิย โภชนนฺติ อนฺตมโส เอกสิตฺถมตฺตมฺปิ กปฺปิยโภชนํ. อกปฺปิเยสูติ อกปฺปิยมํเสสุ. เสเสสูติ มนุสฺสมํสโต อวเสเสสุ หตฺถิอสฺสสุนขอหิสีหพฺยคฺฆทีปิอจฺฉตรจฺฉมํเสสุ เจว อปฺปฏิเวกฺขิเต อุทฺทิสฺสกตมํเส จ. ปาฬิยํ ‘‘สตฺตาหกาลิกํ ยาวชีวิกํ อาหารตฺถาย ปฏิคฺคณฺหาติ, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสา’’ติอาทินา (ปาจิ. ๒๕๕) สนฺนิหิเตสุ สตฺตาหกาลิกยาวชีวิเกสุ ปุเรภตฺตมฺปิ อาหารตฺถาย อชฺโฌหรเณปิ ทุกฺกฏสฺส วุตฺตตฺตา ยามกาลิเกปิ อาหารตฺถาย อชฺโฌหรเณปิ วิสุํ ทุกฺกเฏนาปิ ภวิตพฺพนฺติ อาห ‘‘อาหารตฺถาย อชฺโฌหรโต ทุกฺกเฏน สทฺธึ ปาจิตฺติย’’นฺติ. สพฺพวิกปฺเปสูติ ‘‘กปฺปิยโภชนํ ภุญฺชนฺตสฺสา’’ติอาทินา วุตฺเตสุ สพฺเพสุ วิกปฺเปสุ อปรมฺปิ ปาจิตฺติยํ วฑฺฒติ. อิทํ วุตฺตํ โหติ (ปาจิ. อฏฺฐ. ๒๕๓) – กปฺปิยโภชเน เทฺว ปาจิตฺติยานิ, มนุสฺสมํเส ถุลฺลจฺจเยน สทฺธึ เทฺว ปาจิตฺติยานิ, อวเสเสสุ ปน อกปฺปิยมํเสสุ ทุกฺกเฏน สทฺธึ เทฺว ปาจิตฺติยานิ. ยามกาลิกํ สติ ปจฺจเย สามิเสน มุเขน อชฺโฌหรโต เทฺว ปาจิตฺติยานิ, นิรามิเสน เอกเมว. อาหารตฺถาย อชฺโฌหรโต วิกปฺปทฺวเยปิ ทุกฺกเฏน สทฺธินฺติ.
อวเสเสสูติ ยามกาลิกาทิโต อวเสเสสุ. ปาจิตฺติยํ วฑฺฒติเยวาติ อปรมฺปิ ปาจิตฺติยํ วฑฺฒติเยว. อิทํ วุตฺตํ โหติ – สเจ วิกาเล อชฺโฌหรติ, ปกติโภชเน สนฺนิธิปจฺจยา จ วิกาลโภชนปจฺจยา จ เทฺว ปาจิตฺติยานิ, อกปฺปิยมํเสสุ มนุสฺสมํเส ถุลฺลจฺจเยน สทฺธึ เทฺว ปาจิตฺติยานิ, อวเสเสสุ ทุกฺกเฏน สทฺธึ เทฺวติ.
เพลฏฺฐสีโส นาม ชฏิลสหสฺสสฺส อพฺภนฺตเร เอโก มหาเถโร. ติกปาจิตฺติยนฺติ สนฺนิธิการเก สนฺนิธิการกสญฺญิเวมติกอสนฺนิธิการกสญฺญีนํ วเสน ตีณิ ปาจิตฺติยานิ. สํสฏฺฐานีติ สํสฏฺฐรสานิ. สมฺภินฺนรสํ สนฺธาเยว หิ ‘‘ตทหุปฏิคฺคหิตํ กาเล กปฺปตี’’ติอาทิ วุตฺตํ. เตนาห ‘‘ตสฺมา’’ติอาทิ. เอตฺถ จ อสมฺภินฺนรสนฺติ อมิสฺสิตรสํ. อิทญฺจ สีตลปายาสาทินา สห ลทฺธํ สปฺปิปิณฺฑาทิกํ สนฺธาย วุตฺตํ. ‘‘สุโธตํ วา’’ติ อิทํ ปน ปิณฺฑปาเตน สทฺธึ ลทฺธํ ตกฺโกลชาติผลาทึ, ยาคุอาทีสุ ปกฺขิปิตฺวา ทินฺนสิงฺคีเวราทิกญฺจ สนฺธาย วุตฺตํ.
เตนาติ สตฺตาหกาลิเกน. ตทหุ ปฏิคฺคหิตํ อสฺสาติ ตทหุปฏิคฺคหิตํ, เตน ตทหุปฏิคฺคหิเตน. เอส นโย ‘‘ทฺวีหปฏิคฺคหิเตนา’’ติอาทีสุปิ. ตสฺมาติ ยสฺมา ปุเรภตฺตํ ปฏิคฺคหิตมฺปิ วฏฺฏติ, ตสฺมา. ปฏิคฺคหิตํ สตฺตาหํ กปฺปตีติ วุตฺตนฺติ ‘‘สตฺตาหกาลิเกน, ภิกฺขเว, ยาวชีวิกํ ปฏิคฺคหิตํ สตฺตาหํ กปฺปติ, สตฺตาหาติกฺกนฺเต น กปฺปตี’’ติ (มหาว. ๓๐๕) เภสชฺชกฺขนฺธเก วุตฺตํ. กิญฺจาปิ มุเข เอกรตฺตํ น วุตฺตํ, ตถาปิ มุเข ปกฺขิตฺตเมว ยสฺมา สนฺนิธิ นาม โหติ, ตสฺมา ‘‘มุขสนฺนิธี’’ติ วุตฺตํ.
จตสฺโส กปฺปิยภูมิโยติ อุสฺสาวนนฺติกา, โคนิสาทิกา, คหปติ, สมฺมุตีติ จตสฺโส กปฺปิยกุฏิโย. ตตฺถ อุสฺสาวนนฺติกา (มหาว. อฏฺฐ. ๒๙๕) นาม เคเห กริยมาเน สมฺปริวาเรตฺวา ฐิเตหิ ‘‘กปฺปิยกุฏึ กโรม, กปฺปิยกุฏึ กโรมา’’ติ วา ‘‘กปฺปิยกุฏิ กปฺปิยกุฏี’’ติ วา วทนฺเตหิ ฐปิตปฐมิฏฺฐกถมฺภาทิกา สงฺฆสฺส วา เอกสฺส ภิกฺขุโน วา กุฏิ. โย ปน อาราโม เยภุยฺเยน วา อปริกฺขิตฺโต โหติ, สกโลปิ วา, โส ‘‘โคนิสาที’’ติ วุจฺจติ. คหปตีติ ยา ฐเปตฺวา ภิกฺขุํ เสเสหิ ‘‘กปฺปิยกุฏึ เทมา’’ติ ทินฺนา, เตสํ วา สนฺตกา. สมฺมุติ นาม กมฺมวาจาย สาเวตฺวา กตา. กถํ ปเนตาสํ วินิจฺฉโย ชานิตพฺโพติ อาห ‘‘ตาสํ วินิจฺฉโย สมนฺตปาสาทิกายํ วุตฺโต’’ติ.
สนฺนิธิการกสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๙. ปณีตโภชนสิกฺขาปทวณฺณนา
‘‘ปณีตโภชนานี’’ติ อิทํ มชฺเฌ ปทโลปํ กตฺวา นิทฺทิฏฺฐนฺติ อาห ‘‘ปณีตสํสฏฺฐานี’’ติอาทิ. สพฺโพปิ ‘‘โอทโก’’ติ วุตฺตลกฺขโณ มจฺโฉติ ‘‘มจฺโฉ นาม โอทโก วุจฺจตี’’ติ (ปาจิ. ๒๖๐) เอวํ วิภงฺเค วุตฺตลกฺขโณ, สพฺโพปิ มจฺโฉ เอว. โย โกจิ อุทเก ชาโต มจฺโฉ นามาติ วุตฺตํ โหติ. มหานามสิกฺขาปเทนาติ –
‘‘อคิลาเนน ภิกฺขุนา จตุมาสปจฺจยปวารณา สาทิตพฺพา อญฺญตฺร ปุนปวารณาย อญฺญตฺร นิจฺจปวารณาย. ตโต เจ อุตฺตริ สาทิเยยฺย, ปาจิตฺติย’’นฺติ –
อิมินา สิกฺขาปเทน (ปาจิ. ๓๐๖). เอตฺถ หิ สงฺฆวเสน คิลานปจฺจยปวารณาย ปวาริตฏฺฐาเน สเจ ตตฺถ รตฺตีหิ วา เภสชฺเชหิ วา ปริจฺเฉโท กโต โหติ ‘‘เอตฺติกาเยว รตฺติโย, เอตฺตกานิ วา เภสชฺชานิ วิญฺญาเปตพฺพานี’’ติ, ตโต รตฺติปริยนฺตโต วา เภสชฺชปริยนฺตโต วา อุตฺตริ นเภสชฺชกรณีเยน วา เภสชฺชํ, อญฺญเภสชฺชกรณีเยน วา อญฺญํ เภสชฺชํ วิญฺญาเปนฺตสฺส ปาจิตฺติยํ วุตฺตํ. ตสฺมา อคิลาโน คิลานสญฺญีปิ หุตฺวา ปญฺจ เภสชฺชานิ วิญฺญาเปนฺโต นเภสชฺชกรณีเยน เภสชฺชํ วิญฺญาเปนฺโต นาม โหตีติ ‘‘มหานามสิกฺขาปเทน กาเรตพฺโพ’’ติ วุตฺตํ.
โย ปน นเภสชฺชตฺถาย วิญฺญาเปติ, อถ โข เกวลํ อตฺตโน ภุญฺชนตฺถาย, โส สูโปทนวิญฺญตฺติยาเยว กาเรตพฺโพ. วุตฺตเญฺหตํ สมนฺตปาสาทิกายํ ‘‘สุทฺธานิ สปฺปิอาทีนิ วิญฺญาเปตฺวา ภุญฺชนฺโต ปาจิตฺติยํ นาปชฺชติ, เสขิเยสุ สูโปทนวิญฺญตฺติทุกฺกฏํ อาปชฺชตี’’ติ (ปาจิ. อฏฺฐ. ๒๕๙). สูโปทนวิญฺญตฺติยา กาเรตพฺโพติ ‘‘น สูปํ วา โอทนํ วา อคิลาโน’’ติอาทินา (ปาจิ. ๖๑๓) สิกฺขาปเทน กาเรตพฺโพ, ทุกฺกเฏน กาเรตพฺโพติ วุตฺตํ โหติ. อิมินาติ อิมินา ปณีตโภชนสิกฺขาปเทน.
‘‘สปฺปิภตฺตํ เทหี’’ติ วุตฺเต กึ โหตีติ อาห ‘‘สปฺปิภตฺตํ ‘เทหี’ติ วุตฺเต ปนา’’ติอาทิ. สูโปทนวิญฺญตฺติยา ทุกฺกฏเมว โหตีติ สมฺพนฺโธ. กสฺมาติ อาห ‘‘ยสฺมา’’ติอาทิ. อถ ยถา ‘‘ปณีตโภชนานี’’ติ, เอวํ ‘‘สปฺปิภตฺต’’นฺติ อิทมฺปิ กสฺมา น วิญฺญายตีติ เจ? อเนกนฺติกตฺตา. ตถา หิ ‘‘ปณีตโภชนานี’’ติ วุตฺเต ‘‘ปณีตสํสฏฺฐานิ โภชนานิ ปณีตโภชนานี’’ติ อยมตฺโถ เอกนฺตโต ปญฺญายติ, ‘‘สปฺปิภตฺต’’นฺติ วุตฺเต ปน ‘‘สปฺปิมยํ ภตฺตํ สปฺปิภตฺต’’นฺติปิ วิญฺญายมานตฺตา ‘สปฺปิสํสฏฺฐํ ภตฺตํ สปฺปิภตฺต’’นฺติ อยมตฺโถ น เอกนฺตโต ปญฺญายติ. เอส นโย ‘‘นวนีตภตฺตํ เทหี’’ติอาทีสุปิ.
ปุริมนเยเนวาติ ‘‘ภตฺตํ ทตฺวา สปฺปึ กตฺวา ภุญฺชา’’ติ ปุริเมเนว นเยน. สเจ ปน ‘‘สปฺปินา’’ติ วุตฺเต เกวลํ เสเสสุ นวนีตาทีสุ อญฺญตเรน เทติ, วิสงฺเกตเมว โหติ. อนาปตฺตีติ วิสงฺเกตตฺตา สพฺพาหิเยว อาปตฺตีหิ อนาปตฺติ. ‘‘กิญฺจาปิ อนาปตฺติ, อตฺตโน ปน ปโยเคน นิพฺพตฺตตฺตา น ภุญฺชิตพฺพ’’นฺติ วทนฺติ. กปฺปิยสปฺปินาติ กปฺปิยมํสสปฺปินา. เอส นโย อกปฺปิยสปฺปินาติ เอตฺถาปิ. กปฺปิยากปฺปิยตา หิ มํสานํเยว, น สปฺปิอาทีนํ. ฐเปตฺวา เอกํ มนุสฺสวสาเตลํ สพฺเพสํ ขีรทธิสปฺปินวนีตวสาเตเลสุ อกปฺปิยํ นาม นตฺถิ.
ปริโภเคปิ ทุกฺกฏเมว อิธ อนธิปฺเปตตฺตาติ อธิปฺปาโย. สเจ อสติ อกปฺปิยสปฺปิมฺหิ ปุริมนเยเนว อกปฺปิยนวนีตาทีนิ เทติ ‘‘สปฺปึ กตฺวา ภุญฺชา’’ติ, อกปฺปิยสปฺปินาว ทินฺนํ โหติ. ยถา จ ‘‘กปฺปิยสปฺปินา เทหี’’ติ วุตฺเต อกปฺปิยสปฺปินา เทติ, วิสงฺเกตํ, เอวํ ‘‘‘อกปฺปิยสปฺปินา’ติ วุตฺเต กปฺปิยสปฺปินา เทตี’’ติ เอตฺถาปิ ปฏิปาฏิยา เอกเมกํ วิตฺถาเรตฺวา วุจฺจมาเนปิ อยเมวตฺโถ วตฺตพฺโพ สิยา, โส จ สงฺเขเปนปิ สกฺกา วิญฺญาตุนฺติ วิตฺถารนยํ หิตฺวา อิมินาว นเยน สพฺพปเทสุ วินิจฺฉโย เวทิตพฺโพติ วุตฺตํ. อยเญฺหตฺถ สงฺเขปตฺโถ – เยน เยน วิญฺญตฺติ โหติ, ตสฺมึ วา ตสฺส มูเล วา ลทฺเธ ตํ ตํ ลทฺธเมว โหติ. สเจ ปน อญฺญํ ปาฬิยา อาคตํ วา อนาคตํ วา เทติ, วิสงฺเกตนฺติ. นานาฏฺฐาเน วาติ ตสฺมึเยว ฆเร สปฺปึ, อิตรสฺมึ นวนีตนฺติอาทินา นานาฏฺฐาเน วา.
ปณีตโภชนสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๑๐. ทนฺตโปนสิกฺขาปทวณฺณนา
กาเยนาติ หตฺถาทีสุ เยน เกนจิ สรีราวยเวน, อนฺตมโส ปาทงฺคุลิยาปิ คณฺหนฺโต กาเยน คณฺหาติ นามาติ เวทิตพฺโพ. ทาเนปิ เอเสว นโย. กายปฺปฏิพทฺเธนาติ ปตฺตาทีสุ เยน เกนจิ สรีรสมฺพทฺเธน อุปกรเณน. ทาเนปิ เอเสว นโย. กฏจฺฉุอาทีสุ เยน เกนจิ อุปกรเณน ทินฺนํ กายปฺปฏิพทฺเธน ทินฺนํเยว โหติ. อญฺญตเรนาติ กาเยน วา กายปฺปฏิพทฺเธน วา นิสฺสคฺคิเยน วาติ อตฺโถ. ตตฺถ นิสฺสคฺคิเยนาติ (ปาจิ. อฏฺฐ. ๒๖๕) กายโต จ กายปฺปฏิพทฺธโต จ โมเจตฺวา หตฺถปาเส ฐิตสฺส กาเย วา กายปฺปฏิพทฺเธ วา ปาติยมานญฺหิ นิสฺสคฺคิเยน ปโยเคน ทินฺนํ นาม โหติ. ตสฺสาติ ปฏิคฺคหิตกสฺส. วุตฺตวิปลฺลาสวเสนาติ วุตฺตสฺส ปฏิปกฺขวเสน. อิทํ วุตฺตํ โหติ – ยํ กายกายปฺปฏิพทฺธนิสฺสคฺคิยานํ อญฺญตเรน ทิยฺยมาเน กาเยน วา กายปฺปฏิพทฺเธน วา คณฺหาติ, เอตํ ปฏิคฺคหิตํ นามาติ.
สํหาริเมนาติ ถามมชฺฌิเมน ปุริเสน สํหาริเมน, อิมินา อสํหาริเม ผลเก วา ปาสาเณ วา ปฏิคฺคหณํ น รุหตีติ ทสฺเสติ. ธาเรตุํ สมตฺเถนาติ สนฺธาเรตุํ โยคฺเคน, อิมินา สุขุเมสุ ตินฺติณิกาทิปณฺเณสุ ปฏิคฺคหณํ น รุหตีติ ทสฺเสติ. อตตฺถชาตกรุกฺขปณฺเณนาติ ชาตฏฺฐานโต จุเตน ปทุมินิปณฺณาทินา, อิมินา ปน มหนฺเตปิ ตตฺถชาตเก ปทุมินิปณฺเณ วา กึสุกปณฺณาทิมฺหิ วา ปฏิคฺคเหตุํ น วฏฺฏติ. น หิ ตํ กายปฺปฏิพทฺธสงฺขํ คจฺฉตีติ ทสฺเสติ. ยถา จ ตตฺถชาตเก, เอวํ ขาณุเก พนฺธิตฺวา ฐปิตมญฺจาทิมฺหิปิ. นนุ ปฏิพทฺธปฺปฏิพทฺเธนาปิ ปตฺตาธาราทินา ปฏิคฺคณฺหนฺตสฺส ปฏิคฺคหณํ รุหติ, อถ กสฺมา กายกายปฺปฏิพทฺเธหิเยว ปฏิคฺคหณํ อิธ วุตฺตํ, น ปฏิพทฺธปฺปฏิพทฺเธนาปีติ อาห ‘‘ปฏิพทฺธปฺปฏิพทฺธํ นาม อิธ นตฺถี’’ติ. เกจิ ปน ‘‘อาธารเกน ปฏิคฺคหณํ กายปฺปฏิพทฺธปฺปฏิพทฺเธน ปฏิคฺคหณํ นาม โหติ, ตสฺมา น วฏฺฏตี’’ติ วทนฺติ, ตํ วจนมตฺตเมว. อตฺถโต ปน สพฺพมฺปิ ตํ กายปฺปฏิพทฺธเมว โหตีติ ทสฺเสติ.
อกลฺลโกติ คิลาโน. มุเขน ปฏิคฺคณฺหาตีติ สหตฺเถน คเหตฺวา ปริภุญฺชิตุํ อสกฺโกนฺโต มุเขน ปฏิคฺคณฺหาติ. อภิหฏภาชนโต ปติตรชมฺปิ วฏฺฏติ อภิหฏตฺตาติ อธิปฺปาโห.
ตสฺมึ ฐตฺวาติ ตาทิเส หตฺถปาเส ฐตฺวา. ยนฺติ ยํ ภารํ. มชฺฌิโม ปุริโสติ ถามมชฺฌิมปุริโส. วินเย ปญฺญตฺตํ ทุกฺกฏํ วินยทุกฺกฏํ. ตํ อนุปสมฺปนฺนสฺส ทตฺวาติ ปิณฺฑาย จริตฺวา วิหารํ วา อาสนสาลํ วา คนฺตฺวา ตํ ภิกฺขํ อนุปสมฺปนฺนสฺส ทตฺวา, อิทญฺจ ปุพฺพาโภคสฺส อนุรูปวเสน วุตฺตํ. ยสฺมา ปน ตํ ‘‘อนุปสมฺปนฺนสฺส ทสฺสามี’’ติ จิตฺตุปฺปาทมตฺเตน ตํสนฺตกํ นาม น โหติ, ตสฺมา วินาปิ ตสฺส ทานาทึ ปฏิคฺคเหตฺวา ปริภุญฺชิตุํ วฏฺฏติ.
อสฺสุเขฬสิงฺฆาณิกาทีสูติ เอตฺถ อสฺสุ นาม อกฺขิชลํ. เขโฬ นาม ลาลา. สิงฺฆาณิกาติ อนฺโตสีสโต ปูติเสมฺหภาวํ อาปนฺนํ มตฺถลุงฺคํ คลิตฺวา ตาลุมตฺถกวิวเรน โอตริตฺวา นาสาปุเฏ ปูเรตฺวา ฐิตํ วุจฺจติ, อาทิสทฺเทน มุตฺตกรีสเสมฺหทนฺตมลอกฺขิคูถกณฺณคูถกานํ, สรีเร อุฏฺฐิตโลณสฺส จ คหณํ. ฐานโตติ อกฺขิกูปาทิโต. อนฺตรา เจ คณฺหาติ, กึ โหตีติ อาห ‘‘อุคฺคหิตกํ นาม โหตี’’ติ, ทุฏฺฐุ คหิตกํ นาม โหตีติ อตฺโถ. ผลินินฺติ ผลวนฺตํ. ตตฺถชาตกผลินิสาขาย วาติ ตสฺมึ รุกฺเข ชาตาย ผลินิสาขาย วา. ทุรุปจิณฺณทุกฺกฏนฺติ ‘‘น กตฺตพฺพ’’นฺติ วาริตสฺส กตตฺตา ทุฏฺฐุ อาจิณฺณํ จริตนฺติ ทุรุปจิณฺณํ, ตสฺมึ ทุกฺกฏํ ทุรุปจิณฺณทุกฺกฏญฺจ อาปชฺชตีติ อตฺโถ.
อาหรียตีติ อาหาโร, อชฺโฌหริตพฺพํ ยํ กิญฺจิ, อิธ ปน จตฺตาริ กาลิกานิ อธิปฺเปตานีติ อาห ‘‘ยํ กิญฺจี’’ติอาทิ. ตตฺถ อรุณุคฺคมนโต ยาว ฐิตมชฺฌนฺหิกา ภุญฺชิตพฺพโต ยาว กาโล อสฺสาติ ยาวกาลิกํ. อรุณุคฺคมนโต ยาว ยามาวสานา ปิปาสาย สติ ปิปาสจฺเฉทนตฺถํ ปาตพฺพโต ยาโม กาโล อสฺสาติ ยามกาลิกํ. ยาว สตฺตาหํ นิทหิตฺวา ปริภุญฺชิตพฺพโต สตฺตาหํ กาโล อสฺสาติ สตฺตาหกาลิกํ. ยาวชีวมฺปิ ปริหริตฺวา ปริภุญฺชิตพฺพโต ยาว ชีวํ เอตสฺสาติ ยาวชีวิกํ. เตนาห ‘‘ตตฺถา’’ติอาทิ.
วนมูลปตฺตปุปฺผผลาทีติ เอตฺถ ตาว มูลํ นาม มูลกขารกจจฺจุตมฺพกาทีนํ เตสุ เตสุ ชนปเทสุ ปกติอาหารวเสน มนุสฺสานํ ขาทนียตฺถญฺเจว โภชนียตฺถญฺจ ผรณกํ สูเปยฺยปณฺณมูลํ. ปตฺตํ นาม มูลกขารกจจฺจุตมฺพกาทีนํ ตาทิสํเยว ปตฺตํ. ปุปฺผํ นาม มูลกขารกาทีนํ ตาทิสํเยว ปุปฺผํ. ผลํ นาม ปนสลพุชาทีนํ เตสุ เตสุ ชนปเทสุ ปกติอาหารวเสน มนุสฺสานํ ขาทนียตฺถญฺเจว โภชนียตฺถญฺจ ผรณกํ ผลํ. อาทิสทฺเทน กนฺทมูลาทีนํ คหณํ.
อมฺพปานนฺติ (มหาว. อฏฺฐ. ๓๐๐) อาเมหิ วา ปกฺเกหิ วา อมฺเพหิ กตปานํ. ตตฺถ อาเมหิ กโรนฺเตน อมฺพตรุณาทีนิ ภินฺทิตฺวา อุทเก ปกฺขิปิตฺวา อาตเป อาทิจฺจปาเกน ปจิตฺวา ปริสฺสาเวตฺวา ตทหุปฏิคฺคหิเตหิ มธุสกฺกรกปฺปูราทีหิ โยเชตฺวา กาตพฺพํ. เอวํ กตํ ปุเรภตฺตเมว กปฺปติ. อนุปสมฺปนฺเนน กตํ ลภิตฺวา ปน ปุเรภตฺตํ ปฏิคฺคหิตํ ปุเรภตฺตํ สามิสปริโภเคนาปิ วฏฺฏติ, ปจฺฉาภตฺตํ นิรามิสปริโภเคน ยาว อรุณุคฺคมนา วฏฺฏติ. เอส นโย สพฺพปาเนสุ.
เตสุ ปน ชมฺพุปานนฺติ ชมฺพุผเลหิ กตปานํ. โจจปานนฺติ อฏฺฐิเกหิ กทลิผเลหิ กตปานํ. โมจปานนฺติ อนฏฺฐิเกหิ กทลิผเลหิ กตปานํ. มธุกปานนฺติ มธุกานํ ชาติรเสน กตปานํ. ตํ ปน อุทกสมฺภินฺนํ วฏฺฏติ, สุทฺธํ น วฏฺฏติ. มุทฺทิกาปานนฺติ มุทฺทิกา อุทเก มทฺทิตฺวา อมฺพปานํ วิย กตปานํ. สาลูกปานนฺติ รตฺตุปฺปลนีลุปฺปลาทีนํ สาลูเก มทฺทิตฺวา กตปานํ. ผารุสกปานนฺติ ผารุสเกหิ อมฺพปานํ วิย กตปานํ. อิมินาว นเยน เวตฺตปานาทีนิ เวทิตพฺพานิ. เอตานิ จ ปน สพฺพานิ ปานานิ อคฺคิปากานิ น วฏฺฏนฺติ. เตนาห ‘‘สีโตทเกนา’’ติอาทิ. อวเสเสสุปิ อนุญฺญาตผลปตฺตปุปฺผรเสสูติ ธญฺญผลปกฺกสากมธุกปุปฺผรสโต อวเสเสสุ ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, สพฺพํ ผลรสํ ฐเปตฺวา ธญฺญผลรส’’นฺติอาทินา (มหาว. ๓๐๐) อนุญฺญาตเกสุ ผลปตฺตปุปฺผรเสสุปิ.
ขาทนียตฺถนฺติ ขาทนีเยน กตฺตพฺพกิจฺจํ. เนว ผรตีติ น นิปฺผาเทติ. อนาหาเรปิ อุทเก อาหารสญฺญายาติ ‘‘อาหารํ อาหเรยฺยา’’ติ ปทสฺส ปทภาชเน (ปาจิ. ๒๖๕) วุตฺตมตฺถํ สมฺมา อสลฺลกฺเขตฺวา ‘‘อาหรียตีติ อาหาโร’’ติ อนาหาเรปิ อุทเก อาหารสญฺญาย กุกฺกุจฺจายนฺตานํ. ทนฺตโปเน จ ‘‘มุขทฺวารํ อาหฏํ อิท’’นฺติ สญฺญายาติ มุขทฺวารํ อนาหฏมฺปิ ทนฺตโปนํ ‘‘มุขทฺวารํ อาหฏํ อิทํ ทนฺตโปน’’นฺติ วิปลฺลตฺถสญฺญาย กุกฺกุจฺจายนฺตานํ. ยถาสุขํ ปาตุนฺติ ปฏิคฺคเหตฺวา วา อปฺปฏิคฺคเหตฺวา วา ยถากามํ ปาตุํ. ทนฺตโปนปริโภเคนาติ ทนฺตกฏฺฐปริโภเคน, ทนฺตโธวนาทินาติ อตฺโถ, อิมินา ตสฺส ปน รสํ คิลิตุํ น วฏฺฏตีติ ทสฺเสติ.
จตฺตาริ มหาวิกฏานีติ คูถํ, มุตฺตํ, ฉาริกา, มตฺติกา (มหาว. ๒๖๘) จ ‘‘อาสยาทิวเสน วิรูปานิ ชาตานี’’ติ กตฺวา วิกฏานีติ วา อปกติโภชนตฺตา วิกฏานิ ‘‘วิรูปานิ ชาตานี’’ติ วา อตฺโถ. สติ ปจฺจเยติ การเณ สติ, สปฺปทฏฺเฐติ อตฺโถ. ธูมาทิอพฺโพหาริกาภาโวติ ธูมปุปฺผคนฺธทนฺตขยาทิอพฺโพหาริกาภาโว.
ทนฺตโปนสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
โภชนวคฺโค จตุตฺโถ.