๓. เทฺวภาคสิกฺขาปทวณฺณนา

คเหตพฺพาติ ยถา กาฬกา อธิกา น โหนฺติ, ตถา คเหตพฺพา. ฐเปตฺวา เจตฺถ กาฬกโอทาเต อวเสสา โคจริเยสุเยว สงฺคหํ คจฺฉนฺตีติ (สารตฺถ. ฏี. ๒.๕๕๒) ทฏฺฐพฺพํ. เอตฺถ จ เทฺว ภาคาติ อุกฺกฏฺฐปริจฺเฉโท กาฬกานํ อธิกคฺคหณสฺส ปฏิกฺเขปวเสน สิกฺขาปทสฺส ปญฺญตฺตตฺตา. ตสฺมา กาฬกานํ ภาคทฺวยโต อธิกํ น วฏฺฏติ, อูนกํ วฏฺฏติ. เตนาห ‘‘เอกสฺสาปี’’ติอาทิ. เอกสฺสาปิ กาฬกโลมสฺส อติเรกภาเวติ ตุลาย ธารยิตฺวา ฐปิเตสุ อนฺตมโส วาตเวเคนปิ ปหิตสฺส เอกสฺสาปิ กาฬกโลมสฺส อธิกภาเว สตีติ อตฺโถ. ‘‘ตติยํ โอทาตานํ, จตุตฺถํ โคจริยาน’’นฺติ อิทํ ปน เหฏฺฐิมปริจฺเฉโท เตสํ อธิกคฺคหเณ ปฏิกฺเขปาภาวโต. ตสฺมา เตสํ วุตฺตปฺปมาณโต อธิกมฺปิ วฏฺฏติ.

เอตฺถ จ ‘‘อิทํ เม, ภนฺเต, สนฺถตํ อนาทิยิตฺวา เทฺว ตุเล สุทฺธกาฬกานํ เอฬกโลมานํ, ตุลํ โอทาตานํ, ตุลํ โคจริยานํ สนฺถตํ การาปิตํ นิสฺสคฺคิย’’นฺติ (ปารา. ๕๕๔) อิมินา นเยน นิสฺสชฺชนวิธานํ เวทิตพฺพํ. อาทาย จ วุตฺตปริจฺเฉเทน อนาทาย จ กรณโต กิริยากิริยํ. เสสนฺติ ปุพฺพปโยคทุกฺกฏจตุกฺกปาจิตฺติยาทิกํ. อยํ ปน วิเสโส – ตุลํ โอทาตานํ ตุลํ โคจริยานํ อาทิยิตฺวา กรเณ, พหุตรํ โอทาตานํ พหุตรํ โคจริยานํ อาทิยิตฺวา กรเณ, สุทฺธํ โอทาตานํ สุทฺธํ โคจริยานํ อาทิยิตฺวา กรเณ จ อนาปตฺตีติ.

องฺเคสุ ปน ปฐมงฺคํ กาฬกานํ เทฺวภาคโต อติเรกภาโวติ ทฏฺฐพฺพํ. อิมานิ ตีณิ น เกวลํ อนิสฺสฏฺฐาเนว ปริภุญฺชิตุํ น วฏฺฏนฺตีติ อาห ‘‘อิมานิ ปนา’’ติอาทิ. ‘‘ปริภุญฺชิตุํ น วฏฺฏนฺตี’’ติ อิมินา ยทิ ปริภุญฺชติ, ทุกฺกฏนฺติ ทสฺเสติ.

เทฺวภาคสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.