๒. เอฬกโลมวคฺโค

๑. โกสิยสิกฺขาปทวณฺณนา

โกสิยมิสฺสกนฺติ ‘‘โกสการกา’’ติ ลทฺธโวหารานํ ปาณกานํ โกสโต นิพฺพตฺตํ อํสุ โกสิยํ, เตน มิสฺสํ โกสิยมิสฺสกํ. เตน ปน โกสิเยน อปฺปเกนาปิ มิสฺสิตํ โกสิยมิสฺสกเมว, น อิทํ อพฺโพหาริกนฺติ วตฺตุํ ลพฺภา. เตนาห ‘‘เอเกนาปี’’ติอาทิ. โกสิยํสุนาติ กิมิโกสสมฺภเวน อํสุนา. ‘‘อนฺตมโส’’ติอาทิกํ ปน อิมสฺส สิกฺขาปทสฺส อจิตฺตกตฺตา วุตฺตํ. สนฺถตํ นาม สนฺถริตฺวา กตํ อวายิมํ. เตนาห ‘‘สเม ภูมิภาเค’’ติอาทิ. อิมสฺเสว วจนสฺส อนุสาเรนาติ อิมสฺเสว ปฐมสนฺถตสฺส นิสฺสชฺชนวิธานวจนานุสาเรน. สพฺพสนฺถตนฺติ สพฺพสนฺถตนิสฺสชฺชนวิธานํ.

อญฺญสฺสตฺถาย การาปเน ทุกฺกฏตฺตา อตฺตโน อตฺถาย การาปนวเสน ‘‘สาณตฺติก’’นฺติ วุตฺตํ. อตฺตนา วิปฺปกตปริโยสาปนนเยนาติ ‘‘อตฺตนา วิปฺปกตํ อตฺตนา ปริโยสาเปติ, นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยํ. อตฺตนา วิปฺปกตํ ปเรหิ ปริโยสาเปติ, นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยํ. ปเรหิ วิปฺปกตํ อตฺตนา ปริโยสาเปติ, นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยํ. ปเรหิ วิปฺปกตํ ปเรหิ ปริโยสาเปติ, นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติย’’นฺติ (ปารา. ๕๔๕) อิมินา นเยน. วิตานาทิกรเณติ วิตานภูมตฺถรณสาณิปาการภิสิพิพฺโพหนกรเณ. ยถา จ วิตานาทิกรเณ, เอวํ เตนากาเรน ปริโภเคปิ อนาปตฺติ. ‘‘อวายิม’’นฺติ (ปารา. ๕๔๔) วุตฺตตฺตา วายิตฺวา กโรนฺตสฺสาปิ อนาปตฺติ.

โกสิยสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๒. สุทฺธกาฬกสิกฺขาปทวณฺณนา

กาฬกานนฺติ สภาเวน วา รชเนน วา กาฬกานํ. ยถาห ‘‘กาฬกํ นาม เทฺว กาฬกานิ ชาติยา กาฬกํ วา รชนกาฬกํ วา’’ติ. อญฺเญหิ อมิสฺสิตานนฺติ อญฺเญหิ อมิสฺสิตกาฬกานนฺติ อตฺโถ. ‘‘ยถา ปฐเม ‘เอเกนาปิ โกสิยํสุนา’ติ (กงฺขา. อฏฺฐ. โกสิยสิกฺขาปทวณฺณนา) วุตฺตํ, ตถา อิธาปิ ‘เอเกนาปิ อญฺเญน อมิสฺเสตฺวา’ติ อวุตฺตตฺตา อญฺเญน ปน มิสฺสกโภเคปิ อปญฺญายมานรูปกํ เจ ‘สุทฺธกาฬก’มิจฺเจว วุจฺจตี’’ติ (วชิร. ฏี. ปาราชิก ๕๔๗) วทนฺติ.

เอตฺถ จ ‘‘อิทํ เม, ภนฺเต, สุทฺธกาฬกานํ เอฬกโลมานํ สนฺถต’’นฺติอาทินา (ปารา. ๕๔๙) นิสฺสชฺชนวิธานํ เวทิตพฺพํ. เสสนฺติ ปุพฺพปโยคทุกฺกฏจตุกฺกปาจิตฺติยาทิกํ. องฺเคสุ ปน ‘‘สุทฺธกาฬกภาโว’’ติ อยํ วิเสโส.

สุทฺธกาฬกสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๓. เทฺวภาคสิกฺขาปทวณฺณนา

คเหตพฺพาติ ยถา กาฬกา อธิกา น โหนฺติ, ตถา คเหตพฺพา. ฐเปตฺวา เจตฺถ กาฬกโอทาเต อวเสสา โคจริเยสุเยว สงฺคหํ คจฺฉนฺตีติ (สารตฺถ. ฏี. ๒.๕๕๒) ทฏฺฐพฺพํ. เอตฺถ จ เทฺว ภาคาติ อุกฺกฏฺฐปริจฺเฉโท กาฬกานํ อธิกคฺคหณสฺส ปฏิกฺเขปวเสน สิกฺขาปทสฺส ปญฺญตฺตตฺตา. ตสฺมา กาฬกานํ ภาคทฺวยโต อธิกํ น วฏฺฏติ, อูนกํ วฏฺฏติ. เตนาห ‘‘เอกสฺสาปี’’ติอาทิ. เอกสฺสาปิ กาฬกโลมสฺส อติเรกภาเวติ ตุลาย ธารยิตฺวา ฐปิเตสุ อนฺตมโส วาตเวเคนปิ ปหิตสฺส เอกสฺสาปิ กาฬกโลมสฺส อธิกภาเว สตีติ อตฺโถ. ‘‘ตติยํ โอทาตานํ, จตุตฺถํ โคจริยาน’’นฺติ อิทํ ปน เหฏฺฐิมปริจฺเฉโท เตสํ อธิกคฺคหเณ ปฏิกฺเขปาภาวโต. ตสฺมา เตสํ วุตฺตปฺปมาณโต อธิกมฺปิ วฏฺฏติ.

เอตฺถ จ ‘‘อิทํ เม, ภนฺเต, สนฺถตํ อนาทิยิตฺวา เทฺว ตุเล สุทฺธกาฬกานํ เอฬกโลมานํ, ตุลํ โอทาตานํ, ตุลํ โคจริยานํ สนฺถตํ การาปิตํ นิสฺสคฺคิย’’นฺติ (ปารา. ๕๕๔) อิมินา นเยน นิสฺสชฺชนวิธานํ เวทิตพฺพํ. อาทาย จ วุตฺตปริจฺเฉเทน อนาทาย จ กรณโต กิริยากิริยํ. เสสนฺติ ปุพฺพปโยคทุกฺกฏจตุกฺกปาจิตฺติยาทิกํ. อยํ ปน วิเสโส – ตุลํ โอทาตานํ ตุลํ โคจริยานํ อาทิยิตฺวา กรเณ, พหุตรํ โอทาตานํ พหุตรํ โคจริยานํ อาทิยิตฺวา กรเณ, สุทฺธํ โอทาตานํ สุทฺธํ โคจริยานํ อาทิยิตฺวา กรเณ จ อนาปตฺตีติ.

องฺเคสุ ปน ปฐมงฺคํ กาฬกานํ เทฺวภาคโต อติเรกภาโวติ ทฏฺฐพฺพํ. อิมานิ ตีณิ น เกวลํ อนิสฺสฏฺฐาเนว ปริภุญฺชิตุํ น วฏฺฏนฺตีติ อาห ‘‘อิมานิ ปนา’’ติอาทิ. ‘‘ปริภุญฺชิตุํ น วฏฺฏนฺตี’’ติ อิมินา ยทิ ปริภุญฺชติ, ทุกฺกฏนฺติ ทสฺเสติ.

เทฺวภาคสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๔. ฉพฺพสฺสสิกฺขาปทวณฺณนา

ยํ สนฺถตสมฺมุตึ เทตีติ สมฺพนฺโธ. คิลานสฺส ภิกฺขุโนติ ยสฺส วินา สนฺถตา น ผาสุ โหติ, น สกฺโกติ จ สนฺถตํ อาทาย ปกฺกมิตุํ, เอวํภูตสฺส คิลานสฺส ภิกฺขุโน. สนฺถตสมฺมุตึ เทตีติ ‘‘สุณาตุ เม, ภนฺเต, สงฺโฆ, อยํ อิตฺถนฺนาโม ภิกฺขุ คิลาโน น สกฺโกติ สนฺถตํ อาทาย ปกฺกมิตุ’’นฺติอาทินา (ปารา. ๕๖๐) ปทภาชเน วุตฺตาย ญตฺติทุติยกมฺมวาจาย สนฺถตสมฺมุตึ เทติ.

สาติ สนฺถตสมฺมุติ. วูปสนฺโต วา ปุน กุปฺปตีติ วูปสนฺโต วา โส อาพาโธ ปุน กุปฺปติ, อนุวสฺสมฺปิ กาตุํ วฏฺฏติ, ปุน สมฺมุติทานกิจฺจํ นตฺถีติ อธิปฺปาโย. น เกวลํ ตสฺมึเยว โรเค กุปฺปิเต, อถ โข อญฺญสฺมึ โรเค กุปฺปิเตปิ คตคตฏฺฐาเน อนุวสฺสํ กาตุํ ลภติ. เตเนว หิ สมนฺตปาสาทิกายํ ‘‘สเจ อโรโค หุตฺวา ปุน มูลพฺยาธินาว คิลาโน โหติ, โสเยว ปริหาโร, นตฺถญฺญํ ‘สมฺมุติกิจฺจ’นฺติ ผุสฺสเทวตฺเถโร อาห. อุปติสฺสตฺเถโร ปน โส วา พฺยาธิ ปฏิกุปฺปตุ, อญฺโญ วา, สกึ ‘คิลาโน’ติ นามํ ลทฺธํ ลทฺธเมว, ปุน ‘สมฺมุติกิจฺจํ นตฺถี’ติ อาหา’’ติ (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๕๕๗) อุปติสฺสตฺเถรวาโท ปจฺฉา วุตฺโต.

เอตฺถ จ ‘‘อิทํ เม, ภนฺเต, สนฺถตํ อูนกฉพฺพสฺสานิ การาปิตํ อญฺญตฺร ภิกฺขุสมฺมุติยา นิสฺสคฺคิย’’นฺติ (ปารา. ๕๖๒) อิมินา นเยน นิสฺสชฺชนวิธานํ เวทิตพฺพํ. ‘‘เสสํ ปฐมสทิสเมวา’’ติ อิมินา ‘‘อตฺตนา กตํ ปเรหิ ปริโยสาเปตี’’ติอาทิกํ อติทิฏฺฐํ. อยํ ปน วิเสโส – ปริปุณฺเณ ฉพฺพสฺเส วา อติเรกฉพฺพสฺเส วา อนาปตฺติ. องฺเคสุ จ ฉพฺพสฺสานํ อนฺโตภาโว นานาตฺตํ.

ฉพฺพสฺสสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๕. นิสีทนสิกฺขาปทวณฺณนา

นิสีทนสนฺถตนฺติ ‘‘นิสีทนํ นาม สทสํ วุจฺจตี’’ติ เอตฺถ ปทภาชนิยํ (ปารา. ๕๖๘) วุตฺตตฺตา สทสํ สนฺถตํ, เอตฺถ จ นิสีทนคฺคหณํ สนฺถเต จีวรสญฺญานิวารณตฺถํ, ยโต เต ภิกฺขู กมฺพลจีวรสญฺญาย สนฺถตํ ฉฑฺเฑตฺวา ธุตงฺคานิ สมาทิยึสุ. สยนาสนปฺปโยชนตฺตา สนฺถตสฺส ‘‘ปุราณสนฺถตํ นามา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ยตฺถาติ ยสฺมึ สนฺถเต. วิทตฺถิมตฺตนฺติ สุคตวิทตฺถิมตฺตํ. อุกฺกฏฺฐปริจฺเฉโท จายํ ‘‘อนาปตฺติ อลภนฺโต โถกตรํ อาทิยิตฺวา กโรตี’’ติ (ปารา. ๕๗๐) ปทภาชเน วุตฺตตฺตา. เอกเทเสติ อิทานิ กตฺตพฺพนวสนฺถตสฺส เอกปฺปเทเส. วิชเฏตฺวาติ วิทฺธํเสตฺวา. อนาทาติ ย-การโลเปนายํ นิทฺเทโสติ อาห ‘‘สติ ปุราณสนฺถเต อคฺคเหตฺวา’’ติ.

เอตฺถ จ ‘‘อิทํ เม, ภนฺเต, นิสีทนสนฺถตํ อนาทิยิตฺวา ปุราณสนฺถตสฺส สามนฺตา สุคตวิทตฺถึ การาปิตํ นิสฺสคฺคิย’’นฺติ (ปารา. ๕๖๘) อิมินา นเยน นิสฺสชฺชนวิธานํ เวทิตพฺพํ. สนฺถตวิสฺสชฺชนวตฺถุสฺมึ ปญฺญตฺตนฺติ ภควตา สนฺถตานิ วิปฺปกิณฺณานิ ทิสฺวา ‘‘สทฺธาเทยฺยวินิปาตเน การณํ นตฺถิ, ปริโภคุปายํ เนสํ ทสฺเสสฺสามี’’ติ (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๕๖๖) สนฺถตวิสฺสชฺชนวตฺถุสฺมึ ปญฺญตฺตํ. กิริยากิริยตฺตา อิมสฺส สิกฺขาปทสฺส ‘‘เสสํ ตติยสทิสเมวา’’ติ วุตฺตํ, เทฺวภาคสิกฺขาปทสทิสเมวาติ อตฺโถ. อยํ ปน วิเสโส – ปุราณสนฺถตสฺส สามนฺตา สุคตวิทตฺถิยา อาทาย กรเณ, อลภนฺตสฺส โถกตรํ อาทาย กรเณ, สพฺพถา อลภนฺตสฺส อนาทาย กรเณ จ อนาปตฺตีติ. องฺเคสุ ปเนตฺถ ปฐมงฺคปุราณสนฺถตสฺส สามนฺตา สุคตวิทตฺถิอนาทิยนาติ ทฏฺฐพฺพํ.

นิสีทนสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๖. เอฬกโลมสิกฺขาปทวณฺณนา

อทฺธานมคฺคปฺปฏิปนฺนสฺสาติ อทฺธานเมว มคฺโค อทฺธานมคฺโค, ตํ ปฏิปนฺนสฺสาติ อตฺโถ. เตนาห ‘‘อทฺธานสงฺขาต’’นฺติอาทิ. อทฺธานสทฺเทน วิเสสิตตฺตา ปน ‘‘ทีฆมคฺค’’นฺติ วุตฺตํ. อทฺธานคมนสมยสฺส วิภงฺเค ‘‘อทฺธโยชนํ คจฺฉิสฺสามีติ ภุญฺชิตพฺพ’’นฺติอาทิวจนโต (ปาจิ. ๒๑๘) อทฺธโยชนมฺปิ อทฺธานมคฺโค โหติ. เอฬกโลมานิ เจตานิ อทฺธานมคฺคโต อญฺญตฺถ อุปฺปนฺนานิ ปฏิคฺคเหตุํ น วฏฺฏนฺติ, ยโต ‘‘อทฺธานมคฺคปฺปฏิปนฺนสฺสา’’ติอาทิกํ วุตฺตนฺติ อนุโยคํ สนฺธายาห ‘‘สพฺพญฺเจต’’นฺติอาทิ. ตตฺถ สพฺพญฺเจตนฺติ ‘‘ภิกฺขุโน ปเนว อทฺธานมคฺคปฺปฏิปนฺนสฺส เอฬกโลมานิ อุปฺปชฺเชยฺยุ’’นฺติอาทิกํ เอตํ สพฺพํ. วตฺถุมตฺตทีปนเมวาติ ‘‘เตน โข ปน สมเยน อญฺญตรสฺส ภิกฺขุโน โกสเลสุ ชนปเท สาวตฺถึ คจฺฉนฺตสฺส อนฺตรามคฺเค เอฬกโลมานิ อุปฺปชฺชึสู’’ติอาทิกสฺส (ปารา. ๕๗๑) วตฺถุมตฺตสฺส ทีปนเมว. ยตฺถ กตฺถจีติ อทฺธานโต อญฺญตฺถาปิ ยตฺถ กตฺถจิ ฐาเนสุ. สหตฺถาติ กรณตฺเถ นิสฺสกฺกวจนนฺติ อาห ‘‘สหตฺเถนา’’ติ. ลกฺขณวจนญฺเจตํ, ตสฺมา เยน เกนจิ สรีราวยเวนาติ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. เตนาห ‘‘อตฺตนา หริตพฺพานีติ อตฺโถ’’ติ. อสนฺเต หารเกติ เอตฺถ ปทานํ อนฺโตคธาวธารณโต อวธารณตฺโถ ลพฺภตีติ อาห ‘‘อสนฺเตเยวา’’ติอาทิ.

เอตฺถ จ ‘‘อิมานิ เม, ภนฺเต, เอฬกโลมานิ ติโยชนํ อติกฺกามิตานิ นิสฺสคฺคิยานี’’ติอาทินา (ปารา. ๕๗๓) นิสฺสชฺชนวิธานํ เวทิตพฺพํ. ติกปาจิตฺติยนฺติ อติเรกติโยชเน อติเรกติโยชนสญฺญิเวมติกอูนกสญฺญีนํ วเสน ตีณิ ปาจิตฺติยานิ. วาสาธิปฺปาเยน คนฺตฺวา ตโต ปรํ หรเณติ ยตฺถ คโต, ตตฺถ อุทฺเทสปริปุจฺฉาทีนํ วา ปจฺจยาทีนํ วา อลาเภน ตโต ปรํ อญฺญตฺถ หรเณ, ตโตปิ อญฺญตฺถาติ เอวํ โยชนสตมฺปิ หรเณ อนาปตฺติ. อจฺฉินฺนํ วา นิสฺสฏฺฐํ วาติ โจเรหิ อจฺฉินฺนํ วา วินยกมฺมกตํ วา. กตภณฺฑนฺติ กตํ ภณฺฑํ กมฺพลโกชวสนฺถตาทิ ยํ กิญฺจิ อนฺตมโส สุตฺตเกน พทฺธมตฺตมฺปิ. เตนาห ‘‘อนฺตมโส’’ติอาทิ. โย ปน ตนุกปตฺตตฺถวิกนฺตเร (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๕๗๕) วา อาโยคอํสพทฺธกกายพนฺธนาทีนํ อนฺตเรสุ วา ปิปฺผลิกาทีนํ มลรกฺขณตฺถํ สิปาฏิกายํ วา อนฺตมโส วาตาพาธิโก กณฺณจฺฉิทฺเทปิ โลมานิ ปกฺขิปิตฺวา คจฺฉติ, อาปตฺติเยว. สุตฺตเกน ปน พนฺธิตฺวา ปกฺขิตฺตํ กตภณฺฑฏฺฐาเน ติฏฺฐติ, เวณึ กตฺวา หรติ, อิทํ นิธานมุขํ นาม, อาปตฺติเยว.

ปฐมปฺปฏิลาโภติ อตฺตโน อตฺถาย เอฬกโลมานํ ปฐมุปฺปตฺติ. เอเตน อจฺฉินฺนนิสฺสฏฺฐปฺปฏิลทฺธานํ ปฏิกฺเขโป. อญฺญสฺส อชานนฺตสฺส ยาเน ปกฺขิปิตฺวาติ (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๕๗๒) คจฺฉนฺเต รถาทิเก วา หตฺถิปิฏฺฐิอาทีสุ วา สามิกสฺส อชานนฺตสฺเสว ‘‘หริสฺสตี’’ติ ปกฺขิปิตฺวา. อคจฺฉนฺเตปิ เอเสว นโย. สเจ ปน อคจฺฉนฺเต รถาทิมฺหิ วา หตฺถิปิฏฺฐิอาทีสุ วา ฐเปตฺวา อาโรหิตฺวา สาเรติ, เหฏฺฐา วา คจฺฉนฺโต โจเทติ, ปกฺโกสนฺโต วา อนุพนฺธาเปติ, ‘‘อญฺญํ หราเปตี’’ติ (ปารา. ๕๗๕) วจนโต อนาปตฺติ. เอตฺถ จ ‘‘อชานนฺตสฺส ยาเน’’ติ อิมินา ชานนฺตสฺส เจ ยาเน ปกฺขิปติ, อญฺญํ หราเปติ นามาติ ทสฺเสติ. อหรณปจฺจาหรณนฺติ หรณปจฺจาหรณานมภาโว.

เอฬกโลมสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๗. เอฬกโลมโธวาปนสิกฺขาปทวณฺณนา

สกฺเกสูติ ‘‘สกฺยา วต, โภ กุมารา’’ติ (ที. นิ. ๑.๒๖๗) อุทานํ ปฏิจฺจ ‘‘สกฺยา’’ติ ลทฺธนามานํ นิวาโส เอโกปิ ชนปโท รุฬฺหิสทฺเทน ‘‘สกฺกา’’ติ วุจฺจติ, ตสฺมึ สกฺเกสุ ชนปเท. ฉพฺพคฺคิยา นาม ปณฺฑุกโลหิตกาทโย ฉมูลกา, เตสํ สิสฺสา จ.

เอฬกโลมโธวาปนสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๘. ชาตรูปสิกฺขาปทวณฺณนา

รชตนฺติ น เกวลํ รูปิยเมว อิธาธิปฺเปตํ, อถ โข ยํ กิญฺจิ โวหารคมนียํ กหาปณาทิ จ เอตํ อธิปฺเปตนฺติ อาห ‘‘อปิจา’’ติอาทิ. ตตฺถ กหาปโณติ (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๕๘๓-๕๘๔) สุวณฺณมโย วา รูปิยมโย วา ปากติโก วา. โลหมาสโก นาม ตมฺพโลหาทีหิ กตมาสโก. ทารุมาสโก นาม สารทารุนา วา เวฬุเปสิกาย วา อนฺตมโส ตาลปณฺเณนปิ รูปํ ฉินฺทิตฺวา กตมาสโก. ชตุมาสโก นาม ลาขาย วา นิยฺยาเสน วา รูปํ สมุฏฺฐาเปตฺวา กตมาสโก. ‘‘เย โวหารํ คจฺฉนฺตี’’ติ อิมินา ปน ปเทน โย โย ยตฺถ ยตฺถ ชนปเท ยทา ยทา โวหารํ คจฺฉติ, อนฺตมโส อฏฺฐิมโยปิ จมฺมมโยปิ รุกฺขผลพีชมโยปิ สมุฏฺฐาปิตรูโปปิ อสมุฏฺฐาปิตรูโปปิ สพฺโพ สงฺคหิโต. ตเทวาติ ชาตรูปรชตเมว. หิรญฺญํ นาม กหาปโณ.

‘‘สาทิยตี’’ติ วุตฺตเมวตฺถํ วิภาเวติ ‘‘คณฺหิตุกาโม โหตี’’ติ. น เกวลํ กายวาจาหิ ปฏิกฺขิตฺตเมว ปฏิกฺขิตฺตํ โหติ, อถ โข มนสาปิ ปฏิกฺขิตฺตํ ปฏิกฺขิตฺตเมว โหตีติ อาห ‘‘กายวาจาหี’’ติอาทิ. สเจ ปน กายวาจาหิ อปฺปฏิกฺขิปิตฺวา จิตฺเตน อธิวาเสติ, กายวาจาหิ กตฺตพฺพสฺส ปฏิกฺเขปสฺส อกรณโต อกิริยสมุฏฺฐานํ กายวจีทฺวาเร อาปตฺตึ อาปชฺชติ. มโนทฺวาเร ปน อาปตฺติ นาม นตฺถิ.

เอโก สตํ (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๕๘๓-๕๘๔) วา สหสฺสํ วา ปาทมูเล ฐเปติ ‘‘ตุยฺหิทํ โหตู’’ติ, ภิกฺขุ ‘‘นยิทํ กปฺปตี’’ติ ปฏิกฺขิปติ. อุปาสโก ‘‘ปริจฺจตฺตํ มยา ตุมฺหาก’’นฺติ คโต, อญฺโญ ตตฺถ อาคนฺตฺวา ปุจฺฉติ ‘‘กึ, ภนฺเต, อิท’’นฺติ. ยํ เตน จ อตฺตนา จ วุตฺตํ, ตํ อาจิกฺขิตพฺพํ. โส เจ วทติ ‘‘โคเปสฺสามิ, ภนฺเต, คุตฺตฏฺฐานํ ทสฺเสถา’’ติ, สตฺตภูมิกมฺปิ ปาสาทํ อภิรุหิตฺวา ‘‘อิทํ คุตฺตฏฺฐาน’’นฺติ อาจิกฺขิตพฺพํ, ‘‘อิธ นิกฺขิปาหี’’ติ น วตฺตพฺพํ. เอตฺตาวตา กปฺปิยญฺจ อกปฺปิยญฺจ นิสฺสาย ฐิตํ โหติ, ทฺวารํ ปิทหิตฺวา รกฺขนฺเตน วสิตพฺพํ. สเจ กิญฺจิ วิกฺกายิกภณฺฑํ ปตฺตํ วา จีวรํ วา อาคจฺฉติ, ‘‘อิทํ คเหสฺสถ, ภนฺเต’’ติ วุตฺเต ‘‘อุปาสก, อตฺถิ อมฺหากํ อิมินา อตฺโถ, วตฺถุ จ เอวรูปํ นาม สํวิชฺชติ, กปฺปิยการโก นตฺถี’’ติ วตฺตพฺพํ. สเจ โส วทติ ‘‘อหํ กปฺปิยการโก ภวิสฺสามิ, ทฺวารํ วิวริตฺวา เทถา’’ติ, ทฺวารํ วิวริตฺวา ‘‘อิมสฺมึ โอกาเส ฐปิต’’นฺติ วตฺตพฺพํ, ‘‘อิมํ คณฺหา’’ติ น วตฺตพฺพํ. เอวญฺจ กปฺปิยญฺจ อกปฺปิยญฺจ นิสฺสาย ฐิตเมว โหติ. โส เจตํ คเหตฺวา ตสฺส กปฺปิยภณฺฑํ เทติ, วฏฺฏติ. สเจ อธิกํ คณฺหาติ, ‘‘น มยํ ตว ภณฺฑํ คณฺหาม, นิกฺขมาหี’’ติ วตฺตพฺโพ.

สงฺฆมชฺเฌเยว นิสฺสชฺชิตพฺพนฺติ เอตฺถ ยสฺมา รูปิยํ นาม อกปฺปิยํ, ตสฺมา ‘‘นิสฺสชฺชิตพฺพํ สงฺฆสฺส วา คณสฺส วา ปุคฺคลสฺส วา’’ติ น วุตฺตํ. ยสฺมา ปน ตํ ปฏิคฺคหิตมตฺตเมว, น เตน กิญฺจิ กปฺปิยภณฺฑํ เจตาปิตํ, ตสฺมา อุปาเยน ปริโภคทสฺสนตฺถํ ‘‘สงฺฆมชฺเฌเยว นิสฺสชฺชิตพฺพ’’นฺติ วุตฺตํ. อาทิ-สทฺเทน เตลาทีนํ คหณํ. โสติ โย คหฏฺโฐ ‘‘สปฺปิ วา เตลํ วา วฏฺฏติ อุปาสกา’’ติอาทินา นเยน วุตฺโต, โส. อญฺเญน ลภิตฺวาติ ภิกฺขุนา วา อารามิเกน วา อตฺตโน วสฺสคฺเคน ลภิตฺวา. ตโต นิพฺพตฺตรุกฺขจฺฉายาปีติ นิสฺสคฺคิยวตฺถุนา อาหฏพีชโต นิพฺพตฺตรุกฺขปริจฺเฉเทน ฐิตจฺฉายาปิ, ปริจฺเฉทาติกฺกนฺตา ปน อาคนฺตุกตฺตา วฏฺฏติ. โน เจ ฉฑฺเฑตีติ อถ เนว คเหตฺวา คจฺฉติ, น ฉฑฺเฑติ, ‘‘กึ มยฺหํ อิมินา พฺยาปาเรนา’’ติ เยนกามํ ปกฺกมติ. ปญฺจงฺคสมนฺนาคโต ‘‘โย น ฉนฺทาคตึ คจฺเฉยฺย, น โทสาคตึ คจฺเฉยฺย, น โมหาคตึ คจฺเฉยฺย, น ภยาคตึ คจฺเฉยฺย, ฉฑฺฑิตาฉฑฺฑิตญฺจ ชาเนยฺยา’’ติ (ปารา. ๕๘๔) เอวํ วุตฺตปญฺจงฺเคหิ สมนฺนาคโต. สมฺมนฺนิตพฺโพติ ‘‘สุณาตุ เม, ภนฺเต, สงฺโฆ, ยทิ สงฺฆสฺส ปตฺตกลฺลํ, สงฺโฆ อิตฺถนฺนามํ ภิกฺขุํ รูปิยฉฑฺฑกํ สมฺมนฺเนยฺยา’’ติอาทินา ปทภาชเน วุตฺตาย ญตฺติทุติยกมฺมวาจาย สมฺมนฺนิตพฺโพ.

อนิมิตฺตํ กตฺวา คูถํ วิย ฉฑฺเฑตพฺพนฺติ ปติตฏฺฐานํ สลฺลกฺขณวเสน นิมิตฺตํ อกตฺวา คูถํ วิย ฉฑฺเฑตพฺพํ, อกฺขีนิ นิมีเลตฺวาว นทิยา วา ปปาเต วา วนคหเน วา คูถํ วิย อนเปกฺเขน ปติโตกาสํ อสมนฺนาหรนฺเตน ปาเตตพฺพนฺติ วุตฺตํ โหติ. เตนาห ‘‘คูถํ วิย ฉฑฺเฑตพฺพ’’นฺติ. ติกปาจิตฺติยนฺติ รูปิยสญฺญิเวมติกอรูปิยสญฺญีนํ วเสน ตีณิ ปาจิตฺติยานิ. อรูปิเย รูปิยสญฺญิโนติ ขรปตฺตาทีสุ สุวณฺณาทิสญฺญิโน. รตนสิกฺขาปทนเยนาติ ‘‘อชฺฌาราเม วา อชฺฌาวสเถ วา’’ติ (ปาจิ. ๕๐๕) เอตฺถ วุตฺตวิธินา.

ชาตรูปสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๙. รูปิยสํโวหารสิกฺขาปทวณฺณนา

กตาทิวเสนาติ กตอกตกตากตวเสน. สุวณฺณาทิจตุพฺพิธมฺปิ นิสฺสคฺคิยวตฺถุ อิธ รูปิยคฺคหเณน คหิตนฺติ อาห ‘‘ชาตรูปรชตปริวตฺตน’’นฺติ. อิทญฺจ อุกฺกฏฺฐปริจฺเฉเทน วุตฺตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. เตนาห ‘‘ปุริมสิกฺขาปเทน หี’’ติอาทิ. ปริวตฺตนนฺติ สาทิตรูปิยสฺส ปริวตฺตนํ. ปุริมนยานุสาเรนาติ ‘‘อหํ, ภนฺเต, นานปฺปการกํ รูปิยสํโวหารํ สมาปชฺชึ, อิทํ เม นิสฺสคฺคิย’’นฺติอาทินา (ปารา. ๕๘๙).

รูปิยสํโวหารวตฺถุสฺมินฺติ ปฏิคฺคหณสฺเสว ปฏิกฺขิตฺตตฺตา ปฏิคฺคหิตปริวตฺตเน โทสํ อทิสฺวา รูปิยปริวตฺตเน. ตสฺส วาติ ปริวตฺติตสฺส วา. ธนสฺส วาติ อตฺตโน มูลธนสฺส วา. อตฺตโน วา หิ อรูปิเยน ปรสฺส รูปิยํ เจตาเปยฺย, อตฺตโน วา รูปิเยน ปรสฺส อรูปิยํ, อุภยถาปิ รูปิยสํโวหาโร กโตว โหตีติ.

รูปิยสํโวหารสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๑๐. กยวิกฺกยสิกฺขาปทวณฺณนา

รูปิยสํโวหารสฺส ปน เหฏฺฐาสิกฺขาปเทน คหิตตฺตา กปฺปิยภณฺฑานเมเวตฺถ คหณนฺติ อาห ‘‘จีวราทีน’’นฺติอาทิ. ตตฺถ จีวราทีนํ กปฺปิยภณฺฑานนฺติ อนฺตมโส ทสิกสุตฺตํ อุปาทาย จีวรปิณฺฑปาตเสนาสนคิลานปจฺจยานํ เยสํ เกสญฺจิ กปฺปิยภณฺฑานํ. กยํ นาม ปรภณฺฑสฺส คหณํ. วิกฺกยํ นาม อตฺตโน ภณฺฑสฺส ทานํ. เตนาห ‘‘อิมินา อิมํ เทหี’’ติอาทิ. ปรสฺสาติ ฐเปตฺวา ปญฺจ สหธมฺมิเก อญฺญสฺส. เอตฺถ จ ‘‘อหํ, ภนฺเต, นานปฺปการกํ กยวิกฺกยํ สมาปชฺชึ, อิทํ เม นิสฺสคฺคิยํ, อิมาหํ สงฺฆสฺส นิสฺสชฺชามี’’ติอาทินา (ปารา. ๕๙๕) นเยน นิสฺสชฺชิตพฺพํ. เตนาห ‘‘วุตฺตลกฺขณวเสนา’’ติอาทิ. นนุ เจตฺถ จีวรโธวเน วา เกสจฺเฉทเน วา ภูมิโสธนาทินวกมฺเม วา ปรภณฺฑํ อตฺตโน หตฺถคตํ นิสฺสชฺชิตพฺพํ นาม นตฺถิ, ตตฺถ กึ กาตพฺพนฺติ อาห ‘‘อสนฺเต ปาจิตฺติยํ เทเสตพฺพเมวา’’ติ. ยถา นิสฺสคฺคิยวตฺถุมฺหิ ปริภุตฺเต วา นฏฺเฐ วา ปาจิตฺติยํ เทเสติ, เอวํ อิธาปิ เทเสตพฺพเมวาติ อธิปฺปาโย.

อิทํ อมฺหากํ อตฺถีติ อิทํ ปฏิคฺคหิตํ เตลํ วา สปฺปิ วา อมฺหากํ สํวิชฺชติ. อมฺหากญฺจ อิมินา จ อิมินา จ อตฺโถติ อมฺหากญฺจ ตทญฺเญน อิมินา จ อิมินา จ อปฺปฏิคฺคหิตเกน อตฺโถ. ‘‘รูปิยสํโวหาเร วุตฺตนยเมวา’’ติ อิมินา ‘‘ติกปาจิตฺติยํ อกยวิกฺกเย กยวิกฺกยสญฺญิโน จ เวมติกสฺส จ ทุกฺกฏ’’นฺติ อิมํ นยมติทิสติ.

กยวิกฺกยสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

เอฬกโลมวคฺโค ทุติโย.