๓. ปตฺตวคฺโค

๑. ปตฺตสิกฺขาปทวณฺณนา

อวิกปฺปิโตติ ‘‘อิมํ ปตฺตํ ตุยฺหํ วิกปฺเปมี’’ติอาทินา นเยน อวิกปฺปิโต. อฑฺฒาฬฺหโกทนํ คณฺหาตีติ มคธนาฬิยา ทฺวินฺนํ ตณฺฑุลนาฬีนํ โอทนํ คณฺหาติ. ‘‘มคธนาฬิ นาม อฑฺฒเตรสปลา โหตี’’ติ อนฺธกฏฺฐกถายํ วุตฺตํ. ‘‘สีหฬทีเป ปกตินาฬิ มหนฺตา, ทมิฬนาฬิ ขุทฺทกา, มคธนาฬิ ปมาณยุตฺตา, ตาย มคธนาฬิยา ทิยฑฺฒนาฬิ เอกา สีหฬนาฬิ โหตี’’ติ (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๖๐๒) มหาอฏฺฐกถายํ วุตฺตํ. อนุตฺตณฺฑุลนฺติ ปากโต อุกฺกนฺตํ ตณฺฑุลํ อุตฺตณฺฑุลํ, น อุตฺตณฺฑุลํ อนุตฺตณฺฑุลํ. สพฺพสมฺภารสงฺขโตติ ชีรกาทิสพฺพสมฺภาเรหิ สงฺขโต. อาโลปสฺส จตุตฺถภาคปฺปมาณํ พฺยญฺชนํ อาโลปสฺส อนุรูปพฺยญฺชนํ.

เอวํ อุกฺกฏฺฐปตฺตํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ มชฺฌิโมมกานิ ทสฺเสตุํ ‘‘อุกฺกฏฺฐโต’’ติอาทิมาห. ตตฺรายํ นโย – สเจ นาฬิโกทนาทิ สพฺพมฺปิ ปกฺขิตฺตํ วุตฺตนเยเนว เหฏฺฐิมราชิสมํ ติฏฺฐติ, อยํ มชฺฌิโม นาม ปตฺโต. สเจ ตํ ราชึ อติกฺกมฺม ถูปีกตํ ติฏฺฐติ, อยํ มชฺฌิโมมโก นาม ปตฺโต. สเจ ตํ ราชึ น สมฺปาปุณาติ, อนฺโตคธเมว โหติ, อยํ มชฺฌิมุกฺกฏฺโฐ นาม ปตฺโต. สเจ ปตฺโตทนาทิ สพฺพมฺปิ ปกฺขิตฺตํ เหฏฺฐิมราชิสมํ ติฏฺฐติ, อยํ โอมโก นาม ปตฺโต. สเจ ตํ ราชึ อติกฺกมฺม ถูปีกตํ ติฏฺฐติ, อยํ โอมโกมโก นาม ปตฺโต. สเจ ตํ ราชึ น สมฺปาปุณาติ, อนฺโตคธเมว โหติ, อยํ โอมกุกฺกฏฺโฐ นาม ปตฺโตติ. เตนาห ‘‘เตสมฺปิ วุตฺตนเยเนว เภโท เวทิตพฺโพ’’ติ.

อิทานิ เตสุ อธิฏฺฐานวิกปฺปนานธิฏฺฐานาวิกปฺปนุปเค ทสฺเสตุํ ‘‘อิจฺเจเตสู’’ติอาทิมาห. ตตฺถ อุกฺกฏฺฐุกฺกฏฺโฐติ อุกฺกฏฺฐโต อุกฺกฏฺโฐ. ตโต หิ โส ‘‘อปตฺโต’’ติ วุตฺโต. โอมโกมโกติ โอมกโต โอมโก. ตโต หิ โส ‘‘อปตฺโต’’ติ วุตฺโต. เอเต ปน ภาชนปริโภเคน ปริภุญฺชิตพฺพา, น อธิฏฺฐานุปคา น วิกปฺปนุปคา, อิตเร ปน สตฺต อธิฏฺฐหิตฺวา วา วิกปฺเปตฺวา วา ปริภุญฺชิตพฺพา. เตนาห ‘‘เสสา สตฺต ปตฺตา ปมาณยุตฺตา นามา’’ติ.

ตสฺมาติ ยสฺมา สตฺต ปตฺตา ปมาณยุตฺตา, ตสฺมา. สมณสารุปฺเปน ปกฺกนฺติ เอตฺถ อโยปตฺโต ปญฺจหิ ปาเกหิ (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๖๐๘) ปกฺโก สมณสารุปฺเปน ปกฺโก โหติ, มตฺติกาปตฺโต ทฺวีหิ ปาเกหิ. สเจ เอโก ปาโก อูโน โหติ, น อธิฏฺฐานุปโค. ยถา จ สมณสารุปฺเปน ปกฺโกเยว อธิฏฺฐานุปโค, ตถา อุโภปิ ยํ มูลํ ทาตพฺพํ, ตสฺมึ ทินฺเนเยว อธิฏฺฐานุปคา. ยทิ ปน อปฺปกมฺปิ อทินฺนํ โหติ, น อธิฏฺฐานุปคา. เตนาห ‘‘สเจ ปนา’’ติอาทิ. ‘‘กากณิกมตฺตํ นาม ทิยฑฺฒวีหี’’ติ วทนฺติ. สเจปิ ปตฺตสามิโก วทติ ‘‘ยทา ตุมฺหากํ มูลํ ภวิสฺสติ, ตทา ทสฺสถ, อธิฏฺฐหิตฺวา ปริภุญฺชถา’’ติ, เนว อธิฏฺฐานุปโค โหติ. ปากสฺส หิ อูนตฺตา ปตฺตสงฺขํ น คจฺฉติ. มูลสฺส สกลสฺส วา เอกเทสสฺส วา อทินฺนตฺตา สกภาวํ น อุเปติ, อญฺญสฺเสว สนฺตโก โหติ. ตสฺมา ปาเก จ มูเล จ นิฏฺฐิเตเยว อธิฏฺฐานุปโค โหติ. โย อธิฏฺฐานุปโค, เสฺวว วิกปฺปนุปโค จ. เตนาห ‘‘อปจฺจุทฺธรนฺเตนา’’ติอาทิ. อปจฺจุทฺธรนฺเตน วิกปฺเปตพฺโพติ ปุราณปตฺตํ อปจฺจุทฺธรนฺเตน นโว ปตฺโต วิกปฺเปตพฺโพติ อตฺโถ, ฐเปตพฺโพติ อธิปฺปาโย. กงฺคุสิตฺถนฺติ สตฺตนฺนํ ธญฺญานํ ลามกธญฺญสิตฺถนฺติ อาห ‘‘กงฺคุสิตฺถนิกฺขมนมตฺเตน ฉิทฺเทนา’’ติ.

ปตฺตสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๒. อูนปญฺจพนฺธนสิกฺขาปทวณฺณนา

อสฺสาติ อิมสฺส ปตฺตสฺส. เตน อูนปญฺจพนฺธเนนาติ เตน อูนปญฺจพนฺธเนน ปตฺเตน อุปลกฺขิโต หุตฺวาติ อตฺโถ. อูนปญฺจพนฺธโน หิ ปตฺโต เอตฺถ ลกฺขณภาเวน คหิโต. เตเนวาห ‘‘อิตฺถมฺภูตสฺส ลกฺขเณ กรณวจน’’นฺติ. ตตฺถ อิตฺถมฺภูตสฺสาติ กญฺจิ ปการํ ปตฺตสฺส. ลกฺขียเต อเนนาติ ลกฺขณํ, ตสฺมึ กรณวจนํ, ตติยาวิภตฺตีติ อตฺโถ. ‘‘ปกาโร’’ติ จ สามญฺญสฺส เภทโก วิเสโส วุจฺจติ. ตถา หิ อูนปญฺจพนฺธเนน ปตฺเตนาติ เอตฺถ ภิกฺขุภาวสามญฺญสฺส อูนปญฺจพนฺธนปตฺตภาโว ปกาโร, ตํ ภิกฺขุ อาปนฺโน, ตสฺส ปตฺโต ลกฺขณํ. ยทิ อปริปุณฺณปญฺจพนฺธโน ปตฺโต อูนปญฺจพนฺธโน นาม โหติ, อถ กสฺมา อิมสฺส ปทภาชนิยํ อพนฺธโนปิ วุตฺโตติ อาห ‘‘ตตฺถา’’ติอาทิ. ตตฺถ ตตฺถาติ วาโกฺยปญฺญาเส. พนฺธโนกาเส สติ วา อสติ วา พนฺธนวิรหิโต ปตฺโต อพนฺธโน, ปญฺจพนฺธนานํ โอกาโส อสฺสาติ ปญฺจพนฺธโนกาโส. อปตฺโตติ ปตฺโต นาม น โหตีติ อตฺโถ, ปากติกํ กาตุํ อสมตฺโถติ วุตฺตํ โหติ. อิทญฺจ อญฺญสฺส วิญฺญาปเน การณวจนํ. เตนาห ‘‘ตสฺมา อญฺญํ วิญฺญาเปตุํ วฏฺฏตี’’ติ.

พนฺธนญฺจ นาเมตํ ยสฺมา พนฺธโนกาเส สติ โหติ, อสติ น โหติ, ตสฺมา ตสฺส ลกฺขณํ, พนฺธนวิธิญฺจ ทสฺเสตุํ ‘‘ยสฺมึ ปนา’’ติอาทิ วุตฺตํ. มุขวฏฺฏิสมีเป ปน ปตฺตเวธเกน วิชฺฌิยมาเน กปาลสฺส พหลตฺตา ภิชฺชติ, ตสฺมา เหฏฺฐา วิชฺฌิตพฺโพ. เตนาห ‘‘เหฏฺฐิมปริยนฺเต’’ติอาทิ. สุขุมํ วา ฉิทฺทํ กตฺวา พนฺธิตพฺโพติ สุขุเม ฉิทฺเท ติปุปฏฺฏาทีหิ ปโยชนํ นตฺถิ, สุตฺตํ ปกฺขิปิตฺวาว อธิฏฺฐาตพฺโพติ อธิปฺปาโย. น เกวลํ ติปุสุตฺตกาทินาว พนฺธิตพฺโพติ อาห ‘‘ผาณิต’’นฺติอาทิ. ผาณิตํ ฌาเปตฺวา ปาสาณจุณฺเณนาติ ปาสาณจุณฺเณน สทฺธึ ผาณิตํ ปจิตฺวา ตถาปกฺเกน ปาสาณจุณฺเณนาติ อตฺโถ. นิสฺสชฺชิตพฺโพติ ‘‘อยํ เม, ภนฺเต, ปตฺโต อูนปญฺจพนฺธเนน ปตฺเตน เจตาปิโต นิสฺสคฺคิโย, อิมาหํ สงฺฆสฺส นิสฺสชฺชามี’’ติ (ปารา. ๖๑๓) นิสฺสชฺชิตพฺโพ. เตนาห ‘‘นิสฺสชฺชนฺเตนา’’ติอาทิ. สมฺมเตนาติ –

‘‘สุณาตุ เม, ภนฺเต, สงฺโฆ, ยทิ สงฺฆสฺส ปตฺตกลฺลํ, สงฺโฆ อิตฺถนฺนามํ ภิกฺขุํ ปตฺตคฺคาหาปกํ สมฺมนฺเนยฺย, เอสา ญตฺติ. สุณาตุ เม, ภนฺเต, สงฺโฆ, สงฺโฆ อิตฺถนฺนามํ ภิกฺขุํ ปตฺตคฺคาหาปกํ สมฺมนฺนติ, ยสฺสายสฺมโต ขมติ อิตฺถนฺนามสฺส ภิกฺขุโน ปตฺตคฺคาหาปกสฺส สมฺมุติ, โส ตุณฺหสฺส. ยสฺส นกฺขมติ, โส ภาเสยฺย. สมฺมโต สงฺเฆน อิตฺถนฺนาโม ภิกฺขุ ปตฺตคฺคาหาปโก, ขมติ สงฺฆสฺส, ตสฺมา ตุณฺหี, เอวเมตํ ธารยามี’’ติ (ปารา. ๖๑๔) –

เอวํ ปทภาชเน วุตฺตาย ญตฺติทุติยกมฺมวาจาย สมฺมเตน. ปตฺตสฺส วิชฺชมานคุณํ วตฺวาติ ‘‘อยํ, ภนฺเต, ปตฺโต ปมาณยุตฺโต สุนฺทโร เถรานุรูโป’’ติอาทินา (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๖๑๕) วิชฺชมานานิสํสํ วตฺวา. ปตฺตปริยนฺโตติ ปริยนฺเต ฐิตปตฺโต. อเทเสติ มญฺจปีฐจฺฉตฺตนาคทนฺตกาทิเก อเทเส. ปตฺตสฺส หิ นิกฺขิปนเทโส ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, อาธารก’’นฺติอาทินา นเยน ขนฺธเก วุตฺโตเยว. อปริโภเคนาติ ยาคุรนฺธนรชนปจนาทินา อยุตฺตปริโภเคน. อนฺตรามคฺเค ปน พฺยาธิมฺหิ อุปฺปนฺเน อญฺญสฺมึ ภาชเน อสติ มตฺติกาย ลิมฺปิตฺวา ยาคุํ ปจิตุํ, อุทกํ วา ตาเปตุํ วฏฺฏติ. วิสฺสชฺเชตีติ อญฺญสฺส เทติ. สเจ ปน สทฺธิวิหาริโก วา อนฺเตวาสิโก วา อญฺญํ วรปตฺตํ ฐเปตฺวา ‘‘อยํ มยฺหํ สารุปฺโป, อยํ เถรสฺสา’’ติ คณฺหาติ, วฏฺฏติ. อญฺโญ วา ตํ คเหตฺวา อตฺตโน ปตฺตํ เทติ, วฏฺฏติ. ‘‘มยฺหเมว ปตฺตํ อาหรา’’ติ วตฺตพฺพกิจฺจํ นตฺถิ.

ญาตกปฺปวาริเตติ เอตฺถ สงฺฆวเสน ปวาริตฏฺฐาเน ปญฺจพนฺธเนเนว วฏฺฏติ, ปุคฺคลวเสน ปน ปวาริตฏฺฐาเน อูนปญฺจพนฺธเนนาปิ. อกตวิญฺญตฺติ นาม ‘‘วท, ภนฺเต, ปจฺจเยนา’’ติ เอวํ อกตฏฺฐาเน วิญฺญตฺติ.

อูนปญฺจพนฺธนสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๓. เภสชฺชสิกฺขาปทวณฺณนา

อุคฺคเหตฺวาติ อุคฺคหิตกํ กตฺวา, อปฺปฏิคฺคหิตํ สยเมว คเหตฺวาติ อตฺโถ. สตฺตาหาติกฺกเมปิ อนาปตฺติกตา เจตฺถ อนชฺโฌหรณียตํ อาปนฺนตฺตาติ เวทิตพฺพํ. กสฺมา เอเตน อิทํ ทสฺสิตํ โหตีติ อาห ‘‘ตานิ หี’’ติอาทิ. ภิสกฺกสฺส อิมานิ เตน อนุญฺญาตตฺตาติ เภสชฺชานิ, เยสํ เกสญฺจิ สปฺปายานเมตํ อธิวจนํ. เตนาห ‘‘เภสชฺชกิจฺจํ กโรนฺตุ วา, มา วา, เอวํ ลทฺธโวหารานี’’ติ. อิทานิ สตฺตาหกาลิกํ นิสฺสคฺคิยวตฺถุภูตํ สปฺปินวนีตํ ทสฺเสตุํ ‘‘สปฺปิ นาม ควาทีน’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. อาทิสทฺเทน อชิกาทีนํ คหณํ. ‘‘เยสํ มํสํ กปฺปตี’’ติ อิมินา ปากเฏหิ โคอชิกาทีหิ อญฺญานิปิ มิคโรหิตาทีนิ สงฺคณฺหาติ. เยสญฺหิ ขีรํ อตฺถิ, สปฺปิปิ เตสํ อตฺถิเยว. ตํ ปน สุลภํ วา โหตุ, ทุลฺลภํ วา, อสํโมหตฺถํ วุตฺตํ. มกฺขิกามธุเมวาติ ขุทฺทกภมรมธุกรีหิ ตีหิ มกฺขิกาหิ กตํ มธุเมว. อุจฺฉุรสนฺติ สุทฺโธทกสมฺภินฺนานํ วเสน ทุวิธมฺปิ อุจฺฉุรสํ. ‘‘อคิลานสฺส คุโฬทก’’นฺติ (มหาว. ๒๘๔) ปน อุทฺทิสฺส อนุญฺญาตตฺตา อุทกสมฺภินฺโน อคิลานสฺส วฏฺฏติ. ‘‘อวตฺถุกปกฺกา วา’’ติ อิมินา สวตฺถุกปกฺกา น วฏฺฏตีติ ทสฺเสติ. มหาปจฺจริยํ ปน ‘‘เอตํ สวตฺถุกปกฺกํ วฏฺฏติ, โน วฏฺฏตีติ ปุจฺฉํ กตฺวา อุจฺฉุผาณิตํ ปจฺฉาภตฺตํ โนวฏฺฏนกํ นาม นตฺถี’’ติ วุตฺตํ, ตํ ยุตฺตนฺติ สมนฺตปาสาทิกายํ (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๖๒๓) วุตฺตํ. อุจฺฉุวิกตีติ อุจฺฉุมฺหา นิพฺพตฺตา รสลสิกาทิกา. ปกตตฺตานํ ปฏินิทฺเทสตฺตา ตํ-สทฺทสฺส เตน ปกตานํ เภสชฺชานํ เอว คหณํ, น เตสํ วตฺถูนนฺติ อาห ‘‘ตานิ เภสชฺชานี’’ติอาทิ. น เตสํ วตฺถูนีติ เตสํ สปฺปิอาทีนํ การณานิ ขีราทีนิ อปฺปฏิคฺคเหตฺวาติ อตฺโถ.

วสาเตลนฺติ (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๖๒๓) ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, วสานิ เภสชฺชานิ อจฺฉวสํ มจฺฉวสํ สุสุกาวสํ สูกรวสํ คทฺรภวส’’นฺติ (มหาว. ๒๖๒) เอวํ อนุญฺญาตวสานํ เตลํ. ยานีติ ยานิ เภสชฺชานิ. ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, วสานิ เภสชฺชานิ อจฺฉวสํ มจฺฉวสํ สุสุกาวสํ สูกรวสํ คทฺรภวสํ กาเล ปฏิคฺคหิตํ กาเล นิปฺปกฺกํ กาเล สํสฏฺฐํ เตลปริโภเคน ปริภุญฺชิตุ’’นฺติ เอวํ เตลตฺถํ วสาปฏิคฺคหณสฺส อนุญฺญาตตฺตา ‘‘วสาเตลํ ปนา’’ติอาทิ วุตฺตํ. กาเลติ ปุเรภตฺตํ. สํสฏฺฐนฺติ ปริสฺสาวิตํ. ตสฺมาติ ยสฺมา อนุญฺญาตํ, ตสฺมา. ‘‘อจฺฉวส’’นฺติ วจเนน ฐเปตฺวา มนุสฺสวสํ สพฺเพสํ อกปฺปิยมํสานํ วสาย อนุญฺญาตตฺตา ‘‘ฐเปตฺวา มนุสฺสวส’’นฺติ วุตฺตํ.

สามํ ปจิตฺวาติ กาเลเยว สามํ ปจิตฺวา. นิพฺพตฺติตเตลมฺปีติ กาเลเยว อตฺตนา วิเวจิตเตลมฺปิ. ติวิธมฺปิ เจตํ กาเลเยว วฏฺฏติ. วุตฺตมฺปิ เจตํ ‘‘กาเล เจ, ภิกฺขเว, ปฏิคฺคหิตํ กาเล นิปฺปกฺกํ กาเล สํสฏฺฐํ, ตํ เจ ปริภุญฺเชยฺย, อนาปตฺตี’’ติ. ปจฺฉาภตฺตํ ปน ปฏิคฺคเหตุํ วา กาตุํ วา น วฏฺฏติเยว. วุตฺตมฺปิ เจตํ ‘‘วิกาเล เจ, ภิกฺขเว, ปฏิคฺคหิตํ วิกาเล นิปฺปกฺกํ วิกาเล สํสฏฺฐํ, ตํ เจ ปริภุญฺเชยฺย, อาปตฺติ ติณฺณํ ทุกฺกฏานํ. กาเล เจ, ภิกฺขเว, ปฏิคฺคหิตํ วิกาเล นิปฺปกฺกํ วิกาเล สํสฏฺฐํ, ตํ เจ ปริภุญฺเชยฺย, อาปตฺติ ทฺวินฺนํ ทุกฺกฏานํ. กาเล เจ, ภิกฺขเว, ปฏิคฺคหิตํ กาเล นิปฺปกฺกํ วิกาเล สํสฏฺฐํ, ตํ เจ ปริภุญฺเชยฺย, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสา’’ติ (มหาว. ๒๖๒). ‘‘สตฺตาหํ นิรามิสปริโภเคน วฏฺฏตี’’ติ อิมินา ปน ‘‘กาเล ปฏิคฺคหิตํ กาเล นิปฺปกฺกํ กาเล สํสฏฺฐํ เตลปริโภเคน ปริภุญฺชิตุ’’นฺติ อิทํ นิรามิสปริโภคํ สนฺธาย วุตฺตนฺติ ทสฺเสติ.

ยํ ปเนตฺถ (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๖๒๓) สุขุมรชสทิสํ มํสํ วา นฺหารุ วา อฏฺฐิ วา โลหิตํ วา โหติ, ตํ อพฺโพหาริกํ. สเจ ปน อนุปสมฺปนฺโน ตาย ปฏิคฺคหิตวสาย เตลํ กตฺวา เทติ, ตํ กถนฺติ อาห ‘‘อนุปสมฺปนฺเนนา’’ติอาทิ. ตทหูติ ยสฺมึ อหนิ ปฏิคฺคหิตํ, ตทหุ. ปจฺฉาภตฺตโต ปฏฺฐาย ปน สตฺตาหํ นิรามิสเมว วฏฺฏติ. ตตฺราปิ อพฺโพหาริกํ อพฺโพหาริกเมว. ยาวกาลิกวตฺถูนํ อญฺเญสํ วตฺถุํ ปจิตุํ น วฏฺฏตีติ สมฺพนฺโธ. ตตฺถ ยาวกาลิกวตฺถูนนฺติ ยาวกาลิกํ วตฺถุ เอเตสนฺติ ยาวกาลิกวตฺถูนิ, เตสํ, ยาวกาลิกวตฺถุมนฺตานนฺติ อตฺโถ. อญฺเญสนฺติ วสาเตลโต อญฺเญสํ สปฺปิอาทีนํ. วตฺถุนฺติ ขีราทิกํ ยาวกาลิกภูตํ วตฺถุํ, ปจิตุํ น วฏฺฏติเยว, สามํปากตฺตาติ อธิปฺปาโย.

นิพฺพตฺติตสปฺปึ วาติ ยาวกาลิกวตฺถุโต วิเวจิตสปฺปึ วา. ยถา ตตฺถ ทธิคตํ วา ตกฺกคตํ วา ขยํ คมิสฺสติ, เอวํ ฌาปิตํ วาติ อตฺโถ. นวนีตํ วาติ ตกฺกพินฺทูนิปิ ทธิคุฬิกาโยปิ อปเนตฺวา สุโธตนวนีตํ ปจิตุํ วฏฺฏติ สามํปกฺกาภาวโตติ อธิปฺปาโย. ยทิ สยํปจิตสตฺตาหกาลิเกน สทฺธึ อามิสํ ภุญฺชติ, ตํ อามิสํ สยํปจิตสตฺตาหกาลิเกน มิสฺสิตํ อตฺตโน ยาวกาลิกภาวํ สตฺตาหกาลิเกน คณฺหาเปติ. ตถา จ ยาวกาลิกํ อปกฺกมฺปิ สยํปกฺกภาวํ อุปคจฺฉตีติ ‘‘ตํ ปน ตทหุปุเรภตฺตมฺปิ สามิสํ ปริภุญฺชิตุํ น วฏฺฏตี’’ติ วุตฺตํ. ยถา สยํปกฺกสตฺตาหกาลิกํ วสาเตลํ, สยํภชฺชิตสาสปาทิยาวชีวิกวตฺถูนํ เตลญฺจ สามิสํ ตทหุปุเรภตฺตมฺปิ น วฏฺฏติ, ตถา นวนีตสปฺปีติ เวทิตพฺพํ. วุตฺตญฺจ –

‘‘ยาวกาลิกอาทีนิ, สํสฏฺฐานิ สหตฺตนา;

คาหาปยนฺติ สพฺภาว’’นฺติ จ;

‘‘เตเหว ภิกฺขุนา ปตฺตํ, กปฺปเต ยาวชีวิกํ;

นิรามิสํว สตฺตาหํ, สามิเส สามปากตา’’ติ จ.

ขีราทิโตติ เอตฺถ อาทิสทฺเทน ติลาทีนํ คหณํ. สามิสานิปีติ น เกวลํ นิรามิสาเนวาติ อตฺโถ. ปจฺฉาภตฺตโต ปน ปฏฺฐาย น วฏฺฏนฺติเยว. สตฺตาหาติกฺกเมปิ อนาปตฺติ สวตฺถุกานํ ปฏิคฺคหิตตฺตา. ‘‘ตานิ ปฏิคฺคเหตฺวา’’ติ (ปารา. ๖๒๒) หิ วุตฺตํ. เตนาห ‘‘ปจฺฉาภตฺตโต ปฏฺฐายา’’ติอาทิ. ปจฺฉาภตฺตํ ปฏิคฺคหิตเกหิ กตํ ปน อพฺภญฺชนาทีสุ อุปเนตพฺพํ, ปุเรภตฺตมฺปิ จ อุคฺคหิตเกหิ กตํ. อุภเยสมฺปิ สตฺตาหาติกฺกเมปิ อนาปตฺติ. อนฺโตสตฺตาเหติ สตฺตาหพฺภนฺตเร. อพฺภญฺชนาทีนนฺติ เอตฺถ อาทิสทฺเทน มุทฺธนิเตลอรุมกฺขนฆรธูปนาทีนํ คหณํ. อธิฏฺฐหิตฺวาติ ‘‘อิทานิ น มยฺหํ อชฺโฌหรณตฺถาย ภวิสฺสติ, อิทํ สปฺปิ จ เตลญฺจ วสา จ มุทฺธนิเตลตฺถํ วา อพฺภญฺชนตฺถํ วา ภวิสฺสติ, มธุ อรุมกฺขนตฺถํ วา ผาณิตํ ฆรธูปนตฺถํ วา ภวิสฺสตี’’ติ เอวํ จิตฺตํ อุปฺปาเทตฺวา.

โก ปเนตฺถ ยาวกาลิกยาวชีวิกวตฺถูสุ วิเสโสติ อาห ‘‘ยาวชีวิกานี’’ติอาทิ. ยาว อรุณสฺส อุคฺคมนา ติฏฺฐตีติ สตฺตมทิวเส กตเตลํ สเจ ยาว อรุณุคฺคมนา ติฏฺฐตีติ อตฺโถ. ปาฬิยํ อนาคตสปฺปิอาทีนนฺติ เอตฺถ ตาว มิคโรหิตาทีนํ สปฺปิ ปาฬิยํ อนาคตสปฺปิ, ตถา นวนีตํ, นาฬิเกรนิมฺพโกสมฺพกรมนฺทสาสปอาทีนํ เตลํ ปน ปาฬิยํ อนาคตเตลํ, ตถา มธุกปุปฺผผาณิตํ ปาฬิยํ อนาคตผาณิตนฺติ เวทิตพฺพํ. น สพฺพํ มธุกปุปฺผผาณิตํ ผาณิตคติกนฺติ อาห ‘‘สีตุทเกนา’’ติอาทิ. สีตุทเกน กตนฺติ มธุกปุปฺผานิ สีตุทเก ปกฺขิปิตฺวา อมทฺทิตฺวา ปุปฺผรเส อุทกคเต สติ ตํ อุทกํ คเหตฺวา ปจิตฺวา กตํ. ‘‘ผาณิตคติกเมวา’’ติ อิมินา สตฺตาหกาลิกนฺติ ทสฺเสติ, น ปน นิสฺสคฺคิยวตฺถุนฺติ. ตสฺมา สตฺตาหํ อติกฺกามยโต ทุกฺกฏนฺติ เวทิตพฺพํ. วุตฺตมฺปิ เจตํ สมนฺตปาสาทิกายํ สีตุทเกน กตํ มธุกปุปฺผผาณิตํ ปุเรภตฺตํ สามิสํ วฏฺฏติ, ปจฺฉาภตฺตโต ปฏฺฐาย สตฺตาหํ นิรามิสเมว, สตฺตาหาติกฺกเม วตฺถุคณนาย ทุกฺกฏ’’นฺติ. สเจ ปน ขีรํ ปกฺขิปิตฺวา กตํ, ยาวกาลิกํ. ขณฺฑสกฺขรํ ปน ขีรชลฺลิกํ อปเนตฺวา โสเธนฺติ, ตสฺมา วฏฺฏติ, อมฺพชมฺพุปนสกทลิขชฺชุริจิญฺจาทีนํ สพฺเพสํ ยาวกาลิกผลานํ ผาณิตํ ยาวกาลิกเมวาติ อาห ‘‘อมฺพผาณิตาทีนิ ยาวกาลิกานี’’ติ.

กายิกปริโภคํ วฏฺฏตีติ กายสฺส วา กาเย อรุโน วา มกฺขนํ วฏฺฏติ, อชฺโฌหริตุํ ปน น วฏฺฏติ. ยนฺติ สตฺตาหาติกฺกนฺตํ เภสชฺชํ. นิรเปกฺโข ปริจฺจชิตฺวาติ อนเปกฺโข สามเณรสฺส ทตฺวา. ตนฺติ เอวํ ปริจฺจชิตฺวา ปุน ลทฺธเภสชฺชํ. เอวญฺหิ ทินฺนํ เภสชฺชํ สเจ โส สามเณโร อภิสงฺขริตฺวา วา อนภิสงฺขริตฺวา วา ตสฺส ภิกฺขุโน ทเทยฺย, คเหตฺวา นตฺถุกมฺมํ วา กาตพฺพํ, อญฺญํ วา กญฺจิ ปริโภคํ. เตนาห ‘‘อชฺโฌหริตุมฺปิ วฏฺฏตี’’ติ. สเจ โส พาโล โหติ, ทาตุํ น ชานาติ, อญฺเญน ภิกฺขุนา วตฺตพฺโพ ‘‘อตฺถิ เต, สามเณร, เภสชฺช’’นฺติ, ‘‘อาม, ภนฺเต, อตฺถี’’ติ. ‘‘อาหร, เถรสฺส เภสชฺชํ กริสฺสามา’’ติ, เอวมฺปิ วฏฺฏติ. วตฺถุคณนายาติ สปฺปิอาทิวตฺถุคณนาย เจว สปฺปิปิณฺฑาทิวตฺถุคณนาย จ. มิสฺสิเตสุ ปน เอกํ นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยํ. เอตฺถ จ ‘‘อิทํ เม, ภนฺเต, เภสชฺชํ สตฺตาหาติกฺกนฺตํ นิสฺสคฺคิยํ, อิมาหํ สงฺฆสฺส นิสฺสชฺชามี’’ติ (ปารา. ๖๒๓) นิสฺสชฺชนวิธานํ เวทิตพฺพํ.

สาธารณปญฺญตฺติ. สตฺตาหํ อนติกฺกนฺเตปิ อติกฺกนฺตสญฺญิโน เจว เวมติกสฺส จ ทุกฺกฏํ. อติกฺกนฺเต อนติกฺกนฺตสญฺญิโนปิ เวมติกสฺสปิ นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยเมว, ตถา อนธิฏฺฐิตาวิสฺสชฺชิตานฏฺฐาวินฏฺฐาทฑฺฒาวิลุตฺเตสุ อธิฏฺฐิตาทิสญฺญิโน. อนฺโตสตฺตาหํ อธิฏฺฐิเต, วิสฺสชฺชิเต, นฏฺเฐ, วินฏฺเฐ, ทฑฺเฒ, อจฺฉินฺเน, วิสฺสาเสน คหิเต อุมฺมตฺตกาทีนญฺจ อนาปตฺติ. อาจารวิปตฺติ. สปฺปิอาทีนํ อตฺตโน สนฺตกตา, คณนุปคตา, สตฺตาหาติกฺกโมติ อิมาเนตฺถ ตีณิ องฺคานิ. กถินสมุฏฺฐานํ, อกิริยํ, โนสญฺญาวิโมกฺขํ, อจิตฺตกํ, ปณฺณตฺติวชฺชํ, กายกมฺมํ, วจีกมฺมํ, ติจิตฺตํ, ติเวทนํ. เตนาห ‘‘เสสํ จีวรวคฺคสฺส ปฐมสิกฺขาปเท วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพ’’นฺติ (กงฺขา. อฏฺฐ. กถินสิกฺขาปทวณฺณนา).

เภสชฺชสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๔. วสฺสิกสาฏิกสิกฺขาปทวณฺณนา

ปจฺฉิมมาสสฺส ปฐมทิวสโต ปฏฺฐายาติ เชฏฺฐมูลปุณฺณมาสิยา ปจฺฉิมปาฏิปททิวสโต ปฏฺฐาย. ตาวาติ ตาว ปริมาเณ กาเล. เชฏฺฐมูลปุณฺณมาสิยา ปจฺฉิมปาฏิปททิวสโต ปฏฺฐาย ยาว กตฺติกปุณฺณมา, อิมสฺมึ ปญฺจมาเสติ อตฺโถ. กาโล วสฺสิกสาฏิกายาติอาทินาติ เอตฺถ อาทิสทฺเทน ‘‘สมโย วสฺสิกสาฏิกาย, อญฺเญปิ มนุสฺสา วสฺสิกสาฏิกจีวรํ เทนฺตี’’ติ (ปารา. ๖๒๘) อิเมสํ คหณํ. เทถ เม วสฺสิกสาฏิกจีวรนฺติอาทิกายาติ เอตฺถ อาทิสทฺเทน ปน ‘‘อาหรถ เม วสฺสิกสาฏิกจีวรํ, ปริวตฺเตถ เม วสฺสิกสาฏิกจีวรํ, เจตาเปถ เม วสฺสิกสาฏิกจีวร’’นฺติ อิเมสํ คหณํ. อตฺตโน อญฺญาตกอปฺปวาริเตสุ ตทุภยํ กโรนฺตสฺส กึ โหตีติ อาห ‘‘อญฺญาตกอปฺปวาริตฏฺฐาเน’’ติอาทิ. ‘‘วตฺตเภเท ทุกฺกฏ’’นฺติ อิทํ วสฺสิกสาฏิกํ ปุพฺเพ อเทนฺเต สนฺธาย วุตฺตํ. เย ปน ปุพฺเพปิ เทนฺติ, เตสุ วตฺตเภโท นตฺถิ. วุตฺตญฺหิ สมนฺตปาสาทิกายํ ‘‘เย มนุสฺสา ปุพฺเพปิ วสฺสิกสาฏิกจีวรํ เทนฺติ, อิเม ปน สเจปิ อตฺตโน อญฺญาตกอปฺปวาริตา โหนฺติ, วตฺตเภโท นตฺถิ เตสุ สตุปฺปาทกรณสฺส อนุญฺญาตตฺตา’’ติ (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๖๒๘). อญฺญาตกวิญฺญตฺติสิกฺขาปเทน นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยนฺติ ‘‘โย ปน ภิกฺขุ อญฺญาตกํ คหปตึ วา คหปตานึ วา จีวรํ วิญฺญาเปยฺย อญฺญตฺร สมยา, นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติย’’นฺติ (ปารา. ๕๑๘) อิมินา สิกฺขาปเทน นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยํ. อิทํ ปน ปกติยา วสฺสิกสาฏิกทายเกสุปิ โหติเยว.

คิมฺหานํ ปจฺฉิมทฺธมาสสฺส ปฐมทิวสโต ปฏฺฐายาติ เอตฺถ เชฏฺฐมูลกาฬปกฺขูโปสถสฺส ปจฺฉิมปาฏิปททิวสโต ปฏฺฐาย ยาว อาสาฬฺหิปุณฺณมา, อยมทฺธมาโส คิมฺหานํ ปจฺฉิมทฺธมาโส นาม, ตสฺส ปฐมทิวสโต ปฏฺฐายาติ อตฺโถ, อทฺธมาสสฺส ปฐมปาฏิปททิวสโต ปฏฺฐายาติ วุตฺตํ โหติ. กตฺติกมาสสฺส ปจฺฉิมทิวโส นาม ปจฺฉิมกตฺติกมาสสฺส ปุณฺณมา. เอตฺตาวตาติ ‘‘มาโส เสโส คิมฺหานนฺติ ภิกฺขุนา วสฺสิกสาฏิกจีวรํ ปริเยสิตพฺพํ, อทฺธมาโส เสโส คิมฺหานนฺติ กตฺวา นิวาเสตพฺพ’’นฺติ เอตฺตเกน คณเนน. ปริเยสนกฺเขตฺตนฺติ ปริเยสนสฺส เขตฺตํ. เอตสฺมิญฺหิ มาเส วสฺสิกสาฏิกํ อลทฺธํ ปริเยสิตุํ วฏฺฏติ. กรณนิวาสนกฺเขตฺตมฺปีติ กรณกฺเขตฺตญฺเจว นิวาสนกฺเขตฺตญฺจ. ปิ-สทฺเทน ปริเยสนกฺเขตฺตํ สมฺปิณฺเฑติ. เอตสฺมิญฺหิ อทฺธมาเส ปริเยสิตุํ, กาตุํ, นิวาเสตุญฺจ วฏฺฏติ, อธิฏฺฐาตุํเยว น วฏฺฏติ. ยํ ปน สมนฺตปาสาทิกายํ กตฺถจิ โปตฺถเก ‘‘เชฏฺฐมูลปุณฺณมาสิยา ปจฺฉิมปาฏิปททิวสโต ปฏฺฐาย ยาว กาลปกฺขุโปสโถ, อยเมโก อทฺธมาโส ปริเยสนกฺเขตฺตญฺเจว กรณกฺเขตฺตญฺจ. เอตสฺมิญฺหิ อนฺตเร วสฺสิกสาฏิกํ อลทฺธํ ปริเยสิตุํ, ลทฺธํ กาตุญฺจ วฏฺฏติ, นิวาเสตุํ, อธิฏฺฐาตุญฺจ น วฏฺฏตี’’ติ (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๖๒๘) วจนํ ทิสฺสติ, ตํ ปมาทลิขิตํ มาติกาย วิโรธโตติ ทฏฺฐพฺพํ. ‘‘อทฺธมาโส เสโส คิมฺหานนฺติ กตฺวา นิวาเสตพฺพ’’นฺติ (ปารา. ๖๒๗) หิ ปาฬิ. สพฺพมฺปีติ ปริเยสนํ, กรณํ, นิวาสนํ, อธิฏฺฐานญฺจาติ สพฺพมฺปิ. อิมินา อิเม จตฺตาโร มาสา ปริเยสนกรณนิวาสนาธิฏฺฐานานํ จตุนฺนมฺปิ เขตฺตนฺติ ทสฺเสติ. เอเตสุ หิ จตูสุ มาเสสุ อลทฺธํ ปริเยสิตุํ, ลทฺธํ กาตุํ, นิวาเสตุํ, อธิฏฺฐาตุญฺจ วฏฺฏติ.

วสฺสํ อุกฺกฑฺฒียตีติ สํวจฺฉรํ อุทฺธํ กฑฺฒียติ วฑฺฒียติ, อารุยฺหตีติ อตฺโถ, วสฺสานสฺส ปฐมมาสํ อุกฺกฑฺฒิตฺวา คิมฺหานํ ปจฺฉิมมาสเมว กโรนฺตีติ วุตฺตํ โหติ. วสฺสูปนายิกทิวเส อธิฏฺฐาตพฺพาติ วสฺสานโต ปุพฺเพเยว ทสาหสฺส อติกฺกนฺตตฺตา วสฺสูปนายิกทิวเสเยว อธิฏฺฐาตพฺพา. ตญฺหิ ทิวสํ อติกฺกาเมตุํ น วฏฺฏติ. อนฺโตวสฺเส ปน ลทฺธา เจว นิฏฺฐิตา จ ตสฺมึเยว อนฺโตวสฺเส ลทฺธทิวสโต ปฏฺฐาย ทสาหํ นาติกฺกาเมตพฺพา, ทสาหาติกฺกเม นิฏฺฐิตา ปน ตทเหว อธิฏฺฐาตพฺพา. ทสาเห อปฺปโหนฺเต จีวรกาลํ นาติกฺกาเมตพฺพา. อยํ ตาว กตาย ปริหาโร. อกตาย ปน โก ปริหาโรติ อาห ‘‘สเจ’’ติอาทิ. เอกาหมฺปิ น ลภติ อิโต อญฺญสฺส ปริหารสฺสาภาวโตติ อธิปฺปาโย.

โส กุโต โหตีติ อาห ‘‘ยาว เหมนฺตสฺส ปฐมทิวโส’’ติ, เชฏฺฐมูลปุณฺณมาสิโต ปฏฺฐาย ยาว กตฺติกปุณฺณมาสิยา ปจฺฉิมปาฏิปททิวโส, ตาวาติ อตฺโถ. เอเตสุ สตฺตสุ ปิฏฺฐิสมยมาเสสูติ ปฏิโลมกฺกเมน วุตฺเตสุ กตฺติกปุณฺณมาสิยา ปจฺฉิมปาฏิปทาทีสุ เชฏฺฐมูลปุณฺณมาสาวสาเนสุ เอเตสุ สตฺตสุ ปิฏฺฐิสมยนามเกสุ มาเสสุ. สตุปฺปาทกรเณนาติ ‘‘กาโล วสฺสิกสาฏิกายา’’ติอาทินา นเยน สตุปฺปาทกรเณน. วิญฺญาเปนฺตสฺสาติ ‘‘เทถ เม วสฺสิกสาฏิกจีวร’’นฺติอาทินา (ปารา. ๖๒๘) นเยน วิญฺญตฺตึ กโรนฺตสฺส. เตน สิกฺขาปเทน อนาปตฺตีติ อญฺญาตกวิญฺญตฺติสิกฺขาปเทน อนาปตฺติ, อิมินา ปน สิกฺขาปเทน อาปตฺติเยว อสมยตฺตา. วุตฺตเญฺหตํ ภทนฺตพุทฺธทตฺตาจริเยน –

‘‘กตฺวา ปน สตุปฺปาทํ, วสฺสสาฏิกจีวรํ;

นิปฺผาเทนฺตสฺส ภิกฺขุสฺส, สมเย ปิฏฺฐิสมฺมเต.

‘‘โหติ นิสฺสคฺคิยาปตฺติ, ญาตกาญฺญาตกาทิโน;

เตสุเยว จ วิญฺญตฺตึ, กตฺวา นิปฺผาทเน ตถา’’ติ.

เอตฺถ จ ‘‘อิทํ เม, ภนฺเต, วสฺสิกสาฏิกจีวรํ อติเรกมาเส เสเส คิมฺหาเน ปริยิฏฺฐํ อติเรกทฺธมาเส เสเส คิมฺหาเน กตฺวา ปริทหิตํ นิสฺสคฺคิย’’นฺติ อิมินา (ปารา. ๖๒๘) นเยน นิสฺสชฺชนวิธานํ เวทิตพฺพํ.

วสฺสิกสาฏิกปริเยสนวตฺถุสฺมินฺติ ปฏิกจฺเจว วสฺสิกสาฏิกปริเยสนวตฺถุสฺมึ. ติกปาจิตฺติยนฺติ อติเรกมาสทฺธมาเสสุ อติเรกสญฺญิเวมติกอูนกสญฺญีนํ ปริเยสนนิวาสนวเสน ตีณิ ปาจิตฺติยานิ, เอกเสสนิทฺเทโส จายํ, สามญฺญนิทฺเทโส วา. อูนกมาสทฺธมาเสสูติ อูนกมาเส เจว อูนกทฺธมาเส จ. อติเรกสญฺญิโน, เวมติกสฺส วา ทุกฺกฏนฺติ เอตฺถ ‘‘ปริเยสนนิวาสนํ กโรนฺตสฺสา’’ติ ปาฐเสโส. อิทํ วุตฺตํ โหติ – ‘‘อูนกมาเส เสเส คิมฺหาเน อติเรกสญฺญิโน, เวมติกสฺส วา ปริเยสนฺตสฺส ทุกฺกฏํ, อูนกทฺธมาเส เสเส คิมฺหาเน จ อติเรกสญฺญิโน, เวมติกสฺส วา นิวาเสนฺตสฺส ทุกฺกฏ’’นฺติ. ‘‘ตถา’’ติ อิมินา ทุกฺกฏํ อติทิสติ, ตญฺจ ทุกฺกฏํ อุทกผุสิตคณนาย อกตฺวา นฺหานปริโยสานวเสน ปโยเค ปโยเค กาเรตพฺพํ, ตญฺจ โข วิวฏงฺคเณ อากาสโต ปติตอุทเกเนว นฺหายนฺตสฺส, น นฺหานโกฏฺฐกวาปิอาทีสุ ฆเฏหิ อาสิตฺตูทเกน นฺหายนฺตสฺส. เตเนวาห ‘‘สติยา วสฺสิกสาฏิกายา’’ติอาทิ. โปกฺขรณิยาทีสุ ปน นคฺคสฺส นฺหายนฺตสฺส อนาปตฺตีติ สมฺพนฺโธ, โปกฺขรณิยาทีสุ ปน สติยาปิ วสฺสิกสาฏิกาย นคฺคสฺส นฺหายนฺตสฺส นตฺถิ ทุกฺกฏาปตฺตีติ อตฺโถ.

เอวํ อนฺตราปตฺติยา อนาปตฺตึ ทสฺเสตฺวา อิทานิ นิสฺสคฺคิเยน อนาปตฺตึ ทสฺเสตุํ ‘‘อจฺฉินฺนจีวรสฺสา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ อจฺฉินฺนจีวรสฺสาติ อจฺฉินฺนเสสจีวรสฺส. ตสฺสาปิ อสมเย นิวาสโต อนาปตฺติ. เอส นโย นฏฺฐจีวรสฺส วาติ เอตฺถาปิ. ยถา เจตฺถ นิวาเสนฺตานํ เตสํ อนาปตฺติ, เอวํ ตตฺถ ปริเยสนฺตานมฺปีติ ทฏฺฐพฺพํ. เอตฺถ ปน มหคฺฆวสฺสิกสาฏิกํ ฐเปตฺวา นฺหายนฺตสฺส โจรูปทฺทโว อาปทา นามาติ อาห ‘‘อนิวตฺถ’’นฺติอาทิ. อาปทาสุ วา นิวาสยโตติ อาปทาสุ วิชฺชมานาสุ อสมเย นิวาเสนฺตสฺส. ยํ ปน สมนฺตปาสาทิกายํ ‘‘อจฺฉินฺนจีวรสฺสาติ เอตํ วสฺสิกสาฏิกํเยว สนฺธาย วุตฺตํ. เตสญฺหิ นคฺคานํ กาโยวสฺสาปเน อนาปตฺติ. เอตฺถ จ มหคฺฆวสฺสิกสาฏิกํ นิวาเสตฺวา นฺหายนฺตสฺส โจรูปทฺทโว อาปทา นามา’’ติ อจฺฉินฺนจีวราทิโน นิสฺสคฺคิเยน อนาปตฺตึ อทสฺเสตฺวา นคฺคสฺส นฺหายโต ทุกฺกเฏเนว อนาปตฺติทสฺสนํ, ตํ ยุตฺตํ วิย น ทิสฺสติ. สพฺพสิกฺขาปเทสุ หิ มูลาปตฺติยา เอว อาปตฺติปฺปสงฺเค อนาปตฺติทสฺสนตฺถํ อนาปตฺติวาโร อารภียติ, น อนฺตราปตฺติยาติ, ตสฺมา อุปปริกฺขิตพฺพํ. สจีวรตาติ อนฺตรวาสกอุตฺตราสงฺเคหิ สจีวรตา.

วสฺสิกสาฏิกสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๕. จีวรอจฺฉินฺทนสิกฺขาปทวณฺณนา

‘‘ทตฺวา’’ติ ยํ กิญฺจิ ปจฺจาสีสมานสฺเสว ทานมิห อธิปฺเปตํ, น นิสฺสฏฺฐทานนฺติ อาห ‘‘เวยฺยาวจฺจาทีนี’’ติอาทิ. สกสญฺญายาติ ‘‘สก’’นฺติ สญฺญาย. อิมินา ปาราชิกาภาวํ ทสฺเสติ. จชิตฺวา ทินฺนมฺปิ หิ สกสญฺญาย คณฺหโต นตฺถิ ปาราชิกํ. อจฺฉินฺทนฺตสฺสาติ เอกโต อพทฺธานิ, วิสุํ ฐปิตานิ จ พหูนิ อจฺฉินฺทโต, ‘‘สงฺฆาฏึ อาหร, อุตฺตราสงฺคํ อาหรา’’ติ เอวํ อาหราปยโต จ. เตนาห ‘‘วตฺถุคณนาย อาปตฺติโย’’ติ. ‘‘มยา ทินฺนานิ สพฺพานิ อาหรา’’ติ วทโตปิ เอกวจเนเนว สมฺพหุลา อาปตฺติโย. เอกํ จีวรํ ปน เอกาพทฺธานิ จ พหูนิ อจฺฉินฺทโต เอกา อาปตฺติ. ‘‘อจฺฉินฺทา’’ติ อาณตฺติยา ทุกฺกฏนฺติ ‘‘มยา ทินฺนานิ สพฺพานิ คณฺหา’’ติ อาณตฺติยา เอกํ ทุกฺกฏํ, อจฺฉินฺเนสุ ปน เอกวจเนเนว สมฺพหุลา ปาจิตฺติโย. เตนาห ‘‘อจฺฉินฺเนสุ วตฺถุคณนาย อาปตฺติโย’’ติ. อจฺฉินฺเนสูติ เตนาณตฺเตน อจฺฉินฺเนสุ จีวเรสุ. ยตฺถ ปน โปตฺถเกสุ ‘‘อจฺฉินฺเนสุ ยตฺตกานิ อาณตฺตานิ, เตสํ คณนาย อาปตฺติโย’’ติ ปาโฐ, ตตฺถ ยตฺตกานิ อาณตฺตานีติ ยตฺตกานิ จีวรานิ คณฺหิตุํ อาณตฺตานีติ อตฺโถ. ยํ ปน สมนฺตปาสาทิกายํ ‘‘จีวรํ ‘คณฺหา’ติ อาณาเปติ, เอกํ ทุกฺกฏํ. อาณตฺโต พหูนิ คณฺหาติ, เอกํ ปาจิตฺติย’’นฺติ (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๖๓๓) วุตฺตํ, ตํ เอกาพทฺธํ สนฺธาย. เอวญฺจ กตฺวา สมนฺตปาสาทิกาย สทฺธึ อิมาย อฏฺฐกถาย น โกจิ วิโรโธ. สเจ ปน ‘‘สงฺฆาฏึ คณฺห, อุตฺตราสงฺคํ คณฺหา’’ติ อาณาเปติ, วาจาย วาจาย ทุกฺกฏํ. อจฺฉินฺเนสุ วตฺถุคณนาย อาปตฺติโย. เอตฺถ จ ‘‘อิทํ เม, ภนฺเต, จีวรํ ภิกฺขุสฺส สามํ ทตฺวา อจฺฉินฺนํ นิสฺสคฺคิย’’นฺติ (ปารา. ๖๓๓) อิมินา นเยน นิสฺสชฺชนวิธานํ เวทิตพฺพํ.

ติกปาจิตฺติยนฺติ อุปสมฺปนฺเน อุปสมฺปนฺนสญฺญิเวมติกอนุปสมฺปนฺนสญฺญีนํ วเสน ตีณิ ปาจิตฺติยานิ. อญฺญํ ปริกฺขารนฺติ ปตฺตาทึ อญฺญํ ปริกฺขารํ, อนฺตมโส สูจิมฺปีติ อตฺโถ. น เกวลํ อนุปสมฺปนฺนสฺส จีวรํเยว อจฺฉินฺทโต ทุกฺกฏนฺติ อาห ‘‘อนุปสมฺปนฺนสฺส จา’’ติอาทิ. ตตฺถ ยํ กิญฺจีติ จีวรํ วา โหตุ, ปตฺตาทิ, ยํ กิญฺจิ ปริกฺขารํ วา. ตสฺส วิสฺสาสํ คณฺหนฺตสฺสาติ ยสฺส ทินฺนํ, ตสฺส วิสฺสาเสน คณฺหนฺตสฺส, ตติยตฺเถ เจตํ อุปโยควจนํ. อุปสมฺปนฺนตาติ อจฺฉินฺทนสมเย อุปสมฺปนฺนภาโว. กิญฺจาปิ อุปสมฺปนฺนภาโว ปาฬิยํ, มาติกฏฺฐกถายญฺจ ทานคฺคหเณสุ ทิสฺสติ, ตถาปิ อนุปสมฺปนฺนกาเล จีวรํ ทตฺวา อุปสมฺปนฺนกาเล อจฺฉินฺทนฺตสฺส อาปตฺติโต อจฺฉินฺทนกาเลเยว อุปสมฺปนฺนตา องฺคนฺติ เวทิตพฺพํ.

จีวรอจฺฉินฺทนสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๖. สุตฺตวิญฺญตฺติสิกฺขาปทวณฺณนา

ฉพฺพิธํ โขมสุตฺตาทินฺติ ‘‘สุตฺตํ นาม ฉ สุตฺตานิ โขมํ กปฺปาสิกํ โกเสยฺยํ กมฺพลํ สาณํ ภงฺค’’นฺติ (ปารา. ๖๓๘) เอวํ วุตฺตํ ฉพฺพิธํ โขมสุตฺตาทึ. ตตฺถ โขมนฺติ (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๖๓๖-๓๘) โขมวาเกหิ กตสุตฺตํ. กปฺปาสิกนฺติ กปฺปาสโต นิพฺพตฺตํ. โกเสยฺยนฺติ โกสิยํสูหิ กนฺติตฺวา กตสุตฺตํ. กมฺพลนฺติ เอฬกโลมสุตฺตํ. สาณนฺติ สาณวาเกน กตสุตฺตํ. ภงฺคนฺติ ปาเฏกฺกํ วากสุตฺตเมวาติ เอเก. ปญฺจหิปิ มิสฺเสตฺวา กตสุตฺตํ ปน ‘‘ภงฺค’’นฺติ เวทิตพฺพํ. เตสํ อนุโลมนฺติ เตสํ โขมาทีนํ อนุโลมํ ทุกูลํ ปตฺตุณฺณํ โสมารปฏฺฏํ จีนปฏฺฏํ อิทฺธิชํ เทวทินฺนนฺติ ฉพฺพิธํ สุตฺตํ.

ตุรีติ วายนูปกรโณ เอโก ทณฺโฑ, วีตวีตฏฺฐานํ ยตฺถ สํหริตฺวา ฐเปนฺติ. เวมนฺติ วายนูปกรโณ เอโก ทณฺโฑ, สุตฺตํ ปเวเสตฺวา เยน อาโกเฏนฺโต ฆนภาวํ สมฺปาเทนฺติ. ตสฺส สพฺพปฺปโยเคสุ ทุกฺกฏนฺติ ตนฺตวายสฺส เย เต ตุริเวมสชฺชนาทิกา ปโยคา, เตสุ สพฺเพสุ ปโยเคสุ ภิกฺขุสฺส ทุกฺกฏํ, ตสฺส ตนฺตวายสฺส ปโยเค ปโยเค ภิกฺขุสฺส ทุกฺกฏนฺติ วุตฺตํ โหติ. ตุริอาทีนํ อภาเว เตสํ กรณตฺถํ วาสิผรสุอาทีนํ มคฺคนนิสานรุกฺขจฺเฉทนาทิสพฺพปฺปโยเคปิ เอเสว นโย. ตนฺตูนํ อตฺตโน สนฺตกตฺตา วีตวีตฏฺฐานํ ปฏิลทฺธเมว โหตีติ อาห ‘‘ปฏิลาเภน นิสฺสคฺคิยํ โหตี’’ติ, วิกปฺปนุปคปจฺฉิมจีวรปฺปมาเณ วีเต นิสฺสคฺคิยํ โหตีติ วุตฺตํ โหติ. เตเนว วกฺขติ ‘‘ทีฆโต วิทตฺถิมตฺเต, ติริยญฺจ หตฺถมตฺเต วีเต นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติย’’นฺติ. เอตฺถ จ ‘‘อิทํ เม, ภนฺเต, จีวรํ สามํ สุตฺตํ วิญฺญาเปตฺวา ตนฺตวาเยหิ วายาปิตํ นิสฺสคฺคิย’’นฺติ อิมินา นเยน นิสฺสชฺชนวิธานํ เวทิตพฺพํ.

เตเนวาติ วิญฺญาปิตตนฺตวาเยเนว. เอวํ อิธ ทุกฺกฏนฺติ อิธาปิ ตนฺตวาเยเนว ทีฆโต วิทตฺถิมตฺเต, ติริยํ หตฺถมตฺเต วีเต ทุกฺกฏนฺติ อตฺโถ. อกปฺปิยสุตฺตมเยติ วิญฺญาปิตสุตฺตมเย. อิตรสฺมินฺติ อวิญฺญตฺติสุตฺตมเย ปริจฺเฉเท. ตโต เจ อูนตราติ วุตฺตปฺปมาณโต เจ อูนตรา, อนฺตมโส (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๖๓๖-๖๓๘) อจฺฉิมณฺฑลปฺปมาณาปีติ อธิปฺปาโย. กปฺปิยตนฺตวาเยนปิ อกปฺปิยสุตฺตํ วายาเปนฺตสฺส ยถา ปุพฺเพ นิสฺสคฺคิยํ, เอวมิธ ทุกฺกฏํ. เตเนว กปฺปิยญฺจ อกปฺปิยญฺจ สุตฺตํ วายาเปนฺตสฺส สเจ ปจฺฉิมจีวรปฺปมาณา วา อูนกา วา อกปฺปิยสุตฺตปริจฺเฉทา โหนฺติ, เตสุ ปริจฺเฉทคณนาย ทุกฺกฏํ. กปฺปิยสุตฺตปริจฺเฉเทสุ อนาปตฺติ. อถ เอกนฺตริเกน วา สุตฺเตน, ทีฆโต วา กปฺปิยํ ติริยํ อกปฺปิยํ กตฺวา วีตํ โหติ, ปมาณยุตฺเต ปริจฺเฉเท ปริจฺเฉเท ทุกฺกฏํ.

ยทิ ปน (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๖๓๖-๖๓๘) เทฺว ตนฺตวายา โหนฺติ เอโก กปฺปิโย เอโก อกปฺปิโย, สุตฺตญฺจ อกปฺปิยํ, เต เจ วาเรน วินนฺติ, อกปฺปิยตนฺตวาเยน วีเต ปมาณยุตฺเต ปริจฺเฉเท ปริจฺเฉเท ปาจิตฺติยํ, อูนตเร ทุกฺกฏํ. อิตเรน วีเต อุภยตฺถ ทุกฺกฏํ. สเจ เทฺวปิ เวมํ คเหตฺวา เอกโต วินนฺติ, ปมาณยุตฺเต ปริจฺเฉเท ปริจฺเฉเท ปาจิตฺติยํ. อถ สุตฺตํ กปฺปิยํ, จีวรญฺจ เกทารพทฺธาทีหิ สปริจฺเฉทํ, อกปฺปิยตนฺตวาเยน วีเต ปริจฺเฉเท ปริจฺเฉเท ทุกฺกฏํ, อิตเรน วีเต อนาปตฺติ. สเจ เทฺวปิ เอกโต วินนฺติ, ปมาณยุตฺเต ปริจฺเฉเท ปริจฺเฉเท ทุกฺกฏํ. อถ สุตฺตมฺปิ กปฺปิยญฺจ อกปฺปิยญฺจ, เต เจ วาเรน วินนฺติ, อกปฺปิยตนฺตวาเยน อกปฺปิยสุตฺตมเยสุ ปจฺฉิมจีวรปฺปมาเณสุ ปริจฺเฉเทสุ วีเตสุ ปริจฺเฉทคณนาย ปาจิตฺติยํ, อูนตเรสุ กปฺปิยสุตฺตมเยสุ จ ทุกฺกฏํ. กปฺปิยตนฺตวาเยน อกปฺปิยสุตฺตมเยสุ ปมาณยุตฺเตสุ วา อูนเกสุ วา ทุกฺกฏเมว, กปฺปิยสุตฺตมเยสุ อนาปตฺติ.

อถ เอกนฺตริเกน วา สุตฺเตน, ทีฆโต วา อกปฺปิยํ ติริยํ อกปฺปิยํ กตฺวา วินนฺติ, อุโภปิ วา เต เวมํ คเหตฺวา เอกโต วินนฺติ, อปริจฺเฉเท จีวเร ปมาณยุตฺเต ปริจฺเฉเท ปริจฺเฉเท ทุกฺกฏํ, สปริจฺเฉเท ปริจฺเฉทวเสน ทุกฺกฏานิ. เตนาห ‘‘เอเตเนว อุปาเยนา’’ติอาทิ.

เอตฺถ จ ตนฺตวาโย ตาว อญฺญาตกอปฺปวาริตโต วิญฺญตฺติยา ลทฺโธ อกปฺปิโย, เสโส กปฺปิโย. สุตฺตมฺปิ สามํ วิญฺญาปิตํ อกปฺปิยํ, เสสํ, ญาตกาทิวเสน อุปฺปนฺนญฺจ กปฺปิยนฺติ เวทิตพฺพํ. ติกปาจิตฺติยนฺติ วายาปิเต วายาปิตสญฺญิเวมติกอวายาปิตสญฺญีนํ วเสน ตีณิ ปาจิตฺติยานิ. จีวรตฺถาย วิญฺญาปิตสุตฺตนฺติ สามํ วา อญฺเญน วา จีวรตฺถาย วิญฺญาปิตสุตฺตํ. กิญฺจาปิ ปาฬิยํ ‘‘สามํ สุตฺตํ วิญฺญาเปตฺวา’’ติ วุตฺตํ, ตถาปิ อิธ ‘‘จีวรตฺถาย สามํ วิญฺญาปิตสุตฺต’’นฺติ อวตฺวา เกวลํ ‘‘จีวรตฺถาย วิญฺญาปิตสุตฺต’’นฺติ องฺเคสุ วุตฺตตฺตา อญฺเญน จีวรตฺถาย วิญฺญาปิตสุตฺตมฺปิ สงฺคหํ คจฺฉตีติ เวทิตพฺพํ. อกปฺปิยวิญฺญตฺติยาติ ‘‘จีวรํ เม, อาวุโส, วายถา’’ติ เอวํภูตาย อกปฺปิยวิญฺญตฺติยา.

สุตฺตวิญฺญตฺติสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๗. มหาเปสการสิกฺขาปทวณฺณนา

จีวรสามิเกหิ ปุพฺเพ อปฺปวาริโต หุตฺวาติ ‘‘กีทิเสน เต, ภนฺเต, จีวเรน อตฺโถ, กีทิสํ เต จีวรํ วายาเปมิ, วท, ภนฺเต, ยทิจฺฉสี’’ติ จีวรสามิเกหิ ปุพฺเพ อวุตฺโต หุตฺวา. เอตฺถ จ อายตาทีหิ ตีหิ สุตฺตวฑฺฒนากาเรน สห วายนาการํ ทสฺเสติ, สุวีตาทีหิ จตูหิ วายนาการเมว. ‘‘กิญฺจิมตฺตํ อนุปทชฺเชยฺยามา’’ติอาทิ ตสฺส กตฺตพฺพาการมตฺตทสฺสนํ, น ปน องฺคทสฺสนํ สุตฺตวฑฺฒนวเสเนว อาปชฺชิตพฺพตฺตาติ อาห ‘‘น ภิกฺขุโน ปิณฺฑปาตทานมตฺเตนา’’ติอาทิ. เอตฺถ จ ‘‘อิทํ เม, ภนฺเต, จีวรํ ปุพฺเพ อปฺปวาริเตน อญฺญาตกสฺส คหปติกสฺส ตนฺตวาเย อุปสงฺกมิตฺวา จีวเร วิกปฺปํ อาปนฺนํ นิสฺสคฺคิย’’นฺติ (ปารา. ๖๔๓) อิมินา นเยน นิสฺสชฺชนวิธานํ เวทิตพฺพํ. ติกปาจิตฺติยนฺติ อญฺญาตเก อญฺญาตกสญฺญิเวมติกญาตกสญฺญีนํ วเสน ตีณิ ปาจิตฺติยานิ.

มหาเปสการสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๘. อจฺเจกจีวรสิกฺขาปทวณฺณนา

ปฐมปทสฺสาติ ‘‘ทสาหานาคต’’นฺติ ปทสฺส. ปุริมนเยเนวาติ อจฺจนฺตสํโยควเสเนว. ตานิ ทิวสานีติ เตสุ ทิวเสสุ. อจฺจนฺตเมวาติ นิรนฺตรเมว, เตสุ ทสาเหสุ ยตฺถ กตฺถจิ ทิวเสติ วุตฺตํ โหติ. ปวารณามาสสฺสาติ ปุพฺพกตฺติกมาสสฺส. โส หิ อิธ ปฐมปวารณาโยคโต ‘‘ปวารณามาโส’’ติ วุตฺโต. ชุณฺหปกฺขปญฺจมิโต ปฏฺฐายาติ สุกฺกปกฺขปญฺจมึ อาทึ กตฺวา. ปวารณามาสสฺส ชุณฺหปกฺขปญฺจมิโตติ วา ปวารณามาสสฺส ปกาสนโต ปุริมสฺส ชุณฺหปกฺขสฺส ปญฺจมิโต ปฏฺฐายาติ อตฺโถ. โย ปเนตฺถ ‘‘กามญฺเจส (สารตฺถ. ฏี. ๒.๖๕๐) ‘ทสาหปรมํ อติเรกจีวรํ ธาเรตพฺพ’นฺติ (ปารา. ๔๖๓) อิมินาว สิทฺโธ, อฏฺฐุปฺปตฺติวเสน ปน อปุพฺพํ วิย อตฺถํ ทสฺเสตฺวา สิกฺขาปทํ ฐปิต’’นฺติ ปาโฐ ทิสฺสติ, โส ปมาทปาโฐ ‘‘ทสาหานาคต’’นฺติ อิมินา วิโรธโตติ ทฏฺฐพฺพํ. กิญฺจ ‘‘ชุณฺหปกฺขปญฺจมิโต ปฏฺฐายา’’ติ วุตฺตตฺตา อฏฺฐกถาเยว ปุพฺพาปรวิโรโธปิ สิยา.

อจฺเจกจีวรนฺติ อจฺจายิกจีวรํ วุจฺจติ, โส จ อจฺจายิกภาโว ทายกสฺส คมิกาทิภาเวนาติ ทสฺเสตุํ ‘‘คมิกคิลานคพฺภินิอภินวุปฺปนฺนสทฺธานํ ปุคฺคลาน’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ คมิโก นาม ‘‘เสนาย วา คนฺตุกาโม โหติ, ปวาสํ วา คนฺตุกาโม โหตี’’ติ (ปารา. ๖๔๙) วุตฺโต. อญฺญตเรน ‘‘วสฺสาวาสิกํ ทสฺสามี’’ติ เอวํ อาโรเจตฺวา ทินฺนนฺติ คมิกาทีนํ อญฺญตเรน คมนาทีหิ การเณหิ ทาตุกาเมน ทูตํ วา เปเสตฺวา, สยํ วา อาคนฺตฺวา ‘‘วสฺสาวาสิกํ ทสฺสามี’’ติ เอวํ อาโรเจตฺวา ทินฺนํ จีวรํ. เอตฺถ จ ‘‘อิทํ เม, ภนฺเต, อจฺเจกจีวรํ จีวรกาลสมยํ อติกฺกามิตํ นิสฺสคฺคิย’’นฺติ (ปารา. ๖๔๙) อิมินา นเยน นิสฺสชฺชนวิธานํ เวทิตพฺพํ.

เสสนฺติ ‘‘สาธารณปญฺญตฺตี’’ติอาทิกํ. อยํ ปน วิเสโส – ตตฺถ อติเรกจีวเร อติเรกจีวรสญฺญิอาทิโน ทสาหาติกฺกโม, อิธ อจฺเจกจีวเร อจฺเจกจีวรสญฺญิอาทิโน จีวรกาลาติกฺกโม. ตถา อนจฺเจกจีวเร อจฺเจกจีวรสญฺญิโน, เวมติกสฺส จ ทุกฺกฏํ. ชาติปฺปมาณสมฺปนฺนสฺส อจฺเจกจีวรสฺส อตฺตโน สนฺตกตา, ทสาหานาคตาย กตฺติกเตมาสิกปุณฺณมาย อุปฺปนฺนภาโว, อนธิฏฺฐิตอวิกปฺปิตตา, จีวรกาลาติกฺกโมติ จตุรงฺคภาโวว เอตฺถ วิเสโส.

อจฺเจกจีวรสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๙. สาสงฺกสิกฺขาปทวณฺณนา

อุปสมฺปชฺชนฺติอาทีสุ วิยาติ ‘‘ปฐมํ ฌานํ อุปสมฺปชฺช วิหรตี’’ติ (วิภ. ๕๐๘) อิมสฺส วิภงฺเค ‘‘อุปสมฺปชฺชา’’ติ อุทฺธริตพฺเพ ‘‘อุปสมฺปชฺช’’นฺติ อุทฺธฏํ. ตทิห นิทสฺสนํ กตํ. อาทิสทฺเทน ปน ‘‘อนาปุจฺฉํ วา คจฺเฉยฺยา’’ติอาทีนํ (ปาจิ. ๑๑๑, ๑๑๕) สงฺคโห ทฏฺฐพฺโพ. อุปคนฺตฺวาติ อุปสทฺทสฺสตฺถมาห. วสิตฺวาติ อกฺขณฺฑํ วสิตฺวา. ‘‘เยน ยสฺส หิ สมฺพนฺโธ, ทูรฏฺฐมฺปิ จ ตสฺส ต’’นฺติ วจนโต ‘‘อิมสฺส…เป… อิมินา สมฺพนฺโธ’’ติ วุตฺตํ. ตตฺถ อิมสฺสาติ ‘‘อุปวสฺส’’นฺติ ปทสฺส. วินยปริยาเยน อรญฺญลกฺขณํ อทินฺนาทานปาราชิเก อาคตํ. ตตฺถ หิ ‘‘คามา วา อรญฺญา วา’’ติ อนวเสสโต อวหารฏฺฐานปริคฺคเหน ตทุภยํ อสงฺกรโต ทสฺเสตุํ ‘‘ฐเปตฺวา คามญฺจา’’ติอาทิ วุตฺตํ. คามูปจาโร หิ โลเก คามสงฺขเมว คจฺฉตีติ. อิธ ปน สุตฺตนฺตปริยาเยน ‘‘ปญฺจธนุสติกํ ปจฺฉิม’’นฺติ (ปารา. ๖๕๔) อาคตํ อารญฺญกํ ภิกฺขุํ สนฺธาย. น หิ โส วินยปริยายิเก อรญฺเญ วสนฺโต ‘‘อารญฺญโก ปนฺถเสนาสโน’’ติ (ม. นิ. ๑.๖๑) สุตฺเต วุตฺโต, ตสฺมา ตตฺถ อาคตเมว ลกฺขณํ คเหตพฺพนฺติ ทสฺเสนฺโต ‘‘สพฺพปจฺฉิมานิ อาโรปิเตน อาจริยธนุนา’’ติอาทิมาห. ตตฺถ ‘‘อาจริยธนุ นาม ปกติหตฺเถน นววิทตฺถิปมาณํ. ชิยาย ปน อาโรปิตาย จตุหตฺถปมาณ’’นฺติ วทนฺติ. คามสฺสาติ ปริกฺขิตฺตสฺส คามสฺส. อินฺทขีลโตติ อุมฺมารโต. ปริกฺเขปารหฏฺฐานโตติ ปริยนฺเต ฐิตฆรสฺส อุปจาเร ฐิตสฺส มชฺฌิมสฺส ปุริสสฺส ปฐมเลฑฺฑุปาตโต. กิตฺตเกน มคฺเคน มินิตพฺพนฺติ อาห ‘‘สเจ’’ติอาทิ. มชฺฌิมฏฺฐกถายํ ปน ‘‘วิหารสฺสาปิ คามสฺเสว อุปจารํ นีหริตฺวา อุภินฺนํ เลฑฺฑุปาตานํ อนฺตรา มินิตพฺพ’’นฺติ วุตฺตํ. โจรานํ นิวิฏฺโฐกาสาทิทสฺสเนนาติ อาราเม, อารามูปจาเร จ โจรานํ นิวิฏฺโฐกาสาทิทสฺสเนน การเณน. อาทิสทฺเทน ภุตฺโตกาสฏฺฐิโตกาสนิสินฺโนกาสนิปนฺโนกาสานํ คหณํ. โจเรหิ มนุสฺสานํ หตวิลุตฺตาโกฏิตภาวทสฺสนโตติ อาราเม, อารามูปจาเร จ หตวิลุตฺตาโกฏิตภาวทสฺสนโต.

อนฺตรฆเร นิกฺขิเปยฺยาติ อนฺตเร อนฺตเร ฆรานิ เอตฺถ, เอตสฺสาติ วา อนฺตรฆรํ, คาโม, ตสฺมึ ฐเปยฺยาติ อตฺโถ. เตนาห ‘‘อารญฺญกสฺสา’’ติอาทิ. ตญฺจาติ นิกฺขิปนญฺจ. ‘‘มหาปวารณาย ปวาริโต โหตี’’ติ อิทํ วสฺสจฺเฉทํ อกตฺวา วุฏฺฐภาวํ ทสฺเสตุํ วุตฺตํ, น ปน ปวารณาย องฺคภาวํ. เตเนว หิ พฺยติเรกํ ทสฺเสนฺเตน สมนฺตปาสาทิกายํ (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๖๕๓-๖๕๔) วุตฺตํ ‘‘สเจ ปจฺฉิมิกาย วา อุปคโต โหติ ฉินฺนวสฺโส วา, นิกฺขิปิตุํ น ลภตี’’ติ. กตฺติกมาโส นาม ปุพฺพกตฺติกมาสสฺส กาฬปกฺขปาฏิปทโต ปฏฺฐาย ยาว อปรกตฺติกปุณฺณมา, ตาว เอกูนตฺตึส รตฺตินฺทิวา. เอว-สทฺเทน กตฺติกมาสโต ปรํ น ลภตีติ ทสฺเสติ. อูนปฺปมาเณ ตาว อรญฺญลกฺขณาโยคโต น ลภตุ, กสฺมา คาวุตโต อติเรกปฺปมาเณ น ลภตีติ อาห ‘‘ยตฺร หี’’ติอาทิ. นิมนฺติโต ปน อทฺธโยชนมฺปิ โยชนมฺปิ คนฺตฺวา วสิตุํ ปจฺเจติ, อิทมปฺปมาณํ. สาสงฺกสปฺปฏิภยเมว โหตีติ สาสงฺกญฺเจว สปฺปฏิภยญฺจ โหติ. เอว-สทฺเทน อนาสงฺกอปฺปฏิภเยหิ องฺคยุตฺเตปิ เสนาสเน วสนฺโต นิกฺขิปิตุํ น ลภตีติ ทสฺเสติ. เอตฺตาวตา ปุริมิกาย อุปคนฺตฺวา อกฺขณฺฑํ กตฺวา วุฏฺฐวสฺโส ยํ คามํ โคจรคามํ กตฺวา ปญฺจธนุสติกปจฺฉิเม อารญฺญกเสนาสเน วิหรติ, ตสฺมึ คาเม จีวรํ ฐเปตฺวา สกลกตฺติกมาสํ ตสฺมึเยว เสนาสเน เตน จีวเรน วินา วตฺถุํ อนุชานิตฺวา อิทานิ วิหารโต อญฺญตฺถ วสนฺตสฺส ฉารตฺตํ วิปฺปวาสํ อนุชานนฺโต ‘‘สิยา จ ตสฺส ภิกฺขุโน’’ติอาทิมาห. อสมาทานจารญฺหิ อตฺถตกถินา เอว ลภนฺติ, เนตเรติ เอตฺถ อิทมฺปิ การณํ ทฏฺฐพฺพํ. ตตฺถ ฉารตฺตปรมํ เตน ภิกฺขุนา เตน จีวเรน วิปฺปวสิตพฺพนฺติ โย ภิกฺขุ วิหาเร วสนฺโต ตโต อญฺญตฺถ คมนกิจฺเจ สติ อนฺตรฆเร จีวรํ นิกฺขิปติ, เตน ภิกฺขุนา เตน จีวเรน ฉารตฺตปรมํ วิปฺปวสิตพฺพํ, ฉ รตฺติโย ตมฺหา วิหารา อญฺญตฺถ วสิตพฺพาติ วุตฺตํ โหติ. วุตฺตญฺหิ ภทนฺเตน พุทฺธทตฺตาจริเยน –

‘‘ยํ คามํ โคจรํ กตฺวา, ภิกฺขุ อารญฺญเก วเส;

ตสฺมึ คาเม ฐเปตุํ ตํ, มาสเมกํ ตุ วฏฺฏติ.

‘‘อญฺญตฺเถว วสนฺตสฺส, ฉารตฺตปรมํ มตํ;

อยมสฺส อธิปฺปาโย, ปฏิจฺฉนฺโน ปกาสิโต’’ติ.

เตเนวาห ‘‘ตโต เจ อุตฺตริ วิปฺปวเสยฺยาติ ฉารตฺตโต อุตฺตริ ตสฺมึ เสนาสเน สตฺตมํ อรุณํ อุฏฺฐาเปยฺยา’’ติอาทิ. ตถา อสกฺโกนฺเตนาติ คตฏฺฐานสฺส ทูรตาย เสนาสนํ อาคนฺตฺวา สตฺตมํ อรุณํ อุฏฺฐาเปตุํ อสกฺโกนฺเตน. เอวมฺปิ อสกฺโกนฺเตน ตเตฺรว ฐิเตน ปจฺจุทฺธริตพฺพํ ‘‘อติเรกจีวรฏฺฐาเน ฐสฺสตี’’ติ. วสิตฺวาติ อรุณํ อุฏฺฐาเปตฺวา. ภิกฺขุสมฺมุติ อุโทสิตสิกฺขาปเท วุตฺตาว.

เสสนฺติ ‘‘อญฺญตฺร ภิกฺขุสมฺมุติยาติ อยเมตฺถ อนุปญฺญตฺตี’’ติอาทิกํ. ตตฺถ หิ องฺเคสุ ยํ รตฺติวิปฺปวาโส จตุตฺถมงฺคํ, ตํ อิธ ฉารตฺตโต อุตฺตริ วิปฺปวาโส โหตีติ อยเมว วิเสโส.

สาสงฺกสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๑๐. ปริณตสิกฺขาปทวณฺณนา

นนุ จายํ สงฺฆสฺส ปริณโต, น ปริจฺจตฺโต, อถ กถํ สงฺฆสนฺตโก โหตีติ อาห ‘‘โส หี’’ติอาทิ. ตตฺถ โสติ ลาโภ. เอเกน ปริยาเยนาติ ปริณตภาวสงฺขาเตน เอเกน ปริยาเยน. ‘‘ลภิตพฺพ’’นฺติ อิมินา ลาภสทฺทสฺส กมฺมสาธนมาห. จีวราทิวตฺถุนฺติ จีวรปิณฺฑปาตเสนาสนคิลานปจฺจยเภสชฺชปริกฺขารํ อนฺตมโส จุณฺณปิณฺฑมฺปิ ทนฺตกฏฺฐมฺปิ ทสิกสุตฺตมฺปิ. ปริณตนฺติ สงฺฆสฺส นินฺนํ สงฺฆสฺส โปณํ สงฺฆสฺส ปพฺภารํ หุตฺวา ฐิตนฺติ อตฺโถ. เยน ปน การเณน โส ปริณโต โหติ, ตํ ทสฺเสตฺวา ตสฺส อตฺถํ ทสฺเสตุํ ‘‘ทสฺสาม กริสฺสามา’’ติอาทิ วุตฺตํ. อตฺตโน ปริณาเมนฺตสฺสาติ ‘‘อิทํ มยฺหํ เทหี’’ติ สงฺฆสฺส ปริณตภาวํ ญตฺวา อตฺตโน ปริณาเมตฺวา คณฺหนฺตสฺส. ปโยเคติ ปริณามนปฺปโยเค. เอตฺถ จ ‘‘อิทํ เม, ภนฺเต, ชานํ สงฺฆิกํ ลาภํ ปริณตํ อตฺตโน ปริณามิกํ นิสฺสคฺคิย’’นฺติ อิมินา นเยน นิสฺสชฺชนวิธานํ เวทิตพฺพํ.

สงฺฆเจติยปุคฺคเลสูติ เอตฺถ จ อนฺตมโส สุนขํ อุปาทาย โย โกจิ สตฺโต ‘‘ปุคฺคโล’’ติ เวทิตพฺโพ. อญฺญสงฺฆาทีนนฺติ อญฺญสงฺฆเจติยปุคฺคลานํ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – ‘‘สงฺฆสฺส ปริณตํ อญฺญสฺส สงฺฆสฺส วา เจติยสฺส วา ปุคฺคลสฺส วา, เจติยสฺส ปริณตํ อญฺญสฺส เจติยสฺส วา สงฺฆสฺส วา ปุคฺคลสฺส วา, ปุคฺคลสฺส ปริณตํ อญฺญสฺส ปุคฺคลสฺส วา สงฺฆสฺส วา เจติยสฺส วา ปริณาเมนฺตสฺส ทุกฺกฏ’’นฺติ.

อิทานิ อนาปตฺตึ ทสฺเสตุํ ‘‘อปริณตสญฺญิโน’’ติอาทิมาห. ปริณเต, อปริณเต จ อปริณตสญฺญิโน จาติ สมฺพนฺโธ, ปริณเต, อปริณเต จาติ อุภยตฺถาปิ อนาปตฺตีติ อตฺโถ. วุตฺตเญฺหตํ ‘‘ปริณเต อปริณตสญฺญี อตฺตโน ปริณาเมติ, อนาปตฺติ. อปริณเต อปริณตสญฺญี อนาปตฺตี’’ติ (ปารา. ๖๖๐). เทยฺยธมฺโมติ จตฺตาโร ปจฺจยา. อาทิสทฺเทน ‘‘ปฏิสงฺขารํ วา ลเภยฺย, จิรฏฺฐิติโก วา อสฺส, ยตฺถ วา ปน ตุมฺหากํ จิตฺตํ ปสีทติ, ตตฺถ เทถา’’ติ (ปารา. ๖๖๑) วจนานํ คหณํ. สเจ ปน ทายกา ‘‘มยํ สงฺฆภตฺตํ กตฺตุกามา, เจติยปูชํ กตฺตุกามา, เอกสฺส ภิกฺขุโน ปริกฺขารํ ทาตุกามา, ตุมฺหากํ รุจิยา ทสฺสาม. ภณถ, กตฺถ เทมา’’ติ (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๖๖๐) วทนฺติ, เอวํ วุตฺเต เตน ภิกฺขุนา ‘‘ยตฺถ อิจฺฉถ, ตตฺถ เทถา’’ติ วตฺตพฺพา.

ปริณตสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

ปตฺตวคฺโค ตติโย.

อิติ กงฺขาวิตรณิยา ปาติโมกฺขวณฺณนาย

วินยตฺถมญฺชูสายํ ลีนตฺถปฺปกาสนิยํ

นิสฺสคฺคิยวณฺณนา นิฏฺฐิตา.