๔. ฉพฺพสฺสสิกฺขาปทวณฺณนา

ยํ สนฺถตสมฺมุตึ เทตีติ สมฺพนฺโธ. คิลานสฺส ภิกฺขุโนติ ยสฺส วินา สนฺถตา น ผาสุ โหติ, น สกฺโกติ จ สนฺถตํ อาทาย ปกฺกมิตุํ, เอวํภูตสฺส คิลานสฺส ภิกฺขุโน. สนฺถตสมฺมุตึ เทตีติ ‘‘สุณาตุ เม, ภนฺเต, สงฺโฆ, อยํ อิตฺถนฺนาโม ภิกฺขุ คิลาโน น สกฺโกติ สนฺถตํ อาทาย ปกฺกมิตุ’’นฺติอาทินา (ปารา. ๕๖๐) ปทภาชเน วุตฺตาย ญตฺติทุติยกมฺมวาจาย สนฺถตสมฺมุตึ เทติ.

สาติ สนฺถตสมฺมุติ. วูปสนฺโต วา ปุน กุปฺปตีติ วูปสนฺโต วา โส อาพาโธ ปุน กุปฺปติ, อนุวสฺสมฺปิ กาตุํ วฏฺฏติ, ปุน สมฺมุติทานกิจฺจํ นตฺถีติ อธิปฺปาโย. น เกวลํ ตสฺมึเยว โรเค กุปฺปิเต, อถ โข อญฺญสฺมึ โรเค กุปฺปิเตปิ คตคตฏฺฐาเน อนุวสฺสํ กาตุํ ลภติ. เตเนว หิ สมนฺตปาสาทิกายํ ‘‘สเจ อโรโค หุตฺวา ปุน มูลพฺยาธินาว คิลาโน โหติ, โสเยว ปริหาโร, นตฺถญฺญํ ‘สมฺมุติกิจฺจ’นฺติ ผุสฺสเทวตฺเถโร อาห. อุปติสฺสตฺเถโร ปน โส วา พฺยาธิ ปฏิกุปฺปตุ, อญฺโญ วา, สกึ ‘คิลาโน’ติ นามํ ลทฺธํ ลทฺธเมว, ปุน ‘สมฺมุติกิจฺจํ นตฺถี’ติ อาหา’’ติ (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๕๕๗) อุปติสฺสตฺเถรวาโท ปจฺฉา วุตฺโต.

เอตฺถ จ ‘‘อิทํ เม, ภนฺเต, สนฺถตํ อูนกฉพฺพสฺสานิ การาปิตํ อญฺญตฺร ภิกฺขุสมฺมุติยา นิสฺสคฺคิย’’นฺติ (ปารา. ๕๖๒) อิมินา นเยน นิสฺสชฺชนวิธานํ เวทิตพฺพํ. ‘‘เสสํ ปฐมสทิสเมวา’’ติ อิมินา ‘‘อตฺตนา กตํ ปเรหิ ปริโยสาเปตี’’ติอาทิกํ อติทิฏฺฐํ. อยํ ปน วิเสโส – ปริปุณฺเณ ฉพฺพสฺเส วา อติเรกฉพฺพสฺเส วา อนาปตฺติ. องฺเคสุ จ ฉพฺพสฺสานํ อนฺโตภาโว นานาตฺตํ.

ฉพฺพสฺสสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.