๑๐. ราชสิกฺขาปทวณฺณนา

ราชโต โภคฺคนฺติ ราชโต ลทฺธโภคฺคํ. ราชโภคฺโคติ ราชามตฺโต. ราชโต โภโคติ รญฺญา ทินฺนํ อิสฺสริยํ. อิมินาติอาทีติ ‘‘อิมินา จีวรเจตาปนฺเนน จีวรํ เจตาเปตฺวา อิตฺถนฺนามํ ภิกฺขุํ จีวเรน อจฺฉาเทหี’’ติ อิทํ. อาคมนสุทฺธินฺติ มูลสุทฺธึ. ยทิ หิ อิมินา กปฺปิยนีหาเรน อเปเสตฺวา ‘‘อิทํ อิตฺถนฺนามสฺส ภิกฺขุโน เทหี’’ติ เปเสยฺย, โสปิ ทูโต ตํ ภิกฺขุํ อุปสงฺกมิตฺวา เอวํ วเทยฺย ‘‘อิทํ โข, ภนฺเต, อายสฺมนฺตํ อุทฺทิสฺส จีวรเจตาปนฺนํ อาภตํ, ปฏิคฺคณฺหาตุ อายสฺมา จีวรเจตาปนฺน’’นฺติ (ปารา. ๕๓๘), ตทา ปฏิกฺขิปิตฺวาปิ กปฺปิยการกํ ปุฏฺเฐน ตํ นิทฺทิสิตุํ น วฏฺฏติ. เตนาห ‘‘สเจ หี’’ติอาทิ. อกปฺปิยวตฺถุํ อารพฺภาติ หิรญฺญาทึ อารพฺภ. อีทิเสน ทูตวจเนนาติ ‘‘ปฏิคฺคณฺหาตุ อายสฺมา จีวรเจตาปนฺน’’นฺติ เอวรูเปน ทูตวจเนน. ตสฺมาติ ยสฺมา สมฺปฏิจฺฉิตุํ อกปฺปิยํ โหติ, ตสฺมา. สุวณฺณนฺติ ชาตรูปํ. รชตนฺติ รูปิยํ. กหาปเณนาติ สุวณฺณมโย วา รูปิยมโย วา ปากติโก วา กหาปโณ. มาสโกติ โลหมาสโก วา โหตุ, ทารุมาสโก วา โหตุ, ชตุมาสโก วา โหตุ, โย โย ยตฺถ ยตฺถ ชนปเท ยทา ยทา โวหารํ คจฺฉติ, อนฺตมโส อฏฺฐิมโยปิ จมฺมมโยปิ รุกฺขผลพีชมโยปิ สมุฏฺฐาปิตรูโปปิ อสมุฏฺฐาปิตรูโปปิ สพฺโพ อิธ มาสโกติ เวทิตพฺโพ. เอตฺถ จ ยํ วตฺตพฺพํ, ตํ รูปิยสิกฺขาปเท วกฺขาม.

มุตฺตาติ หตฺถิกุมฺภชาทิกา อฏฺฐวิธา มุตฺตา. ตถา หิ หตฺถิกุมฺภํ วราหทาฐํ, ภุชงฺคสีสํ, วลาหกํ, เวฬุ, มจฺฉสิโร, สงฺโข, สิปฺปีติ อฏฺฐ มุตฺตาโยนิโย. ตตฺถ ยา มจฺฉสงฺขสิปฺปิชาตา, สา สามุทฺทิกา, ภุชงฺคชาปิ กาจิ สามุทฺทิกา โหติ. อิตรา อสามุทฺทิกา. ยสฺมา ปน พหุลํ สามุทฺทิกาว มุตฺตา โลเก ทิสฺสนฺติ, ตตฺถาปิ สิปฺปิชาว, อิตรา กทาจิ. ตสฺมา สมฺโมหวิโนทนิยํ ‘‘มุตฺตาติ สามุทฺทิกมุตฺตา’’ติ (วิภ. อฏฺฐ. ๑๗๒) วุตฺตํ. มณีติ ฐเปตฺวา เวฬุริยาทิเก อนฺตมโส ชาติผลิกํ อุปาทาย สพฺโพปิ นีลปีตาทิวณฺณเภโท มณีติ เวทิตพฺโพ, ปจิตฺวา กโต ปน กาจมณิเยเวโก ปตฺตาทิภณฺฑมูลตฺถํ สมฺปฏิจฺฉิตุํ วฏฺฏติ. เวฬุริโย นาม วํสวณฺณมณิ. สงฺโขติ ธมนสงฺโข โธตวิทฺโธ รตนมิสฺโส, ปานียสงฺโข ปน รตนามิสฺสกโต, โส จ อญฺชนาทิเภสชฺชตฺถาย, ภณฺฑมูลตฺถาย จ สมฺปฏิจฺฉิตุํ วฏฺฏติ. สิลาติ โธตวิทฺธา รตนสํยุตฺตา มุคฺควณฺณา สิลา. รตเนน ปน อมิสฺสา สตฺถกนิสานาทิอตฺถาย ปฏิคฺคณฺหิตุํ วฏฺฏติ. เอตฺถ จ ‘‘รตนสํยุตฺตาติ สุวณฺเณน สทฺธึ โยเชตฺวา ปจิตฺวา กตา’’ติ วทนฺติ. ปวาฬนฺติ โธตมฺปิ อโธตมฺปิ สพฺพํ ปวาฬํ. โลหิตงฺโกติ รตฺตมณิ. มสารคลฺลนฺติ กพรมณิ. ยํ ‘‘มรกต’’นฺติปิ วุจฺจติ.

สตฺต ธญฺญานีติ สานุโลมานิ สาลิอาทีนิ สตฺต ธญฺญานิ. นีวาราทิอุปธญฺญสฺส ปน สาลิอาทิมูลธญฺญนฺโตคธตฺตา ‘‘สตฺต ธญฺญานี’’ติ วุตฺตํ. ทาสิทาสเขตฺตวตฺถุปุปฺผารามผลารามาทโยติ เอตฺถ ทาสี นาม อนฺโตชาตธนกฺกีตกรมรานีตปฺปเภทา. ตถา ทาโส. เขตฺตํ นาม ยสฺมึ ปุพฺพณฺณํ รุหติ. วตฺถุ นาม ยสฺมึ อปรณฺณํ รุหติ. ยตฺถ วา อุภยมฺปิ รุหติ, ตํ เขตฺตํ. ตทตฺถาย อกตภูมิภาโค วตฺถุ. เขตฺตวตฺถุสีเสน เจตฺถ วาปิตฬากาทีนิปิ สงฺคหิตาเนว. วสฺสิกาทีนํ ปุปฺผนโก ปุปฺผาราโม. อมฺพผลาทีนํ ผลนโก ผลาราโม. น เกวลญฺจ อตฺตโนเยวตฺถาย สมฺปฏิจฺฉิตุํ น วฏฺฏติ, สเจปิ โกจิ ชาตรูปรชตํ อาเนตฺวา ‘‘อิทํ สงฺฆสฺส ทมฺมิ, อารามํ วา กโรถ, เจติยํ วา โภชนสาลาทีนํ วา อญฺญตร’’นฺติ วทติ, อิทมฺปิ สมฺปฏิจฺฉิตุํ น วฏฺฏติ. ‘‘ยสฺส กสฺสจิ หิ อญฺญสฺส อตฺถาย สมฺปฏิจฺฉนฺตสฺส ทุกฺกฏํ โหตี’’ติ (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๕๓๘-๕๓๙) มหาปจฺจริยํ วุตฺตํ. เตนาห ‘‘เจติยสงฺฆคณปุคฺคลานํ วา อตฺถาย สมฺปฏิจฺฉิตุํ น วฏฺฏนฺตี’’ติ.

สเจ ปน สงฺฆํ วา คณํ วา ปุคฺคลํ วา อนามสิตฺวา ‘‘อิทํ หิรญฺญสุวณฺณํ เจติยสฺส เทม, วิหารสฺส เทม, นวกมฺมสฺส เทมา’’ติ วทนฺติ, ปฏิกฺขิปิตุํ น วฏฺฏติ. ‘‘อิเม อิทํ ภณนฺตี’’ติ กปฺปิยการกานํ อาจิกฺขิตพฺพํ. ‘‘เจติยาทีนํ อตฺถาย ตุเมฺห คเหตฺวา ฐเปถา’’ติ วุตฺเต ปน ‘‘อมฺหากํ คเหตุํ น วฏฺฏตี’’ติ ปฏิกฺขิปิตพฺพํ.

เวยฺยาวจฺจกโรติ กิจฺจกโร. อิธ ปน สพฺโพ กิจฺจกโรว ‘‘เวยฺยาวจฺจกโร’’ติ อธิปฺเปโตติ อาห ‘‘กปฺปิยการโก’’ติ. เอโส โขติ ‘‘อสุกวีถิยํ อสุกฆเร อสุกนาโม’’ติ ปรมฺมุขํ วทติ. อิตรมฺปีติ ปรมฺมุขานิทฺทิฏฺฐมฺปิ. ‘‘อตฺโถ เม, อาวุโส, จีวเรนา’’ติ เอตํ โจทนาลกฺขณนิทสฺสนนฺติ สมฺพนฺโธ. ตตฺถ โจทนาลกฺขณนิทสฺสนนฺติ วาจาย โจทนาลกฺขณนิทสฺสนํ. เตนาห ‘‘สเจ หี’’ติอาทิ. อิทํ วา วจนํ วตฺตพฺพนฺติ สมฺพนฺโธ. เอตสฺส วา อตฺโถ ยาย กายจิ ภาสาย วตฺตพฺโพติ สมฺพนฺโธ. ‘‘เทหิ เม จีวรํ, อาหร เม จีวรํ, ปริวตฺเตหิ เม จีวรํ, เจตาเปหิ เม จีวร’’นฺติ เอตานิ ปน วจนานิ เอเตสํ วา อตฺโถ ยาย กายจิ ภาสาย น วตฺตพฺโพ. เตนาห ‘‘เทหิ เม’’ติอาทิ. สาเธยฺยาติ นิปฺผาเทยฺย. อิจฺเจตํ กุสลนฺติ เอวํ ยาวตติยํ โจทเนน ตสฺส จีวรสฺส ยเทตํ อภินิปฺผาทนํ, เอตํ กุสลํ สาธุ สุฏฺฐูติ อตฺโถ. เตนาห ‘‘เอตํ สุนฺทร’’นฺติ.

ฉกฺขตฺตุํ ปรโม ปริจฺเฉโท อสฺสาติ ฉกฺขตฺตุปรมํ. อิทญฺหิ ‘‘ฐาตพฺพ’’นฺติ อิมิสฺสา กิริยาย วิเสสนํ, ฉกฺขตฺตุปรมํ ฐานํ กาตพฺพนฺติ อตฺโถ. เตนาห ‘‘ภาวนปุํสกวจนเมต’’นฺติ, เอตํ ภาเว ฐาตพฺพนฺติ วุตฺตธาตฺวตฺถมตฺเต สาเธตพฺเพ นปุํสกลิงฺควจนนฺติ อตฺโถ. น นิสีทิตพฺพนฺติ ‘‘อิธ, ภนฺเต, นิสีทถา’’ติ วุตฺเตปิ น นิสีทิตพฺพํ. น อามิสํ ปฏิคฺคเหตพฺพนฺติ ยาคุขชฺชกาทิเภทํ กิญฺจิ อามิสํ ‘‘คณฺหถ, ภนฺเต’’ติ ยาจิยมาเนนาปิ น คณฺหิตพฺพํ. น ธมฺโม ภาสิตพฺโพติ (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๕๓๘-๕๓๙) ‘‘มงฺคลํ วา อนุโมทนํ วา ภาสถา’’ติ ยาจิยมาเนนาปิ น กิญฺจิ ภาสิตพฺพํ. ฐานํ ภญฺชตีติ ฐิตึ วินาเสติ. ฐตฺวา จีวรํ คเหตุํ อาคเตน หิ ตํ อุทฺทิสฺส ตุณฺหีภูเตน ฐาตพฺพเมว, น นิสชฺชาทิกํ กาตพฺพํ. อิมินา ปน ตํ กตนฺติ ฐานํ วินาสิตํ โหติ. เตนาห ‘‘อาคตการณํ วินาเสตี’’ติ. ‘‘อาคตการณํ นาม ฐานเมว, ตสฺมา ‘น กาตพฺพ’นฺติ วาริตสฺส กตตฺตา นิสชฺชาทีสุ กเตสุ ฉสุ ฐาเนสุ เอกํ ฐานํ ภญฺชตี’’ติ (สารตฺถ. ฏี. ๒.๕๓๗-๕๓๙) อยเมตฺถ อธิปฺปาโย. ฉกฺขตฺตุปรมํ ตุณฺหีภูเตน อุทฺทิสฺส ฐาตพฺพํ. ‘‘น อญฺญํ กิญฺจิ กาตพฺพ’’นฺติ หิ อิทํ ฐานลกฺขณํ. เตเนวาห ‘‘อิท’’นฺติอาทิ. ตตฺถ อิทนฺติ ‘‘จตุกฺขตฺตุํ ปญฺจกฺขตฺตุํ, ฉกฺขตฺตุปรมํ ตุณฺหีภูเตน อุทฺทิสฺส ฐาตพฺพ’’นฺติ วจนํ. เอตฺถ จ ‘‘นิสีทนาทิมฺหิ กเต ปุน จีวรํ คเหตุํ น ลภตี’’ติ เกจิ. ‘‘เทฺว ฐานานิ ปริหายนฺตี’’ติ อญฺเญ. ‘‘เอกํ ฐานํ ปริหายตี’’ติ อปเร. อุภยํ กโรตีติ โจเทติปิ ติฏฺฐติปิ.

‘‘ตตฺร ตตฺร ฐาเน ติฏฺฐตี’’ติ อิทํ โจทกสฺส ฐิตฏฺฐิตฏฺฐานโต อปกฺกมฺม ตตฺร ตตฺร จีวรํ อุทฺทิสฺส ฐานํเยว สนฺธาย วุตฺตํ. เอตฺถาติ เอเตสุ ทฺวีสุ โจทนาฏฺฐาเนสุ.

กึ ปน สพฺพกปฺปิยการเกสุ (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๕๓๘-๕๓๙; วิ. สงฺค. อฏฺฐ. ๖๕) เอวํ ปฏิปชฺชิตพฺพนฺติ? น ปฏิปชฺชิตพฺพํ. อยญฺหิ กปฺปิยการโก นาม สงฺเขปโต ทุวิโธ นิทฺทิฏฺโฐ จ อนิทฺทิฏฺโฐ จ. ตตฺถ จ นิทฺทิฏฺโฐ ทุวิโธ ภิกฺขุนา นิทฺทิฏฺโฐ, ทูเตน นิทฺทิฏฺโฐติ. อนิทฺทิฏฺโฐปิ ทุวิโธ มุขเววฏิกกปฺปิยการโก, ปรมฺมุขกปฺปิยการโกติ. เตสุ ภิกฺขุนา นิทฺทิฏฺโฐ สมฺมุขาสมฺมุขวเสน จตุพฺพิโธ โหติ, ตถา ทูเตน นิทฺทิฏฺโฐปิ.

กถํ? อิเธกจฺโจ ภิกฺขุสฺส จีวรตฺถาย ทูเตน อกปฺปิยวตฺถุํ ปหิณติ, ทูโต จ ตํ ภิกฺขุํ อุปสงฺกมิตฺวา ‘‘อิทํ, ภนฺเต, อิตฺถนฺนาเมน ตุมฺหากํ จีวรตฺถาย ปหิตํ, คณฺหถ น’’นฺติ วทติ. ภิกฺขุ ‘‘อิทํ น กปฺปตี’’ติ ปฏิกฺขิปติ. ทูโต ‘‘อตฺถิ ปน เต, ภนฺเต, เวยฺยาวจฺจกโร’’ติ ปุจฺฉติ, ปุญฺญตฺถิเกหิ จ อุปาสเกหิ ‘‘ภิกฺขูนํ เวยฺยาวจฺจํ กโรถา’’ติ อาณตฺตา วา ภิกฺขูนํ วา สนฺทิฏฺฐา สมฺภตฺตา เกจิ เวยฺยาวจฺจกรา โหนฺติ, เตสํ อญฺญตโร ตสฺมึ ขเณ ภิกฺขุสฺส สนฺติเก นิสินฺโน โหติ, ภิกฺขุ ตํ นิทฺทิสติ ‘‘อยํ ภิกฺขูนํ เวยฺยาวจฺจกโร’’ติ. ทูโต ตสฺส หตฺเถ อกปฺปิยวตฺถุํ ทตฺวา ‘‘เถรสฺส จีวรํ กิณิตฺวา เทหี’’ติ คจฺฉติ, อยํ ภิกฺขุนา สมฺมุขานิทฺทิฏฺโฐ.

โน เจ ภิกฺขุสฺส (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๕๓๗; วิ. สงฺค. อฏฺฐ. ๖๕) สนฺติเก นิสินฺโน โหติ, อปิจ โข ภิกฺขุ นิทฺทิสติ ‘‘อสุกสฺมึ นาม คาเม อิตฺถนฺนาโม ภิกฺขูนํ เวยฺยาวจฺจกโร’’ติ. โส คนฺตฺวา ตสฺส หตฺเถ อกปฺปิยวตฺถุํ ทตฺวา ‘‘เถรสฺส จีวรํ กิณิตฺวา ทเทยฺยาสี’’ติ อาคนฺตฺวา ภิกฺขุสฺส อาโรเจตฺวา คจฺฉติ, อยเมโก ภิกฺขุนา อสมฺมุขานิทฺทิฏฺโฐ.

น เหว โข โส ทูโต อตฺตนา อาคนฺตฺวา อาโรเจติ, อปิจ โข อญฺญํ ปหิณติ ‘‘ทินฺนํ มยา, ภนฺเต, ตสฺส หตฺเถ จีวรเจตาปนฺนํ, จีวรํ คเณฺหยฺยาถา’’ติ, อยํ ทุติโย ภิกฺขุนา อสมฺมุขานิทฺทิฏฺโฐ.

น เหว โข อญฺญํ ปหิณติ, อปิจ โข คจฺฉนฺโตว ภิกฺขุํ วทติ ‘‘อหํ ตสฺส หตฺเถ จีวรเจตาปนฺนํ ทสฺสามิ, ตุเมฺห จีวรํ คเณฺหยฺยาถา’’ติ, อยํ ตติโย ภิกฺขุนา อสมฺมุขานิทฺทิฏฺโฐติ เอวํ เอโก สมฺมุขานิทฺทิฏฺโฐ ตโย อสมฺมุขานิทฺทิฏฺฐาติ อิเม จตฺตาโร ภิกฺขุนา นิทฺทิฏฺฐเวยฺยาวจฺจกรา นาม. เอเตสุ อิมสฺมึ ราชสิกฺขาปเท วุตฺตนเยเนว ปฏิปชฺชิตพฺพํ.

อปโร ภิกฺขุ ปุริมนเยเนว ทูเตน ปุจฺฉิโต นตฺถิตาย วา อวิจาเรตุกามตาย วา ‘‘นตฺถมฺหากํ กปฺปิยการโก’’ติ วทติ, ตสฺมิญฺจ ขเณ โกจิ มนุสฺโส อาคจฺฉติ, ทูโต ตสฺส หตฺเถ อกปฺปิยวตฺถุํ ทตฺวา ‘‘อิมสฺส หตฺถโต จีวรํ คเณฺหยฺยาถา’’ติ วตฺวา คจฺฉติ, อยํ ทูเตน สมฺมุขานิทฺทิฏฺโฐ.

อปโร ทูโต คามํ ปวิสิตฺวา อตฺตนา อภิรุจิตสฺส กสฺสจิ หตฺเถ อกปฺปิยวตฺถุํ ทตฺวา ปุริมนเยเนว อาคนฺตฺวา วา อาโรเจติ, อญฺญํ วา ปหิณติ, ‘‘อหํ อสุกสฺส นาม หตฺเถ จีวรเจตาปนฺนํ ทสฺสามิ, ตุเมฺห จีวรํ คเณฺหยฺยาถา’’ติ วตฺวา วา คจฺฉติ, อยํ ตติโย ทูเตน อสมฺมุขานิทฺทิฏฺโฐติ เอวํ เอโก สมฺมุขานิทฺทิฏฺโฐ, ตโย อสมฺมุขานิทฺทิฏฺฐาติ อิเม จตฺตาโร ทูเตน นิทฺทิฏฺฐเวยฺยาวจฺจกรา นาม. เอเตสุ เมณฺฑกสิกฺขาปเท วุตฺตนเยเนว ปฏิปชฺชิตพฺพํ.

วุตฺตเญฺหตํ –

‘‘สนฺติ, ภิกฺขเว, มนุสฺสา สทฺธา ปสนฺนา, เต กปฺปิยการกานํ หตฺเถ หิรญฺญํ อุปนิกฺขิปนฺติ ‘อิมินา อยฺยสฺส ยํ กปฺปิยํ, ตํ เทถา’ติ. อนุชานามิ, ภิกฺขเว, ยํ ตโต กปฺปิยํ, ตํ สาทิตุํ, น เตฺววาหํ, ภิกฺขเว, เกนจิ ปริยาเยน ชาตรูปรชตํ สาทิตพฺพํ ปริเยสิตพฺพนฺติ วทามี’’ติ (มหาว. ๒๙๙).

เอตฺถ จ โจทนาย ปริมาณํ นตฺถิ. มูลํ อสาทิยนฺเตน สหสฺสกฺขตฺตุมฺปิ โจทนาย วา ฐาเนน วา กปฺปิยภณฺฑํ สาทิตุํ วฏฺฏติ. โน เจ เทติ, อญฺญํ กปฺปิยการกํ ฐเปตฺวาปิ อาหราเปตพฺพํ. สเจ อิจฺฉติ, มูลสามิกานมฺปิ กเถตพฺพํ. โน เจ อิจฺฉติ, น กเถตพฺพํ.

อปโร ภิกฺขุ ปุริมนเยเนว ทูเตน ปุจฺฉิโต ‘‘นตฺถมฺหากํ กปฺปิยการโก’’ติ วทติ, ตทญฺโญ สมีเป ฐิโต สุตฺวา ‘‘อาหร, โภ, อหํ อยฺยสฺส จีวรํ เจตาเปตฺวา ทสฺสามี’’ติ วทติ. ทูโต ‘‘หนฺท, โภ, ทเทยฺยาสี’’ติ ตสฺส หตฺเถ ทตฺวา ภิกฺขุสฺส อนาโรเจตฺวาว คจฺฉติ, อยํ มุขเววฏิกกปฺปิยการโก.

อปโร (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๕๓๘-๕๓๙; วิ. สงฺค. อฏฺฐ. ๖๕) ภิกฺขุโน อุปฏฺฐากสฺส วา อญฺญสฺส วา หตฺเถ อกปฺปิยวตฺถุํ ทตฺวา ‘‘เถรสฺส จีวรํ ทเทยฺยาสี’’ติ เอตฺโตว ปกฺกมติ, อยํ ปรมฺมุขกปฺปิยการโกติ อิเม เทฺว อนิทฺทิฏฺฐกปฺปิยการกา นาม. เอเตสุ อญฺญาตกอปฺปวาริเตสุ วิย ปฏิปชฺชิตพฺพํ.

สเจ สยเมว จีวรํ อาเนตฺวา เทนฺติ, คเหตพฺพํ. โน เจ, น กิญฺจิ วตฺตพฺพา. เตนาห ‘‘สเจ’’ติอาทิ. กปฺปิยการเกติ สมฺมุขาสมฺมุขวเสน จตฺตาโร กปฺปิยการเกติ อตฺโถ. ‘‘ทายโก สยเมวา’’ติ อิมินา ภิกฺขุํ ปฏิกฺขิปติ, น ทูตํ. ตสฺมา ทูเตน นิทฺทิฏฺโฐปิ ยถารุจิ โจเทตุํ วฏฺฏติ. มุขํ วิวริตฺวา สยเมว กปฺปิยการกตฺตํ อุปคโตติ มุขเววฏิกกปฺปิยการโก. เอวนฺติ ‘‘เอโส โข’’ติอาทินา ยถาวุตฺเตน อากาเรน. ทสฺสิตา โหนฺติ สงฺเขปโตติ อธิปฺปาโย.

วุตฺตโจทนาฏฺฐานปริมาณโตติ วุตฺตโจทนาปริมาณโต จ วุตฺตฏฺฐานปริมาณโต จ. สนฺติกนฺติ สมีปํ. ตตฺถาติ เอตฺถ กถมยมตฺโถ ลพฺภตีติ อาห ‘‘สมีปตฺเถ หิ อิทํ ภุมฺมวจน’’นฺติ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – ‘‘คงฺคายํ โคยูถานิ จรนฺติ, กูเป คคฺคกูล’’นฺติอาทีสุ วิย ยสฺมา สมีปาธาเร อิทํ สตฺตมีวิภตฺติวจนํ, ตสฺมา อยมตฺโถ ลพฺภตีติ. เอวํ อกโรนฺโตติ สามํ วา อคจฺฉนฺโต, ทูตํ วา อปาเหนฺโต.

อชฺชโณฺห, ภนฺเต, อาคเมหีติ, ภนฺเต, อชฺช เอกทิวสํ อมฺหากํ ติฏฺฐ, อธิวาเสหีติ อตฺโถ. ติกปาจิตฺติยนฺติ อติเรเกสุ โจทนาฏฺฐาเนสุ อติเรกสญฺญิเวมติกอูนกสญฺญีนํ วเสน ตีณิ ปาจิตฺติยานิ. ติกฺขตฺตุํ โจทนาย ฉกฺขตฺตุํ ฐาเนน, อูนกติกฺขตฺตุํ โจทนาย อูนกจฺฉกฺขตฺตุํ ฐาเนน ลทฺเธปิ อนาปตฺติ. อปฺปิตตาติ ปติฏฺฐาปิตตา, ‘‘สญฺญตฺโต โส มยา’’ติอาทินา (ปารา. ๕๓๘) กถิตตาติ วุตฺตํ โหติ.

ราชสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

จีวรวคฺโค ปฐโม.